ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด ✦
กีฬา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ✦
การขนส่ง น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ✦
เศรษฐกิจ ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน ✦
ความปลอดภัย กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาอุทกภัย ในขณะที่รัฐบาลเฝ้าระวังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินแผนฉุกเฉิน 3 มาตรการ เพื่อตอบสนองต่อฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและความเสี่ยงจากอุทกภัย ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลกำลังรักษาการระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามรูปแบบสภาพอากาศและระดับน้ำ

กลยุทธ์ 3 มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง การเตรียมความพร้อมของบุคลากร และการระดมเครื่องจักรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมและลดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้หมายถึงสถานะการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน การปิดถนน และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในบริการขนส่ง ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่จังหวัดจัดเตรียมไว้

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละจังหวัดยังคงมีความแตกต่างกัน ขอบเขตของน้ำท่วมและประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้ในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหรือพื้นที่อยู่อาศัยเฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

กีฬา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แหล่งข่าวเดียว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังถูกตรวจสอบจากข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน 114 กระทง โดยโลกฟุตบอลกำลังรอคอยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน (Financial Fair Play) จำนวน 114 กระทง ขณะนี้สโมสรกำลังรอการตัดสินเกี่ยวกับลักษณะและความรุนแรงของบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนฟุตบอลในประเทศไทยที่ติดตามการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจนำไปสู่บทลงโทษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออันดับของสโมสรในลีกหรือการดำเนินงานในอนาคต กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ได้ก่อให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในสื่อกีฬาระหว่างประเทศเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจมีตั้งแต่การปรับเงินจำนวนมหาศาล ไปจนถึงการตัดคะแนนหรือมาตรการทางวินัยอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของคำตัดสินสุดท้ายยังไม่มีการยืนยัน ชุมชนฟุตบอลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน เมื่อคดีมีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างรอคอยประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงว่าจะมีมาตรการทางวินัยรูปแบบใดถูกนำมาใช้กับสโมสรหรือไม่ สำหรับตอนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปในโลกของฟุตบอลอาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:00 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

น้ำท่วมขังส่งผลให้ถนนแจ้งวัฒนะบางช่วงไม่สามารถสัญจรได้สำหรับรถขนาดเล็ก นำไปสู่การปิดการจราจรบางส่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดน้ำท่วมขังสูงบนถนนแจ้งวัฒนะทั้งขาเข้าและขาออก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพถนนในปัจจุบัน

เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น รถขนาดเล็กจึงไม่สามารถสัญจรผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบได้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดการจราจรบางส่วนเพื่อจัดการสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชน คาดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในบริเวณดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังหากจำเป็นต้องเดินทางใกล้บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติเมื่อใด ผู้เดินทางควรติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

เกิดน้ำท่วมขังสูงบริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยระดับน้ำสูงถึงระดับเอวและทำให้รถเมล์หลายคันเสียกลางทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 บริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพมหานครกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยระดับน้ำในพื้นที่สูงถึงระดับเอว ซึ่งสร้างความยากลำบากและอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน น้ำท่วมขังครั้งนี้มีความรุนแรงจนทะลักเข้าสู่ตัวรถโดยสารประจำทาง ส่งผลให้รถหลายคันเกิดเครื่องยนต์ดับและจอดเสียอยู่ทั่วบริเวณแยก

เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนที่ย่ำแย่ สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ โดยแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของจุดเชื่อมต่อการจราจรที่สำคัญในกรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถกลับมาเปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาใด เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าแยกดังกล่าวจะปลอดภัยสำหรับการสัญจรของรถยนต์ทั่วไปเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่บางกะปิหรือมีแผนจะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และควรหาเส้นทางเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะหรือการติดค้างอยู่ในน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือทั่วประเทศเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยทันที

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ารัฐบาลได้สั่งการให้มีการจัดการอุทกภัยเชิงรุก โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัยและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังปฏิบัติงานภายใต้มาตรการประสานงานที่เข้มข้นขึ้น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางและบริการในพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือหยุดชะงักกะทันหัน

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ขอบเขตของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการเดินทาง รัฐบาลเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกลับมาของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังคงมีอุปทานคงค้างจำนวนมากก็ตาม

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยการพัฒนาเมืองขยายตัวตามระบบราง แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ ข้อมูลระบุว่ามีอุปทานคงค้างประมาณ 210,000 ยูนิต มูลค่ารวม 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการระบายสินค้าคงคลังเหล่านี้

ผลการดำเนินงานของตลาดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลและประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ย่านสุขุมวิทกลายเป็นจุดเด่นที่มียอดขายคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาโอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ในทางตรงกันข้าม ตลาดโครงการแนวราบกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการสะสมของสต็อกสินค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสุขภาพตลาด ในขณะที่ภาคคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิทกำลังได้รับแรงหนุน แต่ตลาดในภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากอุปทานส่วนเกินจำนวนมาก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ประกอบการจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อจัดการกับอุปทานคงค้างในโครงการแนวราบ และการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันจะสามารถรักษาโมเมนตัมในระยะยาวได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สั่งการมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน พร้อมเตรียมประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน 7 ประการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยทาง กทม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังในขณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง และมีการเปิดใช้งานบริการฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม แม้ว่า กทม. จะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพพื้นที่กับที่พักของตนและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจมีการปิดถนนและการจราจรติดขัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังร่างประกาศให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตประสบภัยพิบัติ ท่ามกลางความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังขยายตัว

เพื่อบรรเทาผลกระทบ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิ่มการแจกจ่ายกระสอบทราย โดยมีแผนจัดเตรียมไว้ 1 ล้านใบสำหรับประชาชนและพื้นที่เสี่ยงภัย ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ โดยขอให้ติดต่อสายด่วน 1669 หากต้องการความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในการอพยพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการร่างประกาศ แต่กำหนดการที่ชัดเจนในการบังคับใช้และพื้นที่ที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม และควรเก็บหมายเลขฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินความจำเป็นในการออกมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ได้รับการยืนยัน
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

ทักษิณ ชินวัตร โพสต์แสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ จู หรงจี อดีตนายกฯ จีน
การเมือง ได้รับการยืนยัน

ทักษิณ ชินวัตร โพสต์แสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ จู หรงจี อดีตนายกฯ จีน

อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความเสียใจต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอดีตนายกรัฐมนตรีจีน จู หรงจี ในวัย 97 ปี

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ทักษิณ ชินวัตร โพสต์แสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ จู หรงจี อดีตนายกฯ จีน

ได้รับการยืนยัน
ทักษิณ ชินวัตร โพสต์แสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ จู หรงจี อดีตนายกฯ จีน

อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความเสียใจต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอดีตนายกรัฐมนตรีจีน จู หรงจี ในวัย 97 ปี

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอดีตนายกรัฐมนตรีจีน จู หรงจี ซึ่งเสียชีวิตในวัย 97 ปี

ในแถลงการณ์ที่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทักษิณได้ร่วมแสดงความเสียใจกับประชาชนชาวจีนต่อการสูญเสียอดีตผู้นำท่านนี้ โดยเขาได้กล่าวถึงความทรงจำเกี่ยวกับการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ จู หรงจี ในปี 2001 ซึ่งสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้กับเขา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและความสัมพันธ์ส่วนบุคคลที่มีมายาวนานระหว่างนักการเมืองไทยและผู้นำจีน แม้ว่าการถึงแก่อสัญกรรมของอดีตประมุขต่างชาติจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือกฎระเบียบการเดินทางในประเทศไทย แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบริบททางประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีอิทธิพลต่อการเมืองในภูมิภาคตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา

ในขณะนี้ ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับพิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงระเบียบการทางการทูตในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ผู้สังเกตการณ์อาจรอติดตามแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับมรดกของอดีตนายกรัฐมนตรีจีนท่านนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันประกาศใดๆ ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:58 UTC

นักการเมืองไทยเสนอแผน 5 แนวทางเพื่อสกัดกั้นอาวุธปืนเถื่อน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักการเมืองไทยเสนอแผน 5 แนวทางเพื่อสกัดกั้นอาวุธปืนเถื่อน

นายนพดล ปัทมะ เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการที่ต้นตอของการแพร่ระบาดของอาวุธปืนเถื่อน โดยเสนอแผนยุทธศาสตร์ 5 ข้อเพื่อยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักการเมืองไทยเสนอแผน 5 แนวทางเพื่อสกัดกั้นอาวุธปืนเถื่อน

แหล่งข่าวเดียว
นักการเมืองไทยเสนอแผน 5 แนวทางเพื่อสกัดกั้นอาวุธปืนเถื่อน

นายนพดล ปัทมะ เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการที่ต้นตอของการแพร่ระบาดของอาวุธปืนเถื่อน โดยเสนอแผนยุทธศาสตร์ 5 ข้อเพื่อยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 นายนพดล ปัทมะ นักการเมืองไทย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อการแพร่ระบาดของอาวุธปืนเถื่อน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการที่ต้นตอของปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืน นายนพดลได้เสนอแผนยุทธศาสตร์ 5 แนวทางเพื่อตัดวงจรการจัดหาอาวุธผิดกฎหมาย

นายนพดลยังได้กล่าวถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับการป้องกันตัว โดยเรียกร้องให้ประชาชนยุติการโต้เถียงเรื่องความถูกต้องในการยิงผู้บุกรุกในบ้านพักอาศัย และหันมามุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาเชิงระบบเพื่อลดการเข้าถึงอาวุธปืนเถื่อน เขาเสนอให้รัฐบาลมีแนวทางเชิงรุกมากขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าอาวุธปืนจะได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการสนทนาระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและการควบคุมอาวุธปืน แม้ว่าข้อเสนอนี้จะสะท้อนถึงความพยายามในการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น แต่ในขณะนี้ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอทางการเมืองเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงข้อเสนอเชิงนโยบาย ไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ รัฐบาลยังไม่ได้ยืนยันว่าจะนำข้อเสนอทั้ง 5 ข้อนี้ไปปฏิบัติหรือไม่ หรือจะมีผลกระทบต่อกฎระเบียบที่มีอยู่อย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสำหรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในกฎหมายอาวุธปืนหรือระเบียบการบังคับใช้กฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:55 UTC

กกต. มีมติให้ 'แสวง บุญมี' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อไปจนถึงปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. มีมติให้ 'แสวง บุญมี' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อไปจนถึงปี 2570

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2570 หลังผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. มีมติให้ 'แสวง บุญมี' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อไปจนถึงปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
กกต. มีมติให้ 'แสวง บุญมี' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อไปจนถึงปี 2570

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2570 หลังผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. คนปัจจุบัน ส่งผลให้นายแสวงจะดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบสัญญาจ้างในวันที่ 31 มีนาคม 2570

การลงมติดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีการทบทวนผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 โดยก่อนหน้านี้ที่ประชุม กกต. ได้มีมติยกเลิกผลการประเมินเดิมที่ดำเนินการภายใต้การนำของนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. ซึ่งเคยประเมินผลงานของนายแสวงไว้ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 หาก กกต. ชุดปัจจุบันยืนตามมติเดิม นายแสวงจะต้องพ้นจากตำแหน่งตามเงื่อนไขในสัญญาจ้าง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย แม้ว่าตำแหน่งเลขาธิการ กกต. จะมีความชัดเจนจนถึงต้นปี 2570 แล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงขั้นตอนภายในเกี่ยวกับการประเมินผลงานสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะการกำกับดูแลองค์กรที่ยังคงมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานอื่นใดของ กกต. เพิ่มเติม โดยผู้สังเกตการณ์จะยังคงติดตามต่อไปว่าเสถียรภาพนี้จะส่งผลต่อการดำเนินงานและนโยบายของคณะกรรมการอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ต่อไป
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ต่อไป

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติให้แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการต่อไปหลังจากการประเมินผลงาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ต่อไป

แหล่งข่าวเดียว
แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ต่อไป

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติให้แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการต่อไปหลังจากการประเมินผลงาน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยได้มีมติอย่างเป็นทางการให้ขยายวาระการดำรงตำแหน่งของนายแสวง บุญมี ในฐานะเลขาธิการ กกต. โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากการประเมินผลงาน ซึ่งที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ผ่านการประเมินและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ด้วยมติดังกล่าว นายแสวง บุญมี จะยังคงดำรงตำแหน่งปัจจุบันจนกว่าจะครบวาระในปีหน้า ความต่อเนื่องในการบริหารงานนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้นำที่กำกับดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงเสถียรภาพภายในหน่วยงานบริหารที่รับผิดชอบในการจัดการกระบวนการเลือกตั้ง แม้ว่าการบริหารงานภายในของ กกต. มักจะเป็นประเด็นที่น่าสนใจทางการเมือง แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจภูมิทัศน์ทางการเมืองในท้องถิ่นอาจมองว่านี่เป็นการดำเนินงานตามทิศทางของสถาบันในปัจจุบัน

ในขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญเชิงนโยบายของคณะกรรมการภายหลังการลงมตินี้ การยืนยันวาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่จนถึงปีหน้าถือเป็นผลลัพธ์หลักจากการประชุมครั้งล่าสุด ส่วนการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเกี่ยวกับทิศทางเชิงกลยุทธ์หรือโครงสร้างการบริหารของคณะกรรมการนั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปเมื่อวาระการดำรงตำแหน่งดำเนินไปจนถึงจุดสิ้นสุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:55 UTC

สส.นครศรีธรรมราช เข้ารับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส.นครศรีธรรมราช เข้ารับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการตำรวจ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส.นครศรีธรรมราช เข้ารับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
สส.นครศรีธรรมราช เข้ารับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายรอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการตำรวจ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่า สส.ชัยชนะ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่

ในระหว่างการเข้าพบ นายชัยชนะได้ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่และแสดงเจตจำนงที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ โดยยืนยันว่าตนพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อชี้แจงต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ แม้เหตุการณ์นี้จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูงและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะหรือกฎระเบียบการเดินทางแต่อย่างใด เนื่องจากคดียังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น รายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์และผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับ สส.ชัยชนะ ยังคงต้องรอการยืนยันจากศาลต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อความคืบหน้าของคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:39 UTC

กระทรวง อว. เปิดหลักสูตรอบรมการบริหารจัดการอุดมศึกษา รุ่นที่ 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวง อว. เปิดหลักสูตรอบรมการบริหารจัดการอุดมศึกษา รุ่นที่ 2

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี เป็นประธานเปิดหลักสูตรอบรมประจำปี 2569 เพื่อเสริมศักยภาพกรรมการสภาและผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาให้มีความโปร่งใส

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวง อว. เปิดหลักสูตรอบรมการบริหารจัดการอุดมศึกษา รุ่นที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวง อว. เปิดหลักสูตรอบรมการบริหารจัดการอุดมศึกษา รุ่นที่ 2

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี เป็นประธานเปิดหลักสูตรอบรมประจำปี 2569 เพื่อเสริมศักยภาพกรรมการสภาและผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาให้มีความโปร่งใส

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม “หลักสูตรส่งเสริมคุณภาพกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาและผู้บริหารระดับสูงในสถาบันอุดมศึกษา (สบส.) รุ่นที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2569”

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกรรมการสภาและผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างธรรมาภิบาล การส่งเสริมความโปร่งใส และการสร้างแนวทางการบริหารจัดการที่ยั่งยืนภายในสถาบันอุดมศึกษาของไทย ในพิธีเปิดมีผู้นำทางวิชาการเข้าร่วมมากมาย รวมถึงตัวแทนจากมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษา โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปรับปรุงการบริหารและการกำกับดูแลมหาวิทยาลัยให้ทันสมัย โดยการส่งเสริมธรรมาภิบาลที่ดี กระทรวงตั้งเป้าที่จะยกระดับคุณภาพและความรับผิดชอบของผู้ให้บริการด้านอุดมศึกษาในประเทศ

แม้ว่ากระทรวงจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกอบรมนี้ในฐานะกลไกสำหรับการพัฒนาสถาบัน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อนโยบายเฉพาะของแต่ละมหาวิทยาลัยยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาหลักสูตรและผลลัพธ์ที่คาดหวังสำหรับสถาบันที่เข้าร่วมยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:37 UTC

ครูหนุ่มชัยภูมิร้องเรียนความไม่โปร่งใส หลังผลสอบท้องถิ่นถูกปรับอันดับจากที่ 1 เป็นที่ 3
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครูหนุ่มชัยภูมิร้องเรียนความไม่โปร่งใส หลังผลสอบท้องถิ่นถูกปรับอันดับจากที่ 1 เป็นที่ 3

ครูในจังหวัดชัยภูมิออกมาเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับผลสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลังจากอันดับของเขาถูกปรับลดจากที่ 1 เป็นที่ 3 ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการเลือกโรงเรียน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครูหนุ่มชัยภูมิร้องเรียนความไม่โปร่งใส หลังผลสอบท้องถิ่นถูกปรับอันดับจากที่ 1 เป็นที่ 3

แหล่งข่าวเดียว
ครูหนุ่มชัยภูมิร้องเรียนความไม่โปร่งใส หลังผลสอบท้องถิ่นถูกปรับอันดับจากที่ 1 เป็นที่ 3

ครูในจังหวัดชัยภูมิออกมาเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับผลสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลังจากอันดับของเขาถูกปรับลดจากที่ 1 เป็นที่ 3 ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการเลือกโรงเรียน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ครูรายหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิได้ออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยครูท่านนี้เชื่อว่าตนเองสอบได้อันดับที่ 1 แต่ภายหลังพบว่าอันดับถูกปรับลดลงมาเป็นที่ 3 ซึ่งส่งผลให้เขาเสียสิทธิในการเลือกโรงเรียนที่ต้องการบรรจุ

ในการเปิดใจต่อสาธารณะ ครูท่านนี้แสดงความผิดหวังต่อกระบวนการทางธุรการ แต่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสอนนักเรียนปัจจุบัน โดยระบุว่าตนไม่มีความประสงค์จะย้ายไปที่อื่น เนื่องจากมีความผูกพันกับลูกศิษย์เป็นอย่างมาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและการกำกับดูแลในระบบการสรรหาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย แม้ว่าครูท่านนี้จะออกมาให้ข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับความผิดปกติดังกล่าว แต่ยังคงต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าจะมีกระบวนการตรวจสอบเพื่อยืนยันความถูกต้องของคะแนนสอบและแก้ไขข้อร้องเรียนเรื่องการเสียสิทธิในการเลือกโรงเรียนหรือไม่ ในขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องของข้อพิพาทส่วนบุคคลที่รอการสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569

ศาลรัฐธรรมนูญไทยกำหนดวันไต่สวนพยาน 5 ปาก ในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569

ศาลรัฐธรรมนูญไทยกำหนดวันไต่สวนพยาน 5 ปาก ในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ศาลรัฐธรรมนูญไทยได้กำหนดนัดไต่สวนพยานจำนวน 5 ปาก ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งระหว่างการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจากคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่าการใช้บาร์โค้ดดังกล่าวอาจเป็นการละเมิดสิทธิทางรัฐธรรมนูญ

เพื่อรักษาความโปร่งใสและกระบวนการยุติธรรม ศาลได้มีคำสั่งงดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงในระหว่างการไต่สวน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คดีนี้ถือเป็นเรื่องของกระบวนการทางปกครองและการเมือง แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การเดินทาง หรือความปลอดภัยสาธารณะ แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสและมาตรฐานทางเทคนิคของกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่คดีดำเนินต่อไป ประเด็นสำคัญที่ต้องรอการยืนยันคือคำวินิจฉัยสุดท้ายของศาลว่าการใช้บาร์โค้ดดังกล่าวขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการพิจารณาคดีนี้จะมีอิทธิพลต่อกฎระเบียบการเลือกตั้งในอนาคตหรือการรับรู้ถึงความรับผิดชอบของสถาบันในประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:58 UTC

ชาวบางพลัดยื่นหนังสือต่อรัฐสภา คัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชาวบางพลัดยื่นหนังสือต่อรัฐสภา คัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ

ชาวบ้านจากเขตบางพลัดเดินทางทางเรือไปยังท่าเรือรัฐสภา เพื่อขอให้มีการตรวจสอบทางนิติบัญญัติเกี่ยวกับโครงการทางเดินริมน้ำที่เป็นประเด็นถกเถียง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชาวบางพลัดยื่นหนังสือต่อรัฐสภา คัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
ชาวบางพลัดยื่นหนังสือต่อรัฐสภา คัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ

ชาวบ้านจากเขตบางพลัดเดินทางทางเรือไปยังท่าเรือรัฐสภา เพื่อขอให้มีการตรวจสอบทางนิติบัญญัติเกี่ยวกับโครงการทางเดินริมน้ำที่เป็นประเด็นถกเถียง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านจากเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ได้ใช้การสัญจรทางเรือเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือรัฐสภา โดยได้ยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการของรัฐสภา กลุ่มชาวบ้านต้องการให้มีการตรวจสอบการก่อสร้างโครงการทางเดินริมน้ำในพื้นที่ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบและการดำเนินงานของโครงการดังกล่าว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ตกลงที่จะระงับโครงการไว้ชั่วคราวเพื่อตอบสนองต่อความกังวลของชุมชน อย่างไรก็ตาม กทม. ยังไม่ได้ให้การยืนยันที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะในระยะยาวหรือความเป็นไปได้ในการยกเลิกโครงการดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างการขยายโครงสร้างพื้นฐานของเมืองกับผลประโยชน์ของชุมชน การหยุดชะงักของการก่อสร้างอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงริมฝั่งแม่น้ำในท้องถิ่นและแผนการพัฒนาที่กำลังดำเนินอยู่ในพื้นที่บางพลัด ในขณะนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายของโครงการยังคงไม่มีความแน่นอน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ของเมืองว่าโครงการจะถูกระงับอย่างถาวรหรือมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของทางเดินริมน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

กระทรวงศึกษาธิการเร่งจัดตั้ง 'ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ' เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการเร่งจัดตั้ง 'ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ' เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการของไทยกำลังเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ระดับชาติเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยและระบบการรายงานเหตุการณ์ในสถานศึกษาทั่วประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการเร่งจัดตั้ง 'ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ' เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการเร่งจัดตั้ง 'ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ' เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการของไทยกำลังเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ระดับชาติเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยและระบบการรายงานเหตุการณ์ในสถานศึกษาทั่วประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 กระทรวงศึกษาธิการของไทยกำลังเร่งดำเนินการจัดตั้ง 'ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ' (ศูนย์พิทักษ์สิทธิของนักเรียน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมศูนย์การรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาทั่วประเทศและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยโดยรวมสำหรับนักเรียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่เป็นระบบมากขึ้นในการติดตามและจัดการข้อกังวลด้านความปลอดภัยภายในระบบโรงเรียน การสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นเอกภาพสำหรับการรายงานเหตุการณ์จะช่วยให้กระทรวงสามารถจัดการปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีการกำกับดูแลที่ดีขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การสื่อสารที่โปร่งใสมากขึ้นระหว่างโรงเรียนและสาธารณชนเกี่ยวกับระเบียบการด้านความปลอดภัย

แม้ว่ากระทรวงจะประกาศเร่งดำเนินการโครงการนี้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการดำเนินงานที่ชัดเจน ช่องทางเฉพาะในการยื่นรายงาน และวิธีการที่ศูนย์จะประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือหน่วยงานคุ้มครองเด็กที่มีอยู่เดิม เมื่อโครงการเปลี่ยนผ่านจากขั้นตอนการวางแผนไปสู่การปฏิบัติ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะต้องการความชัดเจนว่ามาตรการใหม่เหล่านี้จะส่งผลต่อการดำเนินงานประจำวันของโรงเรียนอย่างไร และระบบการรายงานจะเข้าถึงได้ง่ายเพียงใดสำหรับผู้ที่ไม่ใช้ภาษาไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

ตำรวจเตรียมเรียกอดีตรัฐมนตรีชัยชนะเข้าให้ปากคำ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเตรียมเรียกอดีตรัฐมนตรีชัยชนะเข้าให้ปากคำ

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่ารองผู้กำกับการได้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตรัฐมนตรีชัยชนะแล้ว ซึ่งนำไปสู่การเตรียมออกหมายเรียกเพื่อสอบปากคำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ตำรวจเตรียมเรียกอดีตรัฐมนตรีชัยชนะเข้าให้ปากคำ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเตรียมเรียกอดีตรัฐมนตรีชัยชนะเข้าให้ปากคำ

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่ารองผู้กำกับการได้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตรัฐมนตรีชัยชนะแล้ว ซึ่งนำไปสู่การเตรียมออกหมายเรียกเพื่อสอบปากคำ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ประกาศว่าเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมเรียกตัวอดีตรัฐมนตรีชัยชนะมาให้ปากคำเกี่ยวกับคดีความที่กำลังดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ารองผู้กำกับการตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตรัฐมนตรีรายนี้อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการสอบสวน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงคดีความที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมือง แม้ว่าการสอบสวนดังกล่าวจะเป็นขั้นตอนทางกฎหมายตามปกติ แต่ก็มักได้รับความสนใจจากสาธารณชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของข้อกล่าวหาที่รองผู้กำกับการได้ระบุไว้ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน และอดีตรัฐมนตรียังไม่ได้ให้การอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าอดีตรัฐมนตรีจะตอบสนองต่อหมายเรียกอย่างไร และมีข้อกล่าวหาหรือประเด็นใดบ้างที่ระบุไว้ในรายงานของตำรวจ ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ และเจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ เกี่ยวกับความผิดหรือความบริสุทธิ์ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:37 UTC

ไทยยืนยันเดินหน้า 'คอบร้าโกลด์ 70' ส่วนข้อเสนอฐานผลิตโดรนยังอยู่ระหว่างการศึกษา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยยืนยันเดินหน้า 'คอบร้าโกลด์ 70' ส่วนข้อเสนอฐานผลิตโดรนยังอยู่ระหว่างการศึกษา

กระทรวงกลาโหมไทยยืนยันการเดินหน้าฝึกซ้อมทางทหาร 'คอบร้าโกลด์ 70' พร้อมชี้แจงว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ เรื่องการตั้งฐานผลิตโดรนยังต้องมีการศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยยืนยันเดินหน้า 'คอบร้าโกลด์ 70' ส่วนข้อเสนอฐานผลิตโดรนยังอยู่ระหว่างการศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยืนยันเดินหน้า 'คอบร้าโกลด์ 70' ส่วนข้อเสนอฐานผลิตโดรนยังอยู่ระหว่างการศึกษา

กระทรวงกลาโหมไทยยืนยันการเดินหน้าฝึกซ้อมทางทหาร 'คอบร้าโกลด์ 70' พร้อมชี้แจงว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ เรื่องการตั้งฐานผลิตโดรนยังต้องมีการศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 กระทรวงกลาโหมไทยได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเตรียมการสำหรับการฝึกซ้อมทางทหาร 'คอบร้าโกลด์ 70' กำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ โดยกระทรวงฯ ได้ปฏิเสธข่าวลือที่ระบุว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไขในการต่อรองเพื่อลดภาษีการค้าอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ชี้แจงถึงรายงานเกี่ยวกับการหารือระหว่างปลัดกระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการตั้งฐานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในประเทศไทย โดยระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น กระทรวงฯ เน้นย้ำว่าข้อเสนอดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประเด็นที่มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องมีการศึกษาในรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนที่จะมีการตัดสินใจใดๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือทางทหารที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างไทยและสหรัฐฯ แม้ว่าการฝึกคอบร้าโกลด์จะเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำในภูมิทัศน์ความมั่นคงของภูมิภาค แต่การจัดตั้งโรงงานผลิตโดรนยังคงเป็นเพียงประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาภายในเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่นโยบายที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาหรือข้อผูกมัดที่ชัดเจนเกี่ยวกับฐานผลิตโดรนดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมต่อไป เพื่อทำความเข้าใจว่าข้อเสนอนี้จะพัฒนาไปอย่างไรหรือส่งผลกระทบต่อพลวัตทางอุตสาหกรรมและความมั่นคงในภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:15 UTC

นายกฯ สั่งห้ามใช้ปืนลูกซองเป็นของรางวัลในงานจับฉลากหลังเกิดเหตุที่เกาะพะงัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สั่งห้ามใช้ปืนลูกซองเป็นของรางวัลในงานจับฉลากหลังเกิดเหตุที่เกาะพะงัน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งยุติการแจกปืนลูกซองเป็นของรางวัลในงานจับฉลากทันที หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นถกเถียงบนเกาะพะงัน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สั่งห้ามใช้ปืนลูกซองเป็นของรางวัลในงานจับฉลากหลังเกิดเหตุที่เกาะพะงัน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งห้ามใช้ปืนลูกซองเป็นของรางวัลในงานจับฉลากหลังเกิดเหตุที่เกาะพะงัน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งยุติการแจกปืนลูกซองเป็นของรางวัลในงานจับฉลากทันที หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นถกเถียงบนเกาะพะงัน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกคำสั่งไปยังกรมการปกครองให้ยุติการนำปืนลูกซองมาเป็นของรางวัลในงานจับฉลากโดยทันที การดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากมีงานเฉลิมฉลองสำหรับกำนันและผู้ใหญ่บ้านบนเกาะพะงัน ซึ่งมีการนำปืนลูกซองยาวจำนวน 5 กระบอกมาเป็นของรางวัล

ในการกล่าวที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยุติการแจกของรางวัลดังกล่าวโดยเร่งด่วน แม้ว่าคำสั่งนี้จะมุ่งเน้นไปที่แนวทางปฏิบัติทางปกครอง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของรัฐบาลเกี่ยวกับการแจกจ่ายอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงท่าทีที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาลไทยต่อการแสดงออกและการแจกจ่ายอาวุธปืน แม้ว่าเหตุการณ์บนเกาะพะงันจะเป็นงานเฉลิมฉลองในระดับท้องถิ่น แต่การตอบสนองอย่างรวดเร็วของนายกรัฐมนตรีบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายในวงกว้างที่มุ่งป้องกันไม่ให้มีการทำให้อาวุธกลายเป็นเรื่องปกติในฐานะของรางวัลในงานชุมชน

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่ากรมการปกครองจะดำเนินการบังคับใช้คำสั่งห้ามนี้ในจังหวัดอื่นๆ อย่างไร และจะมีการออกมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติมเพื่อควบคุมของรางวัลในงานจับฉลากตามงานสาธารณะต่างๆ หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีข้อพิพาทบัตรเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีข้อพิพาทบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญไทยได้เรียกพยาน 5 ปาก รวมถึงเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาให้ถ้อยคำในการไต่สวนวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีข้อพิพาทบัตรเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีข้อพิพาทบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญไทยได้เรียกพยาน 5 ปาก รวมถึงเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาให้ถ้อยคำในการไต่สวนวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์

ตามรายงานของ Thai Post ศาลรัฐธรรมนูญไทยได้กำหนดวันไต่สวนอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เพื่อพิจารณาข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยศาลได้เรียกพยานจำนวน 5 ปากมาให้ถ้อยคำ ซึ่งรวมถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย

ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่ว่าการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจส่งผลกระทบต่อความลับในการลงคะแนน ซึ่งอาจเป็นการละเมิดข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงคะแนนลับ การไต่สวนครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการตรวจสอบทางตุลาการเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจในเชิงการเมืองและการบริหารจัดการเป็นหลัก แม้ว่ากระบวนการดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับแง่มุมทางเทคนิคของการจัดการเลือกตั้ง แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ความปลอดภัยสาธารณะ หรือการเดินทางแต่อย่างใด การตรวจสอบของศาลมุ่งเน้นไปที่ความถูกต้องตามกฎหมายของการออกแบบบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่ความไม่สงบในวงกว้างหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายในทันที

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือผลของการไต่สวนและคำวินิจฉัยของศาลว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งดังกล่าวได้ละเมิดหลักการลงคะแนนลับจริงหรือไม่ ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังรอผลการพิจารณาของศาลหลังจากการไต่สวนในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกระบวนการเลือกตั้งในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:58 UTC

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงสถานะกรณีสหรัฐฯ อาจตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงสถานะกรณีสหรัฐฯ อาจตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทย

กระทรวงกลาโหมไทยได้ชี้แจงรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในประเทศไทย โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงสถานะกรณีสหรัฐฯ อาจตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงสถานะกรณีสหรัฐฯ อาจตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทย

กระทรวงกลาโหมไทยได้ชี้แจงรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในประเทศไทย โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 กระทรวงกลาโหมไทยได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่องการจัดตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นเพื่อประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยืนยันว่ายังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการใดๆ เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับโครงการนี้ ในขั้นตอนนี้ โครงการยังคงอยู่ในขั้นตอนการประเมินผลเท่านั้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาว่าโรงงานดังกล่าวจะเป็นประโยชน์และมีความเหมาะสมต่อประเทศหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการหารือที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับบทบาทของประเทศไทยในการผลิตด้านการป้องกันประเทศและความร่วมมือทางเทคโนโลยี แม้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่ผู้ที่สนใจการพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคควรทราบว่าโครงการนี้ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือ การศึกษาดังกล่าวจะนำไปสู่ข้อเสนอที่เป็นทางการหรือไม่ สถานที่เฉพาะที่กำลังพิจารณาอยู่คือที่ใด และกรอบเวลาสำหรับการเจรจาในอนาคตจะเป็นอย่างไร ในขณะนี้ กระทรวงกลาโหมยังคงยืนยันว่าโครงการนี้เป็นเพียงการคาดการณ์และต้องผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

กระทรวงกลาโหมยืนยันเดินหน้าการฝึกคอบร้าโกลด์ 2027
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงกลาโหมยืนยันเดินหน้าการฝึกคอบร้าโกลด์ 2027

เจ้าหน้าที่กลาโหมไทยยืนยันแผนการฝึกซ้อมทางทหารคอบร้าโกลด์ 2027 โดยปฏิเสธข่าวลือที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับการเจรจานโยบายภาษี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงกลาโหมยืนยันเดินหน้าการฝึกคอบร้าโกลด์ 2027

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงกลาโหมยืนยันเดินหน้าการฝึกคอบร้าโกลด์ 2027

เจ้าหน้าที่กลาโหมไทยยืนยันแผนการฝึกซ้อมทางทหารคอบร้าโกลด์ 2027 โดยปฏิเสธข่าวลือที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับการเจรจานโยบายภาษี

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 กระทรวงกลาโหมของไทยยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเตรียมการสำหรับการฝึกซ้อมทางทหารคอบร้าโกลด์ 2027 กำลังดำเนินไปตามกำหนดการ โดยโครงการฝึกซ้อมร่วมซึ่งจัดขึ้นร่วมกับสหรัฐอเมริกายังคงเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศระหว่างสองประเทศ

เพื่อตอบสนองต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ โฆษกกระทรวงกลาโหมได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าการฝึกซ้อมนี้ถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไขหรือข้อต่อรองสำหรับการปรับเปลี่ยนนโยบายภาษีอย่างชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการซ้อมรบทางทหารนั้นสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันอย่างเคร่งครัด และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเจรจาด้านการคลังหรือภาษีแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับความต่อเนื่องของกิจกรรมทางทหารที่สำคัญในภูมิภาค แม้ว่าคอบร้าโกลด์จะเป็นกิจกรรมประจำปีตามปกติ แต่การยืนยันนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศยังคงมีความมั่นคง ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการกำหนดวันที่และสถานที่ที่แน่ชัดสำหรับการฝึกซ้อมในปี 2027 ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการฝึกซ้อมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการขนส่งในท้องถิ่นหรือระเบียบการรักษาความปลอดภัยในภูมิภาคในขณะที่ขั้นตอนการวางแผนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงสถานะความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงสถานะความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงว่าการหารือเรื่องโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในไทยยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงสถานะความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงสถานะความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงว่าการหารือเรื่องโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในไทยยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงเกี่ยวกับรายงานเรื่องความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นทางการ ข้อผูกมัด หรือการอนุมัติเฉพาะเจาะจงสำหรับโรงงานดังกล่าวแต่อย่างใด

ตามข้อมูลจากกระทรวง แนวคิดนี้เกิดขึ้นหลังจากการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นโอกาสในการสำรวจเทคโนโลยีโดรน เช่น ระบบ LUCAS และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในการรองรับระบบไร้คนขับที่มีต้นทุนต่ำ ขณะนี้กระทรวงกำลังประเมินความเป็นไปได้ ความคุ้มค่า และกรอบการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศจะได้รับประโยชน์สูงสุด

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในภาคอุตสาหกรรมของไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยกระทรวงระบุว่าเป้าหมายคือการพึ่งพาตนเองในระยะยาวผ่านกลยุทธ์ต่างๆ เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี การร่วมผลิต และนโยบายชดเชยการนำเข้า

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการศึกษาเหล่านี้จะนำไปสู่การลงทุนที่เป็นรูปธรรมหรือข้อตกลงการผลิตหรือไม่ ในปัจจุบันโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประเมินเท่านั้น และยังไม่มีการเลือกเทคโนโลยีใดมาผลิตเป็นการเฉพาะ กระทรวงยังคงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญไทยกำหนดวันที่ 26 สิงหาคม สำหรับการไต่สวนพยานในคดีข้อพิพาทเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดสด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญไทยกำหนดวันที่ 26 สิงหาคม สำหรับการไต่สวนพยานในคดีข้อพิพาทเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดสด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ศาลรัฐธรรมนูญไทยได้กำหนดนัดไต่สวนพยานจำนวน 5 ปาก ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับบาร์โค้ดที่พิมพ์อยู่บนบัตรเลือกตั้ง โดยศาลได้สั่งห้ามการถ่ายทอดสดกระบวนการพิจารณาดังกล่าวอย่างชัดเจน

หนึ่งในบุคคลที่ถูกเรียกมาให้ถ้อยคำคือ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยคดีนี้มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบทางกฎหมายและขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องหมายบาร์โค้ดเฉพาะที่ใช้ในระหว่างกระบวนการเลือกตั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบการเลือกตั้งระดับชาติ แม้ว่าศาลจะดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการสืบพยาน แต่กระบวนการพิจารณายังคงจำกัดไม่ให้สาธารณชนเข้าชม ซึ่งอาจส่งผลต่อความโปร่งใสในทันทีเกี่ยวกับข้อมูลที่พยานให้การ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำให้การของพยานทั้ง 5 ปากจะมีอิทธิพลต่อคำวินิจฉัยสุดท้ายของศาลอย่างไร และคดีนี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่ ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าศาลจะมีการเผยแพร่สรุปคำให้การอย่างเป็นทางการหลังจากการพิจารณาลับหรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC