ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พ่อ ส.ส. ภูมิใจไทย ปมล็อบบี้ฮั้ว ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พ่อ ส.ส. ภูมิใจไทย ปมล็อบบี้ฮั้ว ส.ว.

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองนายสัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์ เป็นเวลา 10 ปี จากกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อบบี้และฮั้วประมูลในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พ่อ ส.ส. ภูมิใจไทย ปมล็อบบี้ฮั้ว ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พ่อ ส.ส. ภูมิใจไทย ปมล็อบบี้ฮั้ว ส.ว.

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองนายสัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์ เป็นเวลา 10 ปี จากกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อบบี้และฮั้วประมูลในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลฎีกาของประเทศไทยได้มีคำพิพากษาต่อนายสัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์ ซึ่งเป็นบิดาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย โดยศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาล็อบบี้และฮั้วประมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ผลจากการกระทำดังกล่าว ศาลได้สั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองของนายสัจจพงษ์เป็นเวลา 10 ปี ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของฝ่ายตุลาการในการจัดการกับปัญหาการทุจริตและความโปร่งใสภายในระบบการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกตัวแทนในสภาสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบทางกฎหมายที่เข้มงวดซึ่งกำลังถูกนำมาใช้กับกระบวนการทางการเมืองในประเทศไทย แม้ว่าคำพิพากษานี้จะมุ่งเป้าไปที่บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมืองโดยเฉพาะ แต่ก็เน้นย้ำถึงบรรยากาศความรับผิดชอบที่ระบบกฎหมายไทยกำลังบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำพิพากษานี้จะนำไปสู่การสอบสวนเพิ่มเติมต่อบุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วประมูลดังกล่าวหรือไม่ และผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการตัดสินใจนี้จะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยหรือมีอิทธิพลต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:22 UTC

กกต. เตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปมคัดเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปมคัดเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ติดตั้งแผงเหล็กกั้นและประสานตำรวจดูแลความปลอดภัย เตรียมรับมือการชุมนุมประท้วงกรณีข้อกังวลเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก ส.ว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปมคัดเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปมคัดเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ติดตั้งแผงเหล็กกั้นและประสานตำรวจดูแลความปลอดภัย เตรียมรับมือการชุมนุมประท้วงกรณีข้อกังวลเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก ส.ว.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มติดตั้งแผงเหล็กกั้นพื้นที่โดยรอบสำนักงาน เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมประท้วงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีความกังวลเกี่ยวกับข้อครหาเรื่องการฮั้วและการดำเนินการที่ไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา

เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย กกต. ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยขอสนับสนุนกำลังตำรวจจำนวน 1 กองร้อย เพื่อดูแลสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยของสถานที่ การชุมนุมครั้งนี้คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความโปร่งใสในการคัดเลือก ส.ว. ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจและมีการถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและอาจเกิดการจราจรติดขัดในบริเวณใกล้เคียงสำนักงาน กกต. แม้ว่าขณะนี้จะเป็นเพียงมาตรการป้องกันไว้ก่อน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านพื้นที่หน่วยงานราชการควรเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปิดเส้นทางหรือการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนเท่าใด และการชุมนุมจะเป็นไปอย่างสงบหรือจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนมาตรการด้านความปลอดภัยหรือการบริหารจัดการเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:01 UTC

รัสเซียยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมประชุม G20 ของปูติน หลังได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัสเซียยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมประชุม G20 ของปูติน หลังได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ

รัฐบาลรัสเซียยังไม่ได้ตอบรับคำเชิญจากสหรัฐอเมริกาให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่กำลังจะมาถึง และการหารือที่เป็นไปได้กับโดนัลด์ ทรัมป์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัสเซียยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมประชุม G20 ของปูติน หลังได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
รัสเซียยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมประชุม G20 ของปูติน หลังได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ

รัฐบาลรัสเซียยังไม่ได้ตอบรับคำเชิญจากสหรัฐอเมริกาให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่กำลังจะมาถึง และการหารือที่เป็นไปได้กับโดนัลด์ ทรัมป์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 รัฐบาลรัสเซียยังคงนิ่งเฉยต่อคำเชิญจากสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐฯ ได้เชิญประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียอย่างเป็นทางการให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือร่วมกับโดนัลด์ ทรัมป์

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันหรือปฏิเสธอย่างเป็นทางการจากเครมลินเกี่ยวกับการเข้าร่วมของประธานาธิบดี การที่ยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการได้ดึงดูดความสนใจเนื่องจากความสำคัญของการประชุมสุดยอดที่ถูกเสนอขึ้น และศักยภาพในการเกิดบทสนทนาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญระหว่างผู้นำทั้งสอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องของการติดตามสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือกฎระเบียบการเดินทางภายในราชอาณาจักร แต่ผลลัพธ์ของคำเชิญทางการทูตนี้อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมักจะมีผลกระทบทางอ้อมต่อตลาดโลกและความมั่นคงในภูมิภาค

ยังคงต้องรอการยืนยันว่าประธานาธิบดีปูตินจะตอบรับคำเชิญหรือไม่ หรือการหารือที่ถูกเสนอร่วมกับโดนัลด์ ทรัมป์ จะดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากมอสโกเพื่อชี้แจงจุดยืนของรัสเซียเกี่ยวกับการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:01 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ศาลรัฐธรรมนูญไทยมีกำหนดการอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายน 2569 เกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ดำเนินการไต่สวนพยานและลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เพื่อพิจารณาว่ารหัสทางเทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อหลักการ “ความลับ” ของการลงคะแนนเสียง โดยสามารถเชื่อมโยงบัตรเลือกตั้งกลับไปยังตัวผู้ใช้สิทธิได้หรือไม่

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งโดยลับ ข้อกังวลหลักคือเทคโนโลยีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำมาใช้นั้นเปิดช่องให้สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้จริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นย่อมขัดต่อหลักการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลในครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากศาลวินิจฉัยว่ากระบวนการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ในอดีต การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในปี 2549 และ 2557 เคยนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางการเมืองและภาวะสุญญากาศทางอำนาจ แม้ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานและกระบวนการจัดการบัตรเลือกตั้งแล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยัน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายน เนื่องจากคำวินิจฉัยอาจมีผลกระทบในวงกว้างต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองและความชอบธรรมของกระบวนการเลือกตั้งในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:03 UTC

พรรคประชาชนขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน

พรรคประชาชนได้ประกาศขับพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ หลังจากมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน

พรรคประชาชนได้ประกาศขับพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ หลังจากมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พรรคประชาชนซึ่งมีผู้นำฝ่ายค้านเป็นหัวหน้าพรรค ได้ดำเนินการขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคประชาชนไม่นับว่าพรรคกล้าธรรมเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายค้านในสภาชุดปัจจุบันอีกต่อไป

ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นจากการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 ที่ผ่านมา ในขณะที่ฝ่ายค้านมีมติไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายดังกล่าว แต่สมาชิกพรรคกล้าธรรมทั้งหมดกลับยกมือเห็นชอบ พรรคประชาชนระบุว่าพรรคกล้าธรรมสามารถเลือกที่จะงดออกเสียงได้หากไม่เห็นด้วยกับแนวทางของฝ่ายค้าน แต่การตัดสินใจสนับสนุนร่างกฎหมายของรัฐบาลถือเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามการเมืองไทย ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้จำนวนเสียงของฝ่ายค้านลดลง แม้ว่าฝ่ายค้านจะยังมีเสียงเกิน 1 ใน 5 ซึ่งเพียงพอต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็ตาม แม้ว่าการปรับโครงสร้างภายในนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพันธมิตรทางการเมืองก่อนที่จะมีการตรวจสอบรัฐบาล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับเปลี่ยนนี้จะส่งผลต่อความร่วมมือทางนิติบัญญัติและบรรยากาศของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:04 UTC

รัฐบาลเสนอสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นสถานที่เรียนชั่วคราวสำหรับอุเทนถวาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเสนอสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นสถานที่เรียนชั่วคราวสำหรับอุเทนถวาย

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่สำรวจสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพิจารณาใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราวสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลเสนอสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นสถานที่เรียนชั่วคราวสำหรับอุเทนถวาย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเสนอสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นสถานที่เรียนชั่วคราวสำหรับอุเทนถวาย

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่สำรวจสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพิจารณาใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราวสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงพื้นที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประเมินความพร้อมในการใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราวให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รัฐบาลกำลังพิจารณาการย้ายสถานที่นี้เป็นกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับที่ตั้งปัจจุบันของมหาวิทยาลัย และเพื่อจัดหาสภาพแวดล้อมที่มั่นคงให้แก่นักศึกษา ในระหว่างการสำรวจ นายยศชนันระบุว่าสถานที่ดังกล่าวมีความพร้อมอย่างมาก โดยมีโรงฝึกงานขนาดใหญ่ เครื่องจักร และห้องปฏิบัติการทางช่างที่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนการสอนสายวิศวกรรมและวิชาชีพของอุเทนถวาย เขาแสดงความมั่นใจว่าสถานที่นี้จะสามารถรองรับมาตรฐานทางวิชาการได้โดยไม่หยุดชะงัก

สำหรับประชาชนในพื้นที่ ข้อเสนอนี้ถือเป็นความพยายามทางบริหารที่สำคัญในการแก้ไขข้อพิพาทของมหาวิทยาลัยที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่ารัฐบาลจะระบุว่าสถานที่นี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง แต่แผนการย้ายอย่างเป็นทางการและกรอบเวลาที่นักศึกษาจะเริ่มเข้าใช้งานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การย้ายครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางออกชั่วคราวในระหว่างที่ดำเนินการตามเป้าหมายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาระยะยาว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงแรงงานในขณะที่ข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการอนุมัติอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:43 UTC

กลุ่มพีมูฟประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คัดค้านมติยุบธนาคารที่ดิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มพีมูฟประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คัดค้านมติยุบธนาคารที่ดิน

กลุ่มเคลื่อนไหวพีมูฟเตรียมจัดการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 28 กันยายนนี้ หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุบธนาคารที่ดิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กลุ่มพีมูฟประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คัดค้านมติยุบธนาคารที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มพีมูฟประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คัดค้านมติยุบธนาคารที่ดิน

กลุ่มเคลื่อนไหวพีมูฟเตรียมจัดการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 28 กันยายนนี้ หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุบธนาคารที่ดิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เครือข่ายกลุ่มเคลื่อนไหวพีมูฟ (P-Move) ได้ประกาศแผนการจัดการชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 28 กันยายนนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ที่ให้ยุบธนาคารที่ดิน ซึ่งทางกลุ่มอ้างว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อข้อตกลงเดิมที่เคยทำไว้กับรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดและมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียงทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพฯ การชุมนุมในพื้นที่นี้มักนำไปสู่การปิดถนนและการจำกัดการเข้าถึง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือแผนการท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่า

แม้ว่าทางกลุ่มจะประกาศเจตนาที่จะปักหลักชุมนุม แต่ขนาดของการประท้วงและระยะเวลาของการชุมนุมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่วางแผนจะเดินทางในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพการจราจรและมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้ออกคำตอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องเฉพาะของกลุ่มพีมูฟที่เกี่ยวข้องกับการยุบธนาคารที่ดิน นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการรวมตัวกันของกลุ่มคนจำนวนมากเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:41 UTC

ไทยและตุรกีกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและยุทธศาสตร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยและตุรกีกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและยุทธศาสตร์

ประธานรัฐสภาไทยได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตตุรกีเพื่อหารือเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีในหลายภาคส่วน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยและตุรกีกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและยุทธศาสตร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและตุรกีกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและยุทธศาสตร์

ประธานรัฐสภาไทยได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตตุรกีเพื่อหารือเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีในหลายภาคส่วน

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้การรับรองนางสาวจูลีเด คายือฮัน (H.E. Ms. Julide Kayıhan) เอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post การหารือมุ่งเน้นไปที่การกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์

การหารือครอบคลุมความร่วมมือในหลายด้านที่สำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยว การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศ เจ้าหน้าที่มุ่งหวังที่จะสร้างกรอบความร่วมมือที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันในระยะยาวในภาคส่วนเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการแลกเปลี่ยนทวิภาคีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการลงทุนที่คล่องตัวขึ้นหรือโครงการริเริ่มด้านการท่องเที่ยวที่ขยายตัวระหว่างไทยและตุรกีในอนาคต เนื่องจากขณะนี้การหารือยังอยู่ในระดับรัฐสภา จึงยังไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงด้านวีซ่าและการค้าใหม่ๆ ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อยืนยันว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:24 UTC

ธรรมนัสเดินทางกลับไทยท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธรรมนัสเดินทางกลับไทยท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

อดีตรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับจากญี่ปุ่น โดยพรรคยืนยันว่ายังไม่มีการหารือเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลปัจจุบัน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธรรมนัสเดินทางกลับไทยท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ธรรมนัสเดินทางกลับไทยท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

อดีตรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับจากญี่ปุ่น โดยพรรคยืนยันว่ายังไม่มีการหารือเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลปัจจุบัน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างเป็นทางการหลังจากการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น การกลับมาครั้งนี้ได้รับความสนใจเนื่องจากมีกระแสข่าวการเมืองเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนพันธมิตรในรัฐบาล

อรรถกร ศิริลัทธยากร ตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม ยืนยันว่าได้พบกับธรรมนัสที่อาคารรัฐสภาหลังจากการเดินทางกลับ เพื่อตอบโต้ข่าวลือที่แพร่สะพัดในสื่อ อรรถกรระบุอย่างชัดเจนว่ายังไม่มีการหารือเรื่องการที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมกับรัฐบาลปัจจุบัน และยังไม่มีการเจรจาเรื่องโควตารัฐมนตรีแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามการเมืองไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการชี้แจงสถานะปัจจุบันของพรรคกล้าธรรม แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองจะเป็นเรื่องปกติในบริบทของไทย แต่คำแถลงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดกระแสการคาดเดาเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรีหรือการขยายตัวของพรรคร่วมรัฐบาล

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือจะมีบทสนทนาทางการเมืองอย่างไม่เป็นทางการเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความผันผวน ในขณะนี้พรรคยังคงยืนยันว่าไม่มีการเจรจาอย่างเป็นทางการเกิดขึ้น ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นต่อไปเพื่อรับข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อนโยบายการบริหารและบริการสาธารณะในบางครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:45 UTC

สำนักงานประกันสังคมกำชับความระมัดระวังในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานประกันสังคมกำชับความระมัดระวังในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส

สำนักงานประกันสังคมขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลีกเลี่ยงการนำโพยหรือบันทึกส่วนตัวเข้าคูหาเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพื่อป้องกันความสับสนและข้อผิดพลาดในการนับคะแนน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สำนักงานประกันสังคมกำชับความระมัดระวังในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมกำชับความระมัดระวังในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส

สำนักงานประกันสังคมขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลีกเลี่ยงการนำโพยหรือบันทึกส่วนตัวเข้าคูหาเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพื่อป้องกันความสับสนและข้อผิดพลาดในการนับคะแนน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกคำขออย่างเป็นทางการให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งงดเว้นการนำบันทึกหรือ 'โพย' เข้าไปในคูหาเลือกตั้ง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ สปส. เน้นย้ำว่าการใช้วัสดุดังกล่าวอาจนำไปสู่ความยุ่งยากในระหว่างกระบวนการนับคะแนน เจ้าหน้าที่ระบุว่าการหลีกเลี่ยงการใช้โพยดังกล่าวจะเป็น 'พระคุณอย่างยิ่ง' เพื่อให้มั่นใจถึงความถูกต้องและประสิทธิภาพของผลการเลือกตั้ง

สำหรับประชาชนและผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารในการรักษาบรรยากาศการเลือกตั้งที่โปร่งใสและปราศจากข้อผิดพลาด แม้ว่าคำขอนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการนับคะแนนให้รวดเร็วขึ้น แต่ก็ถือเป็นการเตือนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงคะแนนโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยภายนอก

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการบังคับใช้หรือบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่เลือกนำโพยเข้าไปแม้จะมีการขอความร่วมมือหรือไม่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการจาก สปส. อย่างใกล้ชิดเมื่อใกล้วันเลือกตั้ง เพื่อให้การใช้สิทธิของท่านเป็นไปอย่างราบรื่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:02 UTC

ส.ส. ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

รังสิมันต์ โรม ใช้กฎหมายเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องชี้แจงกรณีพบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

รังสิมันต์ โรม ใช้กฎหมายเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องชี้แจงกรณีพบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้ยกระดับการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยอ้างอิงรายงานจาก Thai Post ระบุว่า นายโรมกำลังใช้กฎหมายเรียกตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี, นายนฤชา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน

นายโรมแสดงความไม่พอใจต่อการขาดความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าตัวแทนกระทรวงไม่เคยมาให้ข้อมูลตามคำเชิญ พร้อมทั้งอ้างคำให้การของอธิการบดี มศว ที่ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการสอบอาจมีการข้ามขั้นตอน นอกจากนี้ นายโรมยังอ้างว่าพบหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบุคคลกว่า 70 คน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทั้งนี้ นายโรมยังวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีความล่าช้าในการตรวจสอบ โดยอ้างว่าขาดงบประมาณสำหรับเครื่องมือตรวจสอบกระดาษคำตอบ

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามข่าวสาร เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลเรื่องความโปร่งใสในการจ้างงานภาครัฐ แม้ข้อกล่าวหาจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบ แต่ระดับการมีส่วนร่วมของนักการเมืองระดับสูงยังคงต้องรอการยืนยัน นายโรมเตือนว่าจะดำเนินการตามกฎหมายหากผู้ที่ถูกเรียกตัวยังคงเพิกเฉยต่อคำสั่งของคณะกรรมาธิการ โดยสาธารณชนกำลังรอความคืบหน้าจากการตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:46 UTC

กระทรวงแรงงานไทยชี้แจงกฎการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงแรงงานไทยชี้แจงกฎการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

กระทรวงแรงงานชี้แจงว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำกระดาษจดหมายเลขผู้สมัครเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งได้ เพื่อช่วยจำ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้าไปโดยเด็ดขาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงแรงงานไทยชี้แจงกฎการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงแรงงานไทยชี้แจงกฎการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

กระทรวงแรงงานชี้แจงว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำกระดาษจดหมายเลขผู้สมัครเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งได้ เพื่อช่วยจำ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้าไปโดยเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง หลังจากเกิดความสับสนในหมู่ประชาชนเรื่องการนำ 'โพย' หรือกระดาษจดหมายเลขผู้สมัครเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง

น.ส.บุณยกร ได้กล่าวขออภัยสำหรับการสื่อสารในช่วงแรกที่ทำให้ผู้ประกันตนเกิดความกังวล โดยยืนยันว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำกระดาษแผ่นเล็กๆ หรือจดหมายเลขผู้สมัครไว้ที่ฝ่ามือเพื่อช่วยจำได้ อย่างไรก็ตาม เธอเน้นย้ำถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสิ่งที่ใช้ช่วยจำส่วนตัวกับเอกสารหาเสียง ภายใต้ระเบียบข้อที่ 44 การนำใบปลิวหรือเอกสารประชาสัมพันธ์การหาเสียงเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งยังคงเป็นสิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้บัตรเลือกตั้งถูกตีตกเป็นโมฆะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่จะเข้าร่วมการเลือกตั้ง คำชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเตรียมตัวตัดสินใจได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำผิดกฎการเลือกตั้ง กระทรวงฯ มุ่งหวังที่จะป้องกันความล่าช้าในการนับคะแนนที่อาจเกิดขึ้นหากเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบกระดาษต่างๆ ว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับการหาเสียงหรือไม่ แม้ว่ากฎเรื่องการจดบันทึกส่วนตัวจะชัดเจนแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามดูว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจะมีการตรวจสอบบันทึกส่วนตัวเหล่านี้อย่างเข้มงวดเพียงใดในระหว่างกระบวนการลงคะแนนจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:04 UTC

พรรคเพื่อไทยจวก เอกนิติ-ศุภจี ดึงเรื่องเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1 พันบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคเพื่อไทยจวก เอกนิติ-ศุภจี ดึงเรื่องเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1 พันบาท

พรรคเพื่อไทยกล่าวหาเจ้าหน้าที่ระดับสูงสองรายว่าดึงเรื่องโครงการเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ทั้งที่กระทรวงเกษตรฯ อนุมัติแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคเพื่อไทยจวก เอกนิติ-ศุภจี ดึงเรื่องเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1 พันบาท

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยจวก เอกนิติ-ศุภจี ดึงเรื่องเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1 พันบาท

พรรคเพื่อไทยกล่าวหาเจ้าหน้าที่ระดับสูงสองรายว่าดึงเรื่องโครงการเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ทั้งที่กระทรวงเกษตรฯ อนุมัติแล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ พรรคเพื่อไทยได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่ามีส่วนทำให้โครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรล่าช้า โครงการดังกล่าวซึ่งมีเป้าหมายเพื่อมอบเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว แต่ยังไม่ได้ถูกนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติขั้นสุดท้าย

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย อ้างว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นผู้ดึงเรื่องไว้ ทำให้การกระจายเงินสู่ภาคเกษตรกรรมต้องหยุดชะงัก พรรคระบุว่าความล่าช้านี้ไม่มีเหตุผลอันสมควร เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางระบบราชการที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับนโยบายเกษตรและการจัดสรรเงินอุดหนุนจากรัฐ แม้ว่าเงินช่วยเหลือนี้มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนเกษตรกร แต่ความล่าช้าที่เกิดขึ้นบ่งชี้ถึงความเห็นที่ไม่ตรงกันภายในฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการจัดการงบประมาณหรือขั้นตอนทางระเบียบการ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการนำเสนอเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้หรือไม่ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะขอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากบุคคลที่ถูกกล่าวถึง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:40 UTC

พรรคกล้าธรรมปฏิเสธข่าวลือร่วมรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคกล้าธรรมปฏิเสธข่าวลือร่วมรัฐบาล

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าพรรคจะเข้าร่วมรัฐบาล โดยยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคกล้าธรรมปฏิเสธข่าวลือร่วมรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
พรรคกล้าธรรมปฏิเสธข่าวลือร่วมรัฐบาล

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าพรรคจะเข้าร่วมรัฐบาล โดยยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ว่าพรรคกล้าธรรมอาจเข้าร่วมรัฐบาลและได้รับโควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายอรรถกรชี้แจงที่รัฐสภาว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น ยังไม่ได้มีการเริ่มต้นการเจรจาใดๆ เกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาล

นายอรรถกรเน้นย้ำว่ามีเพียงหัวหน้าพรรคเท่านั้นที่มีอำนาจในการเจรจา และยืนยันว่ายังไม่มีสัญญาณอย่างเป็นทางการใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าตนได้พบกับ ร.อ.ธรรมนัส ที่รัฐสภาเพื่อหารือเรื่องทั่วไป แต่ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล นอกจากนี้ โฆษกพรรคยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานะของพรรคในฝ่ายค้าน โดยระบุว่าการหารือภายในพรรคมุ่งเน้นไปที่เรื่องการบริหารจัดการมากกว่าการเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมือง

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ คำชี้แจงนี้ช่วยสร้างความชัดเจนให้กับภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน ทั้งนี้ พรรคได้นัดประชุมประจำสัปดาห์ในวันที่ 29 กันยายน 2569 ซึ่งสมาชิกอาจได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของพรรค โดยสถานะของพรรคว่าจะยังคงเป็นฝ่ายค้านต่อไปหรือจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของพรรคหลังจากการประชุมดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:42 UTC

ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับถึงไทย นัดประชุมพรรค 29 ก.ย. นี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับถึงไทย นัดประชุมพรรค 29 ก.ย. นี้

ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว พร้อมมอบอำนาจเด็ดขาดในการเจรจาร่วมรัฐบาล โดยมีกำหนดการประชุมพรรคในช่วงปลายเดือนกันยายน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับถึงไทย นัดประชุมพรรค 29 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับถึงไทย นัดประชุมพรรค 29 ก.ย. นี้

ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว พร้อมมอบอำนาจเด็ดขาดในการเจรจาร่วมรัฐบาล โดยมีกำหนดการประชุมพรรคในช่วงปลายเดือนกันยายน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ภายหลังการเดินทางกลับ เขาได้มอบอำนาจเด็ดขาดในการจัดการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมที่กำลังดำเนินอยู่

อรรถกร ศิริลัทธยากร ยืนยันว่าขณะนี้ธรรมนัสพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการทางการเมือง โดยมีการนัดประชุมพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กันยายนนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามการเมืองไทย เนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงหรือการรวมตัวกันใหม่ในโครงสร้างรัฐบาลปัจจุบัน

สำหรับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว แม้ว่ากิจกรรมทางการเมืองนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่ก็เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงภูมิทัศน์ทางการเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงของประเทศ การเปลี่ยนแปลงในพลวัตของรัฐบาลผสมอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายหรือลำดับความสำคัญในการบริหารงานได้ในบางครั้ง

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือวาระการประชุมที่ชัดเจนในวันที่ 29 กันยายน และรายละเอียดของการตัดสินใจที่ธรรมนัสตั้งใจจะสรุปเกี่ยวกับรัฐบาลผสม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการมอบอำนาจนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพและทิศทางของรัฐบาลปัจจุบันอย่างไร เช่นเคย ขอแนะนำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือผู้ที่มาเยือนติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าพัฒนาการทางการเมืองเหล่านี้อาจส่งผลต่อการบริหารงานในพื้นที่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:20 UTC

รัฐบาลไทยไฟเขียว 7 โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ พร้อมผลักดันพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลีขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยไฟเขียว 7 โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ พร้อมผลักดันพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลีขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์

รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี อนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับ 7 โครงการสำคัญระดับชาติ และเริ่มกระบวนการผลักดันให้พรุคันธุลีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์ไซต์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยไฟเขียว 7 โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ พร้อมผลักดันพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลีขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยไฟเขียว 7 โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ พร้อมผลักดันพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลีขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์

รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี อนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับ 7 โครงการสำคัญระดับชาติ และเริ่มกระบวนการผลักดันให้พรุคันธุลีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์ไซต์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับ 7 โครงการสำคัญระดับประเทศ ซึ่งครอบคลุมภาคส่วนที่สำคัญ ได้แก่ การคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำ และสาธารณสุข โครงการที่โดดเด่น ได้แก่ สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ และโครงการอ่างเก็บน้ำแม่พวกในจังหวัดแพร่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอนุมัติดังกล่าวแสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการเร่งการพัฒนาในพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่กิจกรรมการก่อสร้างหรือการปรับปรุงบริการสาธารณะในอนาคต นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้ดำเนินการเสนอชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลีเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ (Ramsar Site) ซึ่งเป็นอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ การดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสถานะการอนุรักษ์พื้นที่ให้เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายการท่องเที่ยวและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคนั้นในอนาคต

แม้ว่าการอนุมัติ EIA จะถือเป็นการผ่านอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่สำคัญสำหรับโครงการเหล่านี้ แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มก่อสร้างหรือการสรุปผลการขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์นั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากทางรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการดำเนินโครงการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:22 UTC

ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวสุนทรพจน์ต่อ UN ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวสุนทรพจน์ต่อ UN ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ประกาศต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อคำขู่ของสหรัฐฯ พร้อมส่งสัญญาณเปิดกว้างสำหรับการเจรจาทางการทูต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวสุนทรพจน์ต่อ UN ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวสุนทรพจน์ต่อ UN ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ประกาศต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อคำขู่ของสหรัฐฯ พร้อมส่งสัญญาณเปิดกว้างสำหรับการเจรจาทางการทูต

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ในนครนิวยอร์ก โดยระบุว่าอิหร่านจะไม่มีวัน "ยอมสยบ" ต่อคำขู่ทำลายล้างจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งในอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 7 เดือนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยมีกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเข้ามาเกี่ยวข้อง

แม้จะมีท่าทีเผชิญหน้า แต่ประธานาธิบดีเปเซชเคียนได้แสดงความพร้อมที่จะหาทางออกด้วยวิธีการทางการทูต โดยเน้นย้ำว่าข้อตกลงใดๆ จะต้องรวมถึงการยุติมาตรการปิดกั้นของสหรัฐฯ ที่ขัดขวางเรือของอิหร่านในการเดินเรือผ่านอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ มีรายงานว่าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ได้เดินออกจากห้องประชุมในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังได้แสดงภาพถ่ายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงภาพถ่ายพลเรือนที่เสียชีวิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความขัดแย้งทางการทูตนี้สะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แม้ผู้นำอิหร่านจะส่งสัญญาณต้องการเจรจา แต่สถานการณ์ยังคงมีความผันผวนสูง ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการเจรจาอย่างเป็นทางการหรือไม่ นักท่องเที่ยวในภูมิภาคควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศเตือนการเดินทางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างทั้งสองประเทศยังคงเปลี่ยนแปลงและคาดเดาได้ยาก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:23 UTC

ประธานาธิบดีอิหร่านท้าทายทรัมป์กลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประธานาธิบดีอิหร่านท้าทายทรัมป์กลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่าน ปฏิเสธการยอมจำนนต่อแรงกดดันอย่างเปิดเผย โดยกล่าวถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประธานาธิบดีอิหร่านท้าทายทรัมป์กลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ประธานาธิบดีอิหร่านท้าทายทรัมป์กลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่าน ปฏิเสธการยอมจำนนต่อแรงกดดันอย่างเปิดเผย โดยกล่าวถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่าน ได้ส่งข้อความท้าทายไปยังโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่า ปีเซชเคียนกล่าวอย่างชัดเจนว่าประเทศของเขาจะไม่ "คุกเข่ายอมจำนน" ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนที่แน่วแน่ต่อแรงกดดันทางการเมืองจากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความขัดแย้งทางการทูตนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเสถียรภาพในภูมิภาค แม้ว่าวาทกรรมดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญระหว่างบุคคลทั้งสอง แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าถ้อยแถลงเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลกอย่างไร

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของการแลกเปลี่ยนนี้ต่อการเดินทางระหว่างประเทศหรือระเบียบการด้านความปลอดภัยในภูมิภาคยังไม่ได้รับการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามว่าการเผชิญหน้าด้วยวาจานี้จะนำไปสู่การยกระดับทางการทูตเพิ่มเติมหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงท่าทีเชิงสัญลักษณ์ภายในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงของสหประชาชาติ นักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลผ่านคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาล เนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศอาจส่งผลต่อเส้นทางการบิน กฎระเบียบด้านวีซ่า หรือเงื่อนไขความปลอดภัยในภูมิภาคได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:05 UTC