ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม งาน ICONIC Craft Coffee Expo ปลุกกระแสวงการกาแฟไทยให้คึกคัก ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักตัดขาดหลายพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ✦
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
การท่องเที่ยว ททท. เปิดตัวโครงการ 'Nihao Month 2026' กระตุ้นการท่องเที่ยวจีน ✦
เทคโนโลยี อินฟินีออนเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในสมุทรปราการ ✦
ความปลอดภัย กลุ่มเซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่อหนีน้ำท่วมใน 4 สาขา ✦
การขนส่ง การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบเหตุรถจักรเฉี่ยวชนขบวนรถนอน ✦
ความปลอดภัย เซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถ 4 สาขา ช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม ✦
เทคโนโลยี กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ เขตห้วยขวาง ✦
วัฒนธรรม

งาน ICONIC Craft Coffee Expo ปลุกกระแสวงการกาแฟไทยให้คึกคัก

แหล่งข่าวเดียว
งาน ICONIC Craft Coffee Expo ปลุกกระแสวงการกาแฟไทยให้คึกคัก

งาน ICONIC Craft Coffee Expo ที่ไอคอนสยามรายงานยอดขายและจำนวนผู้เข้าชมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำความนิยมที่เพิ่มขึ้นของวัฒนธรรมกาแฟพิเศษในประเทศไทย

จากรายงานของมติชนออนไลน์ งาน 'ICONIC Craft Coffee Expo' ที่จัดขึ้น ณ ไอคอนสยาม ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยทำหน้าที่เป็นจุดรวมพลังสำคัญสำหรับชุมชนคนรักกาแฟในท้องถิ่น ผู้จัดงานรายงานว่ายอดขายเพิ่มขึ้น 30% และมีจำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อประสบการณ์กาแฟพิเศษในกรุงเทพฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความมีชีวิตชีวาของวงการกาแฟในประเทศไทยที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไอคอนสยามซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยายังคงวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์และเทรนด์อาหาร ความสำเร็จของงานแสดงสินค้าครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ากาแฟคราฟต์กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทั้งสำหรับการค้าในท้องถิ่นและการดึงดูดนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง

แม้ตัวเลขที่รายงานจะบ่งชี้ถึงการตอบรับที่ดีจากสาธารณชน แต่ผลกระทบในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมกาแฟในภาพรวมนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ยังไม่มีการยืนยันว่างานแสดงสินค้านี้จะกลายเป็นกิจกรรมประจำปีหรือจะมีการขยายงานในลักษณะเดียวกันไปยังสถานที่อื่นๆ หรือไม่ ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมกาแฟในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากไอคอนสยามสำหรับนิทรรศการไลฟ์สไตล์และการรวมตัวของชุมชนในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้กระทรวงคมนาคมดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางทั่วประเทศ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กระทรวงคมนาคมปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้น โดยคำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำให้มีการเฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้สัญจรและนักท่องเที่ยว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำสั่งนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายการขนส่งทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำในช่วงฤดูฝน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยและตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่ากระทรวงจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคม แต่นักท่องเที่ยวควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตารางการเดินทางหรือการสัญจรบนท้องถนน

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนว่าจังหวัดหรือเส้นทางคมนาคมใดที่อยู่ในระดับเฝ้าระวังสูงสุด นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานท้องถิ่นก่อนออกเดินทางไกล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบริการขนส่งสาธารณะอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและความสามารถในการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักตัดขาดหลายพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักตัดขาดหลายพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งผลให้หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ระบบสื่อสารขัดข้อง และพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายอย่างหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในอำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากมวลน้ำมหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมทางหลวงหมายเลข 3076 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ สถานการณ์ในขณะนี้อยู่ในระดับวิกฤต โดยชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่หนักที่สุดในรอบ 50 ปี

หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและกลายเป็นเกาะเนื่องจากเส้นทางคมนาคมถูกน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ระบบโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตไม่สามารถใช้งานได้ พื้นที่สวนเกษตรกรรมจมอยู่ใต้น้ำ และสัตว์เศรษฐกิจ เช่น วัวและควาย หลายร้อยตัวยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม

นายบุญนาค พรพจน์ธนมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเกรา กำลังควบคุมการปฏิบัติงานช่วยเหลือด้วยตนเอง เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ทางการจึงต้องใช้เรือท้องแบนและรถยนต์ขนาดใหญ่ในการเร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่สำนักงาน อบต.คลองตะเกรา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานยังคงได้รับความเสียหายและระบบสื่อสารยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ แม้ว่าการช่วยเหลือจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสียหายต่อทรัพย์สินและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:36 UTC

การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

การท่องเที่ยว

ททท. เปิดตัวโครงการ 'Nihao Month 2026' กระตุ้นการท่องเที่ยวจีน

แหล่งข่าวเดียว
ททท. เปิดตัวโครงการ 'Nihao Month 2026' กระตุ้นการท่องเที่ยวจีน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชิญ 31 อินฟลูเอนเซอร์จีนมาโปรโมตประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อรักษาแรงส่งด้านการท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2570

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดตัวโครงการ 'Nihao Month 2026' อย่างเป็นทางการ โดยต้อนรับ 31 อินฟลูเอนเซอร์ (KOLs) ชื่อดังจากจีนเพื่อให้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยด้วยตนเอง โครงการนี้เปิดตัวในงาน 'Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration 2026' ณ One Bangkok โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และนายหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เข้าร่วมงาน

ตามรายงานของ Khaosod Online โครงการนี้มุ่งเน้นการใช้คอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยสู่สายตาชาวจีน โดยการแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางส่วนตัว คาดว่าเหล่าครีเอเตอร์เหล่านี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางและกระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด 'จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน'

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย แคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องในตลาดจีน ซึ่งอาจนำไปสู่กิจกรรมส่งเสริมการขายและงานอีเวนต์ต่างๆ ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 จนถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2570 แม้ว่าแคมเปญนี้จะออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความสนใจในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวหรือนโยบายวีซ่ายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ททท. ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือทางดิจิทัลเหล่านี้ในการรักษาความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:36 UTC

เทคโนโลยี

อินฟินีออนเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
อินฟินีออนเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในสมุทรปราการ

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ ผู้ผลิตชิปจากเยอรมนี เตรียมเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาทในประเทศไทย วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ ผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์จากเยอรมนี มีกำหนดเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในจังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โครงการนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญมูลค่ากว่า 48,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปสู่การผลิตชิปที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

โรงงานแห่งใหม่นี้จะเป็นฐานการผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของอินฟินีออนต่อจากเยอรมนีและจีน ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์ นอกจากส่วนการผลิตแล้ว โรงงานแห่งนี้ยังรวมถึงการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์วิจัยและพัฒนาขนาดใหญ่แห่งแรกของบริษัทในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามอุตสาหกรรม การพัฒนานี้แสดงถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาค คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เน้นย้ำว่าโครงการนี้รวมถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานในประเทศ โดยตั้งเป้าการใช้วัตถุดิบในประเทศไว้ที่ 60% นอกจากนี้ ข้อตกลงยังกำหนดให้มีการพัฒนาบุคลากรไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 600 คน

แม้ว่าพิธีเปิดจะได้รับการยืนยันสำหรับวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อการจ้างงานในท้องถิ่นและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินงานเต็มรูปแบบของศูนย์วิจัยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:36 UTC

ความปลอดภัย

กลุ่มเซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่อหนีน้ำท่วมใน 4 สาขา

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มเซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่อหนีน้ำท่วมใน 4 สาขา

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลในอยุธยา โคราช ชลบุรี และศรีราชา เปิดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่อช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในการปกป้องยานพาหนะจากสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กลุ่มเซ็นทรัลได้ประกาศเปิดพื้นที่จอดรถที่กำหนดไว้ในศูนย์การค้า 4 แห่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดหาสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าของรถในการนำรถไปจอดให้พ้นจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สาขาที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ชลบุรี และเซ็นทรัล ศรีราชา โดยบริการนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ มาตรการนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับยานพาหนะจากน้ำท่วม

แม้ว่าจะมีพื้นที่จอดรถให้บริการ แต่รายงานระบุว่าผู้ที่สนใจใช้บริการควรตรวจสอบขั้นตอนและข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการเข้าใช้ในแต่ละสาขา ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับความจุที่แน่นอนของพื้นที่จอดรถและระยะเวลาในการให้บริการยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจน ผู้ที่วางแผนจะใช้บริการดังกล่าวควรติดต่อสอบถามข้อมูลล่าสุดโดยตรงกับศูนย์การค้าแต่ละแห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการลงทะเบียนยานพาหนะเมื่อเดินทางไปถึง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:35 UTC

การขนส่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบเหตุรถจักรเฉี่ยวชนขบวนรถนอน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบเหตุรถจักรเฉี่ยวชนขบวนรถนอน

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเร่งตรวจสอบเหตุรถจักรเฉี่ยวชนกับขบวนรถนอน โดยยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินรถตามปกติ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดเหตุรถจักรเฉี่ยวชนกับขบวนรถนอน ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการสับเปลี่ยนขบวนหรือการเคลื่อนย้ายรถ ส่งผลให้เกิดการเฉี่ยวชนกันเล็กน้อยระหว่างรถทั้งสองขบวน

เจ้าหน้าที่การรถไฟยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่ส่งผลกระทบต่อตารางการเดินรถทั่วประเทศ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว การรถไฟฯ ได้ออกคำสั่งกำชับให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความท้าทายด้านการบำรุงรักษาและการปฏิบัติงานภายในเครือข่ายรถไฟ แม้ว่าการรถไฟฯ จะยืนยันว่าการให้บริการยังคงมีความเสถียรและปลอดภัย แต่ปัจจัยทางเทคนิคหรือความผิดพลาดจากบุคคลที่นำไปสู่การเฉี่ยวชนยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ การรถไฟฯ ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการที่ชัดเจนว่าจะมีการเผยแพร่รายงานการสอบสวนฉบับสมบูรณ์เมื่อใด ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟฯ เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดต แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการเดินรถก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ความปลอดภัย

เซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถ 4 สาขา ช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
เซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถ 4 สาขา ช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม

เซ็นทรัลพัฒนาเปิดพื้นที่จอดรถในศูนย์การค้า 4 แห่ง เพื่อเป็นจุดจอดรถสำรองสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศเปิดพื้นที่จอดรถภายในศูนย์การค้า 4 แห่ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถยนต์มาจอดในพื้นที่ปลอดภัยและห่างไกลจากจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วม

ศูนย์การค้าที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ชลบุรี และเซ็นทรัล ศรีราชา โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Khaosod Online ได้มีการจัดสรรพื้นที่เฉพาะสำหรับโครงการนี้ เช่น อาคารจอดรถชั้น 1.5 ที่เซ็นทรัล อยุธยา และอาคารจอดรถ Parking B ชั้น 2.5 ที่เซ็นทรัล โคราช

สำหรับประชาชนที่ต้องการใช้บริการจำเป็นต้องลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดรับฝากรถ โดยต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาคู่มือรถมาแสดง หากมานอกเวลาทำการ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้าศูนย์การค้าเพื่อขอลงทะเบียนได้

ทั้งนี้ บริษัทได้ระบุเงื่อนไขว่าพื้นที่จอดรถจำกัดเฉพาะจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น และทางศูนย์การค้าจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นกับรถที่นำมาฝากภายใต้โครงการนี้ ประชาชนควรติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่กับทางศูนย์การค้าโดยตรงก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:36 UTC

เทคโนโลยี

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ เขตห้วยขวาง

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ เขตห้วยขวาง

กรมควบคุมมลพิษของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ในกรุงเทพฯ โดยยืนยันว่าการระบายน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ประกาศผลการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ (Telehouse) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร การตรวจสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเชิงรุกเพื่อติดตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ภายในเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้มุ่งเน้นไปที่ระบบจัดการน้ำทิ้งของสถานที่ดังกล่าวเป็นพิเศษ โดยกรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าน้ำที่ระบายออกจากพื้นที่ไม่มีร่องรอยของการปนเปื้อนน้ำมันและยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนในพื้นที่เขตห้วยขวาง การตรวจสอบนี้ถือเป็นการสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในการดำเนินงานของศูนย์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในเมืองหลวง ท่าทีเชิงรุกของกรมควบคุมมลพิษบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น

แม้ว่าผลการตรวจสอบในปัจจุบันจะระบุว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่รายงานไม่ได้ระบุว่าการตรวจสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของตารางการตรวจสอบประจำสำหรับศูนย์ข้อมูลทั้งหมดในภูมิภาคหรือไม่ หรือมีการวางแผนที่จะติดตามตรวจสอบสถานที่อื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้หรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:15 UTC

รมว.ทส. สั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยหลังเกิดเหตุการณ์น่าเศร้า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.ทส. สั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยหลังเกิดเหตุการณ์น่าเศร้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยและให้ความรู้แก่สาธารณชน หลังจากเด็กชายวัย 13 ปีประสบเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.ทส. สั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยหลังเกิดเหตุการณ์น่าเศร้า

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ทส. สั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยหลังเกิดเหตุการณ์น่าเศร้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยและให้ความรู้แก่สาธารณชน หลังจากเด็กชายวัย 13 ปีประสบเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้

สืบเนื่องจากเหตุการณ์น่าเศร้าที่เกี่ยวข้องกับเด็กชายวัย 13 ปี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความเสียใจและออกคำสั่งไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 รัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมฯ เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังพื้นที่ชายฝั่งและให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อมูลด้านความปลอดภัยแก่สาธารณชน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับระเบียบการด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทยมากขึ้น กระทรวงฯ มีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยโดยการสร้างความมั่นใจว่าผู้มาเยือนจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ดีขึ้น และระบบการเฝ้าระวังมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แม้ว่ารัฐมนตรีจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นและการให้ความรู้แก่ประชาชน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของเหตุการณ์หรือสถานที่ที่แน่ชัดที่จะมีการนำมาตรการใหม่ไปใช้ยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำเตือนด้านความปลอดภัยทั้งหมดเมื่อไปเยือนพื้นที่ชายฝั่ง ความคิดริเริ่มของกระทรวงฯ นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัยในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 12:16 UTC

สว.ประพนธ์ โต้ข้อกล่าวหาปมฮั้วเลือก สว. ระบุผู้แฉเป็นลูกน้องเก่า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว.ประพนธ์ โต้ข้อกล่าวหาปมฮั้วเลือก สว. ระบุผู้แฉเป็นลูกน้องเก่า

สว.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงตนกับการฮั้วเลือก สว. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าผู้ที่ออกมาแฉเป็นอดีตลูกน้องเก่า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว.ประพนธ์ โต้ข้อกล่าวหาปมฮั้วเลือก สว. ระบุผู้แฉเป็นลูกน้องเก่า

แหล่งข่าวเดียว
สว.ประพนธ์ โต้ข้อกล่าวหาปมฮั้วเลือก สว. ระบุผู้แฉเป็นลูกน้องเก่า

สว.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงตนกับการฮั้วเลือก สว. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าผู้ที่ออกมาแฉเป็นอดีตลูกน้องเก่า

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ รัฐสภาไทย สว.นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ได้กล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเปิดข้อมูลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า สว.ประพนธ์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวขบวนในการจัดตั้งและฮั้วการเลือกตั้ง

นพ.ประพนธ์ ปฏิเสธที่จะโต้ตอบในรายละเอียด โดยระบุว่าต้องการให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งนี้ เขาระบุว่าบุคคลที่ออกมากล่าวหาตน ได้แก่ นายสมนึก สุชัยธนาวนิช อดีตผู้สมัคร สว. และนายศรินทร สนธิศิริกฤตย์ สว.บัญชีสำรอง ล้วนเป็นอดีตลูกน้องของตนสมัยที่ทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่ามีพรรคการเมืองสนับสนุนในวันเลือก สว. นั้น นพ.ประพนธ์ มองว่าเรื่องนี้ผ่านไป 2 ปีแล้ว ใครจะพูดอะไรก็พูดได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าประเด็นทางการเมืองจะยังคงมีความเคลื่อนไหว แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะพบหลักฐานการกระทำผิดหรือไม่ หรือข้อกล่าวหาเหล่านี้จะเป็นเพียงประเด็นถกเถียงทางการเมือง ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตข้อมูลจากรัฐสภาอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหลเชื่อมโยง IP หน่วยงานรัฐ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหลเชื่อมโยง IP หน่วยงานรัฐ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ยืนยันว่ามีการตรวจพบ IP หน่วยงานรัฐ 3 แห่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหลของกรมการขนส่งทางบก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหลเชื่อมโยง IP หน่วยงานรัฐ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหลเชื่อมโยง IP หน่วยงานรัฐ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ยืนยันว่ามีการตรวจพบ IP หน่วยงานรัฐ 3 แห่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหลของกรมการขนส่งทางบก

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงกรณีการรั่วไหลของข้อมูลในส่วนของกรมการขนส่งทางบก โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online ระบุว่ากระทรวงฯ ตรวจพบ IP ต้องสงสัย 3 แห่งที่มีพฤติกรรมการสืบค้นข้อมูลที่ผิดปกติ ซึ่งตรวจสอบพบว่ามาจากสำนักงานเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกองกำลังสิงหนาถ

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงฯ ได้ระงับการใช้งานบัญชีผู้ใช้ของหน่วยงานทั้ง 3 แห่งเป็นการชั่วคราว และสั่งให้มีการรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่สำหรับทุกหน่วยงานที่เข้าถึงข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก นายสิริพงศ์กล่าวว่าได้ส่งเรื่องให้ตำรวจไซเบอร์ดำเนินการสอบสวนต่อ เพื่อตรวจสอบว่าบัญชีดังกล่าวถูกแฮ็กหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบโดยเจ้าหน้าที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กระทรวงฯ ยืนยันว่าแม้ข้อมูลที่รั่วไหลจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานที่ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ทั้งนี้ยังคงต้องรอผลการยืนยันจากการสอบสวนของตำรวจไซเบอร์ว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากการแฮ็กจากภายนอกหรือการใช้งานภายในที่ไม่เหมาะสม โดยขณะนี้กระทรวงฯ ได้ระบุตัวตนของบัญชีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วและกำลังดำเนินการเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

แกนนำรัฐบาลผสมไทยปฏิเสธข่าวลือการปรับขั้วการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แกนนำรัฐบาลผสมไทยปฏิเสธข่าวลือการปรับขั้วการเมือง

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันถึงความมั่นคงของรัฐบาลผสม พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการจับขั้วการเมืองใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แกนนำรัฐบาลผสมไทยปฏิเสธข่าวลือการปรับขั้วการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
แกนนำรัฐบาลผสมไทยปฏิเสธข่าวลือการปรับขั้วการเมือง

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันถึงความมั่นคงของรัฐบาลผสม พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการจับขั้วการเมืองใหม่

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงกระแสข่าวในสื่อเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนรัฐบาลผสม โดยมีรายงานถึงการปรับขั้วการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองต่างๆ ซึ่งมักถูกเรียกด้วยสีในสื่อไทย

เมื่อถูกถามถึงข่าวลือเรื่องการผสมสีใหม่ระหว่างกลุ่ม 'แดง' 'เขียว' และ 'ส้ม' นายกรัฐมนตรีอนุทินได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวด้วยอารมณ์ขัน โดยเปรียบเทียบว่าการผสมสีเช่นนั้นน่าจะเหมาะกับของหวานมากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยยืนอยู่เคียงข้าง นายอนุทินย้ำว่าความร่วมมือ 'น้ำเงิน-แดง' ในปัจจุบันยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งนายจุลพันธ์ได้กล่าวเสริมในทำนองเดียวกันว่าความสัมพันธ์ของรัฐบาลผสมในขณะนี้มีความ 'กลมกล่อม' และ 'ลงตัว'

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การแสดงออกถึงความเป็นเอกภาพในครั้งนี้บ่งชี้ว่าโครงสร้างรัฐบาลในปัจจุบันยังคงมีความมั่นคงในระยะสั้น ซึ่งช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกะทันหัน แม้ว่าแกนนำเหล่านี้จะยืนยันถึงความร่วมมือที่มีอยู่ แต่สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยยังคงมีความผันผวน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้แกนนำรัฐบาลจะปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของรัฐบาลชุดปัจจุบันและความเป็นไปได้ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอนาคตยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจและติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ทุจริตสอบท้องถิ่น: ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร 5,925 ราย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ทุจริตสอบท้องถิ่น: ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร 5,925 ราย

คณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้สรุปผลการถอดถอนรายชื่อผู้สมัคร 5,925 รายออกจากบัญชีการจ้างงาน เนื่องจากการทุจริตในการสอบที่ได้รับการยืนยันแล้ว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ทุจริตสอบท้องถิ่น: ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร 5,925 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ทุจริตสอบท้องถิ่น: ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร 5,925 ราย

คณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้สรุปผลการถอดถอนรายชื่อผู้สมัคร 5,925 รายออกจากบัญชีการจ้างงาน เนื่องจากการทุจริตในการสอบที่ได้รับการยืนยันแล้ว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 คณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้สรุปผลการตรวจสอบกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบเข้าทำงานในหน่วยงานส่วนท้องถิ่น โดยวรศิษฎ์ ตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว ยืนยันว่าคณะกรรมการได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการถอดถอนรายชื่อผู้สมัครจำนวน 5,925 รายออกจากบัญชีการจ้างงาน เนื่องจากพบหลักฐานการทุจริตในการสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการรักษาความโปร่งใสในภาคราชการ แม้ว่าการดำเนินการนี้จะเป็นการจัดการกับความผิดในอดีต แต่อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการจ้างงานของสำนักงานบริหารส่วนท้องถิ่น เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการสรรหาบุคลากรเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลมีแผนดำเนินการอย่างไรต่อไปกับกระบวนการสรรหาในตำแหน่งที่ว่างลง และจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลหรือองค์กรที่อำนวยความสะดวกในการทุจริตหรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการตัดสิทธิ์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการในท้องถิ่นหรือกำหนดการสรรหาในอนาคตอย่างไร ทั้งนี้ คณะกรรมการได้มุ่งเน้นการดำเนินการในทันทีไปที่การถอดถอนรายชื่อที่ระบุออกจากบัญชีปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

นับถอยหลังเดือนสิงหาคม: ข้อโต้แย้งเรื่องการคัดเลือก ส.ว. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นับถอยหลังเดือนสิงหาคม: ข้อโต้แย้งเรื่องการคัดเลือก ส.ว. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยกำลังตรวจสอบคำร้องเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ครั้งล่าสุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นับถอยหลังเดือนสิงหาคม: ข้อโต้แย้งเรื่องการคัดเลือก ส.ว. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

แหล่งข่าวเดียว
นับถอยหลังเดือนสิงหาคม: ข้อโต้แย้งเรื่องการคัดเลือก ส.ว. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยกำลังตรวจสอบคำร้องเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ครั้งล่าสุด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เดือนสิงหาคมถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทย โดยขณะนี้คณะกรรมการกำลังดำเนินการตรวจสอบคำร้องและข้อร้องเรียนต่างๆ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ครั้งล่าสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและความโปร่งใสของกรอบการคัดเลือกทางกฎหมาย ผลลัพธ์ของการตรวจสอบเหล่านี้อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคตและมาตรฐานขั้นตอนสำหรับการคัดเลือกตัวแทนสภาสูง

ในขั้นตอนนี้ กระบวนการยังคงอยู่ในช่วงการตรวจสอบ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาที่อยู่ระหว่างการสอบสวนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาว่าข้อร้องเรียนเหล่านี้จะนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงผลการคัดเลือกหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามผลการตรวจสอบของคณะกรรมการเพื่อดูว่าอาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในวงกว้างอย่างไร ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน และผลกระทบสุดท้ายของคำร้องเหล่านี้ต่อองค์ประกอบของวุฒิสภายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

โครงการแลนด์บริดจ์ของไทยยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โครงการแลนด์บริดจ์ของไทยยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา

กระทรวงคมนาคมได้แจ้งต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดทำแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาภาคใต้ ซึ่งทำให้โครงการแลนด์บริดจ์ยังคงมีความเคลื่อนไหว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โครงการแลนด์บริดจ์ของไทยยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา

แหล่งข่าวเดียว
โครงการแลนด์บริดจ์ของไทยยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา

กระทรวงคมนาคมได้แจ้งต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดทำแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาภาคใต้ ซึ่งทำให้โครงการแลนด์บริดจ์ยังคงมีความเคลื่อนไหว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 กระทรวงคมนาคมของไทยได้รายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ระบุว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อรับผิดชอบในการจัดทำแผนแม่บทที่ครอบคลุมสำหรับการพัฒนาภาคใต้ของประเทศไทย

คาดว่าคณะกรรมการชุดนี้จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากนายกรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้า โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการจัดทำแผนแม่บทนี้ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับวาระการดำรงตำแหน่งของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะศึกษาความเป็นไปได้และทิศทางเชิงกลยุทธ์ของโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้แสดงให้เห็นว่าโครงการยังคงอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและการศึกษา ไม่ใช่ขั้นตอนการก่อสร้าง แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นประเด็นสำคัญของนโยบายโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ แต่ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการเดินทางหรือโลจิสติกส์ในพื้นที่ ขอบเขตสุดท้ายของโครงการ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และกำหนดการดำเนินงานขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอผลการศึกษาที่จะดำเนินการในอีก 1 ปีข้างหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคณะกรรมการและการตัดสินใจเชิงนโยบายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

กระทรวงมหาดไทยไทยสรุปผลการถอดถอนผู้สมัคร 5,925 รายจากเหตุทุจริตสอบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยไทยสรุปผลการถอดถอนผู้สมัคร 5,925 รายจากเหตุทุจริตสอบ

กระทรวงมหาดไทยกำลังสรุปกระบวนการตัดสิทธิ์ผู้สมัคร 5,925 รายที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยไทยสรุปผลการถอดถอนผู้สมัคร 5,925 รายจากเหตุทุจริตสอบ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยสรุปผลการถอดถอนผู้สมัคร 5,925 รายจากเหตุทุจริตสอบ

กระทรวงมหาดไทยกำลังสรุปกระบวนการตัดสิทธิ์ผู้สมัคร 5,925 รายที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศว่าคณะกรรมการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น (กสถ.) กำลังสรุปผลการถอดถอนรายชื่อบุคคลจำนวน 5,925 รายออกจากบัญชีผู้สอบผ่านเพื่อบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น การดำเนินการนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตและความไม่โปร่งใสในระหว่างกระบวนการสอบ

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ คาดว่าคณะกรรมการจะสรุปกระบวนการตัดสินใจเกี่ยวกับการตัดสิทธิ์ดังกล่าวภายในวันนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาความโปร่งใสของระบบการสรรหาบุคลากรในหน่วยงานส่วนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับการทุจริตภายในหน่วยงานภาครัฐ แม้ว่าการดำเนินการทางปกครองนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสรรหาข้าราชการส่วนท้องถิ่น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่กว้างขึ้นซึ่งควบคุมการจ้างงานในภาครัฐของประเทศไทย

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือกระบวนการแจ้งผลอย่างเป็นทางการแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการพิจารณาว่าผู้ที่ถูกถอดถอนรายชื่อจะมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ทั้งนี้ กระทรวงยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของความไม่โปร่งใสที่พบในแต่ละกรณี รวมถึงยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสำหรับการสอบใหม่หรือการบรรจุตำแหน่งที่ว่างลง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบทางปกครองในภาพรวมทั้งหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:19 UTC

แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไทยยืนยันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไทยยืนยันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อสาธารณะ เพื่อสยบข่าวลือเรื่องการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคร่วมรัฐบาล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไทยยืนยันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไทยยืนยันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อสาธารณะ เพื่อสยบข่าวลือเรื่องการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงรายงานข่าวเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการจัดตั้งพันธมิตรทางการเมืองใหม่ที่มีการผสมสีพรรคต่างๆ ผู้นำทั้งสองได้สวมกอดกันต่อหน้าสื่อมวลชนเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย

นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวติดตลกถึงกระแสข่าวการผสมสี 'เขียว-แดง-ส้ม' โดยระบุว่าหากราดนมข้นหวานลงไปคงจะอร่อย ในขณะที่นายจุลพันธ์ยืนยันว่าความร่วมมือระหว่างทั้งสองพรรคยังคงมีความลงตัวและกลมกล่อมดี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การแสดงออกถึงความเป็นเอกภาพในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณของเสถียรภาพทางการเมืองที่ต่อเนื่องภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน แม้ว่าแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะลดทอนความสำคัญของข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายในหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้น แต่ภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้ความร่วมมือในปัจจุบันจะถูกระบุโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า 'ลงตัว' แต่ผลกระทบระยะยาวของการเคลื่อนไหวทางการเมืองเหล่านี้ต่อการดำเนินนโยบายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะนี้รัฐบาลยังคงยืนยันว่าความสัมพันธ์ภายในยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:19 UTC

ครม. แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่

คณะรัฐมนตรีไทยได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผาท เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่อย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ครม. แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่

คณะรัฐมนตรีไทยได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผาท เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอย่างเป็นทางการในการแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผาท หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ผู้กำกับหนุ่ย' ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

พ.ต.อ.วทัญญู เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองไทย โดยเคยทำหน้าที่เป็นนายตำรวจคนสนิทของครอบครัวชินวัตร การแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้เขารับบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลประสิทธิภาพและการพัฒนาระบบราชการไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงผู้นำภายใน ก.พ.ร. นี้ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในเป็นหลัก สำนักงานนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปรับปรุงบริการภาครัฐและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานรัฐต่างๆ แม้ว่าการแต่งตั้งนี้จะมีความสำคัญในแง่ของบุคลากรทางการเมือง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือบริการสาธารณะที่มีอยู่ในปัจจุบันในทันที

ในขณะนี้ นโยบายสำคัญที่ พ.ต.อ.วทัญญู จะดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ต่างจับตามองว่าสไตล์การบริหารของเขาจะมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและความพยายามในการปฏิรูประบบราชการที่กำลังดำเนินอยู่ในรัฐบาลไทยอย่างไร คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการและขอบเขตหน้าที่เฉพาะของเขาจะมีการเปิดเผยโดยรัฐบาลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่

คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อย่างเป็นทางการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คนใหม่

คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ผู้กำกับหนุ่ย' ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.วทัญญู ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานดังกล่าว

สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนผู้นำในหน่วยงานรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและพัฒนาระบบราชการ แม้จะเป็นการปรับเปลี่ยนภายในรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สำนักงาน ก.พ.ร. มีหน้าที่หลักในการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการให้บริการภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีการจัดการงานด้านบริหารราชการในอนาคต

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารที่ผู้อำนวยการคนใหม่จะดำเนินการต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้จะส่งผลต่อโครงการต่างๆ ของหน่วยงานและการปรับปรุงระบบราชการให้ทันสมัยอย่างไร เนื่องจากเป็นการแต่งตั้งภายในหน่วยงานรัฐ จึงยังไม่มีการคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อสาธารณะในอนาคตอันใกล้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

รัฐบาลไทยไม่กังวลกรณีกัมพูชายื่นยูเอ็นรับรอง MOU ชายแดน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยไม่กังวลกรณีกัมพูชายื่นยูเอ็นรับรอง MOU ชายแดน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าการที่กัมพูชาจะยื่นให้ยูเอ็นรับรอง MOU 2543 และแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ส่งผลกระทบต่อไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยไม่กังวลกรณีกัมพูชายื่นยูเอ็นรับรอง MOU ชายแดน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยไม่กังวลกรณีกัมพูชายื่นยูเอ็นรับรอง MOU ชายแดน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าการที่กัมพูชาจะยื่นให้ยูเอ็นรับรอง MOU 2543 และแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ส่งผลกระทบต่อไทย

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาเตรียมยื่นเรื่องต่อสหประชาชาติ (UN) เพื่อให้รับรองบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 โดยระบุว่ารัฐบาลไทยไม่มีความกังวล เนื่องจากเอกสารดังกล่าวได้รับการรับรองจากยูเอ็นอยู่แล้ว และไม่มีเนื้อหาใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบัน

นายสีหศักดิ์เน้นย้ำว่า MOU ปี 2543 ครอบคลุมมากกว่าแค่แผนที่ดังกล่าว แต่ยังรวมถึงประเด็นที่ระบุไว้ในสนธิสัญญา เช่น เส้นสันปันน้ำ ทั้งนี้ เนื่องจากกัมพูชาเลือกที่จะไม่เจรจาทวิภาคี ไทยจึงต้องดำเนินการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) นอกจากนี้ เขายังเตือนว่าการเปลี่ยนแนวทางทางการทูตนี้อาจส่งผลกระทบต่อการหารือเรื่องการปักปันเขตแดนทางบกในอนาคต และเตือนให้ระวังการนำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในบริบทนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวทางการทูตนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนที่ยังคงมีอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา แม้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางหรือชีวิตประจำวัน แต่สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่กรอบกฎหมายระหว่างประเทศแทนการเจรจาทวิภาคี ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปว่ายูเอ็นจะมีท่าทีอย่างไรต่อการยื่นเรื่องของกัมพูชา และจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนระเบียบการจัดการชายแดนอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. คนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. คนใหม่

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย เป็นผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) คนใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. คนใหม่

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย เป็นผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) คนใหม่

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอย่างเป็นทางการในการแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ผกก.หนุ่ย' ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พ.ต.อ.วทัญญู เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานดังกล่าวมาก่อน หลังจากโอนย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568

พ.ต.อ.วทัญญู เป็นบุคคลที่มีบทบาทในแวดวงการเมืองไทย โดยเคยทำหน้าที่เป็นนายตำรวจอารักขาคนสนิทของครอบครัวชินวัตรมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนถึงรัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนด้านการบริหารภายในหน่วยงานปฏิรูปเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาล แม้ว่าสำนักงาน ป.ย.ป. จะมุ่งเน้นไปที่ยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวและการสร้างความปรองดอง แต่การแต่งตั้งบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวผู้มีอำนาจในปัจจุบันยังคงเน้นย้ำถึงความต่อเนื่องของบุคลากรภายในฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันถึงนโยบายและลำดับความสำคัญที่ พ.ต.อ.วทัญญู จะดำเนินการในฐานะผู้อำนวยการคนใหม่ต่อไป ในขณะที่สำนักงานยังคงดำเนินภารกิจภายใต้กรอบการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

แต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ของไทย

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติแต่งตั้ง “พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์” เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ แทน “วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์”

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
แต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ของไทย

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติแต่งตั้ง “พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์” เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ แทน “วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์”

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการแต่งตั้งนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ โดยนายพูนพงษ์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะเข้ามารับหน้าที่แทน นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายน 2569 นี้

นายพูนพงษ์เป็นที่รู้จักจากผลงานในการผลักดันมาตรการลดค่าครองชีพ “ไทยช่วยไทย” และความพยายามในการแก้ไขปัญหาการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในธุรกิจ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำในกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากกระทรวงมีบทบาทในการกำกับดูแลนโยบายเศรษฐกิจ กฎระเบียบทางการค้า และกระบวนการจดทะเบียนธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่น

แม้ว่าการแต่งตั้งจะได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นหลังจากที่นายวุฒิไกรเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายน ผู้สังเกตการณ์ต่างจับตามองว่าปลัดกระทรวงคนใหม่จะดำเนินการบริหารโครงการ “ไทยช่วยไทย” ต่อไปอย่างไร และจะมีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปในการกำกับดูแลธุรกิจและนโยบายการค้าของกระทรวงหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเขามากขึ้นเมื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ในเดือนตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:19 UTC

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ชี้แจงกรณีกัมพูชายื่นยูเอ็นรับรองแผนที่เขตแดน
การเมือง ได้รับการยืนยัน

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ชี้แจงกรณีกัมพูชายื่นยูเอ็นรับรองแผนที่เขตแดน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มองว่าการที่กัมพูชายื่นเรื่องต่อยูเอ็นเกี่ยวกับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นเรื่องปกติ พร้อมแนะให้ไทยมุ่งเน้นกระบวนการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ชี้แจงกรณีกัมพูชายื่นยูเอ็นรับรองแผนที่เขตแดน

ได้รับการยืนยัน
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ชี้แจงกรณีกัมพูชายื่นยูเอ็นรับรองแผนที่เขตแดน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มองว่าการที่กัมพูชายื่นเรื่องต่อยูเอ็นเกี่ยวกับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นเรื่องปกติ พร้อมแนะให้ไทยมุ่งเน้นกระบวนการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่กัมพูชายื่นเรื่องต่อสหประชาชาติเพื่อขอให้รับรองบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 โดยสีหศักดิ์ระบุว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่มีอะไรใหม่และไม่ได้แสดงความกังวลในทันที โดยมองว่าเป็นเพียงการดำเนินตามท่าทีทางการทูตที่มีอยู่เดิม

สีหศักดิ์เน้นย้ำว่าเนื่องจากการเจรจาทวิภาคีกับกัมพูชาหยุดชะงัก ไทยจึงต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการทางกฎหมายภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) นอกจากนี้ เขายังเตือนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนให้ระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในข้อพิพาททางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการหารือเรื่องเขตแดนทางทะเลและพรมแดนระหว่างสองประเทศที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางการทูตเหล่านี้จะเป็นเรื่องปกติในความสัมพันธ์ระดับภูมิภาค แต่ปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เส้นทางการเดินทาง หรือขั้นตอนการข้ามพรมแดน สถานการณ์นี้ยังคงเป็นเรื่องของกลยุทธ์ทางกฎหมายระหว่างประเทศมากกว่าที่จะเป็นความกังวลด้านความปลอดภัยในทันที ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าสหประชาชาติจะดำเนินการอย่างไรกับคำร้องของกัมพูชา และรัฐบาลไทยจะมีขั้นตอนเฉพาะอย่างไรในการกำหนดท่าทีภายใต้กรอบของ UNCLOS ในช่วงเดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

สีหศักดิ์ ผู้แทนพิเศษรัฐบาล นัดประชุมคณะผู้แทนพิเศษ 11 ส.ค. นี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สีหศักดิ์ ผู้แทนพิเศษรัฐบาล นัดประชุมคณะผู้แทนพิเศษ 11 ส.ค. นี้

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นัดประชุมคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในวันที่ 11 สิงหาคม เพื่อประสานความเป็นเอกภาพด้านนโยบาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สีหศักดิ์ ผู้แทนพิเศษรัฐบาล นัดประชุมคณะผู้แทนพิเศษ 11 ส.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ ผู้แทนพิเศษรัฐบาล นัดประชุมคณะผู้แทนพิเศษ 11 ส.ค. นี้

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นัดประชุมคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในวันที่ 11 สิงหาคม เพื่อประสานความเป็นเอกภาพด้านนโยบาย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ในฐานะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ได้กำหนดนัดประชุมคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขับเคลื่อนความเป็นเอกภาพและปรับปรุงแนวทางการทำงานของรัฐบาลในทุกด้านให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามทางบริหารที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระดับภูมิภาค นายสีหศักดิ์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพในการปฏิสัมพันธ์กับประเทศมาเลเซีย ซึ่งบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับความร่วมมือข้ามพรมแดนและความสอดคล้องทางการทูต

แม้ว่าจะมีการยืนยันการประชุมในวันที่ 11 สิงหาคม แต่รายละเอียดเฉพาะของวาระการประชุมและผลลัพธ์ทางนโยบายที่ชัดเจนนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความพยายามในการประสานงานครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในการจัดการชายแดนหรือกลยุทธ์ทางการทูตระดับภูมิภาคหรือไม่ เนื่องจากเป็นการประชุมภายในทางบริหาร จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือกฎระเบียบการเดินทางในขณะนี้ โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคณะกรรมการหลังจากการประชุมสิ้นสุดลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:38 UTC

วาทกรรมทางการเมืองและกลยุทธ์: วิเคราะห์ปฏิบัติการ '18 หัวเมือง'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วาทกรรมทางการเมืองและกลยุทธ์: วิเคราะห์ปฏิบัติการ '18 หัวเมือง'

Matichon Online ตรวจสอบความซับซ้อนเชิงกลยุทธ์และความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างวาทกรรมกับการกระทำในบริบทของปฏิบัติการ '18 หัวเมือง'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองและกลยุทธ์: วิเคราะห์ปฏิบัติการ '18 หัวเมือง'

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองและกลยุทธ์: วิเคราะห์ปฏิบัติการ '18 หัวเมือง'

Matichon Online ตรวจสอบความซับซ้อนเชิงกลยุทธ์และความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างวาทกรรมกับการกระทำในบริบทของปฏิบัติการ '18 หัวเมือง'

บทวิเคราะห์ล่าสุดที่เผยแพร่โดย Matichon Online ได้สำรวจการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ '18 หัวเมือง' รายงานดังกล่าวได้เปรียบเทียบยุทธวิธีทางการเมืองในอดีตกับวาทกรรมร่วมสมัย โดยมุ่งเน้นไปที่ช่องว่างที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเจตนาที่ประกาศไว้กับการนำไปปฏิบัติจริง บทความนี้เน้นย้ำว่าวาทกรรมทางการเมืองบางครั้งอาจทำหน้าที่เป็นฉากบังหน้าสำหรับวัตถุประสงค์ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างคำแถลงต่อสาธารณะกับการกระทำที่เป็นรูปธรรมอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย บทวิเคราะห์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการมองภูมิทัศน์ทางการเมืองในท้องถิ่นด้วยสายตาที่วิพากษ์ แม้ว่าปฏิบัติการ '18 หัวเมือง' จะเป็นเรื่องของกลยุทธ์ทางการเมืองภายในประเทศ แต่การเข้าใจความแตกต่างของวาทกรรมดังกล่าวสามารถให้บริบทที่มีคุณค่าสำหรับผู้ที่สังเกตการณ์สภาพแวดล้อมทางสังคมและการเมืองที่กำลังพัฒนาของประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นบทวิเคราะห์ ไม่ใช่บันทึกของเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงเพียงเหตุการณ์เดียว ดังนั้น ผลกระทบระยะยาวของกลยุทธ์เหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการและรายงานที่น่าเชื่อถือต่อไป เพื่อยืนยันว่ากลยุทธ์ทางการเมืองเหล่านี้อาจส่งผลต่อการพัฒนาในระดับชาติในวงกว้างอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

กระทรวงศึกษาธิการเตรียมแต่งตั้งข้าราชการระดับ ซี 11 คนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการเตรียมแต่งตั้งข้าราชการระดับ ซี 11 คนใหม่

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศแผนการแต่งตั้งข้าราชการระดับ ซี 11 คนใหม่ โดยให้ความสำคัญกับผู้สมัครภายในองค์กร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการเตรียมแต่งตั้งข้าราชการระดับ ซี 11 คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการเตรียมแต่งตั้งข้าราชการระดับ ซี 11 คนใหม่

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศแผนการแต่งตั้งข้าราชการระดับ ซี 11 คนใหม่ โดยให้ความสำคัญกับผู้สมัครภายในองค์กร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่ากระทรวงกำลังอยู่ในกระบวนการคัดเลือกข้าราชการระดับ ซี 11 คนใหม่ โดยรัฐมนตรีได้แสดงความประสงค์ที่จะเลื่อนตำแหน่งบุคลากรภายในเพื่อมาดำรงตำแหน่งระดับสูงดังกล่าว

เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการแต่งตั้ง ขณะนี้กระทรวงกำลังดำเนินการตรวจสอบประวัติของผู้สมัครจาก 4 แท่งบริหารอย่างละเอียด แม้ว่ารัฐมนตรีจะยอมรับว่ากระบวนการคัดเลือกกำลังดำเนินอยู่ แต่เขายังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการโยกย้ายหรือสลับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ภายในกระทรวงในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำของกระทรวงศึกษาธิการอาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการศึกษาหรือลำดับความสำคัญในการบริหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโรงเรียนนานาชาติ โครงการสอนภาษา หรือกฎระเบียบด้านการศึกษาในอนาคต

ในขั้นตอนนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้ง รวมถึงกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการประกาศอย่างเป็นทางการ ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการตรวจสอบประวัติกำลังดำเนินไปจนเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC