ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต ✦
การเมือง บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ✦
ทั่วไป กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent ✦
การเมือง ‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร ✦
ความปลอดภัย ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร ✦
ความปลอดภัย รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร ✦
การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ความปลอดภัย

เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำปืนประจำกายลั่นใส่แม่เสียชีวิตภายในบ้านพักที่จังหวัดภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามรายงานจาก Thai Post โดยพันตำรวจโทสากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านพักซอยเกาะแก้ว 3 ถนนเทพกระษัตรี เมื่อเวลาประมาณ 21.45 น.

รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโทกำลังตรวจสอบปืนประจำกาย Glock 19 ภายในบ้านพัก ปืนได้เกิดลั่นขึ้น ส่งผลให้กระสุนถูกมารดาที่อยู่ในเหตุการณ์จนเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัย และไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างของจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการอาวุธปืน เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดทั้งในที่เกิดเหตุและตัวอาวุธปืนเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะถูกดำเนินการโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตตามกระบวนการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:38 UTC

การเมือง

บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวเดียว
บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online รายงานถึงอิทธิพลทางการทูตของเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่สำคัญของจีนระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานเน้นย้ำถึงบทบาทของเธอในการทูตระหว่างประเทศและการแสดงออกถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมของจีนบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การเยือนครั้งนี้ตอกย้ำถึงการมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าการเยือนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเป็นหลัก แต่ก็มักส่งผลต่อบรรยากาศทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และบรรยากาศทั่วไปสำหรับชาวต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในภูมิภาคนี้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทวิภาคีในระยะยาวอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการที่จีนใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรมเพื่อจัดการภาพลักษณ์ในระดับสากลหรือไม่ ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงสัญลักษณ์จากการปรากฏตัวของเธอมากกว่าผลลัพธ์ทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจง นักเดินทางควรติดตามช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างสองประเทศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ทั่วไป

กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงการย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ในกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการได้อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่

โครงการที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ การย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทองและการบูรณะพื้นที่สะพานเทเวศร์ โครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของย่านประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งปรับปรุงการเข้าถึงของสาธารณะและความปลอดภัย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและการบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จะช่วยปรับปรุงความสวยงามและการไหลเวียนของการจราจรในเขตเมืองเก่าของเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่การก่อสร้างชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจราจรหรือเส้นทางเดินเท้าใกล้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การบูรณะสะพานเทเวศร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเยือนพื้นที่นี้เนื่องจากบรรยากาศริมน้ำและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

แม้ว่าคณะกรรมการจะอนุมัติโครงการทั้ง 5 โครงการแล้ว แต่กำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างและสถานที่ตั้งใหม่ของสถานีดับเพลิงยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเกาะรัตนโกสินทร์อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่รอบเมืองเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ผู้ชนะการประกวด America’s Got Talent ซีซั่นที่ 21

จังหวัดภูเก็ตกำลังเตรียมจัดขบวนแห่เพื่อเป็นเกียรติแก่ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ซึ่งเป็นชาวภูเก็ตที่เพิ่งชนะการประกวดรายการโทรทัศน์ 'America’s Got Talent' ซีซั่นที่ 21 ตามรายงานของ Khaosod Online นายรอมดอน หะยีอาเแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าทางจังหวัดตั้งใจจะจัดขบวนรถแห่ไปรอบเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับศิลปินรุ่นเยาว์ผู้นี้

ในส่วนของการเตรียมการ มีรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดเตรียมชุดไทยเพื่อให้เนเน่สวมใส่ในระหว่างงานต้อนรับ ทางการมองว่าชัยชนะของเธอเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทั้งชาวภูเก็ตและชาวไทย โดยมุ่งหวังที่จะใช้ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่กล้าทำตามความฝันของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น แม้ว่าเส้นทางของขบวนแห่และกำหนดการที่ชัดเจนกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับทีมงานของเนเน่ แต่ทางจังหวัดยืนยันว่ากำลังมีการวางแผนต้อนรับอย่างสมเกียรติ รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยและกำหนดการสุดท้ายของขบวนแห่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขณะนี้ศิลปินยังมีภารกิจที่ต่างประเทศ โดยจะมีการแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ทราบอีกครั้งเมื่อกำหนดการชัดเจนแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การเมือง

‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร นักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้รับคำอวยพรจากพระสงฆ์ในพื้นที่ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสกลนคร บุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งในพื้นที่ได้ให้พรต่อหน้าสาธารณชนว่าขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นักการเมืองกำลังพบปะกับชุมชนท้องถิ่น ท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะทำให้นักการเมืองประหลาดใจจนแสดงอาการเขินอายต่อการสนับสนุนที่ไม่คาดคิดนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างวัฒนธรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิมกับภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าการให้พรจากพระสงฆ์จะเป็นวิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในไทย แต่การที่คำอวยพรนี้เกิดขึ้นในบริบททางการเมืองและมีการกล่าวถึงตำแหน่งระดับสูงจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลและไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นทางการหรือการรับรองจากสถาบันทางศาสนาแต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคำอวยพรนี้มีน้ำหนักทางกฎหมายหรือส่งผลต่อทิศทางการหาเสียงของนักการเมืองแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์ควรพิจารณาเรื่องนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของนักการเมืองหรือบริบทเฉพาะของการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของทีมหาเสียงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ความปลอดภัย

ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้คาเฟ่ชื่อดังในเขาใหญ่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเขตเขาใหญ่ โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคาเฟ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ต้องปิดให้บริการเนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วมฉับพลัน

นายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดมีสภาพอากาศมืดครึ้มและมีปริมาณฝนตกในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีปริมาณฝนตกหนัก โดยที่อำเภอปากช่องวัดได้ 160 มิลลิเมตร ตามด้วยอำเภอพระทองคำ (56.5 มม.) อำเภอวังน้ำเขียว (55 มม.) และอำเภอครบุรี (25 มม.)

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แม้สถานการณ์จะสร้างความเดือดร้อน แต่สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาได้ให้ข้อมูลเพื่อความมั่นใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัด ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแชะ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันไม่ถึง 50% ของความจุ ซึ่งหมายความว่ายังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกมากเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อน

เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปเขาใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากผลกระทบจากฝนตกยังคงเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดมาตรการฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่ง 8 ข้อเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

คำสั่งหลักมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยสถานพยาบาลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจะต้องสำรองไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้โครงสร้างพื้นฐานจะได้รับผลกระทบชั่วคราวจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ของน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีความเสี่ยงควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นการป้องกันล่วงหน้า แต่ความรุนแรงที่แท้จริงของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการหยุดชะงักของบริการในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

เหตุการณ์

มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

แหล่งข่าวเดียว
มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

มะลิ โคทส์ นักแสดงสาวชาวไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากคบหาดูใจกันมา 7 ปี

มะลิ โคทส์ นักแสดงและนางแบบสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่ม ระหว่างงานเปิดตัวแพลตฟอร์มความงามแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การขอแต่งงานเกิดขึ้นริมทะเลในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของมะลิ ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาที่อั้มเคยให้ไว้ว่าจะขอแต่งงานก่อนที่เธอจะอายุครบ 35 ปี

ทั้งคู่ซึ่งคบหากันมานานถึง 7 ปี ได้แบ่งปันความตื่นเต้นระหว่างงานเปิดตัว Premium Beauty Booking Platform ที่ The Corner House ถนนเจริญกรุง มะลิบรรยายถึงช่วงเวลานั้นว่าตื่นเต้นจนหูดับและมือไม้สั่น ส่วนอั้มซึ่งมาร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจให้แฟนสาว ได้แสดงความมุ่งมั่นและชื่นชมในบุคลิกที่ตรงไปตรงมาของมะลิ พร้อมกล่าวติดตลกว่า "ลูกผู้ชายตัวจริงต้องกลัวแฟน"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการบันเทิงไทย ข่าวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง แม้ว่าทั้งคู่จะยืนยันเรื่องการหมั้นหมายและตั้งใจจะแต่งงานกันแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันหรือสถานที่จัดงานแต่งงาน แฟนๆ ต่างรอคอยการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของทั้งคู่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

แหล่งข่าวเดียว
รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

เทศบาลนครรังสิตประกาศเตือนภัยระดับธงแดงเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เทศบาลนครรังสิตได้ขึ้นธงแดงอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในระดับสูง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระดับน้ำในพื้นที่ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 1.81 เมตร ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำท้องถิ่นรวมถึง 'บิ๊กแจ๊ส' (คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ได้ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองและประสานงานการเฝ้าระวัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ธงแดงทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการว่าสภาพการณ์มีความเสี่ยงและควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งคลองควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของเทศบาลอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทาง

แม้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ในเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานะธงแดงจะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีการอพยพหรือใช้มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หรือคำแนะนำใหม่จากเทศบาลนครรังสิต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การรวมตัวครั้งใหญ่ในนราธิวาสเนื่องในงานมงคลสมรสและคดีความที่ยังดำเนินอยู่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การรวมตัวครั้งใหญ่ในนราธิวาสเนื่องในงานมงคลสมรสและคดีความที่ยังดำเนินอยู่

ประชาชนนับหมื่นคนรวมตัวกันในนราธิวาสเพื่อร่วมงานมงคลสมรสของบุตรชายนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติเข้าร่วม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การรวมตัวครั้งใหญ่ในนราธิวาสเนื่องในงานมงคลสมรสและคดีความที่ยังดำเนินอยู่

แหล่งข่าวเดียว
การรวมตัวครั้งใหญ่ในนราธิวาสเนื่องในงานมงคลสมรสและคดีความที่ยังดำเนินอยู่

ประชาชนนับหมื่นคนรวมตัวกันในนราธิวาสเพื่อร่วมงานมงคลสมรสของบุตรชายนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติเข้าร่วม

เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 มีประชาชนจำนวนมากประมาณกว่าหนึ่งหมื่นคนมารวมตัวกันที่บ้านส้มป่อย ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมงาน 'วาลีมะห์' หรือพิธีฉลองมงคลสมรสของบุตรชายนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติมาเป็นประธานในงาน

นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองแล้ว การรวมตัวครั้งนี้ยังเป็นการแสดงพลังสนับสนุนในประเด็นทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยงานนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาครบ 6 เดือนนับจากเหตุการณ์ลอบยิงที่เกี่ยวข้องกับ สส. ท่านนี้ ผู้สนับสนุนจากพื้นที่ต่างๆ ได้ใช้โอกาสนี้ในการแสดงความให้กำลังใจแก่นักการเมืองในขณะที่การสืบสวนคดีดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การรวมตัวทางการเมืองขนาดใหญ่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง แต่อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่และมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง แม้บรรยากาศในงานจะเป็นไปอย่างคึกคัก แต่ผู้ที่เดินทางผ่านอำเภอบาเจาะควรระมัดระวังเรื่องความล่าช้าบนท้องถนนในช่วงที่มีกิจกรรมทางการเมืองสำคัญ ทั้งนี้ ความคืบหน้าอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการสืบสวนคดีลอบยิงยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ และสาธารณชนยังคงติดตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 13:11 UTC

นักกิจกรรมปลุกระดมล่า 300,000 รายชื่อเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักกิจกรรมปลุกระดมล่า 300,000 รายชื่อเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

นักกิจกรรมทางการเมือง 'มายด์' กำลังระดมพลประชาชนเพื่อรวบรวม 300,000 รายชื่อยื่นต่อรัฐสภาเพื่อขอให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเตือนว่าหากนิ่งเฉยอาจได้รัฐธรรมนูญที่แย่กว่าฉบับปี 2560

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักกิจกรรมปลุกระดมล่า 300,000 รายชื่อเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

แหล่งข่าวเดียว
นักกิจกรรมปลุกระดมล่า 300,000 รายชื่อเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

นักกิจกรรมทางการเมือง 'มายด์' กำลังระดมพลประชาชนเพื่อรวบรวม 300,000 รายชื่อยื่นต่อรัฐสภาเพื่อขอให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเตือนว่าหากนิ่งเฉยอาจได้รัฐธรรมนูญที่แย่กว่าฉบับปี 2560

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า 'มายด์' นักกิจกรรมทางการเมืองได้เปิดตัวแคมเปญเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยมีส่วนร่วมในความเคลื่อนไหวเพื่อร่าง 'รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน' โดยมีเป้าหมายรวบรวมรายชื่อให้ครบ 300,000 รายชื่อเพื่อยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อรัฐสภาไทย

ตามรายงานระบุว่า นักกิจกรรมรายนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ของประชาชนและการมีส่วนร่วมเชิงรุก โดยเสนอว่าหากประชาชนยังคงนิ่งเฉย ประเทศอาจเสี่ยงที่จะได้กรอบรัฐธรรมนูญที่อาจเข้มงวดหรือเป็นปัญหามากกว่าฉบับปี 2560 แคมเปญนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นความพยายามครั้งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการทางกฎหมายสะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชน แทนที่จะถูกกำหนดโดยโครงสร้างทางการเมืองที่มีอยู่เพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญในประเทศไทย แม้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตย แต่บางครั้งอาจนำไปสู่การรวมตัวของประชาชนหรือกิจกรรมทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในเขตเมืองใหญ่ ขณะนี้แคมเปญอยู่ในช่วงการระดมพล ยังคงต้องติดตามว่าผู้จัดจะสามารถรวบรวมรายชื่อได้ครบตามเป้าหมายเร็วเพียงใด และรัฐสภาจะมีท่าทีอย่างไรต่อคำร้องดังกล่าวเมื่อมีการยื่นเสนอ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อดูผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการชุมนุมสาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 13:50 UTC

กองทัพเรือชี้แจงเป้าหมาย 'ต่อเรือในประเทศ 100%' เป็นเป้าหมายระยะยาว
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือชี้แจงเป้าหมาย 'ต่อเรือในประเทศ 100%' เป็นเป้าหมายระยะยาว

กองทัพเรือไทยชี้แจงว่าเป้าหมายการต่อเรือในประเทศ 100% เป็นเป้าหมายระยะยาว และไม่ได้มีผลบังคับใช้กับโครงการจัดหาเรือฟริเกตในปัจจุบัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กองทัพเรือชี้แจงเป้าหมาย 'ต่อเรือในประเทศ 100%' เป็นเป้าหมายระยะยาว

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือชี้แจงเป้าหมาย 'ต่อเรือในประเทศ 100%' เป็นเป้าหมายระยะยาว

กองทัพเรือไทยชี้แจงว่าเป้าหมายการต่อเรือในประเทศ 100% เป็นเป้าหมายระยะยาว และไม่ได้มีผลบังคับใช้กับโครงการจัดหาเรือฟริเกตในปัจจุบัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 กองทัพเรือไทยได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับคำว่า 'ต่อเรือในประเทศ 100%' โดยโฆษกกองทัพเรือได้กล่าวถึงความสับสนของสาธารณชน โดยอธิบายว่าเป้าหมายดังกล่าวเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทางทะเลของไทย ไม่ใช่ข้อกำหนดเร่งด่วนสำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำชี้แจงนี้ช่วยจัดการความคาดหวังเกี่ยวกับขีดความสามารถในการผลิตด้านการป้องกันประเทศในท้องถิ่นและกรอบเวลาการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมภายในประเทศเมื่อเวลาผ่านไป แต่การจัดหาเรือฟริเกตในปัจจุบันจะดำเนินต่อไปภายใต้กรอบการจัดซื้อจัดจ้างที่มีอยู่เดิม แทนที่จะอยู่ภายใต้ข้อบังคับให้ต้องต่อเรือในประเทศทั้งหมด

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากองทัพเรือมีแผนอย่างไรในการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการด้านการผลิตภายในประเทศในอนาคตกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือความร่วมมือระหว่างประเทศ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าคำแถลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแยกแยะระหว่างนโยบายอุตสาหกรรมที่ตั้งเป้าไว้กับภาระผูกพันตามสัญญาเฉพาะของโครงการเรือฟริเกตที่กำลังดำเนินอยู่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนในการบรรลุเป้าหมายการต่อเรือในประเทศ 100%

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 13:30 UTC

ทนาย 'ด่าง' ชี้รัฐประหารแบบเดิมใช้ไม่ได้แล้วในไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ทนาย 'ด่าง' ชี้รัฐประหารแบบเดิมใช้ไม่ได้แล้วในไทย

อานนท์ นำภา หรือ 'ทนายด่าง' ยืนยันว่ายุคสมัยของการทำรัฐประหารแบบเดิมในไทยได้ผ่านพ้นไปแล้ว พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ทนาย 'ด่าง' ชี้รัฐประหารแบบเดิมใช้ไม่ได้แล้วในไทย

แหล่งข่าวเดียว
ทนาย 'ด่าง' ชี้รัฐประหารแบบเดิมใช้ไม่ได้แล้วในไทย

อานนท์ นำภา หรือ 'ทนายด่าง' ยืนยันว่ายุคสมัยของการทำรัฐประหารแบบเดิมในไทยได้ผ่านพ้นไปแล้ว พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ทนายด่าง' ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยเขามองว่ารูปแบบการทำรัฐประหารแบบดั้งเดิมนั้นไม่ใช่วิธีการที่สามารถใช้ยึดหรือรักษาอำนาจได้อีกต่อไปในยุคปัจจุบัน

อานนท์เน้นย้ำว่าหนทางเดียวที่ยั่งยืนสำหรับประเทศคือการที่ประชาชนต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่างกฎหมายของประเทศ โดยเขาแสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าเจตจำนงร่วมของประชาชนจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของการปกครองไทยในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ มุมมองนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญและธรรมชาติของเสถียรภาพทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในประเทศ แม้ว่าถ้อยแถลงดังกล่าวจะเป็นเพียงมุมมองของนักกิจกรรมคนสำคัญ แต่ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายที่กว้างขวางและซับซ้อนเกี่ยวกับกระบวนการทางประชาธิปไตยของไทย ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าความคิดเห็นเหล่านี้เป็นจุดยืนส่วนตัวของทนายความ และไม่ได้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลหรือสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามต่อไปว่าข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายเหล่านี้จะส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองระดับชาติอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 13:10 UTC

ความท้าทายทางกฎหมายหลังมติ กกต. เกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความท้าทายทางกฎหมายหลังมติ กกต. เกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

กลุ่ม สว. สำรองกำลังยื่นคัดค้านมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จำกัดการดำเนินคดีเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความท้าทายทางกฎหมายหลังมติ กกต. เกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความท้าทายทางกฎหมายหลังมติ กกต. เกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

กลุ่ม สว. สำรองกำลังยื่นคัดค้านมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จำกัดการดำเนินคดีเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยได้ก่อให้เกิดการถกเถียงในสังคมเมื่อเร็วๆ นี้ จากการตัดสินใจส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องเพียง 77 ราย ซึ่งรวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน 26 ราย ในข้อหาความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา แม้ว่านักการเมืองและกรรมการบริหารพรรคจำนวนมากจะรอดพ้นจากคดี แต่การตัดสินใจดังกล่าวก็เผชิญกับการตรวจสอบอย่างหนักจากสาธารณชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบ

เพื่อเป็นการตอบโต้ กลุ่ม สว. สำรองได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งเปิดช่องให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง โดยศาลได้รับคำร้องของนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว. สำรอง ที่คัดค้านคุณสมบัติของ สว. สองราย คือ นางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ เกี่ยวกับการจัดกลุ่มอาชีพ ซึ่งศาลได้กำหนดวันตรวจพยานหลักฐานในเรื่องนี้แล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้สังเกตการณ์ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้มติเริ่มต้นของ กกต. จะทำให้บุคคลทางการเมืองบางส่วนเบาใจลง แต่ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม สว. สำรองชี้ให้เห็นว่าการต่อสู้ทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังต้องติดตามว่าศาลฎีกาจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรต่อคำร้องเหล่านี้ และความท้าทายดังกล่าวจะนำไปสู่การสอบสวนกระบวนการคัดเลือกในวงกว้างขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 13:31 UTC

สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเครือข่ายสแกมเมอร์ พบชื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยคลังไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเครือข่ายสแกมเมอร์ พบชื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยคลังไทย

ประธานคณะกรรมาธิการสองชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของไทยด้วย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเครือข่ายสแกมเมอร์ พบชื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยคลังไทย

แหล่งข่าวเดียว
สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเครือข่ายสแกมเมอร์ พบชื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยคลังไทย

ประธานคณะกรรมาธิการสองชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของไทยด้วย

บทบรรณาธิการของ Khaosod Online ระบุว่า ประธานคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ 2 คณะของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณาสอบสวนและอาจคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรที่มีเบาะแสเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยมีชื่อของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของไทยปรากฏอยู่ในรายชื่อที่ถูกเสนอให้ตรวจสอบ

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ การมีชื่อปรากฏในรายชื่อดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิด โดยบุคคลดังกล่าวได้ปฏิเสธชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ การฟอกเงิน หรืออาชญากรรมข้ามชาติ และพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยเอกสารและหลักฐาน

เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดการถกเถียงทางการเมืองภายในประเทศไทย โดย สส. ฝ่ายค้านได้ตั้งคำถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับความคืบหน้าในการตรวจสอบเครือข่ายทางการเงินดังกล่าว ทั้งนี้มีความกังวลว่าปัจจัยทางการเมืองอาจเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำให้การตรวจสอบล่าช้าหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวเคยได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้นต่อประเทศไทยในการจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังแสดงท่าทีพร้อมใช้กฎหมายของตนเพื่อปกป้องประชาชน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลไทยจะสามารถจัดการกับการตรวจสอบนี้ได้อย่างอิสระและโปร่งใสเพียงใด เนื่องจากผลลัพธ์ที่ออกมาจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและกระบวนการยุติธรรมของไทยในสายตานานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 13:10 UTC

ธิดา ถาวรเศรษฐ เตือนอย่าให้พรรคการเมืองครอบงำการเคลื่อนไหวทางการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธิดา ถาวรเศรษฐ เตือนอย่าให้พรรคการเมืองครอบงำการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง เตือนให้ระวังการที่พรรคการเมืองเข้ามาควบคุมการเคลื่อนไหวภาคประชาชนมากเกินไป พร้อมเสนอให้มุ่งเน้นยุทธศาสตร์ไปที่วุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธิดา ถาวรเศรษฐ เตือนอย่าให้พรรคการเมืองครอบงำการเคลื่อนไหวทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ธิดา ถาวรเศรษฐ เตือนอย่าให้พรรคการเมืองครอบงำการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง เตือนให้ระวังการที่พรรคการเมืองเข้ามาควบคุมการเคลื่อนไหวภาคประชาชนมากเกินไป พร้อมเสนอให้มุ่งเน้นยุทธศาสตร์ไปที่วุฒิสภา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 ธิดา ถาวรเศรษฐ บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ออกมาเตือนสาธารณะเกี่ยวกับอิทธิพลของพรรคการเมืองที่มีต่อกลุ่มนักกิจกรรมอิสระ ธิดาย้ำว่าการเคลื่อนไหวภาคประชาชนควรรักษาความเป็นอิสระและหลีกเลี่ยงการถูก 'ครอบงำ' โดยวาระของพรรคการเมือง โดยอ้างถึงบทเรียนทางประวัติศาสตร์จากยุคคนเสื้อแดง

ในการวิเคราะห์ของเธอ ธิดาเสนอว่าเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมีประสิทธิภาพ นักกิจกรรมจะต้องระบุและโจมตี 'จุดอ่อนที่สุด' ภายในโครงสร้างอำนาจปัจจุบัน โดยเธอได้ชี้เป้าไปที่วุฒิสภาว่าเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการทลายกำแพงทางการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำแถลงนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนที่ยังคงดำเนินอยู่ของภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศ และความตึงเครียดระหว่างอำนาจสถาบันกับการเคลื่อนไหวภาคประชาชน แม้ว่าการเรียกร้องให้ดำเนินการจะมีความชัดเจน แต่ผลกระทบในทางปฏิบัติสำหรับการประท้วงในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความคิดเห็นเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อกลยุทธ์ของกลุ่มนักกิจกรรมในปัจจุบัน หรือจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนแนวทางที่กลุ่มการเมืองมีปฏิสัมพันธ์กับวุฒิสภาหรือไม่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศการดำเนินการเฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงองค์กรใดๆ เพื่อตอบสนองต่อคำกล่าวเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 12:50 UTC

ภูมิธรรมสะท้อนมุมมองครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ภูมิธรรมสะท้อนมุมมองครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

รองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวถึงวาระครบรอบ 20 ปี ของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยระบุว่าเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของความไม่มั่นคงทางการเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ภูมิธรรมสะท้อนมุมมองครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

แหล่งข่าวเดียว
ภูมิธรรมสะท้อนมุมมองครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

รองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวถึงวาระครบรอบ 20 ปี ของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยระบุว่าเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของความไม่มั่นคงทางการเมือง

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย ได้โพสต์ข้อความสะท้อนมุมมองสาธารณะเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ภูมิธรรมได้ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทย โดยตั้งข้อสังเกตว่าแม้การรัฐประหารจะสามารถเปลี่ยนตัวผู้มีอำนาจได้ในชั่วข้ามคืน แต่การฟื้นฟูและสร้างความมั่นคงของชาติกลับต้องใช้เวลาชั่วชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย วันครบรอบนี้ถือเป็นการเตือนใจถึงประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ซับซ้อนของประเทศ แม้ว่าการสะท้อนมุมมองเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในวาทกรรมสาธารณะ แต่ก็เน้นย้ำถึงการสนทนาระดับชาติที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบริหารประเทศและกระบวนการทางประชาธิปไตย ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการแสดงความคิดเห็นนี้จะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลหรือความสงบเรียบร้อยในปัจจุบันแต่อย่างใด

ในขณะนี้ คำแถลงดังกล่าวยังคงเป็นเพียงการสะท้อนมุมมองส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าวาทกรรมทางการเมืองในประเทศไทยมักจะเข้มข้นขึ้นในช่วงวันครบรอบทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวโดยทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบจากการอภิปรายเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและรักษาความเป็นกลางในประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ไม่มีการประกาศการดำเนินการอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับข้อความดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 12:31 UTC

ภูมิธรรม เวชยชัย สะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ภูมิธรรม เวชยชัย สะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

อดีตรองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย ได้กล่าวถึงวาระครบรอบ 20 ปี ของการรัฐประหารปี 2549 โดยเน้นย้ำถึงความเสียหายระยะยาวที่การกระทำดังกล่าวส่งผลต่อเสถียรภาพทางประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ภูมิธรรม เวชยชัย สะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

แหล่งข่าวเดียว
ภูมิธรรม เวชยชัย สะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

อดีตรองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย ได้กล่าวถึงวาระครบรอบ 20 ปี ของการรัฐประหารปี 2549 โดยเน้นย้ำถึงความเสียหายระยะยาวที่การกระทำดังกล่าวส่งผลต่อเสถียรภาพทางประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความสะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี ของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online นายภูมิธรรมซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ถูกยึดอำนาจในเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ระบุว่าการรัฐประหารเป็นบทเรียนสำคัญที่ประเทศไทยต้องเรียนรู้

ในแถลงการณ์ นายภูมิธรรมระบุว่าการใช้อำนาจนอกระบบเพื่อทำลายกลไกประชาธิปไตยได้สร้างความขัดแย้งและทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสมาตลอดสองทศวรรษ เขาเน้นย้ำว่าแม้การเปลี่ยนผู้มีอำนาจจะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืนผ่านการกระทำดังกล่าว แต่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของชาติและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจต้องใช้เวลาที่ยาวนานกว่ามาก เขาเรียกร้องให้สังคมไทยร่วมกันตรวจสอบและเรียนรู้จากเหตุการณ์ในอดีตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทำลายโอกาสของประเทศอีกในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การสะท้อนมุมมองนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความผันผวนทางการเมืองในอดีตที่หล่อหลอมการปกครองของไทยในปัจจุบัน แม้ว่าสถานการณ์ในประเทศจะยังคงมีเสถียรภาพ แต่ในวาระครบรอบเช่นนี้มักจะมีการอภิปรายทางการเมืองและการถกเถียงในที่สาธารณะเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์การเมืองไทยอาจสังเกตเห็นการอภิปรายที่เข้มข้นขึ้นในสื่อต่างๆ ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อคิดเห็นเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญและเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 12:32 UTC

เกิดการหารือเกี่ยวกับเกณฑ์คะแนนเสียงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดการหารือเกี่ยวกับเกณฑ์คะแนนเสียงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สื่อไทยรายงานถึงการอภิปรายทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเกณฑ์คะแนนเสียง 70 เสียงสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดการหารือเกี่ยวกับเกณฑ์คะแนนเสียงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แหล่งข่าวเดียว
เกิดการหารือเกี่ยวกับเกณฑ์คะแนนเสียงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สื่อไทยรายงานถึงการอภิปรายทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเกณฑ์คะแนนเสียง 70 เสียงสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ตามรายงานจากไทยโพสต์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 การหารือทางการเมืองในประเทศไทยได้มุ่งเน้นไปที่กลไกสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการอ้างถึงเกณฑ์ '70 เสียง' ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับกฎหมายสูงสุดของประเทศและข้อกำหนดทางขั้นตอนที่จำเป็นในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระบบการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข่าวนี้มีความสำคัญเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญมักส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองโดยรวม โครงสร้างการปกครอง และเสถียรภาพของสภาพแวดล้อมทางกฎระเบียบ แม้ว่าการหารือดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งตามปกติของกระบวนการประชาธิปไตย แต่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือความรู้สึกของสาธารณชนซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อชีวิตประจำวันหรือการดำเนินธุรกิจในประเทศได้

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้สะท้อนถึงวาทกรรมทางการเมืองในปัจจุบัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการนำเกณฑ์ 70 เสียงนี้ไปใช้ ขอบเขตของการแก้ไขที่เสนอ และกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าการหารือเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่ข้อเสนออย่างเป็นทางการในรัฐสภาหรือยังคงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวาทกรรมทางการเมืองในวงกว้าง เมื่อสถานการณ์พัฒนาขึ้น จำเป็นต้องมีการชี้แจงเพิ่มเติมจากช่องทางของรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบในทางปฏิบัติสำหรับสาธารณชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 12:25 UTC

กองทัพเรือไทยชี้แจงกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกต
การเมือง ได้รับการยืนยัน

กองทัพเรือไทยชี้แจงกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกต

กองทัพเรือไทยยืนยันว่าจะดำเนินโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตต่อไป แม้จะมีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเหลือเพียงรายเดียวก็ตาม

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กองทัพเรือไทยชี้แจงกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกต

ได้รับการยืนยัน
กองทัพเรือไทยชี้แจงกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกต

กองทัพเรือไทยยืนยันว่าจะดำเนินโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตต่อไป แม้จะมีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเหลือเพียงรายเดียวก็ตาม

กองทัพเรือไทย (ทร.) ได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่องโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตที่กำลังดำเนินอยู่ หลังจากมีรายงานว่าเหลือผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเพียงรายเดียว กองทัพเรือได้ชี้แจงว่าสามารถดำเนินการต่อไปได้ตามมาตรา 56 ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ตามข้อมูลของกองทัพเรือ การตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้เป็นไปตามความจำเป็นทางยุทธการ เจ้าหน้าที่ระบุว่าหากการจัดซื้อล่าช้าออกไปอาจส่งผลให้เกิดช่องว่างทางขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการปกป้องอธิปไตยของชาติ การอ้างถึงบทบัญญัติเฉพาะของกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าโครงการจะเป็นไปตามกำหนดการ แม้จะไม่มีการแข่งขันในการประมูลก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลต่อการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและความมั่นคงทางทะเล แม้กระบวนการจัดซื้อจะดำเนินต่อไป แต่รายละเอียดสัญญาขั้นสุดท้ายและกำหนดการส่งมอบเรือยังคงต้องรอการยืนยัน กองทัพเรือยืนยันว่าแนวทางนี้มีความจำเป็นต่อการรักษาความพร้อมในการปฏิบัติการในภูมิภาค ทั้งนี้ คาดว่ากระทรวงกลาโหมจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงบประมาณโครงการและผู้รับเหมาที่ได้รับคัดเลือกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:46 UTC

วิเคราะห์การเมือง: ความท้าทายที่พรรคก้าวหน้ากำลังเผชิญ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วิเคราะห์การเมือง: ความท้าทายที่พรรคก้าวหน้ากำลังเผชิญ

บทวิเคราะห์การเมืองล่าสุดทาง Matichon TV อภิปรายถึงการต่อสู้ทางอุดมการณ์ในปัจจุบันและอิทธิพลที่ลดลงของพรรคก้าวหน้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วิเคราะห์การเมือง: ความท้าทายที่พรรคก้าวหน้ากำลังเผชิญ

แหล่งข่าวเดียว
วิเคราะห์การเมือง: ความท้าทายที่พรรคก้าวหน้ากำลังเผชิญ

บทวิเคราะห์การเมืองล่าสุดทาง Matichon TV อภิปรายถึงการต่อสู้ทางอุดมการณ์ในปัจจุบันและอิทธิพลที่ลดลงของพรรคก้าวหน้า

ในรายการ 'ประชาธิปไตยสองสี' ตอนที่ 128 อธึกกิต แสวงสุข ได้วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของพรรคก้าวหน้า ตามรายงานจาก Matichon Online การอภิปรายมุ่งเน้นไปที่ความพยายามของพรรคในการรักษาแรงขับเคลื่อนท่ามกลางภูมิทัศน์โลกที่มีอุดมการณ์แตกแยกและขาดระเบียบที่ชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย บทวิเคราะห์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ในบรรยากาศทางการเมืองของประเทศ การเข้าใจถึงความท้าทายทางอุดมการณ์เหล่านี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ติดตามการบริหารงานในท้องถิ่นและอิทธิพลที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มการเมืองหลัก บทวิเคราะห์ระบุว่าพรรคกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการนำกระแสสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนในอดีต

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ รายงานนี้เป็นมุมมองของนักวิจารณ์การเมืองและไม่ใช่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทางพรรคเอง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความผันผวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามพัฒนาการต่อไปเกี่ยวกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ของพรรคและความสามารถในการกอบกู้สถานะในสายตาของสาธารณชน ทั้งนี้ ไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ในบทวิเคราะห์นี้ โดยยังคงเป็นการประเมินแนวโน้มทางการเมืองและอิทธิพลขององค์กรเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:50 UTC

พริษฐ์ วัชรสินธุ จี้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พริษฐ์ วัชรสินธุ จี้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ 3 สำนวนที่เกี่ยวข้องกับ สว. พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พริษฐ์ วัชรสินธุ จี้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ สว.

แหล่งข่าวเดียว
พริษฐ์ วัชรสินธุ จี้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ 3 สำนวนที่เกี่ยวข้องกับ สว. พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน

พริษฐ์ วัชรสินธุ นักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทย ให้ดำเนินการตรวจสอบ 3 สำนวนที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ด้วยมาตรฐานที่สอดคล้องกัน ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 พริษฐ์เน้นย้ำว่าความจริงจะต้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในกระบวนการตรวจสอบ

เมื่อถูกถามถึงความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกรณีเหล่านี้กับพรรคประชาชน โดยเฉพาะประเด็นการหารือใน 'ห้องจูปิเตอร์' และโพสต์บนโซเชียลมีเดียของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พริษฐ์ปฏิเสธที่จะให้คำตอบโดยตรง โดยเขายืนยันว่าควรให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของมาตรฐานขั้นตอนการทำงานของ กกต. มากกว่าการคาดเดาถึงความเกี่ยวข้องทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับองค์ประกอบและการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภา แม้ว่าการตรวจสอบเหล่านี้จะเป็นเรื่องภายในทางการเมือง แต่ก็สะท้อนถึงบรรยากาศการกำกับดูแลของสถาบันในประเทศ ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของทั้ง 3 สำนวนยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่มีการยืนยันว่าผลสรุปสุดท้ายของการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร หรือจะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือการตัดสิทธิ์หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอให้ กกต. เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตและกรอบเวลาของการตรวจสอบเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:30 UTC

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้แจงข้อกำหนดด้านหลักฐานในคดีการคัดเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้แจงข้อกำหนดด้านหลักฐานในคดีการคัดเลือก ส.ว.

ณัฐนันท์ กัลยาศิริ อดีตผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า 'โพย' เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์การฮั้วในกระบวนการคัดเลือก ส.ว.

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้แจงข้อกำหนดด้านหลักฐานในคดีการคัดเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้แจงข้อกำหนดด้านหลักฐานในคดีการคัดเลือก ส.ว.

ณัฐนันท์ กัลยาศิริ อดีตผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า 'โพย' เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์การฮั้วในกระบวนการคัดเลือก ส.ว.

ณัฐนันท์ กัลยาศิริ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความคืบหน้าของการสอบสวนกรณีการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยอ้างอิงจากรายงานของ Thai Post นายณัฐนันท์เน้นย้ำว่า แม้จะมี 'โพย' หรือรายชื่อผู้สมัครปรากฏออกมา แต่เอกสารเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การตัดสินความผิดทางกฎหมายได้

นายณัฐนันท์ให้เหตุผลว่า เพื่อให้คดีสามารถดำเนินต่อไปในชั้นศาลได้ พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องจัดหาหลักฐานที่ชัดเจนซึ่งเชื่อมโยงรายชื่อดังกล่าวเข้ากับนักการเมืองเฉพาะราย และต้องมีหลักฐานการซื้อเสียงประกอบด้วย เขาระบุว่าการมีอยู่ของเอกสารดังกล่าวไม่ถือเป็นความผิดโดยอัตโนมัติหากไม่มีการพิสูจน์ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับอิทธิพลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือธุรกรรมทางการเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกทางการเมืองของประเทศ แม้ว่าการสอบสวนจะเป็นประเด็นทางการเมืองภายใน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบกฎหมายไทยในการจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และยังต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วได้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามดูว่ากระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินไปอย่างไร และจะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อบุคคลทางการเมืองหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:25 UTC

พริษฐ์ วัชรสินธุ เรียกร้องให้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พริษฐ์ วัชรสินธุ เรียกร้องให้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบกรณี สว. สีส้ม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พริษฐ์ วัชรสินธุ เรียกร้องให้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ

แหล่งข่าวเดียว
พริษฐ์ วัชรสินธุ เรียกร้องให้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบกรณี สว. สีส้ม

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมแบงค็อก มิดทาวน์ ราชเทวี เกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งสอบสวนเพิ่มเติมใน 3 สำนวนที่เกี่ยวข้องกับ สว. สีส้ม ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นการเอาคืนทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับประเด็นห้องจูปิเตอร์และการโพสต์ข้อความของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

นายพริษฐ์ย้ำว่าความจริงเป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะสังกัดพรรคการเมืองใด โดยเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบทุกกรณีด้วยมาตรฐานทางกฎหมายเดียวกัน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีแนวคิดทางการเมืองอย่างไร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกรอบเวลาในการทำงานของ กกต. ว่าเหตุใดจึงเพิ่งมีมติดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมหลังจากวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา แทนที่จะดำเนินการไปพร้อมกับกรณีอื่นๆ ในกรอบเวลาเดียวกัน

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามการเมืองไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นกลางขององค์กรอิสระ ทั้งนี้ นายพริษฐ์ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างพรรคประชาชนกับประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเรื่องความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรมอย่างไร และจะมีการขยายผลการตรวจสอบไปยังกลุ่มการเมืองอื่นๆ เพื่อรักษาความเป็นกลางที่สังคมคาดหวังหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:20 UTC

ความตึงเครียดทางการเมืองพุ่งสูงขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดทางการเมืองพุ่งสูงขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน โต้แย้งคำกล่าวอ้างเรื่องช่วงเวลาของการฮั้วเลือก สว. พร้อมยืนยันว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งต่อไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองพุ่งสูงขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองพุ่งสูงขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน โต้แย้งคำกล่าวอ้างเรื่องช่วงเวลาของการฮั้วเลือก สว. พร้อมยืนยันว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งต่อไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ความขัดแย้งทางการเมืองทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน ได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวอ้างของนายภราดร ปริศนานันทกุล ที่ระบุว่า 'โพย' หรือรายชื่อการฮั้วนั้นถูกจัดทำขึ้นหลังจากกระบวนการคัดเลือกเสร็จสิ้นแล้ว

นายพริษฐ์มองว่าคำอธิบายดังกล่าวฟังไม่ขึ้น โดยยืนยันว่าหลักฐานบ่งชี้ถึงการประสานงานที่มีการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นระบบ พร้อมประกาศว่าฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปและตั้งใจที่จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาครั้งหน้า

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณของช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางนิติบัญญัติ แม้เหตุการณ์เหล่านี้จะเน้นไปที่กระบวนการภายในรัฐสภา แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันประชาธิปไตยในประเทศไทย ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายค้านจะสามารถนำเสนอหลักฐานที่ชัดเจนในระหว่างการอภิปรายเพื่อยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วก่อนการคัดเลือกได้หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่ออัปเดตตารางการทำงานของรัฐสภาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบเหล่านี้ต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:10 UTC

นายกฯ อนุทิน เยือนวัดที่พิษณุโลกก่อนเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เยือนวัดที่พิษณุโลกก่อนเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปวัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอพรและเสริมสิริมงคลก่อนการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์ก

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เยือนวัดที่พิษณุโลกก่อนเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เยือนวัดที่พิษณุโลกก่อนเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปวัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอพรและเสริมสิริมงคลก่อนการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์ก

เมื่อวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เดินทางไปที่วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อทำบุญและขอพรตามประเพณี

ตามรายงานของ Khaosod English การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมทางจิตใจก่อนการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการที่นิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเคลื่อนไหวทางการเมืองระดับสูงเช่นนี้มักเกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัยชั่วคราวหรือการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรในบริเวณใกล้เคียงเส้นทางของรัฐบาลหรือสนามบินหลัก แม้ว่าการเยือนวัดของนายกรัฐมนตรีจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นภารกิจทางการทูตในเวทีระหว่างประเทศ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกำหนดการเดินทางทั้งหมดของนายกรัฐมนตรีในนิวยอร์กหรือระยะเวลาที่แน่ชัดในการพำนักในต่างประเทศ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาลหรือการปรากฏตัวต่อสาธารณะในช่วงที่นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:51 UTC

พรรคประชาชนเปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งท้องถิ่นนนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนเปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งท้องถิ่นนนทบุรี

พรรคประชาชน (PP) เร่งเครื่องหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายในจังหวัดนนทบุรี โดยมุ่งหวังผลักดันให้ 'เดชรัต สุขกำเนิด' ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนเปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งท้องถิ่นนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนเปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งท้องถิ่นนนทบุรี

พรรคประชาชน (PP) เร่งเครื่องหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายในจังหวัดนนทบุรี โดยมุ่งหวังผลักดันให้ 'เดชรัต สุขกำเนิด' ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 พรรคประชาชน (PP) ได้ระดมทีมงานเพื่อหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมาถึงในจังหวัดนนทบุรี พรรคกำลังเร่งสร้างความสนใจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายหลักคือการผลักดันให้ นายเดชรัต สุขกำเนิด ได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นนทบุรี กิจกรรมทางการเมืองนี้บ่งบอกถึงช่วงเวลาของการหาเสียงที่เข้มข้นขึ้น การเลือกตั้งท้องถิ่นมักส่งผลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค บริการสาธารณะ และการจัดการชุมชน ซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันและนโยบายการบริหารในท้องถิ่น แม้ว่าพรรคจะพยายามอย่างเต็มที่ในการระดมเสียงสนับสนุน แต่ผลการเลือกตั้งยังคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ในขณะที่การหาเสียงเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าความพยายามเหล่านี้จะส่งผลต่อจำนวนผู้มาใช้สิทธิและการสนับสนุนในคูหาเลือกตั้งอย่างไร ผู้อยู่อาศัยควรทราบว่ากิจกรรมทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การรวมตัวชั่วคราวหรือกิจกรรมหาเสียงในพื้นที่สาธารณะ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายเฉพาะของผู้สมัครและวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะได้รับการยืนยันต่อไปในขณะที่กระบวนการเลือกตั้งดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:55 UTC