ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง รถไฟฟ้าสายสีแดงประสบปัญหาขัดข้องทางระบบจ่ายไฟ ✦
การเมือง รมว.มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักกระทบ 21 จังหวัด; กรุงเทพฯ เผชิญฝนตกต่อเนื่อง ✦
กีฬา เวฟ วีรพล เปิดใจหลังจบการแข่งขันยกน้ำหนัก ยอมรับคู่แข่งแกร่ง ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมเขตดินแดง ✦
ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบฉุกเฉินช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต ✦
ความปลอดภัย ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษติดเรือยอร์ชกลางทะเลสัตหีบ ✦
ความปลอดภัย รัฐมนตรีศุภมาสติดตามสถานการณ์น้ำท่วมรังสิต ✦
การขนส่ง

รถไฟฟ้าสายสีแดงประสบปัญหาขัดข้องทางระบบจ่ายไฟ

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีแดงประสบปัญหาขัดข้องทางระบบจ่ายไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟฟท.) กำลังเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟที่ขัดข้องบนรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ภายในคืนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟฟท.) กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดข้องของระบบจ่ายไฟที่ส่งผลกระทบต่อการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ความขัดข้องทางเทคนิคนี้ส่งผลให้ต้องมีการระงับการให้บริการชั่วคราว โดยทางผู้ให้บริการได้ประสานงานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อจัดรถโดยสารรับส่งสำหรับผู้โดยสารที่ตกค้าง

สำหรับประชาชนและผู้เดินทางที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงในการเดินทางประจำวัน เหตุการณ์นี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ รฟฟท. ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาทางเทคนิคและกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติภายในคืนนี้ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก รฟฟท. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ก่อนวางแผนการเดินทาง

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของความขัดข้องในระบบจ่ายไฟยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แม้ว่าผู้ให้บริการจะคาดการณ์ว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติในคืนนี้ แต่ผู้โดยสารควรเตรียมพร้อมรับมือกับการปรับเปลี่ยนตารางเวลาหรือข้อจำกัดในการให้บริการที่อาจเกิดขึ้น จนกว่าจะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเสถียรของระบบ ผู้เดินทางควรพิจารณาเส้นทางสำรองหรือใช้บริการรถรับส่งที่จัดเตรียมไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 14:00 UTC

การเมือง

รมว.มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

แหล่งข่าวเดียว
รมว.มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ในพื้นที่แม้ระดับน้ำจะลดลง พร้อมอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมเพื่อรับมือสถานการณ์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดประจำอยู่ในพื้นที่ของตน แม้จะมีรายงานว่าระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลงแล้ว แต่รัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ห้ามประมาทและต้องรักษาความพร้อมในระดับสูงเพื่อรับมือกับผลกระทบต่อเนื่องหรือความเสี่ยงที่อาจหลงเหลืออยู่

เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว รัฐบาลได้อนุมัติการเพิ่มงบประมาณฉุกเฉินสำหรับจังหวัดต่างๆ โดยเงินทุนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบสนองในระดับท้องถิ่นและอำนวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลยังได้ประกาศจัดตั้งศูนย์แถลงข่าวเฉพาะกิจเพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใส

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้บ่งชี้ว่าแม้จุดสูงสุดของสถานการณ์น้ำท่วมอาจผ่านพ้นไปแล้วในบางพื้นที่ แต่รัฐบาลยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นหรือเส้นทางการเดินทางอาจยังคงอยู่ระหว่างการฟื้นฟูหรือได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามาตรการฉุกเฉินที่เข้มงวดนี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด และจังหวัดใดบ้างที่จะได้รับงบประมาณเพิ่มเติมเป็นลำดับต้นๆ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยและการเข้าถึงจุดหมายปลายทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 14:00 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักกระทบ 21 จังหวัด; กรุงเทพฯ เผชิญฝนตกต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบ 21 จังหวัด; กรุงเทพฯ เผชิญฝนตกต่อเนื่อง

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 21 จังหวัดของไทย โดยกรุงเทพฯ เผชิญกับฝนตกต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อ 21 จังหวัด สถานการณ์มีความท้าทายอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งฝนที่ตกต่อเนื่องตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างและรบกวนการจราจรบนท้องถนนอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน ถนนหลายสายในเมืองหลวงยังคงมีน้ำท่วมขัง ทำให้การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบากและอาจเป็นอันตราย เจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีฝนตกหนักเพิ่มเติมในวันที่ 27 กันยายน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันรุนแรงขึ้น

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมขังในพื้นที่และการจราจรติดขัด แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหรือวางแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาล ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมและเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้น เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์สภาพอากาศที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 14:01 UTC

กีฬา

เวฟ วีรพล เปิดใจหลังจบการแข่งขันยกน้ำหนัก ยอมรับคู่แข่งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
เวฟ วีรพล เปิดใจหลังจบการแข่งขันยกน้ำหนัก ยอมรับคู่แข่งแกร่ง

เวฟ วีรพล วิชุมา นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงผลงานการแข่งขันล่าสุด โดยยอมรับในความแข็งแกร่งของคู่แข่งหลังจากพลาดในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก

เวฟ วีรพล วิชุมา นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงผลงานการแข่งขันล่าสุดของเขา โดยจากรายงานของมติชนออนไลน์ นักกีฬายอมรับถึงระดับความสามารถที่สูงของคู่แข่งในการแข่งขันครั้งนี้

วีรพลได้กล่าวถึงความผิดพลาดทางเทคนิคในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ซึ่งส่งผลต่ออันดับคะแนนรวมของเขา อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้วตลอดการแข่งขัน

สำหรับผู้ที่สนใจในวงการกีฬาไทย ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันยกน้ำหนักระดับนานาชาติและความท้าทายที่นักกีฬาระดับแนวหน้าต้องเผชิญในเวทีโลก แม้ว่าวีรพลจะออกมาพูดถึงผลการแข่งขันในครั้งนี้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการเข้าร่วมการแข่งขันในรายการถัดไปนั้นยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาชาวไทยยังคงติดตามความคืบหน้าของเขาอย่างต่อเนื่องในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวสำหรับความท้าทายในอนาคต รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจากมติชนออนไลน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 14:01 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม

ทางการกรุงเทพฯ ประกาศปิดโรงเรียนและกำหนดนโยบายทำงานจากที่บ้านสำหรับเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ขณะที่เมืองหลวงกำลังรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในเมือง แม้ว่าผู้ว่าฯ จะระบุว่าระดับน้ำเริ่มทรงตัวและอาจเริ่มลดลงภายในเย็นวันเสาร์หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม แต่ทางเมืองยังคงดำเนินมาตรการป้องกันไว้ก่อน

เพื่อจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สั่งปิดโรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้งหมดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ พนักงาน กทม. ที่หน้าที่การงานไม่จำเป็นต้องเข้าปฏิบัติงานในสถานที่จริง ได้รับคำสั่งให้ทำงานจากที่บ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสัญจรบนถนนที่มีน้ำท่วมขัง แม้ว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะเริ่มทรงตัว แต่ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงสุดสัปดาห์เป็นสำคัญ ยังคงต้องยืนยันว่าโรงเรียนเอกชนหรือหน่วยงานสาธารณะอื่นๆ จะดำเนินการปิดทำการในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาที่นี่ ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมเขตดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมเขตดินแดง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่เขตดินแดงที่ประสบอุทกภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เพื่อกำกับดูแลการระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตดินแดง หลังจากมีฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ได้สวมรองเท้าบูตลุยน้ำเพื่อตรวจสอบสภาพถนนและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่เทศบาลในการเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ในระหว่างการลงพื้นที่ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้แสดงความกังวลต่อสภาพอากาศที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยกล่าวติดตลกขอให้ฝนหยุดตก พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการกำกับดูแลการระบายน้ำ โดยระบุว่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่จนกว่าระดับน้ำจะลดลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายจากฝนตกหนักตามฤดูกาลในกรุงเทพฯ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบางจุด การจราจรติดขัด และความล่าช้าในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ผู้ที่อยู่ในเขตดินแดงหรือมีแผนเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนนและความคืบหน้าในการระบายน้ำ แม้ว่าผู้ว่าฯ จะยืนยันที่จะกำกับดูแลการแก้ไขปัญหาในทันที แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของมาตรการระบายน้ำในปัจจุบันในการป้องกันน้ำท่วมจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในอนาคตนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:40 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบฉุกเฉินช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบฉุกเฉินช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย

กระทรวงศึกษาธิการประกาศจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉินแก่โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยจัดสรรงบประมาณเขตละ 350,000 บาท เพื่อใช้ในการฟื้นฟูเบื้องต้น

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการตามข้อห่วงใยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ความสำคัญกับการเร่งช่วยเหลือโรงเรียนที่กำลังประสบปัญหาความเสียหายจากอุทกภัย

เพื่อเป็นการสนับสนุนการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน กระทรวงฯ ได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณเบื้องต้นจำนวน 350,000 บาทต่อเขตพื้นที่การศึกษา โดยงบประมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมเร่งด่วนและการฟื้นฟูสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เพื่อให้สภาพแวดล้อมในการเรียนการสอนกลับมามีความมั่นคงโดยเร็วที่สุด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบต่อเนื่องของอุทกภัยตามฤดูกาลที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรตระหนักว่าการดำเนินงานของโรงเรียนและบริการในท้องถิ่นอาจมีการปิดทำการชั่วคราวหรือมีการปรับเปลี่ยนด้านโลจิสติกส์

ในขณะนี้ รายชื่อเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับผลกระทบโดยละเอียดและกรอบเวลาสำหรับการฟื้นฟูโรงเรียนให้กลับสู่สภาพปกติยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตของการฟื้นฟูเมื่อการประเมินความเสียหายมีความคืบหน้า ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานระดับจังหวัดเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเข้าถึงและความปลอดภัยของโรงเรียนในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:35 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ประกาศให้ 90 ชุมชนในเขตเทศบาลนครรังสิตเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ประกาศให้ 90 ชุมชนภายในเขตเทศบาลนครรังสิตเป็น 'เขตภัยพิบัติฉุกเฉิน' อย่างเป็นทางการ การดำเนินการทางปกครองนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากภาครัฐอย่างเร่งด่วนและการจัดสรรทรัพยากรเพื่อจัดการกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ การประกาศดังกล่าวบ่งชี้ว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังให้ความสำคัญกับความพยายามในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่รังสิตหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำท่วมอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน และสุขภาพของประชาชน ขอแนะนำให้ติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและความสามารถในการระบายน้ำ

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกในการระดมความช่วยเหลือและสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่คาดว่าน้ำจะลดลงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบกับผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการในเขตปทุมธานีก่อนที่จะสรุปแผนการเดินทางใดๆ ทั้งนี้ SawaLife จะยังคงติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:40 UTC

ความปลอดภัย

ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษติดเรือยอร์ชกลางทะเลสัตหีบ

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษติดเรือยอร์ชกลางทะเลสัตหีบ

ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือชายชาวอังกฤษที่ติดอยู่บนเรือยอร์ชกลางทะเลนอกชายฝั่งบางเสร่ หลังเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างกะทันหัน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ชายชาวอังกฤษรายหนึ่งได้รับการช่วยเหลือจากกลางทะเลนอกชายฝั่งบางเสร่ อำเภอสัตหีบ หลังจากสภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน โดยรายงานระบุว่าชายคนดังกล่าวได้พายเซิร์ฟบอร์ดออกไปเพื่อตรวจสอบเรือยอร์ชที่จอดทอดสมออยู่ในอ่าว ก่อนที่จะมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงพัดเข้าสู่พื้นที่

เนื่องจากทัศนวิสัยที่ลดลงและสภาพคลื่นลมในทะเลกลายเป็นอันตราย ชายคนดังกล่าวจึงไม่สามารถพายเรือกลับเข้าฝั่งได้และติดอยู่บนเรือยอร์ช ทีมกู้ภัยในพื้นที่จึงได้เร่งเข้าช่วยเหลือโดยฝ่าคลื่นลมแรงเพื่อไปถึงตัวเรือและนำตัวชายคนดังกล่าวกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่ง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสภาพอากาศในอ่าวไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมหรือช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล แม้แต่ผู้ที่มีประสบการณ์ก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้เมื่อพายุฉับพลันทำให้ทัศนวิสัยลดลงและเกิดกระแสน้ำที่อันตราย จึงขอแนะนำให้ติดตามรายงานพยากรณ์อากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดก่อนทำกิจกรรมทางน้ำ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของเรือยอร์ชและการตรวจสอบเหตุการณ์เพิ่มเติมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:41 UTC

ความปลอดภัย

รัฐมนตรีศุภมาสติดตามสถานการณ์น้ำท่วมรังสิต

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีศุภมาสติดตามสถานการณ์น้ำท่วมรังสิต

ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มอบหมายตัวแทนลงพื้นที่ตรวจสอบการระบายน้ำในเขตพื้นที่รังสิต

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่รังสิต จังหวัดปทุมธานี เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ลงพื้นที่บริเวณสะพานแดงเพื่อติดตามการปฏิบัติงานระบายน้ำด้วยตนเอง พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในท้องถิ่นและกิจกรรมประจำวันเนื่องจากมีน้ำท่วมขัง แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการจัดการระบบระบายน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือพักอาศัยในพื้นที่รังสิตควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและการปิดเส้นทางที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการดำเนินการระบายน้ำจะใช้เวลานานเท่าใดจึงจะกลับสู่สภาวะปกติ และจะมีพื้นที่อื่นในจังหวัดปทุมธานีที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ประชาชนควรปฏิบัติตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐในพื้นที่เกี่ยวกับข้อควรระวังด้านความปลอดภัยและคำแนะนำในการเดินทาง โดย SawaLife จะยังคงติดตามสถานการณ์ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:40 UTC

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอแก้กฎหมายอาวุธปืนในเดือนกันยายนนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอแก้กฎหมายอาวุธปืนในเดือนกันยายนนี้

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอการปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนฉบับปี พ.ศ. 2490 ต่อคณะรัฐมนตรีภายในกลางเดือนกันยายน เพื่อแก้ไขช่องโหว่เชิงระบบในการควบคุมอาวุธปืน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอแก้กฎหมายอาวุธปืนในเดือนกันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเตรียมเสนอแก้กฎหมายอาวุธปืนในเดือนกันยายนนี้

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอการปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนฉบับปี พ.ศ. 2490 ต่อคณะรัฐมนตรีภายในกลางเดือนกันยายน เพื่อแก้ไขช่องโหว่เชิงระบบในการควบคุมอาวุธปืน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แถลงที่ทำเนียบรัฐบาลว่า รัฐบาลกำลังเตรียมการปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนของประเทศ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าพระราชบัญญัติอาวุธปืนฉบับปัจจุบันซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 นั้นถือว่าล้าสมัยและมีช่องโหว่สำคัญในการติดตามและขึ้นทะเบียนอาวุธ

นายปกรณ์กล่าวว่าโครงการนิรโทษกรรมที่ผ่านมาไม่ได้ผลเนื่องจากไม่ได้แก้ไขปัญหาเชิงระบบที่แท้จริง โดยเน้นย้ำว่าการปฏิรูปจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบทะเบียนกลางที่เชื่อมโยงกันเพื่อตรวจสอบอาวุธปืนที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมายได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันระบบยังขาดกลไกการติดตามที่เป็นเอกภาพ และกฎหมายปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้ร้านค้าอาวุธปืนต้องร่วมรับผิดชอบในการดูแลอาวุธที่จำหน่าย รัฐบาลตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนจากการใช้โครงการรับซื้อคืนที่มีราคาสูง ไปสู่ระบบที่ส่งเสริมให้มีการคืนอาวุธปืนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนโดยสมัครใจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการการครอบครองและการกำกับดูแลอาวุธปืนในประเทศไทย แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการแพร่ระบาดของอาวุธเถื่อน ซึ่งมักจะเข้ามาในประเทศผ่านทางชายแดนหรือการซื้ออย่างถูกกฎหมายแต่ไม่เคยนำไปขึ้นทะเบียน แต่รายละเอียดเฉพาะของข้อกำหนดใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยข้อเสนอดังกล่าวมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในช่วงกลางเดือนกันยายน และสาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่าการปฏิรูปเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ครอบครองอาวุธปืนในปัจจุบันหรือโปรโตคอลความปลอดภัยในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 05:18 UTC

รมช.มหาดไทยแจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีการฟอกขาว
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมช.มหาดไทยแจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีการฟอกขาว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการปกปิดความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ปกป้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมช.มหาดไทยแจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีการฟอกขาว

แหล่งข่าวเดียว
รมช.มหาดไทยแจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีการฟอกขาว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการปกปิดความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ปกป้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้สอบที่สุจริต ควบคู่ไปกับการจัดการกรณีการถอดถอนรายชื่อผู้สอบผ่านจำนวน 5,925 คน เนื่องจากพบความผิดปกติในกระบวนการสอบ

ในการตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการ "ฟอกขาว" ให้กับฝ่ายการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ รัฐมนตรีช่วยฯ ได้ปฏิเสธอย่างหนักแน่น โดยระบุว่ารัฐบาลคงอยู่ไม่ได้หากมีการปกป้องผู้กระทำผิด พร้อมทั้งท้าทายให้นายรังสิมันต์ โรม แกนนำฝ่ายค้าน นำหลักฐานการแทรกแซงทางการเมืองไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากไม่ไว้วางใจกระบวนการตรวจสอบในปัจจุบัน ทั้งนี้ กระทรวงยืนยันว่ากระบวนการถอดถอนรายชื่อดังกล่าวจะไม่ยืดเยื้อเกินความจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความโปร่งใสในการสรรหาบุคลากรภาครัฐ แม้รัฐบาลจะให้คำมั่นเรื่องความรับผิดชอบ แต่ประเด็นนี้ยังคงมีความละเอียดอ่อนเนื่องจากส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบบริหารงานส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าฝ่ายค้านจะยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ และบทสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับผู้สอบที่ถูกตัดสิทธิ์ทั้ง 5,925 คน จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างไร โดยทางกระทรวงระบุว่าพร้อมรับมือกับการอภิปรายในสภาหากมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:58 UTC

กลยุทธ์การเมืองในนนทบุรี: ทางเลือกของประชาชน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กลยุทธ์การเมืองในนนทบุรี: ทางเลือกของประชาชน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แสดงความเห็นต่อข้อกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในนนทบุรี โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการคัดเลือกผู้สมัคร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กลยุทธ์การเมืองในนนทบุรี: ทางเลือกของประชาชน

แหล่งข่าวเดียว
กลยุทธ์การเมืองในนนทบุรี: ทางเลือกของประชาชน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แสดงความเห็นต่อข้อกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในนนทบุรี โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการคัดเลือกผู้สมัคร

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในจังหวัดนนทบุรี โดยตอบโต้ข้อกังวลที่ว่าจังหวัดนี้อาจซ้ำรอยผลการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ที่พรรคหนึ่งกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้ทั้งหมดแต่กลับพ่ายแพ้ในภาพรวม โดยณัฐพงษ์ยืนยันว่าเขายังคงไม่กังวล

เขาย้ำว่าผลการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนเป็นสำคัญ สำหรับกลยุทธ์ของพรรคนั้น เขายืนยันว่าหน้าที่หลักคือการส่งผู้สมัครที่พรรคเห็นว่ามีความเหมาะสมที่สุดในการรับใช้ประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำแถลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ ในขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ เตรียมตัวสำหรับรอบการเลือกตั้งในอนาคต แม้ว่าบรรยากาศทางการเมืองในนนทบุรีจะยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในที่สาธารณะ แต่ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการบริหารงานส่วนท้องถิ่นยังไม่มีความชัดเจน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเพียงการแสดงเจตจำนงทางการเมือง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการบริหารที่ได้รับการยืนยันแล้ว ณ ขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของกลยุทธ์การคัดเลือกผู้สมัครเหล่านี้ต่อเสถียรภาพทางการเมืองของจังหวัดยังคงต้องติดตามต่อไป ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าพัฒนาการทางการเมืองเหล่านี้อาจส่งผลต่อการบริหารงานในระดับภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

สส.ภูเก็ตแจงข้อกล่าวหา 'นอมินีต่างด้าว'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส.ภูเก็ตแจงข้อกล่าวหา 'นอมินีต่างด้าว'

สส.ภูเก็ตยื่นหนังสือต่อ DSI เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ หลังถูกกล่าวหาว่าอาจเป็นนอมินีให้กับต่างชาติ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส.ภูเก็ตแจงข้อกล่าวหา 'นอมินีต่างด้าว'

แหล่งข่าวเดียว
สส.ภูเก็ตแจงข้อกล่าวหา 'นอมินีต่างด้าว'

สส.ภูเก็ตยื่นหนังสือต่อ DSI เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ หลังถูกกล่าวหาว่าอาจเป็นนอมินีให้กับต่างชาติ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 1 จังหวัดภูเก็ต ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าตนอาจมีพฤติกรรมเป็น 'นอมินีต่างด้าว' โดย สส. รายดังกล่าวได้เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อยื่นหนังสือขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกฎหมายการถือครองธุรกิจและการเป็นตัวแทนทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ประเด็นเรื่อง 'นอมินีต่างด้าว' เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในประเทศไทย เนื่องจากมีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการควบคุมการถือครองผลประโยชน์ในธุรกิจหรือที่ดินของชาวต่างชาติ การที่เจ้าหน้าที่รัฐถูกเชื่อมโยงกับการสอบสวนในลักษณะนี้มักได้รับความสนใจจากสื่ออย่างมาก และอาจเป็นสัญญาณของการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นต่อโครงสร้างองค์กรธุรกิจต่างๆ

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แม้ว่า สส. รายดังกล่าวจะแสดงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับ DSI อย่างเต็มที่ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่า DSI จะพบหลักฐานการกระทำผิดหรือไม่ หรือ สส. จะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาทั้งหมดได้หรือไม่ ในระหว่างที่กระบวนการดำเนินไป ผู้สังเกตการณ์ต่างรอติดตามว่า DSI จะประเมินเอกสารที่ได้รับอย่างไร และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อตัวแทนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:58 UTC

รมต.สุรศักดิ์ ผลักดัน 'Prime Minister's Youth Cup' เพื่อสร้างอนาคตเยาวชนสู่ทีมชาติไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมต.สุรศักดิ์ ผลักดัน 'Prime Minister's Youth Cup' เพื่อสร้างอนาคตเยาวชนสู่ทีมชาติไทย

รัฐมนตรีสุรศักดิ์เปิดตัวโครงการ 'Prime Minister's Youth Cup' เพื่อส่งเสริมเยาวชนที่มีความสามารถด้านฟุตบอลและสร้างเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมต.สุรศักดิ์ ผลักดัน 'Prime Minister's Youth Cup' เพื่อสร้างอนาคตเยาวชนสู่ทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
รมต.สุรศักดิ์ ผลักดัน 'Prime Minister's Youth Cup' เพื่อสร้างอนาคตเยาวชนสู่ทีมชาติไทย

รัฐมนตรีสุรศักดิ์เปิดตัวโครงการ 'Prime Minister's Youth Cup' เพื่อส่งเสริมเยาวชนที่มีความสามารถด้านฟุตบอลและสร้างเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 รัฐมนตรีสุรศักดิ์ได้เปิดตัวโครงการ 'Prime Minister's Youth Cup' อย่างเป็นทางการ โดยโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแพลตฟอร์มที่มีโครงสร้างชัดเจนสำหรับการพัฒนาเยาวชนนักฟุตบอลทั่วประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการค้นหาและบ่มเพาะความสามารถเพื่อก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการพัฒนากีฬาในระดับรากหญ้า การสร้างโครงสร้างการแข่งขันที่เป็นทางการมีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบเส้นทางอาชีพให้กับเยาวชนที่อาจเข้าถึงได้ยากในอดีต ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมกีฬาเยาวชนในท้องถิ่นและกิจกรรมฟุตบอลชุมชนในจังหวัดต่างๆ

แม้ว่าจะมีการประกาศเปิดตัวการแข่งขันแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการ รุ่นอายุของผู้เข้าร่วม และเกณฑ์การคัดเลือกเฉพาะสำหรับผู้ที่หวังจะก้าวไปสู่ระดับชาติ ในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบคัดเลือกในระดับภูมิภาคและโครงสร้างการแข่งขันรอบสุดท้าย โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ระดับชาติเพื่อยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทยโดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเยาวชนในระยะยาว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องรายชื่อบุคลากรท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องรายชื่อบุคลากรท้องถิ่น

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการ 'ฟอกขาว' รายชื่อบุคลากรท้องถิ่น พร้อมท้าทายให้ฝ่ายค้านนำหลักฐานยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องรายชื่อบุคลากรท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องรายชื่อบุคลากรท้องถิ่น

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการ 'ฟอกขาว' รายชื่อบุคลากรท้องถิ่น พร้อมท้าทายให้ฝ่ายค้านนำหลักฐานยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการถอดถอนรายชื่อ 5,000 รายชื่อออกจากบัญชีบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระหว่างการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ รัฐมนตรีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ากระบวนการดังกล่าวมีเจตนาเพื่อ 'ฟอกขาว' หรือบิดเบือนข้อมูล โดยยืนยันว่ากระบวนการทางธุรการกำลังดำเนินไปตามกำหนดการและไม่มีความล่าช้าแต่อย่างใด

เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้าน รวมถึงนายรังสิมันต์ โรม รัฐมนตรีได้ท้าทายให้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์นำหลักฐานที่เป็นรูปธรรมไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากเชื่อว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น โดยระบุว่าหากมีการพิสูจน์ได้ว่ามีการทุจริตจริง รัฐบาลชุดปัจจุบันก็ไม่สามารถอยู่ในอำนาจต่อไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย แม้กระทรวงมหาดไทยจะยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนบุคลากรเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการยื่นหลักฐานอย่างเป็นทางการต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ หรือเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขผ่านกลไกการตรวจสอบของรัฐสภา ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของรายชื่อบุคลากรเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

รัฐบาลไทยเสนอใช้ข้อมูลยอดขายจาก 'AI นกกระซิบ' เพื่อขอสินเชื่อสำหรับธุรกิจรายย่อย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเสนอใช้ข้อมูลยอดขายจาก 'AI นกกระซิบ' เพื่อขอสินเชื่อสำหรับธุรกิจรายย่อย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี กำลังหารือกับธนาคารออมสินเพื่อเปิดทางให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยใช้ข้อมูลยอดขายที่วิเคราะห์โดย AI จากแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' มาประกอบการยื่นขอสินเชื่อ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเสนอใช้ข้อมูลยอดขายจาก 'AI นกกระซิบ' เพื่อขอสินเชื่อสำหรับธุรกิจรายย่อย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเสนอใช้ข้อมูลยอดขายจาก 'AI นกกระซิบ' เพื่อขอสินเชื่อสำหรับธุรกิจรายย่อย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี กำลังหารือกับธนาคารออมสินเพื่อเปิดทางให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยใช้ข้อมูลยอดขายที่วิเคราะห์โดย AI จากแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' มาประกอบการยื่นขอสินเชื่อ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงแนวคิดในการช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยเสนอให้นำข้อมูลยอดขายที่สรุปและวิเคราะห์โดยฟีเจอร์ 'AI นกกระซิบ' ในแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน

นายเอกนิติระบุว่าได้หารือเรื่องกรอบการทำงานนี้กับนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้ว โดยได้มอบหมายให้ธนาคารเร่งจัดทำแนวทางรองรับ ซึ่งวงเงินสินเชื่อจะมาจากวงเงินของธนาคารออมสินเอง ไม่เกี่ยวข้องกับเงินกู้จาก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศวงเงิน 4 แสนล้านบาท รัฐบาลต้องการผลักดันการใช้ฟีเจอร์ AI นี้ ซึ่งปัจจุบันช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถติดตามยอดขายรายวันและรายเดือน วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน และบริหารจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศไทย การพัฒนานี้อาจช่วยลดความยุ่งยากในการพิสูจน์รายได้สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เกณฑ์การพิจารณา และวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโครงการสินเชื่อนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากธนาคารออมสินต่อไป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการนำเครื่องมือดิจิทัลมาบูรณาการเข้ากับระบบการเงินสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

อนุทินปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้ว สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทินปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้ว สว.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการที่รัฐบาลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการคัดเลือก สว. ก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยฝ่ายค้าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทินปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้ว สว.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการที่รัฐบาลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการคัดเลือก สว. ก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงแผนการของฝ่ายค้านที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก สว. โดยนายอนุทินระบุว่าตนไม่รู้สึกกังวลกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน และกล่าวว่าแนวคิดเรื่องการฮั้วดังกล่าวเป็นเรื่องที่ "น่ารังเกียจ" หากเป็นเรื่องจริง พร้อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลไกการคัดเลือกภายในของ สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่าการอภิปรายดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งตามปกติของกระบวนการรัฐสภา แต่ก็เน้นย้ำถึงบรรยากาศของการตรวจสอบสถาบันของรัฐในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ การอภิปรายทางการเมืองเหล่านี้โดยทั่วไปไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การเดินทาง หรือบริการสาธารณะ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงวาทกรรมทางการเมืองที่กำลังขับเคลื่อนวาระแห่งชาติอยู่ในขณะนี้

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือหลักฐานเฉพาะที่ฝ่ายค้านตั้งใจจะนำเสนอระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเป็นทางการ และรัฐบาลจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านั้นอย่างไรเมื่อการประชุมเริ่มขึ้น ในขณะนี้ ความเห็นของรัฐมนตรีถือเป็นการปฏิเสธล่วงหน้าต่อการแทรกแซงทางบริหารใดๆ ในกิจการของ สว.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

นักวิเคราะห์การเมืองโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิเคราะห์การเมืองโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในวุฒิสภา

ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในวุฒิสภา โดยชี้ว่าเรื่องราวดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิเคราะห์การเมืองโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
นักวิเคราะห์การเมืองโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในวุฒิสภา

ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในวุฒิสภา โดยชี้ว่าเรื่องราวดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันภายในวุฒิสภาไทย ตามรายงานของ Thai Post ธนพรได้วิจารณ์การเผยแพร่ข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าเป็นความพยายามที่จะเปลี่ยนความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานให้กลายเป็นข้อเท็จจริงผ่านการพูดซ้ำๆ

ธนพรได้กล่าวถึงตรรกะเบื้องหลังข้อกล่าวหาเหล่านี้โดยเฉพาะ โดยตั้งข้อสังเกตว่าหากมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับอิทธิพลทางการเงินที่ส่งไปถึงรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ก็น่าจะขัดขวางการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขาไปแล้ว การชี้ให้เห็นเช่นนี้ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าข้อกล่าวหาในปัจจุบันขาดเนื้อหาที่จำเป็นที่จะส่งผลกระทบต่อการแต่งตั้งทางการเมืองระดับสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเห็นนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงลักษณะของการถกเถียงทางการเมืองในท้องถิ่นที่มีความแตกแยกสูง แม้ว่าการถกเถียงเหล่านี้จะเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์สื่อของไทย แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ความปลอดภัย หรือแผนการเดินทางของผู้ที่อาศัยหรือมาเยือนประเทศ จนถึงขณะนี้ ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองที่คาดเดาไปเอง ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้หรือไม่ หรือจะยังคงถูกมองว่าเป็นเพียงความเห็นทางการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นต่อไปเพื่อดูความคืบหน้าอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกวุฒิสภา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:39 UTC

ศธ.-สกสค. จับมือ ออมสิน แก้หนี้ครู หั่นดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ถึงสิ้นปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศธ.-สกสค. จับมือ ออมสิน แก้หนี้ครู หั่นดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ถึงสิ้นปี 2570

กระทรวงศึกษาธิการและธนาคารออมสินเปิดตัวโครงการลดภาระหนี้สินครู โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.5% จนถึงสิ้นปี 2570

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศธ.-สกสค. จับมือ ออมสิน แก้หนี้ครู หั่นดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ถึงสิ้นปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ศธ.-สกสค. จับมือ ออมสิน แก้หนี้ครู หั่นดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ถึงสิ้นปี 2570

กระทรวงศึกษาธิการและธนาคารออมสินเปิดตัวโครงการลดภาระหนี้สินครู โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.5% จนถึงสิ้นปี 2570

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินด้วยการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5% สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์

มาตรการนี้มีกำหนดจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับภาคการศึกษาของรัฐ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกำลังแรงงานในประเทศ แม้ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจในภาพรวมและเกณฑ์เฉพาะสำหรับคุณสมบัติของครูแต่ละรายนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องให้รายละเอียดเพิ่มเติม

เนื่องจากนี่เป็นนโยบายการบริหารจัดการเฉพาะเกี่ยวกับการจัดการหนี้สินในภาครัฐ จึงไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนทางการคลังในปัจจุบันภายในระบบราชการไทย ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินโครงการนี้ และดูว่าจะมีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มเติมในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:35 UTC

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธรัฐบาลเกี่ยวข้องข้อครหาฮั้ว สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธรัฐบาลเกี่ยวข้องข้อครหาฮั้ว สว.

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงกระบวนการคัดเลือก สว. ของรัฐบาล โดยระบุว่าหากมีการฮั้วกันจริงถือเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธรัฐบาลเกี่ยวข้องข้อครหาฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธรัฐบาลเกี่ยวข้องข้อครหาฮั้ว สว.

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงกระบวนการคัดเลือก สว. ของรัฐบาล โดยระบุว่าหากมีการฮั้วกันจริงถือเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อครหาเรื่องกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตอบโต้คำกล่าวของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านที่เตรียมนำประเด็นการฮั้ว สว. มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในอนาคต ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ

นายอนุทินเน้นย้ำถึงหลักการแบ่งแยกอำนาจ โดยระบุว่าฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เป็นเสาหลักของประเทศที่ไม่สามารถก้าวก่ายกันได้ เขาเรียกคำว่า 'ฮั้ว สว.' ว่าเป็นเพียงวาทกรรมที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการ และหากมีการฮั้วกันจริงถือเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ นอกจากนี้ยังระบุว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาผ่านกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศไทย ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐบาล แม้นายกรัฐมนตรีจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงที่จะถูกนำไปพิจารณาในการประชุมสภาครั้งต่อไป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายค้านจะนำหลักฐานที่เป็นรูปธรรมมาแสดงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือรัฐบาลจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตนได้สำเร็จ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:37 UTC

รัฐบาลไทยพร้อมรับมือการอภิปรายในสภาที่จะถึงนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยพร้อมรับมือการอภิปรายในสภาที่จะถึงนี้

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมตอบทุกข้อซักถามจากฝ่ายค้านในการอภิปรายในสภาที่จะถึงนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยพร้อมรับมือการอภิปรายในสภาที่จะถึงนี้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยพร้อมรับมือการอภิปรายในสภาที่จะถึงนี้

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมตอบทุกข้อซักถามจากฝ่ายค้านในการอภิปรายในสภาที่จะถึงนี้

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ไทยโพสต์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความมั่นใจถึงความพร้อมของรัฐบาลสำหรับการอภิปรายในสภาที่ริเริ่มโดยฝ่ายค้าน โดยตอบโต้ข้อกังวลที่ยกขึ้นโดย 'เท้ง' ผู้นำฝ่ายค้าน นายอนุทินระบุว่ารัฐมนตรีทุกคนพร้อมที่จะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับผลงานและนโยบายของรัฐบาล

ในส่วนของข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกับวุฒิสภา นายอนุทินได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีมูล โดยระบุว่าหากเป็นเรื่องจริงถือเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลยินดีที่จะใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงการทำงานและตอบข้อวิจารณ์จากสมาชิกฝ่ายค้าน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้บ่งบอกถึงช่วงเวลาของการตรวจสอบโดยรัฐสภา แม้ว่าการอภิปรายดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติและมักไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือบริการสาธารณะ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการอภิปรายทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศ ในขณะนี้ กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการอภิปรายและรายการหัวข้อทั้งหมดที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาโดยฝ่ายค้านยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับปฏิทินรัฐสภาเมื่อใกล้ถึงวันประชุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:19 UTC

นายกฯ อนุทิน ตอบโต้ข้อกล่าวหาความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ตอบโต้ข้อกล่าวหาความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับการที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายเรื่องข้อกล่าวหาการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว.

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ตอบโต้ข้อกล่าวหาความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ตอบโต้ข้อกล่าวหาความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับการที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายเรื่องข้อกล่าวหาการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว.

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ 'เท้ง' ผู้นำฝ่ายค้าน เตรียมเปิดอภิปรายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีอนุทินระบุว่าตนไม่รู้สึกกังวลต่อความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน โดยย้ำว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลไกการคัดเลือก สว. พร้อมระบุว่าหากการฮั้วกันเป็นเรื่องจริงถือเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ยืนยันว่าเสาหลักทั้ง 3 ของประเทศ ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ต้องทำงานภายในขอบเขตของตนโดยไม่ก้าวล่วงซึ่งกันและกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันนิติบัญญัติในประเทศไทย แม้นายกรัฐมนตรีจะแสดงจุดยืนชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก สว. แต่ความตั้งใจของฝ่ายค้านในการตรวจสอบอย่างเป็นทางการบ่งชี้ว่าการตรวจสอบทางการเมืองต่อสถาบันเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไป

สิ่งที่ยังต้องติดตามคือหลักฐานเฉพาะเจาะจงที่ฝ่ายค้านจะนำเสนอในการอภิปรายที่จะถึงนี้ และข้อกล่าวหาดังกล่าวจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงในการกำกับดูแลสถาบันหรือไม่ ในขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงประเด็นการถกเถียงทางการเมือง ไม่ใช่ภาวะวิกฤตทางกฎหมายหรือการบริหารที่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 05:01 UTC

จังหวัดอุดรธานีเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดอุดรธานีเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อติดตามและเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในจังหวัดอุดรธานี

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

จังหวัดอุดรธานีเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อติดตามและเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (DWR) เขต 3 ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดในจังหวัดอุดรธานี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐภายในจังหวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมทางปกครองนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการสร้างความมั่นใจว่าเงินงบประมาณแผ่นดินจะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับโครงการพัฒนาภูมิภาค แม้ว่าการประชุมจะเน้นไปที่การกำกับดูแลทางการเงินภายใน แต่โครงการริเริ่มดังกล่าวบ่อยครั้งมักเป็นขั้นตอนก่อนหน้าหรือสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบการจัดการน้ำหรือการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะที่อาจส่งผลต่อบริการในท้องถิ่น

ในขณะนี้ โครงการหรือภาคส่วนเฉพาะที่จะได้รับงบประมาณสนับสนุนเร่งด่วนภายหลังการประชุมครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าโครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำในจังหวัดอุดรธานีโครงการใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนงบประมาณเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการประชุมเชิงกระบวนการที่มุ่งเน้นเรื่องความถูกต้องทางการคลังและประสิทธิภาพ ไม่ใช่การประกาศโครงการก่อสร้างใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายในทันที การอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์เฉพาะของการเร่งรัดงบประมาณนี้จะขึ้นอยู่กับรายงานจากทางจังหวัดในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:00 UTC

พรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนได้ลงทะเบียนนายเดชรัต สุขกำเนิด เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี อย่างเป็นทางการ โดยได้รับหมายเลข 4 ในการเลือกตั้งวันที่ 20 กันยายนนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนได้ลงทะเบียนนายเดชรัต สุขกำเนิด เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี อย่างเป็นทางการ โดยได้รับหมายเลข 4 ในการเลือกตั้งวันที่ 20 กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้นำนายเดชรัต สุขกำเนิด เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายเดชรัตได้รับหมายเลข 4 ในการเลือกตั้งที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 กันยายน 2569

ภายหลังการสมัคร พรรคได้ประกาศกลยุทธ์การหาเสียงตลอด 30 วัน ซึ่งรวมถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนโดยเริ่มจากเขตไทรน้อยและบางบัวทอง แกนนำพรรคเน้นย้ำถึงการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตย และระบุว่าไม่กังวลเกี่ยวกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเดิม โดยมุ่งหวังที่จะนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการใหม่ๆ ให้กับจังหวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในนนทบุรี แคมเปญนี้ถือเป็นการเริ่มต้นช่วงเวลาทางการเมืองตลอดหนึ่งเดือน แม้ว่าพรรคจะมุ่งมั่นจัดกิจกรรมทุกวันและพบปะกับประชาชน แต่ผู้อยู่อาศัยควรทราบว่ากิจกรรมการหาเสียง รวมถึงขบวนรถแห่ อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่หรือมีความคึกคักในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น เมื่อใกล้วันเลือกตั้ง ยังคงต้องติดตามว่าความพยายามในการหาเสียงเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการอภิปรายนโยบายท้องถิ่นอย่างไร และผู้สมัครรายอื่นจะปรับกลยุทธ์เพื่อตอบรับการเข้าสู่สนามเลือกตั้งของพรรคประชาชนหรือไม่ การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 กันยายน และขอเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิ์ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:18 UTC

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนให้เข้มงวดขึ้นในเดือนกันยายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนให้เข้มงวดขึ้นในเดือนกันยายน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมนำร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในกลางเดือนกันยายน โดยเน้นการควบคุมที่เข้มงวดแทนการใช้โครงการรับซื้อคืนอาวุธปืน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนให้เข้มงวดขึ้นในเดือนกันยายน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนให้เข้มงวดขึ้นในเดือนกันยายน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมนำร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในกลางเดือนกันยายน โดยเน้นการควบคุมที่เข้มงวดแทนการใช้โครงการรับซื้อคืนอาวุธปืน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแผนการนำร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในกลางเดือนกันยายน โดยกฎหมายที่เสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการครอบครองและการจัดการอาวุธปืน

นายปกรณ์ได้แสดงความเห็นเชิงสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิผลของโครงการนิรโทษกรรมอาวุธปืน โดยระบุว่าโครงการเหล่านี้มักไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงระบบได้ นอกจากนี้ เขายังระบุว่ากระทรวงมหาดไทยไม่เห็นด้วยกับแนวคิดโครงการรับซื้อคืนอาวุธปืนที่ใช้งบประมาณจากรัฐบาล เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณที่สูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่การกำกับดูแลกฎระเบียบด้านอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการปฏิรูปกฎหมาย แต่รายละเอียดเฉพาะของการแก้ไขที่เสนอและผลกระทบต่อข้อกำหนดในการขอใบอนุญาตหรือการครอบครองในปัจจุบันนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่ร่างกฎหมายกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอติดตามขอบเขตสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อใดหลังจากผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

รองนายกฯ ปกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิผลของโครงการนิรโทษกรรมอาวุธปืน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ปกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิผลของโครงการนิรโทษกรรมอาวุธปืน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้ว่าการนิรโทษกรรมอาวุธปืนไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงระบบและความท้าทายด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนได้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ปกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิผลของโครงการนิรโทษกรรมอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ปกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิผลของโครงการนิรโทษกรรมอาวุธปืน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้ว่าการนิรโทษกรรมอาวุธปืนไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงระบบและความท้าทายด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนได้

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืนของประเทศไทย โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิผลของโครงการนิรโทษกรรมอาวุธปืน ตามรายงานของ Thai Post นายปกรณ์ระบุว่าการเสนอให้มีการนิรโทษกรรมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ เนื่องจากโครงการเหล่านี้ไม่สามารถปฏิรูปปัญหาเชิงระบบที่เกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของอาวุธปืนได้

นายปกรณ์เน้นย้ำว่าพรมแดนทางบกและทางทะเลของไทยที่มีความเปราะบางและเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่ประสบปัญหาความไม่สงบ มีส่วนทำให้เกิดการลักลอบนำอาวุธเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากนี้เขายังตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายอาวุธปืนในปัจจุบันมีความล้าสมัยเนื่องจากใช้มาเป็นเวลานาน อีกทั้งยังยอมรับว่ากระทรวงมหาดไทยไม่เห็นด้วยกับโครงการรับซื้ออาวุธปืนคืนโดยใช้งบประมาณของรัฐ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับภาระงบประมาณที่สูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกฎระเบียบด้านอาวุธปืนท่ามกลางพลวัตความมั่นคงในภูมิภาคที่ซับซ้อน แม้ว่ารัฐบาลกำลังทบทวนกรอบกฎหมายอย่างจริงจัง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายฉบับใดเพื่อทดแทนหรือเพิ่มเติมจากนโยบายปัจจุบัน ทั้งนี้ยังไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงสถานะของกฎหมายอาวุธปืนหรือขั้นตอนการนิรโทษกรรมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

เดชรัต สุขกำเนิด ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เดชรัต สุขกำเนิด ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

พรรคประชาชนได้ลงทะเบียน เดชรัต สุขกำเนิด เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เดชรัต สุขกำเนิด ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เดชรัต สุขกำเนิด ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

พรรคประชาชนได้ลงทะเบียน เดชรัต สุขกำเนิด เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า เดชรัต สุขกำเนิด ได้ลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ โดยได้รับหมายเลข 4 ในการเลือกตั้ง โดยมี 'เท้ง' (ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) และทีมงานจากพรรคประชาชนร่วมเดินทางไปสมัคร พร้อมด้วยการสนับสนุนจาก สส. และ สจ. ในพื้นที่

เดชรัตกล่าวถึงความตั้งใจที่จะสานต่องานที่ธงชัยได้ริเริ่มไว้ โดยเน้นย้ำถึงนโยบายที่ท้าทายอิทธิพลของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเดิมหรือที่มักเรียกกันว่า 'บ้านใหญ่' การเปิดตัวแคมเปญหาเสียงถูกบรรยายว่ามีความคึกคัก โดยผู้สมัครแสดงความมั่นใจในความสามารถของทีมงานที่จะแข่งขันได้แม้ในพื้นที่ที่มีภูมิทัศน์ทางการเมืองที่ฝังรากลึก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในนนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการสำคัญในการบริหารจัดการท้องถิ่น ผลการเลือกตั้งนายก อบจ. จะส่งผลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับจังหวัด บริการสาธารณะ และการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น ในขณะที่การหาเสียงดำเนินไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะคอยติดตามว่านโยบายของพรรคประชาชนจะได้รับการตอบรับอย่างไรเมื่อเทียบกับโครงสร้างการเมืองแบบดั้งเดิม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าผู้สมัครคู่แข่งจะตอบโต้ต่อความท้าทายนี้อย่างไร และจะมีนโยบายใดที่ถูกให้ความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อใกล้ถึงวันเลือกตั้ง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหาเสียงและกำหนดการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 03:56 UTC