ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย นายกฯ อนุทิน เตรียมเรียกประชุมด่วนรับมือน้ำท่วมทันทีหลังกลับถึงไทย ✦
ทั่วไป ไทยเร่งเครื่องลดก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่เป้าหมายปี 2573 ✦
กีฬา จอชชัว แอทคินสัน คว้าเหรียญทองพร้อมทำลายสถิติใหม่ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย ซูซูกิ ประเทศไทย มอบส่วนลดพิเศษช่วยซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ✦
เศรษฐกิจ หอการค้าไทยเตือนธุรกิจฟื้นตัวช้าจากสถานการณ์น้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย จังหวัดจันทบุรีประกาศเตือนภัยน้ำท่วมหลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ✦
ความปลอดภัย กรมควบคุมมลพิษเร่งเฝ้าระวังปั๊มน้ำมันและคลังสารเคมีหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ ✦
ทั่วไป พระราชทานความช่วยเหลือแก่ศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในจังหวัดสมุทรปราการ ✦
ความปลอดภัย กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ✦
ความปลอดภัย

นายกฯ อนุทิน เตรียมเรียกประชุมด่วนรับมือน้ำท่วมทันทีหลังกลับถึงไทย

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เตรียมเรียกประชุมด่วนรับมือน้ำท่วมทันทีหลังกลับถึงไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้เช้า และจะเรียกประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันทีเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยทันทีที่กลับถึงไทย นายกรัฐมนตรีได้นัดหมายการประชุมร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอุทกภัย แม้ว่าการเข้ามาดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรีจะสะท้อนถึงความใส่ใจในระดับสูงต่อวิกฤตการณ์นี้ แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของเส้นทางถนนหรือรถไฟในจังหวัดที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม ทั้งนี้ ขอบเขตทั้งหมดของกลยุทธ์การรับมือของรัฐบาลและมาตรการฉุกเฉินใหม่ๆ ที่อาจถูกนำมาใช้หลังการประชุมยังไม่มีการเปิดเผยในขณะนี้ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:20 UTC

ทั่วไป

ไทยเร่งเครื่องลดก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่เป้าหมายปี 2573

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งเครื่องลดก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่เป้าหมายปี 2573

รัฐมนตรีสุชาติกำกับดูแลการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย NDC 2.0 ในปี 2573

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐมนตรีสุชาติกำลังติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยอย่างจริงจัง ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะยังคงอยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 2.0) ภายในปี 2573

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าการประเมินผลในระดับบริหารนี้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในทันที แต่ก็เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงกฎระเบียบในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนในภาคส่วนต่างๆ

ในขั้นตอนนี้ การปรับเปลี่ยนนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่เป็นผลมาจากการประเมินนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน รัฐบาลยังคงประเมินข้อมูลปัจจุบันเพื่อพิจารณาว่ามาตรการที่มีอยู่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายปี 2573 หรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีการแทรกแซงที่เข้มงวดขึ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่ากลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศเหล่านี้อาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมในท้องถิ่นหรือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:20 UTC

กีฬา

จอชชัว แอทคินสัน คว้าเหรียญทองพร้อมทำลายสถิติใหม่ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
จอชชัว แอทคินสัน คว้าเหรียญทองพร้อมทำลายสถิติใหม่ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน นักกีฬาลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 400 เมตรชาย รอบชิงชนะเลิศ ในมหกรรมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา พร้อมทำลายสถิติส่วนตัวได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ณ สนามกีฬา มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม เมืองนาโกยา จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน นักวิ่งลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันวิ่ง 400 เมตรชาย รอบชิงชนะเลิศ ในมหกรรมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า จอชชัวโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเร่งฝีเท้าแซงหน้า ซูไลมาน อับดุลระห์มาน นักวิ่งจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก

จอชชัวทำเวลาได้ 44.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 45.13 วินาที ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนักกีฬาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในการแข่งขันกรีฑาระดับภูมิภาค ความสำเร็จของนักกีฬาในท้องถิ่นมักช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติ และอาจนำไปสู่ความสนใจที่เพิ่มขึ้นในโครงการกีฬาและโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในประเทศ แม้ว่าเหรียญทองจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผู้ติดตามข่าวสารยังคงรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแข่งขันในอนาคตและการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันชิงแชมป์โลกต่อไป เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงระดับความสามารถอันยอดเยี่ยมของนักกีฬาที่กำลังเป็นตัวแทนของประเทศไทยในเวทีระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:21 UTC

ความปลอดภัย

ซูซูกิ ประเทศไทย มอบส่วนลดพิเศษช่วยซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
ซูซูกิ ประเทศไทย มอบส่วนลดพิเศษช่วยซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญช่วยเหลือลูกค้าด้วยส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่แท้สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัวโครงการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยบริษัทมอบส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับค่าอะไหล่แท้และเคมีภัณฑ์สำหรับรถยนต์ซูซูกิที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

แคมเปญนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้กับเจ้าของรถในช่วงการฟื้นฟู โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการซูซูกิที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่เป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิ โครงการนี้อาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่จำเป็นได้ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด และอาจไม่ได้เข้าร่วมทุกศูนย์บริการ ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการที่ร่วมรายการได้ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของซูซูกิ ประเทศไทย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 'SUZUKI Cause We Care' หมายเลข 1800-600-900 ทั้งนี้ ขอบเขตความเสียหายที่ครอบคลุมและเกณฑ์เฉพาะสำหรับการจัดประเภท 'รถที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย' ยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินของศูนย์บริการแต่ละแห่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:21 UTC

เศรษฐกิจ

หอการค้าไทยเตือนธุรกิจฟื้นตัวช้าจากสถานการณ์น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
หอการค้าไทยเตือนธุรกิจฟื้นตัวช้าจากสถานการณ์น้ำท่วม

หอการค้าไทยเรียกร้องให้ผู้ประกอบการเตรียมแผนสำรอง เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์ในหลายพื้นที่

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคตะวันออก และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ตามรายงานของ Khaosod Online ระบุว่าแม้คาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่จะคลี่คลายในไม่ช้า แต่ผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ การขนส่งวัตถุดิบ และการดำเนินธุรกิจในแต่ละวันอาจทำให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างล่าช้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้าและอาจมีการหยุดชะงักของเครือข่ายการเดินทางในบางพื้นที่ หอการค้าไทยได้แนะนำให้ผู้ประกอบการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนนำรถเข้าจอดชั่วคราว

ผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนให้จัดทำแผนรองรับเพื่อลดความเสียหายและให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และสินค้าคงคลัง แม้ว่าภัยคุกคามในระยะสั้นจะได้รับการจัดการ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจยังคงต้องมีการประเมินอย่างละเอียดต่อไป ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามสถานการณ์และตรวจสอบคำแนะนำการเดินทางในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:21 UTC

ความปลอดภัย

จังหวัดจันทบุรีประกาศเตือนภัยน้ำท่วมหลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดจันทบุรีประกาศเตือนภัยน้ำท่วมหลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ทางการจังหวัดจันทบุรีได้ปักธงเหลืองแจ้งเตือนภัย เนื่องจากฝนที่ตกหนักและน้ำหลากจากเขาคิชฌกูฏทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองจันทบุรี ได้ทำการชู “ธงเหลือง” บริเวณสะพานวัดจันทนาราม เพื่อแจ้งเตือนประชาชนและร้านค้าในเขตเศรษฐกิจชั้นในให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำจันทบุรีอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานของ Khaosod Online การแจ้งเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีมวลน้ำก้อนใหญ่ไหลมาจากอำเภอเขาคิชฌกูฏ ประกอบกับมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอแก่งหางแมว และอำเภอท่าใหม่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง โดยในบางพื้นที่รวมถึงบริเวณวัดกระทิง ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือน โรงเรียน และเส้นทางคมนาคมได้รับผลกระทบ ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านด้วยความยากลำบาก

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ปภ. กำลังทหาร และอาสาสมัครกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูจันทบุรี กำลังเร่งใช้เรือกู้ภัยเข้าอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางและทรัพย์สิน ทั้งนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าฝนจะตกต่อเนื่องนานเพียงใดและระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่ออยู่ใกล้พื้นที่น้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:22 UTC

ความปลอดภัย

กรมควบคุมมลพิษเร่งเฝ้าระวังปั๊มน้ำมันและคลังสารเคมีหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมมลพิษเร่งเฝ้าระวังปั๊มน้ำมันและคลังสารเคมีหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ของไทยได้เริ่มมาตรการเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันและสถานที่จัดเก็บสารเคมีในกรุงเทพฯ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อมหลังเกิดอุทกภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กำลังเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันและสถานที่จัดเก็บสารเคมีทั่วกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดน้ำท่วมในเมืองหลวง โดยเจ้าหน้าที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรั่วไหลซึ่งอาจปนเปื้อนในน้ำท่วมและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการดำเนินการเชิงรุกนี้เป็นบทเรียนที่ได้รับจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่จะกลายเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หมายความว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความมั่นคงปลอดภัยของสถานที่จัดเก็บวัตถุอันตรายเพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีหรือน้ำมันลงสู่พื้นที่สาธารณะ

แม้ว่ากรมควบคุมมลพิษจะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเหล่านี้ แต่ขอบเขตของการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้อยู่อาศัยควรระมัดระวังน้ำท่วมขังซึ่งอาจมีสารอันตรายปนเปื้อน และติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ทั้งนี้ กรมฯ ยังไม่ได้เผยแพร่รายชื่อสถานที่เฉพาะที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันการรั่วไหลในขณะนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับทราบคำแนะนำด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับคุณภาพน้ำหรือพื้นที่จำกัดใกล้เขตอุตสาหกรรมหรือคลังน้ำมัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:20 UTC

ทั่วไป

พระราชทานความช่วยเหลือแก่ศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
พระราชทานความช่วยเหลือแก่ศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จัดเตรียมสิ่งของพระราชทานมอบแก่ศูนย์พักพิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีความห่วงใยต่อพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ในการนี้ ทั้งสองพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จัดเตรียมและมอบสิ่งของพระราชทานแก่ศูนย์พักพิงที่กำหนดไว้ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับผลกระทบจากอุทกภัยตามฤดูกาล แม้ว่าการแจกจ่ายสิ่งของเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การสนับสนุนทันทีแก่ผู้ที่ต้องอพยพหรือได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น แต่ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามสถานการณ์ในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทางหรือบริการต่างๆ ในแต่ละวัน

ในขณะนี้ สถานที่เฉพาะของศูนย์พักพิงที่ได้รับสิ่งของเหล่านี้และระยะเวลาในการดำเนินการแจกจ่ายยังคงต้องรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการ ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการปฏิบัติงานบรรเทาทุกข์และข้อควรระวังด้านความปลอดภัยที่จำเป็นในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:20 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในจังหวัดสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในจังหวัดสมุทรปราการ

ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของสมุทรปราการ ส่งผลให้สินค้าในร้านสะดวกซื้อขาดแคลน ขณะที่ชาวบ้านเร่งเตรียมตัวรับมือกับระดับน้ำที่อาจสูงขึ้น

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 จังหวัดสมุทรปราการกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมวิกฤต ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำ

รายงานในพื้นที่ระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้านต่างพากันไปซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อเพื่อกักตุนไว้ เนื่องจากมีความกังวลว่าระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดปัญหาการจราจร การเข้าถึงบริการต่างๆ และความพร้อมของสินค้าจำเป็น จึงขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับมาตรการรับมือน้ำท่วมและการสัญจรบนท้องถนน

ในขณะนี้ ยังไม่สามารถยืนยันความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังได้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในสมุทรปราการหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม และเตรียมเสบียงให้เพียงพอในระหว่างที่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:23 UTC

ความปลอดภัย

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทางการได้ออกประกาศเตือนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2569

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่า กรมชลประทานได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยคำเตือนนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการพยากรณ์อากาศที่คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ระหว่างวันที่ 26 ถึง 27 กันยายน 2569

ตามประกาศอย่างเป็นทางการ สภาพอากาศดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ระบบแม่น้ำสายหลักของประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยเหตุนี้ ทางการจึงได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำและในพื้นที่ลุ่มต่ำให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่หรือการหยุดชะงักในพื้นที่ใกล้เคียงแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ที่อยู่ในภูมิภาคตามแนวลุ่มน้ำหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลแบบเรียลไทม์ ในขณะนี้ ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนจริงที่จะวัดได้ในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อแจ้งแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:15 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้มีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีการนัดไต่สวนในวันที่ 26 สิงหาคม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น

ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้มีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีการนัดไต่สวนในวันที่ 26 สิงหาคม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้สั่งให้สำนักงานศาลฯ ดำเนินการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสที่เกี่ยวข้องกับบาร์โค้ดในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการตรวจสอบของสาธารณชนและแรงกดดันทางการเมืองเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบดังกล่าว

ศาลได้กำหนดนัดไต่สวนอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อโต้แย้งที่นำเสนอเพิ่มเติม การสอบสวนนี้มีที่มาจากข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกระบวนการสอบเหล่านี้เข้ากับการกระทำที่อาจไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งนักการเมืองและประชาชนทั่วไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความโปร่งใสภายในภาคส่วนการบริหารและข้าราชการของไทย แม้ว่าการแทรกแซงของศาลจะแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่จริงจังในการจัดการกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและความถูกต้องของผลการสอบในอดีตนั้นยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการไต่สวนในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อดูว่าศาลจะมีคำสั่งดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากเรื่องนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ขอบเขตทั้งหมดของความไม่โปร่งใสและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องจึงยังไม่ได้รับการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 17:17 UTC

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการที่ประเทศออสเตรเลีย โดยรายงานระบุถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการเยือนในครั้งนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการที่ประเทศออสเตรเลีย โดยรายงานระบุถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการเยือนในครั้งนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เสร็จสิ้นการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ ตามรายงานจาก Thai Post ภารกิจดังกล่าวเต็มไปด้วยการหารือที่สร้างสรรค์และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเชื่อถือได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเจรจาระดับสูงในลักษณะนี้มีความสำคัญเนื่องจากมักเป็นรากฐานสำหรับข้อตกลงทวิภาคีในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้า การท่องเที่ยว และความร่วมมือด้านการบริหารระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย การเยือนเช่นนี้มักปูทางไปสู่กระบวนการขอวีซ่าที่คล่องตัวขึ้น การแลกเปลี่ยนทางการศึกษาที่เพิ่มขึ้น หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติและนักธุรกิจที่ดำเนินงานในภูมิภาคนี้

แม้ว่าการเยือนครั้งนี้จะถูกระบุว่าประสบความสำเร็จและมีสาระสำคัญ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะที่แท้จริงของข้อตกลงที่บรรลุหรือผลกระทบเชิงนโยบายในทันทีนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน คาดว่าหน่วยงานรัฐบาลอย่างเป็นทางการจะเผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมที่ระบุผลลัพธ์เฉพาะของการประชุมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดที่ครอบคลุมเกี่ยวกับพันธกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เพื่อทำความเข้าใจว่าการพัฒนาเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 17:17 UTC

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงกรณีการยกเลิกการจัดสอบของมหาวิทยาลัยบูรพา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงกรณีการยกเลิกการจัดสอบของมหาวิทยาลัยบูรพา

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปฏิเสธว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจยกเลิกสัญญาของมหาวิทยาลัยบูรพาในการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงกรณีการยกเลิกการจัดสอบของมหาวิทยาลัยบูรพา

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงกรณีการยกเลิกการจัดสอบของมหาวิทยาลัยบูรพา

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปฏิเสธว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจยกเลิกสัญญาของมหาวิทยาลัยบูรพาในการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพาจากการเป็นผู้จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดย สถ. ชี้แจงว่าการตัดสินใจเพิกถอนสถานะผู้ชนะการประมูลของมหาวิทยาลัยนั้น เป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย และความเห็นของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง

ตามข้อมูลของ สถ. มาตรการเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการสอบ ทั้งนี้ กรมฯ ได้ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะอย่างชัดเจนว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกเลิกสัญญาของมหาวิทยาลัยหรือความไม่โปร่งใสที่รายงานในช่วงการสอบปี 2568 แต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ คำชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการปฏิรูปการสรรหาบุคลากรภาครัฐและสร้างความมั่นใจในความโปร่งใสของการสอบเข้ารับราชการ แม้ว่า สถ. จะได้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกระบวนการบริหารจัดการแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อกำหนดการสอบในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนเหล่านี้จะส่งผลต่อการวางแผนและการบริหารจัดการรอบการจ้างงานของท้องถิ่นในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 15:56 UTC

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเปิดเวทีเครือข่ายระดับชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเปิดเวทีเครือข่ายระดับชาติ

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้จัดเวทีระดับชาติเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับชุมชนชายฝั่ง ตามนโยบายของรัฐมนตรีสุชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเปิดเวทีเครือข่ายระดับชาติ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเปิดเวทีเครือข่ายระดับชาติ

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้จัดเวทีระดับชาติเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับชุมชนชายฝั่ง ตามนโยบายของรัฐมนตรีสุชาติ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้เปิดเวทีเครือข่ายระดับชาติอย่างเป็นทางการ ความคิดริเริ่มนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งเน้นย้ำถึงบทบาทของชุมชนชายฝั่งในฐานะหุ้นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ทางทะเล

เวทีดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในท้องถิ่น เพื่อจัดการและปกป้องระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น การที่ ทช. ให้ความสำคัญกับชุมชนชายฝั่งในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก มีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ครอบคลุมมากขึ้นสำหรับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องไปสู่ความพยายามในการอนุรักษ์ที่นำโดยชุมชนในพื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทย แม้ว่าความคิดริเริ่มนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือด้านนโยบายและการบริหารจัดการ แต่อาจส่งผลต่อวิธีการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่คุ้มครองในอนาคต นักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอาจพบว่าความร่วมมือเหล่านี้จะนำไปสู่โอกาสในการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีโครงสร้างชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดการดำเนินงานเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวิธีการทำงานของความร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยคาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมในขณะที่ ทช. ดำเนินการบูรณาการผลลัพธ์จากเครือข่ายนี้เข้าสู่กลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้างต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 14:55 UTC

รัฐบาลไทยเปิดตัว 'Prime Minister’s Youth Cup' เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชน
การเมือง ได้รับการยืนยัน

รัฐบาลไทยเปิดตัว 'Prime Minister’s Youth Cup' เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชน

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'Prime Minister’s Youth Cup' อย่างเป็นทางการ เพื่อเฟ้นหาและพัฒนาเยาวชนที่มีความสามารถด้านฟุตบอลและวอลเลย์บอลทั่วประเทศ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเปิดตัว 'Prime Minister’s Youth Cup' เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชน

ได้รับการยืนยัน
รัฐบาลไทยเปิดตัว 'Prime Minister’s Youth Cup' เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชน

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'Prime Minister’s Youth Cup' อย่างเป็นทางการ เพื่อเฟ้นหาและพัฒนาเยาวชนที่มีความสามารถด้านฟุตบอลและวอลเลย์บอลทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และสมาคมกีฬาฟุตบอลและวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ 'Prime Minister’s Youth Cup' อย่างเป็นทางการ ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าโครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทยที่มีการรวมสองกีฬายอดนิยมเข้าไว้ในโครงการพัฒนาเยาวชนขนาดใหญ่เพียงโครงการเดียว

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการคัดเลือกนักกีฬาที่มีประสิทธิภาพ โดยจัดการแข่งขันตั้งแต่ระดับอำเภอและจังหวัด ไปจนถึงระดับภูมิภาคและระดับชาติ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าเป้าหมายคือการสร้างรากฐานที่มีคุณภาพให้กับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนครั้งสำคัญของรัฐบาลในด้านโครงสร้างพื้นฐานกีฬาและการมีส่วนร่วมของชุมชน แม้ว่าโครงการจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างนักกีฬาทีมชาติในอนาคต แต่ก็บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่จะมีการจัดกิจกรรมกีฬาสำหรับเยาวชนเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศไทย ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าตารางการแข่งขันที่เฉพาะเจาะจงจะส่งผลกระทบต่อสิ่งอำนวยความสะดวกในท้องถิ่นและการจราจรในพื้นที่ที่เข้าร่วมอย่างไร ในขณะที่การแข่งขันดำเนินไปจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 10:39 UTC

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไทยวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไทยวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬา

รัฐมนตรีสุรศักดิ์ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาและบุคลากรของชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไทยวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬา

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไทยวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬา

รัฐมนตรีสุรศักดิ์ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาและบุคลากรของชาติ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 นายสุรศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยมีวาระสำคัญคือการขับเคลื่อนนโยบายกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเน้นไปที่การยกระดับมาตรฐานของนักกีฬา บุคลากรทางการกีฬา และโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาของประเทศให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การดำเนินการนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวต่อคุณภาพและการเข้าถึงสถานที่ออกกำลังกายและสนามกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับปรุงสินทรัพย์เหล่านี้ ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยอาจได้เห็นการปรับปรุงสนามกีฬาของรัฐและระบบนิเวศด้านกีฬามืออาชีพที่แข็งแกร่งขึ้นในอนาคต

แม้ว่าการประชุมจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การจัดสรรงบประมาณ หรือการเปิดตัวโครงการสาธารณะใหม่ๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ตามรายงานของ Matichon Online ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อขับเคลื่อนวาระด้านกีฬาของชาติ โดยคาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมออกมาในขณะที่กระทรวงและ กกท. ดำเนินการสรุปขั้นตอนการนำนโยบายเหล่านี้ไปปฏิบัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 14:15 UTC

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงการยกเลิกสัญญาจัดสอบของมหาวิทยาลัยบูรพา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงการยกเลิกสัญญาจัดสอบของมหาวิทยาลัยบูรพา

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ชี้แจงถึงการยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพาในการจัดสอบท้องถิ่น โดยอ้างถึงข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงการยกเลิกสัญญาจัดสอบของมหาวิทยาลัยบูรพา

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงการยกเลิกสัญญาจัดสอบของมหาวิทยาลัยบูรพา

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ชี้แจงถึงการยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพาในการจัดสอบท้องถิ่น โดยอ้างถึงข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการยกเลิกข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยบูรพาในการจัดสอบสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

ในการชี้แจง สถ. เน้นย้ำว่าการยกเลิกสัญญาเป็นผลมาจากขั้นตอนการดำเนินงานตามข้อสรุปของคณะกรรมการ นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ โดยระบุอย่างชัดเจนว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาในครั้งนี้

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับปรุงด้านการบริหารงานที่กำลังดำเนินอยู่ในภาครัฐ แม้ว่าจะมีการยืนยันการยกเลิกสัญญาแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อสรุปของคณะกรรมการและขั้นตอนต่อไปในการจัดสอบท้องถิ่นในอนาคตยังคงต้องรอการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบต่อกำหนดการรับสมัครหรือตารางการสอบที่จะเกิดขึ้นอย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก สถ. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับการสอบในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 13:55 UTC

กระทรวงศึกษาธิการไทยปรับงบ 1.6 พันล้านบาทเพื่อบูรณาการข้อมูลดิจิทัล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการไทยปรับงบ 1.6 พันล้านบาทเพื่อบูรณาการข้อมูลดิจิทัล

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งกันงบประมาณ 1.6 พันล้านบาทจากโครงการทักษะดิจิทัล เพื่อนำไปใช้ในโครงการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการไทยปรับงบ 1.6 พันล้านบาทเพื่อบูรณาการข้อมูลดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการไทยปรับงบ 1.6 พันล้านบาทเพื่อบูรณาการข้อมูลดิจิทัล

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งกันงบประมาณ 1.6 พันล้านบาทจากโครงการทักษะดิจิทัล เพื่อนำไปใช้ในโครงการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในการจัดสรรงบประมาณภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวง โดยได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กันงบประมาณกว่า 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเดิมถูกจัดสรรไว้สำหรับโครงการ 'Digital Skill/Credit Portfolio' ออกมา

งบประมาณส่วนนี้เตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอเปลี่ยนแปลงไปใช้ในโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูลการศึกษาร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตามที่นายประเสริฐกล่าว วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างสองหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาการศึกษา โดยรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2569 ทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามแผนงานและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบการศึกษาไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงทิศทางไปสู่การจัดการข้อมูลดิจิทัลที่เป็นศูนย์กลางมากขึ้นระหว่างระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา แม้ว่าการปรับงบประมาณครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อโครงการทักษะดิจิทัลเดิมนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรี ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศจากรัฐบาลต่อไปเพื่อดูว่าการบูรณาการนี้จะส่งผลต่อโครงการเครดิตดิจิทัลในปัจจุบันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 13:18 UTC

การแข่งขันชิงนายก อบจ.นนทบุรี เพิ่มขึ้นอีกราย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การแข่งขันชิงนายก อบจ.นนทบุรี เพิ่มขึ้นอีกราย

มีผู้สมัครรายที่สามเข้าสู่การแข่งขันชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การแข่งขันชิงนายก อบจ.นนทบุรี เพิ่มขึ้นอีกราย

แหล่งข่าวเดียว
การแข่งขันชิงนายก อบจ.นนทบุรี เพิ่มขึ้นอีกราย

มีผู้สมัครรายที่สามเข้าสู่การแข่งขันชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 การแข่งขันชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี มีผู้สมัครเพิ่มขึ้นเป็น 3 ราย โดยนายชุติพนธ์ ปิ่นมณี ได้ลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและได้รับหมายเลข 3 ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ในการแถลงต่อสาธารณะ นายชุติพนธ์ได้เน้นย้ำถึงนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนผ่านการมีส่วนร่วมทางการเมืองระดับท้องถิ่น การเพิ่มขึ้นของผู้สมัครรายนี้ทำให้จำนวนผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำจังหวัดรวมเป็น 3 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่คึกคักของการบริหารงานท้องถิ่นในจังหวัดที่อยู่ติดกับกรุงเทพมหานคร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นนทบุรี การเลือกตั้งท้องถิ่นมีความสำคัญเนื่องจาก อบจ. มีหน้าที่กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคที่จำเป็น สาธารณูปโภค และโครงการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวันและคุณภาพการบริการในระดับภูมิภาค แม้ว่ารายชื่อผู้สมัครจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 รายแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผู้สมัครเพิ่มเติมลงทะเบียนก่อนวันปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในภูมิทัศน์ทางการเมืองเกิดขึ้นอีกในระหว่างการหาเสียง ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าผู้สมัครเหล่านี้จะนำเสนอนโยบายที่แตกต่างกันอย่างไรในประเด็นลำดับความสำคัญของการบริหารงานท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 13:17 UTC

รองนายกฯ ลงพื้นที่จังหวัดน่านติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเยี่ยมผู้ประสบภัย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ลงพื้นที่จังหวัดน่านติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเยี่ยมผู้ประสบภัย

รองนายกรัฐมนตรียศชนันและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางถึงจังหวัดน่านเพื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ลงพื้นที่จังหวัดน่านติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเยี่ยมผู้ประสบภัย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ลงพื้นที่จังหวัดน่านติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเยี่ยมผู้ประสบภัย

รองนายกรัฐมนตรียศชนันและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางถึงจังหวัดน่านเพื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า รองนายกรัฐมนตรียศชนัน พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการที่จังหวัดน่าน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นและประเมินประสิทธิภาพของการดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่

ในระหว่างการลงพื้นที่ คณะผู้บริหารได้เข้าตรวจสอบศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้เพื่อประเมินความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องอพยพจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังได้หารือกับหน่วยงานท้องถิ่นและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในช่วงวิกฤต

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังจัดการกับการตอบสนองต่อภัยพิบัติอย่างจริงจัง แม้ว่าการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะบ่งชี้ถึงความพยายามในการบรรเทาผลกระทบ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจร การหยุดชะงักของการขนส่ง หรือคำสั่งอพยพที่อาจเกิดขึ้น

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดจากเหตุการณ์น้ำท่วมและกรอบเวลาที่คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะลดลงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานะของโครงสร้างพื้นฐานในขณะที่สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 12:35 UTC

รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่จังหวัดน่านเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและให้กำลังใจผู้ประสบภัย

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่จังหวัดน่านเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและให้กำลังใจผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์รัฐบาลไทยรายงานว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการที่จังหวัดน่าน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่และให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการเชิงรุกต่อผลกระทบจากสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะอยู่ในพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์แล้ว แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังจังหวัดน่านควรตระหนักว่าสถานการณ์น้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนที่จะสรุปแผนการเดินทางในพื้นที่ดังกล่าว

ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานและแผนการฟื้นฟูระยะยาวสำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ รายงานจากหน่วยงานรัฐมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองต่อเหตุการณ์ในทันทีและการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของเส้นทางการคมนาคมและบริการสาธารณะในจังหวัดน่านต่อไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 12:15 UTC

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ 'กฤตย์อิชย์' สส. พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ 'กฤตย์อิชย์' สส. พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายกฤตย์อิชย์ สส. พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่จากจังหวัดตรัง ซึ่งแสดงยอดคงเหลือสุทธิติดลบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ 'กฤตย์อิชย์' สส. พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ 'กฤตย์อิชย์' สส. พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายกฤตย์อิชย์ สส. พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่จากจังหวัดตรัง ซึ่งแสดงยอดคงเหลือสุทธิติดลบ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายกฤตย์อิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นตัวแทนของจังหวัดตรัง

การเปิดเผยข้อมูลระบุว่า สส. ท่านนี้มีทรัพย์สินรวมมูลค่า 15,000 บาท ในขณะเดียวกันก็ได้รายงานหนี้สินรวม 4.5 ล้านบาท การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินนี้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนความโปร่งใสตามมาตรฐานที่กำหนดสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติของการบริหารจัดการทางการเมืองของไทย ซึ่งช่วยสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของผู้แทนที่ได้รับเลือกตั้ง แม้ว่ารายงานนี้จะเน้นย้ำถึงสถานะทางการเงินปัจจุบันของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือการดำเนินธุรกิจสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือมาเยือนประเทศไทย

ในขณะนี้ ข้อมูลจำกัดอยู่เพียงตัวเลขที่ระบุในเอกสารของ ป.ป.ช. เท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของหนี้สินที่รายงานหรือการอัปเดตใดๆ เกี่ยวกับบันทึกทางการเงินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะนี้ถือเป็นบันทึกสำหรับผู้ที่สนใจในความโปร่งใสทางการเงินของฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

นายกฯ ปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในการปรับปรุงการเข้าถึงแพลตฟอร์ม AI ที่มีความเสถียร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในการปรับปรุงการเข้าถึงแพลตฟอร์ม AI ที่มีความเสถียร

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ระหว่างการเยือนกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ที่เพิ่งเปิดตัว โดยโครงการนี้ได้เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าในวันเดียวกัน และเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านที่ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของโครงการ

นายกรัฐมนตรีอนุทินปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าโครงการนี้ไม่มีประโยชน์ โดยยืนยันว่าโครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล นายกรัฐมนตรีระบุว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์ม AI ต่างๆ ได้อย่างเสถียร โดยตั้งข้อสังเกตว่าบริการ AI ฟรีหลายแห่งมักประสบปัญหาประสิทธิภาพลดลง เช่น ความเร็วที่ช้าลงและโฆษณาที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการใช้งานต่อเนื่อง การสนับสนุนโครงการนี้จึงเป็นความพยายามของรัฐบาลในการลดข้อจำกัดดังกล่าวให้กับผู้ใช้งาน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นความพยายามของภาครัฐในการปรับปรุงการโต้ตอบทางดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในระยะยาวและประโยชน์ทางเทคนิคที่ชัดเจนสำหรับผู้ใช้งานแต่ละรายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่ารัฐมนตรีไชยชนกจะสามารถชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมต่อฝ่ายค้านได้ในการประชุมสภาที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลได้เชิญชวนให้ประชาชนติดตามผลสัมฤทธิ์ของโครงการจากจำนวนผู้ลงทะเบียน ในขณะที่ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ว่าเป็นก้าวที่จำเป็นสำหรับยุคดิจิทัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:38 UTC

เกิดข้อพิพาททางการเมืองหลังคลิปเสียงหลุดเรื่อง 'การคัดเลือก สว.'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อพิพาททางการเมืองหลังคลิปเสียงหลุดเรื่อง 'การคัดเลือก สว.'

คลิปเสียงและหลักฐานภาพถ่ายจุดประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. ในประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและคำกล่าวอ้างปริศนาถึง 'คนข้างบน' เข้ามาเกี่ยวข้อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดข้อพิพาททางการเมืองหลังคลิปเสียงหลุดเรื่อง 'การคัดเลือก สว.'

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อพิพาททางการเมืองหลังคลิปเสียงหลุดเรื่อง 'การคัดเลือก สว.'

คลิปเสียงและหลักฐานภาพถ่ายจุดประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. ในประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและคำกล่าวอ้างปริศนาถึง 'คนข้างบน' เข้ามาเกี่ยวข้อง

พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้เปิดเผยหลักฐานชุดใหม่ รวมถึงภาพถ่ายและคลิปเสียง ซึ่งกล่าวหาว่ามีความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. ระดับประเทศที่ผ่านมา หลักฐานดังกล่าวพาดพิงถึงว่าที่ ร.ต.วิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา จ.หนองคาย ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก โดยหลักฐานแสดงให้เห็นว่านายกเทศมนตรีอยู่ในห้องพักโรงแรมกับกลุ่มผู้สมัคร สว. ก่อนวันเลือกจริง

ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทคือคลิปเสียงที่มีการพูดถึง "ภารกิจเพื่อคนข้างบน" เมื่อถูกสื่อมวลชนสอบถาม นายกเทศมนตรีวิทยาได้ยืนยันว่าตนอยู่ในภาพจริง โดยอ้างว่าเพียงแค่ไปส่งผู้สมัครหญิงที่เป็นคนรู้จักเนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทางในกรุงเทพฯ และเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าเสียงในคลิปไม่ใช่เสียงของตนและอาจเป็นการตัดต่อ ส่วนคำว่า "คนข้างบน" นั้น นายกเทศมนตรีอ้างว่าหมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และการทำงานตามระเบียบจากส่วนกลาง ไม่ใช่กลุ่มอำนาจทางการเมือง

สำหรับประชาชนและผู้สังเกตการณ์ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. อย่างต่อเนื่อง ความคลุมเครือของคำว่า "คนข้างบน" และความเชื่อมโยงกับการหารือเรื่องตำแหน่งประธานวุฒิสภายังคงเป็นประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัย ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ และความเชื่อมโยงทางการเมืองที่ถูกกล่าวหานั้นจะมีหลักฐานสนับสนุนจากการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:38 UTC

กระทรวงพาณิชย์เร่งระดมสินค้าจำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์เร่งระดมสินค้าจำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

กระทรวงพาณิชย์ของไทยกำลังประสานงานกับผู้ผลิตเพื่อเร่งจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงพาณิชย์เร่งระดมสินค้าจำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์เร่งระดมสินค้าจำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

กระทรวงพาณิชย์ของไทยกำลังประสานงานกับผู้ผลิตเพื่อเร่งจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือของไทย

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดตัวโครงการเร่งด่วนเพื่อระดมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือของไทย โดยกระทรวงฯ กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตและซัพพลายเออร์รายใหญ่เพื่อจัดหาสินค้าที่จำเป็นและรับประกันว่าจะส่งถึงจังหวัดที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามด้านโลจิสติกส์ที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อรักษาห่วงโซ่อุปทานของสินค้าจำเป็นในช่วงวิกฤตอุทกภัยปัจจุบัน แม้ว่ากระทรวงฯ จะกำลังดำเนินการเพื่อปรับปรุงการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพ แต่ผู้ที่อยู่ในภาคเหนือของไทยหรือวางแผนจะเดินทางไปที่นั่นควรตระหนักว่าโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและความพร้อมของสินค้าอาจได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับการจัดส่งเหล่านี้ และกระบวนการกระจายสินค้าจะใช้เวลานานเท่าใดในการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและความพร้อมของบริการที่จำเป็นในพื้นที่ของตน กระทรวงฯ ยังคงเปิดรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาคเอกชนเพื่อเสริมสร้างความพยายามในการบรรเทาทุกข์เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:37 UTC

คณะกรรมาธิการสภาฯ เร่งตรวจสอบคดียิง สส.นราธิวาส
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการสภาฯ เร่งตรวจสอบคดียิง สส.นราธิวาส

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรกำลังผลักดันให้เกิดความโปร่งใสในการสอบสวนคดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ท่ามกลางความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการสภาฯ เร่งตรวจสอบคดียิง สส.นราธิวาส

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการสภาฯ เร่งตรวจสอบคดียิง สส.นราธิวาส

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรกำลังผลักดันให้เกิดความโปร่งใสในการสอบสวนคดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ท่ามกลางความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายรังสิมันต์ โรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่จังหวัดยะลาและสงขลาเพื่อติดตามการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยประเด็นสำคัญของการลงพื้นที่คือการติดตามความคืบหน้าคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส

ในการหารือที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา พ.ต.อ.ทวี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่มาของอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอกที่ใช้ก่อเหตุ โดยระบุว่าปืนดังกล่าวเคยปรากฏในเหตุการณ์หลังมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มาก่อน เจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบประวัติจากบริษัทผู้ผลิตและกรมศุลกากรเพื่อหาที่มาของการจำหน่ายอาวุธดังกล่าว

กรณีนี้มีความสำคัญต่อประชาชนและผู้ที่เดินทางมาในพื้นที่ เนื่องจากความเชื่อมั่นของประชาชนได้รับผลกระทบจากข้อสงสัยว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม คณะกรรมาธิการได้ขอให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่ติดตามนายกมลศักดิ์ก่อนเกิดเหตุ แม้ขณะนี้จะมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่โดยตรงหรือไม่ โดยคณะกรรมาธิการยังคงเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:38 UTC

เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รองนายกฯ ปกรณ์ มีทรัพย์สิน 57 ล้านบาท ไร้หนี้สิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รองนายกฯ ปกรณ์ มีทรัพย์สิน 57 ล้านบาท ไร้หนี้สิน

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ ได้ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินรวม 57 ล้านบาท โดยไม่มีหนี้สิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รองนายกฯ ปกรณ์ มีทรัพย์สิน 57 ล้านบาท ไร้หนี้สิน

แหล่งข่าวเดียว
เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รองนายกฯ ปกรณ์ มีทรัพย์สิน 57 ล้านบาท ไร้หนี้สิน

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ ได้ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินรวม 57 ล้านบาท โดยไม่มีหนี้สิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายคนสำคัญในรัฐบาลของอนุทิน ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ามีทรัพย์สินรวมมูลค่า 57 ล้านบาท และไม่มีหนี้สินแต่อย่างใด

ทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วยทองคำ เครื่องประดับ และพระเครื่องจำนวนมาก ในฐานะบุคคลสำคัญทางกฎหมายในรัฐบาลปัจจุบัน การเปิดเผยข้อมูลนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดด้านความโปร่งใสตามมาตรฐานสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมสถานะทางการเงินของผู้ที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายระดับชาติ แม้ตัวเลขเหล่านี้จะเป็นเพียงภาพสะท้อนทรัพย์สินส่วนบุคคล แต่ไม่ได้สะท้อนถึงกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจในภาพรวมของรัฐบาล ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทรัพย์สินเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในระหว่างการดำรงตำแหน่ง หรือจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอร์ตการลงทุนของเขาในการยื่นบัญชีครั้งต่อไปหรือไม่ รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจาก Matichon Online และไม่ใช่การตรวจสอบอิสระเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของเจ้าหน้าที่รัฐ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมมอเตอร์เวย์ M6 ในวันที่ 21 ส.ค. นี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมมอเตอร์เวย์ M6 ในวันที่ 21 ส.ค. นี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ มีกำหนดการตรวจสอบความพร้อมของมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช (M6) เพื่อประเมินความพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานของประชาชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมมอเตอร์เวย์ M6 ในวันที่ 21 ส.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมมอเตอร์เวย์ M6 ในวันที่ 21 ส.ค. นี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ มีกำหนดการตรวจสอบความพร้อมของมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช (M6) เพื่อประเมินความพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานของประชาชน

ตามรายงานจาก Thai Post นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของมอเตอร์เวย์สาย M6 ในช่วงที่เชื่อมต่อระหว่างบางปะอินถึงนครราชสีมา (โคราช) ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเปิดให้บริการแก่ประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเปิดใช้งานเส้นทางคมนาคมสายหลักนี้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างเขตปริมณฑลกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รายงานระบุว่าคาดว่าจะมีการเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรีหลังจากเสร็จสิ้นการประเมิน

แม้ว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญในกำหนดการของโครงการ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะวันและเวลาที่แน่ชัดในการเปิดให้ประชาชนเข้าใช้งาน รวมถึงช่วงของเส้นทางที่จะเปิดให้ใช้บริการฟรีนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมภายหลังการตรวจสอบของรัฐมนตรี เพื่อยืนยันว่าเส้นทางดังกล่าวจะสามารถเปิดให้สัญจรได้เมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:19 UTC