ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง ✦
เศรษฐกิจ Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน ✦
วัฒนธรรม พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค ✦
ความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือในประเด็นการค้า การลงทุน และบริการด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการหารือที่มีกำหนดการแน่นขนัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเจรจาระดับสูงกับตัวแทนจากภาคการค้า ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน

นอกจากนี้ วาระการประชุมยังรวมถึงการหารือเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภาคบริการและอุตสาหกรรมการบิน การหารือเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เนื่องจากข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบินและการค้าอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในอนาคต รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย

แม้จะมีการยืนยันว่ากำหนดการของนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นไปที่เสาหลักทางเศรษฐกิจเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ข้อตกลงที่ลงนาม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศหรือไม่ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาทางการทูตเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เศรษฐกิจ

Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

Asset World Corp (AWC) เตรียมยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR วันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนำสินทรัพย์หลัก 5 แห่งเข้าร่วม

จากรายงานของ Khaosod Online บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR ในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้านำสินทรัพย์ประเภทฟรีโฮลด์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 4 แห่งและอาคารสำนักงานเกรดเอ 1 แห่ง เข้าร่วมกองทรัสต์ โดยมีมูลค่าเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ AWR เป็น REIT ชั้นนำที่เน้นการลงทุนในประเทศไทย 100% โดย AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนไทยจะถือครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกองทรัสต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานสำหรับสินทรัพย์อีก 9 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มและการยกระดับความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ AWC แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของกองทรัสต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมทุกแห่งยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ อยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อติดตามความเสี่ยงจากน้ำท่วม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตารางการเดินทางหรือสภาพถนน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางหรือบริการขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในขณะนี้ พื้นที่เฉพาะที่ได้รับความสำคัญสำหรับการเข้าช่วยเหลือทันทีและการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของบริการขนส่งที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและแผนการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าท่านผลิตยาสมุนไพรรักษาได้ทุกโรค

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำภาพของท่านไปตัดต่อด้วย AI และโฆษณาชวนเชื่อว่าทางวัดผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ได้จนหายขาด ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อขอยา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

พระพยอมชี้แจงว่า ท่านเป็นเพียงพระนักเทศน์และนักพัฒนา ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร และทางวัดไม่มีการผลิตยารักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำให้ประชาชนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมีการแอบอ้างชื่อกระทรวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าปลอม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพที่พบในโซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางศาสนาหรือการอ้างสรรพคุณรักษาโรคปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่แอบอ้างชื่ออย่างไร ขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางมาที่วัดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากทางวัดไม่มีบริการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช เปิดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post ทั้งเซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ได้เปิดพื้นที่จอดรถอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการพื้นที่จอดรถฟรีในจุดที่สูงและปลอดภัยสำหรับยานพาหนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนปกป้องทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ในขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบกำลังเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษายานพาหนะให้พ้นจากน้ำท่วม

แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถได้ในทันที แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้เน้นเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่จอดรถเท่านั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม และบริการฉุกเฉินอื่นๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของพื้นที่จอดรถเหล่านี้โดยตรงกับฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะนำรถไปจอด เนื่องจากความจุอาจมีจำกัดและสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:18 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองรังสิต เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสะสมของน้ำและเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงความสามารถในการระบายน้ำ แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับระดับน้ำ

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของความพยายามในการระบายน้ำเหล่านี้ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกยกเลิกกะทันหันหลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความตึงเครียดเริ่มขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 800 คน กับสมาชิกกลุ่ม “โอโซนรักบ้านเกิด อ.ชำนิ” ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการมาโดยตลอดเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่กันบริเวณหน้าเวที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่เหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดความโกลาหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างน้อย 1 รายจากการถูกของแข็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวมถึงนายอำเภอนางรองและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรองได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตัดสินใจยุติเวทีดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการคัดค้านโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความรุนแรงจะยุติลงแล้ว แต่อนาคตของโครงการยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นจะถูกจัดขึ้นใหม่เมื่อใด หรือทางการจะมีมาตรการอย่างไรในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่หรือการประชุมชุมชนที่มีความตึงเครียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเน้นย้ำความพร้อมของแผนอพยพและเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกคำสั่งจากต่างประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผนการอพยพมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และพร้อมสำหรับการนำไปติดตั้งใช้งานทันที

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้บุคลากรที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสถานการณ์เลวร้ายลง แม้ว่ารัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ในคำสั่งเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าภูมิภาคใดมีความเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเตรียมการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างไร และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญในการจัดสรรอุปกรณ์ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

ตำรวจจับกุมผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ฐานลักลอบขายคลิปวิดีโออนาจารเด็กชายวัย 16 ปีผ่านกลุ่มลับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้จับกุมบุคคลข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 16 ปี และนำไปขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลับที่มีการเรียกเก็บเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์และการเผยแพร่สื่อลามกผิดกฎหมาย การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตามกฎหมายไทย

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญในชั้นศาลและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการเผยแพร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้เสียหายหรือระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการดังกล่าว ประชาชนควรตระหนักถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลในท้องถิ่น และรายงานกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

ชาวไร่อ้อยในนครราชสีมาเผชิญวิกฤตการเงิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชาวไร่อ้อยในนครราชสีมาเผชิญวิกฤตการเงิน

ต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นและราคาอ้อยที่รัฐบาลกำหนดไว้ต่ำกำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับชาวไร่อ้อยในจังหวัดนครราชสีมา ในขณะที่เงินชดเชยที่สัญญาไว้ยังคงค้างจ่าย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชาวไร่อ้อยในนครราชสีมาเผชิญวิกฤตการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
ชาวไร่อ้อยในนครราชสีมาเผชิญวิกฤตการเงิน

ต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นและราคาอ้อยที่รัฐบาลกำหนดไว้ต่ำกำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับชาวไร่อ้อยในจังหวัดนครราชสีมา ในขณะที่เงินชดเชยที่สัญญาไว้ยังคงค้างจ่าย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ชาวไร่อ้อยในจังหวัดนครราชสีมา กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนักในช่วงฤดูการผลิตปี 2568/69 เกษตรกรระบุว่าต้นทุนค่าแรง ค่าเชื้อเพลิง และค่าปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่คณะรัฐมนตรีได้เคาะราคาอ้อยขั้นต้นที่ 890 บาทต่อตัน (ที่ความหวาน 10 CCS) ซึ่งเกษตรกรเห็นว่าไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริงในการผลิต

นอกจากนี้ ยังมีความไม่พอใจอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมาตรการ “ตัดอ้อยสด ลดฝุ่น PM 2.5” แม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณ 477.05 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดในช่วงฤดูการผลิตปี 2567/68 แต่เงินช่วยเหลือดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการเตรียมจ่ายและยังไม่ถึงมือเกษตรกร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในตลาดท้องถิ่นและระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค แม้รัฐบาลจะรับทราบถึงความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือ แต่กำหนดการจ่ายเงินชดเชยสำหรับฤดูกาล 2567/68 ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ารัฐบาลจะมีการปรับนโยบายราคาหรือเร่งดำเนินการจ่ายเงินชดเชยเพื่อบรรเทาภาระให้กับภาคเกษตรกรรมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 09:10 UTC

กำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ มิน ออง ไลง์ วันที่ 6-7 สิงหาคมนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ มิน ออง ไลง์ วันที่ 6-7 สิงหาคมนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจความเรียบร้อยที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเตรียมการสำหรับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำเมียนมา มิน ออง ไลง์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ มิน ออง ไลง์ วันที่ 6-7 สิงหาคมนี้

แหล่งข่าวเดียว
กำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ มิน ออง ไลง์ วันที่ 6-7 สิงหาคมนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจความเรียบร้อยที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเตรียมการสำหรับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำเมียนมา มิน ออง ไลง์

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้มั่นใจว่าการเตรียมการสำหรับการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ มิน ออง ไลง์ ผู้นำเมียนมา เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยการเยือนดังกล่าวมีกำหนดการระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเยือนระดับสูงในลักษณะนี้มักส่งผลให้เกิดมาตรการรักษาความปลอดภัยชั่วคราวและการปรับเปลี่ยนการจราจรในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ราชการและถนนสายหลักในกรุงเทพมหานคร แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่พิธีการต้อนรับ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางใกล้บริเวณทำเนียบรัฐบาลในช่วงสองวันนี้ควรติดตามรายงานสภาพการจราจรในพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรือจุดที่อาจมีการจำกัดการเข้าถึง

ในขณะนี้ กำหนดการที่ชัดเจนและรายละเอียดทั้งหมดของการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าการเยือนจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดต่อสาธารณะเกี่ยวกับผลลัพธ์ทางนโยบายหรือข้อตกลงทวิภาคีเฉพาะเจาะจงยังไม่มีการเปิดเผย ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลกระทบของการเยือนครั้งนี้ต่อการดำเนินงานในพื้นที่หรือความสัมพันธ์ระดับภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

อนุกรรมาธิการแฉพบความเสี่ยงทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุกรรมาธิการแฉพบความเสี่ยงทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

คณะอนุกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้วิธี 'เฉพาะเจาะจง' ในโครงการภาครัฐกว่า 100,000 โครงการ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสของงบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุกรรมาธิการแฉพบความเสี่ยงทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

แหล่งข่าวเดียว
อนุกรรมาธิการแฉพบความเสี่ยงทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

คณะอนุกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้วิธี 'เฉพาะเจาะจง' ในโครงการภาครัฐกว่า 100,000 โครงการ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสของงบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ได้แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Thai Post ระบุว่าคณะอนุกรรมาธิการพบโครงการภาครัฐกว่า 100,000 โครงการทั่วประเทศที่ใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบ 'เฉพาะเจาะจง'

นายวิสุทธิ์กล่าวหาว่าการพึ่งพาวิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแพร่หลายนี้ได้สร้างช่องโหว่ที่อาจเอื้อต่อการทุจริต โดยประเมินว่าความไม่โปร่งใสเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับงบประมาณสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท ขณะนี้คณะอนุกรรมาธิการกำลังศึกษาแนวทางปฏิบัติเหล่านี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปฏิรูปการบริหารงบประมาณและสัญญาของรัฐ

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในสถานการณ์ด้านการบริหารของไทย รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่ายภาครัฐโดยรัฐสภา แม้ข้อค้นพบนี้จะบ่งชี้ถึงปัญหาเชิงระบบที่สำคัญ แต่ต้องระบุว่าข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเบื้องต้นจากการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการเท่านั้น ขอบเขตที่แท้จริงของการทุจริต หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผลทางกฎหมายต่อผู้รับผิดชอบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันในระหว่างที่การสอบสวนของรัฐสภายังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ และข้อค้นพบทั้งหมดจะต้องผ่านการตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

ครม. ไฟเขียวตั้ง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' กำกับดูแลการใช้พลังงานและทรัพยากร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. ไฟเขียวตั้ง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' กำกับดูแลการใช้พลังงานและทรัพยากร

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้พลังงานและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. ไฟเขียวตั้ง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' กำกับดูแลการใช้พลังงานและทรัพยากร

แหล่งข่าวเดียว
ครม. ไฟเขียวตั้ง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' กำกับดูแลการใช้พลังงานและทรัพยากร

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้พลังงานและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการจัดตั้ง 'คณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์' อย่างเป็นทางการ โดยหน่วยงานกำกับดูแลนี้มีหน้าที่กำหนดกรอบการทำงานที่ครอบคลุมเพื่อจัดการการใช้ทรัพยากรและการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินงานภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและกลุ่มดิจิทัลโนแมด การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ในขณะที่ประเทศไทยกำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการบูรณาการแหล่งพลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคส่วนข้อมูลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการรวมถึงการกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในอนาคต

แม้ว่าจะมีการยืนยันการจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการบังคับใช้ เกณฑ์ที่แน่ชัดสำหรับการปฏิบัติตามมาตรฐาน 'พลังงานสะอาด' และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ให้บริการข้อมูลที่มีอยู่เดิมนั้นยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศจากรัฐบาลเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการและวิธีการนำกฎระเบียบใหม่เหล่านี้ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

กระทรวงสาธารณสุขโต้กลับหมอสุภัทร พร้อมให้ตรวจสอบกิจกรรมพีอาร์ และจี้ให้เคลียร์ตัวเองเรื่องการจัดซื้อ ATK
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงสาธารณสุขโต้กลับหมอสุภัทร พร้อมให้ตรวจสอบกิจกรรมพีอาร์ และจี้ให้เคลียร์ตัวเองเรื่องการจัดซื้อ ATK

กระทรวงสาธารณสุขไทยประกาศความพร้อมในการให้ตรวจสอบกิจกรรมด้านประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน พร้อมเรียกร้องให้หมอสุภัทรชี้แจงประวัติของตนเองเกี่ยวกับการจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจน (ATK)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงสาธารณสุขโต้กลับหมอสุภัทร พร้อมให้ตรวจสอบกิจกรรมพีอาร์ และจี้ให้เคลียร์ตัวเองเรื่องการจัดซื้อ ATK

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขโต้กลับหมอสุภัทร พร้อมให้ตรวจสอบกิจกรรมพีอาร์ และจี้ให้เคลียร์ตัวเองเรื่องการจัดซื้อ ATK

กระทรวงสาธารณสุขไทยประกาศความพร้อมในการให้ตรวจสอบกิจกรรมด้านประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน พร้อมเรียกร้องให้หมอสุภัทรชี้แจงประวัติของตนเองเกี่ยวกับการจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจน (ATK)

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขไทยได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของหมอสุภัทรต่อสาธารณะ โดยกระทรวงฯ ระบุว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะให้มีการตรวจสอบกิจกรรมด้านประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินงาน

ในขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ได้เรียกร้องให้หมอสุภัทรออกมาจัดการและชี้แจงการกระทำในอดีตของตนเองที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจน (ATK) การโต้ตอบผ่านสื่อในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางด้านการบริหารและการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในภาคส่วนสาธารณสุข

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องภายในทางด้านการบริหารเป็นหลัก แม้ว่าจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านสาธารณสุขในปัจจุบัน แต่ความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างบุคคลสำคัญในวงการสาธารณสุขอาจส่งผลต่อการอภิปรายนโยบายหรือการกำกับดูแลภายในกระทรวงในอนาคต

ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงความเห็นต่างระหว่างคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกิจกรรมประชาสัมพันธ์ของกระทรวงฯ หรือไม่ และยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นที่ถูกตั้งคำถามในกระบวนการจัดซื้อ ATK ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าจะมีหลักฐานเพิ่มเติมหรือผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการออกมาเพื่อยืนยันข้อกล่าวอ้างของทั้งสองฝ่ายหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

นายกฯ ยืนยันเสถียรภาพรัฐบาลท่ามกลางกระแสข่าวลือ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ยืนยันเสถียรภาพรัฐบาลท่ามกลางกระแสข่าวลือ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำชับให้คณะรัฐมนตรีมุ่งเน้นการทำงานตามนโยบาย โดยปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในรัฐบาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ยืนยันเสถียรภาพรัฐบาลท่ามกลางกระแสข่าวลือ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ยืนยันเสถียรภาพรัฐบาลท่ามกลางกระแสข่าวลือ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำชับให้คณะรัฐมนตรีมุ่งเน้นการทำงานตามนโยบาย โดยปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในรัฐบาล

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ตามคำแถลงของนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกระแสข่าวในสื่อเกี่ยวกับความขัดแย้งและการขาดความเป็นเอกภาพภายในรัฐบาลอย่างชัดเจน

นายกรัฐมนตรีอนุทินระบุว่าเขาไม่ได้กังวลกับรายงานดังกล่าว โดยมองว่าเป็นความพยายามที่จะสร้างความสั่นคลอนให้กับรัฐบาล เขาย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานเพื่อประชาชนไม่ใช่เพื่อกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง และยังคงมุ่งมั่นดำเนินนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ พร้อมทั้งให้กำลังใจรัฐมนตรีทุกคนให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่ต้องหวั่นไหวต่อการยั่วยุจากภายนอก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองในประเทศไทยมักจะรวมถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับเสถียรภาพของคณะรัฐมนตรี แต่รัฐบาลยืนยันว่าการดำเนินงานยังคงเป็นไปตามปกติ รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับวาระนโยบายที่ประกาศไว้ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำยืนยันภายในเหล่านี้จะส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในวงกว้างอย่างไร หรือจะมีประเด็นท้าทายจากฝ่ายค้านเกิดขึ้นอีกหรือไม่ในสัปดาห์ต่อๆ ไป ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายและกิจกรรมของคณะรัฐมนตรีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:30 UTC

ไทยเตรียมรับมือผลกระทบจากเอลนีโญต่อทรัพยากรน้ำ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมรับมือผลกระทบจากเอลนีโญต่อทรัพยากรน้ำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนลดลงถึง 19%

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเตรียมรับมือผลกระทบจากเอลนีโญต่อทรัพยากรน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมรับมือผลกระทบจากเอลนีโญต่อทรัพยากรน้ำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนลดลงถึง 19%

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดการประชุมเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทวีความรุนแรงขึ้น และคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำต้นทุนในช่วงต้นฤดูแล้งที่จะถึงนี้จะลดลงจากปีก่อนถึง 19%

เพื่อบรรเทาความเสี่ยงดังกล่าว กรมชลประทานวางแผนที่จะเน้นการใช้น้ำฝนเสริมด้วยน้ำชลประทาน พร้อมเร่งขุดลอกแหล่งน้ำและกำจัดวัชพืช โดยมีการเตรียมเครื่องจักรกลกว่า 5,991 หน่วยประจำจุดเสี่ยงทั่วประเทศ นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้จัดทำรายงานสถานการณ์รายสัปดาห์เพื่อรับมือกับทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมเชิงรุกต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำและผลกระทบทางการเกษตร แม้ว่ารัฐบาลจะเตรียมโครงสร้างพื้นฐานไว้แล้ว แต่ความรุนแรงที่แท้จริงของฤดูแล้งยังคงต้องติดตามจากการเฝ้าระวังสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังกำลังประสานงานเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับฤดูกาล 2569/70 เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่ชนบท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรน้ำและการจัดการคุณภาพอากาศต่อไปเมื่อฤดูกาลดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:50 UTC

สหรัฐฯ คาดการณ์ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซจะเสร็จสิ้นภายในสองวัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ คาดการณ์ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซจะเสร็จสิ้นภายในสองวัน

รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงความคาดหวังว่าข้อตกลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเสร็จสิ้นภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สหรัฐฯ คาดการณ์ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซจะเสร็จสิ้นภายในสองวัน

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ คาดการณ์ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซจะเสร็จสิ้นภายในสองวัน

รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงความคาดหวังว่าข้อตกลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเสร็จสิ้นภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าการเจรจาเกี่ยวกับสถานะและการดำเนินงานของช่องแคบฮอร์มุซจะได้ข้อสรุปภายในสองวัน ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญระดับโลกสำหรับการขนส่งพลังงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อราคาน้ำมันโลกและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นอย่างมาก การหยุดชะงักหรือการแก้ไขปัญหาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางเดินเรือนี้อาจส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงภายในประเทศและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ความผันผวนในตลาดพลังงานโลกมักส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อค่าครองชีพและโลจิสติกส์การเดินทางภายในภูมิภาค

ในขณะนี้ รายละเอียดของข้อตกลงที่เสนอยังคงมีจำกัด ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการเจรจาเงื่อนไขเฉพาะใดบ้าง หรือข้อตกลงดังกล่าวจะถูกบังคับใช้โดยฝ่ายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภูมิภาค เพื่อดูว่ากรอบเวลาสองวันจะบรรลุผลหรือไม่ และจะมีผลกระทบระยะยาวอย่างไรต่อการขนส่งระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับราคาน้ำมันและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการขนส่งทางอากาศหรือทางทะเล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเสียชีวิตจากเหตุเสือโคร่งทำร้าย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเสียชีวิตจากเหตุเสือโคร่งทำร้าย

เจ้าหน้าที่รัฐประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเสียชีวิตจากเหตุเสือโคร่งทำร้าย นำไปสู่การสอบสวนและการให้คำมั่นเรื่องการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเสียชีวิตจากเหตุเสือโคร่งทำร้าย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเสียชีวิตจากเหตุเสือโคร่งทำร้าย

เจ้าหน้าที่รัฐประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเสียชีวิตจากเหตุเสือโคร่งทำร้าย นำไปสู่การสอบสวนและการให้คำมั่นเรื่องการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 Khaosod Online รายงานเหตุการณ์การเสียชีวิตของนายศักรินทร์ วิชาจารย์ เจ้าหน้าที่รัฐประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้านสื่อความหมายและประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว โดยเพื่อนร่วมงานพบร่างผู้เสียชีวิตหลังจากสังเกตว่านายศักรินทร์ไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่

ตามรายงานระบุว่า เพื่อนร่วมงานพบรอยเลือดใต้เปลที่ผู้เสียชีวิตใช้นอนในศาลาอเนกประสงค์ หลังจากออกตามหาจึงพบร่างผู้เสียชีวิตในป่าใกล้ลำห้วย ห่างจากศาลาปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่เชื่อว่าสัตว์ที่ทำร้ายคือเสือโคร่ง แต่ยังไม่สามารถระบุตัวได้แน่ชัด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามร่องรอยของสัตว์ดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการอยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ป่าในพื้นที่คุ้มครอง ขณะนี้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ระบุว่าทางหน่วยงานพร้อมให้การดูแลสิทธิประโยชน์และสวัสดิการแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของเสือโคร่งตัวดังกล่าว และการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:50 UTC

กระทรวง อว. สั่งสอบด่วน ปมมหาวิทยาลัยเอื้อทุนจีนรับนักศึกษาต่างชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวง อว. สั่งสอบด่วน ปมมหาวิทยาลัยเอื้อทุนจีนรับนักศึกษาต่างชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเปิดหลักสูตรไม่ได้รับอนุญาตเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนจีน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวง อว. สั่งสอบด่วน ปมมหาวิทยาลัยเอื้อทุนจีนรับนักศึกษาต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวง อว. สั่งสอบด่วน ปมมหาวิทยาลัยเอื้อทุนจีนรับนักศึกษาต่างชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเปิดหลักสูตรไม่ได้รับอนุญาตเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนจีน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งโดยเร่งด่วน หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยการตรวจสอบนี้เกิดขึ้นจากกรณีที่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.โกวิน วิวัฒนพงศ์พันธ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ากลุ่มรักษาการอธิการบดีอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนจีนสีเทาโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย

ตามข้อกล่าวหาระบุว่า มหาวิทยาลัยอาจมีการหลอกลวงนักศึกษาชาวจีนให้เข้ามาเรียนในหลักสูตรที่สร้างขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านวีซ่านักศึกษาที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น โดยกำชับให้มหาวิทยาลัยชี้แจงรายละเอียดหลักสูตรและให้ความร่วมมือกับคณะผู้ตรวจสอบอย่างเต็มที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความถูกต้องของหลักสูตรการศึกษาและกระบวนการออกวีซ่าสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เข้มงวดขึ้น แม้กระทรวงจะยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่รายละเอียดเฉพาะของหลักสูตรที่เกี่ยวข้องและขอบเขตของการกระทำผิดดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีข้อสรุปความผิดของมหาวิทยาลัยหรือบุคลากรในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:51 UTC

นายกฯ ไทยกำชับคณะรัฐมนตรีให้มั่นคงท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยกำชับคณะรัฐมนตรีให้มั่นคงท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้มีความมุ่งมั่นและไม่หวั่นไหวต่อรายงานข่าวเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางการเมือง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ไทยกำชับคณะรัฐมนตรีให้มั่นคงท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยกำชับคณะรัฐมนตรีให้มั่นคงท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้มีความมุ่งมั่นและไม่หวั่นไหวต่อรายงานข่าวเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางการเมือง

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวต่อที่ประชุมเกี่ยวกับกระแสข่าวความไม่มั่นคงทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนตั้งมั่นอยู่ในความสงบและอย่าหวั่นไหวต่อรายงานข่าวจากภายนอกที่พยายามสร้างความสั่นคลอนให้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีทุกคน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งมีการคาดการณ์เกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลปรากฏในสื่อท้องถิ่นเป็นระยะ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวและเน้นย้ำถึงความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาล แต่การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติในบริบทของสังคมไทย

ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องของการสื่อสารภายในรัฐบาล สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าถ้อยแถลงเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่นใจในความเป็นเอกภาพของรัฐบาล คงต้องติดตามต่อไปว่าข่าวลือเหล่านี้จะมีผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อนโยบายสาธารณะหรือชีวิตประจำวันของผู้ที่อยู่ในประเทศหรือไม่ เช่นเดียวกับข่าวการเมืองทั่วไป ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวาระงานและเสถียรภาพของรัฐบาลต่อไป ข้อความของนายกรัฐมนตรีถือเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินงานตามแนวทางเดิมต่อไปแม้จะมีความกดดันจากภายนอกก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

ไทย-เมียนมาตั้งคณะทำงานร่วมคุมคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทย-เมียนมาตั้งคณะทำงานร่วมคุมคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดน

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับเมียนมาเพื่อบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดนอย่างเป็นระบบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทย-เมียนมาตั้งคณะทำงานร่วมคุมคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดน

แหล่งข่าวเดียว
ไทย-เมียนมาตั้งคณะทำงานร่วมคุมคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดน

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับเมียนมาเพื่อบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดนอย่างเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า รัฐบาลไทยได้อนุมัติขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) สำหรับคณะทำงานร่วมระหว่างไทยและเมียนมาอย่างเป็นทางการ โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างกรอบการทำงานที่เป็นระบบสำหรับการติดตามและบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านหรือข้ามพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดน การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำในท้องถิ่น การจัดการทางน้ำเหล่านี้ที่ดีขึ้นอาจนำไปสู่สุขภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นและการติดตามปัญหาที่เกี่ยวข้องกับน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น

แม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติกรอบการบริหารสำหรับความร่วมมือนี้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำหนดการดำเนินงานที่ชัดเจน แม่น้ำที่ได้รับความสำคัญสำหรับการติดตามตรวจสอบในทันที และโปรโตคอลทางเทคนิคที่จะใช้โดยทีมงานร่วม ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อคณะทำงานเริ่มดำเนินการร่วมกันเพื่อนำกลยุทธ์การจัดการสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ไปปฏิบัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

BLCP Power เข้าร่วมโครงการ Rayong Zero Food Waste 2026
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

BLCP Power เข้าร่วมโครงการ Rayong Zero Food Waste 2026

BLCP Power ร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนในจังหวัดระยองเพื่อส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำผ่านนวัตกรรมการจัดการขยะ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

BLCP Power เข้าร่วมโครงการ Rayong Zero Food Waste 2026

แหล่งข่าวเดียว
BLCP Power เข้าร่วมโครงการ Rayong Zero Food Waste 2026

BLCP Power ร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนในจังหวัดระยองเพื่อส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำผ่านนวัตกรรมการจัดการขยะ

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท BLCP Power ได้เข้าร่วมงาน 'Rayong Zero Food Waste 2026' ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน Knowledge & Experience Expo โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำผ่านการนำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้

ภายในงาน BLCP Power ได้นำเสนอนวัตกรรมการจัดการขยะ รวมถึงการใช้หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly หรือ BSF) ซึ่งมักเรียกกันว่า 'หนอนแม่โจ้' ในการกำจัดขยะเศษอาหาร และเทคนิคการแปรรูปเศษใบไม้ให้กลายเป็นดินที่อุดมด้วยสารอาหาร วิธีการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบในระดับเทศบาล

งานดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บริหารส่วนท้องถิ่นและตัวแทนชุมชนเข้าร่วมงาน โดยการเสวนาเน้นไปที่แคมเปญ 'ระยองไม่เทรวม' ซึ่งมุ่งเน้นการเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของจังหวัดระยองในการปรับปรุงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการลดขยะ แม้ว่างานนี้จะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเป้าหมายการลดขยะของเทศบาลและความสามารถในการขยายผลของวิธีการทำปุ๋ยหมักเหล่านี้ทั่วทั้งจังหวัดยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่โครงการดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

ครม. อนุมัติหลักการขยายระบบขนส่งมวลชนสู่จังหวัดสงขลา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติหลักการขยายระบบขนส่งมวลชนสู่จังหวัดสงขลา

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. อนุมัติหลักการขยายระบบขนส่งมวลชนสู่จังหวัดสงขลา

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติหลักการขยายระบบขนส่งมวลชนสู่จังหวัดสงขลา

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างเป็นทางการ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีระยะทางรวม 12.54 กิโลเมตร และประกอบด้วยสถานีทั้งหมด 12 สถานี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภาคใต้ของไทยบ่อยครั้ง การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสาธารณะในภูมิภาค หากโครงการนี้ดำเนินการได้สำเร็จ ระบบรางอาจเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการเดินทางทางถนน ซึ่งอาจช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่สำคัญต่างๆ ในจังหวัดสงขลา

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือการอนุมัตินี้ยังจำกัดอยู่เพียงหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น ยังมีรายละเอียดอีกหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้าง ตำแหน่งที่ตั้งของสถานีทั้ง 12 แห่ง และกำหนดการแล้วเสร็จของโครงการ เมื่อโครงการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมจาก รฟม. และรัฐบาลเพื่อชี้แจงขอบเขตและผลกระทบของโครงการนี้ต่อไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนพำนักระยะยาวในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับพื้นที่ก่อสร้างที่อาจเกิดขึ้นและความพร้อมในการให้บริการในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

รัฐมนตรีฯ ยืนยันความปลอดภัยของข้อมูลนักเรียนอาชีวะ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีฯ ยืนยันความปลอดภัยของข้อมูลนักเรียนอาชีวะ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปฏิเสธข่าวลือเรื่องข้อมูลนักเรียนอาชีวะรั่วไหล โดยยืนยันว่าระบบของรัฐบาลยังคงมีความปลอดภัยสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีฯ ยืนยันความปลอดภัยของข้อมูลนักเรียนอาชีวะ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีฯ ยืนยันความปลอดภัยของข้อมูลนักเรียนอาชีวะ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปฏิเสธข่าวลือเรื่องข้อมูลนักเรียนอาชีวะรั่วไหล โดยยืนยันว่าระบบของรัฐบาลยังคงมีความปลอดภัยสูง

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงต่อข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ข้อมูลของนักเรียนอาชีวะจะรั่วไหล โดยรัฐมนตรีฯ ได้ปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าระบบการจัดการข้อมูลของรัฐบาลมีความแข็งแกร่งและรักษามาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับผู้ที่ติดต่อกับบริการของรัฐหรือสถาบันการศึกษา คำแถลงของรัฐมนตรีฯ ถือเป็นการโต้แย้งอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาที่แพร่สะพัด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความปลอดภัยของฐานข้อมูลที่รัฐบาลดูแล

แม้ว่ารัฐมนตรีฯ จะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของระบบแล้ว แต่สถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามการกำกับดูแลด้านดิจิทัลในประเทศไทย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานการรั่วไหลของข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากทางการ และรัฐบาลยังคงยืนยันว่าข้อมูลของนักเรียนทุกคนได้รับการคุ้มครอง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามช่องทางที่เป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตหรือการตรวจสอบทางเทคนิคเพิ่มเติมที่อาจมีการเผยแพร่เพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างด้านความปลอดภัยเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC

นายกฯ เร่งขับเคลื่อนข้อตกลงไทย-อินโดนีเซียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ เร่งขับเคลื่อนข้อตกลงไทย-อินโดนีเซียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเร่งดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้จากการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ เร่งขับเคลื่อนข้อตกลงไทย-อินโดนีเซียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เร่งขับเคลื่อนข้อตกลงไทย-อินโดนีเซียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเร่งดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้จากการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เร่งขับเคลื่อนข้อตกลงทวิภาคีระหว่างไทยและอินโดนีเซียให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด คำสั่งนี้สืบเนื่องมาจากการที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนพันธสัญญาทางการทูตเหล่านี้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของข้อตกลงจะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วนในรายงานเบื้องต้น แต่ความร่วมมือทวิภาคีเช่นนี้มักส่งผลต่อการค้าในระดับภูมิภาค การท่องเที่ยว และความร่วมมือด้านการบริหารระหว่างสองประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งอาจนำไปสู่กระบวนการข้ามพรมแดนที่ราบรื่นขึ้นหรือโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ลักษณะที่แท้จริงของข้อตกลงและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่านโยบายเหล่านี้อาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันหรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างสองประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติการจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อกำกับดูแลนโยบายด้านดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติการจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อกำกับดูแลนโยบายด้านดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการจัดตั้ง 'คณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์' อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดนโยบายระดับชาติ กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม และจัดการผลกระทบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าความคิดริเริ่มนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นของรัฐบาลในการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการมุ่งหวังที่จะสร้างความมั่นใจว่าการขยายตัวของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์จะสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศ พร้อมทั้งลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงความพยายามในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่มีโครงสร้างชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ว่าความเคลื่อนไหวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน แต่อาจนำไปสู่ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบใหม่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่ดำเนินงานในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับแผนงานด้านกฎระเบียบของคณะกรรมการ เกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบของนโยบายเหล่านี้ต่อราคาไฟฟ้าในท้องถิ่นหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศกรอบเวลาสำหรับการบังคับใช้มาตรฐานใหม่เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

กระทรวงศึกษาธิการไทยสั่งสอบสวนมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการไทยสั่งสอบสวนมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติ

ยศชนันได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อมหาวิทยาลัยต่างๆ เกี่ยวกับกระบวนการรับนักศึกษาต่างชาติและมาตรฐานหลักสูตร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการไทยสั่งสอบสวนมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการไทยสั่งสอบสวนมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติ

ยศชนันได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อมหาวิทยาลัยต่างๆ เกี่ยวกับกระบวนการรับนักศึกษาต่างชาติและมาตรฐานหลักสูตร

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ยศชนันได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับนักศึกษาต่างชาติ โดยคำสั่งดังกล่าวระบุให้สถาบันเหล่านี้ต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาทั้งหมดที่เปิดสอนให้แก่ชาวต่างชาติในปัจจุบัน

ความเคลื่อนไหวทางปกครองนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าแนวทางการรับนักศึกษาและมาตรฐานหลักสูตรของมหาวิทยาลัยสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านการศึกษาของชาติ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การกำกับดูแลสถาบันการศึกษาที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการลงทะเบียนหรือสถานะการรับรองวิทยฐานะของบางหลักสูตรในอนาคต

ในขั้นตอนนี้ การสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ยังคงต้องยืนยันว่ามหาวิทยาลัยใดบ้างที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ และจะใช้เกณฑ์ใดในการประเมินความถูกต้องของหลักสูตรสำหรับนักศึกษาต่างชาติ นอกจากนี้ กระทรวงยังไม่ได้เปิดเผยถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสำหรับสถาบันที่พบว่าละเมิดมาตรฐานที่กำหนดไว้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตและผลการสอบสวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC