ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำลงพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้งที่ชะอำ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำลงพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้งที่ชะอำ

รัฐมนตรีสุชาติลงพื้นที่ชะอำเพื่อติดตามการบรรเทาภัยแล้ง โดยเน้นการขยายระบบน้ำบาดาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนกว่า 9,000 คน

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำลงพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้งที่ชะอำ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำลงพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้งที่ชะอำ

รัฐมนตรีสุชาติลงพื้นที่ชะอำเพื่อติดตามการบรรเทาภัยแล้ง โดยเน้นการขยายระบบน้ำบาดาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนกว่า 9,000 คน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำรายงานว่า นายสุชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ลงพื้นที่อำเภอชะอำเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งในท้องถิ่น โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับภูมิภาค

ตามรายงานอย่างเป็นทางการ รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการขยายระบบน้ำบาดาลเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนกว่า 2,000 ครัวเรือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 9,000 คนในพื้นที่ รัฐมนตรีย้ำว่าการรับประกันการเข้าถึงน้ำอย่างต่อเนื่องสำหรับประชาชนยังคงเป็นเป้าหมายหลัก พร้อมทั้งแสดงความมุ่งมั่นต่อแนวทางการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชะอำ ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างเสถียรภาพให้กับทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูแล้ง แม้ว่าโครงการเหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสาธารณูปโภคในท้องถิ่น แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการขยายระบบน้ำบาดาลยังไม่ได้ระบุรายละเอียดในการประกาศครั้งนี้ นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในระยะยาวของมาตรการเหล่านี้ในการบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำตามฤดูกาลในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป ผู้ที่มาเยือนภูมิภาคนี้ควรทราบว่าการประหยัดน้ำเป็นสิ่งที่ได้รับการสนับสนุนโดยทั่วไปในพื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 12:37 UTC

นายกฯ ไทยชี้แจงจุดยืนความสัมพันธ์ด้านกลาโหมและการค้ากับสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยชี้แจงจุดยืนความสัมพันธ์ด้านกลาโหมและการค้ากับสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่าไทยจะไม่ใช้ความร่วมมือด้านกลาโหมกับสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้าหรือภาษี

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ไทยชี้แจงจุดยืนความสัมพันธ์ด้านกลาโหมและการค้ากับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยชี้แจงจุดยืนความสัมพันธ์ด้านกลาโหมและการค้ากับสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่าไทยจะไม่ใช้ความร่วมมือด้านกลาโหมกับสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้าหรือภาษี

ระหว่างการหารือกับนายเอลบริดจ์ โคลบี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถึงลักษณะความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ โดยรายงานจาก Khaosod English ระบุว่า นายกรัฐมนตรีย้ำว่าความร่วมมือด้านกลาโหมที่มีมายาวนานระหว่างไทยกับสหรัฐฯ จะยังคงแยกส่วนจากการหารือด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะไม่มีการนำความสัมพันธ์ด้านกลาโหมมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้าและภาษีทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองประเทศกำลังมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์พันธมิตรที่มีมายาวนานถึง 193 ปี สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ท่าทีทางการทูตนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสัมพันธ์ที่มั่นคงและแยกส่วนกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยป้องกันไม่ให้ข้อพิพาททางการค้าส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง

แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะกำหนดขอบเขตความแตกต่างระหว่างนโยบายทั้งสองด้านไว้อย่างชัดเจน แต่ผลลัพธ์ที่แน่ชัดของการเจรจาการค้าในอนาคตยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าแนวทางนี้จะมีอิทธิพลต่อการหารือทางเศรษฐกิจระหว่างกรุงเทพฯ และวอชิงตันอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าหรือข้อตกลงด้านกลาโหมใดๆ อันเป็นผลโดยตรงจากการหารือในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน สส. นครศรีธรรมราช
การเมือง ได้รับการยืนยัน

กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน สส. นครศรีธรรมราช

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ สส. พรรคกล้าธรรม

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน สส. นครศรีธรรมราช

ได้รับการยืนยัน
กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน สส. นครศรีธรรมราช

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ สส. พรรคกล้าธรรม

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ สส. นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า กกต. ได้ขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติและดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย

กกต. ระบุว่านายก้องเกียรติจงใจลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมในปี 2568 ทั้งที่ทราบว่าตนเองมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร การเลือกตั้งซ่อมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลงในเขตเลือกตั้งที่ 8 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากที่นางมุกดาวรรณ เลื่องศรีนิล อดีต สส. ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ทั้งนี้ กกต. ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 54 ประกอบกับข้อหาทางอาญาเกี่ยวกับการให้ข้อมูลเท็จ

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามการเมืองไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง แม้ กกต. จะมีมติยื่นคำร้องแล้ว แต่ขณะนี้เรื่องยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังต้องรอการยืนยันว่าศาลจะตีความหลักฐานอย่างไรและจะมีบทลงโทษทางกฎหมายอย่างไรต่อ สส. รายนี้ สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของการเป็นตัวแทนทางการเมืองในระดับท้องถิ่นของภูมิภาคนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

‘ไอติม’ จี้ กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสนบาท เชื่อมโยงสำนวนเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘ไอติม’ จี้ กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสนบาท เชื่อมโยงสำนวนเลือกตั้ง

พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีการโอนเงิน 8.6 แสนบาท ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับการทำสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘ไอติม’ จี้ กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสนบาท เชื่อมโยงสำนวนเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
‘ไอติม’ จี้ กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสนบาท เชื่อมโยงสำนวนเลือกตั้ง

พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีการโอนเงิน 8.6 แสนบาท ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับการทำสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ไทยโพสต์รายงานว่า นายพริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้ตั้งคำถามอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน 860,000 บาท โดยมุ่งเน้นไปที่ความเชื่อมโยงว่าธุรกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล หรือไม่

นายพริษฐ์ได้ตั้งคำถาม 3 ข้อต่อ กกต. เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสเกี่ยวกับช่วงเวลาของการโอนเงิน โดยระบุว่าเงินดังกล่าวถูกโอนไปยังเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรับผิดชอบการทำสำนวนคำร้องเลือกตั้ง ประเด็นสำคัญคือการตั้งข้อสังเกตว่ากิจกรรมทางการเงินนี้ส่งผลต่อความโปร่งใสของกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้งหรือไม่

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการถกเถียงทางการเมืองจะเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย แต่กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบความรับผิดชอบของสถาบันต่างๆ

ในขณะนี้ เรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการตั้งคำถามต่อสาธารณะ ยังไม่มีการยืนยันว่า กกต. จะให้คำตอบที่ชัดเจนต่อข้อซักถามของนายพริษฐ์หรือไม่ หรือจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเกี่ยวกับเงินจำนวนนี้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามดูว่า กกต. จะสามารถชี้แจงที่มาของธุรกรรมและผลกระทบต่อสำนวนคดีดังกล่าวได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:37 UTC

กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกรณีของนายก้องเกียรติ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมทั้งที่ทราบว่าตนเองมีลักษณะต้องห้าม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกรณีของนายก้องเกียรติ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมทั้งที่ทราบว่าตนเองมีลักษณะต้องห้าม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ กรณีของนายก้องเกียรติ ผู้สมัครที่เข้าร่วมการเลือกตั้งซ่อมเมื่อเร็วๆ นี้ โดย กกต. กล่าวหาว่านายก้องเกียรติรู้อยู่แล้วว่าตนมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังคงสมัครรับเลือกตั้ง

กกต. กำลังดำเนินการเพื่อให้ศาลมีคำวินิจฉัยให้ 'ใบแดง' หรือการตัดสิทธิ์ทางการเมือง และยังมีการดำเนินคดีอาญาย้อนหลังต่อผู้สมัครรายดังกล่าวด้วย การดำเนินการทางกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการเลือกตั้งของประเทศไทยและการบังคับใช้คุณสมบัติของผู้สมัครอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกระบวนการทางกฎหมายที่เข้มงวดซึ่งกำกับดูแลชีวิตทางการเมืองของไทย แม้ว่ากระบวนการทางปกครองและทางกฎหมายเหล่านี้มักจะจำกัดอยู่ในแวดวงการเมืองและไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวหรือการจัดการเรื่องที่พักอาศัย แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบในการบริหารประเทศ

ในขณะนี้ เรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ยังต้องรอการยืนยันว่าศาลจะตีความหลักฐานเกี่ยวกับการรับรู้ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครอย่างไร และจะมีบทลงโทษทางอาญาเฉพาะเจาะจงอย่างไรหากมีการตัดสินว่ามีความผิด ประชาชนกำลังรอคำวินิจฉัยของศาลว่าจะมีการบังคับใช้มาตรการย้อนหลังตามที่ร้องขอหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:35 UTC

นายกฯ ต้อนรับทูตนิวซีแลนด์ เตรียมเยือน 20–22 ส.ค. เปิดโอกาสการค้า–ลงทุน การศึกษา–ท่องเที่ยว
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ต้อนรับทูตนิวซีแลนด์ เตรียมเยือน 20–22 ส.ค. เปิดโอกาสการค้า–ลงทุน การศึกษา–ท่องเที่ยว

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์เพื่อเตรียมการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม โดยมุ่งเน้นความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน การศึกษา และการท่องเที่ยว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ต้อนรับทูตนิวซีแลนด์ เตรียมเยือน 20–22 ส.ค. เปิดโอกาสการค้า–ลงทุน การศึกษา–ท่องเที่ยว

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ต้อนรับทูตนิวซีแลนด์ เตรียมเยือน 20–22 ส.ค. เปิดโอกาสการค้า–ลงทุน การศึกษา–ท่องเที่ยว

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์เพื่อเตรียมการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม โดยมุ่งเน้นความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน การศึกษา และการท่องเที่ยว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายกรัฐมนตรีไทยได้ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์เพื่อหารือเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยประเด็นหลักของการหารือคือการเตรียมการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกำหนดการระหว่างวันที่ 20 ถึง 22 สิงหาคมนี้

การดำเนินงานทางการทูตครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสำรวจและขยายโอกาสในภาคส่วนสำคัญต่างๆ รวมถึงการค้า การลงทุน การศึกษา และการท่องเที่ยว สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือทวิภาคีที่ดีขึ้นและโครงการริเริ่มในอนาคตในภาคการท่องเที่ยวและการศึกษา

แม้ว่าการพบหารือจะยืนยันถึงความตั้งใจในการส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับนโยบายใหม่หรือข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการเยือนครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะติดตามประกาศอย่างเป็นทางการหลังจากการเดินทางในเดือนสิงหาคม เพื่อดูว่าการหารือเหล่านี้จะส่งผลต่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่ขั้นตอนการเตรียมการของภารกิจทางการทูตนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

นายกฯ ยืนยันจุดยืนความเป็นอิสระทางการค้าในการหารือกับเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ยืนยันจุดยืนความเป็นอิสระทางการค้าในการหารือกับเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีไทยได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีมายาวนาน โดยเน้นย้ำว่าจะไม่นำประเด็นความมั่นคงของชาติมาเป็นข้อต่อรองในการเจรจาทางการค้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ยืนยันจุดยืนความเป็นอิสระทางการค้าในการหารือกับเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ยืนยันจุดยืนความเป็นอิสระทางการค้าในการหารือกับเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีไทยได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีมายาวนาน โดยเน้นย้ำว่าจะไม่นำประเด็นความมั่นคงของชาติมาเป็นข้อต่อรองในการเจรจาทางการค้า

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีไทยได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อเฉลิมฉลองและสานต่อความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีมายาวนานถึง 193 ปีระหว่างทั้งสองประเทศ ประเด็นสำคัญของการหารือคือจุดยืนที่ชัดเจนของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการแยกผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจออกจากกัน

ในระหว่างการสนทนา นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าไทยมีนโยบายที่จะไม่นำประเด็นความมั่นคงของชาติมาใช้เป็นเครื่องมือหรือข้อต่อรองในการเจรจาทางการค้า การแบ่งแยกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการทูตของไทยในการดำเนินความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการรักษาเสถียรภาพและสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับการมีส่วนร่วมระหว่างประเทศ การแยกข้อกังวลด้านความมั่นคงออกจากการค้ามีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบการทำงานที่โปร่งใสสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างสองประเทศ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าในอนาคตหรือความคิดริเริ่มด้านความร่วมมือทางความมั่นคงยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าจุดยืนทางการเมืองนี้จะมีอิทธิพลต่อการหารือทางเศรษฐกิจกับพันธมิตรทั่วโลกรายอื่นๆ อย่างไร การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงแนวทางการทูตในปัจจุบันของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

นายกฯ ไทยเตรียมเยือนนิวซีแลนด์เพื่อยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยเตรียมเยือนนิวซีแลนด์เพื่อยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พบกับเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ก่อนการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ไทยเตรียมเยือนนิวซีแลนด์เพื่อยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยเตรียมเยือนนิวซีแลนด์เพื่อยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พบกับเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ก่อนการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนางเรย์ลีน ซีอาลี ทากาลอ ลูฟาลานี เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยอ้างอิงจากรายงานของประชาชาติธุรกิจ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางเยือนระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569

เป้าหมายหลักของการเยือนครั้งนี้คือการขยายความร่วมมือในด้านสำคัญต่างๆ ได้แก่ การค้า การลงทุน การศึกษา และการท่องเที่ยว โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศไปสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวหรือการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งขึ้นมักจะช่วยให้การเดินทางข้ามพรมแดนมีความคล่องตัวมากขึ้นและส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

แม้ว่ากำหนดการเยือนในช่วงปลายเดือนสิงหาคมจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อตกลงใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายยังคงต้องรอการสรุปผล ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการหารือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการนำเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ไปปฏิบัติในภาคการท่องเที่ยวและการศึกษา ทั้งนี้คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนของนายกรัฐมนตรี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:58 UTC

รัฐบาลไทยชี้แจงจุดยืนเรื่องความร่วมมือด้านกลาโหมและภาษีการค้า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยชี้แจงจุดยืนเรื่องความร่วมมือด้านกลาโหมและภาษีการค้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าไทยจะไม่ใช้ความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือในการต่อรองภาษีการค้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยชี้แจงจุดยืนเรื่องความร่วมมือด้านกลาโหมและภาษีการค้า

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงจุดยืนเรื่องความร่วมมือด้านกลาโหมและภาษีการค้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าไทยจะไม่ใช้ความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือในการต่อรองภาษีการค้า

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับนายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ นายกรัฐมนตรีย้ำว่าไทยมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไม่นำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นข้อต่อรองเกี่ยวกับภาษีการค้าของสหรัฐฯ หรือที่มักเรียกกันว่า "ภาษีทรัมป์"

ในระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณต่อบทบาทของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ช่วยคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา โดยระบุว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวสำเร็จได้ด้วยการยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยกำลังเร่งดำเนินการสรุปการเจรจาการค้าต่างตอบแทนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตและการทหารที่มั่นคงกับสหรัฐฯ ในขณะเดียวกันก็พยายามแก้ไขข้อพิพาททางการค้าผ่านช่องทางเศรษฐกิจที่เป็นทางการ การแยกนโยบายด้านกลาโหมและการค้าออกจากกันสะท้อนถึงความต้องการที่จะป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง ในขั้นตอนนี้ ผลลัพธ์ที่แน่ชัดของการเจรจาการค้าต่างตอบแทนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่รัฐบาลยังคงพยายามบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:59 UTC

กระทรวงศึกษาธิการผนึกกำลังโฟร์โมสต์ เดินหน้าโครงการ “ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ปีที่ 6
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการผนึกกำลังโฟร์โมสต์ เดินหน้าโครงการ “ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ปีที่ 6

กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือกับบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) เดินหน้าโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการผนึกกำลังโฟร์โมสต์ เดินหน้าโครงการ “ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ปีที่ 6

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการผนึกกำลังโฟร์โมสต์ เดินหน้าโครงการ “ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ปีที่ 6

กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือกับบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) เดินหน้าโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการและบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเปิดตัวโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” (Foremost One Million Smiles) เป็นปีที่ 6 ตามรายงานของ Thai Post ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสานต่อโครงการระยะยาวที่มุ่งเน้นการสนับสนุนเยาวชนไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรในภาคการศึกษาของประเทศ แม้ว่าโครงการจะเน้นไปที่การสนับสนุนด้านโภชนาการและสวัสดิภาพของนักเรียนเป็นหลัก แต่กิจกรรมดังกล่าวอาจรวมถึงกิจกรรมในโรงเรียนและโครงการเพื่อสังคมที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในโรงเรียนหรือแคมเปญด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น

รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของกิจกรรม จำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วม หรือภูมิภาคที่จะได้รับประโยชน์จากแคมเปญในปีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ในขณะที่โครงการดำเนินไป คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อชี้แจงว่าทรัพยากรเหล่านี้จะถูกจัดสรรอย่างไร และกลุ่มนักเรียนใดที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการในปีที่ 6 นี้ ผู้ที่สนใจด้านการพัฒนาชุมชนหรือการสนับสนุนด้านการศึกษาในประเทศไทยสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:57 UTC

นายกฯ หารือปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคงไม่เกี่ยวกับการต่อรองทางการค้า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ หารือปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคงไม่เกี่ยวกับการต่อรองทางการค้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับนายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย เกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยย้ำว่าความสัมพันธ์ด้านกลาโหมแยกส่วนจากการเจรจาทางการค้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ หารือปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคงไม่เกี่ยวกับการต่อรองทางการค้า

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ หารือปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคงไม่เกี่ยวกับการต่อรองทางการค้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับนายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย เกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยย้ำว่าความสัมพันธ์ด้านกลาโหมแยกส่วนจากการเจรจาทางการค้า

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับนายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาฝ่ายนโยบาย ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การหารือมุ่งเน้นไปที่การกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการขับเคลื่อนความมั่นคงในยุคใหม่

ประเด็นสำคัญของการหารือคือการที่นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ โดยนายอนุทินย้ำว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน และรัฐบาลไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นเงื่อนไขหรือเครื่องมือในการต่อรองทางการค้า โดยการหารือด้านการค้าและความมั่นคงนั้นดำเนินการผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องของแต่ละด้านบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพบปะครั้งนี้สะท้อนถึงเสถียรภาพของบรรยากาศทางการทูตระหว่างไทยและสหรัฐฯ การยืนยันที่จะแยกนโยบายด้านกลาโหมและเศรษฐกิจออกจากกันแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่คาดการณ์ได้ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แม้การหารือจะยืนยันถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตร แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการซ้อมรบร่วมหรือข้อตกลงทางการค้าใหม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการต่อไป เพื่อดูว่าการหารือด้านความมั่นคงเหล่านี้จะมีผลต่อแนวนโยบายระดับภูมิภาคหรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

ชาวปราจีนบุรีประท้วงคัดค้านการขยายโครงการ EEC
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชาวปราจีนบุรีประท้วงคัดค้านการขยายโครงการ EEC

ประชาชนกว่า 11,000 คนได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อคัดค้านโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยมีการวางแผนชุมนุมเพิ่มเติม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชาวปราจีนบุรีประท้วงคัดค้านการขยายโครงการ EEC

แหล่งข่าวเดียว
ชาวปราจีนบุรีประท้วงคัดค้านการขยายโครงการ EEC

ประชาชนกว่า 11,000 คนได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อคัดค้านโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยมีการวางแผนชุมนุมเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กลุ่มชาวบ้านจากจังหวัดปราจีนบุรีได้เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือที่มีรายชื่อผู้คัดค้านจำนวน 11,000 คน ตามรายงานของมติชนออนไลน์ กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงจุดยืนคัดค้านการขยายโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เข้าสู่พื้นที่ของตน โดยผู้ชุมนุมได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการดังกล่าวต่อพื้นที่ในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดความไม่สงบหรือการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ ผู้จัดงานได้ประกาศแผนการชุมนุมใหญ่ที่จะจัดขึ้นบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรีในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือพักอาศัยใกล้กับศูนย์ราชการจังหวัดในช่วงวันดังกล่าวควรทราบว่าการชุมนุมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดหรือมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียงกับอาคารสถานที่ราชการ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงท่าทีหรือการตอบสนองที่ชัดเจนจากรัฐบาลต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการชุมนุมในวันที่ 17 สิงหาคมจะได้รับการจัดการอย่างไรโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หรือผู้ชุมนุมต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายในส่วนใดบ้างนอกเหนือจากการคัดค้านโครงการ EEC โดยทั่วไป ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการชุมนุมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:36 UTC

เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีการตรวจสอบทางการเงิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีการตรวจสอบทางการเงิน

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงว่าการโอนเงิน 13 ครั้งไปยังอดีตพนักงานสอบสวนไม่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือก สว. ปี 2567

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีการตรวจสอบทางการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีการตรวจสอบทางการเงิน

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงว่าการโอนเงิน 13 ครั้งไปยังอดีตพนักงานสอบสวนไม่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือก สว. ปี 2567

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพนักงานสอบสวนของ กกต. ตามรายงานจาก Thai Post การตรวจสอบมุ่งเน้นไปที่การโอนเงิน 13 ครั้งจากบุคคลในจังหวัดอำนาจเจริญ รวมเป็นเงิน 860,000 บาท

แสวงได้นำเสนอไทม์ไลน์โดยละเอียดของธุรกรรมเหล่านี้เพื่อยืนยันว่าเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 การชี้แจงลักษณะของการโอนเงินครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ภายในองค์กรเลือกตั้งของไทยอย่างต่อเนื่อง ความโปร่งใสในเรื่องดังกล่าวถือเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงของสถาบัน แม้ว่าเลขาธิการ กกต. จะยืนยันต่อสาธารณะว่าการโอนเงินเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเลือก สว. แต่การสอบสวนพฤติกรรมของอดีตพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก กกต. ต่อไปว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของเงินหรือลักษณะหน้าที่เดิมของพนักงานสอบสวนรายนี้หรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศผลกระทบทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อผลการเลือก สว. ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:17 UTC

ญี่ปุ่นประท้วงปูตินเยือนหมู่เกาะคูริลที่เป็นข้อพิพาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ญี่ปุ่นประท้วงปูตินเยือนหมู่เกาะคูริลที่เป็นข้อพิพาท

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้เดินทางเยือนหมู่เกาะคูริล ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ญี่ปุ่นประท้วงปูตินเยือนหมู่เกาะคูริลที่เป็นข้อพิพาท

แหล่งข่าวเดียว
ญี่ปุ่นประท้วงปูตินเยือนหมู่เกาะคูริลที่เป็นข้อพิพาท

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้เดินทางเยือนหมู่เกาะคูริล ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจาก Thai Post ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้เดินทางเยือนหมู่เกาะคูริล ซึ่งเป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ในตะวันออกไกลของรัสเซีย การเยือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำรัสเซียเดินทางไปยังหมู่เกาะที่เป็นข้อพิพาท ซึ่งเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างมอสโกและโตเกียวมาอย่างยาวนาน

เพื่อตอบโต้ต่อการเยือนดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ หมู่เกาะนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นในชื่อดินแดนทางตอนเหนือ อยู่ภายใต้การบริหารของรัสเซียตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ญี่ปุ่นยังคงยืนยันสิทธิ์อธิปไตยเหนือหมู่เกาะดังกล่าว ความขัดแย้งทางการทูตนี้เน้นย้ำถึงความละเอียดอ่อนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิภาคนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงข้อพิพาททางดินแดนที่ซับซ้อนซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการทูตและเสถียรภาพในภูมิภาค แม้ว่าการเยือนจะเป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ แต่ความตึงเครียดดังกล่าวอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายชายแดนหรือคำแนะนำในการเดินทางได้ในบางครั้ง ในขณะนี้ยังคงต้องยืนยันว่าญี่ปุ่นตั้งใจจะดำเนินการอย่างไรต่อไปหลังจากยื่นประท้วง และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทันทีในความสัมพันธ์ทวิภาคีหรือระเบียบการเดินทางระหว่างทั้งสองประเทศหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากทั้งสองรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:17 UTC

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลเร่งปราบปรามการขายอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลเร่งปราบปรามการขายอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์

พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อการแพร่ระบาดของการขายอาวุธปืนเถื่อนผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อป้องกันวิกฤตทางสังคม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลเร่งปราบปรามการขายอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลเร่งปราบปรามการขายอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์

พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อการแพร่ระบาดของการขายอาวุธปืนเถื่อนผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อป้องกันวิกฤตทางสังคม

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการปราบปรามการค้าอาวุธปืนเถื่อนทางออนไลน์อย่างจริงจังและถอนรากถอนโคน ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ พรรคเน้นย้ำว่าความง่ายในการเข้าถึงอาวุธผิดกฎหมายในปัจจุบันถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะอย่างมีนัยสำคัญ และอาจนำไปสู่วิกฤตทางสังคมในวงกว้างหากไม่ได้รับการแก้ไข

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้เตือนนายกรัฐมนตรีไม่ให้ละเลยต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าปัญหาการเข้าถึงอาวุธปืนเถื่อน รวมถึงอาวุธดัดแปลงหรือ 'ไทยประดิษฐ์' จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและทันที พรรคเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับเครือข่ายใต้ดินเหล่านี้ที่ต้นตอ แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการจัดการกับเหตุการณ์รายกรณี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและการควบคุมอาวุธปืน แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้ประกาศนโยบายใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้ แต่การเรียกร้องให้มีการดำเนินการดังกล่าวเน้นย้ำถึงแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจหรือออกมาตรการตรวจสอบทางดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้นเพื่อสกัดกั้นการขายออนไลน์เหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:37 UTC

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์นโยบายควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล หลังเกิดเหตุยิงกันที่นครราชสีมา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์นโยบายควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล หลังเกิดเหตุยิงกันที่นครราชสีมา

พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลหันมามุ่งเน้นการปราบปรามอาวุธเถื่อนและอาวุธไทยประดิษฐ์ แทนการจำกัดการครอบครองอาวุธปืนที่ถูกกฎหมาย หลังเกิดเหตุรุนแรงในจังหวัดนครราชสีมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์นโยบายควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล หลังเกิดเหตุยิงกันที่นครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์นโยบายควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล หลังเกิดเหตุยิงกันที่นครราชสีมา

พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลหันมามุ่งเน้นการปราบปรามอาวุธเถื่อนและอาวุธไทยประดิษฐ์ แทนการจำกัดการครอบครองอาวุธปืนที่ถูกกฎหมาย หลังเกิดเหตุรุนแรงในจังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาวิจารณ์นโยบายปัจจุบันของรัฐบาลที่สั่งระงับการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนทุกประเภทอย่างเข้มงวด ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยระบุว่าแม้รัฐบาลจะมีเจตนาดีในการลดความรุนแรงในสังคม แต่นโยบายนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ผิดจุดและไม่ตรงกับสาเหตุหลักของอาชญากรรมในประเทศไทย

คำวิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์รุนแรงในงาน “ชิม ช้อป ใช้” ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้ใช้อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ก่อเหตุทำร้ายผู้คนในงาน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย นายพงศกรชี้ว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าอาวุธปืนเถื่อนและปืนไทยประดิษฐ์สามารถหามาใช้ก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย โดยมีการโฆษณาและซื้อขายกันอย่างเปิดเผยบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น X, TikTok และ Facebook

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อถกเถียงนี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและการแพร่ระบาดของอาวุธผิดกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์เตือนว่าการจำกัดการครอบครองปืนที่ถูกกฎหมายแบบเหมาเข่งอาจสร้างความเหลื่อมล้ำด้านความปลอดภัย ทำให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยงในขณะที่อาชญากรยังคงเข้าถึงอาวุธเถื่อนได้ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการปราบปรามการค้าอาวุธเถื่อนออนไลน์อย่างจริงจังอย่างไร และนโยบายการระงับใบอนุญาตปืนในปัจจุบันจะมีการปรับเปลี่ยนหรือคงไว้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ชาวบางพลัดยื่นหนังสือต่อรัฐสภา คัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชาวบางพลัดยื่นหนังสือต่อรัฐสภา คัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ

กลุ่มชาวบ้านจากเขตบางพลัดได้ยื่นเอกสาร 8 ฉบับต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เพื่อคัดค้านการก่อสร้างทางเดินริมน้ำอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชาวบางพลัดยื่นหนังสือต่อรัฐสภา คัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
ชาวบางพลัดยื่นหนังสือต่อรัฐสภา คัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ

กลุ่มชาวบ้านจากเขตบางพลัดได้ยื่นเอกสาร 8 ฉบับต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เพื่อคัดค้านการก่อสร้างทางเดินริมน้ำอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กลุ่มชาวบ้านจากเขตบางพลัดได้เดินทางไปยังอาคารรัฐสภา เกียกกาย เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการทางเดินริมน้ำ โดยรายงานจาก Matichon Online ระบุว่ากลุ่มชาวบ้านได้ยื่นเอกสารจำนวน 8 ฉบับเพื่อชี้แจงข้อกังวลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้พบปะกับกลุ่มชาวบ้านและกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญและความเพียรพยายามในการปกป้องผลประโยชน์ของชุมชน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการพัฒนาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนในเขตบางพลัด เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในระดับท้องถิ่นที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ริมน้ำ แม้ว่าโครงการจะเผชิญกับการคัดค้านจากชุมชน แต่ผลกระทบต่อกำหนดการก่อสร้างหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบทางเดินนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังพื้นที่ริมน้ำในเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูว่าการคัดค้านนี้จะมีผลต่อการตัดสินใจวางแผนของเทศบาลอย่างไร ในขณะนี้ สถานะของโครงการยังคงอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

กกต. ถูกจับตามองหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการรับเงินสินบนในอำนาจเจริญ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ถูกจับตามองหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการรับเงินสินบนในอำนาจเจริญ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับกรณีเจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงินจำนวน 860,000 บาท ในจังหวัดอำนาจเจริญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ถูกจับตามองหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการรับเงินสินบนในอำนาจเจริญ

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ถูกจับตามองหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการรับเงินสินบนในอำนาจเจริญ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับกรณีเจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงินจำนวน 860,000 บาท ในจังหวัดอำนาจเจริญ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวในจังหวัดอำนาจเจริญ โดยประเด็นความขัดแย้งมุ่งเน้นไปที่เจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินจำนวน 860,000 บาท

นายสมชัยระบุว่าสถานการณ์นี้เป็นภาระสำคัญของคณะกรรมการ โดยเสนอว่า กกต. ต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจนที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับคณะกรรมการทั้งชุด เขาเตือนว่าหากไม่มีการชี้แจงเหตุการณ์อย่างโปร่งใส อาจนำไปสู่การฟ้องร้องตัวกรรมการเองได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของสถาบันและการกำกับดูแลภายในหน่วยงานรัฐของไทย แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะมุ่งเน้นไปที่ความรับผิดชอบทางบริหารและกฎหมายภายใน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสในตำแหน่งสาธารณะ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตัวตนของเจ้าหน้าที่ ลักษณะที่แท้จริงของธุรกรรม และการตอบสนองอย่างเป็นทางการจาก กกต. ยังคงต้องรอการยืนยัน ประชาชนกำลังรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือมาตรการทางวินัยต่อผู้บริหารหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC