ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ ✦
เทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ✦
เศรษฐกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม ✦
เศรษฐกิจ ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ ✦
กฎหมาย ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง ✦
เหตุการณ์ ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' ✦
การขนส่ง

รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนขบวนรถนอนในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนกันในย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนรถนอนซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ามีพนักงานการรถไฟได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้ว่าจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัดและสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเฉี่ยวชนยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อตารางเวลาของรถไฟที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ ผู้โดยสารควรตรวจสอบความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงการให้บริการกับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนวางแผนการเดินทาง

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเฉี่ยวชน อาการปัจจุบันของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บ และกรอบเวลาที่คาดว่าจะสามารถเคลียร์เส้นทางและกลับมาให้บริการตามปกติได้ ทางการยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความผิดพลาดทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์ที่อาจมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการกลับมาให้บริการตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เทคโนโลยี

กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูล Telehouse ในเขตห้วยขวางผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของบริษัท เทเลเฮ้าส์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

การตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทยนั้นเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังการประเมิน กระทรวงฯ ยืนยันว่าสถานที่ดังกล่าวผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเขตห้วยขวาง ประกาศนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสถานที่ดังกล่าวมีการดำเนินงานภายใต้แนวทางด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกำหนด การกำกับดูแลเช่นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง

แม้ว่าสถานที่ดังกล่าวจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานในปัจจุบันแล้ว แต่รายงานไม่ได้ระบุว่ามีการกำหนดการตรวจสอบเป็นระยะในอนาคตหรือไม่ หรือมีการประเมินในลักษณะเดียวกันสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งอื่นๆ ในเมืองหลวงหรือไม่ ประชาชนที่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในกรุงเทพฯ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

ทางการยกระดับการเฝ้าระวังและจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำ เตรียมเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิด 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กำลังติดตามพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด แม้ว่าทางการจะมีการบริหารจัดการระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน นักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพการจราจรในพื้นที่อยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

รัฐบาลไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนในภาคกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เพื่อบริหารจัดการระบบน้ำและดูแลประชาชนในพื้นที่

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลางของประเทศอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลได้วางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุมเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลได้ระดมเครื่องจักรและจัดสรรเจ้าหน้าที่ประจำจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยทีมงานเหล่านี้มีหน้าที่ติดตามระดับน้ำและพร้อมตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการจัดสรรทรัพยากรแล้ว แต่ในรายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดพื้นที่เฉพาะที่อาจเผชิญกับน้ำท่วมขังหรือความล่าช้าในการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินไปนานเท่าใด และจะมีจังหวัดใดที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือมีแผนการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว ควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เศรษฐกิจ

แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

แหล่งข่าวเดียว
แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

Her Hyness เพิ่มงบการตลาดและแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งในตลาดมาสก์และโทนเนอร์แพดของไทยที่มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness กำลังขยายงบประมาณด้านการตลาดอย่างจริงจังเพื่อตอกย้ำตำแหน่งในอุตสาหกรรมมาสก์และโทนเนอร์แพด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในสามเสาหลักของรายได้ และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคชาย

เพื่อสนับสนุนการขยายตัวนี้ แบรนด์ได้แต่งตั้งนักแสดง ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ HYPER T เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่เดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของตลาดความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในท้องถิ่น ซึ่งกำลังตอบสนองต่อกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น แม้ว่าแบรนด์จะประกาศกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อความพร้อมจำหน่ายในร้านค้าปลีกและประสิทธิภาพในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่บริษัทเริ่มดำเนินแคมเปญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:57 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ได้รับการยืนยัน
ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนตุลาคม โดยมุ่งเป้าไปที่ 'ระบอบสีน้ำเงิน'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศว่าฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคมนี้ โดยนายณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังรวบรวมเนื้อหาจากทุกพรรคเพื่อสร้างข้อมูลที่หนักแน่น

ญัตติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกว่า 'ระบอบสีน้ำเงิน' ซึ่งหมายถึงอิทธิพลของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่มีต่อการดำเนินงานของรัฐ องค์กรอิสระ และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐ นายณัฐพงษ์เน้นย้ำว่าพรรคได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้แล้ว รวมถึงรายงานเกี่ยวกับการล็อกสเปกในโครงการของรัฐ และยังคงเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การถกเถียงในสังคมและการเปลี่ยนแปลงด้านเสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย และยังไม่มีการยืนยันวันที่แน่ชัดสำหรับการประชุมสภาฯ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:38 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการนำเข้าทองคำจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ภาครัฐเตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้า

ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569) โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่ามูลค่าการค้ารวมอยู่ที่กว่า 24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.31% จากปีก่อน

มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 26.30% รวมกว่า 12.8 ล้านล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าทองคำจำนวนมาก นอกเหนือจากสินค้าหลักอื่นๆ เช่น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ และอุปกรณ์สื่อสาร แม้ว่าไทยจะยังคงมีการส่งออกที่แข็งแกร่งในกลุ่มคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ปริมาณการนำเข้าทองคำที่สูงขึ้นได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางศุลกากรหรือนโยบายการนำเข้าในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า แม้ว่ากรมศุลกากรจะกำลังพิจารณามาตรการเพื่อควบคุมการนำเข้าเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่หรือผลกระทบต่อตลาดทองคำยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามูลค่าการค้ารวมตลอดปีงบประมาณจะอยู่ที่ 25 ล้านล้านบาท ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนทางการค้าเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาวะตลาดในประเทศหรือเสถียรภาพของค่าเงินอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เน้นย้ำถึงความสำคัญของกองทุนหมุนเวียนในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวในงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569' โดยเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของกองทุนหมุนเวียนภาครัฐในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งมอบคุณค่าให้กับประชาชนชาวไทย ตามรายงานจาก Matichon Online รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ากลไกทางการเงินเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชน

งานดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับการยกย่องความเป็นเลิศในการบริหารจัดการกองทุน และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความร่วมมือ รวมถึงการมีส่วนร่วมของนักกีฬาชื่อดัง 4 ท่านที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการใช้เครื่องมือทางการเงินที่บริหารจัดการโดยรัฐเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและปรับปรุงบริการสาธารณะ

แม้ว่างานนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายกองทุนในอนาคตหรือผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่วนต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการนำนักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีเศรษฐกิจนี้สะท้อนถึงความพยายามในการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณะเข้ากับการมีส่วนร่วมทางสังคมที่กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์เฉพาะของการประเมินกองทุนปี 2569 ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการกำกับดูแลทางการคลังต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กฎหมาย

ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) วางแผนที่จะเชิญพิธีกรโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชน โดยเฉพาะ หนุ่ม กรรชัย และ พุทธอภิวรรณ มาให้ข้อมูล การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่เงินบริจาคทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสขององค์กรการกุศลและบทบาทของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชนในการระดมทุนสาธารณะ แม้ว่า DSI จะระบุถึงความตั้งใจในการรวบรวมข้อมูล แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นขั้นตอนการสอบสวนไม่ใช่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ บุคคลที่กล่าวถึงยังไม่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในขั้นตอนนี้ แต่ถูกเรียกตัวในฐานะแหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพเพื่อช่วย DSI ในการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของมูลนิธิที่กำลังดำเนินอยู่

สิ่งที่ยังต้องยืนยันคือกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการสัมภาษณ์เหล่านี้ และข้อมูลที่ได้รับจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DSI เพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้อยู่อาศัยควรเชื่อถือคำแถลงอย่างเป็นทางการมากกว่ารายงานเชิงคาดเดาเกี่ยวกับลักษณะกิจกรรมของมูลนิธิหรือการมีส่วนร่วมของบุคคลในสื่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เหตุการณ์

ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

M STUDIO และช่อง 3 เผยภาคต่อของแฟรนไชส์สยองขวัญ 'ธี่หยด' โดยจะพาผู้ชมไปสำรวจจุดเริ่มต้นของตัวละคร 'ยักษ์'

ตามรายงานจาก Khaosod Online ทาง M STUDIO และช่อง 3 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' โดยมี 'แป๊ป' ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, 'ต้อม' ธนเดช ประดิษฐ์ และ 'เต้ย' ชาลิต ไกรเลิศมงคล รับหน้าที่กำกับ ซึ่งถือเป็นภาคก่อนหน้าของซีรีส์สยองขวัญยอดนิยม

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ติดตามตัวละคร 'ยักษ์' และ 'จ่าปพันธ์' ในขณะที่พวกเขานำกองกำลังทหารเข้าสู่ป่าเขาขวางเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย พล็อตเรื่องเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับตำนานเสือสมิงกินคนที่มีชื่อว่า 'ไอ้โหง' ซึ่งมีความสามารถในการจำแลงร่าง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งลี้ลับและสัตว์ป่าพร่าเลือนไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการขยายจักรวาลของแฟรนไชส์สยองขวัญท้องถิ่นครั้งสำคัญ โดยจะมีการสำรวจภูมิหลังของตัวละครหลักและเจาะลึกตำนานพื้นบ้าน แม้ว่าทีมงานจะยืนยันเนื้อเรื่องและสถานที่ถ่ายทำแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการหรือแผนการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ แฟนๆ ของภาพยนตร์แนวนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก M STUDIO และช่อง 3 เพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

รัฐบาลหารือพีมูฟเรื่องอนาคตธนาคารที่ดิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลหารือพีมูฟเรื่องอนาคตธนาคารที่ดิน

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พบปะกับเครือข่ายพีมูฟเพื่อรับฟังเสียงคัดค้านเกี่ยวกับการยุบธนาคารที่ดิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลหารือพีมูฟเรื่องอนาคตธนาคารที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลหารือพีมูฟเรื่องอนาคตธนาคารที่ดิน

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พบปะกับเครือข่ายพีมูฟเพื่อรับฟังเสียงคัดค้านเกี่ยวกับการยุบธนาคารที่ดิน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกับกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เพื่อรับฟังข้อกังวลเกี่ยวกับการเสนอให้ยุบธนาคารที่ดิน การประชุมมุ่งเน้นไปที่การรับฟังเสียงคัดค้านของเครือข่ายต่อแผนดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในกลุ่มภาคประชาสังคม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจนโยบายที่ดินของไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากธนาคารที่ดินมีบทบาทในการจัดการการกระจายที่ดินและการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาจส่งผลกระทบต่อการถือครองที่ดินในระยะยาวและโครงการสนับสนุนด้านการเกษตร ขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาข้อคัดค้านเหล่านี้ก่อนที่จะสรุปท่าที

สิ่งที่ยังต้องยืนยันคือผลการประชุมติดตามผลที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 หลังจากหารือกันแล้ว รัฐบาลตั้งใจที่จะนำเสนอผลการหารือต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบ ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อเสนอในการยุบธนาคารจะดำเนินการต่อไป ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิก นอกจากนี้ยังมีการจับตาดูว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเข้าร่วมการหารือในครั้งต่อไปเพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

สว.สำรองจี้ กกต. เร่งดำเนินการคดีทุจริตเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว.สำรองจี้ กกต. เร่งดำเนินการคดีทุจริตเลือก สว.

สว.สำรองและกลุ่มผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเร่งรัดการสอบสวนคดีการฮั้วเลือก สว. ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว.สำรองจี้ กกต. เร่งดำเนินการคดีทุจริตเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
สว.สำรองจี้ กกต. เร่งดำเนินการคดีทุจริตเลือก สว.

สว.สำรองและกลุ่มผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเร่งรัดการสอบสวนคดีการฮั้วเลือก สว. ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง พร้อมด้วยอดีตผู้สมัคร สว. ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินคดีกับบุคคล 229 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว.

ตามรายงานของ Khaosod Online กลุ่มผู้ร้องเรียนเรียกร้องให้มีการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ "โพยใบสั่ง" และภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีการกล่าวอ้างถึง โดยกลุ่มผู้ร้องมองว่าความล่าช้าในการดำเนินคดีที่ยืดเยื้อมานานถึง 2 ปี ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในโครงสร้างอำนาจอธิปไตย ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และอาจเข้าข่ายเป็นภัยต่อระบอบการปกครอง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความชอบธรรมของวุฒิสภา แม้ว่ากลุ่มผู้ร้องจะขู่ว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับ กกต. หากคดีถูกยกฟ้องหรือล่าช้าออกไปอีก แต่ทาง กกต. ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการส่งเรื่องต่อศาล ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะอนุมัติให้มีการเปิดหีบบัตรหรือไม่ หรือการสอบสวนจะยังคงติดขัดในขั้นตอนทางธุรการต่อไป ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด และไม่มีผลกระทบต่อการเดินทางหรือการให้บริการสาธารณะในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 09:37 UTC

ประธานาธิบดีเมียนมาแถลงต่อรัฐสภาเรื่องความคืบหน้าของนโยบาย 100 วัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประธานาธิบดีเมียนมาแถลงต่อรัฐสภาเรื่องความคืบหน้าของนโยบาย 100 วัน

ประธานาธิบดีเมียนมาได้แถลงอย่างเป็นทางการต่อรัฐสภาแห่งชาติเกี่ยวกับการดำเนินงานตามวาระนโยบาย 100 วันของรัฐบาล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประธานาธิบดีเมียนมาแถลงต่อรัฐสภาเรื่องความคืบหน้าของนโยบาย 100 วัน

แหล่งข่าวเดียว
ประธานาธิบดีเมียนมาแถลงต่อรัฐสภาเรื่องความคืบหน้าของนโยบาย 100 วัน

ประธานาธิบดีเมียนมาได้แถลงอย่างเป็นทางการต่อรัฐสภาแห่งชาติเกี่ยวกับการดำเนินงานตามวาระนโยบาย 100 วันของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ประธานาธิบดีเมียนมาได้ปรากฏตัวต่อรัฐสภาแห่งชาติเพื่อรายงานความคืบหน้าอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการนโยบาย 100 วันของรัฐบาล ตามรายงานของ Matichon Online การแถลงดังกล่าวเน้นไปที่สถานะการดำเนินงานและความสำเร็จของเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระยะสั้นของฝ่ายบริหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางในภูมิภาค การประชุมรัฐสภานี้มีความสำคัญเนื่องจากให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลำดับความสำคัญด้านการบริหารและความมั่นคงของรัฐบาลชุดปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการอัปเดตด้านการบริหารในเมียนมาอาจส่งผลต่อโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน การค้าในภูมิภาค และสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยโดยรวมในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงประเทศไทย การติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ติดตามพัฒนาการทางการเมืองในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเงื่อนไขการเดินทางหรือการดำเนินธุรกิจใกล้ชายแดน

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับความสำเร็จหรือความท้าทายที่พบในช่วงระยะเวลา 100 วันนี้ยังคงต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างครบถ้วน แม้ว่าประธานาธิบดีจะได้นำเสนอมุมมองของรัฐบาลต่อฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว แต่การตรวจสอบผลลัพธ์ของนโยบายเหล่านี้อย่างอิสระยังคงอยู่ระหว่างการรอคอย ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอเอกสารเพิ่มเติมหรือรายงานจากภายนอกเพื่อยืนยันผลกระทบเชิงปฏิบัติของโครงการที่กล่าวถึงในการแถลง ขอแนะนำให้นักเดินทางติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการและสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับภูมิภาคที่อาจส่งผลต่อแผนการเดินทางของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

พ่อสุดเศร้าร้องขอความเป็นธรรม หลังภรรยาเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าคลอดที่แม่ฮ่องสอน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พ่อสุดเศร้าร้องขอความเป็นธรรม หลังภรรยาเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าคลอดที่แม่ฮ่องสอน

ชายคนหนึ่งได้ร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาฯ หลังภรรยาเสียชีวิตระหว่างการผ่าคลอดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำไปสู่การเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พ่อสุดเศร้าร้องขอความเป็นธรรม หลังภรรยาเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าคลอดที่แม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวเดียว
พ่อสุดเศร้าร้องขอความเป็นธรรม หลังภรรยาเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าคลอดที่แม่ฮ่องสอน

ชายคนหนึ่งได้ร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาฯ หลังภรรยาเสียชีวิตระหว่างการผ่าคลอดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำไปสู่การเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ชายวัย 34 ปีจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เกี่ยวกับการเสียชีวิตของภรรยาขณะเข้ารับการผ่าคลอด ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ป่วยตั้งครรภ์ได้ 38 สัปดาห์เมื่อเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 แม้ทารกจะรอดชีวิต แต่ผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตลง ครอบครัวอ้างว่าบุคลากรทางการแพทย์ยอมรับว่าได้ตัดโดนเส้นเลือดใหญ่โดยอุบัติเหตุระหว่างการผ่าตัด โรงพยาบาลได้มอบเงินช่วยเหลือค่าทำศพจำนวน 30,000 บาท แต่ครอบครัวระบุว่าเรื่องเงียบหายไปตั้งแต่นั้นมา ทำให้ผู้เป็นพ่อต้องดูแลลูกวัย 23 วันเพียงลำพัง

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิฯ ได้ทำหนังสือขอให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังต้องการข้อมูลเกี่ยวกับอีก 2 กรณี ได้แก่ กรณีทารกเสียชีวิตระหว่างการผ่าคลอดภายใต้การวางยาสลบ และกรณีที่มีรายงานการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนภายในห้องไอซียูทารกแรกเกิด สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางการแพทย์และความโปร่งใสในสถานพยาบาลระดับจังหวัด จนถึงขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการ และรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับความผิดพลาดทางการแพทย์รวมถึงสถานะของอีกสองกรณีที่เหลือยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

ธนาคารออมสินเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารออมสินเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่

ธนาคารออมสินของไทยได้เปิดตัวทางเลือกการออมใหม่ 2 รูปแบบ เพื่อมุ่งเน้นความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธนาคารออมสินเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารออมสินเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่

ธนาคารออมสินของไทยได้เปิดตัวทางเลือกการออมใหม่ 2 รูปแบบ เพื่อมุ่งเน้นความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ตามรายงานจาก Khaosod Online ธนาคารออมสินของประเทศไทยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ 2 รายการ ซึ่งออกแบบมาให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการออมส่วนบุคคล นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ระบุว่าโครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารจัดการเงินทุนพร้อมทั้งรับประกันความปลอดภัยของเงินต้น

ผลิตภัณฑ์แรกคือ "สลากออมสินพิเศษ 5 ปี" ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ฝากเงินได้ลุ้นรับรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดระยะเวลา 120 งวดของสลาก ผลิตภัณฑ์ที่สองคือบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ "ออมสิน ออมสุข" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของธนาคารที่ให้ผู้ฝากได้รับดอกเบี้ยเป็นรายเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมคือไม่ต้องเสียภาษี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาว ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถือเป็นช่องทางใหม่ในการบริหารจัดการเงินออมในสกุลเงินท้องถิ่นกับสถาบันที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ธนาคารเน้นย้ำว่าทั้งเงินฝากและดอกเบี้ยได้รับการรับประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลไทยตามกฎหมายที่มีอยู่ แม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเปิดให้บริการแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขเฉพาะโดยตรงกับธนาคารเพื่อยืนยันคุณสมบัติและรายละเอียดการดูแลบัญชี เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

ไทยคัดค้านรายงานผู้รายงานพิเศษ UN เรื่องสิทธิมนุษยชน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยคัดค้านรายงานผู้รายงานพิเศษ UN เรื่องสิทธิมนุษยชน

กระทรวงการต่างประเทศของไทยคัดค้านรายงานของผู้รายงานพิเศษ UN ทอม แอนดรูว์ส อย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องความเป็นกลางและเรียกร้องให้มีการดำเนินการระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยคัดค้านรายงานผู้รายงานพิเศษ UN เรื่องสิทธิมนุษยชน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคัดค้านรายงานผู้รายงานพิเศษ UN เรื่องสิทธิมนุษยชน

กระทรวงการต่างประเทศของไทยคัดค้านรายงานของผู้รายงานพิเศษ UN ทอม แอนดรูว์ส อย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องความเป็นกลางและเรียกร้องให้มีการดำเนินการระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

กระทรวงการต่างประเทศของไทยประกาศความตั้งใจที่จะยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ณ นครเจนีวา ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเผยแพร่รายงานพิเศษของ ทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษ UN เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงประเทศไทยที่รัฐบาลไม่เห็นด้วย

ตามรายงานของ Thai Post เจ้าหน้าที่ได้แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อหลายประเด็นในรายงาน โดยโต้แย้งว่าข้อสรุปขาดความเป็นกลางและความเป็นธรรม สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนท่าทีของไทย เน้นย้ำว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะคัดค้านการระบุถึงประเทศไทยในรายงานดังกล่าว นอกจากนี้ ไทยยังใช้เวทีทางการทูตนี้เพื่อเรียกร้องให้ UN ดำเนินการอย่างเด็ดขาดมากขึ้นต่อเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่ปฏิบัติการจากกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงในการหารือด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความขัดแย้งทางการทูตนี้เน้นย้ำถึงจุดยืนเชิงรุกของไทยในการจัดการชื่อเสียงระหว่างประเทศในด้านสิทธิมนุษยชนและอาชญากรรมระดับภูมิภาค แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงข้อโต้แย้งอย่างชัดเจนแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงของการคัดค้านอย่างเป็นทางการนี้ต่อรายงานของ UN ในอนาคตหรือความร่วมมือระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทั้งรัฐบาลไทยและหน่วยงานของ UN เพื่อดูว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับข้อสรุปของรายงานนี้จะพัฒนาไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:57 UTC

ไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ

กระทรวงมหาดไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการออนไลน์ได้จากสำนักงานต่างๆ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ

กระทรวงมหาดไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการออนไลน์ได้จากสำนักงานต่างๆ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดตัวระบบ "สำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ต่างสำนักงานแบบออนไลน์ทั่วประเทศ" อย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาจตุจักร โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนบริการของสำนักงานที่ดินให้เป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ครอบคลุมทุกสำนักงานทั่วประเทศไทย โดยในกรุงเทพมหานครได้มีการยกระดับสำนักงานที่ดินสาขาต่างๆ ไปแล้วรวม 17 แห่ง

ตามข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อลดขั้นตอนทางราชการที่ไม่จำเป็น ลดการใช้เอกสาร และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ วัตถุประสงค์หลักคือการสร้างรูปแบบ "One Stop Service" เพื่อลดความจำเป็นที่ประชาชนต้องเดินทางไกลหรือติดต่อหลายหน่วยงานเพื่อทำเรื่องเดียวกัน การนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถนำบริการเข้าใกล้ประชาชนมากขึ้น ทำให้กระบวนการทางราชการมีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของที่ดินในประเทศไทย การพัฒนานี้อาจช่วยให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินสะดวกยิ่งขึ้นโดยอนุญาตให้มีการประมวลผลข้ามสำนักงานได้ แม้ว่าระบบจะเริ่มใช้งานแล้ว แต่ขอบเขตที่ชัดเจนของบริการที่มีให้ทางออนไลน์และประเภทของธุรกรรมที่ดินที่สามารถทำได้จากระยะไกลระหว่างจังหวัดต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในขณะที่ระบบขยายการใช้งานทั่วประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมที่ดินในระหว่างที่การบูรณาการทางดิจิทัลดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาไทยลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมในสระบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาไทยลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมในสระบุรี

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ในจังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจสอบกระบวนการกำจัดกากอุตสาหกรรม และแนะนำให้บริษัทปรับปรุงการสื่อสารกับสาธารณชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาไทยลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมในสระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการวุฒิสภาไทยลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมในสระบุรี

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ในจังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจสอบกระบวนการกำจัดกากอุตสาหกรรม และแนะนำให้บริษัทปรับปรุงการสื่อสารกับสาธารณชน

เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569 คณะผู้แทนจากวุฒิสภาไทย นำโดยพลโทสุกิจ ทั่งทอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ในตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานท้องถิ่นและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรีเข้าร่วมด้วย เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานด้านการกำจัดขยะและหลุมฝังกลบของบริษัท

ภายหลังการลงพื้นที่ นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล สมาชิกวุฒิสภา ได้เสนอแนะให้ BWG ใช้กลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกมากขึ้น โดยระบุว่าเนื่องจากการจัดการกากอุตสาหกรรมเป็นประเด็นที่สังคมมีความกังวล การขาดข้อมูลที่ชัดเจนอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความกังวลที่ไม่จำเป็น ด้านนางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งร่วมตรวจสอบด้วย กล่าวว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เห็นถึงความสำคัญของการกำจัดขยะที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและภาคอุตสาหกรรมโดยรวม

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาเยือนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี การตรวจสอบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลกิจกรรมทางอุตสาหกรรมในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง แม้คณะกรรมาธิการวุฒิสภาจะยอมรับถึงความจำเป็นของการดำเนินงานดังกล่าว แต่การเรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้นแสดงให้เห็นว่าการสร้างความเข้าใจกับสาธารณชนยังคงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า BWG จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสื่อสารอย่างไร และข้อเสนอแนะเหล่านี้จะนำไปสู่การเพิ่มมาตรการกำกับดูแลแหล่งกากอุตสาหกรรมในจังหวัดต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

ข้อกังวลเรื่องคุณภาพบังเกอร์ชายแดนในจันทบุรีและตราด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเรื่องคุณภาพบังเกอร์ชายแดนในจันทบุรีและตราด

สส. พรรคประชาชนตั้งคำถามถึงมาตรฐานการก่อสร้างและการจัดสรรงบประมาณสำหรับบังเกอร์ทหารตามแนวชายแดนจันทบุรี-ตราด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเรื่องคุณภาพบังเกอร์ชายแดนในจันทบุรีและตราด

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเรื่องคุณภาพบังเกอร์ชายแดนในจันทบุรีและตราด

สส. พรรคประชาชนตั้งคำถามถึงมาตรฐานการก่อสร้างและการจัดสรรงบประมาณสำหรับบังเกอร์ทหารตามแนวชายแดนจันทบุรี-ตราด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้เปิดเผยข้อกังวลต่อสาธารณะเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงของบังเกอร์ทหารที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนในจังหวัดจันทบุรีและตราด โดย สส. ได้นำหลักฐานภาพถ่ายมาแสดงซึ่งชี้ให้เห็นว่าคุณภาพการก่อสร้างของสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้อาจไม่ได้มาตรฐาน

เจ้าหน้าที่ระบุว่าบังเกอร์แต่ละหลังใช้งบประมาณในการก่อสร้างหลังละ 50,000 บาท สส. รายดังกล่าวแสดงความกังวลว่าสภาพปัจจุบันของโครงสร้างเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยชี้ว่าอาจเสี่ยงต่อการพังถล่ม นอกจากนี้ ตัวแทนยังได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของโครงการ โดยระบุว่าการขาดมาตรฐานในการก่อสร้างอาจบ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือการก่อสร้าง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนเหล่านี้ รายงานนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและการใช้จ่ายงบประมาณทางทหารอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบังเกอร์เหล่านี้จะมีไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเป็นหลัก แต่ข้อกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงและโอกาสในการทุจริตถือเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ ในขณะนี้ข้อกล่าวหายังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสัญญาการก่อสร้างหรือไม่ หรือกองทัพจะออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องคุณภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐานและการบริหารจัดการทางการเงินที่อาจไม่โปร่งใสหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 เพื่อขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอาเซียน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 เพื่อขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอาเซียน

กระทรวงศึกษาธิการจัดการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRFC) ครั้งที่ 17 เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษาระดับภูมิภาค

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 เพื่อขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 เพื่อขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอาเซียน

กระทรวงศึกษาธิการจัดการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRFC) ครั้งที่ 17 เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษาระดับภูมิภาค

ตามรายงานของ Matichon Online กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRFC) ครั้งที่ 17 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขับเคลื่อนการนำกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) ไปปฏิบัติและสร้างความสอดคล้องระหว่างประเทศสมาชิก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศในการบูรณาการด้านการศึกษาระดับภูมิภาค การปรับคุณวุฒิระดับชาติให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอาเซียนมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีทักษะและนักศึกษาภายในภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้น ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อให้แน่ใจว่าวุฒิการศึกษาที่ได้รับในประเทศไทยได้รับการยอมรับและเข้าใจโดยประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานหรือศึกษาต่อข้ามพรมแดนในอาเซียน

แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือระดับภูมิภาค แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบในทันทีต่อการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพรายบุคคลหรือการโอนหน่วยกิตทางวิชาการยังคงต้องรอการยืนยัน คณะกรรมการยังคงทำงานในด้านเทคนิคของกรอบงานนี้ต่อไป และคาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการบูรณาการดำเนินไป ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรับข้อมูลว่ามาตรฐานระดับภูมิภาคเหล่านี้จะถูกนำไปบูรณาการเข้ากับนโยบายท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC

กลุ่มแรงงานจี้กระทรวงแรงงานชะลอการใช้สูตร 'CARE'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มแรงงานจี้กระทรวงแรงงานชะลอการใช้สูตร 'CARE'

สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานชะลอการนำสูตร 'CARE' มาใช้ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียสิทธิประโยชน์ของแรงงานในระยะยาว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กลุ่มแรงงานจี้กระทรวงแรงงานชะลอการใช้สูตร 'CARE'

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มแรงงานจี้กระทรวงแรงงานชะลอการใช้สูตร 'CARE'

สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานชะลอการนำสูตร 'CARE' มาใช้ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียสิทธิประโยชน์ของแรงงานในระยะยาว

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้กระทรวงแรงงานระงับมติการนำสูตร 'CARE' มาใช้ โดยกลุ่มแสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญว่าวิธีการคำนวณใหม่นี้อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิทธิและผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ทำงานในระบบแรงงานของไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากเน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนนโยบายแรงงานและโครงสร้างค่าตอบแทน การเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณสิทธิประโยชน์อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในวงกว้างและความมั่นคงของสัญญาจ้างงาน

ในขณะนี้ กระทรวงแรงงานยังไม่ได้ออกคำตอบอย่างเป็นทางการต่อคำร้องขอให้ระงับการดำเนินการดังกล่าว ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงจะดำเนินการตามสูตร 'CARE' ตามแผนเดิมหรือไม่ หรือจะเข้าสู่การเจรจาเพิ่มเติมกับตัวแทนแรงงานเพื่อแก้ไขข้อกังวลเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าแรงกดดันนี้จะนำไปสู่การทบทวนนโยบายอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการดำเนินการจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับนักท่องเที่ยวนั้นโดยทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบจากการหารือนโยบายแรงงานภายในเหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นเครื่องเตือนใจถึงบทบาทที่แข็งขันของสหภาพแรงงานในภูมิทัศน์นโยบายภายในประเทศของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงน้ำข้ามพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงน้ำข้ามพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา

ภัทรพงษ์ สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์ร่างขอบเขตงาน (TOR) สำหรับข้อตกลงการจัดการน้ำระหว่างไทยและเมียนมา โดยอ้างถึงข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นในด้านความโปร่งใสและประสิทธิภาพทางสิ่งแวดล้อม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงน้ำข้ามพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงน้ำข้ามพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา

ภัทรพงษ์ สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์ร่างขอบเขตงาน (TOR) สำหรับข้อตกลงการจัดการน้ำระหว่างไทยและเมียนมา โดยอ้างถึงข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นในด้านความโปร่งใสและประสิทธิภาพทางสิ่งแวดล้อม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ภัทรพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับร่างขอบเขตงาน (TOR) สำหรับข้อตกลงทวิภาคีระหว่างไทยและเมียนมาเกี่ยวกับการจัดการน้ำข้ามพรมแดน

ภัทรพงษ์โต้แย้งว่าร่างปัจจุบันอาจจำกัดความสามารถของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาต้นตอของมลพิษที่เป็นพิษในระบบแม่น้ำร่วมกันโดยไม่ตั้งใจ เขาเสนอว่าข้อตกลงในโครงสร้างปัจจุบันอาจให้ความสำคัญกับการปิดปากทางการทูตมากกว่าการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้ เขาได้เสนอข้อเสนอแนะ 4 ประการเพื่อให้รัฐบาลพิจารณาก่อนที่จะสรุปหรือลงนามในข้อตกลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความเกี่ยวข้องเนื่องจากเน้นย้ำถึงความท้าทายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับคุณภาพน้ำและการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชายแดน แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้สรุปข้อตกลงดังกล่าว แต่การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ

ยังคงต้องยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร และข้อเสนอแนะที่เสนอจะถูกรวมไว้ในเวอร์ชันสุดท้ายของ TOR หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าฝ่ายบริหารจะปรับแนวทางเพื่อให้แน่ใจว่ามีความโปร่งใสมากขึ้นและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่แข็งแกร่งขึ้นในการหารือทวิภาคีที่จะเกิดขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG ในจังหวัดสระบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG ในจังหวัดสระบุรี

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาไทยได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ในจังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจสอบแนวทางการกำจัดกากอุตสาหกรรมและให้คำแนะนำเรื่องการสื่อสารกับสาธารณะ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG ในจังหวัดสระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG ในจังหวัดสระบุรี

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาไทยได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ในจังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจสอบแนวทางการกำจัดกากอุตสาหกรรมและให้คำแนะนำเรื่องการสื่อสารกับสาธารณะ

คณะผู้แทนจากวุฒิสภาไทยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ดำเนินการโดยบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ในจังหวัดสระบุรี ตามรายงานของ Thai Post คณะกรรมาธิการได้ประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิศวกรรมของบริษัทในการกำจัดและบำบัดกากอุตสาหกรรม

ในระหว่างการเยี่ยมชม วุฒิสมาชิกได้ให้คำแนะนำแก่ BWG ให้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกมากขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและความโปร่งใสต่อสาธารณชนเกี่ยวกับกระบวนการทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกากอุตสาหกรรม คณะกรรมาธิการเชื่อว่าการอธิบายอย่างชัดเจนว่ามีการจัดการกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรมอย่างไร จะช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อข้อกังวลของชุมชนได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหรือใกล้เขตอุตสาหกรรมในจังหวัดสระบุรี ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงการกำกับดูแลสถานประกอบการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการตรวจสอบจะมุ่งเน้นไปที่มาตรฐานการดำเนินงาน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า BWG จะดำเนินการตามกลยุทธ์การสื่อสารเหล่านี้อย่างไร และความพยายามดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ในการรับรู้ของสาธารณชนหรือการรายงานด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ในขณะนี้ การเยี่ยมชมดังกล่าวถือเป็นการตรวจสอบแนวทางปฏิบัติที่มีอยู่ตามปกติ ไม่ใช่การบ่งชี้ถึงการละเมิดกฎระเบียบใดๆ โดยเฉพาะ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการสื่อสารของบริษัทในขณะที่บริษัทตอบสนองต่อคำแนะนำของวุฒิสภา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:18 UTC

พรรคประชาชนชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาการจัดการเรื่องคุกคามทางเพศภายในพรรค
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาการจัดการเรื่องคุกคามทางเพศภายในพรรค

ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคปกปิดเรื่องการคุกคามทางเพศ หลังจากที่มีการกล่าวหาจากอดีต สส. ธิษะณา ชุณหะวัน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาการจัดการเรื่องคุกคามทางเพศภายในพรรค

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาการจัดการเรื่องคุกคามทางเพศภายในพรรค

ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคปกปิดเรื่องการคุกคามทางเพศ หลังจากที่มีการกล่าวหาจากอดีต สส. ธิษะณา ชุณหะวัน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตอบโต้กรณีที่มีการกล่าวหาต่อสาธารณะโดยอดีต สส. กรุงเทพมหานคร ธิษะณา ชุณหะวัน ซึ่งอ้างว่าผู้บริหารพรรคได้รับทราบเรื่องการคุกคามทางเพศ แต่กลับขอให้เก็บเรื่องดังกล่าวไว้เป็นความลับ

ศิริกัญญาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าผู้บริหารพรรคพยายามปกปิดหรือปิดปากเรื่องการกระทำผิด โดยชี้แจงว่าขณะนี้พรรคกำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ตามคำกล่าวของศิริกัญญา การตรวจสอบภายในกำลังดำเนินอยู่ และพรรคกำลังดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายทางการเมืองภายในที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับพฤติกรรมในที่ทำงานและความรับผิดชอบภายในองค์กรการเมืองขนาดใหญ่ แม้ว่าพรรคประชาชนจะประกาศความมุ่งมั่นในการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะของข้อกล่าวหาและกรอบเวลาสำหรับการตรวจสอบภายในของพรรคยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากเป็นเรื่องการเมืองภายใน จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางหรือชีวิตประจำวันของผู้มาเยือน แต่ถือเป็นการเตือนใจถึงมาตรฐานความโปร่งใสที่กำลังพัฒนาในสถาบันการเมืองไทย ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากพรรคต่อไปในขณะที่การตรวจสอบดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:18 UTC

ไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ

รัฐบาลไทยได้เปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและลดขั้นตอนทางราชการสำหรับประชาชนทั่วประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ

รัฐบาลไทยได้เปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและลดขั้นตอนทางราชการสำหรับประชาชนทั่วประเทศ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 พลพีร์ สุวรรณ ได้เปิดตัวระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ ความคิดริเริ่มทางดิจิทัลนี้ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดิน โดยช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ผ่านสำนักงานที่ดินต่างสาขา ซึ่งช่วยลดขั้นตอนที่จำเป็นในการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการให้ทันสมัย ซึ่งอาจช่วยประหยัดเวลาและลดภาระในการเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการ การเปิดให้เข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ข้ามสำนักงานได้นั้น ระบบนี้มุ่งหวังที่จะเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของบริการจัดการที่ดิน

แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่การบริหารงานแบบดิจิทัล แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะขอบเขตการให้บริการที่ครบถ้วนผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์นี้ และกำหนดการสำหรับการรวมสำนักงานที่ดินท้องถิ่นทั้งหมดเข้าสู่เครือข่ายดิจิทัลยังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมที่ดินเพื่อทำความเข้าใจว่าธุรกรรมใดบ้างที่สามารถดำเนินการออนไลน์ได้ และธุรกรรมใดที่ยังคงต้องมีการตรวจสอบด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นการดำเนินการใหม่ ขอแนะนำให้ประชาชนสอบถามข้อมูลความพร้อมของบริการดิจิทัลเหล่านี้สำหรับความต้องการเฉพาะของตนกับสำนักงานที่ดินในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

ศิริกัญญา ยืนยันจุดยืนพรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศิริกัญญา ยืนยันจุดยืนพรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปฏิเสธกระแสข่าวการจับมือทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่ารัฐบาลกำลังเผชิญกับความไร้เสถียรภาพภายในอยู่แล้ว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศิริกัญญา ยืนยันจุดยืนพรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย

แหล่งข่าวเดียว
ศิริกัญญา ยืนยันจุดยืนพรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปฏิเสธกระแสข่าวการจับมือทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่ารัฐบาลกำลังเผชิญกับความไร้เสถียรภาพภายในอยู่แล้ว

ชี้แจงจุดยืนทางการเมือง

ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนทางการเมืองระหว่างขั้วสีแดงและสีเขียว โดยศิริกัญญายืนยันอย่างชัดเจนว่าพรรคประชาชนไม่มีเจตนาที่จะเข้าร่วมรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นส่วนหนึ่ง

ความกังวลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ตามรายงานของ Thai Post ศิริกัญญาระบุว่ารัฐบาลปัจจุบันกำลังเผชิญกับความไร้เสถียรภาพอย่างมีนัยสำคัญอยู่แล้ว โดยไม่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงระหว่างพรรคการเมืองใดๆ เธอตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลที่บริหารประเทศมาเพียง 3 เดือนกำลังประสบกับความท้าทายมากมาย รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันและประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเธอมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้สภาพแวดล้อมทางการเมืองมีความเปราะบาง

ผลกระทบและแนวโน้ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การชี้แจงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย แม้ว่าพรรคประชาชนจะปฏิเสธการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย แต่บรรยากาศทางการเมืองโดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากแรงกดดันภายในรัฐบาลเอง ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความท้าทายเหล่านี้จะส่งผลต่อความคืบหน้าทางกฎหมายหรือการดำเนินนโยบายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความเปลี่ยนแปลงและอาจมีพัฒนาการเพิ่มเติมได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 07:58 UTC

พรรคประชาชนแสดงความเห็นต่อความไม่มั่นคงทางการเมืองและการปรับเปลี่ยนรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนแสดงความเห็นต่อความไม่มั่นคงทางการเมืองและการปรับเปลี่ยนรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้น

ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวการดีลทางการเมืองท่ามกลางความไม่มั่นคงของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการตรวจสอบผ่านรัฐสภา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนแสดงความเห็นต่อความไม่มั่นคงทางการเมืองและการปรับเปลี่ยนรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนแสดงความเห็นต่อความไม่มั่นคงทางการเมืองและการปรับเปลี่ยนรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้น

ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวการดีลทางการเมืองท่ามกลางความไม่มั่นคงของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการตรวจสอบผ่านรัฐสภา

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาไทยเกี่ยวกับกระแสข่าวการเจรจาทางการเมืองระหว่างฝั่ง 'สีเขียว' และ 'สีแดง' ศิริกัญญาระบุว่ารัฐบาลปัจจุบันซึ่งบริหารประเทศมาได้ 3 เดือน กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากปัญหาภายในมากมาย รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ความขัดแย้งเกี่ยวกับการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา และการบริหารจัดการที่ผิดพลาด

แม้ศิริกัญญาจะระบุว่าตนไม่มีข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับการดีลลับ แต่เธอเสนอแนะว่าแรงกดดันภายในเหล่านี้อาจทำให้พรรคร่วมรัฐบาลต้องทบทวนจุดยืนของตนเอง เธอได้สะท้อนถึงการตัดสินใจทางการเมืองในอดีต โดยเฉพาะการโหวตเลือกอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุว่าพรรคประชาชนยังคงมุ่งเน้นไปที่บทบาทในฐานะฝ่ายค้าน เธอเน้นย้ำว่าไม่ว่าจะมีกระแสการปรับเปลี่ยนทางการเมืองอย่างไร พรรคตั้งใจที่จะใช้มาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านการอภิปรายในสภา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของความผันผวนทางการเมือง แม้ว่าชีวิตประจำวันในประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากการอภิปรายในสภาเหล่านี้มากนัก แต่ผู้ที่สนใจสถานการณ์ในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรีหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างระหว่างกลุ่มการเมืองอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือรัฐบาลผสมปัจจุบันจะยังคงรักษาโครงสร้างเดิมไว้ได้ท่ามกลางความท้าทายภายในที่ถูกรายงานออกมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 08:17 UTC

พรรคประชาชนแจงปมข้อกล่าวหาปิดปากเรื่องคุกคามทางเพศ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนแจงปมข้อกล่าวหาปิดปากเรื่องคุกคามทางเพศ

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคสั่งให้ ธิษะณา ชุณหะวัน อดีต สส. เงียบเรื่องการถูกคุกคาม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนแจงปมข้อกล่าวหาปิดปากเรื่องคุกคามทางเพศ

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนแจงปมข้อกล่าวหาปิดปากเรื่องคุกคามทางเพศ

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคสั่งให้ ธิษะณา ชุณหะวัน อดีต สส. เงียบเรื่องการถูกคุกคาม

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ชี้แจงกรณีที่ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัน อดีต สส.กทม. ออกมากล่าวหาว่าผู้บริหารพรรคขอให้เก็บเรื่องเงียบหลังจากที่เธอแจ้งเรื่องการถูกคุกคาม

ศิริกัญญายืนยันว่าพรรคไม่เคยขอให้ธิษะณาเงียบ โดยอธิบายว่าแม้ผู้บริหารบางส่วนจะได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าว แต่ข้อมูลที่ได้รับไม่มีรายละเอียดครบถ้วน รวมถึงไม่ได้ระบุตัวบุคคลผู้กระทำผิด ทำให้ไม่สามารถเปิดการสอบสวนได้ในขณะนั้น ศิริกัญญาย้ำว่าขณะนี้พรรคกำลังเริ่มกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แม้ว่าธิษะณายังไม่ได้เข้ามาให้ข้อมูลโดยตรงก็ตาม พร้อมทั้งเชิญชวนให้ธิษะณานำหลักฐานมามอบให้เพื่อให้พรรคดำเนินการสอบสวนจนถึงที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในพรรคฝ่ายค้านหลักของไทย แม้จะเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายใน แต่ก็สะท้อนถึงการตื่นตัวเรื่องพฤติกรรมในที่ทำงานและความรับผิดชอบในสถาบันการเมืองไทย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าธิษะณาจะให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของพรรคหรือไม่ และผลการสอบสวนจะนำไปสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับตัวผู้กระทำผิดหรือความถูกต้องของรายงานเบื้องต้นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC