ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

กกต. ยกคำร้อง สส.อำนาจเจริญ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ยกคำร้อง สส.อำนาจเจริญ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติยกคำร้องเกี่ยวกับ สส. จังหวัดอำนาจเจริญ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ยกคำร้อง สส.อำนาจเจริญ

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ยกคำร้อง สส.อำนาจเจริญ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติยกคำร้องเกี่ยวกับ สส. จังหวัดอำนาจเจริญ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับการยกคำร้องที่ยื่นฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดอำนาจเจริญ โดยในโพสต์หัวข้อ "ขอบคุณแสวง" นายสมชัยได้กล่าวถึงการดำเนินการของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการคลี่คลายของคดีนี้ช่วยสร้างความชัดเจนในกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์คะแนนเสียง 8.6 แสนคะแนน หรือข้อมูลการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการเลือกตั้งของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการยกคำร้องในกรณีนี้จะบ่งชี้ถึงการยุติข้อพิพาททางการเมืองในระดับท้องถิ่น แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของ กกต. ในการจัดการกับประเด็นปัญหาในรัฐสภา ข่าวการเมืองเหล่านี้โดยทั่วไปเป็นเรื่องทางธุรการและไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวหรือการเดินทางในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจด้านการเมืองไทยอาจสังเกตได้ว่ากระบวนการตัดสินใจของ กกต. ยังคงเป็นจุดสนใจของนักวิเคราะห์การเมือง

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือเหตุผลทางกฎหมายที่ชัดเจนที่ กกต. ใช้ในการยกคำร้อง และต้องรอดูว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมีการยื่นอุทธรณ์หรือคำร้องคัดค้านเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องทางธุรการที่ได้ข้อยุติภายใต้กรอบการเลือกตั้งแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 01:36 UTC

รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศในกลุ่มป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศในกลุ่มป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์

รัฐบาลไทยกำลังผลักดันการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการผลิตภายในประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศในกลุ่มป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศในกลุ่มป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์

รัฐบาลไทยกำลังผลักดันการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการผลิตภายในประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ทางการได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดช่องทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของผู้ผลิตไทยในระบบเศรษฐกิจของชาติ

นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมเหล่านี้เข้ากับโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG) และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เป้าหมายที่รัฐบาลระบุไว้คือการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผลิตโดยคนไทยเพื่อตลาดภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งสัญญาณถึงการมุ่งเน้นในระยะยาวไปที่การพึ่งพาตนเองทางอุตสาหกรรมในท้องถิ่น และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านความพร้อมใช้งานหรือการจัดหาอุปกรณ์เฉพาะทางในภาคการแพทย์และภาคการขนส่ง แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้ไว้แล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้กฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่หรือการเปิดตัวมาตรการจูงใจทางอุตสาหกรรมใหม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่านโยบายเหล่านี้จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร และจะส่งผลต่อต้นทุนหรือการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และระบบรางในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 01:55 UTC

รัฐบาลเสนอปรับโครงสร้างเกษตรกรรมเพื่อผลักดันพืชผลมูลค่าสูง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเสนอปรับโครงสร้างเกษตรกรรมเพื่อผลักดันพืชผลมูลค่าสูง

กอบศักดิ์ ภูตระกูล หัวหน้าคณะทำงานด้านเกษตรกรรม เผยแผนปรับเปลี่ยนการผลิตจากการปลูกพืชที่ขาดทุนไปสู่ทางเลือกที่มีมูลค่าสูง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลเสนอปรับโครงสร้างเกษตรกรรมเพื่อผลักดันพืชผลมูลค่าสูง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเสนอปรับโครงสร้างเกษตรกรรมเพื่อผลักดันพืชผลมูลค่าสูง

กอบศักดิ์ ภูตระกูล หัวหน้าคณะทำงานด้านเกษตรกรรม เผยแผนปรับเปลี่ยนการผลิตจากการปลูกพืชที่ขาดทุนไปสู่ทางเลือกที่มีมูลค่าสูง

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ได้ประกาศกลยุทธ์ใหม่ในการปรับโครงสร้างภาคเกษตรกรรมของไทย ความคิดริเริ่มนี้ซึ่งมีการหารือในการประชุมครั้งแรกของคณะทำงาน มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนผ่านเกษตรกรจากการปลูกพืชที่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ไปสู่การมุ่งเน้นสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง

แผนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับแนวทางหลายขั้นตอนที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน มาตรการสำคัญรวมถึงการร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อสร้างการเข้าถึงตลาดที่ดีขึ้นสำหรับผู้ผลิตทั่วประเทศ การลงทุนในการวิจัยพันธุ์พืช และการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมทางการเกษตร นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งขยายขนาดวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อช่วยให้สามารถแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศที่ไหลเข้ามา รวมถึงการดำเนินนโยบาย 'SME-GP' เพื่อมอบความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับธุรกิจในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้าท้องถิ่นและสินค้าแปรรูปในอนาคต แม้ว่าข้อเสนอเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกรอบนโยบาย 'Quick Win' และ 'Big Win' ภายใต้การกำกับดูแลของนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่รายละเอียดหลายประการยังคงต้องรอการยืนยัน ประชาชนยังคงรอคอยกำหนดการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการเหล่านี้ และวิธีการจัดการการเปลี่ยนผ่านจากการปลูกพืชแบบดั้งเดิมสำหรับชุมชนเกษตรกร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 01:50 UTC

ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสองชุดร่วมมือกันตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสอบสวนทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสองชุดร่วมมือกันตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจฯ และคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ได้เริ่มการสอบสวนร่วมกันเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานของหน่วยงานท้องถิ่น โดยคณะกรรมาธิการมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อระบุตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ พร้อมทั้งเตือนเจ้าหน้าที่ไม่ให้สรุปผลการสอบสวนโดยมุ่งเป้าไปที่เพียงผู้จ่ายเงินเพื่อซื้อตำแหน่งในระดับล่างเท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาความโปร่งใสในระบบบริหารราชการของไทย แม้ว่าการสอบสวนในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการคัดเลือกภายใน แต่การตรวจสอบดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ

ในขณะนี้ การสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ยังคงต้องยืนยันว่าหน่วยงานหรือภูมิภาคใดบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว และการสอบสวนจะนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือไม่ คณะกรรมาธิการได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะเปิดโปงเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง แทนที่จะสรุปผลเพียงผิวเผิน โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่คณะกรรมาธิการร่วมดำเนินการตรวจสอบหลักฐานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 01:35 UTC

ผู้นำกองทุนหมู่บ้านหนุนโครงการแก้หนี้ใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำกองทุนหมู่บ้านหนุนโครงการแก้หนี้ใหม่

ตัวแทนกองทุนหมู่บ้านสนับสนุนข้อเสนอของรัฐมนตรีสุขสมรวยในการเพิ่มทุนและลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำกองทุนหมู่บ้านหนุนโครงการแก้หนี้ใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำกองทุนหมู่บ้านหนุนโครงการแก้หนี้ใหม่

ตัวแทนกองทุนหมู่บ้านสนับสนุนข้อเสนอของรัฐมนตรีสุขสมรวยในการเพิ่มทุนและลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ผู้นำเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านได้แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อโครงการใหม่ที่นำโดยรัฐมนตรีสุขสมรวย โดยโครงการที่เสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการเพิ่มการจัดสรรเงินทุนและลดอัตราดอกเบี้ยให้กับสมาชิกกองทุน

ผู้สนับสนุนแผนงานนี้ให้เหตุผลว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องที่จำเป็นให้กับครัวเรือน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถหลุดพ้นจากช่องทางการกู้ยืมเงินนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงได้ โครงการนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวที่เป็นรูปธรรมในการลดภาระทางการเงินของชุมชนในชนบท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากและลดการแพร่หลายของแนวทางการให้กู้ยืมที่เอาเปรียบ แม้ว่าการสนับสนุนจากผู้นำกองทุนจะมีความชัดเจน แต่กรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการเริ่มใช้การเพิ่มทุนเหล่านี้และเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดในแต่ละจังหวัด และจะส่งผลกระทบตามที่ตั้งใจไว้ต่อระดับหนี้ครัวเรือนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 01:36 UTC

โยธาฯ สุราษฎร์ฯ รับปากเร่งแก้ไขโครงการพรุคลองควายให้ได้มาตรฐาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โยธาฯ สุราษฎร์ฯ รับปากเร่งแก้ไขโครงการพรุคลองควายให้ได้มาตรฐาน

สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้คำมั่นว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาการก่อสร้างในโครงการพรุคลองควาย หลังจากได้รับแรงกดดันจากอดีต ส.ส. วัชระ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โยธาฯ สุราษฎร์ฯ รับปากเร่งแก้ไขโครงการพรุคลองควายให้ได้มาตรฐาน

แหล่งข่าวเดียว
โยธาฯ สุราษฎร์ฯ รับปากเร่งแก้ไขโครงการพรุคลองควายให้ได้มาตรฐาน

สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้คำมั่นว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาการก่อสร้างในโครงการพรุคลองควาย หลังจากได้รับแรงกดดันจากอดีต ส.ส. วัชระ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับปากว่าจะเร่งดำเนินการแก้ไขโครงการพรุคลองควายให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ความมุ่งมั่นนี้เกิดขึ้นภายหลังการสอบถามอย่างเป็นทางการจากอดีต ส.ส. วัชระ ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกต 5 ประการเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงการและการปฏิบัติตามมาตรฐานการก่อสร้าง

ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้สภาเทศบาลท้องถิ่นยังไม่อนุมัติรับโอนโครงการ โดยระบุว่าสภาพโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันยังไม่เป็นไปตามข้อกำหนด อดีต ส.ส. ได้เรียกร้องให้มีการปรับปรุงงานให้ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะและความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่สุราษฎร์ธานี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลโครงการโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสำนักงานโยธาธิการจะรับปากว่าจะปรับปรุงโครงการให้ได้มาตรฐานที่จำเป็น แต่กำหนดการสำหรับการซ่อมแซมและการตัดสินใจของสภาเทศบาลเกี่ยวกับการรับโอนโครงการนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นเพื่อดูว่าการปรับปรุงที่สัญญาไว้นั้นเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสภาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 23:55 UTC

รมว.มหาดไทย 'อนุทิน' สั่งกระชับความร่วมมือมหาดไทย-ตำรวจ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.มหาดไทย 'อนุทิน' สั่งกระชับความร่วมมือมหาดไทย-ตำรวจ

รัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยทำงานร่วมกับตำรวจอย่างใกล้ชิดเพื่อขับเคลื่อน 9 ภารกิจสำคัญ พร้อมเตือนห้ามแอบอ้างชื่อเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.มหาดไทย 'อนุทิน' สั่งกระชับความร่วมมือมหาดไทย-ตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
รมว.มหาดไทย 'อนุทิน' สั่งกระชับความร่วมมือมหาดไทย-ตำรวจ

รัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยทำงานร่วมกับตำรวจอย่างใกล้ชิดเพื่อขับเคลื่อน 9 ภารกิจสำคัญ พร้อมเตือนห้ามแอบอ้างชื่อเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งเพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเปรียบเทียบการทำงานที่ต้องการให้เป็นเหมือน 'คู่จิ้น' เพื่อขับเคลื่อน 9 ภารกิจสำคัญที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารงานและการบังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลให้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติการร่วมกันในระดับท้องถิ่นและการบังคับใช้กฎระเบียบต่างๆ มากขึ้น โดยรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการให้บริการสาธารณะ

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังเกี่ยวกับรายงานที่มีบุคคลแอบอ้างชื่อหรือใช้ฉายา 'พี่หนู' เพื่อขอความช่วยเหลือหรือใช้อิทธิพลกับเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฉ้อโกงและจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

แม้ว่ารัฐมนตรีจะกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์สำหรับความร่วมมือนี้แล้ว แต่รายละเอียดการปฏิบัติงานของทั้ง 9 ภารกิจและกรอบเวลาในการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าแนวทางการทำงานแบบ 'สองหน่วยงาน' นี้จะปรากฏให้เห็นอย่างไรในการติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและประชาชนในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ กระทรวงยังไม่ได้เปิดเผยรายการภารกิจทั้ง 9 อย่างเป็นทางการ ทำให้ขอบเขตที่ชัดเจนของขั้นตอนการบริหารงานใหม่เหล่านี้จะต้องรอการชี้แจงในประกาศอย่างเป็นทางการในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 23:15 UTC

ความล่าช้าในการแต่งตั้งระดับสูงในกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความล่าช้าในการแต่งตั้งระดับสูงในกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานของไทย

กระบวนการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานเกิดการชะงักงัน โดยมีรายงานว่าอาจมีการทบทวนกฎระเบียบการแต่งตั้งใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความล่าช้าในการแต่งตั้งระดับสูงในกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ความล่าช้าในการแต่งตั้งระดับสูงในกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานของไทย

กระบวนการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานเกิดการชะงักงัน โดยมีรายงานว่าอาจมีการทบทวนกฎระเบียบการแต่งตั้งใหม่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 กระบวนการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานต้องเผชิญกับความล่าช้าที่ไม่คาดคิด ตำแหน่งเหล่านี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับ C-11 ที่เกษียณอายุหรือดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ปกติต้องมีการต่ออายุสัญญาคราวละ 1 ปี อย่างไรก็ตาม กระบวนการปัจจุบันได้หยุดชะงักและจะไม่ถูกนำเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งต่อไป

รายงานระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้มีการทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งเหล่านี้ มีการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตของนายณัฐพล รังสิตพล โดยมีข้อเสนอแนะว่าเขาอาจถูกย้ายไปประจำที่ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงทางบริหารเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อการนำในภาคเศรษฐกิจและพลังงานที่สำคัญ ซึ่งมักเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายระดับชาติ กฎระเบียบด้านสาธารณูปโภค และกลยุทธ์การพัฒนาอุตสาหกรรม

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือลักษณะเฉพาะของการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เสนอและกรอบเวลาสุดท้ายสำหรับการบรรจุตำแหน่งระดับสูงเหล่านี้ ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับเกณฑ์การแต่งตั้งใหม่และรายชื่อสุดท้ายของข้าราชการที่จะเข้ามาดูแลกระทรวงสำคัญเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 23:55 UTC

นายกฯ อนุทิน แต่งตั้ง ปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน แต่งตั้ง ปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แต่งตั้ง ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเพื่อกำกับดูแลงานด้านกฎหมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน แต่งตั้ง ปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน แต่งตั้ง ปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แต่งตั้ง ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเพื่อกำกับดูแลงานด้านกฎหมาย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แต่งตั้ง ปกรณ์ นิลประพันธ์ ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยปกรณ์ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับการคัดเลือกให้รับหน้าที่นี้แม้ว่าจะยังเหลืออายุราชการอีกหลายปีก็ตาม

การแต่งตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากปกรณ์ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานด้านกฎหมายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับการจัดการด้านนิติบัญญัติและการกำกับดูแลกฎระเบียบภายในรัฐบาล ในขณะที่รัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายตามวาระ การแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์อย่างปกรณ์สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการปรับปรุงกรอบกฎหมายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในขณะนี้ ขอบเขตอิทธิพลของปกรณ์ต่อการปฏิรูปกฎหมายที่จะเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าภูมิหลังของเขาในคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับความรับผิดชอบใหม่ แต่ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการดำรงตำแหน่งของเขาจะส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในวงกว้างและการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ของรัฐบาลอย่างไร คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการทางกฎหมายเฉพาะที่เขาจะให้ความสำคัญปรากฏออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 17:16 UTC

รัฐบาลเผชิญการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเผชิญการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

เหตุอื้อฉาวการทุจริตสอบพนักงานส่วนท้องถิ่นที่มีผู้เกี่ยวข้องถึง 5,925 คน ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้บงการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลเผชิญการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเผชิญการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

เหตุอื้อฉาวการทุจริตสอบพนักงานส่วนท้องถิ่นที่มีผู้เกี่ยวข้องถึง 5,925 คน ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้บงการ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 รัฐบาลไทยกำลังจัดการกับผลกระทบจากเหตุอื้อฉาวการทุจริตครั้งประวัติศาสตร์ในการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่น ผลการสอบสวนพบว่ามีการแก้ไขคะแนนสอบของผู้เข้าสอบจำนวน 5,925 คน ซึ่งนำไปสู่การเพิกถอนการบรรจุเข้ารับราชการของบุคคลเหล่านั้น

เหตุการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสกดดันจากสาธารณชนที่ต้องการให้การสอบสวนขยายผลไปถึง 'บิ๊กการเมือง' ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายนี้ นักวิจารณ์มองว่าการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันยังทิ้งคำถามไว้มากมาย โดยเกรงว่าการตอบสนองของรัฐบาลอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แทนที่จะเป็นการกวาดล้างเครือข่ายทุจริตอย่างถอนรากถอนโคน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการบริหารงานส่วนท้องถิ่น แม้ว่าการเพิกถอนการบรรจุที่ทุจริตจะเป็นก้าวหนึ่งของการแก้ไข แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อธรรมาภิบาลท้องถิ่นและความเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางการเมืองยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าการสอบสวนจะนำไปสู่การดำเนินคดีกับนักการเมืองระดับสูงได้สำเร็จหรือไม่ หรือเรื่องนี้จะจบลงโดยไม่มีการเอาผิดเพิ่มเติม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาเชิงระบบเหล่านี้เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการสรรหาข้าราชการได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 17:17 UTC

กกต. เผชิญคำถามกรณีตรวจสอบเงิน 8.6 แสนบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เผชิญคำถามกรณีตรวจสอบเงิน 8.6 แสนบาท

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้หลีกเลี่ยงการตอบคำถามเกี่ยวกับที่มาของเงิน 8.6 แสนบาทที่เชื่อมโยงกับนักการเมือง ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องความโปร่งใสเพิ่มเติม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เผชิญคำถามกรณีตรวจสอบเงิน 8.6 แสนบาท

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เผชิญคำถามกรณีตรวจสอบเงิน 8.6 แสนบาท

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้หลีกเลี่ยงการตอบคำถามเกี่ยวกับที่มาของเงิน 8.6 แสนบาทที่เชื่อมโยงกับนักการเมือง ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องความโปร่งใสเพิ่มเติม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับที่มาของเงินจำนวน 8.6 แสนบาทที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับนักการเมืองรายหนึ่ง เงินจำนวนนี้ได้กลายเป็นประเด็นขัดแย้ง โดยนายพริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้มีการชี้แจงที่มาของเงินดังกล่าวและความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นกับกิจกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบการระดมทุนหาเสียงทางการเมืองในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าข้อพิพาททางปกครองและการเมืองเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในบริบทท้องถิ่น แต่แทบไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้มาเยือนหรือความปลอดภัยทั่วไปของประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจด้านการบริหารจัดการของไทยอาจพบว่าสถานการณ์นี้มีความเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นการเน้นย้ำถึงความท้าทายที่ กกต. ต้องเผชิญในการรักษาความโปร่งใสระหว่างการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

ในขณะนี้ เรื่องดังกล่าวยังคงไม่มีข้อสรุป คณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ได้ยืนยันลักษณะของเงินหรือความเชื่อมโยงที่เฉพาะเจาะจงกับกระบวนการเลือกตั้งใดๆ จำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมหรือคำแถลงอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบว่าเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้โดยละเมิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้สังเกตการณ์ยังคงรอคำอธิบายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับที่มาของเงิน 8.6 แสนบาทดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 17:16 UTC

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดให้ตรวจสอบคะแนนสอบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดให้ตรวจสอบคะแนนสอบ

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบท้องถิ่นตรวจสอบคะแนนสอบได้ หลังจากพรรคประชาชนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใส

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดให้ตรวจสอบคะแนนสอบ

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดให้ตรวจสอบคะแนนสอบ

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบท้องถิ่นตรวจสอบคะแนนสอบได้ หลังจากพรรคประชาชนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใส

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ประกาศให้ผู้ที่เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นสามารถตรวจสอบคะแนนสอบของตนเองได้ โดยเปิดให้ตรวจสอบทั้งในระดับส่วนกลางและระดับจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 31 สิงหาคม 2569

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการตั้งข้อสังเกตของสาธารณชนเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบ โดยสมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้แสดงความกังวลและตั้งคำถามถึงการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงการตรวจสอบความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการสอบในครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารงานภายในหน่วยงานรัฐของไทย แม้ว่าการเปิดให้ตรวจสอบคะแนนจะเป็นก้าวหนึ่งในการตอบสนองต่อข้อกังวลดังกล่าว แต่การถกเถียงทางการเมืองในวงกว้างเกี่ยวกับบทบาทของกระทรวงมหาดไทยในกระบวนการสอบยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าช่วงเวลาการตรวจสอบนี้จะนำไปสู่การสอบสวนเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดสอบท้องถิ่นในอนาคตหรือไม่ โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าพรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือมาตรการปัจจุบันของ สถ. จะเพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการความโปร่งใสหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 17:17 UTC

พรรคประชาชนหารือเรื่องการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนหารือเรื่องการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนกำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้หรือไม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนหารือเรื่องการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนหารือเรื่องการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนกำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้หรือไม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สมาชิกพรรคประชาชนได้ส่งเรื่องการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ให้กับคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณา โดยขณะนี้พรรคกำลังประเมินว่าจะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้อย่างเป็นทางการหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในนนทบุรี ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจาก อบจ. มีบทบาทสำคัญในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น บริการสาธารณะ และโครงการพัฒนาภูมิภาค ผลลัพธ์จากการหารือภายในนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเมืองของการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมาถึง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการจังหวัด

ในขณะนี้ พรรคยังไม่ได้ยืนยันการเข้าร่วมการเลือกตั้ง คงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมการบริหารพรรคจะอนุมัติให้ส่งผู้สมัครหรือเลือกที่จะงดเว้นจากการลงสมัคร ทั้งนี้คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมจากพรรคประชาชนเพื่อชี้แจงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อบจ. นนทบุรี ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 13:55 UTC

รมว.ทรัพยากรฯ ลงพื้นที่ชะอำเร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง
การเมือง ได้รับการยืนยัน

รมว.ทรัพยากรฯ ลงพื้นที่ชะอำเร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามการบรรเทาภัยแล้งที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนกว่า 9,000 คน

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.ทรัพยากรฯ ลงพื้นที่ชะอำเร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง

ได้รับการยืนยัน
รมว.ทรัพยากรฯ ลงพื้นที่ชะอำเร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามการบรรเทาภัยแล้งที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนกว่า 9,000 คน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ตามรายงานของ Thai Post โดยรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการขยายระบบน้ำบาดาลและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนกว่า 2,000 ครัวเรือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 9,000 คนในพื้นที่ ในระหว่างการลงพื้นที่ นายสุชาติย้ำว่าการทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำได้เป็นเป้าหมายหลัก โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานด้วยแนวทางที่ยั่งยืนเพื่อจัดการกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชะอำ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงการตอบสนองของภาครัฐต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำตามฤดูกาล แม้ว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพในการจัดหาน้ำในท้องถิ่น แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของการขยายระบบน้ำบาดาลยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้มาเยือนควรทราบว่าแม้จะมีการให้ความสำคัญกับบริการที่จำเป็น แต่แนวทางการจัดการน้ำในท้องถิ่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการติดตามสถานการณ์ของกระทรวง ทั้งนี้ยังไม่มีการระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการแล้วเสร็จของการปรับปรุงระบบน้ำดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 12:17 UTC

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเผชิญการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเผชิญการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. พรรคประชาชน เสนอกลยุทธ์ 4 แนวทางเพื่อฟื้นฟูภาคยานยนต์ของไทย โดยเน้นการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าและการกระจายฐานการผลิต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเผชิญการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์

แหล่งข่าวเดียว
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเผชิญการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. พรรคประชาชน เสนอกลยุทธ์ 4 แนวทางเพื่อฟื้นฟูภาคยานยนต์ของไทย โดยเน้นการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าและการกระจายฐานการผลิต

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้นำเสนอ 4 แนวทางเชิงกลยุทธ์เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ข้อเสนอของเขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีน พร้อมไปกับการส่งเสริมการผลิตเครื่องยนต์ไฮบริดให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการผลิตยานยนต์แบบดั้งเดิมแล้ว กลยุทธ์ดังกล่าวยังสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ "การสัญจรแห่งอนาคต" (Future Mobility) และเสนอให้มีการกระจายฐานอุตสาหกรรมไปสู่การผลิตเครื่องมือแพทย์และเครื่องจักรกลการเกษตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต แนวโน้มการจ้างงานในท้องถิ่น และความพร้อมของเทคโนโลยีการขนส่งที่ทันสมัย เนื่องจากภาคยานยนต์เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทย การเปลี่ยนแปลงที่นำเสนอนี้อาจส่งผลต่อราคาและความหลากหลายของยานพาหนะที่มีจำหน่ายในตลาดภายในประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการยอมรับจากรัฐบาลหรือถูกบรรจุเป็นนโยบายอุตสาหกรรมแห่งชาติหรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังเป็นเพียงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของตัวแทนทางการเมืองเพียงคนเดียว ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่ประกาศใช้จริง ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าข้อเสนอแนะเหล่านี้จะได้รับความสนใจในกรอบการทำงานทางการเมืองและเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 14:55 UTC

เกิดข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. ในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. ในประเทศไทย

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้เปิดเผยหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่อ้างว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด โดยระบุถึงพฤติกรรมที่มีการแอบอ้างอิทธิพลระดับสูงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. ในประเทศไทย

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้เปิดเผยหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่อ้างว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด โดยระบุถึงพฤติกรรมที่มีการแอบอ้างอิทธิพลระดับสูงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นักการเมืองชื่อดัง ได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของไทยครั้งล่าสุด ตามรายงานจาก Matichon Online หลักฐานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าบุคคลบางกลุ่มอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วกัน โดยมีการแอบอ้างชื่อของผู้มีอิทธิพลหรือที่เรียกว่า 'คนข้างบน' เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนในระหว่างขั้นตอนการคัดเลือก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการทางการเมือง แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของการถกเถียงทางการเมืองที่เข้มข้น ซึ่งมักจะมาพร้อมกับการตรวจสอบความโปร่งใสของสถาบันต่างๆ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการเปิดเผยต่อสาธารณะและการกล่าวหาเท่านั้น ตัวตนที่แน่ชัดของผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอบเขตของการฮั้วกัน และผลกระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้สังเกตการณ์ต่างรอดูว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงประเด็นถกเถียงทางการเมืองต่อไป ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การสอบสวนของรัฐบาลหรือการเปลี่ยนแปลงในการกำกับดูแลทางปกครองหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 13:15 UTC

กลุ่มผึ้งหลวงยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องผู้สมัครลงเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มผึ้งหลวงยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องผู้สมัครลงเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี

กลุ่มการเมืองผึ้งหลวงได้หารือภายในเกี่ยวกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรีที่กำลังจะมาถึง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องตัวผู้สมัคร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กลุ่มผึ้งหลวงยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องผู้สมัครลงเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มผึ้งหลวงยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องผู้สมัครลงเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี

กลุ่มการเมืองผึ้งหลวงได้หารือภายในเกี่ยวกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรีที่กำลังจะมาถึง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องตัวผู้สมัคร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กลุ่มผึ้งหลวงได้จัดการประชุมหารืออย่างเคร่งเครียดเพื่อกำหนดกลยุทธ์สำหรับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรีที่กำลังจะมาถึง แม้จะมีการหารือกันอย่างเข้มข้น แต่กลุ่มยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งนายก อบจ.

ทั้งนี้ รายงานระบุชัดเจนว่าชื่อของลูกสาวธงชัยไม่ได้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้สมัครตามที่มีกระแสข่าวลือบางประการ ขณะนี้กลุ่มยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายชื่อผู้สมัครของกลุ่ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่น แม้ว่าการหารือภายในพรรคเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่ก็เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงภูมิทัศน์ทางการเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงในจังหวัด ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยรายชื่อผู้สมัครขั้นสุดท้ายและการตัดสินใจของกลุ่มยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่กลุ่มยังคงดำเนินการกระบวนการคัดเลือกภายในต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 13:16 UTC

รมว.ทรัพยากรฯ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.ทรัพยากรฯ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ดูแลครอบครัวของชาวบ้านที่เสียชีวิตจากการพยายามผลักดันช้างป่าในพื้นที่บ้านวังไทร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.ทรัพยากรฯ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ทรัพยากรฯ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ดูแลครอบครัวของชาวบ้านที่เสียชีวิตจากการพยายามผลักดันช้างป่าในพื้นที่บ้านวังไทร

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์สลดในพื้นที่บ้านวังไทร โดยมีชาวบ้านรายหนึ่งเสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้ายขณะพยายามผลักดันช้างออกจากชุมชน

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นายสุชาติได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าในพื้นที่รอยต่อของป่าอนุรักษ์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชนบทใกล้เขตอุทยานแห่งชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสัตว์ป่า สิ่งสำคัญคือต้องใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เมื่ออยู่ใกล้ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แม้ว่ารัฐมนตรีจะเริ่มดำเนินการช่วยเหลือในทันที แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่แน่ชัดของการเผชิญหน้าและมาตรการระยะยาวเพื่อป้องกันความขัดแย้งในอนาคตในพื้นที่บ้านวังไทรนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และหลีกเลี่ยงการพยายามโต้ตอบหรือผลักดันสัตว์ป่าด้วยตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC