ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารรับมือฝนตกหนัก ✦
การเมือง แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในไทย ✦
เศรษฐกิจ ธนาคารกรุงไทยประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม ✦
การขนส่ง คืนเงินค่าจอดรถ MRT คลองบ้านม้าช่วงน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการไทยปรับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้าสายสีแดงเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟขัดข้อง ✦
สุขภาพ แพทย์ลุยน้ำท่วมหนักเพื่อไปผ่าตัดคนไข้ ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ทุบสถิติใหม่แม้มีอาการล้า ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง ✦
ความปลอดภัย ฝนตกหนักทำระบบระบายน้ำในสมุทรปราการรับมือไม่ไหว ✦
ความปลอดภัย

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารรับมือฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารรับมือฝนตกหนัก

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดใช้งานมาตรการฉุกเฉินเพื่อปกป้องโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศไทย เนื่องจากฝนตกหนักและน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินที่เข้มงวดขึ้นเพื่อรับประกันความต่อเนื่องของบริการ 5G, 4G และ WiFi ทั่วประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้เกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคอื่นๆ หลายแห่ง

ตามรายงานของ Khaosod Online บริษัทได้ระดมทีมวิศวกรภาคสนามเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อติดตามโครงสร้างพื้นฐานแบบเรียลไทม์ มาตรการสำคัญรวมถึงการติดตั้งระบบแนวกั้นป้องกันน้ำท่วมรอบชุมสายหลักและชุมสายย่อย รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับภูมิภาค ศูนย์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งกำลังคนและอุปกรณ์ไปยังพื้นที่ที่การสัญจรอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาช่องทางการสื่อสารที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการประสานงานความช่วยเหลือในช่วงเหตุฉุกเฉินทางสภาพอากาศ บริษัทกำลังให้ความสำคัญกับการปกป้องสถานีฐานที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ คลอง และพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วม แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมุ่งป้องกันการหยุดชะงักของบริการ แต่ขอบเขตของปัญหาโครงข่ายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่น้ำท่วมขังรุนแรงยังคงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพอากาศในขณะนั้น ประชาชนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับการให้บริการอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

การเมือง

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในไทย

แหล่งข่าวเดียว
แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในไทย

รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับการตรวจสอบทางการเมืองอย่างเข้มข้น เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำซากทั่วประเทศกำลังท้าทายประสิทธิภาพของกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำ

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นวงกว้างในปี 2569 รัฐบาลกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก ตามบทบรรณาธิการของ Khaosod Online ฝ่ายค้านกำลังตั้งคำถามถึงความสามารถของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเปรียบเทียบมาตรการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นทางการ เช่น แผนรับมือฤดูฝน 9 มาตรการที่เริ่มใช้ในเดือนมิถุนายน กับความเป็นจริงที่ชาวบ้านต้องเผชิญในพื้นที่

สำหรับชาวบ้าน วิกฤตนี้หมายถึงบ้านเรือนที่จมน้ำ ครอบครัวที่ต้องอพยพ และรายได้ที่สูญเสียไป ประเด็นความขัดแย้งที่น่าสังเกตเกิดขึ้นที่อยุธยา ซึ่งความกังวลในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากมีการยืนยันก่อนหน้านี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเผชิญกับภัยแล้งมากกว่าน้ำท่วม ความคลาดเคลื่อนนี้ทำให้เกิดการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ที่ชาวบ้านนำปี๊บเปล่าไปมอบให้ที่รัฐสภาเพื่อแสดงความไม่พอใจ แม้ว่ารัฐบาลกำลังผลักดันโครงการระยะยาวอย่างระบบ 'One Map น้ำ' แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าโครงการเหล่านี้อาจต้องใช้เวลา 7-8 ปีจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักในพื้นที่และความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม แม้จะมีโครงการช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ธรรมชาติของน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการฉุกเฉินในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพเพียงใดในการบรรเทาความเสียหายเพิ่มเติม และแผนการบริหารจัดการน้ำระยะยาวของรัฐบาลจะตอบสนองความต้องการของประชาชนสำหรับทางออกที่ยั่งยืนและทันท่วงทีได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

เศรษฐกิจ

ธนาคารกรุงไทยประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกรุงไทยประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม

ธนาคารกรุงไทยเปิดตัวมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมีการลดค่างวดและปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อธุรกิจ SME

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ธนาคารกรุงไทยได้เปิดตัวมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเพื่อสนับสนุนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแบ่งเบาภาระทางการเงินให้กับประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ

สำหรับสินเชื่อบ้านและสินเชื่อธุรกิจ SSME ที่มีอยู่เดิม ธนาคารเสนอให้ลดค่างวดรายเดือนลง 75% เป็นเวลา 1 ปี นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 0% ในช่วง 3 เดือนแรก ตามด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี เป็นเวลา 33 เดือนถัดไป ซึ่งรวมเป็นระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี ส่วนผู้ถือสินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan) ก็มีสิทธิ์ได้รับการลดค่างวดลง 75% เป็นเวลา 1 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 3 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการในประเทศไทย มาตรการเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องที่จำเป็นในช่วงการฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะสำหรับโครงการเหล่านี้และขั้นตอนการสมัครสำหรับแต่ละกรณีนั้น ยังคงต้องตรวจสอบโดยตรงกับทางธนาคาร ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมควรติดต่อสาขาของธนาคารกรุงไทยหรือช่องทางที่เป็นทางการเพื่อตรวจสอบสถานะและทำความเข้าใจขอบเขตความช่วยเหลือทั้งหมดที่มีให้สำหรับสินเชื่อประเภทต่างๆ ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

การขนส่ง

คืนเงินค่าจอดรถ MRT คลองบ้านม้าช่วงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
คืนเงินค่าจอดรถ MRT คลองบ้านม้าช่วงน้ำท่วม

รัฐบาลไทยชี้แจงว่าผู้ที่จ่ายค่าจอดรถที่สถานี MRT คลองบ้านม้าก่อนมีมาตรการจอดฟรีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถขอรับเงินคืนเต็มจำนวนได้

ตามรายงานจาก Khaosod Online รัฐบาลไทยได้ชี้แจงกรณีที่มีการเรียกเก็บค่าบริการอาคารจอดแล้วจร (Park & Ride) สถานี MRT คลองบ้านม้า หลังจากมีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการเก็บค่าจอดรถรายเดือนจำนวน 1,000 บาท นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าการชำระเงินดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะประกาศมาตรการเปิดให้ประชาชนจอดรถฟรีเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

มาตรการจอดรถฟรีมีผลตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้ที่ชำระค่าบริการไปก่อนหน้าจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน หากนำรถออกจากอาคารจอดแล้วจรภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 สำหรับผู้ที่ชำระด้วยบัตรเครดิต การคืนเงินจะดำเนินการผ่านระบบธนาคารซึ่งอาจต้องใช้เวลาดำเนินการเพิ่มเติม

ข้อมูลนี้มีความสำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้เดินทางที่อาจนำรถมาจอดในช่วงวิกฤตน้ำท่วม แม้ว่านโยบายการคืนเงินจะชัดเจน แต่ผู้ที่ต้องการขอรับเงินคืนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เคลื่อนย้ายรถภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่า รฟม. จะมีมาตรการอย่างไรหากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงยืดเยื้อเกินวันที่ 2 ตุลาคม หรือหากต้องมีขั้นตอนทางธุรการเพิ่มเติมสำหรับการคืนเงินสด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

ความปลอดภัย

ทางการไทยปรับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยปรับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ปรับปรุงกลยุทธ์การรับมือน้ำท่วม โดยเน้นการลดการระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่และการควบคุมการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ดำเนินแผนการบริหารจัดการน้ำที่ปรับปรุงใหม่เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากอุทกภัยที่ยังคงมีอยู่ กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การดำเนินการหลักสองประการ ได้แก่ การลดการระบายน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่และการควบคุมการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเข้มงวด

เพื่อลดแรงกดดันในพื้นที่ท้ายน้ำ ทางการกำลังเร่งผันน้ำส่วนเกินเข้าสู่ทุ่งรับน้ำที่กำหนดไว้ (หรือที่เรียกว่า 'ทุ่ง') มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้นต่อพื้นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามเชิงรุกในการจัดการกับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในภาคกลางของประเทศไทย แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระดับน้ำ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรใช้ความระมัดระวัง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับระดับน้ำและการหยุดชะงักของการเดินทางที่อาจเกิดขึ้น

ในขั้นตอนนี้ ประสิทธิภาพในระยะยาวของการผันน้ำเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยัน เนื่องจากสถานการณ์ขึ้นอยู่กับรูปแบบของปริมาณน้ำฝนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและปริมาณน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือเป็นสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:55 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้าสายสีแดงเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟขัดข้อง

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีแดงเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟขัดข้อง

รถไฟฟ้าสายสีแดงกำลังเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟขัดข้องที่ห้องควบคุมทุ่งสองห้อง โดยคาดว่าจะกลับมาให้บริการได้ตามปกติในคืนนี้

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงประสบปัญหาขัดข้องทางเทคนิคที่ระบบจ่ายไฟบริเวณห้องควบคุมทุ่งสองห้อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการให้บริการตามปกติสำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการเส้นทางดังกล่าว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว โดยผู้เกี่ยวข้องแสดงความมั่นใจว่าระบบจะได้รับการซ่อมแซมและพร้อมกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในคืนนี้ สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงในการเดินทางประจำวัน เหตุการณ์นี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าหรือการหยุดชะงักของบริการชั่วคราวตลอดทั้งวัน

แม้ว่าผู้ให้บริการจะระบุช่วงเวลาสำหรับการกลับมาให้บริการแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรถไฟฟ้าสายสีแดงเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ก่อนเดินทางไปยังสถานี ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่ากระบวนการซ่อมแซมจะพบปัญหาแทรกซ้อนเพิ่มเติมที่อาจทำให้การหยุดให้บริการยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ผู้เดินทางควรพิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่นหากมีนัดหมายเร่งด่วนในช่วงบ่ายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:02 UTC

สุขภาพ

แพทย์ลุยน้ำท่วมหนักเพื่อไปผ่าตัดคนไข้

แหล่งข่าวเดียว
แพทย์ลุยน้ำท่วมหนักเพื่อไปผ่าตัดคนไข้

แพทย์ผู้ทุ่มเทในกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปถึงโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัดตามกำหนดการได้สำเร็จ แม้จะเผชิญกับน้ำท่วมขังรุนแรงจนไม่สามารถใช้รถส่วนตัวได้

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยอินฟลูเอนเซอร์ 'นมแนน' หรือ ชุติมา เขียนสันเทียะ ได้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ในกรุงเทพฯ ท่ามกลางฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ บ้านพักของแพทย์ท่านนี้ในย่านลาดกระบังถูกล้อมรอบด้วยน้ำท่วมขังที่สูงจนมิดล้อรถ ทำให้ไม่สามารถนำรถส่วนตัวออกมาทำงานได้

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงตัวคนไข้ แพทย์ท่านนี้ได้เดินลุยน้ำที่กำลังสูงขึ้นจนไปถึงถนนสายหลัก ก่อนจะเรียกใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งคนขับสามารถขับฝ่าถนนที่ถูกน้ำท่วมเพื่อพาแพทย์จากลาดกระบังไปส่งที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ทันเวลาสำหรับการผ่าตัด อินฟลูเอนเซอร์รายนี้ได้ชื่นชมความมุ่งมั่นของแพทย์ โดยระบุถึงคำพูดของเขาที่ย้ำเสมอว่าหน้าที่ของแพทย์ต้องมาก่อนไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ส่วนตัวใดๆ ก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญที่น้ำท่วมตามฤดูกาลอาจมีต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและบริการฉุกเฉินในพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างลาดกระบัง แม้ว่าแพทย์จะเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของการเดินทางในช่วงฝนตกหนักจากมรสุม ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าปัญหาการจราจรติดขัดในลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในเขตอื่นๆ ของกรุงเทพฯ มากน้อยเพียงใด และมีการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวอย่างไรเพื่อบรรเทาปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ในช่วงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ทุบสถิติใหม่แม้มีอาการล้า

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ทุบสถิติใหม่แม้มีอาการล้า

นักกีฬาไทย 'บิว' ทำลายสถิติใหม่ในการแข่งขันเมื่อเร็วๆ นี้ และแสดงความมั่นใจว่าจะคว้าเหรียญทองที่สองมาครองได้

ตามรายงานจาก Matichon Online นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ประสบความสำเร็จในการทำลายสถิติส่วนตัวใหม่ แม้จะมีอาการล้าทางร่างกายจากตารางการแข่งขันที่ต่อเนื่องกันอย่างหนัก นักกีฬายอมรับว่าการแข่งขันที่ติดกันส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่ยังคงมีความมั่นใจในผลงานของตนเองสำหรับการแข่งขันในรอบถัดไป

'บิว' ได้แสดงความมั่นใจต่อสาธารณะว่าจะคว้าเหรียญทองที่สองมาครอง โดยอุทิศความพยายามนี้ให้กับแฟนๆ ชาวไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามวงการกีฬาในท้องถิ่น ความสำเร็จนี้เน้นย้ำถึงระดับความทุ่มเทและความเหนื่อยล้าทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนักกีฬาระดับแนวหน้าของประเทศ

ในขณะที่นักกีฬากำลังมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูร่างกายและการเตรียมตัวสำหรับขั้นตอนต่อไปของการแข่งขัน รายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับทัวร์นาเมนต์และการยืนยันสถิติใหม่อย่างเป็นทางการคาดว่าจะได้รับการยืนยันเมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป แฟนๆ และผู้ติดตามสามารถติดตามข่าวสารกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความพยายามในการคว้าเหรียญทองที่สองของเขา ผลงานครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับวงการกรีฑาไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนักกีฬาในท้องถิ่นบนลู่วิ่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:00 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง

ได้รับการยืนยัน
การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง

การรถไฟแห่งประเทศไทยประกาศหยุดให้บริการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเป็นการชั่วคราว เนื่องจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสันราง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ประกาศหยุดให้บริการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเป็นการชั่วคราว สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นเหนือสันราง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการเดินรถ

สำหรับผู้โดยสารและประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าว การหยุดเดินรถนี้ส่งผลให้ตารางเวลาปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้ โดยการรถไฟฯ ระบุว่ากำลังเร่งปรับแผนการเดินรถเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

แม้ว่าทางการรถไฟฯ จะกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ระยะเวลาในการหยุดให้บริการที่แน่ชัดนั้นยังไม่มีการยืนยัน ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการและทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจำเป็นต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างทางรถไฟก่อนที่จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางในเส้นทางสายตะวันออกควรพิจารณาหาวิธีการเดินทางอื่นทดแทน จนกว่าการรถไฟฯ จะประกาศยืนยันว่าเส้นทางมีความปลอดภัยสำหรับการเดินรถอีกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:01 UTC

ความปลอดภัย

ฝนตกหนักทำระบบระบายน้ำในสมุทรปราการรับมือไม่ไหว

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำระบบระบายน้ำในสมุทรปราการรับมือไม่ไหว

รองนายกรัฐมนตรีทรงศักดิ์ยอมรับว่าปริมาณฝนที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์เกินขีดความสามารถในการระบายน้ำในสมุทรปราการ ส่งผลให้ต้องเร่งดำเนินมาตรการจัดการน้ำฉุกเฉิน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 รองนายกรัฐมนตรีทรงศักดิ์ได้ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อติดตามสถานการณ์การจัดการน้ำหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในระหว่างการลงพื้นที่ รองนายกรัฐมนตรียอมรับว่าสถานการณ์ในขณะนี้รับมือได้ยาก โดยระบุว่าหลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกอย่างมาก

เจ้าหน้าที่รายงานว่าคลองหลายแห่งในพื้นที่เต็มจนถึงขีดจำกัด ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ชั้นในและย่านธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบ ทางการกำลังเร่งสูบน้ำลงสู่ทะเลโดยตรงและกำจัดสิ่งกีดขวางในระบบระบายน้ำ นอกจากนี้ยังมีการเตรียมศูนย์พักพิงฉุกเฉินไว้รองรับในกรณีที่จำเป็นต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัด และความล่าช้าในการเดินทาง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่ออัปเดตระดับน้ำและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระบบระบายน้ำจะยังคงรับภาระหนักเช่นนี้ต่อไปอีกนานเท่าใด และจะมีพื้นที่ใดบ้างที่จำเป็นต้องมีการอพยพอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:41 UTC

กระทรวงแรงงานระดมความช่วยเหลือแก่ชาวน่านที่ประสบอุทกภัย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงแรงงานระดมความช่วยเหลือแก่ชาวน่านที่ประสบอุทกภัย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้ 5 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเร่งให้ความช่วยเหลือแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงแรงงานระดมความช่วยเหลือแก่ชาวน่านที่ประสบอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงแรงงานระดมความช่วยเหลือแก่ชาวน่านที่ประสบอุทกภัย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้ 5 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเร่งให้ความช่วยเหลือแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

การตอบสนองของรัฐบาลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านแรงงานเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในจังหวัดน่านโดยด่วน หลังจากเกิดเหตุอุทกภัยรุนแรง คำสั่งดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือทั้งลูกจ้างและผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่กำลังดำเนินอยู่

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดน่านหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ยังคงมีความวิกฤต น้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และบริการที่จำเป็น นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้นและเศษซากต่างๆ ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรประสานงานกับสำนักงานแรงงานในพื้นที่เพื่อเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ

สถานะปัจจุบันและความไม่แน่นอน

แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มดำเนินการตอบสนองอย่างเป็นระบบแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคแรงงานยังคงอยู่ระหว่างการประเมิน ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ผู้มาเยือนควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

นายกฯ ปกป้องโครงการ TH-AI Passport
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ปกป้องโครงการ TH-AI Passport

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่ายอดการลงทะเบียนที่สูงสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่มีต่อบริการดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ปกป้องโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ปกป้องโครงการ TH-AI Passport

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่ายอดการลงทะเบียนที่สูงสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่มีต่อบริการดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาปกป้องโครงการ 'TH-AI Passport' ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับมาตรฐานสากล โดยตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงที่ผ่านมาว่า ยอดการลงทะเบียนจำนวนมากในโครงการนี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงความสนใจและความต้องการที่แท้จริงของประชาชนต่อการบูรณาการทางดิจิทัลดังกล่าว

ในการให้สัมภาษณ์ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเห็นสอดคล้องกับนายทักษิณ ชินวัตร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับทักษะของประชาชนไทย ผู้นำทั้งสองแสดงความกังวลว่าหากไม่มีความพยายามอย่างจริงจังในการพัฒนาความรู้ด้านดิจิทัลและความเชี่ยวชาญด้าน AI ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วอาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อแรงงานและความมั่นคงของชาติในอนาคต นายกรัฐมนตรีปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าโครงการนี้ไม่มีคุณค่า โดยยืนยันว่าเป็นก้าวเชิงกลยุทธ์ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศให้ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามในวงกว้างของรัฐบาลในการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากร AI แต่ผลกระทบระยะยาวต่อกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองหรือการเข้าถึงบริการดิจิทัลอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานของรัฐบาลในการยกระดับทักษะประชาชน และวิธีการบูรณาการเครื่องมือ AI เหล่านี้เข้ากับภารกิจด้านการบริหารงานประจำวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:00 UTC

ชัยชนก ชิดชอบ ชี้แจงกรณีขาดประชุมกรรมาธิการและกระแสข่าวส่วนตัว
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชัยชนก ชิดชอบ ชี้แจงกรณีขาดประชุมกรรมาธิการและกระแสข่าวส่วนตัว

ชัยชนก ชิดชอบ ชี้แจงว่าการขาดประชุมกรรมาธิการเมื่อเร็วๆ นี้เกิดจากภารกิจที่รัดตัว พร้อมแสดงความเห็นต่อกระแสความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชัยชนก ชิดชอบ ชี้แจงกรณีขาดประชุมกรรมาธิการและกระแสข่าวส่วนตัว

แหล่งข่าวเดียว
ชัยชนก ชิดชอบ ชี้แจงกรณีขาดประชุมกรรมาธิการและกระแสข่าวส่วนตัว

ชัยชนก ชิดชอบ ชี้แจงว่าการขาดประชุมกรรมาธิการเมื่อเร็วๆ นี้เกิดจากภารกิจที่รัดตัว พร้อมแสดงความเห็นต่อกระแสความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ชัยชนก ชิดชอบ ได้ออกมาตอบโต้ข้อกังวลเกี่ยวกับการขาดประชุมกรรมาธิการเมื่อเร็วๆ นี้ โดยชัยชนกชี้แจงว่าการไม่ได้เข้าร่วมประชุมไม่ใช่ความพยายามในการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่เป็นผลมาจากภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบที่รัดตัว

นอกเหนือจากการชี้แจงภารกิจด้านการทำงานแล้ว ชัยชนกยังได้ตอบคำถามเกี่ยวกับกระแสข่าวในโลกโซเชียลมีเดียที่จับคู่เขากับ 'ไอซ์' ในฐานะคู่จิ้น โดยระบุว่าความสนใจและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา พร้อมทั้งระบุว่าไม่ได้มองว่ากระแสนี้เป็นปัญหาสำคัญแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างชีวิตทางการเมืองและวัฒนธรรมคนดังในประเทศ แม้ว่าการชี้แจงนี้จะช่วยอธิบายสถานะการทำงานในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามุมมองของสาธารณชนเหล่านี้จะมีผลต่อการทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการหรือภาพลักษณ์ของเขาในอนาคตอย่างไร ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าการขาดประชุมดังกล่าวจะนำไปสู่มาตรการทางวินัยหรือความยุ่งยากทางการเมืองเพิ่มเติม ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามดูว่าบุคคลระดับสูงจะจัดการกับความสมดุลระหว่างหน้าที่ทางนิติบัญญัติและการถูกจับตามองจากกระแสโซเชียลมีเดียอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

รัฐบาลไทยปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางความกังวลเรื่องผลกระทบจาก AI
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางความกังวลเรื่องผลกระทบจาก AI

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport หลังจากที่ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อแรงงานในท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางความกังวลเรื่องผลกระทบจาก AI

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางความกังวลเรื่องผลกระทบจาก AI

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport หลังจากที่ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อแรงงานในท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณะและฝ่ายการเมืองเกี่ยวกับโครงการ 'TH-AI Passport' โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าโครงการนี้ไม่ใช่โครงการที่ไร้ค่า และเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการในบริบททางเทคโนโลยีปัจจุบัน

การออกมาปกป้องดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความกังวลของทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อตลาดแรงงานไทย ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะแรงงานเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานในท้องถิ่นจะยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและไม่ถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังมุ่งเน้นการบูรณาการ AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในขณะเดียวกันก็พยายามลดผลกระทบจากการสูญเสียงาน โครงการนี้บ่งชี้ถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการปรับปรุงเศรษฐกิจไทยให้ทันสมัย แม้ว่ากลไกเฉพาะเจาะจงว่า TH-AI Passport จะทำงานร่วมกับมาตรการคุ้มครองแรงงานเหล่านี้อย่างไรนั้นยังคงต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม

จนถึงขณะนี้ รัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะเร่งดำเนินโครงการพัฒนาทักษะเพื่อรับมือกับความท้าทายจาก AI ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่าความพยายามในการยกระดับทักษะเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร และ TH-AI Passport จะมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติหรือกลุ่มดิจิทัลโนแมดหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 10:36 UTC

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน สส. ป้ายแดง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน สส. ป้ายแดง

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้เปิดเผยข้อมูลทางการเงินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่สองคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งส่วนบุคคลจำนวนมาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน สส. ป้ายแดง

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน สส. ป้ายแดง

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้เปิดเผยข้อมูลทางการเงินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่สองคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งส่วนบุคคลจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ของไทย ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ใหม่สองคนที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การเปิดเผยข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงสถานะทางการเงินที่สำคัญของบุคคลทางการเมืองเหล่านี้

นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และบุตรสาวของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งทรัพย์สินรวมประมาณ 720 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงที่ดิน 297 แปลง และคอลเลกชันนาฬิกาและกระเป๋าแบรนด์หรู ในขณะที่นายพีรพัฒน์ ซึ่งเป็นญาติของนายพิพัฒน์ ได้รายงานทรัพย์สินรวม 62 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการทำฟาร์มกุ้ง ธุรกิจแฟรนไชส์ KFC และการให้เช่าที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปิดเผยข้อมูลนี้ช่วยให้เกิดความโปร่งใสเกี่ยวกับภูมิหลังทางการเงินของผู้ที่เข้าสู่แวดวงนิติบัญญัติ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นเพียงภาพรวมของความมั่งคั่งส่วนบุคคล แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยวโดยตรง ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสาธารณชนจะตรวจสอบการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มการตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินเหล่านี้เพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากเป็นการยื่นบัญชีตามปกติสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ จึงถือเป็นขั้นตอนทางธุรการตามปกติในการบริหารงานของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 10:38 UTC

การปรับปรุงอาคารรัฐสภาและข้อเสนอสร้างพื้นที่ทางเดินเท้า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การปรับปรุงอาคารรัฐสภาและข้อเสนอสร้างพื้นที่ทางเดินเท้า

เจ้าหน้าที่ไทยกำลังพิจารณาแผนการปรับปรุงพื้นที่ว่างภายในอาคารรัฐสภาและกำลังพิจารณาแนวคิดการสร้างพื้นที่ทางเดินเท้าบริเวณด้านหน้าอาคาร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การปรับปรุงอาคารรัฐสภาและข้อเสนอสร้างพื้นที่ทางเดินเท้า

แหล่งข่าวเดียว
การปรับปรุงอาคารรัฐสภาและข้อเสนอสร้างพื้นที่ทางเดินเท้า

เจ้าหน้าที่ไทยกำลังพิจารณาแผนการปรับปรุงพื้นที่ว่างภายในอาคารรัฐสภาและกำลังพิจารณาแนวคิดการสร้างพื้นที่ทางเดินเท้าบริเวณด้านหน้าอาคาร

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 เจ้าหน้าที่โสภณและมงคลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารรัฐสภาไทย ในระหว่างการตรวจสอบพบว่ามีห้องว่างจำนวนมากที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

เพื่อตอบสนองต่อข้อเท็จจริงดังกล่าว เจ้าหน้าที่กำลังหารือเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงเพื่อนำพื้นที่ว่างเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ใหม่ นอกจากนี้ ข้อเสนอยังรวมถึงความคิดริเริ่มในการจัดตั้งถนนคนเดินในพื้นที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาโดยตรง

สำหรับประชาชนและผู้มาเยือน การพัฒนานี้มีความน่าสนใจเนื่องจากอาจส่งผลต่อการเข้าถึงและบรรยากาศสาธารณะโดยรอบอาคารรัฐสภา หากมีการดำเนินการจริง พื้นที่ทางเดินเท้าอาจเปลี่ยนรูปแบบการจราจรในท้องถิ่นและสร้างพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ในบริเวณใกล้เคียง

ในขณะนี้ แนวคิดดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการเสนอเท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการปรับปรุง ขอบเขตที่แน่ชัดของพื้นที่ทางเดินเท้า และการเปิดให้สาธารณชนเข้าใช้พื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการยืนยัน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อย่านโดยรอบและการเข้าถึงพื้นที่ของสาธารณชนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

กระทรวงศึกษาธิการเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทยสั่งการให้สำรวจความเสียหายของโรงเรียนในอำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมระดมหน่วยงานเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทยสั่งการให้สำรวจความเสียหายของโรงเรียนในอำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมระดมหน่วยงานเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เร่งสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยครอบคลุมถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

ตามรายงานจาก Khaosod Online กระทรวงฯ กำลังระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือทั้งนักเรียน ครู และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับมอบหมายให้จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) และครัวอาชีวะเพื่อให้บริการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น สำรวจความเสียหาย และรับฟังความต้องการของชาวบ้านที่เผชิญกับภัยพิบัติในครั้งนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานของโรงเรียนในอำเภอปัว แม้ว่ากระทรวงฯ จะเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่ความเสียหายที่แน่ชัดของสถานศึกษาและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในจังหวัดน่านหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางในช่วงน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:37 UTC

กรรมาธิการศาสนาฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อพิพาทวัดป่าอดุลยาราม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรรมาธิการศาสนาฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อพิพาทวัดป่าอดุลยาราม

คณะกรรมาธิการศาสนาฯ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อติดตามปัญหาข้อพิพาทที่ดินและการปิดทางเข้าวัดป่าอดุลยาราม โดยมุ่งหวังให้เป็นกรณีศึกษาระดับประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรรมาธิการศาสนาฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อพิพาทวัดป่าอดุลยาราม

แหล่งข่าวเดียว
กรรมาธิการศาสนาฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อพิพาทวัดป่าอดุลยาราม

คณะกรรมาธิการศาสนาฯ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อติดตามปัญหาข้อพิพาทที่ดินและการปิดทางเข้าวัดป่าอดุลยาราม โดยมุ่งหวังให้เป็นกรณีศึกษาระดับประเทศ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อตรวจสอบข้อพิพาทที่ซับซ้อนภายในวัดป่าอดุลยาราม โดยคณะกรรมาธิการได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น รวมถึงตัวแทนจากสำนักงานที่ดินและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อพิจารณาประเด็นโฉนดที่ดิน การปิดกั้นทางเข้า-ออกวัด และข้อกล่าวหาเรื่องการแอบอ้างเบื้องสูง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้เนื่องจากต้องเข้ารับการฟอกไต จึงมอบหมายให้ทนายความและไวยาวัจกรวัดเป็นผู้ให้ข้อมูลแทน ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นได้ระบุว่าประเด็นการปิดทางเข้า-ออกวัดเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย คณะกรรมาธิการเตรียมนำข้อเท็จจริงทั้งหมดเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพเขตพื้นที่วัดและกฎระเบียบด้านที่ดินในท้องถิ่น แม้วัดจะยังคงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ แต่กระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่อาจส่งผลต่อการเข้าชมของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลสรุปของคณะกรรมาธิการจะมีอิทธิพลต่อการแก้ไขข้อพิพาทที่ดินอย่างไร และข้อจำกัดในการเข้าถึงวัดจะถูกยกเลิกหรือไม่หลังจากมีการรายงานต่อสภาฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบท้องถิ่น

รังสิมันต์ โรม ฝ่ายค้านได้ออกมาแฉถึงการทุจริตเชิงระบบในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยพาดพิงถึงบุคคลระดับสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบท้องถิ่น

รังสิมันต์ โรม ฝ่ายค้านได้ออกมาแฉถึงการทุจริตเชิงระบบในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยพาดพิงถึงบุคคลระดับสูง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้ออกมาเปิดเผยถึงร่องรอยการทุจริตในกระบวนการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยอ้างว่าความไม่โปร่งใสนี้ขยายวงกว้างเกินกว่าระดับอธิบดี และชี้ให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของบุคคลในระดับที่สูงกว่านั้น

นายรังสิมันต์ได้ประกาศแผนที่จะหารือกับนักวิชาการและส่งรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ โดยแสดงความกังวลว่าอาจมีความพยายามที่จะตัดตอนหรือปิดคดีก่อนเส้นตายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการบริหารงานภายในหน่วยงานภาครัฐของไทย แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่ระบบการสอบเข้ารับราชการ แต่รายงานดังกล่าวก็มักจะดึงดูดความสนใจไปสู่สภาพแวดล้อมการกำกับดูแลในภาพรวม

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีการยืนยันตัวตนของบุคคลระดับสูงที่นายรังสิมันต์กล่าวถึงต่อสาธารณะ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าจะมีหลักฐานใดถูกนำเสนอในการหารือครั้งต่อไป และเส้นตายวันที่ 31 สิงหาคมจะนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมหรือการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

กระแสคัดค้านพุ่ง! กรณีรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว มช. เรียกร้องให้ทบทวนโครงการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระแสคัดค้านพุ่ง! กรณีรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว มช. เรียกร้องให้ทบทวนโครงการ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังเผชิญกับกระแสคัดค้านจากสาธารณชนอย่างหนักเกี่ยวกับแผนการรื้อถอนหอพักอ่างแก้วที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยมีการเปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนผ่านสื่อสังคมออนไลน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระแสคัดค้านพุ่ง! กรณีรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว มช. เรียกร้องให้ทบทวนโครงการ

แหล่งข่าวเดียว
กระแสคัดค้านพุ่ง! กรณีรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว มช. เรียกร้องให้ทบทวนโครงการ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังเผชิญกับกระแสคัดค้านจากสาธารณชนอย่างหนักเกี่ยวกับแผนการรื้อถอนหอพักอ่างแก้วที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยมีการเปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กำลังเผชิญกับกระแสคัดค้านอย่างหนักจากสาธารณชนเกี่ยวกับแผนการรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว ซึ่งเป็นอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยกลุ่มผู้คัดค้านได้เรียกร้องให้ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยทบทวนโครงการดังกล่าวอีกครั้ง

ประเด็นนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากมีการเปิดเผยราคาค่ารื้อถอนอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้อยู่ที่ 209,587 บาท ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องความโปร่งใสและการตรวจสอบกระบวนการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการจัดการมรดกภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยให้ทันสมัยกับการอนุรักษ์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดเชียงใหม่ แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะยังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อกระแสเรียกร้องดังกล่าว แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามหาวิทยาลัยจะดำเนินการรื้อถอนตามแผนเดิม หรือแรงกดดันจากสาธารณชนจะนำไปสู่การระงับโครงการชั่วคราวหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากทาง มช. เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:37 UTC

กระทรวงพาณิชย์ไทยเปิดตัวโครงการกระจายผลไม้ภาคใต้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์ไทยเปิดตัวโครงการกระจายผลไม้ภาคใต้

กรมการค้าภายในร่วมมือกับตลาดกลางและห้างค้าปลีกสมัยใหม่เพื่อกระจายผลไม้ภาคใต้กว่า 10,000 ตัน เพื่อป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงพาณิชย์ไทยเปิดตัวโครงการกระจายผลไม้ภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์ไทยเปิดตัวโครงการกระจายผลไม้ภาคใต้

กรมการค้าภายในร่วมมือกับตลาดกลางและห้างค้าปลีกสมัยใหม่เพื่อกระจายผลไม้ภาคใต้กว่า 10,000 ตัน เพื่อป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ

ในเดือนสิงหาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มดำเนินแผนยุทธศาสตร์เพื่อบริหารจัดการผลผลิตผลไม้ภาคใต้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และลองกอง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมการค้าภายใน (DIT) กำลังร่วมมือกับตลาดกลางสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมและกระจายผลผลิตเหล่านี้ออกสู่ตลาดในปริมาณมาก

นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าเป้าหมายหลักคือการป้องกันภาวะผลผลิตล้นตลาด ซึ่งมักส่งผลให้ราคาผันผวนสำหรับเกษตรกร โดยการร่วมมือกับห้างค้าปลีกสมัยใหม่และช่องทางค้าส่ง กระทรวงตั้งเป้าที่จะดูดซับผลผลิตไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้จะถูกส่งจากแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความพยายามนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มความพร้อมจำหน่ายและราคาที่อาจมีเสถียรภาพมากขึ้นสำหรับผลไม้ตามฤดูกาลยอดนิยมเหล่านี้ในตลาดท้องถิ่นและซูเปอร์มาร์เก็ตตลอดเดือนสิงหาคม แม้ว่ากระทรวงจะกำหนดเป้าหมายปริมาณการดูดซับผลผลิตไว้อย่างชัดเจน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดยังคงต้องติดตามต่อไปเมื่อฤดูกาลเก็บเกี่ยวคืบหน้า ผู้บริโภคควรตรวจสอบข้อเสนอตามฤดูกาลเหล่านี้ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำตามการขยายตัวของเครือข่ายการจัดจำหน่าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:38 UTC

ผู้นำรัฐสภาไทยตรวจอาคารรัฐสภาหลังหมดประกัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำรัฐสภาไทยตรวจอาคารรัฐสภาหลังหมดประกัน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้เข้าตรวจอาคารรัฐสภาเพื่อจัดการปัญหาการบำรุงรักษาและพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำรัฐสภาไทยตรวจอาคารรัฐสภาหลังหมดประกัน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำรัฐสภาไทยตรวจอาคารรัฐสภาหลังหมดประกัน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้เข้าตรวจอาคารรัฐสภาเพื่อจัดการปัญหาการบำรุงรักษาและพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งาน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้เข้าตรวจอาคารรัฐสภาไทย การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอาคารหมดระยะเวลาประกัน ทำให้ภาระในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตกเป็นของฝ่ายบริหารรัฐสภาโดยตรง

ในระหว่างการตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ได้พบห้องจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้งานตั้งแต่ก่อสร้าง รวมถึง 'ศาลาแก้ว' ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคาร ซึ่งมีรายงานว่ายังไม่เคยเปิดใช้งานและเริ่มมีสภาพทรุดโทรม นายโสภณตั้งข้อสังเกตว่าโครงสร้างไม้ของศาลาแก้วดูแลรักษายากเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรง และในปัจจุบันยังไม่มีวัตถุประสงค์การใช้งานที่ชัดเจน

สำหรับประชาชนและผู้มาเยือน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการหารืออย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเข้าถึงของประชาชน แต่ฝ่ายบริหารกำลังพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างเหล่านี้ในอนาคต เช่น การจัดสัมมนาหรือกิจกรรมสาธารณะ เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่มีประโยชน์ใช้สอยจริง ไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์เท่านั้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐสภาจะจัดหางบประมาณที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงเหล่านี้อย่างไร เนื่องจากนายโสภณยอมรับว่าในขณะนี้ยังไม่มีงบประมาณรองรับ คาดว่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางการปรับปรุงพื้นที่เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:38 UTC

เตรียมอุดมฯ สุวินทวงศ์ คว้าแชมป์ “ตามหาสภาจำลอง”
การเมือง ได้รับการยืนยัน

เตรียมอุดมฯ สุวินทวงศ์ คว้าแชมป์ “ตามหาสภาจำลอง”

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ ชนะเลิศการแข่งขัน “ตามหาสภาจำลอง” พร้อมประกาศแผนขยายเวทีการแข่งขันสู่ระดับประเทศภายในปี 2570

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เตรียมอุดมฯ สุวินทวงศ์ คว้าแชมป์ “ตามหาสภาจำลอง”

ได้รับการยืนยัน
เตรียมอุดมฯ สุวินทวงศ์ คว้าแชมป์ “ตามหาสภาจำลอง”

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ ชนะเลิศการแข่งขัน “ตามหาสภาจำลอง” พร้อมประกาศแผนขยายเวทีการแข่งขันสู่ระดับประเทศภายในปี 2570

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 การแข่งขันกิจกรรม “ตามหาสภาจำลอง” ได้สิ้นสุดลงโดยโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ เป็นผู้ชนะเลิศ โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันที่ชนะ

ตามรายงานของ Thai Post กิจกรรมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมืองและความตระหนักรู้ทางการเมืองในหมู่เยาวชน หลังจากความสำเร็จในครั้งนี้ นายโสภณได้แสดงความพึงพอใจต่อผลงานของนักเรียนและประกาศความตั้งใจที่จะขยายการแข่งขันไปสู่ระดับประเทศภายในปี 2570 เป้าหมายของการขยายผลในอนาคตนี้คือการค้นหาเยาวชนที่มีความสามารถจากทั่วประเทศไทย หรือที่เรียกว่า “ดาวสภาดวงใหม่” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาสังคมไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการศึกษาทางการเมืองสำหรับเยาวชน แม้ว่าการแข่งขันนี้จะเป็นเวทีทางการศึกษา แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการขยายผลสู่ระดับประเทศในปี 2570 จะมีโครงสร้างอย่างไร และจะใช้เกณฑ์ใดในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมจากจังหวัดต่างๆ ในปัจจุบัน กิจกรรมนี้ยังคงเป็นโครงการทางการศึกษาภายในประเทศที่เน้นการจำลองสภา ไม่ใช่หน่วยงานทางการเมืองที่เป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:58 UTC

ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลเปลี่ยนโดเมน TH-AI Passport ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลเปลี่ยนโดเมน TH-AI Passport ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเปลี่ยนโดเมนการลงทะเบียน TH-AI Passport ไปใช้ '.co.th' เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการฟิชชิง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลเปลี่ยนโดเมน TH-AI Passport ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลเปลี่ยนโดเมน TH-AI Passport ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเปลี่ยนโดเมนการลงทะเบียน TH-AI Passport ไปใช้ '.co.th' เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการฟิชชิง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านและอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการ 'TH-AI Passport' ของรัฐบาล โดยกล่าวในรัฐสภาว่าเว็บไซต์ลงทะเบียนปัจจุบันคือ 'de.aipass.net' ซึ่งใช้โดเมน '.net' นั้นเสี่ยงต่อการถูกเลียนแบบได้ง่าย

นายนิธิกรได้สาธิตความง่ายในการสร้างโดเมนเลียนแบบโดยการจดทะเบียนชื่อที่คล้ายกันด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย พร้อมเตือนว่าผู้ไม่หวังดีอาจใช้กลวิธีดังกล่าวเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลจากประชาชนที่ไม่ทันระวังตัว เขาได้เรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนโครงการไปใช้โดเมน '.co.th' ซึ่งมีข้อกำหนดในการจดทะเบียนที่เข้มงวดกว่า และให้จดชื่อโดเมนที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการแอบอ้าง นอกจากนี้ เขายังแนะนำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและตั้งข้อสงสัยหากกระบวนการลงทะเบียนมีการขอข้อมูลส่วนบุคคลมากเกินความจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบ URL ของรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อนส่งข้อมูลที่ละเอียดอ่อน แม้ว่าที่ปรึกษาจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเอกสารเพิ่มเติมไปยังคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัยเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานการลงทะเบียนหรือไม่ ทั้งนี้ ฝ่ายค้านปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นว่าประเด็นนี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานในการท้าทายทางการเมืองในวงกว้างหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

กกต. เปิดตัวการประกวดคลิปวิดีโอ 'ประชาธิปไตยสีขาว'
การเมือง ได้รับการยืนยัน

กกต. เปิดตัวการประกวดคลิปวิดีโอ 'ประชาธิปไตยสีขาว'

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญชวนนักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมการประกวดคลิปวิดีโอสั้นในหัวข้อต่อต้านการทุจริต โดยมีเงินรางวัลรวมกว่า 124,000 บาท

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เปิดตัวการประกวดคลิปวิดีโอ 'ประชาธิปไตยสีขาว'

ได้รับการยืนยัน
กกต. เปิดตัวการประกวดคลิปวิดีโอ 'ประชาธิปไตยสีขาว'

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญชวนนักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมการประกวดคลิปวิดีโอสั้นในหัวข้อต่อต้านการทุจริต โดยมีเงินรางวัลรวมกว่า 124,000 บาท

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศจัดการประกวดเชิงสร้างสรรค์เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ โดยโครงการนี้มีชื่อว่าการประกวดคลิปวิดีโอสั้น "ประชาธิปไตยสีขาว" ซึ่งสนับสนุนให้นักเรียนและนักศึกษาสร้างสรรค์วิดีโอแนวตั้งเพื่อส่งเสริมการต่อต้านการทุจริตในกระบวนการเลือกตั้ง

การประกวดครั้งนี้มีเงินรางวัลรวมกว่า 124,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศสำหรับผู้ชนะ โดย กกต. ระบุว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างพลังพลเมืองรุ่นใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้จนถึงวันที่ 13 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาความโปร่งใสของการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมของเยาวชนในประเด็นทางการเมือง แม้ว่าการประกวดนี้จะเป็นกิจกรรมเพื่อการศึกษาและสร้างความตระหนักรู้เป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันที่มีต่อความโปร่งใสในการบริหารจัดการของไทย ในขณะนี้ยังไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การตัดสินและวันประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการนอกเหนือจากกำหนดการปิดรับสมัคร ผู้ที่สนใจข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการส่งวิดีโอควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ กกต.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 09:39 UTC

กกต.กำแพงเพชร ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร ส.ว. 8 ราย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต.กำแพงเพชร ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร ส.ว. 8 ราย

คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชรได้ยื่นคำร้องดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร ส.ว. จำนวน 8 ราย เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต.กำแพงเพชร ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร ส.ว. 8 ราย

แหล่งข่าวเดียว
กกต.กำแพงเพชร ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร ส.ว. 8 ราย

คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชรได้ยื่นคำร้องดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร ส.ว. จำนวน 8 ราย เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดกำแพงเพชร ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคล 8 รายที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยทางคณะกรรมการได้รวบรวมหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครกลุ่มดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้สมัครเหล่านี้ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด โดยรายงานระบุว่าบุคคลบางรายเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในขณะที่ลงสมัคร ในขณะที่บางรายเคยมีประวัติได้รับโทษในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งทั้งสองกรณีถือเป็นข้อห้ามตามระเบียบการสมัคร ส.ว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในจังหวัดกำแพงเพชร แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้เกณฑ์คุณสมบัติสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะอย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้สมัครทั้ง 8 รายต่อสาธารณะ และกระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำร้องคดีอาญาเหล่านี้จะดำเนินไปอย่างไรในกระบวนการยุติธรรม และผู้สมัครจะต้องเผชิญกับบทลงโทษอย่างไรหากพบว่ามีความผิดจริงตามกฎหมายเลือกตั้ง ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับสถานะสุดท้ายของคดีเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้เร่งจัดการโรงงานเถื่อน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้เร่งจัดการโรงงานเถื่อน

พรรคประชาชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่เพื่อจัดการกับปัญหาโรงงานเถื่อนและธุรกิจสีเทาที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้เร่งจัดการโรงงานเถื่อน

แหล่งข่าวเดียว
พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้เร่งจัดการโรงงานเถื่อน

พรรคประชาชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่เพื่อจัดการกับปัญหาโรงงานเถื่อนและธุรกิจสีเทาที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 พรรคประชาชนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรงงานเถื่อนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ 'ทุนสีเทา' ในประเทศไทย โดยพรรคในฐานะคณะรัฐมนตรีเงาได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการให้นายกรัฐมนตรีลงนามเพื่อมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถดำเนินการจัดการกับกิจการเหล่านี้ได้ทันที

พรรคประชาชนระบุว่าพื้นที่อุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตเหล่านี้กำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญ โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีบุคคลบางกลุ่มถึงขั้นตั้งค่าหัวแกนนำกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ที่ออกมาคัดค้านกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ พรรคประชาชนได้เสนอ 3 มาตรการที่เชื่อว่าสามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อแก้ไขปัญหาด้านกฎระเบียบและความปลอดภัยเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมและหลักนิติธรรมในบางพื้นที่ แม้ว่าพรรคจะอ้างว่าปัญหาเหล่านี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้น แต่สถานที่ตั้งที่แน่ชัดของโรงงานเหล่านี้และการตอบสนองอย่างเป็นทางการของรัฐบาลต่อคำขอขยายอำนาจบริหารนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่านายกรัฐมนตรีจะดำเนินการตามข้อเสนอเหล่านี้หรือไม่ หรือรัฐบาลจะใช้วิธีการอื่นในการแก้ไขข้อกังวลที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

ข้อกังวลหลังการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' บุคคลที่เป็นที่จับตามอง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลหลังการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' บุคคลที่เป็นที่จับตามอง

การปล่อยตัวเล่าต๋าจากการคุมขังได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงทางการเมืองเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทยและอิทธิพลในอนาคต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลหลังการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' บุคคลที่เป็นที่จับตามอง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลหลังการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' บุคคลที่เป็นที่จับตามอง

การปล่อยตัวเล่าต๋าจากการคุมขังได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงทางการเมืองเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทยและอิทธิพลในอนาคต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 การปล่อยตัวเล่าต๋าได้ดึงดูดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีนัยสำคัญจากนักการเมือง โดยนายรังสิมันต์ โรม นักการเมืองชื่อดัง ได้กล่าวต่อสาธารณะว่าการตัดสินใจปล่อยตัวบุคคลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย

นายโรมได้ตั้งคำถามเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสถานะของทรัพย์สินที่เคยเกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดยแสดงความกังวลว่าบุคคลดังกล่าวอาจกลับมาสร้างอิทธิพลหรือฟื้นฟูเครือข่ายอำนาจอีกครั้ง การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับวิธีการจัดการคดีความทางกฎหมายที่สำคัญและความโปร่งใสของผลลัพธ์ทางกระบวนการยุติธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการอภิปรายทางการเมืองและสังคมที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายและความรับผิดชอบของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย แม้ว่าจะมีการยืนยันการปล่อยตัวแล้ว แต่ยังมีหลายประเด็นที่ยังคงต้องรอความชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงของการปล่อยตัวและสถานะปัจจุบันของทรัพย์สินที่นายโรมได้กล่าวถึง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าจะมีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อตอบข้อกังวลเหล่านี้หรือให้บริบทเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลทางกฎหมายเบื้องหลังการตัดสินใจหรือไม่ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน ผู้ที่ติดตามข่าวสารในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC