ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ผอ.โรงเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในขอนแก่น ✦
กีฬา ทีมฮอกกี้ชายไทยเฉือนชนะโอมาน 1-0 ✦
กีฬา คู่หูนักปิงปองไทยการันตีเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 2 นักชกไทยโชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชี่ยนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงพาณิชย์ตั้งศูนย์ Single Command รับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กีฬา คีลิยัน เอ็มบัปเป ถอนตัวจากทีมชาติฝรั่งเศสหลังได้รับบาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย ช่วยชีวิต 4 ชีวิต หลังรถถูกน้ำซัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา ✦
ความปลอดภัย กทม. ออกแนวทางแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ ✦
การขนส่ง ไทยตั้งวอร์รูม “ศอฉ.คค.” รับมือน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตัดขาดระบบขนส่ง ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า ✦
ความปลอดภัย

ผอ.โรงเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
ผอ.โรงเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในขอนแก่น

ผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ในจังหวัดขอนแก่นขณะเดินทางกลับจากงานเลี้ยงเกษียณอายุ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิตในอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการโรงเรียนคนหนึ่งเสียหลักขับรถเก๋งตกลงข้างทางใกล้กับร้านเฟอร์นิเจอร์ในบ้านหินกอง ตำบลกุดเต้า บนถนนสายมัญจาคีรี–โคกโพธิ์ไชย

อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่มัญจาคีรีได้รับแจ้งเหตุและประสานงานกับบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลมัญจาคีรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ มีการยืนยันว่าผู้ประสบเหตุเสียชีวิตหลังจากการชน ซึ่งรายงานระบุว่าเกิดขึ้นในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังเดินทางกลับจากงานเลี้ยงเกษียณอายุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับรถในช่วงดึกหรือหลังจากเข้าร่วมงานสังคมต่างๆ แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดของการเสียหลักของรถยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่อุบัติเหตุเช่นนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพถนนในชนบทของภูมิภาคนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์เฉพาะของอุบัติเหตุ รวมถึงปัจจัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น สภาพถนนหรือความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ในขณะที่การสอบสวนของตำรวจยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:04 UTC

กีฬา

ทีมฮอกกี้ชายไทยเฉือนชนะโอมาน 1-0

แหล่งข่าวเดียว
ทีมฮอกกี้ชายไทยเฉือนชนะโอมาน 1-0

ทีมฮอกกี้ชายทีมชาติไทยเอาชนะโอมานไปได้ 1-0 ในการแข่งขันที่สูสี โดยทำประตูชัยได้ในช่วงท้ายเกม

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฮอกกี้ชายทีมชาติไทยสามารถคว้าชัยชนะเหนือโอมานไปได้ 1-0 ในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสูสี ทั้งสองทีมต่างพยายามบุกเข้าทำประตูแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของฝ่ายตรงข้ามได้ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเกม จนกระทั่งในช่วง 3 นาทีสุดท้าย ทีมไทยสามารถทำประตูตัดสินเกมและคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการแข่งขันของโปรแกรมฮอกกี้ทีมชาติในระดับนานาชาติ แม้ว่าการแข่งขันนัดนี้จะเป็นชัยชนะที่สำคัญสำหรับทีม แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทัวร์นาเมนต์เฉพาะหรือผลกระทบในวงกว้างต่ออันดับของทีมในการจัดอันดับระดับภูมิภาคที่จะถึงนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากสมาคมกีฬาอย่างเป็นทางการต่อไป

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมในขณะที่พวกเขายังคงเดินหน้าตามตารางการแข่งขัน ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกีฬาในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการแข่งขันในอนาคตและความคืบหน้าของทัวร์นาเมนต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

กีฬา

คู่หูนักปิงปองไทยการันตีเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
คู่หูนักปิงปองไทยการันตีเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์

นักกีฬาไทย หญิงและทิพย์ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศการแข่งขันปิงปองหญิงคู่ในเอเชียนเกมส์ การันตีเหรียญทองแดงเป็นอย่างน้อย

ตามรายงานจาก Matichon Online คู่หูนักปิงปองชาวไทยที่รู้จักกันในชื่อ หญิงและทิพย์ ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันประเภทหญิงคู่ในเอเชียนเกมส์ การเข้าสู่รอบนี้ทำให้ทั้งคู่การันตีเหรียญทองแดงให้กับประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้ ชัยชนะเหนือคู่แข่งจากเกาหลีใต้ในรอบที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมและการประสานงานทางยุทธวิธีของทั้งคู่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามการแข่งขัน ความสำเร็จนี้ช่วยตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของวงการปิงปองไทยในระดับทวีป

ในขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป แฟนๆ ต่างตั้งตารอชมการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศที่จะถึงนี้ เพื่อดูว่าทั้งคู่จะสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทองได้หรือไม่ แม้ว่าเหรียญทองแดงจะถูกการันตีแล้ว แต่สีของเหรียญรางวัลสุดท้ายยังคงต้องรอผลการแข่งขันในนัดถัดไป ทั้งนี้จะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานและอันดับสุดท้ายเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

กีฬา

2 นักชกไทยโชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชี่ยนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
2 นักชกไทยโชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชี่ยนเกมส์

นักกีฬาไทย กรังปี และ จักรพงศ์ ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายของการแข่งขันมวยสากลในเอเชี่ยนเกมส์

ตามรายงานจาก Matichon Online นักชกชาวไทยสองคนคือ กรังปี และ จักรพงศ์ ได้แสดงผลงานที่น่าประทับใจจนสามารถผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 คนสุดท้าย) ของการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทีมมวยสากลของไทยในการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของนักกีฬาไทยในเวทีระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์มักได้รับความสนใจอย่างมาก และความก้าวหน้าของนักชกเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นความสนใจในกิจกรรมมวยสากลและวัฒนธรรมกีฬาในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น แฟนกีฬาอาจต้องการติดตามตารางการแข่งขันในรอบถัดไปเพื่อดูว่านักกีฬาเหล่านี้จะสามารถรักษาฟอร์มการชกเพื่อลุ้นเหรียญรางวัลต่อไปได้หรือไม่

ในขณะนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุชื่อคู่ต่อสู้ในรอบก่อนรองชนะเลิศอย่างชัดเจน นอกจากนี้ วันและเวลาที่แน่นอนสำหรับการแข่งขันนัดถัดไปของพวกเขายังคงต้องรอการยืนยันจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ผู้สนับสนุนสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์เพื่อรับทราบข้อมูลตารางการแข่งขันล่าสุดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงพาณิชย์ตั้งศูนย์ Single Command รับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

ได้รับการยืนยัน
กระทรวงพาณิชย์ตั้งศูนย์ Single Command รับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

กระทรวงพาณิชย์เปิดศูนย์ 'Single Command' เพื่อบริหารจัดการความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและติดตามสินค้าจำเป็นในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งศูนย์ 'Single Command' เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม ประเมินผล และแก้ไขปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่รุนแรง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เป้าหมายหลักของศูนย์นี้คือการสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจำเป็นจะมีจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง กระทรวงฯ กำลังเร่งกระจายสินค้าและเพิ่มรอบการเติมสต็อกเพื่อป้องกันการขาดแคลนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ มาตรการเชิงรุกนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดและรักษาความโปร่งใสของราคาสินค้าในช่วงวิกฤต

เพื่อสนับสนุนประชาชน กระทรวงฯ ได้เปิดสายด่วน 1569 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถติดต่อหมายเลขนี้เพื่อแจ้งปัญหาเกี่ยวกับความพร้อมของสินค้าหรือการตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังบริหารจัดการโลจิสติกส์ของสินค้าจำเป็นอย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตผลกระทบทั้งหมดของน้ำท่วมต่อเครือข่ายการกระจายสินค้าในระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและการหยุดชะงักของบริการที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:00 UTC

กีฬา

คีลิยัน เอ็มบัปเป ถอนตัวจากทีมชาติฝรั่งเศสหลังได้รับบาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
คีลิยัน เอ็มบัปเป ถอนตัวจากทีมชาติฝรั่งเศสหลังได้รับบาดเจ็บ

คีลิยัน เอ็มบัปเป ต้องออกจากแคมป์ทีมชาติฝรั่งเศสเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เข่าซ้ายในระหว่างการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก กับตุรกี

ตามรายงานจาก Khaosod Online คีลิยัน เอ็มบัปเป ซูเปอร์สตาร์ฟุตบอลชาวฝรั่งเศสได้ถอนตัวจากทีมชาติอย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับบาดเจ็บในระหว่างการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ที่พบกับตุรกีเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เอ็มบัปเปเป็นผู้ทำประตูชัยในนาทีที่ 54 ช่วยให้ฝรั่งเศสเอาชนะไปได้ 1-0 แต่เขาก็แสดงอาการบาดเจ็บที่เข่าซ้ายทันที แม้จะพยายามฝืนเล่นต่อแต่ก็ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 59

สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสยืนยันว่ากองหน้ารายนี้มีอาการบาดเจ็บที่เอ็นเข่า ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ชคนใหม่ที่คุมทีมลงสนามเป็นนัดแรกได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ โดยระบุว่าแม้จะพอใจกับผลงานของทีมหลังจากการฝึกซ้อมเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ตอนนี้ความสำคัญสูงสุดคือสุขภาพของนักเตะคนสำคัญ

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศ ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าทางร่างกายจากตารางการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ในปัจจุบัน แม้ผลกระทบโดยตรงจะจำกัดอยู่เพียงแค่ทีมชาติฝรั่งเศส แต่แฟนบอลควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเอ็มบัปเปจะต้องพักรักษาตัวนานเท่าใด เนื่องจากยังต้องรอผลการตรวจทางการแพทย์เพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

ความปลอดภัย

ช่วยชีวิต 4 ชีวิต หลังรถถูกน้ำซัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยชีวิต 4 ชีวิต หลังรถถูกน้ำซัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ครอบครัว 4 ชีวิตได้รับการช่วยเหลือหลังจากรถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดพาในจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะขับตาม GPS แม้จะมีคำเตือนจากคนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญในตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย ตามรายงานจาก Khaosod Online หญิงวัย 50 ปี ซึ่งขับรถยนต์ส่วนบุคคลพร้อมลูกหลานรวม 4 ชีวิต ได้พยายามขับรถฝ่ากระแสน้ำท่วมขังโดยปฏิบัติตามเส้นทางจาก GPS แม้จะได้รับคำเตือนด้วยวาจาจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว แต่คนขับยังคงฝืนขับต่อไป ส่งผลให้รถถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดพาไป

ผู้ประสบภัยทั้ง 4 ชีวิตสามารถหนีออกจากรถและเกาะต้นยางพาราไว้ได้ท่ามกลางสายฝนและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดานได้รุดเข้าช่วยเหลือโดยใช้เชือกโรยตัวและดึงผู้ประสบภัยขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยหลังจากใช้เวลาประมาณ 30 นาที คนขับระบุว่ากำลังเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสระแก้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทยต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน การพึ่งพาเพียงระบบนำทาง GPS อาจเป็นอันตราย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและป้ายเตือนเมื่อพบเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้รับการกู้คืนแล้วหรือไม่ หรือมีปัญหาทางเทคนิคของรถที่ส่งผลต่อเหตุการณ์นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ออกแนวทางแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ออกแนวทางแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ

กรุงเทพมหานครได้เปิดช่องทางอย่างเป็นทางการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงในพื้นที่ได้

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและจุดที่มีน้ำท่วมขังในเมืองหลวงอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่เมืองต้องรับมือกับความท้าทายจากสภาพอากาศตามฤดูกาล ทางการจึงขอความร่วมมือทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวในการแจ้งเหตุหากพบน้ำท่วมขังหรือจุดที่ระบายน้ำได้ช้า

เพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองอย่างรวดเร็ว กทม. ได้กำหนดช่องทางการสื่อสารหลักสองช่องทางสำหรับประชาชน หากพบการสะสมของน้ำจำนวนมากหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำ สามารถติดต่อสายด่วน กทม. 1555 หรือแจ้งไปยังสำนักงานเขตในพื้นที่ที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีสำนักงานเขตทั้ง 50 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่พร้อมรับเรื่องร้องเรียนในระดับท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่มีฝนตกหนัก เนื่องจากน้ำท่วมขังในพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การใช้ช่องทางที่เป็นทางการเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่เทศบาลสามารถระบุโซนที่มีความเสี่ยงสูงและต้องการการแก้ไขเร่งด่วนได้ แม้ว่ากลไกการแจ้งเหตุเหล่านี้จะเปิดใช้งานอยู่ แต่ยังคงต้องติดตามว่าทีมตอบสนองจะสามารถจัดการกับรายงานเฉพาะหน้าในช่วงที่มีพายุรุนแรงได้รวดเร็วเพียงใด ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:01 UTC

การขนส่ง

ไทยตั้งวอร์รูม “ศอฉ.คค.” รับมือน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตัดขาดระบบขนส่ง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งวอร์รูม “ศอฉ.คค.” รับมือน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตัดขาดระบบขนส่ง

กระทรวงคมนาคมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางยังคงเชื่อมต่อได้และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน หรือ 'วอร์รูม ศอฉ.คค.' ของกระทรวงคมนาคม โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเพื่อเป็นศูนย์กลางบัญชาการและบูรณาการทรัพยากรด้านการขนส่งทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ในช่วงวิกฤตอุทกภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ต่างๆ ถูกตัดขาดจากการคมนาคม โดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือหลายประการ เช่น การจัดเตรียมรถยกสูงโดยกรมทางหลวงชนบท และบริการรถรับส่งโดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมเรือท้องแบนและเจ็ตสกีสำหรับภารกิจกู้ภัย รวมถึงเปิดทางด่วนบางสายให้ใช้บริการฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง

แม้ว่าวอร์รูมจะเริ่มปฏิบัติงานเพื่อบูรณาการทรัพยากรในทุกภาคส่วนแล้ว แต่ผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมบางแห่งยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับการปิดเส้นทางหรือการเปลี่ยนแปลงตารางการเดินรถ เนื่องจากสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและระดับน้ำในแต่ละพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:03 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

รถไฟฟ้าสายสีแดงในกรุงเทพฯ หยุดให้บริการทั้ง 13 สถานีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากระบบอาณัติสัญญาณขัดข้องจากปัญหาทางไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงในกรุงเทพฯ ได้ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราวในทั้งสองเส้นทางหลัก ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าเหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดจากปัญหาทางระบบไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อระบบอาณัติสัญญาณของเครือข่าย

จากเหตุขัดข้องทางเทคนิคนี้ ส่งผลให้สถานีทั้ง 13 แห่งตลอดเส้นทาง รวมถึงช่วงที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปยังรังสิต และเส้นทางตลิ่งชัน ต้องปิดให้บริการแก่ประชาชน โดยเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ SRTET (รถไฟฟ้าสายสีแดง) ได้ยืนยันการหยุดให้บริการเมื่อเวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงในการเดินทางประจำวันหรือเพื่อเดินทางไปยังสถานีกลาง ถือว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อแผนการเดินทาง ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ควรพิจารณาใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทางหรือรถแท็กซี่ ในระหว่างที่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ากำลังเร่งแก้ไขปัญหาทางไฟฟ้าดังกล่าว

ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าบริการจะกลับมาเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบเมื่อใด ผู้โดยสารควรติดตามข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ SRTET เกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของปัญหาทางไฟฟ้าหรือกำหนดการที่คาดว่าจะซ่อมแซมเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:55 UTC

ปราจีนบุรีไม่อยู่ในเขต EEC รัฐบาลสั่งเข้มงวดปัญหาอุตสาหกรรม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ปราจีนบุรีไม่อยู่ในเขต EEC รัฐบาลสั่งเข้มงวดปัญหาอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีสุชาติยืนยันว่าปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบปัญหาการปนเปื้อนจากโรงงานอย่างเข้มงวด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ปราจีนบุรีไม่อยู่ในเขต EEC รัฐบาลสั่งเข้มงวดปัญหาอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ปราจีนบุรีไม่อยู่ในเขต EEC รัฐบาลสั่งเข้มงวดปัญหาอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีสุชาติยืนยันว่าปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบปัญหาการปนเปื้อนจากโรงงานอย่างเข้มงวด

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีสุชาติได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าจังหวัดปราจีนบุรีไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยปัจจุบันเขตพัฒนา EEC ยังคงจำกัดอยู่เพียงจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทราเท่านั้น

รัฐมนตรีสุชาติเน้นย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาในระดับภูมิภาค โดยระบุว่าการวางแผนในอนาคตจะตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากนี้ รัฐมนตรียังได้สั่งการให้เร่งจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรมทันที โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดการกากของเสียอันตราย การปนเปื้อนในแหล่งน้ำ และการปล่อยควันจากโรงงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ช่วยสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะการแบ่งเขตอุตสาหกรรมของจังหวัด การให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การตรวจสอบโรงงานผลิตในพื้นที่อย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ แม้ว่ารัฐบาลจะให้คำมั่นว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้มาตรการเหล่านี้และผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพอากาศและน้ำยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังภูมิภาคนี้ควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นเกี่ยวกับสุขภาพสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงงานอุตสาหกรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 18:43 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นจากนิคมอุตสาหกรรมในปราจีนบุรี
การเมือง ได้รับการยืนยัน

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นจากนิคมอุตสาหกรรมในปราจีนบุรี

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 304 ในจังหวัดปราจีนบุรี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านเรื่องกลิ่นเหม็นรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นจากนิคมอุตสาหกรรมในปราจีนบุรี

ได้รับการยืนยัน
ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นจากนิคมอุตสาหกรรมในปราจีนบุรี

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 304 ในจังหวัดปราจีนบุรี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านเรื่องกลิ่นเหม็นรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบนิคมอุตสาหกรรม 304 ในจังหวัดปราจีนบุรี ตามรายงานของมติชนออนไลน์ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากข้อร้องเรียนของชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับกลิ่นเหม็นรุนแรง 5 กลิ่นที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่

ในระหว่างการลงพื้นที่ ณัฐพงษ์ได้สังเกตการณ์สภาพแวดล้อมจากท้ายรถกระบะเพื่อประเมินสถานการณ์ตามที่ชาวบ้านได้แจ้งไว้ ชาวบ้านได้แสดงความกังวลและระบุว่ากลิ่นดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ชาวบ้านบางส่วนยังแสดงความกังวลและไม่กล้ารวมตัวประท้วงเนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงงานในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตจังหวัดปราจีนบุรี สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเรื่องคุณภาพอากาศและการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรม แม้ว่าผู้นำฝ่ายค้านจะนำประเด็นนี้มาสู่ความสนใจของสาธารณชนแล้ว แต่แหล่งที่มาของกลิ่นและผลกระทบต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันยังไม่มีแถลงการณ์จากฝ่ายบริหารนิคมอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐเกี่ยวกับลักษณะของการปล่อยมลพิษหรือแผนการแก้ไขปัญหา ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางใกล้กับนิคมอุตสาหกรรม 304 ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพอากาศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

รัฐมนตรีพลังงานจี้ให้ยุบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีพลังงานจี้ให้ยุบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เสนอให้ยุบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน หลังจากพบปัญหาการบริหารจัดการเงินกองทุน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีพลังงานจี้ให้ยุบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีพลังงานจี้ให้ยุบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เสนอให้ยุบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน หลังจากพบปัญหาการบริหารจัดการเงินกองทุน

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการยุบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายพีระพันธุ์เปิดเผยว่า ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขาได้ตรวจสอบและพบปัญหาสำคัญในการดำเนินงานของกองทุน โดยระบุว่ามีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์และขาดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายที่รัดกุม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารจัดการเงินอุดหนุนด้านพลังงานและโครงการอนุรักษ์พลังงานของชาติ การเปลี่ยนแปลงกองทุนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อนโยบายพลังงาน โครงสร้างราคาค่าสาธารณูปโภค หรือความพร้อมของโครงการพลังงานสะอาดที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงการเรียกร้องจากหัวหน้าพรรคการเมือง ยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการยุบกองทุนหรือเลือกที่จะปรับปรุงกลไกการกำกับดูแลแทน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าข้อเสนอนี้จะถูกนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะนำไปสู่การตรวจสอบหน่วยงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในวงกว้างขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการยุบหรือปฏิรูปกองทุนดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:36 UTC

นายกฯ ไทยชูความสำเร็จนโยบาย 'Fast Pass' ดึงดูดนักลงทุนออสเตรเลีย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยชูความสำเร็จนโยบาย 'Fast Pass' ดึงดูดนักลงทุนออสเตรเลีย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบปะผู้นำธุรกิจออสเตรเลียที่ซิดนีย์ เพื่อหารือเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ไทยชูความสำเร็จนโยบาย 'Fast Pass' ดึงดูดนักลงทุนออสเตรเลีย

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยชูความสำเร็จนโยบาย 'Fast Pass' ดึงดูดนักลงทุนออสเตรเลีย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบปะผู้นำธุรกิจออสเตรเลียที่ซิดนีย์ เพื่อหารือเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทย

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองความร่วมมือด้านการลงทุนและธุรกิจไทย-ออสเตรเลีย ณ โรงแรม Crown Towers นครซิดนีย์ ในระหว่างงาน นายกรัฐมนตรีรายงานว่าบริษัทขนาดใหญ่ของออสเตรเลียกำลังขยายฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าเสถียรภาพทางการเมืองและระบบโลจิสติกส์ของประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุน

ตามรายงานของ Khaosod Online นายกรัฐมนตรีระบุว่าความสนใจที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากนโยบาย 'Thailand Fast Pass' ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางธุรการให้กับนักลงทุน ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่าตัวเลขการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท นายกรัฐมนตรีย้ำว่าความสามัคคีในชาติยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาตำแหน่งของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนชั้นนำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมทางเศรษฐกิจนี้บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเดินทางเพื่อธุรกิจและการแลกเปลี่ยนทางวิชาชีพที่เพิ่มขึ้น ในอนาคต นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปกรุงแคนเบอร์ราเพื่อพบปะกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย โดยคาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับการผ่อนคลายข้อจำกัดในการส่งออกน้ำมันอากาศยาน และการเจรจาเรื่องการขยายวีซ่าสำหรับเชฟชาวไทยที่ทำงานในออสเตรเลีย ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายเฉพาะเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันหลังจากการประชุมทางการทูตที่จะเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

กระทรวงแรงงานไทยเร่งให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บในอิสราเอล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงแรงงานไทยเร่งให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บในอิสราเอล

หลังจากเกิดเหตุระเบิดในอิสราเอล ทางการไทยได้สั่งการให้เร่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่แรงงานไทย 6 รายที่ได้รับบาดเจ็บ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงแรงงานไทยเร่งให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บในอิสราเอล

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงแรงงานไทยเร่งให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บในอิสราเอล

หลังจากเกิดเหตุระเบิดในอิสราเอล ทางการไทยได้สั่งการให้เร่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่แรงงานไทย 6 รายที่ได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ยศชนันได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการสนับสนุนแรงงานไทย 6 รายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในอิสราเอล โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

สำหรับผู้ที่พำนักและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่ของอิสราเอล แม้ว่ารัฐบาลไทยจะประสานงานด้านการแพทย์และโลจิสติกส์เพื่อช่วยเหลือพลเมืองของตนอย่างแข็งขัน แต่ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุระเบิด สภาพร่างกายปัจจุบันของแรงงาน และผลกระทบระยะยาวต่อการจ้างงานแรงงานไทยในภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อกระทรวงแรงงานประเมินความต้องการของแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในภูมิภาคติดต่อกับหน่วยงานท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

มาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภาบังคับใช้กับประธานสภาอย่างเท่าเทียม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

มาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภาบังคับใช้กับประธานสภาอย่างเท่าเทียม

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางออนไลน์แสดงให้เห็นประธานสภาผู้แทนราษฎรเข้ารับการตรวจความปลอดภัยตามมาตรฐานที่รัฐสภาไทย ซึ่งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

มาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภาบังคับใช้กับประธานสภาอย่างเท่าเทียม

แหล่งข่าวเดียว
มาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภาบังคับใช้กับประธานสภาอย่างเท่าเทียม

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางออนไลน์แสดงให้เห็นประธานสภาผู้แทนราษฎรเข้ารับการตรวจความปลอดภัยตามมาตรฐานที่รัฐสภาไทย ซึ่งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 มีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นนายโสภณ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยมาตรฐานที่รัฐสภาไทย โดยภาพบันทึกเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาขอให้ประธานสภาเดินผ่านเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งเป็นระเบียบปฏิบัติบังคับสำหรับทุกคนที่เข้าสู่อาคาร

หลังจากการตรวจ นายโสภณได้แสดงความชื่นชมต่อความเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ โดยยกย่องในความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นหนึ่งเดียวและเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการสำคัญในประเทศไทยมีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด แม้เหตุการณ์นี้จะแสดงให้เห็นถึงการปฏิสัมพันธ์เชิงบวกเกี่ยวกับการปฏิบัติตามขั้นตอน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านโยบายความปลอดภัยภายในเฉพาะสำหรับอาคารรัฐบาลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นักท่องเที่ยวควรเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสมอเมื่อเข้าเยี่ยมชมสถานที่ราชการ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเหตุการณ์นี้เป็นการบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในรัฐสภาในวงกว้าง หรือเป็นเพียงการสาธิตการใช้ระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

รัฐมนตรีชี้แจงจุดยืนเรื่องเสรีภาพทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีชี้แจงจุดยืนเรื่องเสรีภาพทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดเสวนาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยย้ำว่าเสรีภาพทางวิชาการยังคงได้รับการคุ้มครอง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีชี้แจงจุดยืนเรื่องเสรีภาพทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีชี้แจงจุดยืนเรื่องเสรีภาพทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดเสวนาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยย้ำว่าเสรีภาพทางวิชาการยังคงได้รับการคุ้มครอง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับกรณีการจัดกิจกรรมเสวนาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยเกี่ยวกับการแทรกแซงกิจกรรมของมหาวิทยาลัยโดยภาครัฐ

นายยศชนันชี้แจงว่า กระทรวงไม่มีนโยบายที่จะจำกัดการแสดงความคิดเห็นของนักศึกษาหรือคณาจารย์ โดยยืนยันว่ามหาวิทยาลัยต้องเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเสรีภาพทางความคิดเป็นหลักการพื้นฐานที่ไม่สามารถจำกัดได้ สำหรับการตรวจสอบของกระทรวงนั้น รัฐมนตรีอธิบายว่าเป็นการตรวจสอบเพียงว่ากระบวนการนับชั่วโมงกิจกรรมเป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยหรือไม่เท่านั้น โดยปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีเจตนาที่จะเข้าไปแทรกแซงเนื้อหาของการเสวนา

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ คำชี้แจงนี้เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนทางปัญญา รัฐมนตรีให้ความมั่นใจว่าหากกิจกรรมต่างๆ ดำเนินการตามระเบียบของสถาบัน ก็สามารถจัดได้ตามปกติ แม้ว่ารัฐมนตรีจะได้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่การนำมาตรการตรวจสอบทางธุรการเหล่านี้ไปใช้ในกิจกรรมอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยในอนาคต ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้ติดตามสถานการณ์ความเป็นอิสระทางวิชาการในประเทศไทยให้ความสนใจต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:36 UTC

รมว.พลังงานเสนอให้ยุบกองทุนอนุรักษ์พลังงานเพื่อลดราคาน้ำมัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.พลังงานเสนอให้ยุบกองทุนอนุรักษ์พลังงานเพื่อลดราคาน้ำมัน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เรียกร้องให้ยุบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันให้กับประชาชนลง 5 สตางค์ต่อลิตร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.พลังงานเสนอให้ยุบกองทุนอนุรักษ์พลังงานเพื่อลดราคาน้ำมัน

แหล่งข่าวเดียว
รมว.พลังงานเสนอให้ยุบกองทุนอนุรักษ์พลังงานเพื่อลดราคาน้ำมัน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เรียกร้องให้ยุบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันให้กับประชาชนลง 5 สตางค์ต่อลิตร

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการกองทุนอนุรักษ์พลังงานในปัจจุบัน โดยนายพีระพันธุ์ให้เหตุผลว่ากองทุนดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริง จึงเสนอให้มีการยุบกองทุนเพื่อนำเงินมาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนโดยตรง

ตามที่รัฐมนตรีระบุ การยุบกองทุนจะช่วยให้รัฐบาลสามารถลดราคาน้ำมันลงได้ 5 สตางค์ต่อลิตร ข้อเสนอนี้ถูกนำเสนอในฐานะกลยุทธ์ที่จะคืนเงินทุนให้กับประชาชนโดยตรง แทนที่จะคงโครงสร้างการบริหารงานของกองทุนไว้เช่นเดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายพลังงานระดับชาติและกลไกการกำหนดราคาน้ำมัน แม้ว่าการลดราคา 5 สตางค์ต่อลิตรจะเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก แต่การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในด้านภาษีน้ำมันหรือโครงสร้างเงินอุดหนุนอาจส่งผลกระทบต่อค่าขนส่งและค่าครองชีพโดยรวมได้

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามข้อเสนอนี้หรือไม่ เนื่องจากการยุบกองทุนดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาทางกฎหมายและขั้นตอนทางบริหารที่สำคัญ ปัจจุบันยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนว่านโยบายนี้จะถูกนำเข้าสู่การอภิปรายในรัฐสภาหรือเริ่มดำเนินการเมื่อใด ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของกองทุนอนุรักษ์พลังงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ยื่นคำร้องเอาผิด ส.ส. รักชนก ศรีนอก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ยื่นคำร้องเอาผิด ส.ส. รักชนก ศรีนอก

นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาฯ ได้ยื่นคำร้องเอาผิดนางสาวรักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคก้าวไกล โดยอ้างมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ยื่นคำร้องเอาผิด ส.ส. รักชนก ศรีนอก

แหล่งข่าวเดียว
ยื่นคำร้องเอาผิด ส.ส. รักชนก ศรีนอก

นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาฯ ได้ยื่นคำร้องเอาผิดนางสาวรักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคก้าวไกล โดยอ้างมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยคำร้องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคลิปวิดีโอที่ ส.ส. รายนี้โพสต์ ซึ่งนายสนธิญากล่าวหาว่าเนื้อหาดังกล่าวละเมิดมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นายสนธิญาได้แสดงเจตจำนงที่จะยื่นเรื่องต่อสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอให้เพิกถอนการประกันตัวของนางสาวรักชนก ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองระดับสูงกับข้อบังคับทางกฎหมายที่เข้มงวดในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นต่อบุคคลทางการเมืองและสถาบัน แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แต่โอกาสที่จะเกิดความผันผวนทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นคดีความที่กำลังดำเนินอยู่ สำนักงานอัยการสูงสุดยังไม่ได้ออกคำตัดสินอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคำร้องขอเพิกถอนการประกันตัว และศาลยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยในเนื้อหาของคำร้อง ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ครม. อนุมัติงบสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติงบสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา

รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณ 2.85 พันล้านบาทสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการเกษตรและพื้นที่ EEC

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. อนุมัติงบสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติงบสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา

รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณ 2.85 พันล้านบาทสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการเกษตรและพื้นที่ EEC

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 2,854.74 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง ในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าโครงการนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การก่อสร้างมีกำหนดดำเนินการเป็นระยะเวลา 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 ถึง 2575 วัตถุประสงค์หลักของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้คือเพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำต้นทุนประมาณ 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดว่าจะสร้างประโยชน์อย่างมากต่อภาคการเกษตรในท้องถิ่น โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10,000 ไร่ในช่วงฤดูฝน และ 3,000 ไร่ในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นความพยายามในระยะยาวเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านการจัดหาน้ำทั้งสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร แม้ว่าจะมีการกำหนดงบประมาณและกรอบเวลาไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดหาที่ดินและกระบวนการจ่ายค่าชดเชยให้กับเจ้าของที่ดินที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องมีการสรุปรายละเอียดเพิ่มเติมในขณะที่โครงการเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงาน รัฐบาลตั้งใจให้อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการวางแผนการจัดการน้ำในระดับภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:18 UTC

สั่งปิดสนามยิงปืนบางบัวทองชั่วคราว 30 วัน หลังเกิดเหตุสลด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สั่งปิดสนามยิงปืนบางบัวทองชั่วคราว 30 วัน หลังเกิดเหตุสลด

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งปิดสนามยิงปืนในจังหวัดนนทบุรีเป็นเวลา 30 วัน หลังเกิดเหตุชายวัย 36 ปีเสียชีวิตภายในสนาม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สั่งปิดสนามยิงปืนบางบัวทองชั่วคราว 30 วัน หลังเกิดเหตุสลด

แหล่งข่าวเดียว
สั่งปิดสนามยิงปืนบางบัวทองชั่วคราว 30 วัน หลังเกิดเหตุสลด

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งปิดสนามยิงปืนในจังหวัดนนทบุรีเป็นเวลา 30 วัน หลังเกิดเหตุชายวัย 36 ปีเสียชีวิตภายในสนาม

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุชายวัย 36 ปีซึ่งป่วยเป็นโรคซึมเศร้าใช้อาวุธปืนก่อเหตุสลดภายในสนามยิงปืนแห่งหนึ่งบนถนนกาญจนาภิเษก ต.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ภายหลังเกิดเหตุ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอภิชัย อค่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและใบอนุญาตของสนามดังกล่าว

ตามรายงานจาก Khaosod Online รัฐมนตรีช่วยฯ ยืนยันว่าใบอนุญาตประกอบกิจการและอาวุธปืนที่ใช้ในเหตุการณ์มีความถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ได้มีคำสั่งให้ปิดสนามยิงปืนดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองดำเนินการตรวจสอบมาตรการการเข้าใช้สนามอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการหารืออย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของอาวุธปืนในประเทศไทย ปัจจุบันกฎระเบียบในการเข้าใช้สนามยิงปืนยังคงขึ้นอยู่กับแต่ละสนาม ไม่ได้มีกฎหมายระดับชาติที่กำหนดมาตรฐานเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยฯ ระบุว่ารัฐบาลมีแผนที่จะออกพระราชกำหนดเพื่อกำหนดมาตรการที่เข้มงวดและเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับการใช้สนามยิงปืนในอนาคต อย่างไรก็ตาม กำหนดการที่ชัดเจนของมาตรการทางกฎหมายใหม่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน และสาธารณชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นนี้จะส่งผลต่อการเข้าใช้บริการสนามยิงปืนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 10:18 UTC

ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้น เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้น เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่

รัฐบาลไทยประกาศแผนพัฒนาสวนลอยฟ้า 2 ชั้น ขนาด 13 ไร่ เพื่อเชื่อมต่อภูเขาทองและป้อมมหากาฬเข้าด้วยกัน หวังสร้างแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์แห่งใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้น เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้น เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่

รัฐบาลไทยประกาศแผนพัฒนาสวนลอยฟ้า 2 ชั้น ขนาด 13 ไร่ เพื่อเชื่อมต่อภูเขาทองและป้อมมหากาฬเข้าด้วยกัน หวังสร้างแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์แห่งใหม่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 รัฐบาลไทยกำลังดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และป้อมมหากาฬ ให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ โดยโครงการนี้จะมีการสร้างสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ 2 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่ 13 ไร่

โครงการนี้ได้รับการอธิบายว่าเป็นโครงการพระราชดำริที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การเชื่อมต่อสถานที่สำคัญทั้งสองแห่งนี้เข้าด้วยกัน รัฐบาลตั้งเป้าที่จะสร้างจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งใหม่ในกรุงเทพมหานคร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นการพัฒนาเมืองครั้งสำคัญที่อาจส่งผลต่อการเข้าถึงและความสวยงามของย่านประวัติศาสตร์ สวนแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสาธารณูปโภคที่อาจเพิ่มเส้นทางเดินและพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองที่มีความหนาแน่น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาการก่อสร้าง งบประมาณรวม และกำหนดการแล้วเสร็จที่แน่นอนนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่นี้ควรติดตามประกาศในอนาคตเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจราจรในท้องถิ่น หรือการเข้าถึงภูเขาทองและป้อมมหากาฬในช่วงระหว่างการพัฒนา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 18:45 UTC

ครม. อนุมัติอัตราค่าธรรมเนียมสะพานมิตรภาพ 5 “บึงกาฬ-บอลิคำไซ”
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติอัตราค่าธรรมเนียมสะพานมิตรภาพ 5 “บึงกาฬ-บอลิคำไซ”

รัฐบาลไทยอนุมัติโครงสร้างค่าธรรมเนียมสำหรับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. อนุมัติอัตราค่าธรรมเนียมสะพานมิตรภาพ 5 “บึงกาฬ-บอลิคำไซ”

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติอัตราค่าธรรมเนียมสะพานมิตรภาพ 5 “บึงกาฬ-บอลิคำไซ”

รัฐบาลไทยอนุมัติโครงสร้างค่าธรรมเนียมสำหรับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดบึงกาฬของประเทศไทยและแขวงบอลิคำไซของประเทศลาว ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้ถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจพิจารณาแล้ว

โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ได้รับอนุมัติจะแบ่งตามขนาดของยานพาหนะ โดยรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะมีค่าธรรมเนียม 50 บาท รถโดยสารขนาดเล็กที่มีผู้โดยสารตั้งแต่ 7 ถึง 12 คน จะมีค่าธรรมเนียม 100 บาท ส่วนรถโดยสารขนาดกลางที่มีที่นั่งตั้งแต่ 12 ถึง 24 ที่นั่ง จะมีค่าธรรมเนียม 150 บาท สำหรับยานพาหนะขนาดใหญ่จะมีอัตราค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น โดยสูงสุดอยู่ที่ 500 บาท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเปิดใช้งานด่านพรมแดนแห่งใหม่ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคระหว่างสองประเทศ แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติหลักการของโครงสร้างค่าธรรมเนียมแล้ว แต่กำหนดการเปิดใช้งานจริงและระเบียบข้อบังคับเฉพาะสำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังคงต้องรอการตรวจสอบทางกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เสร็จสิ้น นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อทราบวันที่เปิดให้บริการสะพานอย่างชัดเจนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านอ้างมีหลักฐานพัวพันการเมืองในประเด็นการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านอ้างมีหลักฐานพัวพันการเมืองในประเด็นการคัดเลือก สว.

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อ้างว่ามีหลักฐานที่เชื่อมโยงสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเข้ากับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านอ้างมีหลักฐานพัวพันการเมืองในประเด็นการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านอ้างมีหลักฐานพัวพันการเมืองในประเด็นการคัดเลือก สว.

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อ้างว่ามีหลักฐานที่เชื่อมโยงสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเข้ากับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่าพรรคของตนได้รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการคัดเลือก สว. โดยกล่าวที่จังหวัดปราจีนบุรีว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยอาจมีส่วนพัวพัน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้นำฝ่ายค้านอ้างว่าได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในขบวนการดังกล่าวซึ่งไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

นายณัฐพงษ์วิพากษ์วิจารณ์การตอบโต้ของรัฐบาล โดยเฉพาะความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพียงเพื่อต้องการเข้าสู่อำนาจ นายณัฐพงษ์โต้แย้งว่ารัฐบาลกำลังพยายามเบี่ยงเบนความสนใจและขัดขวางการทำหน้าที่ในสภาของฝ่ายค้าน โดยเน้นย้ำว่าแม้พรรคของตนจะมุ่งหวังเป็นรัฐบาล แต่เป้าหมายนี้แยกออกจากความจำเป็นในการตรวจสอบการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทางการเมืองในรัฐสภาไทยเพิ่มสูงขึ้น ฝ่ายค้านตั้งใจที่จะนำเสนอข้อมูลที่รวบรวมได้ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่ ในขณะนี้รายละเอียดเฉพาะของหลักฐานยังคงถูกเก็บไว้โดยฝ่ายค้านเพื่อรอเปิดเผยในการประชุมสภาสมัยหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

พม. เข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบ หลังพบเกาะท้ายรถส่งน้ำแข็ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พม. เข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบ หลังพบเกาะท้ายรถส่งน้ำแข็ง

หน่วยงานรัฐของไทยเข้าให้ความช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบ ที่พบว่าเกาะท้ายรถส่งน้ำแข็งไปไกลถึง 10 กิโลเมตร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พม. เข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบ หลังพบเกาะท้ายรถส่งน้ำแข็ง

แหล่งข่าวเดียว
พม. เข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบ หลังพบเกาะท้ายรถส่งน้ำแข็ง

หน่วยงานรัฐของไทยเข้าให้ความช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบ ที่พบว่าเกาะท้ายรถส่งน้ำแข็งไปไกลถึง 10 กิโลเมตร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เข้าให้ความช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบ หลังจากมีการพบเด็กคนดังกล่าวเกาะท้ายรถส่งน้ำแข็งเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวและพบว่ามารดาของเด็กอยู่ในภาวะว่างงานและมีอาการป่วยด้วยโรคไทรอยด์ ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ได้ดำเนินการประสานงานเพื่อส่งตัวมารดาเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนที่จำเป็นเพื่อดูแลสวัสดิภาพของเด็ก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนนและความระมัดระวังในการดูแลเด็กในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าความปลอดภัยเบื้องต้นของเด็กจะได้รับการดูแลโดยหน่วยงานรัฐแล้ว แต่แผนการสนับสนุนทางสังคมในระยะยาวสำหรับครอบครัวยังคงอยู่ระหว่างการประเมินโดยนักสังคมสงเคราะห์ในพื้นที่ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าครอบครัวจะได้รับสิทธิ์ในโครงการช่วยเหลือระยะยาวใดบ้าง หรือจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เด็กคลาดสายตาในช่วงระหว่างการขนส่งหรือไม่ กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงบทบาทสำคัญของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาและดูแลกลุ่มเปราะบางในชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

จังหวัดกาฬสินธุ์เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดกาฬสินธุ์เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการส่งมอบบัตรเลือกตั้งไปยังทั้ง 18 อำเภอเรียบร้อยแล้ว ก่อนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคมนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

จังหวัดกาฬสินธุ์เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดกาฬสินธุ์เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการส่งมอบบัตรเลือกตั้งไปยังทั้ง 18 อำเภอเรียบร้อยแล้ว ก่อนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคมนี้

ตามรายงานจาก Khaosod Online คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการส่งมอบบัตรเลือกตั้งให้กับทั้ง 18 อำเภอภายในจังหวัดเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จด้านโลจิสติกส์นี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาฬสินธุ์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคม 2569

ภายใต้การนำของนายธนภัทร ณ ระนอง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้กำกับดูแลกระบวนการส่งมอบเพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังแต่ละอำเภออย่างปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง อาทิ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงษ์ ร่วมเป็นสักขีพยานและเตรียมตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดกาฬสินธุ์ การเลือกตั้งครั้งนี้อาจส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรในพื้นที่หรือมีการปิดพื้นที่ชั่วคราวใกล้หน่วยเลือกตั้งในวันลงคะแนน แม้ว่าการส่งมอบบัตรเลือกตั้งจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์ยังคงต้องรอการยืนยันหลังจากการลงคะแนนสิ้นสุดลงในวันที่ 23 สิงหาคม ทั้งนี้ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบต่อบริการสาธารณะหรือเส้นทางการคมนาคมในช่วงเวลาดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแจ้งความเอาผิด ส.ส. ฝ่ายค้าน ข้อหามาตรา 112
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแจ้งความเอาผิด ส.ส. ฝ่ายค้าน ข้อหามาตรา 112

นายสนธิญา สวัสดี ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน โดยกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแจ้งความเอาผิด ส.ส. ฝ่ายค้าน ข้อหามาตรา 112

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแจ้งความเอาผิด ส.ส. ฝ่ายค้าน ข้อหามาตรา 112

นายสนธิญา สวัสดี ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน โดยกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน ตามรายงานของ Khaosod Online ระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

นายสนธิญาอ้างว่าโพสต์บนโซเชียลมีเดียของ น.ส.รักชนก มีการนำคลิปวิดีโอของนายก อบต. ท่านหนึ่งที่กล่าวถึงบุคคลหนึ่งมาเผยแพร่ โดยมีการเพิ่มวลีและคำราชาศัพท์ (คำว่า “ตรัส”) ต่อท้าย ซึ่งเขาโต้แย้งว่าเป็นคำเฉพาะที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์หรือพระพุทธเจ้าเท่านั้น นายสนธิญาระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการระบุตัวบุคคลอย่างชัดเจนและถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยถึงความตั้งใจที่จะยื่นคำร้องต่ออัยการเพื่อขอให้ถอนประกันตัว ส.ส. รายดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนในประเด็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 ในประเทศไทย แม้จะเป็นการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนอย่างไร และอัยการจะพิจารณาคำร้องขอถอนประกันตัวหรือไม่ ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ควรทราบว่ากระบวนการทางกฎหมายในลักษณะนี้อาจนำไปสู่การตรวจสอบทางการเมืองและกระบวนการยุติธรรมที่ยืดเยื้อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

รัฐสภายกระดับความปลอดภัย: ประธานสภาฯ 'โสภณ' เข้ารับการตรวจเข้ม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภายกระดับความปลอดภัย: ประธานสภาฯ 'โสภณ' เข้ารับการตรวจเข้ม

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่ารัฐสภาได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการตรวจอาวุธทุกคนที่เข้าสู่อาคาร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภายกระดับความปลอดภัย: ประธานสภาฯ 'โสภณ' เข้ารับการตรวจเข้ม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภายกระดับความปลอดภัย: ประธานสภาฯ 'โสภณ' เข้ารับการตรวจเข้ม

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่ารัฐสภาได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการตรวจอาวุธทุกคนที่เข้าสู่อาคาร

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 Thai Post รายงานว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวสนับสนุนการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นภายในอาคารรัฐสภาไทย โดยประธานสภาฯ เปิดเผยว่าตนเองต้องผ่านเครื่องเอกซเรย์ตรวจอาวุธเมื่อเข้าสู่อาคารเช่นเดียวกับทุกคน โดยระบุว่ามาตรการเหล่านี้ถูกนำมาใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่

นายโสภณระบุว่า ตำรวจรัฐสภาได้รับคำสั่งให้บังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยที่ยกระดับขึ้นนี้อย่างเคร่งครัด ประธานสภาฯ แสดงความพึงพอใจต่อกระบวนการดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่ากฎระเบียบนี้ใช้กับทุกคนรวมถึงผู้นำของสภาด้วย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมการเข้าถึงที่เข้มงวดขึ้นในอาคารรัฐสภา แม้ว่ารัฐสภาจะเป็นสถานที่สำคัญ แต่ผู้ที่วางแผนจะเข้าชมควรเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจความปลอดภัยที่บังคับและอาจเกิดความล่าช้าเนื่องจากขั้นตอนที่เข้มข้นขึ้นเหล่านี้

ทั้งนี้ ยังคงต้องยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการแจ้งเตือนความปลอดภัยชั่วคราวหรือเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานถาวรของสถานที่ ขอแนะนำให้ผู้เข้าชมตรวจสอบแนวทางการเข้าถึงล่าสุดก่อนวางแผนเดินทางไปยังรัฐสภา เนื่องจากการบังคับใช้กฎเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เด็ดขาดและไม่มีข้อยกเว้นสำหรับทุกคนที่เข้าสู่อาคาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:39 UTC