ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

นายกฯ สั่งการให้แก้ไขปัญหาที่ดินของกลุ่ม P-Move ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สั่งการให้แก้ไขปัญหาที่ดินของกลุ่ม P-Move ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน

นายกรัฐมนตรีไทยกำหนดกรอบเวลา 30 วันในการแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย P-Move

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สั่งการให้แก้ไขปัญหาที่ดินของกลุ่ม P-Move ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการให้แก้ไขปัญหาที่ดินของกลุ่ม P-Move ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน

นายกรัฐมนตรีไทยกำหนดกรอบเวลา 30 วันในการแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย P-Move

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งให้เร่งแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องการถือครองที่ดินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย P-Move โดยรัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลา 1 เดือนในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการสิทธิในที่ดินและความเท่าเทียมทางสังคม ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การประท้วงในพื้นที่หรือการเปลี่ยนแปลงทางปกครองในเขตชนบทและกึ่งเมือง แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังคงต้องติดตามดูว่ากรณีเฉพาะรายเหล่านี้จะได้รับการดำเนินการอย่างไรภายในกรอบเวลา 30 วันที่เข้มงวด และจะใช้กลไกใดเพื่อให้มั่นใจถึงความเป็นธรรมตามที่สัญญาไว้

นักท่องเที่ยวไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากกระบวนการทางปกครองเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปเยือนหรือพำนักในพื้นที่ที่กลุ่ม P-Move เคยมีความเคลื่อนไหวในอดีต ควรตระหนักว่าการอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายที่ดินบางครั้งอาจนำไปสู่การรวมตัวของประชาชน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ที่ได้รับผลกระทบและผลลัพธ์สุดท้ายของการเจรจาเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:55 UTC

ภาคเกษตรไทยราคาพุ่งสูงขึ้นภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ภาคเกษตรไทยราคาพุ่งสูงขึ้นภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน

รุ่งโรจน์ ทองศรี รองประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ชื่นชมรัฐบาลปัจจุบันที่ผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรหลักปรับตัวสูงขึ้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ภาคเกษตรไทยราคาพุ่งสูงขึ้นภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน

แหล่งข่าวเดียว
ภาคเกษตรไทยราคาพุ่งสูงขึ้นภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน

รุ่งโรจน์ ทองศรี รองประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ชื่นชมรัฐบาลปัจจุบันที่ผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรหลักปรับตัวสูงขึ้น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 นายรุ่งโรจน์ ทองศรี รองประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวชื่นชมการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุว่าราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน มีราคาที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใต้การนำของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่าแนวโน้มราคาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เขายังระบุว่ารัฐบาลกำลังดำเนินโครงการเพื่อลดต้นทุนปุ๋ย ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในท้องถิ่น การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่ภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของราคาเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรในชนบท แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อราคาอาหารของผู้บริโภคและความยั่งยืนในระยะยาวของมาตรการลดต้นทุนที่รัฐบาลผลักดันนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าแนวโน้มราคาเหล่านี้จะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ และโครงการลดต้นทุนปุ๋ยที่นำเสนอจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

เกิดการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความถี่ในการโยกย้ายข้าราชการในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความถี่ในการโยกย้ายข้าราชการในประเทศไทย

บทความล่าสุดใน Matichon Online สำรวจรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปและเหตุผลเบื้องหลังการโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศไทยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความถี่ในการโยกย้ายข้าราชการในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความถี่ในการโยกย้ายข้าราชการในประเทศไทย

บทความล่าสุดใน Matichon Online สำรวจรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปและเหตุผลเบื้องหลังการโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศไทยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

รายงานล่าสุดที่เผยแพร่โดย Matichon Online ได้จุดประเด็นการสนทนาในสังคมเกี่ยวกับความถี่ในการโยกย้ายข้าราชการในประเทศไทยในปัจจุบัน บทความดังกล่าวตรวจสอบว่าภูมิทัศน์ด้านการบริหารสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป โดยเปรียบเทียบแนวทางปฏิบัติในปัจจุบันกับในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การทำความเข้าใจโครงสร้างของระบบราชการมักเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นผู้จัดการบริการสาธารณะต่างๆ สำนักงานบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน การโยกย้ายบ่อยครั้งบางครั้งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานของสำนักงานในท้องถิ่น ความต่อเนื่องของโครงการที่กำลังดำเนินอยู่ หรือความเร็วในการประมวลผลงานด้านธุรการ

แม้ว่ารายงานของ Matichon Online จะเน้นย้ำถึงแนวโน้มของการโยกย้ายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่บทความนี้ทำหน้าที่เป็นบทวิเคราะห์มากกว่ารายงานเกี่ยวกับนโยบายใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง เหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างภายใน การจัดการประสิทธิภาพ หรือการพิจารณาทางการเมือง ยังคงเป็นหัวข้อที่มีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายมาตรฐานใหม่เกี่ยวกับการโยกย้ายเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์และผู้ที่สนใจด้านการบริหารจัดการของไทยยังคงติดตามดูว่าการเคลื่อนย้ายบุคลากรเหล่านี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอในการให้บริการสาธารณะทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

สว. เสนอให้ยกเครื่องคณะกรรมการ กสทช. ใหม่ทั้งหมด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว. เสนอให้ยกเครื่องคณะกรรมการ กสทช. ใหม่ทั้งหมด

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยุบชุดกรรมการ กสทช. ปัจจุบันและเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว. เสนอให้ยกเครื่องคณะกรรมการ กสทช. ใหม่ทั้งหมด

แหล่งข่าวเดียว
สว. เสนอให้ยกเครื่องคณะกรรมการ กสทช. ใหม่ทั้งหมด

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยุบชุดกรรมการ กสทช. ปัจจุบันและเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ได้แถลงต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมติคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ

นพ.เปรมศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบธรรมในกระบวนการสรรหา โดยระบุว่ามีบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมเข้ามาลงมติ เช่น นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายเกียรติพงษ์ อมาตยกุล ตัวแทนจากศาลฎีกา เนื่องจากมีอายุเกิน 70 ปี ด้วยเหตุนี้ นพ.เปรมศักดิ์ จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พิจารณายุบกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน และดำเนินการสรรหาใหม่ทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนภายในหน่วยงานกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย แม้ว่า สว. จะเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ยังคงต้องติดตามท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ซึ่งเคยระบุว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป ปัจจุบันความขัดแย้งระหว่าง กสทช. และคณะกรรมการสรรหายังคงไม่มีข้อยุติ และองค์ประกอบของคณะกรรมการในอนาคตยังคงต้องรอการตรวจสอบจากรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:26 UTC

ประธานรัฐสภาไทยเตรียมต้อนรับผู้นำเมียนมา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประธานรัฐสภาไทยเตรียมต้อนรับผู้นำเมียนมา

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาไทย ประกาศแผนการต้อนรับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา ที่รัฐสภาไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางนิติบัญญัติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประธานรัฐสภาไทยเตรียมต้อนรับผู้นำเมียนมา

แหล่งข่าวเดียว
ประธานรัฐสภาไทยเตรียมต้อนรับผู้นำเมียนมา

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาไทย ประกาศแผนการต้อนรับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา ที่รัฐสภาไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางนิติบัญญัติ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาไทย ได้แสดงความพร้อมในการต้อนรับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา ที่รัฐสภาไทย โดยการเยือนที่นำเสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางนิติบัญญัติและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับภูมิภาคที่มีร่วมกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้เน้นย้ำถึงการเจรจาทางการเมืองระดับสูงที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าการประชุมนี้มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในความร่วมมือเกี่ยวกับประเด็นทวิภาคี แต่ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวทางการทูตที่เป็นทางการ

รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับการเยือนครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำหนดการอย่างเป็นทางการ วาระการหารือที่ชัดเจน รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือการจัดการด้านโลจิสติกส์สำหรับการเยือนยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากสำนักงานนิติบัญญัติของไทยเพื่อชี้แจงกรอบเวลาและขอบเขตของความร่วมมือที่หารือกัน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการทูตที่กำลังพัฒนา ผู้ที่สนใจการเมืองระดับภูมิภาคควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเยือน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ประธานวุฒิสภาไทยเตรียมต้อนรับผู้นำเมียนมาเพื่อหารือทวิภาคี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประธานวุฒิสภาไทยเตรียมต้อนรับผู้นำเมียนมาเพื่อหารือทวิภาคี

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา มีกำหนดการพบปะกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา ที่รัฐสภาไทย ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประธานวุฒิสภาไทยเตรียมต้อนรับผู้นำเมียนมาเพื่อหารือทวิภาคี

แหล่งข่าวเดียว
ประธานวุฒิสภาไทยเตรียมต้อนรับผู้นำเมียนมาเพื่อหารือทวิภาคี

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา มีกำหนดการพบปะกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา ที่รัฐสภาไทย ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาไทย มีกำหนดการให้การรับรองพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่รัฐสภาไทย ในวันที่ 7 สิงหาคม เวลา 10.50 น. โดยการเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล

ตามรายงานระบุว่า การพบปะหารือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีและหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางนิติบัญญัติ ประเด็นสำคัญในวาระการประชุม ได้แก่ การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และการส่งเสริมการค้าชายแดน นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการหารือถึงบทบาทของเมียนมาในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพบปะทางการทูตระดับสูงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการเสถียรภาพในภูมิภาคและความร่วมมือทางเศรษฐกิจตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา แม้ว่าการประชุมจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่กิจกรรมทางการทูตดังกล่าวอาจนำไปสู่การปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยชั่วคราวหรือการจัดการจราจรใกล้สถานที่ราชการในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามผลลัพธ์ทางนโยบายหรือข้อตกลงเฉพาะเจาะจงที่จะเกิดขึ้นจากการหารือครั้งนี้ เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักคือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:26 UTC

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นกรณีการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นกรณีการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส. ฝ่ายค้าน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปลด นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช. โดยอ้างว่าขาดคุณสมบัติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นกรณีการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นกรณีการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส. ฝ่ายค้าน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปลด นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช. โดยอ้างว่าขาดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์การที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ปฏิเสธที่จะลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นางสาวภคมนระบุว่าคณะกรรมการสรรหาได้วินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งดังกล่าว เธอตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมบอร์ด กสทช. ล่มไปแล้วถึง 3 ครั้งเนื่องจากข้อพิพาทเรื่องคุณสมบัติของเขา นางสาวภคมนโต้แย้งว่า นพ.สรณ ควรจะสละสิทธิ์ทันทีหลังจากผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสรรหา และวิจารณ์เหตุผลที่เขายังคงอยู่ในตำแหน่งว่าเป็นข้ออ้างที่บ่ายเบี่ยง นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการเพื่อปลดเขาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่าความลังเลของนายกรัฐมนตรีกำลังกลายเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ทางตันทางการเมืองนี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย การที่บอร์ดไม่สามารถประชุมได้อาจนำไปสู่ความล่าช้าในการดำเนินนโยบาย การกำกับดูแลบริการ หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่านายกรัฐมนตรีจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้อย่างไร และกระบวนการทางกฎหมายเพื่อปลดประธาน กสทช. จะดำเนินต่อไปตามที่ฝ่ายค้านร้องขอหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:26 UTC

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากข้อพิพาทเรื่องผู้นำ กสทช.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากข้อพิพาทเรื่องผู้นำ กสทช.

ภคมน นูนานัน นักการเมืองฝ่ายค้านได้วิพากษ์วิจารณ์ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. อย่างเปิดเผย พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาจัดการกับความขัดแย้งเรื่องผู้นำที่กำลังดำเนินอยู่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากข้อพิพาทเรื่องผู้นำ กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากข้อพิพาทเรื่องผู้นำ กสทช.

ภคมน นูนานัน นักการเมืองฝ่ายค้านได้วิพากษ์วิจารณ์ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. อย่างเปิดเผย พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาจัดการกับความขัดแย้งเรื่องผู้นำที่กำลังดำเนินอยู่

ความตึงเครียดทางการเมืองที่ กสทช.

ตามรายงานของ มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ภคมน นูนานัน นักการเมืองฝ่ายค้านคนสำคัญ ได้วิพากษ์วิจารณ์ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อย่างเปิดเผย โดยภคมนกล่าวหาว่า นพ.สรณ ขาดจิตสำนึกในการทำงานเนื่องจากยังคงยึดติดกับตำแหน่งแม้จะมีเสียงเรียกร้องให้ลาออกเพิ่มมากขึ้น

ภคมนได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้นายกรัฐมนตรียุติการสนับสนุนผู้นำชุดปัจจุบัน และเร่งดำเนินการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเสร็จสิ้น ข้อวิจารณ์ดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่ภาวะชะงักงันภายในคณะกรรมการ ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียงที่สำคัญของประเทศไทย

ผลกระทบและแนวโน้ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เสถียรภาพของ กสทช. มีความสำคัญเนื่องจากเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลบริการดิจิทัล เครือข่ายมือถือ และโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นรากฐานของชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ข้อพิพาทเรื่องผู้นำที่ยืดเยื้อภายในหน่วยงานกำกับดูแลเช่นนี้อาจนำไปสู่ความล่าช้าในการดำเนินนโยบายหรือความไม่แน่นอนทางธุรการเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตโทรคมนาคมและมาตรฐานการให้บริการ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่านายกรัฐมนตรีจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร และรัฐบาลจะดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อเปลี่ยนตัวผู้นำ กสทช. หรือไม่ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง และสาธารณชนกำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารงานของคณะกรรมการในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ข้อเรียกร้องให้ยกเครื่ององค์กรกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเรียกร้องให้ยกเครื่ององค์กรกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงของไทย

หมอเปรมได้ออกมาเรียกร้องต่อรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ยุบกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้ง 7 คน และเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อเรียกร้องให้ยกเครื่ององค์กรกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเรียกร้องให้ยกเครื่ององค์กรกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงของไทย

หมอเปรมได้ออกมาเรียกร้องต่อรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ยุบกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้ง 7 คน และเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 หมอเปรมได้เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเกี่ยวกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยหมอเปรมเสนอให้รัฐบาลยุบกรรมการชุดปัจจุบันทั้ง 7 คน และดำเนินการสรรหาใหม่เพื่อแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่

หมอเปรมแสดงความเห็นว่าประชาชนเสียเวลากับองค์กรนี้ในสถานะปัจจุบันมามากแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร กสทช. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลหลักที่ดูแลบริการด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียงในประเทศไทย ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ส่งผลโดยตรงต่อการเชื่อมต่อและการเข้าถึงสื่อของทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังประเทศไทย การยุบหรือปรับโครงสร้าง กสทช. อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวิธีการกำกับดูแลบริการโทรคมนาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพการบริการ ราคา หรือนโยบายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงข้อเสนอทางการเมืองจากบุคคลหนึ่งเท่านั้น ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการยุบหน่วยงานหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะพิจารณาข้อเสนอนี้หรือไม่ หรือ กสทช. จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

ข้อเรียกร้องให้ปรับโครงสร้าง กสทช. ในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเรียกร้องให้ปรับโครงสร้าง กสทช. ในประเทศไทย

ดร.เปรมศักดิ์ได้เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการยุบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้ง 7 คน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อเรียกร้องให้ปรับโครงสร้าง กสทช. ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเรียกร้องให้ปรับโครงสร้าง กสทช. ในประเทศไทย

ดร.เปรมศักดิ์ได้เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการยุบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้ง 7 คน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ดร.เปรมศักดิ์ได้ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้มีการล้างไพ่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยได้เสนออย่างเป็นทางการให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการยุบคณะกรรมการชุดปัจจุบันซึ่งมีกรรมการ 7 คน และเริ่มกระบวนการคัดเลือกกรรมการชุดใหม่

ดร.เปรมศักดิ์ให้เหตุผลว่า ประเทศชาติได้เสียเวลาไปมากภายใต้การนำขององค์กรชุดปัจจุบัน โดยเสนอว่าจำเป็นต้องมีการเริ่มต้นใหม่เพื่อประโยชน์ของประชาชน เขาได้วิจารณ์การทำงานของ กสทช. ว่าไม่มีประสิทธิภาพและระบุว่าการปรับโครงสร้างเป็นสิ่งจำเป็นต่อความก้าวหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กสทช. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม บริการอินเทอร์เน็ต และมาตรฐานการกระจายเสียง แม้ว่าข้อเสนอนี้จะเป็นเพียงข้อเสนอแนะทางการเมืองในขณะนี้ แต่การยุบหรือปรับโครงสร้างคณะกรรมการอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของบริการโทรคมนาคม การดำเนินงานของเครือข่ายมือถือ หรือนโยบายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะพิจารณาข้อเสนอนี้หรือไม่ หรือจะมีขั้นตอนที่เป็นทางการในการยุบคณะกรรมการหรือไม่ ปัจจุบันกรรมการทั้ง 7 คนยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

กระแสวิจารณ์ทางการเมืองต่อวาระการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระแสวิจารณ์ทางการเมืองต่อวาระการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

ภคมน นูนานัน ได้วิพากษ์วิจารณ์ ดร.สรณ ประธาน กสทช. อย่างเปิดเผยกรณีปฏิเสธที่จะลงจากตำแหน่ง พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาจัดการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระแสวิจารณ์ทางการเมืองต่อวาระการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
กระแสวิจารณ์ทางการเมืองต่อวาระการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

ภคมน นูนานัน ได้วิพากษ์วิจารณ์ ดร.สรณ ประธาน กสทช. อย่างเปิดเผยกรณีปฏิเสธที่จะลงจากตำแหน่ง พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาจัดการ

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า ภคมน นูนานัน นักการเมือง ได้วิพากษ์วิจารณ์ ดร.สรณ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อย่างเปิดเผย กรณีที่ยังคงปฏิเสธที่จะลงจากตำแหน่ง ภคมนกล่าวหาว่า ดร.สรณ ขาดจิตสำนึกในการทำงาน โดยอ้างว่าเหตุผลที่ ดร.สรณ ใช้ในการอยู่ในตำแหน่งต่อไป ซึ่งอ้างถึงความกังวลเรื่องผลกระทบทางกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 นั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่จริงใจ นอกจากนี้ ภคมนยังโต้แย้งว่า ดร.สรณ ขาดคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ต้น

ภคมนได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุติการสนับสนุน ดร.สรณ และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการเพื่อปลดเขาออกจากตำแหน่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางการบริหารภายใน กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียง แม้ว่าข้อพิพาทนี้จะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการทางการเมืองและหน่วยงานเป็นหลัก แต่อาจเป็นที่สนใจสำหรับผู้ที่ติดตามสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบสำหรับบริการดิจิทัลและสื่อในประเทศ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างเป็นทางการตามคำร้องขอให้ปลดประธาน กสทช. หรือไม่ หรือ ดร.สรณ จะมีการตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้เพิ่มเติมต่อสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายก อบจ.ขอนแก่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายก อบจ.ขอนแก่น

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ส่งผลให้ นายวัฒนา ช่างเหลา พ้นจากตำแหน่ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายก อบจ.ขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายก อบจ.ขอนแก่น

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ส่งผลให้ นายวัฒนา ช่างเหลา พ้นจากตำแหน่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำพิพากษาให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ใหม่ ซึ่งคำตัดสินนี้ส่งผลให้ นายวัฒนา ช่างเหลา ต้องพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดขอนแก่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านทางการบริหารภายในรัฐบาลส่วนท้องถิ่น แม้ว่าศาลจะมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่แล้ว แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเลือกตั้งและขั้นตอนอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนผ่านอำนาจนั้น ยังไม่มีการประกาศจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของประเทศไทย

ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการเลือกตั้งและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการให้บริการของจังหวัด ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนว่าการบริหารงานชั่วคราวจะเป็นอย่างไรจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่และมีการรับรองผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภูมิภาคนี้ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงทางการบริหารดังกล่าว แม้ว่ากิจกรรมทางการเมืองในท้องถิ่นอาจเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้งใหม่ก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

วาทกรรมทางการเมืองในสื่อไทยทวีความรุนแรงขึ้น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วาทกรรมทางการเมืองในสื่อไทยทวีความรุนแรงขึ้น

พล.ท.นันทเดช ได้วิพากษ์วิจารณ์บุคคลทางการเมืองสองคนต่อสาธารณะ โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรงในการอธิบายภูมิหลังและความเกี่ยวข้องของพวกเขา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองในสื่อไทยทวีความรุนแรงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองในสื่อไทยทวีความรุนแรงขึ้น

พล.ท.นันทเดช ได้วิพากษ์วิจารณ์บุคคลทางการเมืองสองคนต่อสาธารณะ โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรงในการอธิบายภูมิหลังและความเกี่ยวข้องของพวกเขา

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 พล.ท.นันทเดช ได้วิพากษ์วิจารณ์บุคคลสองคนที่ถูกเรียกว่า 'ป๋อง' และ 'ธง' ต่อสาธารณะอย่างรุนแรง ในการกล่าวถึงบุคคลทั้งสอง พล.ท.นันทเดช ได้ใช้ถ้อยคำที่ยั่วยุ โดยระบุว่าทั้งคู่ 'หนีจากนรกมาเกิด' พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงการสนับสนุนทางการเมืองและความเกี่ยวข้องของพวกเขา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเข้มข้นของวาทกรรมทางการเมืองในประเทศ แม้วาทกรรมดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองท้องถิ่น แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติของการถกเถียงในที่สาธารณะที่มีความแตกแยก ผู้สังเกตการณ์มักติดตามการแลกเปลี่ยนเหล่านี้เพื่อประเมินสถานการณ์ของพันธมิตรทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในความรู้สึกของสาธารณชน

ในขั้นตอนนี้ บริบทเฉพาะเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมืองหรือลักษณะที่แท้จริงของการสนับสนุนที่ พล.ท.นันทเดช กล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการชี้แจงให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากบุคคลที่มีชื่ออยู่ในรายงาน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทราบว่าคำกล่าวเหล่านี้สะท้อนถึงมุมมองส่วนตัวของ พล.ท.นันทเดช และไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายในวงกว้างหรือข้อกังวลด้านความปลอดภัยในทันทีสำหรับสาธารณชนทั่วไป การพัฒนาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายที่ถูกกล่าวถึงจะเลือกตอบโต้ข้อกล่าวหาเหล่านี้ต่อสาธารณะหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

สส. รังสิมันต์ โรม ตั้งคำถามถึงการจัดการคดีสินบน 40 ล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. รังสิมันต์ โรม ตั้งคำถามถึงการจัดการคดีสินบน 40 ล้านบาท

รังสิมันต์ โรม สส. ฝ่ายค้าน เรียกร้องคำตอบเกี่ยวกับการสอบสวนคดีสินบน 40 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. รังสิมันต์ โรม ตั้งคำถามถึงการจัดการคดีสินบน 40 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
สส. รังสิมันต์ โรม ตั้งคำถามถึงการจัดการคดีสินบน 40 ล้านบาท

รังสิมันต์ โรม สส. ฝ่ายค้าน เรียกร้องคำตอบเกี่ยวกับการสอบสวนคดีสินบน 40 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาเกี่ยวกับความคืบหน้าการสอบสวนคดีสินบน 40 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมาธิการได้เรียก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพประณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เข้าให้ข้อมูล โดยประเด็นสำคัญที่นายรังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตคือสถานะของบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็น 'นายคิว' ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์พนันประมาณ 4,000 เว็บไซต์ นายรังสิมันต์แสดงความกังวลว่าในขณะที่บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีถูกออกหมายเรียกแล้ว แต่กลับยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับนายคิว ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลและการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการพนันในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่คณะกรรมาธิการยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจนว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นนายคิว และสาธารณชนกำลังรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากทางตำรวจเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

กรรมาธิการสภาฯ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สินคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรรมาธิการสภาฯ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สินคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรกำลังกดดันสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้เร่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,900 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรรมาธิการสภาฯ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สินคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กรรมาธิการสภาฯ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สินคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรกำลังกดดันสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้เร่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,900 ราย

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยระบุว่าขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีข้อมูลรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,900 รายชื่อที่ปรากฏอยู่ในแฟลชไดร์ฟแล้ว

คณะกรรมาธิการกำลังกดดันให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เร่งดำเนินการอายัดทรัพย์สิน นายรังสิมันต์แสดงความกังวลว่าความล่าช้าในกระบวนการทางกฎหมายอาจเปิดช่องให้ผู้กระทำผิดยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินหรือซุกซ่อนเงินผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้มีอิทธิพลทางการเมืองหลุดพ้นจากความรับผิดชอบได้ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าความเร็วในการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันการยักย้ายทรัพย์สิน

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจการเมืองไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเชิงระบบเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจ้างงานภาครัฐ แม้คณะกรรมาธิการจะเชื่อมั่นว่ามีการทำเป็นขบวนการแน่นอน แต่ขอบเขตความเสียหายที่แท้จริงและการมีส่วนร่วมของนักการเมืองระดับสูงยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยังคงเดินหน้าตรวจสอบว่ามีขบวนการทุจริตมากกว่าหนึ่งกลุ่มหรือไม่ และมีการใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:51 UTC

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหล

ทางการยืนยันว่าเหตุข้อมูลรั่วไหลล่าสุดเกิดจากรหัสผ่านที่ถูกบุกรุก ไม่ใช่การเจาะระบบ พร้อมวางแผนยกระดับความปลอดภัยใหม่

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหล

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหล

ทางการยืนยันว่าเหตุข้อมูลรั่วไหลล่าสุดเกิดจากรหัสผ่านที่ถูกบุกรุก ไม่ใช่การเจาะระบบ พร้อมวางแผนยกระดับความปลอดภัยใหม่

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยได้ประกาศผลการตรวจสอบเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลล่าสุด โดยนายภราดร เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการตรวจสอบระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยตรงหรือการเจาะระบบ แต่ผลการตรวจสอบสรุปว่าการรั่วไหลมีต้นตอมาจากรหัสผ่านของผู้ใช้งานที่ถูกบุกรุก

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต รัฐบาลได้มุ่งมั่นที่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยแผนงานรวมถึงการนำระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น (Multi-factor Authentication) มาใช้ในแพลตฟอร์มของรัฐ ซึ่งตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันข้างหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ส่วนบุคคลที่เข้มงวดเมื่อใช้งานพอร์ทัลของรัฐบาล แม้ว่ารัฐบาลจะระบุสาเหตุหลักว่าเกี่ยวข้องกับรหัสผ่าน แต่ยังคงต้องยืนยันว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลจำนวนเท่าใด และมีข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเจาะจงใดที่ถูกบุกรุกหรือไม่ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบบัญชีของตนเพื่อหาความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยและอัปเดตข้อมูลประจำตัวเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการตามโปรโตคอลความปลอดภัยใหม่ในขณะที่กรอบเวลา 30 วันดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:35 UTC

ไทยและเมียนมากระชับความสัมพันธ์ทางการทูต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยและเมียนมากระชับความสัมพันธ์ทางการทูต

นายกรัฐมนตรีไทยให้การต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมาเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีด้านความมั่นคงและการพัฒนาภูมิภาค

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยและเมียนมากระชับความสัมพันธ์ทางการทูต

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและเมียนมากระชับความสัมพันธ์ทางการทูต

นายกรัฐมนตรีไทยให้การต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมาเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีด้านความมั่นคงและการพัฒนาภูมิภาค

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า นายกรัฐมนตรีไทยได้ให้การต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมาอย่างเป็นทางการเพื่อหารือเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ การประชุมมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษในด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคและโครงการริเริ่มเพื่อการพัฒนาร่วมกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพตลอดแนวชายแดนร่วมกัน แม้ว่าการหารือจะเน้นย้ำถึงแนวทางความร่วมมือในประเด็นระดับภูมิภาค แต่ผลลัพธ์ทางนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในระเบียบการจัดการชายแดนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระยะยาว แม้ว่าผลกระทบในทางปฏิบัติที่มีต่อการเดินทางข้ามพรมแดนในแต่ละวันหรือการท่องเที่ยวจะยังคงขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการในอนาคต

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการเดินทางหรือขั้นตอนการข้ามพรมแดนในทันทีหลังจากการประชุมนี้ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนควรติดตามช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับนโยบายการผ่านแดน การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการเจรจาที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่ารายละเอียดทั้งหมดของข้อตกลงที่บรรลุในการหารือครั้งนี้จะยังไม่ได้ระบุไว้ในแถลงการณ์เบื้องต้นของรัฐบาลก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:35 UTC

ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลหารือ 'มิน อ่อง หล่าย' ผู้นำเมียนมา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลหารือ 'มิน อ่อง หล่าย' ผู้นำเมียนมา

รังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการที่รัฐบาลไทยหารือกับผู้นำเมียนมาเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลหารือ 'มิน อ่อง หล่าย' ผู้นำเมียนมา

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลหารือ 'มิน อ่อง หล่าย' ผู้นำเมียนมา

รังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการที่รัฐบาลไทยหารือกับผู้นำเมียนมาเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 รังสิมันต์ โรม บุคคลสำคัญจากพรรคประชาชน ได้แสดงความกังวลต่อการที่รัฐบาลไทยเปิดทำเนียบต้อนรับ 'มิน อ่อง หล่าย' ผู้นำเมียนมา เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาชายแดน โดยโรมมองว่าการพูดคุยดังกล่าวอาจไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากกองทัพเมียนมาไม่มีอำนาจควบคุมกองกำลังว้า (United Wa State Army) ได้อย่างเบ็ดเสร็จในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย วาทกรรมทางการเมืองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนที่ยังคงมีอยู่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา แม้รัฐบาลจะพยายามใช้ช่องทางทางการทูตเพื่อสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค แต่คำวิจารณ์ของฝ่ายค้านก็เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าข้ามพรมแดน โลจิสติกส์ และความรู้สึกด้านความปลอดภัยในภูมิภาคเป็นระยะ

ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร หรือการหารือที่ทำเนียบรัฐบาลจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในนโยบายการจัดการชายแดนหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความพยายามทางการทูตในอนาคตจะรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้างขึ้นหรือไม่ หรือแนวทางปัจจุบันจะยังคงจำกัดอยู่เพียงการพูดคุยโดยตรงกับฝ่ายบริหารทหารของเมียนมา นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังจังหวัดชายแดนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเสถียรภาพในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC