ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา บิว ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร ด้วยสถิติสุดยอด ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกรุงเทพฯ กระทบครัวเรือนกว่า 5.2 หมื่นแห่ง ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยระดมทุกกระทรวงเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติท่ามกลางน้ำท่วมหนัก ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า ✦
วัฒนธรรม ตัวแทนประกันภัยชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ฉลองการทำงานยาวนาน 4 ทศวรรษ ✦
วัฒนธรรม แนวโน้มดวงชะตารายสัปดาห์: 23 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569 ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยอพยพออกจากศูนย์ฝึกหลังน้ำท่วมหนัก ✦
กีฬา ภูริพล บุญสอน ลมกรดไทยสร้างประวัติศาสตร์ทุบสถิติเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา

บิว ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร ด้วยสถิติสุดยอด

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร ด้วยสถิติสุดยอด

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาชาวไทย คว้าตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 200 เมตร หลังทำเวลาได้น่าประทับใจ 20.10 วินาทีในรอบรองชนะเลิศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มชาวไทย ได้สร้างผลงานที่โดดเด่นในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรชาย โดยภูริพลสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ในรอบรองชนะเลิศด้วยเวลา 20.10 วินาที

ผลการแข่งขันนี้ทำให้เขาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ซึ่งมีกำหนดการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ ผลงานของนักกีฬาคนนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากความเร็วที่แสดงให้เห็นบนลู่วิ่ง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามวงการกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับนานาชาติ บรรยากาศรอบการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนกีฬา

แม้ว่าการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลการแข่งขันชิงเหรียญรางวัลยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป ผู้ชมต่างจับตามองการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งและคว้าตำแหน่งบนโพเดียมท่ามกลางคู่แข่งที่เหลือได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:00 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกรุงเทพฯ กระทบครัวเรือนกว่า 5.2 หมื่นแห่ง

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกรุงเทพฯ กระทบครัวเรือนกว่า 5.2 หมื่นแห่ง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สรุปสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อครัวเรือน 52,000 แห่ง และมีการอพยพประชาชน 4,200 คนเข้าสู่ศูนย์พักพิง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สรุปสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองหลวง โดยระบุว่าน้ำท่วมได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพื้นที่ต่างๆ ของเมือง ซึ่งมีครัวเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 52,000 ครัวเรือน

เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทางการได้อำนวยความสะดวกในการอพยพประชาชนจำนวน 4,200 คน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้เพื่อความปลอดภัย สรุปของผู้ว่าฯ เน้นย้ำถึงขนาดของสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบันและความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่เมืองในการจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทางในพื้นที่ การปิดถนนที่อาจเกิดขึ้น และความยากลำบากในการเข้าถึงบางพื้นที่ของเมือง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและคำแนะนำด้านความปลอดภัย

แม้ว่าตัวเลขปัจจุบันจะแสดงให้เห็นถึงผลกระทบในเบื้องต้น แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าเมื่อใดจึงจะปลอดภัยสำหรับผู้ที่อพยพให้กลับเข้าสู่ที่พักอาศัยได้ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:00 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยระดมทุกกระทรวงเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยระดมทุกกระทรวงเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประสานงานการตอบสนองระหว่างกระทรวงเพื่อจัดการกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยเน้นการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง การสนับสนุนการอพยพ และการดูแลโครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยถึงความพยายามของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย โดยมีการมอบหมายภารกิจเฉพาะให้แก่กระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของประชาชนและความต่อเนื่องของการให้บริการ

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงและเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ ในขณะที่การประปาส่วนภูมิภาคกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้มีน้ำประปาใช้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ประกาศพื้นที่ 5 อำเภอเป็นเขตประสบภัยพิบัติเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ ในขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังบริหารจัดการการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้หมายความว่าบางพื้นที่อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง การอพยพในพื้นที่ หรือการปรับเปลี่ยนสถานที่สาธารณะให้เป็นศูนย์พักพิง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและการปิดถนนที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังจัดการระดับน้ำและโครงสร้างพื้นฐานอย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาในการรับมือกับน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักเกี่ยวกับความปลอดภัยและความสามารถในการเข้าถึงเส้นทางที่วางแผนไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:01 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติท่ามกลางน้ำท่วมหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติท่ามกลางน้ำท่วมหนัก

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศให้ทั้ง 50 เขตของเมืองหลวงเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงขยายวงกว้าง

ตามรายงานจาก Khaosod English เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ขยายสถานะพื้นที่ประสบภัยพิบัติให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเมืองหลวง

ทางการได้ออกคำเตือนเร่งด่วนเกี่ยวกับระดับน้ำที่วิกฤตในเครือข่ายคูคลองของเมือง นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำอย่างเคร่งครัดให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนกว่า 20 สายที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ การประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตประสบภัยพิบัติบ่งชี้ถึงระดับความเสี่ยงที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดถนนและมาตรการความปลอดภัย

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมืองยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรตรวจสอบกับที่พักและผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงัก โปรดทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานปัจจุบันและไม่ใช่คำแนะนำด้านความปลอดภัย บุคคลทั่วไปควรให้ความสำคัญกับคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นเป็นหลัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:20 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

รถไฟฟ้าสายสีแดงในกรุงเทพฯ หยุดให้บริการทั้ง 13 สถานีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากระบบอาณัติสัญญาณขัดข้องจากปัญหาทางไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงในกรุงเทพฯ ได้ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราวในทั้งสองเส้นทางหลัก ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าเหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดจากปัญหาทางระบบไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อระบบอาณัติสัญญาณของเครือข่าย

จากเหตุขัดข้องทางเทคนิคนี้ ส่งผลให้สถานีทั้ง 13 แห่งตลอดเส้นทาง รวมถึงช่วงที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปยังรังสิต และเส้นทางตลิ่งชัน ต้องปิดให้บริการแก่ประชาชน โดยเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ SRTET (รถไฟฟ้าสายสีแดง) ได้ยืนยันการหยุดให้บริการเมื่อเวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงในการเดินทางประจำวันหรือเพื่อเดินทางไปยังสถานีกลาง ถือว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อแผนการเดินทาง ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ควรพิจารณาใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทางหรือรถแท็กซี่ ในระหว่างที่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ากำลังเร่งแก้ไขปัญหาทางไฟฟ้าดังกล่าว

ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าบริการจะกลับมาเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบเมื่อใด ผู้โดยสารควรติดตามข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ SRTET เกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของปัญหาทางไฟฟ้าหรือกำหนดการที่คาดว่าจะซ่อมแซมเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:55 UTC

วัฒนธรรม

ตัวแทนประกันภัยชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ฉลองการทำงานยาวนาน 4 ทศวรรษ

แหล่งข่าวเดียว
ตัวแทนประกันภัยชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ฉลองการทำงานยาวนาน 4 ทศวรรษ

หญิงชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ยังคงทำงานเป็นตัวแทนประกันภัยอย่างแข็งขัน โดยนับเป็นเวลา 40 ปีของการทำงานในวิชาชีพ

ตามรายงานจาก Khaosod Online หญิงชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ชื่อ คิมซุกจา ได้รับความสนใจจากนานาชาติเนื่องจากความทุ่มเทในการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเธอทำงานเป็นตัวแทนประกันภัยให้กับบริษัท Hanwha General Insurance มาตั้งแต่ปี 1983 และยังคงปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาชีพมานานกว่า 4 ทศวรรษ

สิ่งที่น่าทึ่งคือ คุณคิมยังคงเดินทางไปพบลูกค้าด้วยตนเองและสามารถปิดสัญญาประกันภัยรายใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 บริษัทได้จัดพิธีมอบรางวัล “100-Year Legacy” เพื่อเป็นเกียรติแก่ความมุ่งมั่นของเธอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เรื่องราวนี้ถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการมีอายุยืนยาวและการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงในสังคมเอเชียตะวันออก ซึ่งเน้นย้ำถึงค่านิยมทางวัฒนธรรมเรื่องการทำงานตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมส่วนบุคคล ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามแนวโน้มทางสังคมในภูมิภาคนี้

แม้ว่ารายงานจะยืนยันถึงการจ้างงานที่ยังคงดำเนินอยู่และการได้รับการยอมรับจากบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเกษียณอายุในอนาคตของเธอยังไม่มีการเปิดเผย เรื่องราวนี้ถูกนำเสนอในฐานะบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับความยืนยาวในวิชาชีพ และไม่ได้เป็นการให้คำแนะนำด้านสุขภาพหรือการใช้ชีวิตสำหรับผู้อื่นแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:02 UTC

วัฒนธรรม

แนวโน้มดวงชะตารายสัปดาห์: 23 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มดวงชะตารายสัปดาห์: 23 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569

ข่าวสดออนไลน์ได้เผยแพร่คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ประจำสัปดาห์ โดยระบุถึงแนวโน้มชีวิตที่มีโอกาสเกิดขึ้นสำหรับราศีต่างๆ ในประเทศไทย

ตามรายงานที่เผยแพร่โดยข่าวสดออนไลน์ ช่วงเวลาระหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม 2569 มีแนวโน้มทางโหราศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลตามราศีเกิด

สำหรับผู้ที่เกิดในราศีเมษ คำพยากรณ์ระบุว่าจะเป็นสัปดาห์ที่วุ่นวายเกี่ยวกับบริวาร โดยอาจมีค่าใช้จ่ายทางการเงินเพื่อแก้ไขความผิดพลาดของผู้อื่น อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าชีวิตการทำงานยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคง และบุคคลอาจมีเสน่ห์ต่อผู้อื่นมากขึ้น ในทางกลับกัน ผู้ที่เกิดในราศีพฤษภได้รับคำแนะนำให้รักษาท่าทีที่อ่อนน้อมและยิ้มแย้มเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจ คำพยากรณ์เตือนถึงความเครียดที่อาจเกิดจากบริวาร และระบุว่าการสื่อสารและการเจรจาอาจพบอุปสรรคในช่วงเวลานี้ สำหรับราศีมิถุน ช่วงเวลานี้อาจเกี่ยวข้องกับการเดินทางที่ไม่คาดคิดหรืองานที่ขัดจังหวะเวลาพักผ่อนที่วางแผนไว้ โดยมีคำแนะนำให้จำกัดการปฏิสัมพันธ์กับชาวตะวันตกเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ดวงชะตาเหล่านี้สะท้อนถึงความสนใจทางวัฒนธรรมที่มีต่อโหราศาสตร์ ซึ่งมักมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในชีวิตประจำวันและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แม้ว่าคำพยากรณ์เหล่านี้จะมีรากฐานมาจากระบบความเชื่อดั้งเดิม แต่ก็ไม่ได้อ้างอิงจากข้อมูลเชิงประจักษ์ ผู้อ่านควรทราบว่าคำพยากรณ์เหล่านี้มีไว้เพื่อความบันเทิงเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ แนวโน้มทางโหราศาสตร์เหล่านี้จะปรากฏในประสบการณ์ส่วนบุคคลอย่างไรนั้นยังคงเป็นเรื่องของมุมมองส่วนบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:02 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

กระทรวงคมนาคมของไทยได้เปิดศูนย์บัญชาการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจัดการผลกระทบจากน้ำท่วมและรับประกันการเชื่อมต่อของระบบขนส่ง

ตามรายงานจาก Matichon Online นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จัดตั้ง 'ศูนย์บัญชาการรับมือน้ำท่วม' ซึ่งปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนยังคงสามารถเข้าถึงระบบขนส่งที่จำเป็นได้ และป้องกันไม่ให้ชุมชนถูกตัดขาดเนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในส่วนของการตอบสนองอย่างเร่งด่วน ทางการกำลังให้ความสำคัญกับการเปิดทางระบายน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีการระบุจุดวิกฤต 3 จุดเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อเร่งการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขังบนเส้นทางสายหลักนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การดำเนินการนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามเชิงรุกในการรักษาความสามารถในการสัญจรทางถนนและการทำงานของระบบขนส่งสาธารณะในช่วงฤดูฝน แม้ว่ากระทรวงจะทำงานอย่างแข็งขันเพื่อให้เส้นทางต่างๆ เปิดใช้งานได้ แต่ผู้เดินทางควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการดำเนินการระบายน้ำในจุดเฉพาะเหล่านี้จะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีความจำเป็นต้องปิดถนนเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ของเมืองหรือไม่ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับสภาพถนนและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักในการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:01 UTC

ความปลอดภัย

ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยอพยพออกจากศูนย์ฝึกหลังน้ำท่วมหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยอพยพออกจากศูนย์ฝึกหลังน้ำท่วมหนัก

ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยต้องอพยพออกจากศูนย์ฝึกซ้อมภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ย่านหัวหมาก หลังเกิดน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยต้องเผชิญกับการอพยพฉุกเฉินออกจากศูนย์ฝึกซ้อมที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถาน ย่านหัวหมาก กรุงเทพมหานคร เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่าระดับน้ำภายในศูนย์ฝึกสูงถึงระดับหน้าอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถใช้งานได้ในทันที แม้ว่าศูนย์ฝึกซ้อมจะเป็นสถานที่เฉพาะทาง แต่ความรุนแรงของการสะสมของน้ำถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศูนย์ฝึกจะปิดทำการนานเท่าใด และน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่ออุปกรณ์เฉพาะทางที่นักกีฬาใช้หรือไม่ ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในกลุ่มนักกีฬาในระหว่างกระบวนการอพยพ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการเคลียร์หรือจะสามารถกลับมาฝึกซ้อมได้เมื่อใด ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปหรือผ่านย่านหัวหมากควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:01 UTC

กีฬา

ภูริพล บุญสอน ลมกรดไทยสร้างประวัติศาสตร์ทุบสถิติเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ภูริพล บุญสอน ลมกรดไทยสร้างประวัติศาสตร์ทุบสถิติเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาชาวไทยสร้างผลงานประวัติศาสตร์ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา ด้วยการทำลายสถิติเดิมในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร และ 100 เมตร

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี ได้สร้างผลงานที่น่าจดจำ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ภูริพลโชว์ฟอร์มแกร่งในรอบฮีตวิ่ง 200 เมตร โดยเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 20.10 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเอเชียนเกมส์เดิมที่ เฟมี โอกูโนเด นักวิ่งจากการ์ต้าเคยทำไว้เมื่อปี 2014

นอกจากนี้ ภูริพลยังคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชายด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรได้สำเร็จ ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยทำไว้ด้วยเวลา 10.44 วินาที ในปี 1978

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและกระแสความตื่นตัวไปทั่วประเทศ ความสำเร็จของนักกีฬาดาวรุ่งบนเวทีระดับทวีปสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของวงการกรีฑาไทย แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงเฝ้ารอชมว่าผลงานของภูริพลจะส่งผลต่อการแข่งขันในรายการที่เหลืออย่างไร ในขณะที่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป ผู้ชมต่างจับตามองว่าสถิติเหล่านี้จะนำไปสู่ความสำเร็จเพิ่มเติมสำหรับทัพนักกีฬาไทยในนาโกยาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:02 UTC

รัฐมนตรีชี้แจงข้อกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีชี้แจงข้อกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการแทรกแซงกิจกรรมทางวิชาการที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีชี้แจงข้อกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีชี้แจงข้อกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการแทรกแซงกิจกรรมทางวิชาการที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวถึงประเด็นดราม่าที่เกี่ยวข้องกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี โดยได้ใช้เวทีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ในการชี้แจงจุดยืนของกระทรวงฯ หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการจัดเสวนาทางวิชาการที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วม และมีการระบุเงื่อนไขให้นักศึกษาที่เข้าร่วมได้รับ 'ชั่วโมงกิจกรรม'

กระแสสังคมได้แสดงความกังวลว่าหน่วยงานรัฐอาจพยายามแทรกแซงเสรีภาพทางวิชาการหรือจำกัดการแสดงออกของนักศึกษาและคณาจารย์ นายยศชนันระบุว่าทางกระทรวงฯ เพียงแค่ขอให้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวหลังจากพบเห็นความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อต่างๆ โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะลิดรอนเสรีภาพทางวิชาการ และการดำเนินการของกระทรวงฯ เป็นเพียงการตอบสนองต่อข้อห่วงใยที่ได้รับจากฝ่ายต่างๆ เท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนในประเด็นการอภิปรายทางวิชาการและการมีส่วนร่วมทางการเมืองภายในมหาวิทยาลัยในประเทศไทย แม้รัฐมนตรีจะปฏิเสธเจตนาในการแทรกแซง แต่สถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างการกำกับดูแลของภาครัฐและความเป็นอิสระของสถาบันการศึกษา ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงฯ จะมีมาตรการทางปกครองเพิ่มเติมหรือไม่ หรือทางมหาวิทยาลัยจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับการจัดเสวนาทางการเมืองที่นับเป็นชั่วโมงกิจกรรมต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตการสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตการสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการรัฐสภาที่นำโดย รังสิมันต์ โรม กำลังสอบสวนความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยตั้งข้อสังเกตถึงการไม่มาให้ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในการประชุมเมื่อเร็วๆ นี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการรัฐสภาสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตการสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการรัฐสภาที่นำโดย รังสิมันต์ โรม กำลังสอบสวนความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยตั้งข้อสังเกตถึงการไม่มาให้ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในการประชุมเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี รังสิมันต์ โรม เป็นประธาน กำลังดำเนินการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างการสอบเหล่านี้กับกลุ่มการเมือง โดยรังสิมันต์ระบุว่าจำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่ามีพรรคการเมืองอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้หรือไม่

ความคืบหน้าสำคัญในการประชุมเมื่อเร็วๆ นี้คือการที่บุคคลระดับสูงหลายคนซึ่งถูกเรียกตัวมาให้ถ้อยคำไม่ได้ปรากฏตัว โดยในจำนวนนี้รวมถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทรงศักดิ์ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รังสิมันต์กล่าวว่าคณะกรรมาธิการยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้ายและตั้งใจที่จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่การอภิปรายในรัฐสภาในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับความโปร่งใสในการบริหารงานภายในโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะกำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างจริงจัง แต่ขอบเขตของการมีส่วนร่วมทางการเมืองและผลกระทบที่แน่ชัดต่อการสรรหาบุคลากรในภาครัฐยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คณะกรรมาธิการยังคงรวบรวมหลักฐาน และสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมว่าเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้มาปรากฏตัวจะถูกบังคับให้มาให้ถ้อยคำในการประชุมครั้งต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:38 UTC

การปรับ ครม. ไทยยึดผลงานเป็นหลัก ไม่ใช่กรอบเวลา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การปรับ ครม. ไทยยึดผลงานเป็นหลัก ไม่ใช่กรอบเวลา

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาจากผลงานจริงมากกว่าการยึดติดกับกรอบเวลาที่กำหนดไว้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การปรับ ครม. ไทยยึดผลงานเป็นหลัก ไม่ใช่กรอบเวลา

แหล่งข่าวเดียว
การปรับ ครม. ไทยยึดผลงานเป็นหลัก ไม่ใช่กรอบเวลา

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาจากผลงานจริงมากกว่าการยึดติดกับกรอบเวลาที่กำหนดไว้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีโดยพิจารณาจากผลงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การยึดติดกับกรอบเวลา 1 ปีตามที่มีการคาดการณ์

นายไชยชนกยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพ พร้อมทั้งปฏิเสธประเด็นความขัดแย้งเรื่องกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาและข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง โดยระบุว่าเป็นเพียงความพยายามทางการเมืองเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำชี้แจงนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้สถานการณ์ทางการเมืองจะยังคงมีความเคลื่อนไหว แต่รัฐบาลยังคงยืนยันว่าโครงสร้างการบริหารงานมีความมั่นคง การมุ่งเน้นไปที่การประเมินผลงานสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์เชิงนโยบายในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือช่วงเวลาและขอบเขตที่ชัดเจนของการปรับคณะรัฐมนตรี เนื่องจากอำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว โดยผู้สังเกตการณ์ยังคงจับตาดูว่าพลวัตทางการเมืองเหล่านี้จะส่งผลต่อลำดับความสำคัญทางกฎหมายและการดำเนินนโยบายสาธารณะในช่วงที่เหลือของปีอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:38 UTC

กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามมติอนุฯ กรณีข้อครหาการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามมติอนุฯ กรณีข้อครหาการคัดเลือก สว.

กลุ่มผู้ชุมนุม 3 กลุ่มได้กดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการฯ เกี่ยวกับข้อครหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามมติอนุฯ กรณีข้อครหาการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามมติอนุฯ กรณีข้อครหาการคัดเลือก สว.

กลุ่มผู้ชุมนุม 3 กลุ่มได้กดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการฯ เกี่ยวกับข้อครหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กลุ่มผู้ชุมนุม 3 กลุ่ม ได้แก่ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.), กลุ่ม สว. สำรอง และกลุ่มที่นำโดยนักกิจกรรมที่รู้จักกันในชื่อ 'เจ๊แมว' ได้รวมตัวประท้วงที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ยึดตามมติของคณะอนุกรรมการฯ ที่มีรายงานว่าได้เสนอให้ดำเนินคดีกับบุคคล 229 คนที่ต้องสงสัยว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

กลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ กกต. ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาล โดยเตือนว่าหากเพิกเฉยอาจซ้ำรอยเหตุการณ์อื้อฉาวในอดีตที่เกี่ยวข้องกับ 'กกต. 3 หนา' ซึ่งเป็นการอ้างถึงความขัดแย้งในอดีตที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนี้ ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมแสดงความกังวลว่า กกต. อาจถูกอิทธิพลทางการเมืองครอบงำแทนที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความชอบธรรมของ สว. ชุดใหม่ แม้ว่าการประท้วงจะจำกัดอยู่ในพื้นที่สำนักงาน กกต. แต่การชุมนุมในลักษณะนี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่หรือมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในเขตหน่วยงานราชการ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะรับรองมติของคณะอนุกรรมการฯ อย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือคดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างไร โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูท่าทีของคณะกรรมการฯ ต่อข้อเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบจากสาธารณชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:39 UTC

ครม.เงาฝ่ายค้านเสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาในจังหวัดปราจีนบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม.เงาฝ่ายค้านเสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาในจังหวัดปราจีนบุรี

ครม.เงาของฝ่ายค้านได้ยื่นข้อเสนอ 3 ประการเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผิดกฎหมายและปัญหาสิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม.เงาฝ่ายค้านเสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ครม.เงาฝ่ายค้านเสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาในจังหวัดปราจีนบุรี

ครม.เงาของฝ่ายค้านได้ยื่นข้อเสนอ 3 ประการเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผิดกฎหมายและปัญหาสิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 Thai Post รายงานว่า 'ครม.เงา' ของฝ่ายค้านได้นำเสนอแผน 3 ประการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อในจังหวัดปราจีนบุรี โดยข้อเสนอดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการทันทีเพื่อจัดการกับธุรกิจ 'ทุนสีเทา' โรงงานที่ไม่มีใบอนุญาต และการลักลอบทิ้งขยะพิษในพื้นที่

กลุ่มฝ่ายค้านได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นผู้นำโดยการลงนามในคำสั่งที่จำเป็น เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามรายงานระบุว่ากลุ่มดังกล่าวโต้แย้งว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและความปลอดภัยของชุมชนยังคงอยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมและการจัดการสิ่งแวดล้อมในจังหวัด แม้ว่าข้อเสนอเหล่านี้จะถูกผลักดันโดยฝ่ายค้าน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะรับเอามาตรการเหล่านี้ไปปฏิบัติ หรือจะดำเนินกลยุทธ์ทางเลือกอื่นเพื่อจัดการกับความท้าทายด้านอุตสาหกรรมและการจัดการขยะที่ได้รับรายงานหรือไม่ ในขณะนี้สถานการณ์ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเฉพาะเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:18 UTC

ความละเอียดอ่อนทางภาษาและวาทกรรมทางการเมืองในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความละเอียดอ่อนทางภาษาและวาทกรรมทางการเมืองในประเทศไทย

บทวิเคราะห์ล่าสุดจากมติชนออนไลน์สำรวจผลกระทบของวาทกรรมทางการเมืองและวิวัฒนาการของภาษาในพื้นที่สาธารณะของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความละเอียดอ่อนทางภาษาและวาทกรรมทางการเมืองในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ความละเอียดอ่อนทางภาษาและวาทกรรมทางการเมืองในประเทศไทย

บทวิเคราะห์ล่าสุดจากมติชนออนไลน์สำรวจผลกระทบของวาทกรรมทางการเมืองและวิวัฒนาการของภาษาในพื้นที่สาธารณะของไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์ในหัวข้อ 'ยุทธการ 18 หัวเมือง : ถ้อยคำ สำนวน กระบวน เลื่อน เคลื่อนพลิก ภาษา ความคิด' ได้ตรวจสอบความซับซ้อนของการสื่อสารทางการเมืองในประเทศไทย บทความเน้นย้ำว่าวลีเฉพาะและ 'คำเท่ๆ' ที่นักการเมืองใช้สามารถนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือการเปลี่ยนแปลงในการรับรู้ของสาธารณชนได้อย่างไร การวิเคราะห์วิวัฒนาการของวาทกรรมชี้ให้เห็นว่าวิธีการนำเสนอแนวคิดมีอิทธิพลอย่างมากต่อบรรยากาศทางการเมืองโดยรวม

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย บทวิเคราะห์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของบริบทในการตีความข่าวท้องถิ่นและวาทกรรมทางการเมือง ภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมทางภาษา ซึ่งการเลือกใช้คำมักมีน้ำหนักมากกว่าความหมายตามตัวอักษร การเข้าใจความละเอียดอ่อนเหล่านี้สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพลวัตทางสังคมของประเทศได้ดียิ่งขึ้น

แม้ว่าบทความจะนำเสนอมุมมองเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับวิธีที่ภาษาหล่อหลอมกระบวนการทางการเมือง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงทางวาทกรรมเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อนโยบายในอนาคตหรือความรู้สึกของสาธารณชนอย่างไร รายงานฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่จุดตัดระหว่างภาษากับกลยุทธ์ทางการเมืองเป็นหลัก โดยยังคงต้องรอดูผลกระทบระยะยาวของ 'คำเท่ๆ' เหล่านี้ที่มีต่อการบริหารจัดการต่อไป ผู้อ่านควรติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มทางภาษาเหล่านี้ในการสนทนาระดับชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

การเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน สส. โดย DSI ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งทางการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน สส. โดย DSI ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งทางการเมือง

กรุณพล เทียนสุวรรณ จากพรรคประชาชนวิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ปล่อยชื่อ สส. ภูเก็ต ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับบริษัท 28 แห่ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน สส. โดย DSI ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
การเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน สส. โดย DSI ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งทางการเมือง

กรุณพล เทียนสุวรรณ จากพรรคประชาชนวิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ปล่อยชื่อ สส. ภูเก็ต ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับบริษัท 28 แห่ง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 Thai Post รายงานว่า กรุณพล เทียนสุวรรณ ตัวแทนจากพรรคประชาชน ได้วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต่อสาธารณะ โดยข้อโต้แย้งนี้เกิดจากการที่ DSI เปิดเผยชื่อ สส. ภูเก็ต รายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับรายงานที่กล่าวหาว่าบุคคลดังกล่าวทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับบริษัทถึง 28 แห่ง

กรุณพลโต้แย้งว่าการตัดสินใจของ DSI ในการเปิดเผยชื่อนั้นเสมือนเป็นการปฏิบัติกับ สส. รายดังกล่าวราวกับว่ามีความผิดไปแล้ว เขาเน้นย้ำว่าบัญชีทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัว และระบุว่าเขาไม่มีความรู้เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ สส. รายนี้ถือครองอยู่ นอกจากนี้เขายังอ้างว่าพรรคของเขาถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมจากการกระทำดังกล่าวหลายครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างกลุ่มการเมืองและหน่วยงานสืบสวนของรัฐ แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงเป็นข้อพิพาททางการเมืองภายในประเทศ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กรและความรับผิดชอบทางการเมืองในประเทศ จนถึงขณะนี้ DSI ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวน และข้อกล่าวหาที่ว่า สส. รายนี้ทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับบริษัทเหล่านั้นยังคงไม่มีการพิสูจน์ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า DSI จะตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือพรรคประชาชนจะดำเนินการทางกฎหมายกับหน่วยงานดังกล่าวสำหรับการเปิดเผยข้อมูลนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:18 UTC

กรรมาธิการสภาฯ เดินหน้าสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรรมาธิการสภาฯ เดินหน้าสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรกำลังตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่นช่วงปี 2567-2569 หลังมีรายงานว่าบุคคลสำคัญหลายรายไม่ได้เข้าร่วมการชี้แจง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรรมาธิการสภาฯ เดินหน้าสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กรรมาธิการสภาฯ เดินหน้าสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรกำลังตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่นช่วงปี 2567-2569 หลังมีรายงานว่าบุคคลสำคัญหลายรายไม่ได้เข้าร่วมการชี้แจง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดการประชุมเพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่นประจำปี 2567-2569 ตามรายงานของ Khaosod Online คณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบว่าความไม่โปร่งใสเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหรือไม่

บุคคลสำคัญหลายราย อาทิ นายกรัฐมนตรี, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และนายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้รับเชิญให้เข้าชี้แจงแต่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้ขอข้อมูลจากตัวแทนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวมถึงเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการจ้างงานภาครัฐในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะยังไม่มีข้อสรุป แต่การสอบสวนชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของความเชื่อมโยงระหว่างความไม่โปร่งใสทางธุรการและอิทธิพลทางการเมือง เรื่องนี้ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และสาธารณชนกำลังรอความชัดเจนว่ากระบวนการสอบเหล่านี้ถูกแทรกแซงหรือไม่ และมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการระบุว่าจะดำเนินการติดตามเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

ฝ่ายค้านวิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ฝ่ายค้านวิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

พรรคประชาชน (ปชน.) ได้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของรัฐบาลอนุทิน โดยมุ่งเป้าไปที่โครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และการปรับภาษีรถยนต์เมื่อเร็วๆ นี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ฝ่ายค้านวิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านวิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

พรรคประชาชน (ปชน.) ได้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของรัฐบาลอนุทิน โดยมุ่งเป้าไปที่โครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และการปรับภาษีรถยนต์เมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 สมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาท้าทายทิศทางเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทินอย่างเปิดเผย โดยวีระยุทธ์ ตัวแทนของพรรคโต้แย้งว่ารัฐบาลขาดกลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจที่ครอบคลุม และพึ่งพาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' มากเกินไป ซึ่งเขาระบุว่าไม่เพียงพอที่จะจัดการกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

นอกจากนี้ อิสริยะ อีกหนึ่งบุคคลสำคัญของพรรค ยังได้วิพากษ์วิจารณ์แนวทางของรัฐบาลในเรื่องนโยบายภาษีรถยนต์ โดยฝ่ายค้านยืนยันว่ามาตรการปัจจุบันไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของภาคส่วนนี้ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเหล่านี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการจัดการทางการคลังของประเทศ และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค แม้ว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะสะท้อนถึงจุดยืนของฝ่ายค้านต่อการทำงานของรัฐบาลในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการเสนอการปรับปรุงโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' หรือโครงสร้างภาษีรถยนต์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสำหรับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถยนต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:18 UTC

กระทรวงศึกษาธิการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติอย่างทั่วถึง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติอย่างทั่วถึง

กระทรวงศึกษาธิการของไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ง่ายเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดยมีภาษามือและตัวเลือกการส่งความคิดเห็นแบบไม่ระบุตัวตน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติอย่างทั่วถึง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติอย่างทั่วถึง

กระทรวงศึกษาธิการของไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ง่ายเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดยมีภาษามือและตัวเลือกการส่งความคิดเห็นแบบไม่ระบุตัวตน

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากระทรวงศึกษาธิการได้เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากสาธารณชนเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความครอบคลุม กระทรวงได้จัดทำระบบที่มีการแปลเป็นภาษามือในทุกมาตราของร่างกฎหมาย พร้อมเสียงบรรยาย นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังอนุญาตให้ประชาชนส่งความคิดเห็นโดยไม่ต้องระบุตัวตน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม รวมถึงผู้พิการที่มีส่วนร่วมในการออกแบบและทดสอบระบบดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาเชิงนโยบายสังคมของไทย โครงการนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสและการเข้าถึงทางกฎหมาย การดึงผู้พิการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากลไกการรับฟังความคิดเห็นนี้ รัฐบาลกำลังพยายามสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการบริหารจัดการที่ครอบคลุม

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบร่างกฎหมายและส่งความคิดเห็นผ่านพอร์ทัลอย่างเป็นทางการได้ที่ http://202.129.16.203/edulaw_hearing สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าช่วงเวลาการรับฟังความคิดเห็นนี้มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน โดยวันสุดท้ายสำหรับการส่งความคิดเห็นคือวันที่ 25 สิงหาคม 2569 แม้ว่ากระทรวงจะเปิดช่องทางนี้สำหรับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนแล้ว แต่เนื้อหาฉบับสมบูรณ์ของร่างกฎหมายและวิธีการที่ข้อเสนอแนะเหล่านี้จะถูกนำไปรวมในกระบวนการทางกฎหมายนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

ไทยเชิดชูเกียรตินักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเพื่อยกระดับงานวิจัยสู่เวทีโลก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเชิดชูเกียรตินักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเพื่อยกระดับงานวิจัยสู่เวทีโลก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อผลักดันการลงทุนจากภาคเอกชนในงานวิจัยไทย

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเชิดชูเกียรตินักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเพื่อยกระดับงานวิจัยสู่เวทีโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเชิดชูเกียรตินักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเพื่อยกระดับงานวิจัยสู่เวทีโลก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อผลักดันการลงทุนจากภาคเอกชนในงานวิจัยไทย

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2569 ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูความเป็นเลิศของวงการวิทยาศาสตร์ไทย พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การวิจัยระดับชาติ

ในระหว่างพิธี ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการทลายกรอบงบประมาณแบบเดิม โดยมุ่งเน้นการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมและร่วมลงทุน เพื่อผลักดันผลงานวิจัยของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลและมีความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงโอกาสที่เพิ่มขึ้นในการสร้างนวัตกรรมท้องถิ่นและความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาของไทยกับธุรกิจระหว่างประเทศ ในขณะที่รัฐบาลกำลังผลักดันการปรับปรุงกรอบการวิจัย ผู้ที่อยู่ในภาคเทคโนโลยี การศึกษา หรืออุตสาหกรรม อาจพบช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนในการสร้างระบบนิเวศการวิจัยที่เข้มแข็งขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลไกการจูงใจภาคเอกชนหรือกรอบเวลาสำหรับโครงสร้างการระดมทุนใหม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้จะส่งผลต่อการสนับสนุนชุมชนวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

รัฐมนตรีสุชาติยืนยัน ปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผน EEC
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีสุชาติยืนยัน ปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผน EEC

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจังหวัดปราจีนบุรีไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หลังจากมีความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีสุชาติยืนยัน ปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผน EEC

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีสุชาติยืนยัน ปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผน EEC

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจังหวัดปราจีนบุรีไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หลังจากมีความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อรับฟังข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการนำพื้นที่เข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยในฐานะตัวแทนของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีได้พบปะกับกลุ่ม 'เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง' เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรน้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติยืนยันอย่างชัดเจนว่า ปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ในแผน EEC ซึ่งปัจจุบันยังคงจำกัดอยู่เพียง 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมมากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียและมลพิษทางน้ำในพื้นที่

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในพื้นที่นี้ การยืนยันดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะการพัฒนาของจังหวัดและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องสิ่งแวดล้อม แม้ว่ารัฐบาลจะให้คำมั่นว่าจะใช้ข้อมูลทางวิชาการและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นฐานในการพัฒนาในอนาคต แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการฟื้นฟูมลพิษและการบังคับใช้กฎหมายจัดการขยะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันว่าแผนการพัฒนาในอนาคตจะต้องมีความสมดุลกับการอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรมและสิทธิของชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้สร้างความมั่นใจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบบรรจุ หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้สร้างความมั่นใจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบบรรจุ หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทยและรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ชี้แจงถึงกรณีความกังวลเรื่องการเพิกถอนข้าราชการที่ถูกสงสัยว่าทุจริตในการสอบเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยนายนิรัตน์เน้นย้ำที่ทำเนียบรัฐบาลว่า กระบวนการสอบบรรจุได้ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากคณะกรรมการหลายชุด รวมถึงคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง)

ตามรายงานของ Khaosod Online นายนิรัตน์ระบุว่าการตรวจสอบคะแนนดำเนินการโดยบริษัทคู่สัญญาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขาชี้แจงว่าแม้ใบแสดงคะแนนจะเป็นเอกสารลับเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมาย แต่ความถูกต้องของผลคะแนนได้รับการตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ทั้งนี้ กระทรวงได้ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลเฉพาะที่ได้รับจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนเรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการรักษาความโปร่งใสในการบริหารงานภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้กระทรวงจะยืนยันว่ากระบวนการสอบบรรจุมีความรอบคอบ แต่สถานการณ์ยังคงมีความละเอียดอ่อนเนื่องจากการสอบสวนความไม่โปร่งใสในอดีตยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำยืนยันทางปกครองเหล่านี้จะส่งผลต่อสถานะระยะยาวของพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

อดีต รมว.กห. ยูเครน เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีต รมว.กห. ยูเครน เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้ง

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครนได้ออกมาเรียกร้องต่อรัฐบาลให้จัดการเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการทางประชาธิปไตยไม่ควรถูกจับเป็นตัวประกันจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่กับรัสเซีย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีต รมว.กห. ยูเครน เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
อดีต รมว.กห. ยูเครน เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้ง

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครนได้ออกมาเรียกร้องต่อรัฐบาลให้จัดการเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการทางประชาธิปไตยไม่ควรถูกจับเป็นตัวประกันจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่กับรัสเซีย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครนได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศดำเนินการจัดการเลือกตั้งระดับชาติ อดีตเจ้าหน้าที่รายนี้เน้นย้ำว่าสงครามที่กำลังดำเนินอยู่กับรัสเซียไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการระงับกระบวนการทางประชาธิปไตย โดยระบุว่าประเทศไม่ควรปล่อยให้รัสเซียจับประชาธิปไตยของตนเป็นตัวประกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะมุ่งเน้นไปที่การเมืองภายในของยูเครน แต่การเรียกร้องให้มีความต่อเนื่องทางประชาธิปไตยในช่วงสงครามมักถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากประชาคมระหว่างประเทศ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในหรือการปรับเปลี่ยนแนวทางเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของประเทศ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลยูเครนชุดปัจจุบันจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร หรือมีการเคลื่อนไหวทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเพื่อจัดการเลือกตั้งหรือไม่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าข้อเรียกร้องนี้จะได้รับการสนับสนุนจากบุคคลทางการเมืองอื่นๆ หรือไม่ หรือรัฐบาลจะยังคงรักษาจุดยืนเดิมเกี่ยวกับการระงับการเลือกตั้งในช่วงประกาศกฎอัยการศึกต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

เจ้าหน้าที่ย้ำความมั่นใจเรื่องความโปร่งใสในการสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ย้ำความมั่นใจเรื่องความโปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่รัฐชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยืนยันว่ากระบวนการมีความปลอดภัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เจ้าหน้าที่ย้ำความมั่นใจเรื่องความโปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ย้ำความมั่นใจเรื่องความโปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่รัฐชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยืนยันว่ากระบวนการมีความปลอดภัย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 เจ้าหน้าที่รัฐที่รู้จักกันในชื่อ 'เซมเบ้' ได้ออกมาตอบโต้ข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบ

'เซมเบ้' ระบุว่าขั้นตอนการสอบผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากคณะกรรมการหลายชุด ซึ่งออกแบบมาเพื่อรับประกันความโปร่งใสและความเป็นธรรม นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังชี้ว่าความรุนแรงของประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวได้ลดลงไปมากแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ข้อมูลนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพด้านการบริหารและคุณภาพของบุคลากรในหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลบริการสาธารณะ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของกระบวนการสอบแล้ว แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าคำกล่าวเหล่านี้เป็นมุมมองของเจ้าหน้าที่ต่อสถานะปัจจุบันของการตรวจสอบและความโปร่งใสของระบบการคัดเลือก ทั้งนี้ ความคืบหน้าเพิ่มเติมหรือผลสรุปจากการตรวจสอบที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

รมช.มหาดไทยแฉกลโกงทุนจีนสีเทาใช้ที่อยู่ชาวบ้านจดทะเบียนบริษัทในสกลนคร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมช.มหาดไทยแฉกลโกงทุนจีนสีเทาใช้ที่อยู่ชาวบ้านจดทะเบียนบริษัทในสกลนคร

พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดโปงขบวนการทุจริตที่ใช้ที่อยู่ของชาวบ้านในจังหวัดสกลนครไปจดทะเบียนบริษัทโดยที่เจ้าของบ้านไม่ทราบเรื่อง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมช.มหาดไทยแฉกลโกงทุนจีนสีเทาใช้ที่อยู่ชาวบ้านจดทะเบียนบริษัทในสกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
รมช.มหาดไทยแฉกลโกงทุนจีนสีเทาใช้ที่อยู่ชาวบ้านจดทะเบียนบริษัทในสกลนคร

พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดโปงขบวนการทุจริตที่ใช้ที่อยู่ของชาวบ้านในจังหวัดสกลนครไปจดทะเบียนบริษัทโดยที่เจ้าของบ้านไม่ทราบเรื่อง

พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมทางธุรกิจที่ไม่โปร่งใสในจังหวัดสกลนคร โดยพบว่ามีกลุ่มทุนจีนนำที่อยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ไปใช้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยที่เจ้าของบ้านไม่มีส่วนรู้เห็น ตามรายงานจาก Thai Post พบว่าชาวบ้านจำนวนมากไม่ทราบว่าบ้านของตนถูกนำไปใช้เป็นที่อยู่ทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ

พลพีร์เปิดเผยว่ามีนายหน้าคอยจ่ายเงินให้กับชาวบ้านเพื่อแลกกับเลขที่บ้านนำไปใช้ในการจดทะเบียนที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ ทางกระทรวงได้ออกคำสั่งให้เร่งเพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าวภายใน 5-7 วัน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อระบุตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดและจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบทะเบียนบ้านของตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหน่วยงานที่ไม่ได้รับอนุญาตมาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของคุณ แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังดำเนินการลบข้อมูลที่เป็นเท็จเหล่านี้ทันที แต่ขอบเขตของเครือข่ายและจำนวนทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีบริษัทกี่แห่งที่ถูกจดทะเบียนด้วยวิธีนี้ หรือมีขบวนการลักษณะเดียวกันนี้ในจังหวัดอื่นหรือไม่ คาดว่าทางการจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อการสอบสวนมีความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 03:56 UTC

นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการต้อนรับด้วยการยิงสลุต 19 นัดในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่กรุงแคนเบอร์รา โดยทั้งสองประเทศได้ย้ำถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการต้อนรับด้วยการยิงสลุต 19 นัดในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่กรุงแคนเบอร์รา โดยทั้งสองประเทศได้ย้ำถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางถึงกรุงแคนเบอร์ราเพื่อเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ณ ลานพิธีการด้านหน้าอาคารรัฐสภาออสเตรเลีย โดยมีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการซึ่งรวมถึงการยิงสลุต 19 นัด และการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ พร้อมด้วยการบรรเลงเพลงชาติของทั้งสองประเทศ

ในระหว่างการเยือน ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงการกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและออสเตรเลีย โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งด้านการค้า ความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และการมีส่วนร่วมในระดับพหุภาคี พิธีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพที่ใกล้ชิดและความสำคัญที่ทั้งสองประเทศมีต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การดำเนินงานทางการทูตระดับสูงนี้ตอกย้ำถึงเสถียรภาพและความพยายามในการร่วมมือกันระหว่างทั้งสองประเทศ แม้ว่าการเยือนครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการกระชับความสัมพันธ์ แต่ผลลัพธ์ทางนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงทวิภาคีที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในระหว่างการเยือน เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงกรอบยุทธศาสตร์ที่มีอยู่ซึ่งกำกับดูแลความสัมพันธ์ระหว่างไทยและออสเตรเลีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 03:56 UTC

พรรคประชาชนแจงจุดยืน ม.112 ท่ามกลางข้อพิพาทการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนแจงจุดยืน ม.112 ท่ามกลางข้อพิพาทการคัดเลือก สว.

พรรคประชาชนปฏิเสธการสนับสนุนให้ใช้มาตรา 112 ในคดีอื้อฉาวการคัดเลือก สว. พร้อมจี้ กกต. เร่งดำเนินการสอบสวน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนแจงจุดยืน ม.112 ท่ามกลางข้อพิพาทการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนแจงจุดยืน ม.112 ท่ามกลางข้อพิพาทการคัดเลือก สว.

พรรคประชาชนปฏิเสธการสนับสนุนให้ใช้มาตรา 112 ในคดีอื้อฉาวการคัดเลือก สว. พร้อมจี้ กกต. เร่งดำเนินการสอบสวน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ชี้แจงกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าพรรคสนับสนุนให้ประชาชนฟ้องร้องดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา ตามรายงานของ Khaosod Online น.ส.ภคมน ยืนยันอย่างชัดเจนว่าพรรคไม่สนับสนุนให้ใช้มาตรา 112 ในบริบทนี้ โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายดังกล่าวในปัจจุบันมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

น.ส.ภคมน อธิบายว่าความเห็นก่อนหน้านี้ของแกนนำพรรคมีจุดประสงค์เพื่อชี้ให้เห็นถึงมาตรฐานสองมาตรฐานของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่ใช้กฎหมายนี้ทำลายฝ่ายตรงข้าม แต่กลับนิ่งเฉยเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับพวกพ้องของตนเอง เธอระบุว่าพฤติกรรมที่ปรากฏในคลิปเสียงเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกระทำผิดในกระบวนการคัดเลือก สว. ซึ่งเธอกล่าวว่ามีพยานบุคคลยืนยันชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับกรอบกฎหมายของไทยและการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว. แม้พรรคประชาชนจะเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หยุดประวิงเวลาและเร่งดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ถูกกล่าวหา แต่ผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการของ กกต. ยังคงต้องรอติดตามต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าคณะกรรมการจะจัดการกับหลักฐานที่มีอยู่ในมืออย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 03:56 UTC