ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

นายกฯ สั่งเยียวยาเร่งด่วนหลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สั่งเยียวยาเร่งด่วนหลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สั่งเยียวยาเร่งด่วนหลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งเยียวยาเร่งด่วนหลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้มีมาตรการเยียวยาเร่งด่วนหลังจากเกิดเหตุกราดยิงโดยนักเรียนชายภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้เรียกประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือฯ ทันทีเพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลือ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยในระดับท้องถิ่น แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากช่องทางราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของโรงเรียน รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจราจรหรือบริการสาธารณะใกล้โรงเรียน

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การก่อเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด และสถานะปัจจุบันของผู้ก่อเหตุ ในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินไป ขอแนะนำให้ประชาชนเชื่อถือข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจากแหล่งข่าวทางการ แทนการรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันซึ่งเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ ขณะนี้รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยเร่งด่วนและการจัดการกับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

เจ้าหน้าที่รัฐและทีมสนับสนุนได้ลงพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี หลังเกิดเหตุยิงกันโดยนักเรียนชั้น ม.3 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

เจ้าหน้าที่รัฐและทีมสนับสนุนได้ลงพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี หลังเกิดเหตุยิงกันโดยนักเรียนชั้น ม.3 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุยิงกันภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยมีนักเรียนชายชั้น ม.3 เป็นผู้ก่อเหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายรายทั้งในกลุ่มนักเรียนและบุคลากร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง อาทิ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์และสืบสวนแรงจูงใจในการก่อเหตุ

นางสาวปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ให้ลงพื้นที่เร่งด่วน โดยกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บาดเจ็บเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดหาทีมจิตวิทยาเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจของนักเรียนและครูที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในพื้นที่เฉพาะ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ การสืบสวนหาสาเหตุการก่อเหตุยังคงดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนและการจราจรในพื้นที่นนทบุรี ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัดและสถานการณ์ที่นำไปสู่การก่อเหตุอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

รัฐบาลไทยตรวจสอบงบประมาณก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยตรวจสอบงบประมาณก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังประเมินสถานะการคลังของรัฐบาลก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ระยะที่ 2

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยตรวจสอบงบประมาณก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยตรวจสอบงบประมาณก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังประเมินสถานะการคลังของรัฐบาลก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ระยะที่ 2

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังตรวจสอบสถานะทางการคลังของรัฐบาลก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการในระยะที่ 2 ของโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' โดยรัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินงานตามรูปแบบเดิมหรือปรับเกณฑ์ให้เป็นรูปแบบการร่วมจ่าย 50:50

ในการตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าโครงการนี้อาจกลายเป็นภาระต่อประชาชน นายกรัฐมนตรียืนยันว่าเงินคงคลังของรัฐบาลยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยระบุว่าในขณะที่ผู้ที่วิจารณ์บางส่วนมุ่งเน้นไปที่แรงกดดันทางการคลัง แต่พวกเขามักมองข้ามตัวชี้วัดเชิงบวก เช่น ปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตของ GDP

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการใช้จ่ายของรัฐบาลและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาวะตลาดในท้องถิ่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค ในขณะนี้รายละเอียดเฉพาะของการดำเนินงาน รวมถึงการที่โครงการจะถูกปรับเปลี่ยนหรือขยายออกไปหรือไม่นั้นยังไม่มีการยืนยัน คาดว่ารัฐบาลจะสรุปการตัดสินใจหลังจากประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างละเอียดแล้ว โดยจะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อรัฐบาลเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบภายใน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:18 UTC

รัฐบาลไทยประกาศมาตรการเยียวยาหลังเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยประกาศมาตรการเยียวยาหลังเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียน

รัฐบาลไทยแสดงความเสียใจและเตรียมมาตรการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนเมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศมาตรการเยียวยาหลังเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศมาตรการเยียวยาหลังเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียน

รัฐบาลไทยแสดงความเสียใจและเตรียมมาตรการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนเมื่อเร็วๆ นี้

ภายหลังจากเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียน รัฐบาลไทยได้แสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะนี้ทางรัฐบาลกำลังเตรียมสรุปรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ตัวเลขเบื้องต้นที่รัฐบาลเปิดเผยระบุว่า ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยา 1 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจะได้รับเงิน 200,000 บาท มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินแก่ครอบครัวของผู้ประสบเหตุในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความรุนแรง แม้ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุและสถานที่ตั้งของโรงเรียนยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในรายงานเบื้องต้น คาดว่าทางการจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ผู้ที่อยู่ในประเทศขณะนี้ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงในระเบียบการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ ในขั้นตอนนี้ การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะรัฐมนตรีสำหรับการจ่ายเงินเยียวยาดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

กระทรวงสาธารณสุขไทยยกเครื่องแพลตฟอร์ม 'หมอพร้อม'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงสาธารณสุขไทยยกเครื่องแพลตฟอร์ม 'หมอพร้อม'

กระทรวงสาธารณสุขกำลังปรับปรุงแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม' โดยลดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานและรวมระบบ Digital ID เพื่อปรับปรุงความถูกต้องของข้อมูล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงสาธารณสุขไทยยกเครื่องแพลตฟอร์ม 'หมอพร้อม'

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยยกเครื่องแพลตฟอร์ม 'หมอพร้อม'

กระทรวงสาธารณสุขกำลังปรับปรุงแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม' โดยลดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานและรวมระบบ Digital ID เพื่อปรับปรุงความถูกต้องของข้อมูล

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 กระทรวงสาธารณสุขของไทยกำลังเริ่มดำเนินการยกเครื่องแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม' ครั้งใหญ่ โดยกระทรวงได้ประกาศแผนการลดจำนวนตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ที่เกี่ยวข้องกับระบบให้เหลือเพียง 30 ตัว เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานและมุ่งเน้นไปที่การให้บริการหลัก

วัตถุประสงค์หลักของการอัปเดตนี้คือการรวมระบบ Digital ID เข้ามาใช้งาน โดยเจ้าหน้าที่ตั้งเป้าว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยแก้ไขและปรับปรุงปัญหาความคลาดเคลื่อนของข้อมูลภายในแพลตฟอร์มที่มีอยู่เดิม การสร้างมาตรฐานการระบุตัวตนจะช่วยให้กระทรวงมั่นใจได้ว่าบันทึกสุขภาพมีความน่าเชื่อถือและจัดการได้ง่ายขึ้นสำหรับทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้งาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจาก 'หมอพร้อม' ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับบริการสาธารณสุขต่างๆ ความถูกต้องของข้อมูลที่ดีขึ้นอาจนำไปสู่ประสบการณ์ที่ราบรื่นยิ่งขึ้นในการเข้าถึงบันทึกทางการแพทย์หรือบริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อย่างไรก็ตาม กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบและผลกระทบที่แน่ชัดต่ออินเทอร์เฟซผู้ใช้งานยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการปรับเปลี่ยนทางเทคนิคเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเข้าถึงแพลตฟอร์มของท่านอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

นายกฯ อนุทิน เร่งตรวจสอบงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เร่งตรวจสอบงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังประเมินทางเลือกทางการคลังสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในเฟสที่ 2

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เร่งตรวจสอบงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เร่งตรวจสอบงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังประเมินทางเลือกทางการคลังสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในเฟสที่ 2

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงอนาคตของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่าเนื่องจากเฟสแรกของโครงการกำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนนี้ รัฐบาลจึงกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการในเฟสที่ 2

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำกับสื่อมวลชนว่า รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นดำเนินนโยบายที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ อำนวยความสะดวกทางการค้า และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจำเป็นต้องตรวจสอบสถานะทางการคลังอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโครงการ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการปรับสัดส่วนการสนับสนุนจาก 60:40 เป็น 50:50 นั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะยืนยันรายละเอียดที่ชัดเจน

นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณปกติหรือออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อดำเนินโครงการในเฟสที่ 2 โดยนายกรัฐมนตรีได้รับทราบถึงความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สาธารณะที่อาจเกิดขึ้นจากการกู้ยืม พร้อมยืนยันว่าสถานะการคลังของประเทศยังคงมีความมั่นคง สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวถือเป็นสัญญาณสำคัญถึงการเปลี่ยนแปลงมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ กลไกการจัดสรรงบประมาณ และเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 07:17 UTC

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายรังสิมันต์ โรม สส. ฝ่ายค้าน ที่เชื่อมโยงตัวเขากับการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายรังสิมันต์ โรม สส. ฝ่ายค้าน ที่เชื่อมโยงตัวเขากับการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายรังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน โดยนายรังสิมันต์ได้ตั้งข้อสังเกตว่านายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบเข้าทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการแทรกแซงการกำหนดขอบเขตงาน (TOR) และการผลักดันให้มหาวิทยาลัยบูรพาพ้นจากการรับงานดังกล่าว

ในการนี้ นายกรัฐมนตรีอนุทินได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่าง TOR หรือการจัดการกระบวนการสอบแต่อย่างใด พร้อมเน้นย้ำว่าหน้าที่ของตนคือการตรวจสอบความโปร่งใสและลงโทษผู้กระทำผิด ไม่ใช่การกำกับดูแลรายละเอียดด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่าเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อพิพาททางการเมืองนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในภาครัฐของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้นายกรัฐมนตรีจะยืนยันในความบริสุทธิ์และความมุ่งมั่นในการปราบปรามการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงไม่มีข้อสรุป ขณะนี้สาธารณชนกำลังรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของข้อกล่าวหา โดยยังไม่มีการประกาศมาตรการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 07:17 UTC

นายกฯ ตรวจสอบงบประมาณก่อนลุย 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ตรวจสอบงบประมาณก่อนลุย 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2

นายกรัฐมนตรีกำลังประเมินสถานะการเงินของรัฐก่อนเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2 โดยอาจมีการปรับเกณฑ์การร่วมจ่าย 50:50

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ตรวจสอบงบประมาณก่อนลุย 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ตรวจสอบงบประมาณก่อนลุย 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2

นายกรัฐมนตรีกำลังประเมินสถานะการเงินของรัฐก่อนเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2 โดยอาจมีการปรับเกณฑ์การร่วมจ่าย 50:50

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีไทยกำลังตรวจสอบงบประมาณของรัฐเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' (เฟส 2) โดยรัฐบาลกำลังพิจารณาปรับเกณฑ์การร่วมจ่าย 50:50 ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

ในการตอบโต้ผู้ที่วิจารณ์ว่าโครงการนี้สร้างภาระให้กับประชาชน นายกรัฐมนตรีได้ปกป้องการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกด้านการค้าและการเติบโตของ GDP ซึ่งรัฐบาลระบุว่าถูกมองข้ามโดยผู้ที่วิจารณ์ พร้อมยืนยันว่าสถานะทางการคลังของประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโครงการอุดหนุนค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคในท้องถิ่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความมั่นใจในสถานะทางการคลังของประเทศ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเริ่มต้นโครงการ เกณฑ์คุณสมบัติ และโครงสร้างที่ชัดเจนของโครงการร่วมจ่าย 50:50 ในเฟสที่สองนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมหลังจากเสร็จสิ้นการประเมินงบประมาณภายใน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:58 UTC

ข้อพิพาททางการเมืองเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางการเมืองเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรค์นิกร สส. พรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค กับการทุจริตในการสอบท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อพิพาททางการเมืองเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางการเมืองเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรค์นิกร สส. พรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค กับการทุจริตในการสอบท้องถิ่น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ได้เกิดความเห็นต่างทางการเมืองเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่ถูกกล่าวหาในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอาสพลธ์ สรรค์นิกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค กับการทุจริตในการสอบดังกล่าว

นายอาสพลธ์ยืนยันว่าขบวนการทุจริตในลักษณะนี้มีมานานแล้วก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเข้ามาดูแล พร้อมทั้งเรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการเหล่านี้ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การกล่าวหาทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การถกเถียงทางการเมืองยังคงดำเนินต่อไป ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่ความโปร่งใสในการจ้างงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะขยายผลการสอบสวนเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบตามที่นายอาสพลธ์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้หรือไม่ หรือเรื่องนี้จะยังคงจำกัดอยู่เพียงในวงสนทนาทางการเมือง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าจะมีการนำหลักฐานที่ชัดเจนมาเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าวหรือไม่ หรือการสอบสวนจะนำไปสู่การปฏิรูปการบริหารงานในวงกว้างต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:55 UTC

สส.ภูมิใจไทยโต้ข้อกล่าวหาโยง 'อนุทิน' เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส.ภูมิใจไทยโต้ข้อกล่าวหาโยง 'อนุทิน' เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.พรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส.ภูมิใจไทยโต้ข้อกล่าวหาโยง 'อนุทิน' เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
สส.ภูมิใจไทยโต้ข้อกล่าวหาโยง 'อนุทิน' เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.พรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้ชี้แจงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ได้ตั้งข้อสังเกตว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนผู้รับจ้างจัดสอบในปี 2567 จากมหาวิทยาลัยบูรพามาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

นายอาสพลธ์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าขบวนการทุจริตที่ถูกกล่าวถึงนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงปี 2562-2564 แล้ว เขายอมรับว่ามีรายงานเรื่องการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับตำแหน่งในจังหวัดศรีสะเกษจริง แต่เน้นย้ำว่าเป็นปัญหาเชิงระบบมากกว่าที่จะเกี่ยวข้องกับตัวบุคคลทางการเมือง ทั้งนี้ นายอาสพลธ์ได้เรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประสานงานกับ 5 หน่วยงานเพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวจำนวน 5,925 ราย เพื่อหาตัวผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยว่าพรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่และเอาผิดกับการทุจริตในทุกหน่วยงานรัฐ

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบกระบวนการสรรหาบุคลากรในภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แม้การสอบสวนจะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาด้านการบริหารที่มีมานาน แต่ขอบเขตของการทุจริตและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผลการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

นายกฯ แถลงถึงเหตุการณ์กราดยิงในนนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ แถลงถึงเหตุการณ์กราดยิงในนนทบุรี

หลังจากเกิดเหตุยิงกันรุนแรงในนนทบุรี นายกรัฐมนตรีได้ประกาศต่อสาธารณะว่าจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ แถลงถึงเหตุการณ์กราดยิงในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ แถลงถึงเหตุการณ์กราดยิงในนนทบุรี

หลังจากเกิดเหตุยิงกันรุนแรงในนนทบุรี นายกรัฐมนตรีได้ประกาศต่อสาธารณะว่าจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำปี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงกันที่เกิดขึ้นในจังหวัดนนทบุรี โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านความรุนแรงดังกล่าว โดยประกาศว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้เกิดเหตุอาชญากรรมที่ใช้อาวุธปืนอย่างอุกอาจเช่นนี้ซ้ำอีก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแถลงนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสาธารณะและการควบคุมอาวุธปืนภายหลังเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะแสดงความมุ่งมั่นในการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและการป้องกัน แต่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการทางนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่จะนำมาใช้เพื่อยับยั้งเหตุการณ์เหล่านี้

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางการจะดำเนินการหรือกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามคำมั่นสัญญานี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากรัฐบาลเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนในประเทศ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของรัฐบาลและแหล่งข่าวท้องถิ่นที่เชื่อถือได้ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

ส.ส. ภูมิใจไทยโต้ข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. ภูมิใจไทยโต้ข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค กับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น โดยระบุว่าขบวนการดังกล่าวมีมาตั้งแต่ปี 2562

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. ภูมิใจไทยโต้ข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. ภูมิใจไทยโต้ข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค กับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น โดยระบุว่าขบวนการดังกล่าวมีมาตั้งแต่ปี 2562

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของ รังสิมันต์ โรม เกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในประเด็นความไม่โปร่งใสของการสอบท้องถิ่น โดยอาสพลธ์ชี้แจงว่าขบวนการทุจริตที่มีการเรียกรับเงินแลกตำแหน่ง ซึ่งมีรายงานว่าสูงถึง 500,000 ถึง 800,000 บาทในจังหวัดศรีสะเกษนั้น เป็นปัญหาที่มีมานานตั้งแต่ช่วงปี 2562–2564

อาสพลธ์ได้เรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประสานงานกับ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบบุคคลจำนวน 5,925 รายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว เพื่อสาวไปถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยว่าพรรคภูมิใจไทยเตรียมผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่ที่ขัดขวางการเอาผิดกับการทุจริตในทุกหน่วยงานของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในกระบวนการสรรหาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่า ส.ส. รายนี้จะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างกว้างขวาง แต่ยังคงต้องติดตามว่า สถ. จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร และการแก้ไขกฎหมายที่เสนอนั้นจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะมีผลบังคับใช้หรือไม่ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบการจ้างงานในภาครัฐของไทยอย่างเข้มงวดมากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:37 UTC

กระทรวงศึกษาธิการตอบสนองต่อเหตุยิงในโรงเรียน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการตอบสนองต่อเหตุยิงในโรงเรียน

ทางการไทยกำลังให้การสนับสนุนทางจิตวิทยาหลังจากเหตุยิงในโรงเรียนซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายและบาดเจ็บ 15 ราย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการตอบสนองต่อเหตุยิงในโรงเรียน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการตอบสนองต่อเหตุยิงในโรงเรียน

ทางการไทยกำลังให้การสนับสนุนทางจิตวิทยาหลังจากเหตุยิงในโรงเรียนซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายและบาดเจ็บ 15 ราย

ภายหลังจากเหตุการณ์ยิงกันในโรงเรียนที่น่าสลดใจ กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานงานกับนักจิตวิทยาเพื่อมอบการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตให้แก่นักเรียนและครูที่ได้รับผลกระทบ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ กระทรวงได้ออกคำขออย่างเป็นทางการให้ประชาชนงดเว้นการส่งต่อภาพหรือวิดีโอที่มีความรุนแรง เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของผู้ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 7 รายและบาดเจ็บ 15 ราย ขณะนี้การสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวสูงในชุมชนท้องถิ่น แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ถึงภัยคุกคามที่ต่อเนื่องต่อสาธารณชน แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เกิดเหตุอาจพบกับการเพิ่มกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการหยุดชะงักชั่วคราวของบริการในท้องถิ่น ขอแนะนำให้เคารพความเป็นส่วนตัวของชุมชนโรงเรียนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และติดตามข้อมูลที่ถูกต้องจากประกาศอย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจที่แน่ชัดของการโจมตียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนและยังไม่ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:37 UTC

รัฐมนตรีมหาดไทยไทยกล่าวถึงเหตุยิงในโรงเรียนและการปฏิรูปการควบคุมอาวุธปืน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีมหาดไทยไทยกล่าวถึงเหตุยิงในโรงเรียนและการปฏิรูปการควบคุมอาวุธปืน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และประกาศแผนการเข้มงวดกฎระเบียบเกี่ยวกับอาวุธปืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีมหาดไทยไทยกล่าวถึงเหตุยิงในโรงเรียนและการปฏิรูปการควบคุมอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีมหาดไทยไทยกล่าวถึงเหตุยิงในโรงเรียนและการปฏิรูปการควบคุมอาวุธปืน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และประกาศแผนการเข้มงวดกฎระเบียบเกี่ยวกับอาวุธปืน

ภายหลังเหตุการณ์ยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความร้ายแรงของสถานการณ์และระบุว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมในอนาคต

นายอนุทินเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของผู้ปกครอง โดยเสนอว่าผู้ปกครองควรได้รับผลทางกฎหมายหากปล่อยให้เยาวชนสามารถเข้าถึงและใช้อาวุธปืนได้ การแก้ไขกฎหมายที่เสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดการกับปัญหาเชิงระบบของการเข้าถึงอาวุธในกลุ่มเยาวชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและการควบคุมอาวุธปืน แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการปฏิรูปกฎหมายที่มีอยู่ แต่รายละเอียดเฉพาะของการแก้ไขกฎหมายและกรอบเวลาในการดำเนินการยังคงต้องรอการยืนยัน คาดว่าทางการจะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนเหตุยิงยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในระเบียบการด้านความปลอดภัยสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC

นายกฯ ขออภัยหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมพีมูฟกับ อส. ที่กระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ขออภัยหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมพีมูฟกับ อส. ที่กระทรวงมหาดไทย

นายกรัฐมนตรีไทยได้ออกมาขออภัยหลังจากเกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมพีมูฟและอาสาสมัครรักษาดินแดนที่กระทรวงมหาดไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ขออภัยหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมพีมูฟกับ อส. ที่กระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ขออภัยหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมพีมูฟกับ อส. ที่กระทรวงมหาดไทย

นายกรัฐมนตรีไทยได้ออกมาขออภัยหลังจากเกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมพีมูฟและอาสาสมัครรักษาดินแดนที่กระทรวงมหาดไทย

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุปะทะกันทางร่างกายที่กระทรวงมหาดไทยในกรุงเทพมหานคร ระหว่างสมาชิกกลุ่มเคลื่อนไหวพีมูฟและอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ชุมนุมรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องปัญหาความเดือดร้อน ส่งผลให้เกิดการฝ่าฝืนมาตรการรักษาความปลอดภัยและเกิดการตะลุมบอนตามมา

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีไทยได้ออกคำขออภัยอย่างเป็นทางการ โดยชี้แจงว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องติดภารกิจราชการอื่นในขณะที่เกิดการชุมนุม เพื่อแก้ไขสถานการณ์ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและหาทางออกให้กับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมโดยเร็วที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการชุมนุมทางการเมืองอย่างกะทันหันใกล้กับอาคารหน่วยงานรัฐ แม้ว่าสถานการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยจะอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยงานราชการสำคัญควรเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากเหตุการณ์ประท้วงอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่หรือมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลมีแนวทางอย่างไรในการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเฉพาะของกลุ่มพีมูฟ หรือจะมีมาตรการระยะยาวอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในอนาคต โดยทางการยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเจรจาตามที่เรียกร้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

นายกฯ ขอโทษหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ขอโทษหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาขอโทษหลังจากเกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่กระทรวงมหาดไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ขอโทษหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ขอโทษหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาขอโทษหลังจากเกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่กระทรวงมหาดไทย

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจทางการ รวมถึงการต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา ในระหว่างการชุมนุม กลุ่มผู้ประท้วงได้พยายามผลักดันเข้าไปในอาคารกระทรวง ส่งผลให้กระจกแตกและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

นายกรัฐมนตรีอนุทินได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชี้แจงว่าการขาดการสื่อสารเป็นผลมาจากตารางงานที่ทับซ้อนกัน ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของผู้ชุมนุมและจัดให้มีการประชุมร่วมกันเพื่อหารือถึงข้อกังวลต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดการชุมนุมทางการเมืองอย่างกะทันหันในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณใกล้หน่วยงานราชการ แม้นายกรัฐมนตรีจะระบุว่าสถานการณ์ในขณะนี้มีความเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายแล้ว แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกระทรวงมหาดไทยหรือทำเนียบรัฐบาลควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากกิจกรรมการประท้วงอาจนำไปสู่การจราจรติดขัดในพื้นที่หรือการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการประชุมที่รัฐบาลเสนอจะสามารถแก้ไขข้อเรียกร้องเฉพาะของเครือข่ายพีมูฟได้รวดเร็วเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

นายกฯ อนุทิน แถลงเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน แถลงเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี และสั่งการให้ดูแลผู้บาดเจ็บทันที

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน แถลงเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน แถลงเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนที่นนทบุรี และสั่งการให้ดูแลผู้บาดเจ็บทันที

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิต และได้ออกคำสั่งเร่งด่วนเพื่อให้มั่นใจว่าผู้บาดเจ็บทุกคนจะได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างทันท่วงทีและครอบคลุม

ในระหว่างการแถลง นายกรัฐมนตรีระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนไม่ได้ถูกต่ออายุ รายละเอียดนี้ได้ดึงดูดความสนใจต่อการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการควบคุมอาวุธปืนและระเบียบการด้านความปลอดภัยสาธารณะภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่นนทบุรี เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของผู้ประสบเหตุเป็นอันดับแรก แต่การสอบสวนเกี่ยวกับสถานการณ์เฉพาะของผู้ก่อเหตุและช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในโรงเรียนยังคงดำเนินอยู่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับแรงจูงใจหรือลำดับเวลาที่แน่ชัดของเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยนี้ ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นและช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลต่อไปในขณะที่สถานการณ์มีความคืบหน้าและมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 04:38 UTC

รมว.กลาโหม แถลงกรณีเหตุรุนแรงในสถานศึกษา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.กลาโหม แถลงกรณีเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยแสดงความเสียใจต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเทคนิค พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.กลาโหม แถลงกรณีเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
รมว.กลาโหม แถลงกรณีเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยแสดงความเสียใจต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเทคนิค พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ในโรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง โดยรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ รัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการรับรองว่าสถานศึกษาทุกแห่งจะต้องเป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนและบุคลากร โดยเน้นว่าโรงเรียนจะต้องได้รับการปกป้องจากความรุนแรงเพื่อส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่ที่ความตึงเครียดอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ในบางครั้ง แม้ว่ารัฐมนตรีจะเรียกร้องให้มีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถานการณ์นี้ยังคงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสาเหตุของความรุนแรง จำนวนผู้บาดเจ็บ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานทางการ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตและใช้ความระมัดระวังหากต้องเดินทางไปยังพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 06:15 UTC