ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย น้ำท่วมฉับพลันกระทบปราจีนบุรีหลังฝนตกหนักในเขาใหญ่ ✦
ความปลอดภัย ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยและสร้างความตระหนักเรื่องน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย รมว.กลาโหมประสานกำลังช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ร่มเกล้าและลาดกระบัง ✦
ความปลอดภัย อ่างทองประชุมด่วนรับมือระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ✦
การเมือง วุฒิสภาไทยประกาศงดประชุมหลังเกิดสาธารณภัยในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย รวบ 2 ผู้ต้องหาคดียิงรถเก๋งเสียชีวิตบนถนนในนครศรีธรรมราช ✦
วัฒนธรรม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าจากเขาใหญ่ทะลักท่วมหนักในปราจีนบุรี ✦
การขนส่ง ท่าอากาศยานดอนเมืองยืนยันเปิดให้บริการตามปกติ ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมด้วยรถจักรยานยนต์ ✦
ความปลอดภัย

น้ำท่วมฉับพลันกระทบปราจีนบุรีหลังฝนตกหนักในเขาใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมฉับพลันกระทบปราจีนบุรีหลังฝนตกหนักในเขาใหญ่

น้ำท่วมฉับพลันจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ส่งผลกระทบต่อ 4 อำเภอในจังหวัดปราจีนบุรี นำไปสู่การปิดแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งชั่วคราว

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2026 เกิดน้ำท่วมฉับพลันจากฝนที่ตกหนักในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งผลให้พื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดปราจีนบุรีถูกน้ำท่วม โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสถานการณ์ในอำเภอประจันตคามถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 30 ถึง 40 ปี

ปริมาณน้ำฝนสะสมในบางพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติมีรายงานว่าเกิน 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้ทางการต้องดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ด้วยเหตุนี้จึงมีการสั่งปิดแหล่งท่องเที่ยว 6 แห่งเป็นการชั่วคราว รวมถึงน้ำตกหลายแห่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงอย่างมากต่อความปลอดภัยในการเดินทางและการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในจังหวัดปราจีนบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวจะชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดในพื้นที่อยู่อาศัยและระยะเวลาในการปิดแหล่งท่องเที่ยวยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานการท่องเที่ยวในพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติก่อนที่จะพยายามเดินทางไปเยือนสถานที่กลางแจ้งในบริเวณใกล้เคียงเขาใหญ่ เนื่องจากสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:30 UTC

ความปลอดภัย

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยและสร้างความตระหนักเรื่องน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยและสร้างความตระหนักเรื่องน้ำท่วม

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยจากน้ำท่วมและการจัดการน้ำในขณะที่สถานการณ์ตามฤดูกาลยังคงดำเนินอยู่

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยได้ออกประกาศเตือนสาธารณะโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม โดยประกาศดังกล่าวในหัวข้อ 'น้ำท่วม–น้ำลด เรื่อง “น้ำ” อย่ามองข้าม!' ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำในช่วงฤดูกาลนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ประกาศนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการเดินทาง โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยทั่วไป การตระหนักถึงระดับน้ำและปฏิบัติตามคำแนะนำในท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่าประกาศนี้จะเน้นไปที่การสร้างความตระหนักและการเตรียมความพร้อมทั่วไป แต่ไม่ได้ระบุถึงภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามในทันทีหรือให้รายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบการฉุกเฉิน รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และขอแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าจังหวัดหรือเขตใดอาจเผชิญกับความเสี่ยงสูงสุดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมขังตามฤดูกาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:20 UTC

ความปลอดภัย

รมว.กลาโหมประสานกำลังช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ร่มเกล้าและลาดกระบัง

แหล่งข่าวเดียว
รมว.กลาโหมประสานกำลังช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ร่มเกล้าและลาดกระบัง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยได้ระดมกำลังสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ร่มเกล้าและลาดกระบัง หลังได้รับรายงานว่าประชาชนประสบปัญหาในการเข้า-ออกพื้นที่

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 กระทรวงกลาโหมประกาศว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเขตเคหะร่มเกล้าและลาดกระบังในช่วงค่ำ การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากรายงานที่ระบุว่าประชาชนจำนวนมากในพื้นที่กำลังประสบปัญหาในการเข้าและออกจากที่พักอาศัยเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงกลาโหมได้เริ่มประสานงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นในการสัญจรผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเขตดังกล่าว ปฏิบัติการนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูการสัญจรและให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น แม้ว่าการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ในทันทีจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ร่มเกล้าและลาดกระบังหรือมีแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว ควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานครและกระทรวงกลาโหม เพื่อรับข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับเส้นทางเข้า-ออกและมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:20 UTC

ความปลอดภัย

อ่างทองประชุมด่วนรับมือระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
อ่างทองประชุมด่วนรับมือระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

ทางการจังหวัดอ่างทองจัดประชุมด่วนหลังมีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 รัฐมนตรีภราดรได้นำส่วนราชการจังหวัดอ่างทองประชุมด่วน โดยมีสาเหตุมาจากการคาดการณ์ว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้น

เจ้าหน้าที่คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.5 ถึง 1.8 เมตร โดยคาดว่าระดับน้ำที่สูงขึ้นนี้จะคงอยู่จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางจุดหรือส่งผลกระทบต่อกิจกรรมริมน้ำ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งแม่น้ำควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของระดับน้ำ

แม้ว่าการคาดการณ์ในปัจจุบันจะครอบคลุมถึงวันที่ 1 ตุลาคม แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการปรับการระบายน้ำเพิ่มเติมหลังจากวันที่ดังกล่าวหรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานเพื่อจัดการสถานการณ์และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำในจังหวัดอ่างทองควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนและปริมาณน้ำฝน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:22 UTC

การเมือง

วุฒิสภาไทยประกาศงดประชุมหลังเกิดสาธารณภัยในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
วุฒิสภาไทยประกาศงดประชุมหลังเกิดสาธารณภัยในกรุงเทพฯ

วุฒิสภาไทยประกาศงดการประชุมที่กำหนดไว้ในวันที่ 28-29 กันยายนอย่างเป็นทางการ หลังเกิดเหตุสาธารณภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วุฒิสภาไทยได้ประกาศงดการประชุมวุฒิสภาที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 และ 29 กันยายน 2569 โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากสถานการณ์สาธารณภัยที่กำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครในขณะนี้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรการนี้ ส่งผลกระทบหลักต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติและการเข้าถึงอาคารรัฐสภาของประชาชน แม้ว่าวุฒิสภาจะยืนยันการงดประชุมในวันดังกล่าวแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อการดำเนินงานของรัฐบาลยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของสาธารณภัยที่แน่ชัด และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางรัฐสภาตามปกติ

ผู้ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับวุฒิสภาหรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังบริเวณใกล้เคียงอาคารรัฐสภา ควรติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์อาจนำไปสู่การหยุดชะงักในพื้นที่หรือการเปลี่ยนแปลงมาตรการรักษาความปลอดภัย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าการงดประชุมครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐหรือบริการสาธารณะอื่นๆ ในเมืองหลวงอย่างไร โดยคาดว่าสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกลับมาประชุมอีกครั้งในโอกาสต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:21 UTC

ความปลอดภัย

รวบ 2 ผู้ต้องหาคดียิงรถเก๋งเสียชีวิตบนถนนในนครศรีธรรมราช

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 2 ผู้ต้องหาคดียิงรถเก๋งเสียชีวิตบนถนนในนครศรีธรรมราช

ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 2 รายในคดียิงรถเก๋งบนถนนสายพระพรหม-ร่อนพิบูลย์ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต โดยอ้างว่าเกิดจากการมองหน้ากันที่ปั๊มน้ำมัน

ตามรายงานจาก Thai Post เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงกันบนถนนสายพระพรหม-ร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยผู้ต้องหาได้ขับรถกระบะไล่ตามรถเก๋งก่อนจะยิงใส่รถจำนวน 4 นัด ส่งผลให้หญิงสาวที่เป็นคนขับเสียชีวิต ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งมาด้วยในรถรอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าสาเหตุเกิดจากการเผชิญหน้ากันเพียงสั้นๆ โดยมีการมองหน้ากันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงบนท้องถนนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางสัญจรในภูมิภาค

แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวไว้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม รวมถึงการวิเคราะห์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุ และการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการโดยพนักงานอัยการ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวบนท้องถนน โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:22 UTC

วัฒนธรรม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

แหล่งข่าวเดียว
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙

เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๙ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ โดยการประชุมมุ่งเน้นไปที่การเตรียมการด้านการบริหารและพิธีการที่จำเป็นสำหรับงานพระราชพิธีที่จะเกิดขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญยิ่งต่อชาติ ในช่วงเวลาดังกล่าว รัฐบาลมักจะประกาศแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนในที่สาธารณะ ช่วงเวลาไว้ทุกข์อย่างเป็นทางการ และการปรับเปลี่ยนกิจกรรมสาธารณะหรือการดำเนินธุรกิจ แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่าการวางแผนกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวัน เวลา สถานที่ และแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในพระราชพิธีนั้นยังไม่มีการสรุปหรือประกาศอย่างเป็นทางการ

ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทยในขณะนี้ ควรติดตามประกาศจากทางราชการและข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดต ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนปฏิบัติตนด้วยความสำรวมและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการในช่วงเวลาที่มีความสำคัญยิ่งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการและการมีส่วนร่วมของประชาชนจะได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปตามขั้นตอนการดำเนินงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:20 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าจากเขาใหญ่ทะลักท่วมหนักในปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าจากเขาใหญ่ทะลักท่วมหนักในปราจีนบุรี

มวลน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันใน 4 อำเภอของจังหวัดปราจีนบุรี โดยอำเภอประจันตคามประสบเหตุหนักที่สุดในรอบ 40 ปี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เกิดเหตุอุทกภัยรุนแรงใน 4 อำเภอของจังหวัดปราจีนบุรี โดยมวลน้ำป่าไหลหลากมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งผลให้ระบบระบายน้ำในพื้นที่ไม่สามารถรองรับได้ทันและเกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างทั้งในพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรม

อำเภอประจันตคามถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าสถานการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่และสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว

สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดปราจีนบุรีหรือมีแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว ขอให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ สภาพถนนอาจได้รับความเสียหายและอาจมีการจำกัดการเข้าถึงบางพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อรับข้อมูลสถานการณ์น้ำและการปิดเส้นทางจราจรแบบเรียลไทม์

แม้ผลกระทบเบื้องต้นจะมีความชัดเจน แต่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:21 UTC

การขนส่ง

ท่าอากาศยานดอนเมืองยืนยันเปิดให้บริการตามปกติ

แหล่งข่าวเดียว
ท่าอากาศยานดอนเมืองยืนยันเปิดให้บริการตามปกติ

ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองประกาศอย่างเป็นทางการว่าเปิดให้บริการตามปกติ และแนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาสำหรับการเดินทาง

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ว่าท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (DMK) ยังคงรักษาตารางการดำเนินงานตามมาตรฐาน แม้จะมีความกังวลเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ แต่เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานได้ยืนยันว่าเที่ยวบินและบริการภาคพื้นดินทั้งหมดกำลังดำเนินการตามแผนที่วางไว้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย ข้อมูลอัปเดตนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการชี้แจงว่าขณะนี้ไม่มีการระงับบริการหรือการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานที่สำคัญที่สนามบิน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารท่าอากาศยานได้ออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการโดยแนะนำให้ผู้โดยสารวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบและเผื่อเวลาเพิ่มเติมสำหรับขั้นตอนการเช็คอินและการรักษาความปลอดภัย ข้อควรระวังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความแออัดหรือความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีผู้เดินทางหนาแน่น

แม้ว่าสนามบินจะเปิดให้บริการตามปกติในขณะนี้ แต่ขอแนะนำให้นักเดินทางติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของสายการบินหรือแพลตฟอร์มการสื่อสารของสนามบินเอง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการระบุถึงเหตุการณ์เฉพาะหรือปัญหาทางเทคนิคที่เป็นสาเหตุของคำแนะนำดังกล่าว และผู้โดยสารควรตรวจสอบสถานะเที่ยวบินของตนโดยตรงกับสายการบินที่เกี่ยวข้อง สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่มีแผนการเดินทางคือควรตรวจสอบรายละเอียดเที่ยวบินก่อนเดินทางมายังสนามบินเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:21 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมด้วยรถจักรยานยนต์

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมด้วยรถจักรยานยนต์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมด้วยรถจักรยานยนต์ โดยยืนยันว่าแม้หลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบหนัก แต่สถานการณ์น้ำเหนือยังไม่มีผลกระทบในขณะนี้

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อเดินทางสำรวจพื้นที่น้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อประเมินสถานการณ์ด้วยตนเอง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ยอมรับว่าหลายพื้นที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างมากเนื่องจากมีน้ำท่วมขัง

ในระหว่างการประเมินสถานการณ์ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับมวลน้ำจากภาคเหนือ โดยยืนยันว่าน้ำเหนือยังไม่มีผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งดำเนินการระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้ถนนบางสายและพื้นที่ลุ่มต่ำมีการจราจรติดขัดหรือการเดินทางที่ไม่สะดวกชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรหรือความล่าช้าในการเดินทาง แม้จะไม่มีภัยคุกคามจากน้ำเหนือในขณะนี้ แต่ทางเมืองยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวังและจัดการระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการระบายน้ำและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดต่อไปเมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 กันยายน 2026, 02:21 UTC

ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรับการประชุม ครม. สัญจรที่สงขลา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรับการประชุม ครม. สัญจรที่สงขลา

ตำรวจภูธรและกองทัพกำลังประสานงานด้านความปลอดภัยในจังหวัดสงขลา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่กำลังจะมาถึง ในขณะที่การสอบสวนเหตุการณ์ยิงเฮลิคอปเตอร์ยังคงดำเนินอยู่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรับการประชุม ครม. สัญจรที่สงขลา

แหล่งข่าวเดียว
ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรับการประชุม ครม. สัญจรที่สงขลา

ตำรวจภูธรและกองทัพกำลังประสานงานด้านความปลอดภัยในจังหวัดสงขลา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่กำลังจะมาถึง ในขณะที่การสอบสวนเหตุการณ์ยิงเฮลิคอปเตอร์ยังคงดำเนินอยู่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยืนยันว่ามีการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างครอบคลุมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จะจัดขึ้นในจังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่กำลังทำงานประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยทหารและผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 7 จังหวัดในภาคใต้ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การปรากฏตัวของรัฐบาลระดับสูงมักส่งผลให้มีการตั้งจุดตรวจความปลอดภัยเพิ่มขึ้น อาจมีการเบี่ยงเส้นทางการจราจร และมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในและรอบพื้นที่บริหารส่วนราชการสำคัญ ผู้มาเยือนควรระมัดระวังสิ่งรอบข้างและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากพบเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการยังได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีรายงานว่ามีการยิงเฮลิคอปเตอร์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรอผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ในขณะนี้ลักษณะที่แน่ชัดของเหตุการณ์ยังไม่ได้รับการยืนยัน และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมจนกว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะเสร็จสิ้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยในภูมิภาคหรือคำแนะนำในการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

DSI แจงปมหมายเรียก สส.ภูเก็ต และความคืบหน้าคดี Forex
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

DSI แจงปมหมายเรียก สส.ภูเก็ต และความคืบหน้าคดี Forex

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกลั่นแกล้งทางการเมืองกรณีออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต พร้อมให้ข้อมูลความคืบหน้าคดี Forex ที่เกี่ยวข้องกับภาวุธ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

DSI แจงปมหมายเรียก สส.ภูเก็ต และความคืบหน้าคดี Forex

แหล่งข่าวเดียว
DSI แจงปมหมายเรียก สส.ภูเก็ต และความคืบหน้าคดี Forex

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกลั่นแกล้งทางการเมืองกรณีออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต พร้อมให้ข้อมูลความคืบหน้าคดี Forex ที่เกี่ยวข้องกับภาวุธ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจงต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยยืนยันว่าหน่วยงานไม่ได้ดำเนินการกลั่นแกล้งทางการเมือง คำชี้แจงนี้มีขึ้นหลังจากมีการออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต จากพรรคประชาชน ในกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับผลประโยชน์ของต่างชาติ ตามที่รัฐมนตรีระบุ DSI ได้รวบรวมพยานหลักฐานในเรื่องนี้มาเป็นเวลานานและปฏิบัติตามขั้นตอนการสอบสวนตามมาตรฐาน

นอกจากนี้ DSI ยังได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคดี Forex ที่เป็นที่จับตามองซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ระบุชื่อว่า ภาวุธ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมสำนวนคดีและพยานหลักฐานที่จำเป็นเพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบการละเมิดกฎหมายนอมินีต่างชาติและกฎระเบียบทางการเงิน แม้ว่าคดีเหล่านี้จะเป็นเรื่องของการบริหารและการสอบสวนในปัจจุบัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในประเทศ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสอบสวน สส.ภูเก็ต จะดำเนินไปอย่างไรหลังจากมีการชี้แจงตามที่ร้องขอ และจะมีการตั้งข้อหาเฉพาะเจาะจงใดๆ ในคดี Forex หรือไม่ ในขณะที่ DSI ยังคงดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:32 UTC

กมธ.ศาสนาฯ เร่งตรวจสอบคลิปฉาว 'นวดไทย' หวั่นกระทบภาพลักษณ์มรดกโลก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ศาสนาฯ เร่งตรวจสอบคลิปฉาว 'นวดไทย' หวั่นกระทบภาพลักษณ์มรดกโลก

คณะกรรมาธิการรัฐสภาเร่งตรวจสอบคลิปวิดีโอจากงานแห่เทียนพรรษาที่นำเสนอการนวดไทยในเชิงลามกอนาจาร เนื่องจากกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานะมรดกโลกของยูเนสโก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กมธ.ศาสนาฯ เร่งตรวจสอบคลิปฉาว 'นวดไทย' หวั่นกระทบภาพลักษณ์มรดกโลก

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ศาสนาฯ เร่งตรวจสอบคลิปฉาว 'นวดไทย' หวั่นกระทบภาพลักษณ์มรดกโลก

คณะกรรมาธิการรัฐสภาเร่งตรวจสอบคลิปวิดีโอจากงานแห่เทียนพรรษาที่นำเสนอการนวดไทยในเชิงลามกอนาจาร เนื่องจากกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานะมรดกโลกของยูเนสโก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณากรณีคลิปวิดีโอชื่อ 'Traditional Thai Massage Vat Bing' ซึ่งถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ โดยเป็นภาพจากขบวนแห่เทียนพรรษาที่วัดบิง จังหวัดนครราชสีมา ที่มีการนำเสนอการนวดไทยในลักษณะล้อเลียนเชิงลามกอนาจารและสื่อไปในทางค้าประเวณี

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ แสดงความกังวลว่าคลิปดังกล่าวอาจทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจผิดเกี่ยวกับ 'นวดไทย' ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยเกรงว่าการนำเสนอในลักษณะนี้จะสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ระดับโลกและสร้างความเชื่อมโยงที่ผิดพลาดกับธุรกิจบริการทางเพศ

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และหน่วยงานท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษสำหรับเนื้อหาในลักษณะดังกล่าว แม้ว่าผู้เกี่ยวข้องจะออกมาขอโทษต่อสังคมแล้ว แต่คณะกรรมาธิการฯ ยังคงมุ่งเน้นการวางมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่อาจส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนในการนำเสนอวัฒนธรรมไทย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะมีการปรับปรุงกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับอย่างไรเพื่อควบคุมและจำกัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:53 UTC

พรรคเพื่อไทยแจงกรณี นพ.ชลน่าน ร่วมเวทีสัมมนาฝ่ายค้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคเพื่อไทยแจงกรณี นพ.ชลน่าน ร่วมเวทีสัมมนาฝ่ายค้าน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ยืนยันรัฐบาลยังคงมีความมั่นคง พร้อมชี้แจงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรค เตรียมขึ้นเวทีเสวนาของฝ่ายค้าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคเพื่อไทยแจงกรณี นพ.ชลน่าน ร่วมเวทีสัมมนาฝ่ายค้าน

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยแจงกรณี นพ.ชลน่าน ร่วมเวทีสัมมนาฝ่ายค้าน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ยืนยันรัฐบาลยังคงมีความมั่นคง พร้อมชี้แจงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรค เตรียมขึ้นเวทีเสวนาของฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีกำหนดการเข้าร่วมเวทีสัมมนาของฝ่ายค้านในหัวข้อ “การเมืองไทย ในวิกฤตความเชื่อมั่น” ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้

นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีนโยบายเปิดกว้างให้สมาชิกสามารถเข้าร่วมกิจกรรมหรือการเสวนาสาธารณะได้ โดยชี้แจงว่า นพ.ชลน่าน ได้รับเชิญจากสำนักผู้นำฝ่ายค้านในฐานะอดีตผู้นำฝ่ายค้าน เช่นเดียวกับบุคคลสำคัญอื่นๆ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุลพันธ์ระบุว่าการเสวนาดังกล่าวเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในวิจารณญาณของ นพ.ชลน่าน และย้ำว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังคงมีความแน่นแฟ้น โดยนายกรัฐมนตรีเตรียมจัดงานเลี้ยงกระชับมิตรกับพรรคร่วมรัฐบาลในเร็วๆ นี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายในรัฐบาล แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะยังคงมีการเคลื่อนไหว แต่รัฐบาลยืนยันว่าการมีส่วนร่วมข้ามพรรคเป็นเรื่องปกติของการทำงานการเมือง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามผลสรุปจากการสัมมนาดังกล่าวว่าจะส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:31 UTC

เจ้าหน้าที่รัฐขีดเส้นตาย 60 วัน เร่งสะสางคดีวินัยค้าง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่รัฐขีดเส้นตาย 60 วัน เร่งสะสางคดีวินัยค้าง

ปกรณ์ นิลประพันธ์ สั่งการให้สำนักงาน ก.พ. เร่งเคลียร์คดีวินัยที่ค้างอยู่ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน โดยระบุว่าความล่าช้าทางธุรการถือเป็นความไม่ยุติธรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เจ้าหน้าที่รัฐขีดเส้นตาย 60 วัน เร่งสะสางคดีวินัยค้าง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่รัฐขีดเส้นตาย 60 วัน เร่งสะสางคดีวินัยค้าง

ปกรณ์ นิลประพันธ์ สั่งการให้สำนักงาน ก.พ. เร่งเคลียร์คดีวินัยที่ค้างอยู่ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน โดยระบุว่าความล่าช้าทางธุรการถือเป็นความไม่ยุติธรรม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ออกคำสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ดำเนินการสะสางคดีวินัยที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา 60 วัน โดยปกรณ์เน้นย้ำว่าความล่าช้าทางธุรการในกระบวนการเหล่านี้ถือเป็นความไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้เกิดประสิทธิภาพและความรับผิดชอบที่มากขึ้นภายในระบบราชการไทย แม้ว่าเรื่องการบริหารจัดการภายในนี้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายด้านวีซ่าหรือการเข้าเมืองโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในวงกว้างที่จะปรับปรุงการดำเนินงานของภาครัฐและลดจำนวนคดีทางกฎหมายและวินัยที่ค้างอยู่

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสำนักงาน ก.พ. จะสามารถดำเนินการให้ทันตามกำหนดเวลา 2 เดือนที่เข้มงวดนี้ได้หรือไม่ หรือกระบวนการดังกล่าวจะต้องมีการขยายเวลาออกไปอีก ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าคำสั่งนี้จะนำไปสู่การปรับปรุงความรวดเร็วในการให้บริการของภาครัฐอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่ หรือความซับซ้อนของคดีที่ค้างอยู่จะทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขนานกว่าที่กำหนด ในขณะนี้จุดเน้นยังคงอยู่ที่การบริหารจัดการบุคลากรภายในภาครัฐ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงบริการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:52 UTC

พรรคเพื่อไทยไฟเขียว 'ชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคเพื่อไทยไฟเขียว 'ชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน

พรรคเพื่อไทยอนุญาตให้ชลน่าน ศรีแก้ว เข้าร่วมเวทีการเมืองของฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ โดยย้ำว่ารัฐบาลผสมยังคงมีความมั่นคง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคเพื่อไทยไฟเขียว 'ชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยไฟเขียว 'ชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน

พรรคเพื่อไทยอนุญาตให้ชลน่าน ศรีแก้ว เข้าร่วมเวทีการเมืองของฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ โดยย้ำว่ารัฐบาลผสมยังคงมีความมั่นคง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 พรรคเพื่อไทยได้อนุญาตให้ชลน่าน ศรีแก้ว เข้าร่วมเวทีการเมืองของฝ่ายค้านที่จะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยแกนนำพรรคชี้แจงว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความขัดแย้งภายในรัฐบาลปัจจุบัน ในทางกลับกัน พรรคได้อธิบายว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแน่นแฟ้นและมั่นคง โดยระบุว่าพรรคตั้งใจที่จะดำเนินตามแนวทางความร่วมมือที่อนุทิน ชาญวีรกูล ได้วางไว้ก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันที่การพูดคุยข้ามพรรคเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าความสามัคคีภายในยังคงอยู่ แต่การปรากฏตัวต่อสาธารณะของสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลในพื้นที่ของฝ่ายค้านมักถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดโดยนักวิเคราะห์การเมือง เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนพันธมิตรหรือการปรับนโยบาย

ในขณะนี้ วาระการประชุมที่เฉพาะเจาะจงของเวทีฝ่ายค้านและประเด็นที่ชลน่านตั้งใจจะหารือนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการปฏิสัมพันธ์เหล่านี้จะส่งผลต่อความร่วมมือทางนิติบัญญัติในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร เช่นเคย ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยควรตระหนักว่ากิจกรรมทางการเมืองอาจนำไปสู่การรวมตัวของประชาชนในบางครั้ง แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีข้อบ่งชี้ถึงความไม่มั่นคงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทางก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:52 UTC

รัฐบาลไทยผลักดันความร่วมมือ ILO ยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงานไทยสู่สากล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยผลักดันความร่วมมือ ILO ยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงานไทยสู่สากล

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง หารือผู้อำนวยการใหญ่ ILO เพื่อผลักดันการรับรองทักษะแรงงานไทยในระดับสากล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยผลักดันความร่วมมือ ILO ยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงานไทยสู่สากล

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยผลักดันความร่วมมือ ILO ยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงานไทยสู่สากล

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง หารือผู้อำนวยการใหญ่ ILO เพื่อผลักดันการรับรองทักษะแรงงานไทยในระดับสากล

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เกี่ยวกับการยกระดับการรับรองทักษะของแรงงานไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ช่วยให้แรงงานไทยได้รับการยอมรับในทักษะวิชาชีพในระดับสากล ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดด้านภาษาและเพิ่มโอกาสในการจ้างงานในตลาดต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงแรงงานท้องถิ่นให้ทันสมัยและบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หากประสบความสำเร็จ การสร้างมาตรฐานทักษะเหล่านี้อาจนำไปสู่การส่งออกแรงงานที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางวิชาชีพในประเทศไทยในขณะที่อุตสาหกรรมท้องถิ่นปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่า ILO จะดำเนินการตามมาตรฐานการรับรองเหล่านี้อย่างไร และภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับการรับรองระดับนานาชาตินี้ นอกจากนี้ กำหนดการเปิดตัวโครงการรับรองใหม่และกลไกเฉพาะในการเอาชนะอุปสรรคด้านภาษาในการประเมินวิชาชีพยังไม่มีการระบุรายละเอียด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมที่จะตามมาหลังจากการหารือระดับสูงในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:52 UTC

นายกฯ ประชุม สมช. พิจารณารายชื่อเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ประชุม สมช. พิจารณารายชื่อเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อหารือเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ประชุม สมช. พิจารณารายชื่อเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ประชุม สมช. พิจารณารายชื่อเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อหารือเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 6/2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า วาระการประชุมรวมถึงการหารือเกี่ยวกับการแต่งตั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. คนใหม่

นอกเหนือจากการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำแล้ว ที่ประชุมยังได้หารือถึงสถานการณ์ความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นไปที่การปรับรูปแบบการพูดคุยเพื่อสันติภาพในพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมระดับสูง อาทิ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และตัวแทนจากหน่วยงานความมั่นคงและข่าวกรองที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การหารือดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพด้านการบริหารและนโยบายความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ แม้ว่าจะมีการหารือเรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ในระหว่างการประชุม แต่การยืนยันอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการประกาศต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากทางรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำแหน่งนี้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:31 UTC

นักวิเคราะห์การเมืองประเมินเสถียรภาพรัฐบาลไทยท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิเคราะห์การเมืองประเมินเสถียรภาพรัฐบาลไทยท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง จากมหาวิทยาลัยรังสิต ชี้ว่ารัฐบาลไทยในปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพ โดยอ้างถึงความสามัคคีที่แข็งแกร่งของพรรคร่วมรัฐบาลแม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิเคราะห์การเมืองประเมินเสถียรภาพรัฐบาลไทยท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน

แหล่งข่าวเดียว
นักวิเคราะห์การเมืองประเมินเสถียรภาพรัฐบาลไทยท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง จากมหาวิทยาลัยรังสิต ชี้ว่ารัฐบาลไทยในปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพ โดยอ้างถึงความสามัคคีที่แข็งแกร่งของพรรคร่วมรัฐบาลแม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก

ตามรายงานของ Thai Post ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรังสิต ได้ประเมินเสถียรภาพของรัฐบาลไทยในปัจจุบัน โดย ดร.วันวิชิต ระบุว่ารัฐบาลยังคงมีความเข้มแข็ง ซึ่งโดดเด่นด้วยการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลที่เหนียวแน่นในการแก้ไขปัญหาความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เช่น วิกฤตอุทกภัยในจังหวัดน่าน

แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางและปัญหาความมั่นคงของชาติอื่นๆ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่ารัฐบาลยังคงกุมอำนาจไว้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ ดร.วันวิชิต ยังตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านยังขาดกลยุทธ์ที่เด็ดขาดหรือ "หมัดน็อก" ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจที่มีอยู่ในปัจจุบันได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย บทวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาแห่งความต่อเนื่องทางการเมือง แม้ว่ารัฐบาลกำลังรับมือกับปัจจัยลบด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบันดูเหมือนจะมีเสถียรภาพ คงต้องติดตามกันต่อไปว่ารัฐบาลจะรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงานอย่างไร และฝ่ายค้านจะพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อท้าทายนโยบายของรัฐบาลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ เช่นเคย ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือเสถียรภาพในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

นายกฯ เตรียมเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หารือสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ เตรียมเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หารือสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และสรุปการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ เตรียมเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หารือสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เตรียมเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หารือสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และสรุปการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีวาระสำคัญคือการทบทวนสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปัญหาความไม่สงบที่ยืดเยื้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

นอกเหนือจากการหารือเรื่องเสถียรภาพในภูมิภาคแล้ว คาดว่าที่ประชุมจะสรุปการคัดเลือกบุคลากรทางทหารที่สำคัญ โดยเน้นไปที่การแต่งตั้งนายทหารระดับสูง การตัดสินใจด้านการบริหารจัดการบุคลากรเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญต่อยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการจัดการกับความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าการประชุมดังกล่าวจะเป็นขั้นตอนทางบริหารและยุทธศาสตร์ตามปกติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญสูงสุดที่รัฐบาลมีต่อเสถียรภาพในภูมิภาค ในขณะนี้ ผลสรุปที่ชัดเจนจากการประชุม รวมถึงรายชื่อการแต่งตั้งนายทหารและนโยบายใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการหลังจากการประชุม สมช. สิ้นสุดลง เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารนี้จะส่งผลต่อการปฏิบัติการด้านความมั่นคงในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:10 UTC

รมว.ยุติธรรมแจงกรณี DSI เรียกสอบ สส.ภูเก็ต ปมถือหุ้นนอมินีต่างชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.ยุติธรรมแจงกรณี DSI เรียกสอบ สส.ภูเก็ต ปมถือหุ้นนอมินีต่างชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมปฏิเสธการกลั่นแกล้งทางการเมือง หลัง DSI ออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต สอบสวนกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนต่างชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.ยุติธรรมแจงกรณี DSI เรียกสอบ สส.ภูเก็ต ปมถือหุ้นนอมินีต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ยุติธรรมแจงกรณี DSI เรียกสอบ สส.ภูเก็ต ปมถือหุ้นนอมินีต่างชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมปฏิเสธการกลั่นแกล้งทางการเมือง หลัง DSI ออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต สอบสวนกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนต่างชาติ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียกนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติในที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต

รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยยืนยันว่า DSI ได้รวบรวมพยานหลักฐานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว และการสอบสวนเน้นไปที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เอกสาร และบัญชีต่างๆ มากกว่าพยานบุคคล โดยนายสมชาติมีกำหนดเข้าให้ถ้อยคำต่อ DSI ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีย้ำว่ากระบวนการดำเนินไปอย่างเป็นธรรม และการตรวจสอบนี้สืบเนื่องมาจากรายงานข่าวของสื่อมวลชนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ตก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของภาครัฐเกี่ยวกับกฎระเบียบการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต แม้ว่าการสอบสวนในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเฉพาะต่อเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการในการบังคับใช้กฎหมายที่ดิน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามผลการสอบสวนของ DSI หลังจากที่ สส. ได้เข้าให้ถ้อยคำแล้ว ว่าจะนำไปสู่มาตรการทางกฎหมายหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่ส่งผลต่อการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:11 UTC

รองนายกฯ ปกรณ์ ขีดเส้นตาย 60 วัน ให้ ก.พ. เร่งสะสางคดีวินัยค้างทั้งหมด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ปกรณ์ ขีดเส้นตาย 60 วัน ให้ ก.พ. เร่งสะสางคดีวินัยค้างทั้งหมด

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ สั่งการให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการสะสางคดีวินัยที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน เพื่อความเป็นธรรมในการบริหารงาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ปกรณ์ ขีดเส้นตาย 60 วัน ให้ ก.พ. เร่งสะสางคดีวินัยค้างทั้งหมด

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ปกรณ์ ขีดเส้นตาย 60 วัน ให้ ก.พ. เร่งสะสางคดีวินัยค้างทั้งหมด

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ สั่งการให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการสะสางคดีวินัยที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน เพื่อความเป็นธรรมในการบริหารงาน

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแนวทางใหม่ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เร่งดำเนินการสะสางคดีวินัยที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา 60 วัน ตามรายงานของ Khaosod Online นายปกรณ์เน้นย้ำว่าความล่าช้าทางธุรการถือเป็นความไม่ยุติธรรมรูปแบบหนึ่ง โดยระบุว่าเขาได้ตรวจพบเรื่องค้างจำนวนมากที่ยังไม่เสร็จสิ้นในระหว่างการตรวจสอบเมื่อเร็วๆ นี้

นายปกรณ์ชี้แจงว่าการดำเนินการนี้ไม่ใช่การมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบทุจริตในท้องถิ่น แต่เป็นความพยายามในวงกว้างเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าเชิงระบบที่ส่งผลกระทบต่อทั้งหน่วยงานราชการและผู้ที่ถูกร้องเรียน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ผลการสอบสวนทางวินัยจะต้องรายงานต่อ ก.พ. อย่างไรก็ตาม ปริมาณงานที่ค้างอยู่ได้ขัดขวางประสิทธิภาพการทำงานและทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตกอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน นายปกรณ์ขอให้ประชาชนอย่ามองว่าความเคลื่อนไหวทางธุรการนี้เป็นเรื่องของการเมือง แต่ให้มองว่าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการคืนความเป็นธรรมและความชัดเจนในกระบวนการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงระบบราชการไทย แม้ว่ามาตรการนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความรับผิดชอบของภาครัฐ แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าสำนักงาน ก.พ. จะสามารถจัดการกับคดีที่ค้างอยู่ภายในกรอบเวลาสองเดือนที่กำหนดไว้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และสิ่งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปการบริหารงานบุคคลภาครัฐในวงกว้างต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:11 UTC

รัฐบาลทรัมป์จำกัดใบอนุญาตฝึกงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลทรัมป์จำกัดใบอนุญาตฝึกงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แจ้งให้มหาวิทยาลัยต่างๆ จำกัดการออกใบอนุญาตฝึกงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ตามรายงานจาก Matichon Online

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลทรัมป์จำกัดใบอนุญาตฝึกงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลทรัมป์จำกัดใบอนุญาตฝึกงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แจ้งให้มหาวิทยาลัยต่างๆ จำกัดการออกใบอนุญาตฝึกงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ตามรายงานจาก Matichon Online

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 รัฐบาลทรัมป์ได้ออกคำสั่งไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตฝึกงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ นโยบายใหม่นี้กำหนดข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นในการอนุมัติใบอนุญาตดังกล่าว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่ต้องการหาประสบการณ์การทำงานจริงระหว่างการศึกษาในสหรัฐอเมริกา

สำหรับนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาของสหรัฐฯ หรือผู้ที่วางแผนจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการหาสถานที่ฝึกงานหรือการได้รับประสบการณ์วิชาชีพในขณะที่ถือวีซ่านักเรียน คำสั่งดังกล่าวบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนไปสู่การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นในโครงการทำงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งอาจทำให้การวางแผนการศึกษาและอาชีพของนักศึกษาต่างชาติมีความซับซ้อนมากขึ้น

ในขณะนี้ ขอบเขตทั้งหมดของการดำเนินการดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ยังไม่ชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะปรับกระบวนการบริหารจัดการภายในอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของรัฐบาลกลาง หรือจะมีข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับสาขาวิชาบางสาขาหรือไม่ ขอแนะนำให้นักศึกษาและผู้ที่สนใจสมัครเรียนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยของตน เพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อสถานะวีซ่าหรือสิทธิ์ในการฝึกงานของตนอย่างไร เนื่องจากนโยบายนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาและเกณฑ์ของข้อจำกัดเหล่านี้ปรากฏออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:50 UTC

ทรัมป์ขู่เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น 'ทะเลสาบอเมริกา'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ทรัมป์ขู่เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น 'ทะเลสาบอเมริกา'

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอต่อสาธารณะให้เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น 'ทะเลสาบอเมริกา' ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการทูตกับแคนาดา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ทรัมป์ขู่เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น 'ทะเลสาบอเมริกา'

แหล่งข่าวเดียว
ทรัมป์ขู่เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น 'ทะเลสาบอเมริกา'

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอต่อสาธารณะให้เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น 'ทะเลสาบอเมริกา' ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการทูตกับแคนาดา

ตามรายงานจาก Matichon Online อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอข้อเสนอที่สร้างความฮือฮาด้วยการเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สหรัฐฯ และแคนาดาใช้ร่วมกัน ให้เป็น 'ทะเลสาบอเมริกา' คำกล่าวนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์จากการเปลี่ยนชื่อสถานที่สำคัญระหว่างประเทศเพียงฝ่ายเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้นั้น พัฒนาการดังกล่าวถือเป็นเรื่องของวาทกรรมทางการเมืองมากกว่าการเปลี่ยนแปลงแผนที่หรือการนำทางอย่างเป็นทางการในทันที อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งทางการทูตที่ยังคงมีอยู่ระหว่างเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนือทั้งสองประเทศ แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นข่าวพาดหัว แต่ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ามีการเริ่มกระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเพื่อเปลี่ยนชื่อทะเลสาบ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศและธรรมเนียมการตั้งชื่อทางภูมิศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน

ในขั้นตอนนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงคำขู่ทางวาจาจากบุคคลทางการเมือง ไม่ใช่นโยบายที่ประกาศใช้จริง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าวาทกรรมนี้จะนำไปสู่การติดต่อทางการทูตอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงประเด็นในการหาเสียงเท่านั้น นักท่องเที่ยวไม่ควรคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงป้ายบอกทางหรือเอกสารการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคนี้ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และอาจจำเป็นต้องมีการชี้แจงเพิ่มเติมจากทางการสหรัฐฯ และแคนาดาเพื่อดูว่าข้อเสนอนี้จะมีผลกระทบระยะยาวต่อความสัมพันธ์ข้ามพรมแดนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

กระทรวงยุติธรรมชี้แจงจุดยืนเรื่องการคืนคนดีสู่สังคม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงยุติธรรมชี้แจงจุดยืนเรื่องการคืนคนดีสู่สังคม

รุทธพลจากกระทรวงยุติธรรมตอบข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อครอบครัวของผู้พ้นโทษ โดยเน้นย้ำนโยบายไม่ตีตราผู้พ้นโทษ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงยุติธรรมชี้แจงจุดยืนเรื่องการคืนคนดีสู่สังคม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงยุติธรรมชี้แจงจุดยืนเรื่องการคืนคนดีสู่สังคม

รุทธพลจากกระทรวงยุติธรรมตอบข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อครอบครัวของผู้พ้นโทษ โดยเน้นย้ำนโยบายไม่ตีตราผู้พ้นโทษ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า รุทธพล ตัวแทนจากกระทรวงยุติธรรม ได้ตอบข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อครอบครัวของบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'ทนายอั๋น' โดยรุทธพลปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ากระทรวงมีเจตนาลดทอนคุณค่าหรือดูหมิ่นครอบครัวดังกล่าว พร้อมขอให้สาธารณชนพิจารณาบริบทที่กว้างขึ้นของสถานการณ์

หัวใจสำคัญของคำแถลงคือการยืนยันนโยบายอย่างเป็นทางการของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการคืนคนดีสู่สังคม รุทธพลเน้นย้ำว่ากระทรวงมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าผู้ที่พ้นโทษแล้วจะไม่ถูกตีตราหรือถูกสังคมตราหน้าอย่างไม่เป็นธรรม โดยกระทรวงระบุว่าเป้าหมายคือการอำนวยความสะดวกให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำชี้แจงนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปฏิรูปการรับรู้ทางสังคมเกี่ยวกับระบบยุติธรรมและกระบวนการฟื้นฟู แม้กระทรวงจะยืนยันว่านโยบายได้รับการออกแบบมาให้มีความครอบคลุม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงกับครอบครัวของทนายอั๋นยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนถกเถียงกัน ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าแนวทางนโยบายเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในกรณีเฉพาะในอนาคตอย่างไร หรือจะมีมาตรการทางปกครองเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขข้อกังวลที่ฝ่ายต่างๆ หยิบยกขึ้นมาหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการคืนคนดีสู่สังคมเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:50 UTC

นายกฯ ร่วมมือกับ ILO ยกระดับแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ร่วมมือกับ ILO ยกระดับแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล

รัฐบาลไทยร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานและขยายความคุ้มครองทางสังคมให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ร่วมมือกับ ILO ยกระดับแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ร่วมมือกับ ILO ยกระดับแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล

รัฐบาลไทยร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานและขยายความคุ้มครองทางสังคมให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 นายกรัฐมนตรีไทยได้หารือร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับแรงงานไทยในการรับมือกับความต้องการของตลาดแรงงานโลกยุคใหม่ โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่สองเสาหลักสำคัญ ได้แก่ การยกระดับทักษะทางเทคนิคของแรงงานไทย และการขยายกรอบความคุ้มครองทางสังคมเพื่อให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์การจ้างงานในท้องถิ่น การเพิ่มทักษะและการปรับปรุงความคุ้มครองทางสังคมให้ทันสมัยอาจนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาวและมาตรฐานการจ้างงานภายในประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว แม้นโยบายนี้จะมุ่งเน้นไปที่แรงงานในประเทศเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับมาตรฐานวิชาชีพของไทยให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากล

ในขณะนี้ กลไกเฉพาะสำหรับโครงการยกระดับทักษะและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการขยายความคุ้มครองทางสังคมยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เข้ากับกฎหมายแรงงานที่มีอยู่หรือภาคอุตสาหกรรมเฉพาะนั้น รัฐบาลยังไม่ได้เปิดเผยออกมา ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมที่จะตามมาจากการหารือระดับสูงในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:51 UTC

DSI สอบ ส.ส.ภูเก็ต ปมถูกกล่าวหาใช้ตัวแทนอำพราง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

DSI สอบ ส.ส.ภูเก็ต ปมถูกกล่าวหาใช้ตัวแทนอำพราง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบ ส.ส. พรรคประชาชน เกี่ยวกับกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายการใช้ตัวแทนอำพรางในจังหวัดภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

DSI สอบ ส.ส.ภูเก็ต ปมถูกกล่าวหาใช้ตัวแทนอำพราง

แหล่งข่าวเดียว
DSI สอบ ส.ส.ภูเก็ต ปมถูกกล่าวหาใช้ตัวแทนอำพราง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบ ส.ส. พรรคประชาชน เกี่ยวกับกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายการใช้ตัวแทนอำพรางในจังหวัดภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในจังหวัดภูเก็ต

รุทธพล ตัวแทนจาก DSI ได้ชี้แจงต่อข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการตรวจสอบนี้ โดยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือความตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งฝ่ายค้าน ขณะนี้ DSI อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งมีบุคคลที่ระบุชื่อว่า ภาวุธ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและการดำเนินธุรกิจในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต แม้ DSI จะยืนยันว่าเป็นการตรวจสอบตามปกติ แต่การที่มีนักการเมืองระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้องชี้ให้เห็นว่าผลลัพธ์ของคดีอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตัวแทนอำพรางในภูมิภาคนี้

ในขณะนี้ การตรวจสอบยังคงอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่มีการยืนยันว่าผลการตรวจสอบจะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือการสอบสวนจะขยายผลไปยังบุคคลอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก DSI ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:50 UTC

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงกรณีดราม่าวิจารณ์ 'ทนายอั๋น'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงกรณีดราม่าวิจารณ์ 'ทนายอั๋น'

พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม ได้ชี้แจงถึงความคิดเห็นล่าสุดเกี่ยวกับ 'ทนายอั๋น' โดยปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาลดทอนคุณค่าครอบครัวของทนายความแต่อย่างใด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงกรณีดราม่าวิจารณ์ 'ทนายอั๋น'

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ยุติธรรม ชี้แจงกรณีดราม่าวิจารณ์ 'ทนายอั๋น'

พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม ได้ชี้แจงถึงความคิดเห็นล่าสุดเกี่ยวกับ 'ทนายอั๋น' โดยปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาลดทอนคุณค่าครอบครัวของทนายความแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า พล.ต.ท.รุทธพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับความคิดเห็นล่าสุดของเขาที่มีต่อ 'ทนายอั๋น' โดยรัฐมนตรีปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขามีเจตนาลดทอนคุณค่าครอบครัวของทนายความ พร้อมระบุว่าคำพูดของเขาถูกนำไปตีความผิดบริบท และขอให้ประชาชนพิจารณาถึงที่มาและบริบทโดยรวมของการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว

ในระหว่างการชี้แจง รัฐมนตรีเน้นย้ำว่ากระทรวงยุติธรรมมีนโยบายที่ชัดเจนในการเคารพสิทธิของผู้ต้องโทษและผู้ที่พ้นโทษแล้ว โดยระบุว่าคำพูดของเขาต้องการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรมากกว่าที่จะมุ่งเป้าไปที่บุคคลหรือครอบครัวใดเป็นการเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรมและการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในแวดวงกฎหมาย แม้ว่ารัฐมนตรีจะได้แสดงมุมมองของตนแล้ว แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในทางการเมือง ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่ หรือความขัดแย้งนี้จะส่งผลกระทบต่อนโยบายที่กำลังดำเนินอยู่ของกระทรวงหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า 'ทนายอั๋น' หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมีการตอบโต้คำชี้แจงของรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:31 UTC