ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

บอร์ด กสทช. ชี้แจงกรรมาธิการการเมืองฯ ปมความขัดแย้งเรื่องการประชุม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

บอร์ด กสทช. ชี้แจงกรรมาธิการการเมืองฯ ปมความขัดแย้งเรื่องการประชุม

กรรมการ กสทช. 3 ท่าน เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาถึงเหตุผลที่ปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมที่มีประธาน กสทช. เป็นประธาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

บอร์ด กสทช. ชี้แจงกรรมาธิการการเมืองฯ ปมความขัดแย้งเรื่องการประชุม

แหล่งข่าวเดียว
บอร์ด กสทช. ชี้แจงกรรมาธิการการเมืองฯ ปมความขัดแย้งเรื่องการประชุม

กรรมการ กสทช. 3 ท่าน เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาถึงเหตุผลที่ปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมที่มีประธาน กสทช. เป็นประธาน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 3 ท่าน ได้เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในองค์กรกำกับดูแล โดยเฉพาะกรณีที่กรรมการปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมที่มี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เป็นประธานอย่างต่อเนื่อง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กรรมการทั้ง 3 ท่านได้นำเสนอเหตุผลประกอบการตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุมต่อคณะกรรมาธิการฯ ความขัดแย้งภายในนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชน เนื่องจาก กสทช. มีหน้าที่กำกับดูแลภาคส่วนโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและภูมิทัศน์สื่อที่ทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวต้องใช้งาน

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทย ข้อพิพาทนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับบริการเครือข่ายมือถือ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมาตรฐานการกระจายเสียง แม้ว่าขณะนี้กรรมการจะได้ชี้แจงจุดยืนต่อคณะกรรมาธิการฯ อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพในการดำเนินงานของ กสทช. ยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าคณะกรรมาธิการฯ จะมีข้อเสนอแนะให้ดำเนินการแก้ไขอย่างไร หรือความขัดแย้งภายในนี้จะได้รับการคลี่คลายในอนาคตอันใกล้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลงพื้นที่ตรวจราชการอย่างเป็นทางการในจังหวัดจันทบุรีเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลงพื้นที่ตรวจราชการอย่างเป็นทางการในจังหวัดจันทบุรีเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดจันทบุรี ตามรายงานจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัด จันทบุรีเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องภูมิทัศน์ที่อุดมสมบูรณ์และความสำคัญทางเกษตรกรรม ซึ่งการกำกับดูแลจากกระทรวงมักจะเกิดขึ้นก่อนการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือโครงการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่อาจส่งผลต่อการเข้าถึงน้ำในท้องถิ่นหรือความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงจากการลงพื้นที่ รวมถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือโครงการที่วางแผนไว้จากการตรวจสอบนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการจัดสรรงบประมาณหลังจากการลงพื้นที่ของรัฐมนตรี ผู้ที่สนใจการพัฒนาในระดับภูมิภาคควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่ากิจกรรมทางบริหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นหรือบริการสาธารณะอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC

นักวิชาการหนุนรัฐบาลคุมเข้มอาวุธปืน ชี้เป็นจังหวะสำคัญของสังคมไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการหนุนรัฐบาลคุมเข้มอาวุธปืน ชี้เป็นจังหวะสำคัญของสังคมไทย

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง จากมหาวิทยาลัยรังสิต สนับสนุนแนวทางของรัฐบาลในการควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการจัดระเบียบสังคมไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิชาการหนุนรัฐบาลคุมเข้มอาวุธปืน ชี้เป็นจังหวะสำคัญของสังคมไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการหนุนรัฐบาลคุมเข้มอาวุธปืน ชี้เป็นจังหวะสำคัญของสังคมไทย

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง จากมหาวิทยาลัยรังสิต สนับสนุนแนวทางของรัฐบาลในการควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการจัดระเบียบสังคมไทย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แสดงความเห็นสนับสนุนแนวทางปัจจุบันของรัฐบาลในการควบคุมอาวุธปืน โดย ดร.วันวิชิต ระบุว่ารัฐบาลกำลังเดินมาถูกทางด้วยการให้ความสำคัญกับการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น และชี้ว่าเป็นจังหวะเวลาที่สำคัญสำหรับประเทศไทยในการจัดระเบียบเรื่องอาวุธปืนครั้งใหญ่ หลังจากเกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งจนสังคมเริ่มตระหนักถึงปัญหา

ดร.วันวิชิต ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลดูเหมือนกำลังลดคุณค่าของอาวุธปืนลงอย่างจริงจัง โดยทำให้กลายเป็นสิ่งกึ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ประชาชนก้าวข้ามดราม่าในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนในบ้าน และหันมาให้ความสำคัญกับผลกระทบเชิงนโยบายในภาพรวมแทน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับอาวุธปืนในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าเจตจำนงของรัฐบาลในการปฏิรูปวัฒนธรรมอาวุธปืนจะมีความชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อจำกัดใหม่ที่จะนำมาใช้นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าเจตจำนงทางการเมืองเหล่านี้จะถูกแปลไปสู่กรอบกฎหมายที่เป็นรูปธรรมอย่างไร และจะส่งผลต่อมาตรการความปลอดภัยสาธารณะทั่วประเทศอย่างไรบ้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:59 UTC

กระทรวงการคลังไทยเร่งเครื่องแก้หนี้เอสเอ็มอี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยเร่งเครื่องแก้หนี้เอสเอ็มอี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศแผนขยายมาตรการช่วยเหลือหนี้สินสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงการคลังไทยเร่งเครื่องแก้หนี้เอสเอ็มอี

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยเร่งเครื่องแก้หนี้เอสเอ็มอี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศแผนขยายมาตรการช่วยเหลือหนี้สินสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 Khaosod Online รายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังผลักดันโครงการใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสีย (NPL) ในกลุ่ม SME หลังจากหารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลังตั้งใจที่จะนำความสำเร็จของโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเคยดำเนินการในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 กลับมาใช้อีกครั้ง

กลยุทธ์ที่นำเสนอเกี่ยวข้องกับการโอนหนี้ SME ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เช่น บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ กระทรวงวางแผนที่จะลดเงินนำส่งที่สถาบันการเงินของรัฐต้องส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIF) การปรับเปลี่ยนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลังที่จำเป็นในการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังประสบปัญหา โดยใช้รูปแบบเดียวกับที่เคยใช้กับธนาคารพาณิชย์และกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจเป็นสัญญาณของสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยมากขึ้นสำหรับธุรกิจท้องถิ่นที่เผชิญกับปัญหาด้านสภาพคล่อง แม้ว่ารัฐบาลจะวางกรอบการช่วยเหลือนี้ไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกสำหรับ SME และกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการดำเนินการโอนหนี้นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้มาตรการเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:58 UTC

รัฐบาลไทยเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้เสีย SME
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้เสีย SME

กระทรวงการคลังกำลังพิจารณามาตรการลดหนี้เสียของ SME โดยการปรับลดเงินนำส่งธนาคารรัฐและใช้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้ามาช่วย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้เสีย SME

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้เสีย SME

กระทรวงการคลังกำลังพิจารณามาตรการลดหนี้เสียของ SME โดยการปรับลดเงินนำส่งธนาคารรัฐและใช้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้ามาช่วย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ประกาศแนวทางเชิงกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยแผนที่นำเสนอนี้เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนเงินที่สถาบันการเงินของรัฐต้องนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)

การลดเงินนำส่งดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ธนาคารของรัฐมีสภาพคล่องมากขึ้นในการบริหารจัดการและปรับโครงสร้างหนี้ของ SME นอกจากนี้ ความคิดริเริ่มดังกล่าวยังมุ่งเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกในการโอนหนี้เสียของ SME ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อช่วยให้ธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้และหลีกเลี่ยงการล้มละลาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามเชิงรุกในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคธุรกิจ SME ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น สภาพแวดล้อมของ SME ที่ดีขึ้นอาจนำไปสู่ความมั่นคงในการให้บริการและความต่อเนื่องของธุรกิจในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการโอนหนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงการคลังต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำนโยบายเหล่านี้ไปปฏิบัติจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

รัฐบาลไทยเร่งเดินหน้าโครงการชลประทานมูลค่า 2 แสนล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเร่งเดินหน้าโครงการชลประทานมูลค่า 2 แสนล้านบาท

นายกรัฐมนตรีสั่งเร่งรัดโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 2 โครงการ พร้อมชี้แจงว่าการพัฒนาเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเร่งเดินหน้าโครงการชลประทานมูลค่า 2 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเร่งเดินหน้าโครงการชลประทานมูลค่า 2 แสนล้านบาท

นายกรัฐมนตรีสั่งเร่งรัดโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 2 โครงการ พร้อมชี้แจงว่าการพัฒนาเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้เรียกหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญระดับชาติหลายประการ โดยประเด็นหลักคือการเร่งรัดโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 2 โครงการ มูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งค้างอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในระหว่างการแถลงข่าว เลขาธิการฯ ได้ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด โดยมีข่าวลือว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้กำลังถูกพัฒนาเพื่อส่งน้ำไปสนับสนุนการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่าโครงการชลประทานและโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์เป็นเรื่องที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การดำเนินการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเกษตรในระดับภูมิภาคและการวางแผนทรัพยากรในระยะยาว แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งผลักดันโครงการเหล่านี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่กำหนดการก่อสร้างที่ชัดเจนและขอบเขตสุดท้ายของงานชลประทานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ เพื่อทำความเข้าใจว่าเงินทุนเหล่านี้จะถูกจัดสรรอย่างไรและจะเริ่มดำเนินการเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:37 UTC

ส.ส. ฝ่ายค้านจี้รัฐมนตรีมหาดไทยคุมเข้มมาตรการครอบครองอาวุธปืน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. ฝ่ายค้านจี้รัฐมนตรีมหาดไทยคุมเข้มมาตรการครอบครองอาวุธปืน

รังสิมันต์ โรม เรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกฎระเบียบการครอบครองอาวุธปืนให้ชัดเจน โดยแสดงความกังวลต่อกรณีการสะสมอาวุธปืนจำนวนมากในภาคเอกชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. ฝ่ายค้านจี้รัฐมนตรีมหาดไทยคุมเข้มมาตรการครอบครองอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. ฝ่ายค้านจี้รัฐมนตรีมหาดไทยคุมเข้มมาตรการครอบครองอาวุธปืน

รังสิมันต์ โรม เรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกฎระเบียบการครอบครองอาวุธปืนให้ชัดเจน โดยแสดงความกังวลต่อกรณีการสะสมอาวุธปืนจำนวนมากในภาคเอกชน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้ออกมาเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงนโยบายการควบคุมอาวุธปืนของประเทศไทยให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย พร้อมแสดงความกังวลว่ากฎระเบียบในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอ

ในการอภิปราย นายรังสิมันต์ได้หยิบยกประเด็นการครอบครองอาวุธปืนส่วนบุคคลที่มากเกินความจำเป็น โดยระบุว่านักการเมืองบางคนมีอาวุธปืนในครอบครองถึง 30-40 กระบอก ซึ่งเขามองว่าจำนวนดังกล่าวเกินกว่าความจำเป็นในการป้องกันตัวหรือเพื่อการกีฬา และเสนอว่ากลไกการกำกับดูแลในปัจจุบันจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและการควบคุมอาวุธร้ายแรง แม้ว่าขณะนี้การหารือจะมุ่งเน้นไปที่ความรับผิดชอบทางการเมืองและการกำกับดูแลทางกฎหมาย แต่ก็สะท้อนถึงความต้องการให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเข้มงวดขึ้น ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืนหรือนำกระบวนการตรวจสอบผู้ขอใบอนุญาตที่เข้มงวดขึ้นมาใช้หรือไม่ ซึ่งผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่านายอนุทินจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเรื่องความโปร่งใสและการปฏิรูปนโยบายนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

รัฐสภาไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด
การเมือง ได้รับการยืนยัน

รัฐสภาไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในรัฐสภาอย่างเข้มงวด รวมถึงการห้ามพกพาอาวุธปืนโดยเด็ดขาดสำหรับทุกคน

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

ได้รับการยืนยัน
รัฐสภาไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในรัฐสภาอย่างเข้มงวด รวมถึงการห้ามพกพาอาวุธปืนโดยเด็ดขาดสำหรับทุกคน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อมอบนโยบายยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารรัฐสภา โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่ามาตรการดังกล่าวรวมถึงการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะทุกคันที่เข้าสู่พื้นที่อย่างเข้มงวด

ที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้นโยบายห้ามพกพาอาวุธปืนโดยเด็ดขาดและไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งครอบคลุมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ติดตามทุกคน นอกจากนี้ ทางสำนักงานเลขาธิการฯ กำลังเตรียมจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านภัยคุกคามและการจัดการความปลอดภัยแบบเรียลไทม์

สำหรับประชาชนและผู้มาติดต่อราชการ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญของรัฐ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะจำกัดอยู่ในพื้นที่รัฐสภา แต่ก็สะท้อนถึงแนวโน้มการเพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่บริหารส่วนราชการต่างๆ

สิ่งที่ยังต้องติดตามคือกรอบเวลาที่ชัดเจนในการลงนาม MOU กับตำรวจ และมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นนี้จะมีผลต่อขั้นตอนการเข้าถึงพื้นที่สำหรับบุคคลทั่วไปหรือสื่อมวลชนในช่วงสัปดาห์ข้างหน้าอย่างไร ผู้เดินทางควรทราบว่าการตรวจตราความปลอดภัยในอาคารรัฐบาลในกรุงเทพฯ อาจมีความละเอียดและใช้เวลามากขึ้นเมื่อนโยบายใหม่เหล่านี้มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:41 UTC

ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29

ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ครั้งที่ 29 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับภูมิภาค

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29

ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ครั้งที่ 29 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับภูมิภาค

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–28 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน : การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงานและส่งเสริมการรับรองทักษะฝีมือร่วมกันระหว่าง 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ความคิดริเริ่มนี้มุ่งสนับสนุนแรงงานในภูมิภาคกว่า 357 ล้านคน ให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และสังคมสูงวัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การประชุมระดับสูงนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือการปรับเปลี่ยนการจราจรในบริเวณใกล้เคียงโรงแรมดุสิตธานีในช่วงวันจัดงาน แม้ว่าการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่กรอบนโยบายระยะยาวเพื่อความสามารถในการแข่งขันของแรงงาน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการปิดถนนหรือข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่รอบสถานที่จัดงานยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้ถึงวันจัดงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสำหรับการอัปเดตใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือแผนการเดินทางในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

รัฐสภาไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

เจ้าหน้าที่รัฐสภาได้กำหนดนโยบายห้ามพกพาอาวุธปืนอย่างเด็ดขาดสำหรับทุกคนที่เข้าสู่พื้นที่อาคารรัฐสภา รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ติดตาม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาไทยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

เจ้าหน้าที่รัฐสภาได้กำหนดนโยบายห้ามพกพาอาวุธปืนอย่างเด็ดขาดสำหรับทุกคนที่เข้าสู่พื้นที่อาคารรัฐสภา รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ติดตาม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 โสภณได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในรัฐสภาไทยในทันที โดยคำสั่งใหม่นี้กำหนดให้มีการห้ามพกพาอาวุธปืนภายในอาคารรัฐสภาอย่างเด็ดขาด นโยบายนี้มีผลบังคับใช้กับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งรวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และเจ้าหน้าที่หรือผู้ติดตามด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเพิ่มความปลอดภัยภายในหน่วยงานรัฐระดับสูง แม้ว่ารัฐสภาจะไม่ใช่จุดหมายปลายทางหลักสำหรับการท่องเที่ยว แต่ผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อติดต่อราชการหรือเข้าชมพื้นที่สาธารณะควรทราบว่าการตรวจตราความปลอดภัยมีแนวโน้มที่จะเข้มงวดกว่าที่ผ่านมา ขอแนะนำให้ผู้มาเยือนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดและหลีกเลี่ยงการพกพาสิ่งของต้องห้ามเพื่อให้การเข้าพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการที่เข้มงวดขึ้นนี้จะส่งผลต่อการดำเนินงานประจำวันของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างไร หรือจะมีการนำเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมมาใช้ที่จุดเข้าออกหรือไม่ คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงแนวทางความอดทนเป็นศูนย์ (Zero Tolerance) ต่อการพกพาอาวุธ ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การกำกับดูแลสภาพแวดล้อมของรัฐสภาที่เข้มงวดมากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

กมธ.กฎหมายเร่งสอบปม 'พ่อทิพย์' พบเคสต้องสงสัยกว่า 1,000 รายในกรุงเทพฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กมธ.กฎหมายเร่งสอบปม 'พ่อทิพย์' พบเคสต้องสงสัยกว่า 1,000 รายในกรุงเทพฯ

คณะกรรมาธิการกฎหมายของไทยตรวจพบกรณีต้องสงสัยเกี่ยวกับการแจ้งความเป็นบิดาเท็จกว่า 1,000 รายในโรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพฯ โดยระบุว่าปัญหาด้านงบประมาณเป็นอุปสรรคสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กมธ.กฎหมายเร่งสอบปม 'พ่อทิพย์' พบเคสต้องสงสัยกว่า 1,000 รายในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.กฎหมายเร่งสอบปม 'พ่อทิพย์' พบเคสต้องสงสัยกว่า 1,000 รายในกรุงเทพฯ

คณะกรรมาธิการกฎหมายของไทยตรวจพบกรณีต้องสงสัยเกี่ยวกับการแจ้งความเป็นบิดาเท็จกว่า 1,000 รายในโรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพฯ โดยระบุว่าปัญหาด้านงบประมาณเป็นอุปสรรคสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้จัดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการฉ้อโกงในรูปแบบ 'พ่อทิพย์' หรือการแจ้งความเป็นบิดาเท็จ ตามรายงานจาก Thai Post คณะกรรมาธิการพบกรณีต้องสงสัยมากกว่า 1,000 รายในโรงพยาบาล 8 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างความเป็นบิดาเพื่อผลประโยชน์ด้านการตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานะทางกฎหมาย

ในระหว่างการประชุม นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกคณะกรรมาธิการ ได้วิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่มีประสิทธิภาพและขาดความมุ่งมั่นในการปราบปรามปัญหาอย่างจริงจัง คณะกรรมาธิการชี้ให้เห็นว่ายังมีอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาการขาดงบประมาณสำหรับการตรวจดีเอ็นเอ รวมถึงความซับซ้อนทางกฎหมายในการเพิกถอนสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมายเมื่อตรวจพบการฉ้อโกง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบทะเบียนราษฎร์และเอกสารการเข้าเมือง แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะผลักดันให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น แต่กรอบเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการเพิ่มงบประมาณสำหรับการตรวจสอบดีเอ็นเอยังไม่มีความชัดเจน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรทราบว่านี่เป็นการสอบสวนทางนิติบัญญัติที่ยังคงดำเนินอยู่ และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการเข้าเมืองหรือการทะเบียนราษฎร์ใดๆ ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:21 UTC

ไทยรื้อฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) หวังดันอุตสาหกรรม New S-Curve
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยรื้อฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) หวังดันอุตสาหกรรม New S-Curve

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธ์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติอีกครั้งหลังจากว่างเว้นไป 4 ปี เพื่อมุ่งเน้นการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยรื้อฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) หวังดันอุตสาหกรรม New S-Curve

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรื้อฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) หวังดันอุตสาหกรรม New S-Curve

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธ์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติอีกครั้งหลังจากว่างเว้นไป 4 ปี เพื่อมุ่งเน้นการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธ์ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยการประชุมมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของไทยผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมการแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานการผลิตภายในประเทศและเพิ่มการใช้วัตถุดิบและบริการในท้องถิ่น เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของโลก องค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์นี้คือนโยบาย 'Made in Thailand' (MiT) ซึ่งมุ่งดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่ระดับนานาชาติอย่างโตโยต้าให้ขยายการลงทุนในประเทศ ขณะนี้คณะกรรมการกำลังดำเนินการบูรณาการงบประมาณและกำหนดแผนงานเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ เช่น พลังงานชีวภาพ เซมิคอนดักเตอร์ และโฟโตนิกส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านระยะยาวไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อตลาดแรงงานและโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมในอนาคต อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการลงทุนเหล่านี้และมาตรการจูงใจที่เป็นรูปธรรมสำหรับบริษัทต่างชาติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่คณะกรรมการกำลังพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนหลังเกิดเหตุรุนแรง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนหลังเกิดเหตุรุนแรง

นายรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลด้านความปลอดภัยสาธารณะหลังจากเกิดเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนหลังเกิดเหตุรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนหลังเกิดเหตุรุนแรง

นายรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลด้านความปลอดภัยสาธารณะหลังจากเกิดเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา

ภายหลังเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งคำถามต่อแนวทางของรัฐบาลในการควบคุมอาวุธปืน โดยในการให้สัมภาษณ์กับ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความถี่ของเหตุการณ์รุนแรงในประเทศไทย

นายรังสิมันต์ระบุว่าประเทศไทยมีอัตราการครอบครองอาวุธปืนต่อประชากรสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และชี้ว่าเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำซากสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบในมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่มีมาตั้งแต่สมัยการเปิดร้านขายปืนในอดีต ทั้งนี้ เขาได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่ารัฐบาลจะสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมได้อย่างไรหากมีการห้ามพกพาอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น โดยมองว่านโยบายในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงระดับชาติที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและการแพร่หลายของอาวุธปืน แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่มีการตอบสนองอย่างเป็นทางการต่อข้อวิจารณ์ดังกล่าว แต่สถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่ต้องติดตาม ทั้งนี้ รายงานนี้อ้างอิงจากคำกล่าวของนักการเมืองฝ่ายค้านเท่านั้น ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตยังไม่มีการยืนยัน ผู้ที่เดินทางมายังประเทศไทยควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับนโยบายด้านความปลอดภัยสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:21 UTC

สส. ฝ่ายค้านจี้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ฝ่ายค้านจี้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในไทย

รังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินนโยบายควบคุมอาวุธปืนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หลังจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงหลายครั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ฝ่ายค้านจี้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในไทย

แหล่งข่าวเดียว
สส. ฝ่ายค้านจี้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในไทย

รังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินนโยบายควบคุมอาวุธปืนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หลังจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงหลายครั้ง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาเกี่ยวกับปัญหาการกราดยิงที่เกิดขึ้นซ้ำซากในประเทศไทย รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่จังหวัดนครราชสีมา ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายรังสิมันต์ระบุว่าประเทศไทยมีสัดส่วนการครอบครองอาวุธปืนต่อประชากรสูงติดอันดับโลก ซึ่งเขาเห็นว่าจำเป็นต้องมีการทบทวนกฎระเบียบการควบคุมอาวุธปืนที่มีอยู่อย่างครอบคลุม

นายรังสิมันต์วิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลในปัจจุบัน โดยพุ่งเป้าไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเสนอว่าการเพียงแค่แนะนำให้ประชาชนอย่าพกพาอาวุธปืนนั้นไม่เพียงพอ แต่รัฐบาลควรมีความชัดเจนในนโยบายพื้นฐานเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนของพลเรือน และควรมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้น เช่น การตรวจสอบสุขภาพจิตของผู้ครอบครองอาวุธปืน นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่ามีบุคคลบางกลุ่ม รวมถึงนักการเมืองบางคน ที่ครอบครองอาวุธปืนจำนวนมากเกินความจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะยอมรับข้อเสนอดังกล่าวหรือจะมีการนำกรอบกฎหมายใหม่มาใช้หรือไม่ ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

กกต. มีมติให้ 'แสวง บุญมี' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. มีมติให้ 'แสวง บุญมี' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2570

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติขยายวาระการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการฯ แสวง บุญมี หลังผ่านการประเมินผลงาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. มีมติให้ 'แสวง บุญมี' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2570

แหล่งข่าวเดียว
กกต. มีมติให้ 'แสวง บุญมี' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2570

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติขยายวาระการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการฯ แสวง บุญมี หลังผ่านการประเมินผลงาน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยได้มีมติอย่างเป็นทางการให้ แสวง บุญมี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไป โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ผ่านการประเมินและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ด้วยมติดังกล่าว แสวง บุญมี จะดำรงตำแหน่งต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2570 ความต่อเนื่องทางบริหารนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างการบริหารงานภายในของ กกต. จะยังคงมีความเสถียรในขณะที่องค์กรดำเนินภารกิจตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในเป็นหลัก แม้ว่า กกต. จะมีบทบาทสำคัญในกระบวนการปกครองและการเมืองของไทย แต่การตัดสินใจเกี่ยวกับวาระของเลขาธิการฯ นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน กฎระเบียบการเดินทาง หรือการดำเนินธุรกิจในท้องถิ่น แต่ถือเป็นสัญญาณของความมั่นคงภายในองค์กร

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานภายในที่ใช้ในการประเมินยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ นอกจากนี้ แม้วาระการดำรงตำแหน่งจะกำหนดไว้จนถึงเดือนมีนาคม 2570 แต่การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตต่อผู้นำของคณะกรรมการหรือนโยบายการบริหารยังคงต้องเป็นไปตามขั้นตอนการกำกับดูแลภายในของ กกต. และการตัดสินใจของคณะกรรมการในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:00 UTC

อดีต กกต. จี้แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินจากนักการเมืองท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีต กกต. จี้แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินจากนักการเมืองท้องถิ่น

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้รับเงินจากนักการเมืองท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีต กกต. จี้แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินจากนักการเมืองท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
อดีต กกต. จี้แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินจากนักการเมืองท้องถิ่น

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้รับเงินจากนักการเมืองท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตั้งคำถามต่อ กกต. เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนได้รับเงินจำนวน 860,000 บาท จากนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดอำนาจเจริญ ตามข้อมูลของนายสมชัย ทาง กกต. ยอมรับว่ามีการโอนเงินดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 แม้ว่าทางคณะกรรมการจะยืนยันว่าการจ่ายเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือก สว. ก็ตาม

นายสมชัยเตือนว่าสถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ผลทางกฎหมาย โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจต้องเผชิญกับการถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ประเด็นนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจากนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้นำหลักฐานมาแสดง รวมถึงคำวินิจฉัยของ กกต. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า กกต. จะยอมรับบางส่วนเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินดังกล่าว แต่ลักษณะที่แท้จริงของการจ่ายเงินและผลกระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้สังเกตการณ์ต่างรอคอยให้คณะกรรมการชี้แจงข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อตอบข้อกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการทุจริตภายในหน่วยงาน ทั้งนี้ ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อสมาชิกคณะกรรมการในขณะนี้ และเรื่องดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมและแวดวงการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานปมเทคโนโลยีบัตรเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานปมเทคโนโลยีบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญไทยเรียกพยาน 5 ปาก รวมถึงเลขาธิการ กกต. มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานปมเทคโนโลยีบัตรเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานปมเทคโนโลยีบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญไทยเรียกพยาน 5 ปาก รวมถึงเลขาธิการ กกต. มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญไทยได้กำหนดนัดไต่สวนพยานอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายและการนำบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์มาใช้ โดยศาลได้เรียกพยาน 5 ปากมาให้ถ้อยคำ ซึ่งรวมถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ประเด็นสำคัญของการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การใส่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยศาลต้องการตรวจสอบว่าการเพิ่มเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้งและข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานด้านการเลือกตั้งของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระบวนการนี้จะเป็นเรื่องของการกำกับดูแลทางปกครองและกฎหมายเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในกระบวนการประชาธิปไตย เนื่องจากศาลเพิ่งกำหนดวันไต่สวน ผลกระทบสุดท้ายต่อความถูกต้องของผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์จึงยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำให้การจากผู้นำ กกต. จะส่งผลต่อคำวินิจฉัยสุดท้ายของศาลอย่างไร ทั้งนี้ ไม่คาดว่าจะเกิดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทางจากการดำเนินคดีดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:00 UTC

ทางการไทยเฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับมือมรสุมในภาคใต้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับมือมรสุมในภาคใต้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำใน 12 จังหวัด เนื่องจากฝนตกหนักในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝนในภาคใต้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ทางการไทยเฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับมือมรสุมในภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับมือมรสุมในภาคใต้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำใน 12 จังหวัด เนื่องจากฝนตกหนักในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝนในภาคใต้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในเดือนสิงหาคม 2569 โดยฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิดใน 12 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามสภาพอากาศในท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล แม้ว่าในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการการไหลของน้ำที่มีอยู่ แต่รัฐบาลยังเตรียมความพร้อมสำหรับพื้นที่ภาคใต้ โดยกรมชลประทานได้รับคำสั่งให้เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 ในหาดใหญ่ ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝนในภาคใต้ที่คาดว่าจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้

ในขั้นตอนนี้ ความสำคัญหลักยังคงอยู่ที่การจัดการน้ำและการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าความพยายามในการฟื้นฟูที่กำลังดำเนินอยู่นี้จะส่งผลกระทบต่อการจราจรในท้องถิ่นหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่อย่างไรเมื่อใกล้ถึงกำหนดการในเดือนพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปภาคใต้ของไทยในช่วงปลายปีนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับงานโครงสร้างพื้นฐานหรือเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:45 UTC