ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด ✦
กีฬา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ✦
การขนส่ง น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ✦
เศรษฐกิจ ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน ✦
ความปลอดภัย กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาอุทกภัย ในขณะที่รัฐบาลเฝ้าระวังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินแผนฉุกเฉิน 3 มาตรการ เพื่อตอบสนองต่อฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและความเสี่ยงจากอุทกภัย ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลกำลังรักษาการระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามรูปแบบสภาพอากาศและระดับน้ำ

กลยุทธ์ 3 มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง การเตรียมความพร้อมของบุคลากร และการระดมเครื่องจักรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมและลดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้หมายถึงสถานะการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน การปิดถนน และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในบริการขนส่ง ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่จังหวัดจัดเตรียมไว้

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละจังหวัดยังคงมีความแตกต่างกัน ขอบเขตของน้ำท่วมและประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้ในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหรือพื้นที่อยู่อาศัยเฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

กีฬา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แหล่งข่าวเดียว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังถูกตรวจสอบจากข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน 114 กระทง โดยโลกฟุตบอลกำลังรอคอยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน (Financial Fair Play) จำนวน 114 กระทง ขณะนี้สโมสรกำลังรอการตัดสินเกี่ยวกับลักษณะและความรุนแรงของบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนฟุตบอลในประเทศไทยที่ติดตามการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจนำไปสู่บทลงโทษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออันดับของสโมสรในลีกหรือการดำเนินงานในอนาคต กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ได้ก่อให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในสื่อกีฬาระหว่างประเทศเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจมีตั้งแต่การปรับเงินจำนวนมหาศาล ไปจนถึงการตัดคะแนนหรือมาตรการทางวินัยอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของคำตัดสินสุดท้ายยังไม่มีการยืนยัน ชุมชนฟุตบอลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน เมื่อคดีมีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างรอคอยประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงว่าจะมีมาตรการทางวินัยรูปแบบใดถูกนำมาใช้กับสโมสรหรือไม่ สำหรับตอนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปในโลกของฟุตบอลอาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:00 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

น้ำท่วมขังส่งผลให้ถนนแจ้งวัฒนะบางช่วงไม่สามารถสัญจรได้สำหรับรถขนาดเล็ก นำไปสู่การปิดการจราจรบางส่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดน้ำท่วมขังสูงบนถนนแจ้งวัฒนะทั้งขาเข้าและขาออก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพถนนในปัจจุบัน

เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น รถขนาดเล็กจึงไม่สามารถสัญจรผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบได้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดการจราจรบางส่วนเพื่อจัดการสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชน คาดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในบริเวณดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังหากจำเป็นต้องเดินทางใกล้บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติเมื่อใด ผู้เดินทางควรติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

เกิดน้ำท่วมขังสูงบริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยระดับน้ำสูงถึงระดับเอวและทำให้รถเมล์หลายคันเสียกลางทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 บริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพมหานครกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยระดับน้ำในพื้นที่สูงถึงระดับเอว ซึ่งสร้างความยากลำบากและอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน น้ำท่วมขังครั้งนี้มีความรุนแรงจนทะลักเข้าสู่ตัวรถโดยสารประจำทาง ส่งผลให้รถหลายคันเกิดเครื่องยนต์ดับและจอดเสียอยู่ทั่วบริเวณแยก

เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนที่ย่ำแย่ สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ โดยแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของจุดเชื่อมต่อการจราจรที่สำคัญในกรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถกลับมาเปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาใด เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าแยกดังกล่าวจะปลอดภัยสำหรับการสัญจรของรถยนต์ทั่วไปเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่บางกะปิหรือมีแผนจะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และควรหาเส้นทางเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะหรือการติดค้างอยู่ในน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือทั่วประเทศเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยทันที

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ารัฐบาลได้สั่งการให้มีการจัดการอุทกภัยเชิงรุก โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัยและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังปฏิบัติงานภายใต้มาตรการประสานงานที่เข้มข้นขึ้น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางและบริการในพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือหยุดชะงักกะทันหัน

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ขอบเขตของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการเดินทาง รัฐบาลเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกลับมาของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังคงมีอุปทานคงค้างจำนวนมากก็ตาม

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยการพัฒนาเมืองขยายตัวตามระบบราง แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ ข้อมูลระบุว่ามีอุปทานคงค้างประมาณ 210,000 ยูนิต มูลค่ารวม 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการระบายสินค้าคงคลังเหล่านี้

ผลการดำเนินงานของตลาดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลและประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ย่านสุขุมวิทกลายเป็นจุดเด่นที่มียอดขายคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาโอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ในทางตรงกันข้าม ตลาดโครงการแนวราบกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการสะสมของสต็อกสินค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสุขภาพตลาด ในขณะที่ภาคคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิทกำลังได้รับแรงหนุน แต่ตลาดในภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากอุปทานส่วนเกินจำนวนมาก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ประกอบการจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อจัดการกับอุปทานคงค้างในโครงการแนวราบ และการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันจะสามารถรักษาโมเมนตัมในระยะยาวได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สั่งการมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน พร้อมเตรียมประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน 7 ประการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยทาง กทม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังในขณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง และมีการเปิดใช้งานบริการฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม แม้ว่า กทม. จะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพพื้นที่กับที่พักของตนและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจมีการปิดถนนและการจราจรติดขัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังร่างประกาศให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตประสบภัยพิบัติ ท่ามกลางความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังขยายตัว

เพื่อบรรเทาผลกระทบ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิ่มการแจกจ่ายกระสอบทราย โดยมีแผนจัดเตรียมไว้ 1 ล้านใบสำหรับประชาชนและพื้นที่เสี่ยงภัย ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ โดยขอให้ติดต่อสายด่วน 1669 หากต้องการความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในการอพยพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการร่างประกาศ แต่กำหนดการที่ชัดเจนในการบังคับใช้และพื้นที่ที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม และควรเก็บหมายเลขฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินความจำเป็นในการออกมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ได้รับการยืนยัน
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

นครราชสีมาขีดเส้นตาย 22 ส.ค. ตรวจสอบการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นครราชสีมาขีดเส้นตาย 22 ส.ค. ตรวจสอบการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

ทางการนครราชสีมากำหนดการตรวจสอบกรณีการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่น่าสงสัยในวันที่ 22 สิงหาคมนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นครราชสีมาขีดเส้นตาย 22 ส.ค. ตรวจสอบการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
นครราชสีมาขีดเส้นตาย 22 ส.ค. ตรวจสอบการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

ทางการนครราชสีมากำหนดการตรวจสอบกรณีการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่น่าสงสัยในวันที่ 22 สิงหาคมนี้

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนครราชสีมาได้กำหนดให้วันที่ 22 สิงหาคมเป็นเส้นตายในการสรุปผลการตรวจสอบกระบวนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จักราช ซึ่งมีข้าราชการหนุ่มรายหนึ่งลาออกเพียงหนึ่งวันหลังจากได้รับการบรรจุเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ

บุคคลดังกล่าวอ้างเหตุผลเรื่องปัญหาสุขภาพของมารดาว่าเป็นสาเหตุของการลาออกกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการทำงานที่สั้นมากได้กระตุ้นให้หน่วยงานท้องถิ่นเริ่มดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเพื่อให้มั่นใจถึงความโปร่งใสของกระบวนการสรรหาบุคลากร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานระดับจังหวัดในการรักษาความโปร่งใสในการจ้างงานของหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น แม้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบภายใน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นในประเทศไทย

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่าการตรวจสอบจะพบความผิดปกติในขั้นตอนการปฏิบัติงานหรือไม่ หรือการลาออกดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังจากวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนต่อไปของ อบต.จักราช และสถานะของกรณีการบรรจุงานนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

สั่งการกระทรวงมหาดไทยและตำรวจให้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สั่งการกระทรวงมหาดไทยและตำรวจให้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนไม่ให้มีการแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สั่งการกระทรวงมหาดไทยและตำรวจให้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

แหล่งข่าวเดียว
สั่งการกระทรวงมหาดไทยและตำรวจให้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนไม่ให้มีการแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียว โดยเปรียบเทียบความร่วมมือที่ต้องการว่าเป็นเหมือน 'คู่จิ้น' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานและการบังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ

ในระหว่างการประกาศ นายอนุทินได้กล่าวถึงความกังวลเรื่องการทุจริตและการแอบอ้างอิทธิพล โดยเตือนประชาชนและเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนว่า หากมีบุคคลใดพยายามอ้างชื่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีคนอื่นๆ เพื่อ 'เคลียร์' ปัญหาทางกฎหมายหรือแทรกแซงผลลัพธ์ ให้บันทึกเสียงการสนทนาไว้เป็นหลักฐาน โดยย้ำว่าไม่มีการอนุญาตให้มีการเคลียร์หรือให้สิทธิพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นโยบายนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การบริหารงานท้องถิ่นและการปฏิบัติงานของตำรวจที่มีความบูรณาการมากขึ้น แม้ว่านโยบายจะเน้นไปที่ประสิทธิภาพการบริหารภายใน แต่คำเตือนเรื่องการแอบอ้างอิทธิพลสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามดูว่ามาตรการความร่วมมือเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับประชาชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:16 UTC

รมช.มหาดไทย แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น หลังมีแชตโยง สจ.สตูล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมช.มหาดไทย แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น หลังมีแชตโยง สจ.สตูล

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้ออกมาตอบโต้กรณีที่มีรายงานเชื่อมโยงสมาชิกสภาจังหวัดสตูลกับเครือข่ายทุจริตการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมช.มหาดไทย แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น หลังมีแชตโยง สจ.สตูล

แหล่งข่าวเดียว
รมช.มหาดไทย แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น หลังมีแชตโยง สจ.สตูล

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้ออกมาตอบโต้กรณีที่มีรายงานเชื่อมโยงสมาชิกสภาจังหวัดสตูลกับเครือข่ายทุจริตการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยความเห็นดังกล่าวสืบเนื่องมาจากโพสต์บนโซเชียลมีเดียของชมรม 'STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย' ซึ่งได้เผยแพร่บันทึกการสนทนาที่อ้างว่าแสดงให้เห็นสมาชิกสภาจังหวัดสตูลรายหนึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าในขบวนการทุจริตการสอบ

นายวรศิษฎ์กล่าวว่า หากข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกจัดการตามกฎหมาย โดยระบุว่าเครือข่ายทุจริตเหล่านี้มีอยู่หลายเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ และย้ำว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในความโปร่งใสของการสรรหาบุคลากรภาครัฐในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐมนตรีจะยอมรับว่ามีเครือข่ายลักษณะนี้อยู่จริง แต่ความเกี่ยวข้องเฉพาะเจาะจงของเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหายังคงต้องรอการสอบสวนเพิ่มเติม ปัจจุบันข้อกล่าวหายังคงอ้างอิงจากบันทึกการสนทนาที่หลุดออกมา และยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อความและขอบเขตของการทุจริตที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

นายกฯ สั่งทบทวนนโยบายอาวุธปืนหลังเกิดเหตุยิงกลางงานที่โคราช
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สั่งทบทวนนโยบายอาวุธปืนหลังเกิดเหตุยิงกลางงานที่โคราช

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการครอบครองอาวุธปืน หลังเกิดเหตุยิงในงานสาธารณะที่จังหวัดนครราชสีมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สั่งทบทวนนโยบายอาวุธปืนหลังเกิดเหตุยิงกลางงานที่โคราช

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งทบทวนนโยบายอาวุธปืนหลังเกิดเหตุยิงกลางงานที่โคราช

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการครอบครองอาวุธปืน หลังเกิดเหตุยิงในงานสาธารณะที่จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ยิงกันภายในงาน 'ชิม ช้อป ใช้' ในจังหวัดนครราชสีมา โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทย

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองยกเลิกกิจกรรมที่วางแผนไว้ในเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีทันที ซึ่งเป็นงานฉลองครบรอบ 134 ปีระบบกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยมีการจับรางวัลแจกปืนลูกซองยาว นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้เปลี่ยนของรางวัลดังกล่าวเป็นสิ่งของอื่นแทน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเข้มงวดกับกฎระเบียบด้านอาวุธปืนท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะ แม้นายกรัฐมนตรีจะยืนยันว่ากำลังดำเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอยู่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่ในการประเมินสุขภาพจิตสำหรับผู้ขอใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนนั้น ยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมการปกครอง เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมในท้องถิ่นและมาตรการควบคุมอาวุธปืนทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:18 UTC

นายกฯ สั่งคุมเข้มมาตรการควบคุมอาวุธปืน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สั่งคุมเข้มมาตรการควบคุมอาวุธปืน

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนและยาเสพติด โดยอ้างถึงความกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สั่งคุมเข้มมาตรการควบคุมอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งคุมเข้มมาตรการควบคุมอาวุธปืน

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนและยาเสพติด โดยอ้างถึงความกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ออกนโยบายสั่งการให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนและยาเสพติด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการควบคุมสถานการณ์ในประเทศ ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน โดยระบุว่าสถานการณ์ไม่ควรปล่อยให้เป็นเหมือน "แดนคาวบอย"

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลได้สั่งการให้มีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธและยาเสพติดให้ถี่ขึ้น โดยผลการปฏิบัติงานในส่วนนี้จะถูกนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดผลงาน (KPI) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบทางอาชญากรรมและปรับปรุงความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจส่งผลให้มีการตั้งด่านตรวจความปลอดภัยเพิ่มขึ้นในพื้นที่ต่างๆ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่นักท่องเที่ยวควรเตรียมพร้อมสำหรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นเมื่อต้องผ่านการตรวจค้นดังกล่าว ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายที่อิงตาม KPI นี้จะถูกนำไปปฏิบัติในแต่ละจังหวัดอย่างไร และจะมีผลกระทบเฉพาะเจาะจงต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง รัฐบาลได้ส่งสัญญาณว่าการรักษาความปลอดภัยสาธารณะเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด และคาดว่าจะมีรายละเอียดการปฏิบัติงานเพิ่มเติมตามมาเมื่อหน่วยงานต่างๆ เริ่มรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

รัฐบาลไทยสั่งธนาคารรัฐเร่งอุ้ม SME
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยสั่งธนาคารรัฐเร่งอุ้ม SME

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ สั่งธนาคารรัฐลดเงินนำส่งกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพื่อดึงสภาพคล่องมาช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียของกลุ่ม SME

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยสั่งธนาคารรัฐเร่งอุ้ม SME

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งธนาคารรัฐเร่งอุ้ม SME

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ สั่งธนาคารรัฐลดเงินนำส่งกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพื่อดึงสภาพคล่องมาช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียของกลุ่ม SME

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ออกคำสั่งให้ธนาคารของรัฐให้ความสำคัญกับการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยกลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนเงินที่ธนาคารเหล่านี้ต้องนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน การลดการชำระเงินตามข้อบังคับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารสามารถนำเงินส่วนดังกล่าวไปใช้ในการแก้ไขและปรับโครงสร้างหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในภาคธุรกิจ SME ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย ภาคธุรกิจ SME ที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่มากขึ้นและการให้บริการในท้องถิ่นที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กลไกเฉพาะเจาะจงว่าธนาคารเหล่านี้จะดำเนินโครงการบรรเทาหนี้อย่างไร และกรอบเวลาที่ชัดเจนว่ามาตรการเหล่านี้จะเข้าถึงเจ้าของธุรกิจรายย่อยเมื่อใดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการอัดฉีดสภาพคล่องนี้จะถูกตรวจสอบอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าจะเข้าถึงธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

นายกฯ อนุทิน สั่งการกระทรวงมหาดไทยและตำรวจยกระดับความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน สั่งการกระทรวงมหาดไทยและตำรวจยกระดับความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรม

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มอบนโยบายให้กระทรวงมหาดไทยและตำรวจทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามอาชญากรรม โดยเน้นการใช้ข้อมูลชุดเดียวกันและการตรวจค้นอาวุธที่เข้มงวดขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน สั่งการกระทรวงมหาดไทยและตำรวจยกระดับความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรม

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน สั่งการกระทรวงมหาดไทยและตำรวจยกระดับความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรม

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มอบนโยบายให้กระทรวงมหาดไทยและตำรวจทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามอาชญากรรม โดยเน้นการใช้ข้อมูลชุดเดียวกันและการตรวจค้นอาวุธที่เข้มงวดขึ้น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงระดับพื้นที่ ตามรายงานของ Khaosod Online นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรทำงานร่วมกันแบบ "คู่จิ้น" โดยใช้ระบบข้อมูลชุดเดียวกัน (One Data) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามอาชญากรรม

นโยบายสำคัญรวมถึงการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนอย่างเข้มงวด นายกรัฐมนตรีย้ำว่าเจ้าหน้าที่ควรเน้นพฤติกรรมของผู้กระทำผิดมากกว่าการใช้เส้นสายส่วนตัว โดยยืนยันว่าตนจะไม่โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือให้ใครอย่างแน่นอน นโยบายนี้สืบเนื่องมาจากการประชุมเชิงปฏิบัติการในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้กำหนดประเด็นความร่วมมือ 9 ด้าน เช่น อาชญากรรมไซเบอร์ การบุกรุกที่ดิน การฟอกเงิน และการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี)

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้อาจส่งผลให้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและการตรวจค้นยานพาหนะหรือบุคคลตามด่านตรวจต่างๆ ทั่วประเทศบ่อยครั้งขึ้น แม้รัฐบาลจะมุ่งหวังเพิ่มความปลอดภัยสาธารณะผ่านแนวทางดังกล่าว แต่ประสิทธิภาพในทางปฏิบัติของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่มีการนำระเบียบปฏิบัติใหม่ไปใช้ในระดับพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

นายกฯ สั่งยกเลิกการแจกปืนลูกซองในงานเลี้ยงวันกำนันฯ ที่เกาะพะงัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สั่งยกเลิกการแจกปืนลูกซองในงานเลี้ยงวันกำนันฯ ที่เกาะพะงัน

นายกรัฐมนตรีไทยสั่งระงับการแจกปืนลูกซองเป็นรางวัลในงานกิจกรรมของฝ่ายปกครองท้องถิ่นที่เกาะพะงัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สั่งยกเลิกการแจกปืนลูกซองในงานเลี้ยงวันกำนันฯ ที่เกาะพะงัน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งยกเลิกการแจกปืนลูกซองในงานเลี้ยงวันกำนันฯ ที่เกาะพะงัน

นายกรัฐมนตรีไทยสั่งระงับการแจกปืนลูกซองเป็นรางวัลในงานกิจกรรมของฝ่ายปกครองท้องถิ่นที่เกาะพะงัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีไทยได้ออกคำสั่งด่วนไปยังอธิบดีกรมการปกครอง โดยสั่งให้ยกเลิกการแจกปืนลูกซองซึ่งมีกำหนดจะนำมาเป็นรางวัลในงานกิจกรรมฉลอง 'วันกำนัน' บนเกาะพะงันโดยทันที

นายนฤชา ตัวแทนผู้เกี่ยวข้องกับการจัดงานดังกล่าว ได้ยืนยันว่าได้รับทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว และขณะนี้ผู้จัดงานกำลังอยู่ในระหว่างการคัดเลือกของรางวัลอื่นมาทดแทนปืนลูกซองดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนปัจจุบันของรัฐบาลเกี่ยวกับการแจกจ่ายอาวุธในที่สาธารณะตามงานเทศกาลท้องถิ่น แม้ว่างานกิจกรรมจะยังคงดำเนินต่อไป แต่การถอดถอนอาวุธปืนออกจากรายการของรางวัลถือเป็นการปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะและภาพลักษณ์ของการจัดงานของหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าสิ่งของใดจะถูกนำมาใช้เป็นรางวัลทดแทนปืนลูกซอง และทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลเดิมที่มีการจัดเตรียมปืนลูกซองเป็นรางวัล หรือรายละเอียดเฉพาะของของรางวัลที่จะนำมาทดแทน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

รัฐมนตรีมหาดไทยตอบโต้เหตุการณ์กราดยิงที่โคราช
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีมหาดไทยตอบโต้เหตุการณ์กราดยิงที่โคราช

หลังจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างกฎระเบียบการครอบครองอาวุธปืน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีมหาดไทยตอบโต้เหตุการณ์กราดยิงที่โคราช

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีมหาดไทยตอบโต้เหตุการณ์กราดยิงที่โคราช

หลังจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างกฎระเบียบการครอบครองอาวุธปืน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความตกใจหลังจากได้รับรายงานเหตุการณ์กราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเมืองย่าโม โดยรัฐมนตรีได้กล่าวถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซาก พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทย

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับวัฒนธรรมอาวุธปืน นายอนุทินได้ออกคำสั่งไปยังอธิบดีกรมการปกครอง โดยให้ยกเลิกการแจกรางวัลเป็นปืนลูกซองในงานเลี้ยงกำนันและผู้ใหญ่บ้านโดยทันที การตัดสินใจครั้งนี้สืบเนื่องมาจากรายงานที่มีการแจกอาวุธปืนในลักษณะเดียวกันในงานอีเวนต์ที่เกาะพะงัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการควบคุมการแจกจ่ายอาวุธ แม้ว่ารัฐมนตรีจะดำเนินการทางปกครองทันทีเกี่ยวกับรางวัลในงานทางการ แต่กรอบเวลาทางกฎหมายสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในการครอบครองอาวุธปืนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับสถานการณ์หรือจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่โคราช ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

กมธ.กฎหมายเดินหน้าสอบสวนปม 'พ่อ-แม่ทิพย์'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กมธ.กฎหมายเดินหน้าสอบสวนปม 'พ่อ-แม่ทิพย์'

คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทยกำลังตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนกรณีข้อกล่าวหาการปลอมแปลงบันทึกความเป็นพ่อแม่ หลังจากที่โรงพยาบาลปฏิเสธที่จะเข้าชี้แจง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กมธ.กฎหมายเดินหน้าสอบสวนปม 'พ่อ-แม่ทิพย์'

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.กฎหมายเดินหน้าสอบสวนปม 'พ่อ-แม่ทิพย์'

คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทยกำลังตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนกรณีข้อกล่าวหาการปลอมแปลงบันทึกความเป็นพ่อแม่ หลังจากที่โรงพยาบาลปฏิเสธที่จะเข้าชี้แจง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กำลังดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มข้นในประเด็น 'พ่อ-แม่ทิพย์' โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่ามีการจดทะเบียนบุคคลบางกลุ่มเป็นพ่อแม่โดยไม่เป็นความจริง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับมาตรฐานทางกฎหมายและจริยธรรมในการจัดทำเอกสารของโรงพยาบาล

มีรายงานว่าโรงพยาบาลเอกชนสองแห่งได้ปฏิเสธที่จะเข้าพบคณะกรรมาธิการเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้เพิ่มความสงสัยและการจับตามองจากสาธารณชน สมาชิกคณะกรรมาธิการยืนยันว่าการไม่มาปรากฏตัวของสถาบันเหล่านี้จะไม่ทำให้การสอบสวนหยุดชะงัก และจะไม่ได้รับความคุ้มกันจากผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น คณะกรรมาธิการยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนต่อไปเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดเก็บเอกสารทางทะเบียนและทางการแพทย์ในประเทศไทย แม้ว่าการสอบสวนในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่การกระทำของหน่วยงานเอกชนบางแห่ง แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบเอกสารในประเด็นทางกฎหมาย ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าโรงพยาบาลใดบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอบเขตของการปลอมแปลงที่ถูกกล่าวหา และการดำเนินการทางกฎหมายที่คณะกรรมาธิการอาจแนะนำหลังจากเสร็จสิ้นการสอบสวน ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:35 UTC

รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุยิงที่โคราช
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุยิงที่โคราช

หลังเกิดเหตุยิงที่โคราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขโครงสร้างการครอบครองอาวุธปืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุยิงที่โคราช

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุยิงที่โคราช

หลังเกิดเหตุยิงที่โคราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขโครงสร้างการครอบครองอาวุธปืน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความตกใจต่อเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา ในการตอบสนองอย่างเป็นทางการ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและการควบคุมอาวุธปืนในประเทศไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและนโยบายการควบคุมอาวุธปืนภายในประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือเชิงโครงสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในอนาคต แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายในทันทียังไม่มีการสรุปผล

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือสถานการณ์นี้ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา แม้ว่ารัฐบาลจะยอมรับถึงความจำเป็นในการปฏิรูป แต่ลักษณะที่แน่ชัดของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เสนอและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการยังคงต้องรอการยืนยัน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทางการไทยเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยสาธารณะ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงคำแนะนำในการเดินทางหรือข้อจำกัดเฉพาะสำหรับสาธารณชนทั่วไป คาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่รัฐบาลดำเนินการประเมินเหตุการณ์และผลกระทบในวงกว้างต่อการควบคุมอาวุธปืนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:35 UTC

คณะกรรมาธิการรัฐสภาขู่ใช้หมายเรียกกรณีโครงการพาสปอร์ต TH-AI
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการรัฐสภาขู่ใช้หมายเรียกกรณีโครงการพาสปอร์ต TH-AI

ส.ส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก วิพากษ์วิจารณ์ ไชยชนก ชิดชอบ ที่ไม่ยอมมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาเกี่ยวกับโครงการพาสปอร์ต TH-AI หลายครั้ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการรัฐสภาขู่ใช้หมายเรียกกรณีโครงการพาสปอร์ต TH-AI

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการรัฐสภาขู่ใช้หมายเรียกกรณีโครงการพาสปอร์ต TH-AI

ส.ส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก วิพากษ์วิจารณ์ ไชยชนก ชิดชอบ ที่ไม่ยอมมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาเกี่ยวกับโครงการพาสปอร์ต TH-AI หลายครั้ง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ส.ส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ได้วิพากษ์วิจารณ์ ไชยชนก ชิดชอบ ต่อสาธารณะกรณีที่เขาไม่ยอมมาปรากฏตัวต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาหลายครั้ง โดยคณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในโครงการ 'พาสปอร์ต TH-AI'

นี่เป็นครั้งที่สี่แล้วที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่ได้ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อตอบโต้ต่อการขาดประชุมเหล่านี้ รักชนกได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หยุดหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ และส่งสัญญาณว่าคณะกรรมาธิการพร้อมที่จะใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ เธอยังระบุว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การอภิปรายอย่างเป็นทางการในการประชุมรัฐสภาสมัยหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของรัฐบาลและความโปร่งใสในการบริหารงาน แม้ว่าโครงการพาสปอร์ต TH-AI จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงเอกสารการเดินทางให้ทันสมัย แต่การสอบสวนของรัฐสภาในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่ายังมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับการดำเนินการและการกำกับดูแลโครงการ

ยังคงต้องยืนยันว่าจะมีการออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการหรือไม่ และคณะกรรมาธิการได้รวบรวมหลักฐานเฉพาะเจาะจงใดบ้างเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากเป็นประเด็นทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกำหนดการหรือการทำงานของระบบพาสปอร์ตยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:16 UTC

กมธ.กฎหมายฯ เดินหน้าสอบขบวนการ 'พ่อทิพย์' สวมสิทธิ์สัญชาติไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กมธ.กฎหมายฯ เดินหน้าสอบขบวนการ 'พ่อทิพย์' สวมสิทธิ์สัญชาติไทย

คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทยกำลังตรวจสอบขบวนการอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยระบุว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กมธ.กฎหมายฯ เดินหน้าสอบขบวนการ 'พ่อทิพย์' สวมสิทธิ์สัญชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.กฎหมายฯ เดินหน้าสอบขบวนการ 'พ่อทิพย์' สวมสิทธิ์สัญชาติไทย

คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทยกำลังตรวจสอบขบวนการอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยระบุว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายรังสิมันต์ โรม ได้ประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการตรวจสอบขบวนการที่ถูกเรียกว่า 'พ่อทิพย์' ตามรายงานของ Thai Post คณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาว่ามีการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยให้กับเด็กโดยการอ้างความเป็นพ่อเท็จๆ

นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวอาจเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ในระหว่างการประชุม คณะกรรมาธิการได้แสดงความไม่พอใจต่อโรงพยาบาลเอกชนสองแห่งที่รายงานว่าไม่ยอมมาชี้แจงหรือให้ข้อมูลตามที่ร้องขอ คณะกรรมาธิการได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังไปยังสถาบันเหล่านี้ โดยเน้นย้ำว่าการไม่ให้ความร่วมมือจะไม่ทำให้รอดพ้นจากการตรวจสอบหรือผลทางกฎหมายที่อาจตามมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การตรวจสอบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลกระบวนการทะเบียนราษฎร์และงานด้านตรวจคนเข้าเมือง แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะกำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ขอบเขตที่แท้จริงของขบวนการและการมีส่วนร่วมของสถานพยาบาลเอกชนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขั้นตอนต่อไปของคณะกรรมาธิการน่าจะรวมถึงการออกหมายเรียกเพิ่มเติมและการตรวจสอบกระบวนการแจ้งเกิดอย่างละเอียด ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านเอกสารหรือระเบียบการรายงานของโรงพยาบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:17 UTC

กมธ.ป.ป.ช. จี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเร่งส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อ เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ป.ป.ช. จี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเร่งส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อ เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบกดดันกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เร่งส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กมธ.ป.ป.ช. จี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเร่งส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อ เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ป.ป.ช. จี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเร่งส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อ เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบกดดันกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เร่งส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้ออกมาเรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งส่งรายชื่อบุคคลจำนวน 5,925 รายที่เกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นไปยังหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 แห่งโดยทันที

ในการให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ได้วิพากษ์วิจารณ์ สถ. เกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินการดังกล่าว รายชื่อดังกล่าวซึ่งได้รับการรับทราบจากคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่นแล้วนั้น เกี่ยวข้องกับผู้สอบที่ผลคะแนนมีความผิดปกติ คณะกรรมาธิการกำลังผลักดันให้มีการส่งรายชื่อเหล่านี้ให้เจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการสอบสวนเส้นทางการเงินและระบุตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านการบริหารงานของไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงระบบในการสรรหาบุคลากรท้องถิ่น แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะเรียกร้องความโปร่งใสและการดำเนินการที่รวดเร็วเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า สถ. จะส่งสำนวนไปยังหน่วยงานทั้ง 5 แห่งอย่างเป็นทางการเมื่อใด และจะมีมาตรการทางกฎหมายใดตามมา ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในช่วงของการกดดันทางบริหาร โดยคณะกรรมาธิการย้ำว่าความล่าช้าที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบขอบเขตความผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:16 UTC

คณะกรรมาธิการรัฐสภาจี้ขอคำตอบโครงการ TH-AI Passport
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการรัฐสภาจี้ขอคำตอบโครงการ TH-AI Passport

ส.ส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ผลักดันให้มีการดำเนินการทางกฎหมายหลังจากหัวหน้าโครงการไม่มาประชุมคณะกรรมาธิการ 4 ครั้งติดต่อกันเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการรัฐสภาจี้ขอคำตอบโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการรัฐสภาจี้ขอคำตอบโครงการ TH-AI Passport

ส.ส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ผลักดันให้มีการดำเนินการทางกฎหมายหลังจากหัวหน้าโครงการไม่มาประชุมคณะกรรมาธิการ 4 ครั้งติดต่อกันเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 คณะกรรมาธิการรัฐสภาที่กำกับดูแลโครงการ 'TH-AI Passport' กำลังเผชิญกับความล่าช้าอย่างมากเนื่องจากการขาดประชุมซ้ำซากของหัวหน้าโครงการ นายไชยชนก ชิดชอบ โดยนางสาวรักชนก ศรีนอก ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง โดยระบุว่าหัวหน้าโครงการไม่ได้มาปรากฏตัวในการประชุมที่กำหนดไว้ 4 ครั้งติดต่อกันเพื่อชี้แจงรายละเอียดที่จำเป็น

เพื่อตอบสนองต่อการขาดความร่วมมือดังกล่าว คณะกรรมาธิการกำลังพิจารณาใช้ พ.ร.บ. อำนาจเรียก ซึ่งจะบังคับให้บุคคลดังกล่าวต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าคณะกรรมาธิการตามกฎหมายเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสถานะและการบริหารจัดการโครงการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนทางธุรการที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport แม้ว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงเอกสารการเดินทางให้ทันสมัย แต่การขาดความโปร่งใสและโอกาสในการแทรกแซงทางกฎหมายบ่งชี้ว่ากรอบเวลาสำหรับการดำเนินการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายยังคงไม่มีความชัดเจน

ยังคงต้องยืนยันว่าคณะกรรมาธิการจะสามารถบังคับใช้หมายเรียกได้สำเร็จหรือไม่ หรือหัวหน้าโครงการจะให้การตามที่ร้องขอในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ SawaLife จะติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของโครงการนี้ต่อไปเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

ชี้แจงประวัติคนไข้ของรัฐมนตรีสรณ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชี้แจงประวัติคนไข้ของรัฐมนตรีสรณ

รองนายกรัฐมนตรีพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภูมิหลังทางวิชาชีพของรัฐมนตรีสรณ โดยยืนยันถึงความสัมพันธ์ทางวิชาชีพในอดีต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชี้แจงประวัติคนไข้ของรัฐมนตรีสรณ

แหล่งข่าวเดียว
ชี้แจงประวัติคนไข้ของรัฐมนตรีสรณ

รองนายกรัฐมนตรีพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภูมิหลังทางวิชาชีพของรัฐมนตรีสรณ โดยยืนยันถึงความสัมพันธ์ทางวิชาชีพในอดีต

ชี้แจงประวัติคนไข้ของรัฐมนตรีสรณ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 รองนายกรัฐมนตรีพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้ออกมากล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับภูมิหลังทางวิชาชีพของรัฐมนตรีสรณ ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากการตรวจสอบของสาธารณชนเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งปัจจุบันของรัฐมนตรี

ในคำแถลงของเขา นายพิชัยยืนยันว่าหนึ่งในคนไข้ที่เคยได้รับการรักษาโดยนายแพทย์สรณคือ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล การเปิดเผยข้อมูลนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในบริบทของการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับคุณสมบัติและประวัติการทำงานของรัฐมนตรี

สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว: สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างประวัติการทำงานส่วนบุคคลกับการแต่งตั้งทางการเมืองระดับสูง แม้ว่าการชี้แจงนี้จะช่วยตอบข้อสงสัยของสาธารณชนเกี่ยวกับภูมิหลังของรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน กฎระเบียบการเดินทาง หรือบริการสาธารณะแต่อย่างใด เรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นของการถกเถียงทางการเมืองภายในประเทศ

สิ่งที่ยังคงต้องติดตาม: แม้ว่าจะมีการยอมรับถึงความสัมพันธ์ทางวิชาชีพระหว่างรัฐมนตรีและครอบครัวชาญวีรกูลแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างของการเปิดเผยข้อมูลนี้ต่อบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันหรือวาระการดำรงตำแหน่งของรัฐมนตรียังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์ยังคงเฝ้าดูว่าข้อมูลนี้จะมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของสาธารณชนและเสถียรภาพทางการเมืองอย่างไรในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:55 UTC

ส.ส.ภูมิใจไทยจี้เร่งดำเนินการคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส.ภูมิใจไทยจี้เร่งดำเนินการคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยกดดันกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เร่งส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นไปยัง 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส.ภูมิใจไทยจี้เร่งดำเนินการคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส.ภูมิใจไทยจี้เร่งดำเนินการคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยกดดันกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เร่งส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นไปยัง 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งส่งรายชื่อบุคคลจำนวน 5,925 รายชื่อที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปยัง 5 หน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้องโดยทันที โดยการดำเนินการนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการกลางที่ได้อนุมัติให้มีการส่งเรื่องแล้ว

นายอาสพลธ์ได้วิพากษ์วิจารณ์ สถ. เกี่ยวกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น โดยตั้งข้อสังเกตว่าทางกรมอาจลืมบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่เคยทำไว้เกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบ ทั้งนี้เขาย้ำว่าหน่วยงานไม่ควรประวิงเวลา เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจสอบเส้นทางการเงินและสาวไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริต เพื่อให้การสอบสวนดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอุปสรรค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความโปร่งใสในระบบการบริหารงานส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย แม้ว่าการตรวจสอบบุคคลทั้ง 5,925 รายจะมีความคืบหน้า แต่ยังคงต้องติดตามว่าหน่วยงานทั้ง 5 แห่งจะดำเนินการอย่างไรหลังจากได้รับข้อมูล และผลการตรวจสอบจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในการสรรหาบุคลากรของท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของผู้มาเยือน แต่เป็นการเน้นย้ำถึงความพยายามในการสร้างความรับผิดชอบในการจ้างงานภาครัฐ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:35 UTC

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดให้ตรวจสอบผลคะแนนสอบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดให้ตรวจสอบผลคะแนนสอบ

ผู้สมัครสอบตำแหน่งงานท้องถิ่นสามารถตรวจสอบผลคะแนนสอบได้ตั้งแต่วันที่ 13-31 สิงหาคม 2569 หลังจากมีรายงานความไม่โปร่งใส

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดให้ตรวจสอบผลคะแนนสอบ

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดให้ตรวจสอบผลคะแนนสอบ

ผู้สมัครสอบตำแหน่งงานท้องถิ่นสามารถตรวจสอบผลคะแนนสอบได้ตั้งแต่วันที่ 13-31 สิงหาคม 2569 หลังจากมีรายงานความไม่โปร่งใส

ตามรายงานจาก Thai Post กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้เปิดช่วงเวลาให้ผู้สมัครสอบสามารถตรวจสอบผลคะแนนสอบได้อย่างเป็นทางการ โดยตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ผู้ที่เข้าร่วมการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอดูคะแนนของตนเองได้ทั้งในระดับส่วนกลางและระดับจังหวัด

นายนิรัตน์ ตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับ สถ. ยืนยันว่าทางกรมฯ ได้ตรวจสอบพบรายชื่อผู้สอบจำนวน 5,925 รายชื่อที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใส ซึ่งได้ส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางอาญาแล้ว ขณะนี้ สถ. กำลังวางแผนปรับปรุงกระบวนการจัดสอบครั้งใหญ่เพื่อป้องกันการทุจริตในอนาคต นอกจากนี้ ทางกรมฯ ยังระบุว่าจะไม่ขัดข้องหากในอนาคตจะมีการเปลี่ยนผ่านให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดสอบแทน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มความโปร่งใสในการสรรหาบุคลากรภาครัฐของไทย แม้ผลกระทบโดยตรงจะจำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้เข้าสอบ แต่การมุ่งเน้นการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและคุณภาพของการบริการภาครัฐในอนาคต ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามผลสรุปของการสอบสวนทางอาญาในรายชื่อที่ถูกตรวจสอบ และรอดูว่าข้อเสนอในการโอนอำนาจการจัดสอบไปยัง ก.พ. จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 02:55 UTC