ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต ✦
การเมือง บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ✦
ทั่วไป กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent ✦
การเมือง ‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร ✦
ความปลอดภัย ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร ✦
ความปลอดภัย รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร ✦
การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ความปลอดภัย

เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำปืนประจำกายลั่นใส่แม่เสียชีวิตภายในบ้านพักที่จังหวัดภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามรายงานจาก Thai Post โดยพันตำรวจโทสากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านพักซอยเกาะแก้ว 3 ถนนเทพกระษัตรี เมื่อเวลาประมาณ 21.45 น.

รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโทกำลังตรวจสอบปืนประจำกาย Glock 19 ภายในบ้านพัก ปืนได้เกิดลั่นขึ้น ส่งผลให้กระสุนถูกมารดาที่อยู่ในเหตุการณ์จนเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัย และไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างของจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการอาวุธปืน เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดทั้งในที่เกิดเหตุและตัวอาวุธปืนเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะถูกดำเนินการโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตตามกระบวนการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:38 UTC

การเมือง

บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวเดียว
บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online รายงานถึงอิทธิพลทางการทูตของเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่สำคัญของจีนระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานเน้นย้ำถึงบทบาทของเธอในการทูตระหว่างประเทศและการแสดงออกถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมของจีนบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การเยือนครั้งนี้ตอกย้ำถึงการมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าการเยือนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเป็นหลัก แต่ก็มักส่งผลต่อบรรยากาศทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และบรรยากาศทั่วไปสำหรับชาวต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในภูมิภาคนี้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทวิภาคีในระยะยาวอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการที่จีนใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรมเพื่อจัดการภาพลักษณ์ในระดับสากลหรือไม่ ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงสัญลักษณ์จากการปรากฏตัวของเธอมากกว่าผลลัพธ์ทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจง นักเดินทางควรติดตามช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างสองประเทศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ทั่วไป

กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงการย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ในกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการได้อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่

โครงการที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ การย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทองและการบูรณะพื้นที่สะพานเทเวศร์ โครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของย่านประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งปรับปรุงการเข้าถึงของสาธารณะและความปลอดภัย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและการบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จะช่วยปรับปรุงความสวยงามและการไหลเวียนของการจราจรในเขตเมืองเก่าของเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่การก่อสร้างชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจราจรหรือเส้นทางเดินเท้าใกล้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การบูรณะสะพานเทเวศร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเยือนพื้นที่นี้เนื่องจากบรรยากาศริมน้ำและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

แม้ว่าคณะกรรมการจะอนุมัติโครงการทั้ง 5 โครงการแล้ว แต่กำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างและสถานที่ตั้งใหม่ของสถานีดับเพลิงยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเกาะรัตนโกสินทร์อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่รอบเมืองเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ผู้ชนะการประกวด America’s Got Talent ซีซั่นที่ 21

จังหวัดภูเก็ตกำลังเตรียมจัดขบวนแห่เพื่อเป็นเกียรติแก่ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ซึ่งเป็นชาวภูเก็ตที่เพิ่งชนะการประกวดรายการโทรทัศน์ 'America’s Got Talent' ซีซั่นที่ 21 ตามรายงานของ Khaosod Online นายรอมดอน หะยีอาเแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าทางจังหวัดตั้งใจจะจัดขบวนรถแห่ไปรอบเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับศิลปินรุ่นเยาว์ผู้นี้

ในส่วนของการเตรียมการ มีรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดเตรียมชุดไทยเพื่อให้เนเน่สวมใส่ในระหว่างงานต้อนรับ ทางการมองว่าชัยชนะของเธอเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทั้งชาวภูเก็ตและชาวไทย โดยมุ่งหวังที่จะใช้ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่กล้าทำตามความฝันของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น แม้ว่าเส้นทางของขบวนแห่และกำหนดการที่ชัดเจนกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับทีมงานของเนเน่ แต่ทางจังหวัดยืนยันว่ากำลังมีการวางแผนต้อนรับอย่างสมเกียรติ รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยและกำหนดการสุดท้ายของขบวนแห่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขณะนี้ศิลปินยังมีภารกิจที่ต่างประเทศ โดยจะมีการแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ทราบอีกครั้งเมื่อกำหนดการชัดเจนแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การเมือง

‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร นักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้รับคำอวยพรจากพระสงฆ์ในพื้นที่ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสกลนคร บุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งในพื้นที่ได้ให้พรต่อหน้าสาธารณชนว่าขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นักการเมืองกำลังพบปะกับชุมชนท้องถิ่น ท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะทำให้นักการเมืองประหลาดใจจนแสดงอาการเขินอายต่อการสนับสนุนที่ไม่คาดคิดนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างวัฒนธรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิมกับภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าการให้พรจากพระสงฆ์จะเป็นวิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในไทย แต่การที่คำอวยพรนี้เกิดขึ้นในบริบททางการเมืองและมีการกล่าวถึงตำแหน่งระดับสูงจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลและไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นทางการหรือการรับรองจากสถาบันทางศาสนาแต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคำอวยพรนี้มีน้ำหนักทางกฎหมายหรือส่งผลต่อทิศทางการหาเสียงของนักการเมืองแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์ควรพิจารณาเรื่องนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของนักการเมืองหรือบริบทเฉพาะของการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของทีมหาเสียงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ความปลอดภัย

ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้คาเฟ่ชื่อดังในเขาใหญ่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเขตเขาใหญ่ โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคาเฟ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ต้องปิดให้บริการเนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วมฉับพลัน

นายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดมีสภาพอากาศมืดครึ้มและมีปริมาณฝนตกในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีปริมาณฝนตกหนัก โดยที่อำเภอปากช่องวัดได้ 160 มิลลิเมตร ตามด้วยอำเภอพระทองคำ (56.5 มม.) อำเภอวังน้ำเขียว (55 มม.) และอำเภอครบุรี (25 มม.)

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แม้สถานการณ์จะสร้างความเดือดร้อน แต่สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาได้ให้ข้อมูลเพื่อความมั่นใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัด ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแชะ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันไม่ถึง 50% ของความจุ ซึ่งหมายความว่ายังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกมากเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อน

เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปเขาใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากผลกระทบจากฝนตกยังคงเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดมาตรการฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่ง 8 ข้อเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

คำสั่งหลักมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยสถานพยาบาลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจะต้องสำรองไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้โครงสร้างพื้นฐานจะได้รับผลกระทบชั่วคราวจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ของน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีความเสี่ยงควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นการป้องกันล่วงหน้า แต่ความรุนแรงที่แท้จริงของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการหยุดชะงักของบริการในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

เหตุการณ์

มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

แหล่งข่าวเดียว
มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

มะลิ โคทส์ นักแสดงสาวชาวไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากคบหาดูใจกันมา 7 ปี

มะลิ โคทส์ นักแสดงและนางแบบสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่ม ระหว่างงานเปิดตัวแพลตฟอร์มความงามแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การขอแต่งงานเกิดขึ้นริมทะเลในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของมะลิ ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาที่อั้มเคยให้ไว้ว่าจะขอแต่งงานก่อนที่เธอจะอายุครบ 35 ปี

ทั้งคู่ซึ่งคบหากันมานานถึง 7 ปี ได้แบ่งปันความตื่นเต้นระหว่างงานเปิดตัว Premium Beauty Booking Platform ที่ The Corner House ถนนเจริญกรุง มะลิบรรยายถึงช่วงเวลานั้นว่าตื่นเต้นจนหูดับและมือไม้สั่น ส่วนอั้มซึ่งมาร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจให้แฟนสาว ได้แสดงความมุ่งมั่นและชื่นชมในบุคลิกที่ตรงไปตรงมาของมะลิ พร้อมกล่าวติดตลกว่า "ลูกผู้ชายตัวจริงต้องกลัวแฟน"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการบันเทิงไทย ข่าวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง แม้ว่าทั้งคู่จะยืนยันเรื่องการหมั้นหมายและตั้งใจจะแต่งงานกันแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันหรือสถานที่จัดงานแต่งงาน แฟนๆ ต่างรอคอยการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของทั้งคู่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

แหล่งข่าวเดียว
รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

เทศบาลนครรังสิตประกาศเตือนภัยระดับธงแดงเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เทศบาลนครรังสิตได้ขึ้นธงแดงอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในระดับสูง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระดับน้ำในพื้นที่ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 1.81 เมตร ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำท้องถิ่นรวมถึง 'บิ๊กแจ๊ส' (คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ได้ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองและประสานงานการเฝ้าระวัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ธงแดงทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการว่าสภาพการณ์มีความเสี่ยงและควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งคลองควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของเทศบาลอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทาง

แม้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ในเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานะธงแดงจะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีการอพยพหรือใช้มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หรือคำแนะนำใหม่จากเทศบาลนครรังสิต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ไทย-สวิส จับมือยกระดับการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทย-สวิส จับมือยกระดับการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการนำร่องการศึกษาพหุภาษาเป็นระยะเวลา 9 ปี สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทย-สวิส จับมือยกระดับการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
ไทย-สวิส จับมือยกระดับการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการนำร่องการศึกษาพหุภาษาเป็นระยะเวลา 9 ปี สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคุณปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษาฯ ได้เข้าพบหารือกับนายเปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส กรุงเทพฯ โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าการหารือมุ่งเน้นไปที่การยกระดับคุณภาพการศึกษาสำหรับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

ผลลัพธ์หลักของความร่วมมือนี้คือโครงการนำร่องระยะเวลา 9 ปี ซึ่งดำเนินการในโรงเรียน 5 แห่งในพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (MTB/MLE) ซึ่งบูรณาการเข้ากับหลักสูตรแกนกลางของประเทศไทย โครงการนี้ครอบคลุมนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกันสำหรับเด็กทุกคนในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาภูมิภาค โครงการนี้ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่สำคัญในโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าโครงการนำร่องจะจำกัดอยู่เพียง 5 โรงเรียนในขณะนี้ แต่ระยะเวลา 9 ปีแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการประเมินผลอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงศึกษาธิการจะมีวิธีการวัดผลความสำเร็จของรูปแบบ MTB/MLE อย่างไร และโครงการจะมีการขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ หากผลการดำเนินงานในช่วงแรกเป็นไปในทิศทางที่ดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:55 UTC

พริษฐ์ วัชรสินธุ เผยข้อกังวลต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พริษฐ์ วัชรสินธุ เผยข้อกังวลต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำฝ่ายค้าน ได้ออกมาเปิดเผยถึงพฤติกรรม 5 ประการที่เขาระบุว่าแสดงให้เห็นถึงการขาดความโปร่งใสภายในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พริษฐ์ วัชรสินธุ เผยข้อกังวลต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
พริษฐ์ วัชรสินธุ เผยข้อกังวลต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำฝ่ายค้าน ได้ออกมาเปิดเผยถึงพฤติกรรม 5 ประการที่เขาระบุว่าแสดงให้เห็นถึงการขาดความโปร่งใสภายในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นักการเมืองชื่อดัง ได้แสดงความไม่ไว้วางใจต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการ โดยพริษฐ์ได้ระบุถึงพฤติกรรม 5 ประการที่เขามองว่าเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความเป็นกลางของ กกต.

ประเด็นสำคัญในการวิพากษ์วิจารณ์คือการจัดการกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยพริษฐ์กล่าวหาว่า กกต. ใช้กลยุทธ์เตะถ่วงและมีการปัดตกคดีที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. โดยอ้างว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ นอกจากนี้ เขายังวิจารณ์ กกต. เรื่องการออกระเบียบต่างๆ ที่เขามองว่าเป็นการสร้างความซับซ้อนให้กับกระบวนการเลือกตั้งแทนที่จะทำให้เกิดความคล่องตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันการเลือกตั้งระดับชาติ แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลด้านการบริหารและกฎหมายในการคัดเลือก สว. แต่ข้อพิพาทดังกล่าวอาจนำไปสู่การชุมนุมสาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศทางการเมืองได้ในบางครั้ง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะมีการรื้อฟื้นคดีการฮั้วเลือก สว. หรือมีการตรวจสอบเพิ่มเติมโดยหน่วยงานอิสระหรือไม่ ในขณะนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังคงเป็นมุมมองจากฝั่งฝ่ายค้านและยังไม่มีคำตัดสินจากศาลยืนยันข้อเท็จจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 07:16 UTC

กระทรวงมหาดไทยประกาศตำแหน่งว่าง 192 อัตราจากการเกษียณอายุ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยประกาศตำแหน่งว่าง 192 อัตราจากการเกษียณอายุ

กระทรวงมหาดไทยได้เผยแพร่รายชื่อตำแหน่งงาน 192 อัตราที่จะว่างลงเนื่องจากการเกษียณอายุราชการ ซึ่งรวมถึงตำแหน่งระดับสูง เช่น อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยประกาศตำแหน่งว่าง 192 อัตราจากการเกษียณอายุ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยประกาศตำแหน่งว่าง 192 อัตราจากการเกษียณอายุ

กระทรวงมหาดไทยได้เผยแพร่รายชื่อตำแหน่งงาน 192 อัตราที่จะว่างลงเนื่องจากการเกษียณอายุราชการ ซึ่งรวมถึงตำแหน่งระดับสูง เช่น อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ประกาศรายชื่อตำแหน่งงาน 192 อัตราที่จะว่างลงเนื่องจากข้าราชการถึงวาระเกษียณอายุราชการ รายชื่อดังกล่าวประกอบด้วยตำแหน่งผู้นำที่สำคัญ ได้แก่ อธิบดี รองปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ตรวจราชการ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางบริหารนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เนื่องจากตำแหน่งเหล่านี้มีหน้าที่กำกับดูแลบริการสาธารณะที่สำคัญ การบริหารงานระดับจังหวัด และการดำเนินนโยบายในท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงผู้นำระดับจังหวัดอาจส่งผลต่อความคืบหน้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การดำเนินการด้านใบอนุญาต หรือการบังคับใช้กฎระเบียบในระดับภูมิภาค แม้ว่าตำแหน่งเหล่านี้จะถูกระบุว่าว่างลงในขณะนี้ แต่กระทรวงกำลังเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทน

ในขั้นตอนนี้ รายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากคณะรัฐมนตรียังไม่ได้พิจารณาและอนุมัติการแต่งตั้งใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับทีมผู้นำชุดใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการบริหารงานระดับจังหวัดและการให้บริการสาธารณะทั่วประเทศอย่างไร ทั้งนี้ กระทรวงยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าการแต่งตั้งใหม่เหล่านี้จะเสร็จสิ้นและมีผลบังคับใช้เมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC

ประธานสภาฯ รับเรื่องร้องเรียนปมเสียบบัตรแทนกัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประธานสภาฯ รับเรื่องร้องเรียนปมเสียบบัตรแทนกัน

ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับคำร้องอย่างเป็นทางการจากนักเคลื่อนไหว ศรีสุวรรณ จรรยา เกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการลงมติของรัฐสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประธานสภาฯ รับเรื่องร้องเรียนปมเสียบบัตรแทนกัน

แหล่งข่าวเดียว
ประธานสภาฯ รับเรื่องร้องเรียนปมเสียบบัตรแทนกัน

ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับคำร้องอย่างเป็นทางการจากนักเคลื่อนไหว ศรีสุวรรณ จรรยา เกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการลงมติของรัฐสภา

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับคำร้องจากนายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โดยคำร้องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้บัตรลงคะแนนอย่างไม่เหมาะสมภายในสภา

ในระหว่างการดำเนินการ ประธานสภาฯ ได้แสดงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับส่วนเกี่ยวข้องของพรรคประชาธิปัตย์ในเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมตั้งคำถามถึงเส้นทางการส่งเรื่องร้องเรียนก่อนที่จะมาถึงสำนักงานของตน โดยมีรายงานว่าคำร้องดังกล่าวถูกส่งผ่านกระทรวงมหาดไทยก่อนจะวนมายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนจนทำให้เกิดข้อสงสัยถึงแรงจูงใจในการส่งเรื่องผ่านช่องทางดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการนิติบัญญัติของไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคำร้องจะได้รับการรับเรื่องไว้แล้ว แต่ความถูกต้องของข้อกล่าวหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยัน ประธานสภาฯ ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการสอบสวนหรือการตอบกลับอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของรัฐสภา จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของผู้มาเยือนหรือผู้อยู่อาศัย แต่ถือเป็นการย้ำเตือนถึงบทบาทของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองในการติดตามการทำงานของภาครัฐ ทั้งนี้ ความคืบหน้าเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบของรัฐสภาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

กกต. เรียก 'ศรีสุวรรณ' สอบปมพรรคการเมืองโพสต์กล่าวหาองคมนตรีและรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เรียก 'ศรีสุวรรณ' สอบปมพรรคการเมืองโพสต์กล่าวหาองคมนตรีและรัฐบาล

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกตัวนายศรีสุวรรณ จรรยา มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับกรณีโพสต์บนโซเชียลมีเดียของพรรคการเมืองหนึ่ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เรียก 'ศรีสุวรรณ' สอบปมพรรคการเมืองโพสต์กล่าวหาองคมนตรีและรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เรียก 'ศรีสุวรรณ' สอบปมพรรคการเมืองโพสต์กล่าวหาองคมนตรีและรัฐบาล

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกตัวนายศรีสุวรรณ จรรยา มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับกรณีโพสต์บนโซเชียลมีเดียของพรรคการเมืองหนึ่ง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ณ ศูนย์ราชการฯ อาคาร B กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่า กกต. ได้เรียกนายศรีสุวรรณมาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับกรณีที่มีพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งในรายงานระบุว่าเป็น 'พรรคสีส้ม' ได้โพสต์ข้อความกล่าวหาองคมนตรีและรัฐบาลว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสม

การตรวจสอบนี้มุ่งเน้นไปที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียของพรรคดังกล่าว ซึ่งถูกกล่าวหาว่าวิพากษ์วิจารณ์การทำงานขององคมนตรีและรัฐบาล การเข้าพบ กกต. ของนายศรีสุวรรณเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เพื่อพิจารณาว่าข้อความออนไลน์เหล่านี้เข้าข่ายละเมิดกฎหมายเลือกตั้งหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของพรรคการเมืองหรือไม่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตามองวาทกรรมทางการเมืองในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นเรื่องทางกฎหมายและธุรการภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนในการแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันของรัฐ ปัจจุบัน กกต. ยังไม่มีการตัดสินชี้ขาดหรือประกาศข้อหาอย่างเป็นทางการต่อพรรคการเมืองดังกล่าว ผลสรุปของการสอบสวนนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน และสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก กกต. เกี่ยวกับผลกระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากโพสต์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือเรื่อง 'ดีลโมร็อกโก'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือเรื่อง 'ดีลโมร็อกโก'

อดีตรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ปฏิเสธการคาดการณ์เกี่ยวกับข้อตกลงทางการเมืองลับ โดยยืนยันถึงบทบาทปัจจุบันของเขาในฐานะสมาชิกฝ่ายค้าน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือเรื่อง 'ดีลโมร็อกโก'

แหล่งข่าวเดียว
ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือเรื่อง 'ดีลโมร็อกโก'

อดีตรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ปฏิเสธการคาดการณ์เกี่ยวกับข้อตกลงทางการเมืองลับ โดยยืนยันถึงบทบาทปัจจุบันของเขาในฐานะสมาชิกฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กล่าวถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า 'ดีลโมร็อกโก' ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในการคาดการณ์ทางการเมืองเพื่ออธิบายถึงการเจรจาลับที่ถูกกล่าวอ้าง โดยธรรมนัสได้พูดจากชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงษ์ กรุงเทพมหานคร และปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่เคยมีการพูดคุยกับกลุ่มการเมือง 'สีส้ม' (พรรคก้าวไกล/พรรคประชาชน) หรือ 'สีแดง' (พรรคเพื่อไทย) แต่อย่างใด

ธรรมนัสระบุว่ารายงานดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือและข้อมูลที่บิดเบือน โดยเน้นย้ำว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่แท้จริงจะต้องมาจากปากของเขาเอง เขาได้ยืนยันสถานะปัจจุบันของเขาในฐานะสมาชิกฝ่ายค้าน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าธรรมชาติของการเมืองไทยนั้นมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ คำชี้แจงนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงได้และมักเต็มไปด้วยการคาดเดาของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าข่าวลือเหล่านี้จะดูไม่มีมูลในขณะนี้ แต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทยอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบริหารหรือความรู้สึกของสาธารณชนได้ในบางครั้ง ณ ขณะนี้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการดำเนินงานของรัฐบาลหรือบริการสาธารณะอันเป็นผลมาจากข้อกล่าวหาเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการแทนการรายงานที่คาดเดา เนื่องจากสถานการณ์ยังคงขึ้นอยู่กับการพัฒนาและกลยุทธ์ทางการเมืองต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

รองนายกฯ ยศชนัน ปัดกระแสข่าวการเมืองเรื่องรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ยศชนัน ปัดกระแสข่าวการเมืองเรื่องรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยืนยันความเข้มแข็งของพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ยศชนัน ปัดกระแสข่าวการเมืองเรื่องรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ยศชนัน ปัดกระแสข่าวการเมืองเรื่องรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยืนยันความเข้มแข็งของพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาล

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับกระแสข่าวทางการเมืองที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ท่ามกลางการพูดถึงรัฐบาลสูตร "เขียว-แดง-ส้ม" นายยศชนันยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นแกนนำหลักที่เข้มแข็งของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแถลงนี้ถือเป็นสัญญาณของความต่อเนื่องทางการเมือง แม้ว่าประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นหัวข้อที่สื่อมวลชนท้องถิ่นนำเสนออยู่บ่อยครั้ง แต่คำกล่าวของรองนายกรัฐมนตรีสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาโครงสร้างและทิศทางการบริหารงานในปัจจุบัน ซึ่งความมั่นคงดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและการให้บริการสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน แม้รัฐบาลจะยืนยันถึงความแข็งแกร่ง แต่ความยั่งยืนของรัฐบาลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระแสข่าว "เขียว-แดง-ส้ม" ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองในไทยมักเต็มไปด้วยการคาดการณ์ และคำแถลงอย่างเป็นทางการมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ทั้งนี้ ยังต้องรอดูว่าคำยืนยันดังกล่าวจะช่วยลดกระแสข่าวลือได้หรือไม่ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงพันธมิตรทางการเมืองเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพื่ออัปเดตสถานการณ์ความมั่นคงของรัฐบาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ธรรมนัส พรหมเผ่า ชี้แจงข่าวลือดีลลับที่โมนาโก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธรรมนัส พรหมเผ่า ชี้แจงข่าวลือดีลลับที่โมนาโก

ธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองไทย ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการทำข้อตกลงทางการเมืองที่โมนาโกอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นเพียงการวิเคราะห์ที่คาดเดาไปเอง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธรรมนัส พรหมเผ่า ชี้แจงข่าวลือดีลลับที่โมนาโก

แหล่งข่าวเดียว
ธรรมนัส พรหมเผ่า ชี้แจงข่าวลือดีลลับที่โมนาโก

ธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองไทย ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการทำข้อตกลงทางการเมืองที่โมนาโกอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นเพียงการวิเคราะห์ที่คาดเดาไปเอง

การชี้แจงทางการเมือง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาตอบโต้กระแสข่าวลือในสื่อเกี่ยวกับการทำข้อตกลงทางการเมืองที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการเจรจากันที่โมนาโก โดยมีรายงานระบุว่าเขาได้มีส่วนร่วมในการหารือกับกลุ่มการเมืองต่างๆ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทักษิณ ชินวัตร และพรรคการเมืองอื่นๆ

จุดยืนอย่างเป็นทางการ

ธรรมนัสได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าเขาไม่เคยมีการหารือดังกล่าว เขาอธิบายว่ารายงานเหล่านั้นเป็นเพียงการวิเคราะห์ทางการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง พร้อมเน้นย้ำว่าข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมืองหรือพันธมิตรในอนาคตควรมาจากคำพูดของเขาโดยตรง ไม่ใช่จากข่าวลือของบุคคลที่สาม

ผลกระทบและบริบท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองไทย การชี้แจงนี้ช่วยลดกระแสการคาดเดาที่แพร่สะพัดในสื่อท้องถิ่น แม้ว่าบรรยากาศทางการเมืองในประเทศไทยมักจะเกี่ยวข้องกับการเจรจาที่ซับซ้อน แต่การปฏิเสธอย่างหนักแน่นของธรรมนัสชี้ให้เห็นว่าเรื่องราวของ "ดีลโมนาโก" ยังไม่มีหลักฐานรองรับในขณะนี้

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้ธรรมนัสจะปฏิเสธข่าวลือเหล่านี้ แต่สภาพแวดล้อมทางการเมืองโดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอน ไม่มีการนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการมีอยู่ของการประชุมดังกล่าว และขอแนะนำให้สาธารณชนรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:38 UTC

นายกฯ อนุทิน เตรียมร่วมบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เตรียมร่วมบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการที่จะร่วมบินไปกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมที่จังหวัดนครราชสีมา

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เตรียมร่วมบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เตรียมร่วมบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการที่จะร่วมบินไปกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมที่จังหวัดนครราชสีมา

ตามรายงานจาก Khaosod English นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการเดินทางไปตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยในระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ คาดว่านายกรัฐมนตรีจะร่วมบินไปกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย

นอกเหนือจากการบินดังกล่าว กำหนดการของนายกรัฐมนตรียังรวมถึงการรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับความมั่นคงตามแนวชายแดน การตรวจเยี่ยมยุทโธปกรณ์ทางทหาร และการกล่าวปราศรัยต่อกำลังพลของกองทัพอากาศที่ประจำการอยู่ในฐานทัพ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภารกิจทางทหารระดับสูงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แม้ว่าการเยือนครั้งนี้จะเน้นไปที่ด้านการป้องกันประเทศและการปฏิบัติการทางทหารเป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับความมั่นคงตามแนวชายแดนและความพร้อมของกองทัพอากาศในปัจจุบัน

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเส้นทางการบินหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่น่านฟ้าในท้องถิ่น หรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้ฐานทัพอากาศนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรทราบว่านี่เป็นกิจกรรมอย่างเป็นทางการของรัฐบาล และอาจมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการของนายกรัฐมนตรีหรือประกาศสาธารณะที่เกี่ยวข้องจากกองทัพอากาศไทยหรือโฆษกรัฐบาลเมื่อใกล้ถึงวันจัดงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือดีลการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือดีลการเมือง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเจรจาทางการเมืองลับ พร้อมยืนยันการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มตัว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือดีลการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือดีลการเมือง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเจรจาทางการเมืองลับ พร้อมยืนยันการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มตัว

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมืองของเขา โดยในการให้สัมภาษณ์ที่งานชุมชนแห่งหนึ่ง เขาได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่อง 'ดีลโมนาโก' อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าการเดินทางไปต่างประเทศที่ผ่านมาเป็นการเดินทางไปกับครอบครัวเท่านั้น และไม่ได้มีการพบปะกับบุคคลทางการเมืองอื่นใด

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการจับมือกับพรรคการเมืองอื่น เช่น พรรคประชาชน ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าตนยังไม่ได้มีการหารือใดๆ กับพรรคดังกล่าว และเน้นย้ำว่าพรรคของเขากำลังทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มตัว เขาอธิบายว่าในช่วงที่ผ่านมาตนได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเรื่องครอบครัวและการดูแลกิจการภายในพรรค พร้อมให้คำมั่นว่าพรรคจะทำหน้าที่ในสภาอย่างสร้างสรรค์ โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก มากกว่าวาระทางการเมืองส่วนตัว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้ช่วยสร้างความชัดเจนให้กับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยบ่งชี้ว่าพรรคกล้าธรรมตั้งใจที่จะรักษาจุดยืนเดิมไว้แทนที่จะแสวงหาการเปลี่ยนแปลงขั้วการเมืองในทันที อย่างไรก็ตาม ตามที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวไว้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำยืนยันนี้จะสามารถยุติการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนทางการเมืองในอนาคตได้หรือไม่ในระหว่างสมัยประชุมสภา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ธรรมนัส พรหมเผ่า พูดถึงพันธมิตรทางการเมืองและพลวัตของพรรค
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธรรมนัส พรหมเผ่า พูดถึงพันธมิตรทางการเมืองและพลวัตของพรรค

ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธการมีอยู่ของดีลการเมือง 'แดง-เขียว' พร้อมระบุว่าความขัดแย้งในอดีตกับกลุ่มสีส้มได้ผ่านพ้นไปแล้ว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธรรมนัส พรหมเผ่า พูดถึงพันธมิตรทางการเมืองและพลวัตของพรรค

แหล่งข่าวเดียว
ธรรมนัส พรหมเผ่า พูดถึงพันธมิตรทางการเมืองและพลวัตของพรรค

ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธการมีอยู่ของดีลการเมือง 'แดง-เขียว' พร้อมระบุว่าความขัดแย้งในอดีตกับกลุ่มสีส้มได้ผ่านพ้นไปแล้ว

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างลงพื้นที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์ กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวถึงกระแสข่าวลือทางการเมืองว่า ตนปฏิเสธการมีอยู่ของดีล 'แดง-เขียว' ซึ่งหมายถึงการจับมือกันระหว่างขั้วการเมืองหลัก

นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์กับกลุ่ม 'สีส้ม' โดยระบุว่าความขัดแย้งในช่วงก่อนการเลือกตั้งได้ผ่านพ้นไปแล้ว และในทางการเมืองนั้นศัตรูเก่าก็สามารถกลับมาคืนดีกันได้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศทางการเมืองปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำกล่าวเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของการจัดขั้วทางการเมืองในประเทศ การเปลี่ยนแปลงความร่วมมือระหว่างพรรคอาจส่งผลต่อลำดับความสำคัญในการออกกฎหมายและเสถียรภาพโดยรวมของรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายสาธารณะและกระบวนการบริหารจัดการต่างๆ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำกล่าวเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือในสภาอย่างเป็นรูปธรรม หรือเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองเพื่อลดความตึงเครียดเท่านั้น ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าท่าทีดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือเป็นเพียงภาพสะท้อนของวาทกรรมทางการเมืองที่กำลังดำเนินไปในปัจจุบัน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการภายหลังการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

เสนอมาตรฐานประสิทธิภาพภาครัฐสำหรับการปรับโครงสร้างหน่วยงาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เสนอมาตรฐานประสิทธิภาพภาครัฐสำหรับการปรับโครงสร้างหน่วยงาน

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ย้ำว่าการยุบหน่วยงานรัฐใดๆ ต้องวัดผลตามตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) ของ ก.พ.ร. อย่างเคร่งครัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เสนอมาตรฐานประสิทธิภาพภาครัฐสำหรับการปรับโครงสร้างหน่วยงาน

แหล่งข่าวเดียว
เสนอมาตรฐานประสิทธิภาพภาครัฐสำหรับการปรับโครงสร้างหน่วยงาน

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ย้ำว่าการยุบหน่วยงานรัฐใดๆ ต้องวัดผลตามตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) ของ ก.พ.ร. อย่างเคร่งครัด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้กล่าวถึงประเด็นการหารือเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหรือการยุบหน่วยงานภาครัฐ โดยยศชนันระบุว่าการเปลี่ยนแปลงทางบริหารที่สำคัญเช่นนี้จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตัวชี้วัดที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและ ก.พ.ร. ยศชนันเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยมาตรฐานความรับผิดชอบสูงสุด โดยย้ำว่าการประเมินความจำเป็นหรือประโยชน์ของหน่วยงานใดๆ จะต้องไม่เป็นไปโดยอำเภอใจ แต่ต้องสอดคล้องกับตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานหลัก (KPI) ที่ ก.พ.ร. กำหนดไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนไปสู่แนวทางการบริหารภาครัฐที่เน้นข้อมูลเป็นหลัก แม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน แต่ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงโครงสร้างภายในระบบราชการ ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณายุบเลิก หรือการประเมินผลการปฏิบัติงานเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในทางปฏิบัติอย่างไรต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะที่จะนำมาใช้ในการกำหนดอนาคตของหน่วยงานภาครัฐเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

รัฐบาลไทยเปิดแผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเปิดแผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ประกาศมาตรการรับมือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเปิดแผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดแผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ประกาศมาตรการรับมือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการน้ำในภาคเหนือ ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง นายยศชนันได้นำเสนอกรอบการทำงานใหม่ที่มุ่งเน้นการลดขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินและการปรับปรุงการประสานงานในระดับภูมิภาค

มาตรการสำคัญประกอบด้วยการจัดตั้ง "วอร์รูม" ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามสถานการณ์ การใช้โดรนสำรวจพื้นที่ และการเร่งขุดลอกลำน้ำ โครงการนี้เน้นความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในระหว่างการประชุม ปภ. ได้นำเสนอระบบเตรียมความพร้อมและระบบแจ้งเตือนภัยที่ได้รับการปรับปรุง ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำได้นำเสนอการคาดการณ์สภาพอากาศและพื้นที่เสี่ยงภัย นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมชลประทานยังได้รายงานถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำในปัจจุบัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือ มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการรับมือกับภัยพิบัติและการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการขุดลอกและประสิทธิภาพการทำงานของวอร์รูมแห่งใหม่ยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ในภาคเหนืออาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

กระทรวงแรงงานไทยเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้าง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงแรงงานไทยเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้าง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หารือร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย เพื่อเสนอ 5 มาตรการบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงแรงงานไทยเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้าง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงแรงงานไทยเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้าง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หารือร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย เพื่อเสนอ 5 มาตรการบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้การต้อนรับคณะจากสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย นำโดยนางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนักในภาคก่อสร้าง โดยประเด็นหลักของการหารือคือผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และปัญหาความไม่สงบภายในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดหาแรงงานต่างด้าว

เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว กระทรวงแรงงานได้เสนอ 5 มาตรการ รวมถึงการต่ออายุบันทึกความเข้าใจ (MOU) และการผ่อนปรนชั่วคราวสำหรับแรงงานจาก 4 สัญชาติ โดยนายจุลพันธ์ย้ำว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายใดๆ จะต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างความต้องการทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม และความมั่นคงของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะแสดงเจตจำนงในการปรับปรุงกฎระเบียบด้านแรงงาน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงานและเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับมาตรการผ่อนปรนยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่านโยบายเหล่านี้จะส่งผลต่อความพร้อมของแรงงานและระยะเวลาของโครงการก่อสร้างต่างๆ ในช่วงเดือนข้างหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตความโปร่งใสในการเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตความโปร่งใสในการเลือก สว.

อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งและสมาชิกฝ่ายค้านนำเสนอหลักฐานที่อ้างว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. ปี 2567 พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานของ กกต. เพิ่มเติม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตความโปร่งใสในการเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตความโปร่งใสในการเลือก สว.

อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งและสมาชิกฝ่ายค้านนำเสนอหลักฐานที่อ้างว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. ปี 2567 พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานของ กกต. เพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ได้จัดกิจกรรมที่รัฐสภาเนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี ของกระบวนการคัดเลือก สว. โดยมีหัวข้อว่า “เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” ซึ่งมีพยานบุคคลรวมถึงอดีตผู้ตรวจการ กกต. และอดีตผู้สมัคร สว. อาทิ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ และ พ.ต.อ.มนัส นครศรี เข้าร่วมให้ข้อมูล

ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอและเอกสารที่อ้างว่าแสดงให้เห็นถึงการฮั้วกันในระหว่างกระบวนการคัดเลือก โดยผู้พูดกล่าวหาว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบถึงความผิดปกติแต่ไม่ได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด อดีตผู้ตรวจการได้ท้าทายให้ กกต. เปิดหีบบัตรเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของผลการเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าแรงจูงใจในการออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ไม่ใช่เรื่องของสังกัดพรรคการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันการเลือกตั้งในประเทศไทย แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะถูกนำเสนอในเวทีการเมือง แต่ข้ออ้างเรื่องการฮั้วกันยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านและอดีตเจ้าหน้าที่เท่านั้น กกต. ยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามแถลงการณ์จาก กกต. ต่อไปว่าจะมีกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในกรุงเทพฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในกรุงเทพฯ

อดีตรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่ชุมชนในกรุงเทพฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือ 58 ครอบครัวที่ไร้ที่อยู่อาศัยจากเหตุไฟไหม้เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเน้นย้ำถึงการแยกความเดือดร้อนของประชาชนออกจากประเด็นทางการเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในกรุงเทพฯ

อดีตรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่ชุมชนในกรุงเทพฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือ 58 ครอบครัวที่ไร้ที่อยู่อาศัยจากเหตุไฟไหม้เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเน้นย้ำถึงการแยกความเดือดร้อนของประชาชนออกจากประเด็นทางการเมือง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ลงพื้นที่ชุมชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงซึ่งส่งผลกระทบต่อ 58 ครัวเรือน ในระหว่างการลงพื้นที่ ธรรมนัสได้มอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยที่สูญเสียบ้านเรือนและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ในการกล่าวถึงสถานการณ์นี้ ธรรมนัสเน้นย้ำว่าความเดือดร้อนของประชาชนควรได้รับการปฏิบัติเป็นลำดับความสำคัญโดยแยกออกจากประเด็นทางการเมือง เขาเรียกร้องให้ความพยายามด้านมนุษยธรรมในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมุ่งเน้นไปที่ความต้องการเร่งด่วนของผู้ประสบภัย แทนที่จะได้รับอิทธิพลจากความเกี่ยวข้องหรือวาระทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยในชุมชนเมืองที่มีความหนาแน่นสูง แม้ว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะช่วยบรรเทาทุกข์เบื้องต้นแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ แต่กระบวนการฟื้นฟูในระยะยาวและสาเหตุที่แน่ชัดของไฟไหม้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับความคืบหน้าของความช่วยเหลือหรือโครงการด้านความปลอดภัยในเขตพื้นที่ของตน จนถึงขณะนี้ แผนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังไม่มีการสรุปรายละเอียดที่ชัดเจน และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นดำเนินการประเมินความเสียหาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

เกิดข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก ส.ว. ในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก ส.ว. ในประเทศไทย

อดีตผู้สมัคร ส.ว. และอดีตผู้ตรวจการ กกต. ได้ออกมาแฉถึงกระบวนการฮั้วกันอย่างเป็นระบบในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ครั้งล่าสุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก ส.ว. ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก ส.ว. ในประเทศไทย

อดีตผู้สมัคร ส.ว. และอดีตผู้ตรวจการ กกต. ได้ออกมาแฉถึงกระบวนการฮั้วกันอย่างเป็นระบบในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ครั้งล่าสุด

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ว. และอดีตผู้ตรวจการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ครั้งล่าสุด โดยกลุ่มดังกล่าวอ้างว่ามีกระบวนการ 'ฮั้ว' ที่มีการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงการแจกโพยรายชื่อเพื่อชี้นำผลการลงคะแนน

ตามรายงานระบุว่า ผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลยืนยันว่า กกต. รับทราบถึงกิจกรรมเหล่านี้แต่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ อย่างเด็ดขาดเพื่อแก้ไขปัญหา ผู้ที่เกี่ยวข้องระบุว่าตนรู้สึกจำเป็นต้องออกมาพูดเพราะไม่สามารถนิ่งเฉยต่อความถูกต้องของกระบวนการนี้ได้อีกต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงความกังวลด้านการบริหารที่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น กกต. ยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้ และขอบเขตของการฮั้วที่ถูกกล่าวหายังคงต้องรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการต่อไป ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้สังเกตการณ์ต่างรอดูว่าทางการจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งและความถูกต้องของผลการคัดเลือกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

รองนายกฯ ยศชนัน ชี้แจงกรณีการประเมินยุบสำนักงาน ป.ย.ป.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ยศชนัน ชี้แจงกรณีการประเมินยุบสำนักงาน ป.ย.ป.

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ชี้แจงว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีอำนาจหน้าที่ในการประเมินอนาคตของสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (ป.ย.ป.)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ยศชนัน ชี้แจงกรณีการประเมินยุบสำนักงาน ป.ย.ป.

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ยศชนัน ชี้แจงกรณีการประเมินยุบสำนักงาน ป.ย.ป.

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ชี้แจงว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีอำนาจหน้าที่ในการประเมินอนาคตของสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (ป.ย.ป.)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้กล่าวถึงประเด็นการหารือเกี่ยวกับการยุบสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (ป.ย.ป.)

นายยศชนันระบุว่า การตัดสินใจยุบหน่วยงานดังกล่าวเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งจะต้องดำเนินการประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยย้ำว่าที่ผ่านมา ป.ย.ป. ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานเพื่อเป็นตัวเชื่อมทุนทางวัฒนธรรมและทบทวนกฎหมายที่ค้างอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานและความคืบหน้าทางกฎหมาย แม้ว่า ป.ย.ป. จะมีบทบาทในด้านวัฒนธรรมและกฎหมาย แต่การคงอยู่ของหน่วยงานยังคงต้องผ่านกระบวนการประเมินอย่างเป็นทางการจาก ก.พ.ร.

ในขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการยุบ ป.ย.ป. ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอผลการประเมินอย่างเป็นทางการจาก ก.พ.ร. เพื่อกำหนดสถานะในอนาคตของหน่วยงานและโครงการต่างๆ ที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:18 UTC