ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ ✦
เทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ✦
เศรษฐกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม ✦
เศรษฐกิจ ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ ✦
กฎหมาย ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง ✦
เหตุการณ์ ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' ✦
การขนส่ง

รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนขบวนรถนอนในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนกันในย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนรถนอนซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ามีพนักงานการรถไฟได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้ว่าจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัดและสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเฉี่ยวชนยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อตารางเวลาของรถไฟที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ ผู้โดยสารควรตรวจสอบความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงการให้บริการกับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนวางแผนการเดินทาง

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเฉี่ยวชน อาการปัจจุบันของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บ และกรอบเวลาที่คาดว่าจะสามารถเคลียร์เส้นทางและกลับมาให้บริการตามปกติได้ ทางการยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความผิดพลาดทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์ที่อาจมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการกลับมาให้บริการตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เทคโนโลยี

กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูล Telehouse ในเขตห้วยขวางผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของบริษัท เทเลเฮ้าส์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

การตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทยนั้นเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังการประเมิน กระทรวงฯ ยืนยันว่าสถานที่ดังกล่าวผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเขตห้วยขวาง ประกาศนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสถานที่ดังกล่าวมีการดำเนินงานภายใต้แนวทางด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกำหนด การกำกับดูแลเช่นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง

แม้ว่าสถานที่ดังกล่าวจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานในปัจจุบันแล้ว แต่รายงานไม่ได้ระบุว่ามีการกำหนดการตรวจสอบเป็นระยะในอนาคตหรือไม่ หรือมีการประเมินในลักษณะเดียวกันสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งอื่นๆ ในเมืองหลวงหรือไม่ ประชาชนที่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในกรุงเทพฯ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

ทางการยกระดับการเฝ้าระวังและจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำ เตรียมเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิด 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กำลังติดตามพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด แม้ว่าทางการจะมีการบริหารจัดการระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน นักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพการจราจรในพื้นที่อยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

รัฐบาลไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนในภาคกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เพื่อบริหารจัดการระบบน้ำและดูแลประชาชนในพื้นที่

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลางของประเทศอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลได้วางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุมเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลได้ระดมเครื่องจักรและจัดสรรเจ้าหน้าที่ประจำจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยทีมงานเหล่านี้มีหน้าที่ติดตามระดับน้ำและพร้อมตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการจัดสรรทรัพยากรแล้ว แต่ในรายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดพื้นที่เฉพาะที่อาจเผชิญกับน้ำท่วมขังหรือความล่าช้าในการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินไปนานเท่าใด และจะมีจังหวัดใดที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือมีแผนการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว ควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เศรษฐกิจ

แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

แหล่งข่าวเดียว
แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

Her Hyness เพิ่มงบการตลาดและแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งในตลาดมาสก์และโทนเนอร์แพดของไทยที่มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness กำลังขยายงบประมาณด้านการตลาดอย่างจริงจังเพื่อตอกย้ำตำแหน่งในอุตสาหกรรมมาสก์และโทนเนอร์แพด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในสามเสาหลักของรายได้ และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคชาย

เพื่อสนับสนุนการขยายตัวนี้ แบรนด์ได้แต่งตั้งนักแสดง ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ HYPER T เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่เดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของตลาดความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในท้องถิ่น ซึ่งกำลังตอบสนองต่อกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น แม้ว่าแบรนด์จะประกาศกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อความพร้อมจำหน่ายในร้านค้าปลีกและประสิทธิภาพในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่บริษัทเริ่มดำเนินแคมเปญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:57 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ได้รับการยืนยัน
ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนตุลาคม โดยมุ่งเป้าไปที่ 'ระบอบสีน้ำเงิน'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศว่าฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคมนี้ โดยนายณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังรวบรวมเนื้อหาจากทุกพรรคเพื่อสร้างข้อมูลที่หนักแน่น

ญัตติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกว่า 'ระบอบสีน้ำเงิน' ซึ่งหมายถึงอิทธิพลของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่มีต่อการดำเนินงานของรัฐ องค์กรอิสระ และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐ นายณัฐพงษ์เน้นย้ำว่าพรรคได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้แล้ว รวมถึงรายงานเกี่ยวกับการล็อกสเปกในโครงการของรัฐ และยังคงเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การถกเถียงในสังคมและการเปลี่ยนแปลงด้านเสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย และยังไม่มีการยืนยันวันที่แน่ชัดสำหรับการประชุมสภาฯ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:38 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการนำเข้าทองคำจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ภาครัฐเตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้า

ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569) โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่ามูลค่าการค้ารวมอยู่ที่กว่า 24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.31% จากปีก่อน

มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 26.30% รวมกว่า 12.8 ล้านล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าทองคำจำนวนมาก นอกเหนือจากสินค้าหลักอื่นๆ เช่น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ และอุปกรณ์สื่อสาร แม้ว่าไทยจะยังคงมีการส่งออกที่แข็งแกร่งในกลุ่มคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ปริมาณการนำเข้าทองคำที่สูงขึ้นได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางศุลกากรหรือนโยบายการนำเข้าในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า แม้ว่ากรมศุลกากรจะกำลังพิจารณามาตรการเพื่อควบคุมการนำเข้าเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่หรือผลกระทบต่อตลาดทองคำยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามูลค่าการค้ารวมตลอดปีงบประมาณจะอยู่ที่ 25 ล้านล้านบาท ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนทางการค้าเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาวะตลาดในประเทศหรือเสถียรภาพของค่าเงินอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เน้นย้ำถึงความสำคัญของกองทุนหมุนเวียนในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวในงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569' โดยเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของกองทุนหมุนเวียนภาครัฐในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งมอบคุณค่าให้กับประชาชนชาวไทย ตามรายงานจาก Matichon Online รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ากลไกทางการเงินเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชน

งานดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับการยกย่องความเป็นเลิศในการบริหารจัดการกองทุน และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความร่วมมือ รวมถึงการมีส่วนร่วมของนักกีฬาชื่อดัง 4 ท่านที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการใช้เครื่องมือทางการเงินที่บริหารจัดการโดยรัฐเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและปรับปรุงบริการสาธารณะ

แม้ว่างานนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายกองทุนในอนาคตหรือผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่วนต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการนำนักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีเศรษฐกิจนี้สะท้อนถึงความพยายามในการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณะเข้ากับการมีส่วนร่วมทางสังคมที่กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์เฉพาะของการประเมินกองทุนปี 2569 ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการกำกับดูแลทางการคลังต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กฎหมาย

ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) วางแผนที่จะเชิญพิธีกรโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชน โดยเฉพาะ หนุ่ม กรรชัย และ พุทธอภิวรรณ มาให้ข้อมูล การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่เงินบริจาคทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสขององค์กรการกุศลและบทบาทของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชนในการระดมทุนสาธารณะ แม้ว่า DSI จะระบุถึงความตั้งใจในการรวบรวมข้อมูล แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นขั้นตอนการสอบสวนไม่ใช่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ บุคคลที่กล่าวถึงยังไม่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในขั้นตอนนี้ แต่ถูกเรียกตัวในฐานะแหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพเพื่อช่วย DSI ในการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของมูลนิธิที่กำลังดำเนินอยู่

สิ่งที่ยังต้องยืนยันคือกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการสัมภาษณ์เหล่านี้ และข้อมูลที่ได้รับจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DSI เพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้อยู่อาศัยควรเชื่อถือคำแถลงอย่างเป็นทางการมากกว่ารายงานเชิงคาดเดาเกี่ยวกับลักษณะกิจกรรมของมูลนิธิหรือการมีส่วนร่วมของบุคคลในสื่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เหตุการณ์

ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

M STUDIO และช่อง 3 เผยภาคต่อของแฟรนไชส์สยองขวัญ 'ธี่หยด' โดยจะพาผู้ชมไปสำรวจจุดเริ่มต้นของตัวละคร 'ยักษ์'

ตามรายงานจาก Khaosod Online ทาง M STUDIO และช่อง 3 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' โดยมี 'แป๊ป' ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, 'ต้อม' ธนเดช ประดิษฐ์ และ 'เต้ย' ชาลิต ไกรเลิศมงคล รับหน้าที่กำกับ ซึ่งถือเป็นภาคก่อนหน้าของซีรีส์สยองขวัญยอดนิยม

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ติดตามตัวละคร 'ยักษ์' และ 'จ่าปพันธ์' ในขณะที่พวกเขานำกองกำลังทหารเข้าสู่ป่าเขาขวางเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย พล็อตเรื่องเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับตำนานเสือสมิงกินคนที่มีชื่อว่า 'ไอ้โหง' ซึ่งมีความสามารถในการจำแลงร่าง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งลี้ลับและสัตว์ป่าพร่าเลือนไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการขยายจักรวาลของแฟรนไชส์สยองขวัญท้องถิ่นครั้งสำคัญ โดยจะมีการสำรวจภูมิหลังของตัวละครหลักและเจาะลึกตำนานพื้นบ้าน แม้ว่าทีมงานจะยืนยันเนื้อเรื่องและสถานที่ถ่ายทำแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการหรือแผนการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ แฟนๆ ของภาพยนตร์แนวนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก M STUDIO และช่อง 3 เพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

‘พริษฐ์’ เปิดหลักฐานอ้างขบวนการโกงเลือก สว. ใน 2 จังหวัด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘พริษฐ์’ เปิดหลักฐานอ้างขบวนการโกงเลือก สว. ใน 2 จังหวัด

สส. พรรคประชาชนเปิดเผยหลักฐานที่อ้างว่ามีการทุจริตเลือก สว. อย่างเป็นระบบ โดยมีการจ้างวานผู้สมัครใน 2 จังหวัด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘พริษฐ์’ เปิดหลักฐานอ้างขบวนการโกงเลือก สว. ใน 2 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
‘พริษฐ์’ เปิดหลักฐานอ้างขบวนการโกงเลือก สว. ใน 2 จังหวัด

สส. พรรคประชาชนเปิดเผยหลักฐานที่อ้างว่ามีการทุจริตเลือก สว. อย่างเป็นระบบ โดยมีการจ้างวานผู้สมัครใน 2 จังหวัด

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับความผิดปกติทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ตามรายงานของ Thai Post นายพริษฐ์อ้างว่ามีขบวนการทุจริตดำเนินการใน 2 จังหวัดเพื่อบิดเบือนกระบวนการคัดเลือก

นายพริษฐ์ระบุว่าขบวนการดังกล่าวไม่ได้มีเพียงแค่การแลกคะแนนกันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมการจ้างคนมาลงสมัครเพื่อลงคะแนนให้กับผู้สมัครตัวจริงที่ถูกล็อกตัวไว้ โดยมีการใช้โพยใบสั่งในการประสานงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย แม้ข้อกล่าวหาจะมุ่งเน้นไปที่กลไกภายในของการเลือก สว. แต่ก็สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่อาจนำไปสู่การชุมนุมหรือการเปลี่ยนแปลงในประเด็นทางกฎหมายได้

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากนักการเมืองเท่านั้น ทั้งในส่วนของจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ตัวบุคคลที่ถูกกล่าวหา และความถูกต้องตามกฎหมายของหลักฐานที่นำเสนอนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันยังไม่มีคำตัดสินจากศาลที่ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว และสถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่ต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:44 UTC

เร่งค้นหา 'ฮลุน โซโล่' ที่หายตัวไปในกรุงอังการา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เร่งค้นหา 'ฮลุน โซโล่' ที่หายตัวไปในกรุงอังการา

พี่ชายของบุคคลที่สูญหายซึ่งรู้จักกันในชื่อ 'ฮลุน โซโล่' ยืนยันว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา กำลังประสานงานเพื่อติดตามหาตัวเขาแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เร่งค้นหา 'ฮลุน โซโล่' ที่หายตัวไปในกรุงอังการา

แหล่งข่าวเดียว
เร่งค้นหา 'ฮลุน โซโล่' ที่หายตัวไปในกรุงอังการา

พี่ชายของบุคคลที่สูญหายซึ่งรู้จักกันในชื่อ 'ฮลุน โซโล่' ยืนยันว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา กำลังประสานงานเพื่อติดตามหาตัวเขาแล้ว

ความคืบหน้าการค้นหา 'ฮลุน โซโล่' ในตุรกี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ครอบครัวของบุคคลที่ระบุชื่อว่า 'ฮลุน โซโล่' กำลังติดตามหาข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของเขาในกรุงอังการา ประเทศตุรกี โดยพี่ชายของผู้สูญหายได้ให้ข้อมูลอัปเดตยืนยันว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ได้รับทราบเรื่องอย่างเป็นทางการแล้ว และกำลังประสานงานเพื่อช่วยเหลือในการค้นหา

ข้อแนะนำสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับชาวไทยที่พำนักหรือเดินทางอยู่ในประเทศตุรกี สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ และควรเก็บข้อมูลการติดต่อของสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ใกล้ที่สุดไว้กับตัว แม้ว่าจะไม่มีสัญญาณของภัยคุกคามความปลอดภัยในวงกว้าง แต่ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางทางการของสถานทูต หากท่านมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้หรือต้องการความช่วยเหลือทางกงสุล

สถานะปัจจุบัน

ณ ข้อมูลล่าสุด การค้นหายังคงดำเนินอยู่ สถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การหายตัวไปของ 'ฮลุน โซโล่' ยังไม่ได้รับการยืนยัน และครอบครัวกำลังรอฟังข่าวเพิ่มเติมจากหน่วยงานทางการทูต ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาที่หายตัวไปหรือสถานที่ล่าสุดที่พบเห็น คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่สถานทูตยังคงประสานงานกับทางการตุรกีในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:56 UTC

เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูฯ รับข้อเสนอคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเรื่องการแก้หนี้และความยั่งยืน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูฯ รับข้อเสนอคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเรื่องการแก้หนี้และความยั่งยืน

เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ยืนยันการดำเนินงานตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการงบประมาณวุฒิสภา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูฯ รับข้อเสนอคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเรื่องการแก้หนี้และความยั่งยืน

แหล่งข่าวเดียว
เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูฯ รับข้อเสนอคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเรื่องการแก้หนี้และความยั่งยืน

เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ยืนยันการดำเนินงานตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการงบประมาณวุฒิสภา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ได้รับทราบข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการงบประมาณของวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นไปที่สองวัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ การเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่มีอยู่ และการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกร

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการสนับสนุนทางการเงินของรัฐและโครงการฟื้นฟูต่างๆ การปฏิบัติตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวุฒิสภามีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับครัวเรือนในชนบท ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดท้องถิ่นและความพร้อมของสินค้าเกษตรในระยะยาว

แม้ว่าจะมีการประกาศความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการปรับโครงสร้างหนี้หรือลักษณะที่แน่ชัดของโครงการสนับสนุนอาชีพใหม่ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอให้ กฟก. เผยแพร่แผนงานที่ครอบคลุมซึ่งระบุรายละเอียดว่ามาตรการเหล่านี้จะได้รับเงินทุนและดำเนินการอย่างไรในแต่ละจังหวัด ในขณะนี้ ประกาศดังกล่าวถือเป็นเจตจำนงเชิงนโยบายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงสถานะทางการเงินของเกษตรกรรายบุคคลในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:44 UTC

ข้อกล่าวหาใหม่เรื่องความไม่โปร่งใสทางการเงินในกระบวนการคัดเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกล่าวหาใหม่เรื่องความไม่โปร่งใสทางการเงินในกระบวนการคัดเลือก ส.ว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้เปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางการเงินที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร ส.ว. ในสองจังหวัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกล่าวหาใหม่เรื่องความไม่โปร่งใสทางการเงินในกระบวนการคัดเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาใหม่เรื่องความไม่โปร่งใสทางการเงินในกระบวนการคัดเลือก ส.ว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้เปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางการเงินที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร ส.ว. ในสองจังหวัด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้เปิดเผยหลักฐานใหม่เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสทางการเงินที่ถูกกล่าวหาภายในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พริษฐ์อ้างว่าได้ระบุเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงผู้สมัคร ส.ว. จำนวน 7 คนเข้ากับ ส.ว. คนดังในสองจังหวัด ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการฮั้วหรือการใช้อิทธิพลที่ไม่เหมาะสมในระหว่างกระบวนการคัดเลือก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกลไกการคัดเลือกทางการเมืองของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าข่าวการเมืองดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในชีวิตประจำวันหรือการพำนักอาศัยตามปกติ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความพยายามเพิ่มความโปร่งใสและการอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบของสถาบัน

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อเรียกร้องเหล่านี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาที่นำเสนอโดยนักการเมืองเท่านั้น รายละเอียดเฉพาะของธุรกรรมทางการเงิน ตัวตนของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และความถูกต้องของหลักฐานที่พริษฐ์นำเสนอยังคงต้องได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือการสอบสวนที่เป็นอิสระ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตัดสินทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือข้อสรุปอย่างเป็นทางการใดๆ ที่ยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแลของไทยเพื่อความชัดเจนเพิ่มเติมในเรื่องนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:57 UTC

กกต. ตรวจสอบกรณีอื้อฉาวการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ตรวจสอบกรณีอื้อฉาวการคัดเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังพิจารณาคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ตรวจสอบกรณีอื้อฉาวการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ตรวจสอบกรณีอื้อฉาวการคัดเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังพิจารณาคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณาคดีสำคัญเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งล่าสุด โดยกรรมการทั้ง 7 คนกำลังประเมินพยานหลักฐานและสำนวนคดีเพื่อตัดสินใจว่าจะส่งเรื่องเข้าสู่ชั้นศาลยุติธรรมหรือไม่

การตรวจสอบนี้สืบเนื่องมาจากข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีความเห็นให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย รวมถึง สว. ปัจจุบัน 138 ราย ทั้งนี้ กกต. ย้ำว่าตนไม่ใช่พนักงานสอบสวน แต่มีหน้าที่พิจารณาสำนวนจากพยานหลักฐานที่รวบรวมมา เจ้าหน้าที่ระบุว่ากำลังเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 โดยยืนยันว่ากระบวนการตัดสินใจมีความเป็นอิสระ เป็นกลาง และยึดตามพยานหลักฐานทางกฎหมายเท่านั้น

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของฝ่ายนิติบัญญัติและพัฒนาการทางประชาธิปไตยในประเทศไทย สาธารณชนกำลังจับตามองสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีรายงานแพร่หลายเกี่ยวกับการรวมกลุ่มเพื่อแทรกแซงผลการคัดเลือก แม้ กกต. จะขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการตามหลักนิติธรรม แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมการจะตัดสินใจสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะมีขั้นตอนทางกฎหมายอื่นใดเพิ่มเติมก่อนที่คดีจะเข้าสู่กระบวนการศาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:07 UTC

นักวิเคราะห์การเมืองจี้ “หมอสรณ” ลาออกจากประธาน กสทช. เหตุขาดคุณสมบัติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิเคราะห์การเมืองจี้ “หมอสรณ” ลาออกจากประธาน กสทช. เหตุขาดคุณสมบัติ

ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง เรียกร้องให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. โดยอ้างว่าขาดคุณสมบัติที่จำเป็น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิเคราะห์การเมืองจี้ “หมอสรณ” ลาออกจากประธาน กสทช. เหตุขาดคุณสมบัติ

แหล่งข่าวเดียว
นักวิเคราะห์การเมืองจี้ “หมอสรณ” ลาออกจากประธาน กสทช. เหตุขาดคุณสมบัติ

ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง เรียกร้องให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. โดยอ้างว่าขาดคุณสมบัติที่จำเป็น

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาเรียกร้องให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทันที ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ โดย ดร.ธนพร อ้างว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งนี้ และระบุว่าเขาได้สละสิทธิ์ในตำแหน่งนี้ไปตั้งแต่ต้น

การออกมาเรียกร้องของ ดร.ธนพร เกิดขึ้นหลังจากที่ นพ.สรณ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ในวันเดียวกัน โดยนักวิเคราะห์รายนี้ได้เร่งให้กรรมการที่เหลืออีก 6 คน ดำเนินการเลือกประธานคนใหม่ทันทีเพื่อให้แน่ใจว่าการบริหารงานของคณะกรรมการมีความชอบธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียงที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ หากเกิดสุญญากาศทางอำนาจหรือการท้าทายทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการ อาจนำไปสู่ความล่าช้าในการตัดสินใจด้านกฎระเบียบหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อภาคส่วนเหล่านี้

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมการ กสทช. จะตอบรับข้อเรียกร้องเหล่านี้หรือไม่ หรือจะมีการตรวจสอบทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคุณสมบัติของ นพ.สรณ หรือไม่ ในขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการในตำแหน่งผู้นำของคณะกรรมการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:26 UTC

รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ 29 กรกฎาคมนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ 29 กรกฎาคมนี้

รัฐบาลไทยประกาศจัดงานสโมสรสันนิบาต ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ 29 กรกฎาคมนี้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ 29 กรกฎาคมนี้

รัฐบาลไทยประกาศจัดงานสโมสรสันนิบาต ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่า รัฐบาลมีกำหนดจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว งานนี้ถือเป็นงานรัฐพิธีระดับสูง แม้ประกาศจะระบุวันและสถานที่ชัดเจน แต่ยังไม่มีการระบุถึงการเบี่ยงเส้นทางจราจรหรือข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่โดยรอบทำเนียบรัฐบาล ผู้ที่วางแผนเดินทางในบริเวณใกล้เคียงทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 29 กรกฎาคม ควรตระหนักว่าขบวนรถทางการหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงการจราจรในพื้นที่ได้

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับรายชื่อแขก กำหนดการที่แน่นอน หรือการปิดเส้นทางจราจร ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข้อมูลจากช่องทางประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลหรือข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดก่อนถึงวันงาน เพื่อรับทราบประกาศเกี่ยวกับการเดินทางหรือการปรับเปลี่ยนเส้นทางในบริเวณดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:50 UTC

รัฐบาลไทยสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ e-Office เต็มรูปแบบภายในปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ e-Office เต็มรูปแบบภายในปี 2570

รัฐบาลไทยประกาศนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการใช้ระบบ e-Office อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2570 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขับเคลื่อนระบบราชการดิจิทัล

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ e-Office เต็มรูปแบบภายในปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ e-Office เต็มรูปแบบภายในปี 2570

รัฐบาลไทยประกาศนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการใช้ระบบ e-Office อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2570 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขับเคลื่อนระบบราชการดิจิทัล

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลกำลังผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ 'e-Office' แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยมีกำหนดให้มีผลบังคับใช้ในปี 2570 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามระดับชาติเพื่อยกระดับระบบราชการไทยให้มีความทันสมัย

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบริหารจัดการดิจิทัลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการของภาครัฐและลดการพึ่งพาเอกสารที่เป็นกระดาษ แม้ว่าผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในระยะสั้นอาจมีไม่มากนัก แต่เป้าหมายระยะยาวคือการปรับปรุงประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการสาธารณะที่จัดทำโดยกระทรวงศึกษาธิการ การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รัฐบาลที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานของภาครัฐในหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นดิจิทัล

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวิธีการที่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลนี้จะส่งผลต่อบริการสำหรับประชาชนทั่วไป หรือการดำเนินการด้านเอกสารสำหรับชาวต่างชาติยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม รัฐบาลยังไม่ได้เผยแพร่แผนงานที่ครอบคลุมซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์หรือขอบเขตของการลดจำนวนสำนักงานแบบเดิม ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงทางบริหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อการติดต่อประสานงานกับกระทรวงอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:50 UTC

รัฐบาลไทยเผยความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย-อียู
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเผยความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย-อียู

เจ้าหน้าที่ไทยระบุว่าการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปใกล้เสร็จสิ้นไปแล้วสองในสาม เพื่อมุ่งกระตุ้นการส่งออกและการลงทุน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเผยความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย-อียู

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเผยความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย-อียู

เจ้าหน้าที่ไทยระบุว่าการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปใกล้เสร็จสิ้นไปแล้วสองในสาม เพื่อมุ่งกระตุ้นการส่งออกและการลงทุน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลไทยได้ประกาศความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระบวนการเจรจาใกล้จะเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณสองในสาม

ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับข้อตกลงนี้เพื่อขยายตลาดส่งออกและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากหากข้อตกลง FTA ประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่ความหลากหลายของสินค้าจากยุโรปในตลาดไทยมากขึ้น และอาจช่วยลดขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการเจรจานี้ยังคงดำเนินอยู่ แม้รัฐบาลจะระบุว่าข้อตกลงส่วนใหญ่ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่เงื่อนไขสุดท้าย ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ และกำหนดการอย่างเป็นทางการสำหรับการบังคับใช้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าข้อตกลงจะเสร็จสิ้นเมื่อใดและจะมีผลกระทบต่อกฎระเบียบทางการค้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:26 UTC

แวดวงวิชาการร่วมอาลัยต่อการจากไปของ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แวดวงวิชาการร่วมอาลัยต่อการจากไปของ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด

แวดวงวิชาการไทยร่วมอาลัยต่อการเสียชีวิตของ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้มีบทบาทสำคัญในวงการการศึกษา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แวดวงวิชาการร่วมอาลัยต่อการจากไปของ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด

แหล่งข่าวเดียว
แวดวงวิชาการร่วมอาลัยต่อการจากไปของ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด

แวดวงวิชาการไทยร่วมอาลัยต่อการเสียชีวิตของ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้มีบทบาทสำคัญในวงการการศึกษา

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 มติชนออนไลน์ได้รายงานข่าวการเสียชีวิตของ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การจากไปของท่านสร้างความโศกเศร้าให้กับเพื่อนร่วมงาน ลูกศิษย์ และแวดวงวิชาการไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งต่างยกย่องในคุณูปการที่ท่านได้สร้างไว้ต่อการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและผู้ที่สนใจในแวดวงปัญญาชนไทย ดร.กุลลดา ถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีผลงานทางวิชาการซึ่งส่งอิทธิพลต่อคนรุ่นหลังและนักวิจัยจำนวนมาก มรดกทางวิชาการของท่านยังคงเป็นสิ่งที่น่าจดจำสำหรับผู้ที่สนใจในการพัฒนาวาทกรรมทางการเมืองภายในประเทศ

ณ เวลาที่รายงานข่าวนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตหรือข้อมูลเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาจากทางครอบครัวหรือมหาวิทยาลัย ผู้ที่ต้องการแสดงความอาลัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับกำหนดการพิธีศพ การสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับสถาบันการศึกษา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพรักที่เพื่อนร่วมงานและลูกศิษย์มีต่อท่านเสมอมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:58 UTC

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการ
การเมือง ได้รับการยืนยัน

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการ

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีไทยได้เป็นประธานในพิธีที่เป็นทางการสำหรับข้าราชการเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการ

ได้รับการยืนยัน
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการ

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีไทยได้เป็นประธานในพิธีที่เป็นทางการสำหรับข้าราชการเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีไทยได้เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างพิธี ข้าราชการได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ "ข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย วันนี้ถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่สำคัญ เนื่องจากวันที่ 28 กรกฎาคมเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา จึงถือเป็นวันหยุดราชการทั่วประเทศ ผู้มาเยือนควรทราบว่าหน่วยงานราชการ รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและบริการสาธารณะบางแห่งมักจะปิดทำการในวันนี้ แม้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลักส่วนใหญ่จะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่ขอแนะนำให้ตรวจสอบเวลาทำการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าหากท่านมีธุระทางราชการที่เร่งด่วน

ในขณะนี้ ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับความไม่สงบในที่สาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงบริการขนส่งอันเนื่องมาจากพิธีดังกล่าว กิจกรรมนี้เป็นพิธีการของรัฐที่จัดขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระมหากษัตริย์ นักท่องเที่ยวควรตระหนักถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่นและความเป็นไปได้ที่จะมีการจราจรหนาแน่นหรือมีผู้คนจำนวนมากใกล้กับศูนย์ราชการหรือสถานที่จัดพิธีสำคัญในกรุงเทพมหานครในช่วงที่มีพระราชพิธี ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางวันหยุดในช่วงที่เหลือของปีได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:50 UTC

ไทยจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แหล่งข่าวเดียว
ไทยจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนาพุทธเพื่อถวายพระพรชัยมงคล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว วันที่ 28 กรกฎาคมถือเป็นวันหยุดราชการที่สำคัญของประเทศไทย ในโอกาสนี้หน่วยงานราชการ รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและบริการสาธารณะบางแห่งมักจะปิดทำการ นักท่องเที่ยวควรเตรียมพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนเวลาทำการและตารางการขนส่งสาธารณะ รวมถึงความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดงานพิธีสำคัญ แม้ว่ากิจกรรมหลักจะเน้นไปที่ประเพณีทางศาสนาและรัฐพิธี แต่ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของคนในชาติ

ในขณะนี้ กำหนดการจัดงานเฉลิมฉลองในแต่ละจังหวัดจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือพนักงานโรงแรมเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางจราจรหรือกิจกรรมในพื้นที่ที่อาจส่งผลต่อแผนการเดินทาง ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติหรือกฎระเบียบการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:51 UTC

รัฐบาลไทยเชิญชวนผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตรวจสอบสถานะสิทธิ์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเชิญชวนผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตรวจสอบสถานะสิทธิ์

รัฐบาลไทยสนับสนุนให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตรวจสอบสถานะของตน โดยระบุถึงความเป็นไปได้ของข้อมูลส่วนบุคคลและทะเบียนรถที่ไม่ถูกต้อง

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเชิญชวนผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตรวจสอบสถานะสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเชิญชวนผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตรวจสอบสถานะสิทธิ์

รัฐบาลไทยสนับสนุนให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตรวจสอบสถานะของตน โดยระบุถึงความเป็นไปได้ของข้อมูลส่วนบุคคลและทะเบียนรถที่ไม่ถูกต้อง

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกสำหรับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์ของตนอย่างเป็นทางการ รัฐบาลระบุว่ากระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจพบปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น กรณีการสวมสิทธิ์หรือความคลาดเคลื่อนในข้อมูลทะเบียนรถยนต์

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ประกาศนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องในระบบของรัฐบาล ความคลาดเคลื่อนในข้อมูลเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือภาษีโดยไม่ตั้งใจ การตรวจสอบสถานะจะช่วยให้บุคคลสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดที่อาจก่อให้เกิดความยุ่งยากทางธุรการในระยะยาวได้

ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูลจำนวนเท่าใด และเอกสารเฉพาะใดบ้างที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการอุทธรณ์สถานะของตน ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้รับการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง โครงการนี้ถือเป็นการเตือนให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหมั่นตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลส่วนตัวในระบบราชการให้เป็นปัจจุบันเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:51 UTC

อดีตทูตโพสต์ขอโทษหลังวิจารณ์ความสัมพันธ์ไทย-จีนอย่างเผ็ดร้อน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีตทูตโพสต์ขอโทษหลังวิจารณ์ความสัมพันธ์ไทย-จีนอย่างเผ็ดร้อน

รัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ออกมาขอโทษกรณีวิจารณ์รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แต่ยังคงยืนยันจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีทางการทูตของไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีตทูตโพสต์ขอโทษหลังวิจารณ์ความสัมพันธ์ไทย-จีนอย่างเผ็ดร้อน

แหล่งข่าวเดียว
อดีตทูตโพสต์ขอโทษหลังวิจารณ์ความสัมพันธ์ไทย-จีนอย่างเผ็ดร้อน

รัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ออกมาขอโทษกรณีวิจารณ์รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แต่ยังคงยืนยันจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีทางการทูตของไทย

ประเด็นขัดแย้งทางการทูตจากเหตุการณ์ร้องเพลง

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความขอโทษต่อสาธารณะ สืบเนื่องจากการวิพากษ์วิจารณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีที่นายอนุทินได้ร้องเพลง "เถียนมี่มี่" ในงานเลี้ยงที่มีนายกรัฐมนตรีจีนเข้าร่วม

บริบทและผลกระทบ

แม้ว่านายรัศม์จะกล่าวขอโทษต่อการวิจารณ์นายอนุทินโดยตรง แต่ในโพสต์เดียวกันเขายังคงแสดงความกังขาต่อสถานะความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีนในปัจจุบัน โดยอ้างถึงความเห็นของเอกอัครราชทูตจีนที่ระบุว่าการแสดงดนตรีดังกล่าวช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ตาม นายรัศม์ได้ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนเชิงวิพากษ์ โดยตั้งคำถามว่าไทยกำลังถูกปฏิบัติเสมือนเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลในเวทีระหว่างประเทศหรือไม่

สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของนโยบายต่างประเทศของไทยและการรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจโลก แม้จะเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการจับตามองของสาธารณชนต่อบทบาทของเจ้าหน้าที่ไทยในการเป็นตัวแทนของประเทศในเวทีโลก

สถานะของเหตุการณ์

ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อการวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องจากอดีตเจ้าหน้าที่รายนี้ โดยในขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงในสื่อสังคมออนไลน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:45 UTC