ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา นักกีฬาเพาะกายไทยคว้า 3 เหรียญทองในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกสะสมกว่า 300 มม. ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน 25 จังหวัด ✦
การเมือง ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อสถาบันประชาธิปไตยไทยลดลงในปี 2026 ✦
การเมือง ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ✦
การขนส่ง ไทยเร่งพัฒนาบุคลากรการบินเพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค ✦
การขนส่ง GO Wholesale ยกระดับระบบโลจิสติกส์รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ✦
กีฬา ทีมชาติไทยถล่มปากีสถาน 4-0 ในการแข่งขันฟุตบอล ✦
ความปลอดภัย เร่งล่าจระเข้ 4 ตัวหลุดจากฟาร์มในพื้นที่น้ำท่วม จ.สระแก้ว ✦
ความปลอดภัย อนุมัติงบฉุกเฉินเพิ่ม 50 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ✦
กีฬา

นักกีฬาเพาะกายไทยคว้า 3 เหรียญทองในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
นักกีฬาเพาะกายไทยคว้า 3 เหรียญทองในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย

ทีมชาติไทยคว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทองจากการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยสามารถคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก 3 เหรียญ ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนักกีฬาไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ข่าวนี้นับเป็นเครื่องยืนยันถึงระดับการฝึกซ้อมและความทุ่มเทของชุมชนฟิตเนสในประเทศไทย ซึ่งมีการลงทุนพัฒนาศักยภาพนักกีฬาอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็สะท้อนถึงประสิทธิภาพของโปรแกรมการฝึกซ้อมในปัจจุบัน

แม้รายงานจะยืนยันการคว้าเหรียญทองทั้ง 3 เหรียญแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับรายชื่อนักกีฬาที่ได้รับรางวัลและจำนวนเหรียญรวมของทัพนักกีฬาไทยนั้น ยังคงต้องรอการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป ในขณะที่การแข่งขันยังคงดำเนินอยู่ คาดว่าจะมีการประกาศผลสรุปคะแนนและผลกระทบของชัยชนะเหล่านี้ต่ออันดับของประเทศไทยในระดับภูมิภาค ผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทยเพื่อรับทราบผลการแข่งขันที่ครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 18:10 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกสะสมกว่า 300 มม.

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกสะสมกว่า 300 มม.

ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เผยว่ากรุงเทพฯ กำลังรับมือกับปริมาณฝนสะสมกว่า 300 มม. โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการระบายน้ำประมาณ 2-3 วัน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังอย่างหนักหลังจากมีปริมาณฝนสะสมสูงกว่า 300 มม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่าการรับมือกับปริมาณน้ำที่มากผิดปกตินี้เป็นเรื่องยาก เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันยังมีความท้าทายในการจัดการกับปริมาณน้ำฝนในระดับนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการจราจรในพื้นที่ การจราจรติดขัด และความล่าช้าในการทำกิจกรรมต่างๆ ทั่วเมืองหลวง ผู้ว่าฯ ระบุว่าสถานการณ์ในขณะนี้ทรงตัว และด้วยการพยากรณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลง ทางการคาดว่าน้ำจะระบายออกได้ภายใน 2-3 วัน

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาวสำหรับเหตุการณ์สภาพอากาศเช่นนี้จำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศของเมือง แม้ว่าแนวโน้มในระยะสั้นจะบ่งชี้ถึงการปรับตัวที่ดีขึ้น แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรระมัดระวังน้ำท่วมขังและติดตามข่าวสารในพื้นที่เกี่ยวกับสภาพถนนหรือการให้บริการของระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำที่เหลืออยู่ได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีปริมาณฝนเพิ่มเติมที่จะส่งผลกระทบต่อระยะเวลาการฟื้นตัวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 17:17 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน 25 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน 25 จังหวัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางกลับไทยก่อนกำหนดเพื่อกำกับดูแลสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่ทางการออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนด โดยขณะนี้กำลังเป็นประธานในการประชุมเพื่อกำกับดูแลสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

รัฐบาลไทยได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนใน 25 จังหวัด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ทางการได้เน้นย้ำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีปริมาณฝนสะสมสูงเตรียมพร้อมรับมือและเตรียมตัวสำหรับการอพยพหากจำเป็น เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลได้จัดเตรียมจุดจอดรถฟรีในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังดำเนินการจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการอพยพอย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ตรวจสอบช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับพื้นที่ปลอดภัยและสภาพถนนในขณะที่สถานการณ์สภาพอากาศยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 17:17 UTC

การเมือง

ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อสถาบันประชาธิปไตยไทยลดลงในปี 2026

แหล่งข่าวเดียว
ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อสถาบันประชาธิปไตยไทยลดลงในปี 2026

รายงานล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของความผิดหวังของสาธารณชนต่อกระบวนการประชาธิปไตยและสถาบันทางการเมืองในประเทศไทย

ตามคอลัมน์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ รายงานระบุถึงแนวโน้มที่น่ากังวลคือ ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อระบบประชาธิปไตยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

การเสื่อมถอยของความเชื่อมั่นนี้ขยายไปไกลกว่าตัวระบบ โดยรวมถึงความสงสัยต่อพรรคการเมือง นักการเมืองรายบุคคล และสถาบันระดับชาติหลายแห่ง บทวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าบรรยากาศแห่งความขัดแย้งนี้กำลังสร้างช่องว่างระหว่างสาธารณชนกับกลไกการบริหารประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงในความรู้สึกของสาธารณชนนี้เป็นสิ่งที่ควรติดตามเนื่องจากสะท้อนถึงสภาพสังคมในวงกว้าง แม้ว่าชีวิตประจำวันในประเทศไทยจะยังคงไม่ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มทางการเมืองที่เป็นนามธรรมเหล่านี้ แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศอาจสังเกตเห็นการอภิปรายสาธารณะหรือการถกเถียงที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการบริหารงานในปัจจุบัน

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความรู้สึกเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคตอย่างไร หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่จับต้องได้เพื่อตอบสนองต่อการขาดความเชื่อมั่นนี้หรือไม่ ในขณะนี้ สถานการณ์มีลักษณะเป็นความรู้สึกผิดหวังโดยทั่วไปมากกว่าเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงในพื้นที่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพัฒนาการของบรรยากาศทางการเมืองนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 17:17 UTC

การเมือง

ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน

พรรคประชาชนกำลังเริ่มกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล โดยกล่าวหาว่ามีการสมคบคิดกับวุฒิสภา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชนได้เริ่มเตรียมการสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล โดยฝ่ายค้านมุ่งเป้าที่จะท้าทายการบริหารงานของรัฐบาลจากข้อกล่าวหาเรื่องการสมคบคิดที่เกี่ยวข้องกับวุฒิสภา ซึ่งในรายงานมักถูกเรียกว่ากลุ่ม 'สีน้ำเงิน'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายในรัฐสภาจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติ แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะและอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล สำหรับนักท่องเที่ยว บรรยากาศทางการเมืองโดยทั่วไปยังคงมีความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการชุมนุมสาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงคำสั่งของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการอภิปรายและหลักฐานที่เป็นรูปธรรมที่ฝ่ายค้านตั้งใจจะนำเสนอเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องการสมคบคิด ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป สาธารณชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่ารัฐบาลจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และญัตติดังกล่าวจะได้รับแรงสนับสนุนเพียงพอที่จะส่งผลกระทบต่อสถานะของรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 17:17 UTC

การขนส่ง

ไทยเร่งพัฒนาบุคลากรการบินเพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งพัฒนาบุคลากรการบินเพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค

กระทรวงคมนาคมกำหนดให้การพัฒนาบุคลากรด้านการบินเป็นภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค

ตามรายงานจาก Thai Post นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ จากกระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำถึงภารกิจเร่งด่วนในการขยายและฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินของประเทศ ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่ทุนมนุษย์ที่จำเป็นในการสนับสนุนระบบนิเวศการบินที่แข็งแกร่ง นอกเหนือไปจากแง่มุมที่มองเห็นได้ของการเดินทางทางอากาศ เช่น เครื่องบินและโครงสร้างพื้นฐานของสนามบิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ขีดความสามารถ และมาตรฐานการบริการของสนามบินในประเทศไทย การลงทุนในบุคลากรเฉพาะทางจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินงานที่ราบรื่นขึ้นและการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้บริการการบินของไทยในอนาคต

แม้ว่ากระทรวงฯ จะระบุว่าเรื่องนี้เป็นภารกิจสำคัญ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับโปรแกรมการฝึกอบรมใหม่ จำนวนบุคลากรที่จะรับสมัคร หรือความร่วมมือทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงคมนาคมเพื่อทำความเข้าใจว่าเป้าหมายด้านบุคลากรเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคชั้นนำอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 17:17 UTC

การขนส่ง

GO Wholesale ยกระดับระบบโลจิสติกส์รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
GO Wholesale ยกระดับระบบโลจิสติกส์รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ

GO Wholesale เพิ่มสต็อกสินค้าและปรับระบบขนส่งเพื่อรับประกันความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน หลังกรุงเทพมหานครประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

ภายหลังการตัดสินใจของกรุงเทพมหานครในการขยายประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป GO Wholesale ได้ประกาศยกระดับมาตรการการดำเนินงาน บริษัทซึ่งเป็นศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารภายใต้การดำเนินงานของ เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ กำลังตอบสนองต่อสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการดำเนินชีวิตของประชาชนในเมืองหลวง

สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงผลกระทบต่อเนื่องของน้ำท่วมตามฤดูกาลที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น GO Wholesale ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบอาหารที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการอาหารที่จำเป็นต้องดำเนินกิจการต่อไปแม้จะเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย บริษัทได้เพิ่มระดับสต็อกสินค้าและปรับปรุงระบบกระจายสินค้าเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้นจากอุปสรรคด้านการขนส่ง

แม้ว่าบริษัทจะบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์อย่างแข็งขันเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะสามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง แต่ขอบเขตความเสียหายที่แท้จริงต่อเครือข่ายการขนส่งในวงกว้างนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและความล่าช้าในการเดินทางที่อาจเกิดขึ้น GO Wholesale เน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักในช่วงเวลานี้คือการรักษาความต่อเนื่องในการจัดหาสินค้าพร้อมกับให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงสาขาเฉพาะแห่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยถล่มปากีสถาน 4-0 ในการแข่งขันฟุตบอล

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยถล่มปากีสถาน 4-0 ในการแข่งขันฟุตบอล

ทีมชาติไทยคว้าชัยชนะเหนือปากีสถาน 4-0 โดยโค้ชฮัดสันมุ่งเน้นไปที่การเตรียมตัวสำหรับนัดถัดไปที่จะพบกับเวียดนาม

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะปากีสถานไปได้ 4-0 หลังจบการแข่งขัน โค้ชฮัดสันได้แสดงความพึงพอใจต่อฟอร์มการเล่นและผลการแข่งขันโดยรวมของทีม

แม้ว่าชัยชนะครั้งนี้จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีม แต่ทีมงานผู้ฝึกสอนได้หันไปให้ความสำคัญกับความท้าทายถัดไปแล้ว โดยโค้ชฮัดสันเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาโฟกัสในขณะที่ทีมเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันนัดต่อไปที่จะพบกับเวียดนามในวันที่ 29 กันยายนนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมชาติในการแข่งขันฟุตบอลระดับภูมิภาค การแข่งขันในลักษณะนี้มักได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก และอาจนำไปสู่กิจกรรมที่คึกคักขึ้นตามสถานที่จัดงานกีฬาและพื้นที่รับชมการถ่ายทอดสด ในขณะที่ทีมกำลังดำเนินรายการแข่งขันต่อไป แฟนบอลควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดการแข่งขัน รวมถึงมาตรการจัดการจราจรหรือการดูแลฝูงชนใกล้สนามแข่งขัน ในขั้นตอนนี้ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เฉพาะสำหรับเกมที่จะพบกับเวียดนามยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอน และขอแนะนำให้แฟนบอลติดตามข่าวสารกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 16:15 UTC

ความปลอดภัย

เร่งล่าจระเข้ 4 ตัวหลุดจากฟาร์มในพื้นที่น้ำท่วม จ.สระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
เร่งล่าจระเข้ 4 ตัวหลุดจากฟาร์มในพื้นที่น้ำท่วม จ.สระแก้ว

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาจระเข้ 4 ตัวที่หลุดออกจากฟาร์มในจังหวัดสระแก้วหลังเกิดน้ำท่วมหนัก พร้อมเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการลงน้ำและอยู่ห่างจากพื้นที่ดังกล่าว

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ จระเข้จำนวน 4 ตัว ซึ่งมีความยาวตัวละประมาณ 2 เมตร ได้หลุดออกจากฟาร์มโกลเด้นเพลส นาวาฟาร์ม ในอำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่กำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องหนีขึ้นไปอยู่บนต้นไม้เพื่อความปลอดภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ได้สั่งการด่วนให้เร่งติดตามและควบคุมตัวจระเข้ทั้ง 4 ตัว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดยขณะนี้ได้มีการระดมทีมค้นหาลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวจระเข้แล้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนอย่างเข้มงวดให้หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรือเข้าใกล้พื้นที่น้ำท่วมและบริเวณรอบฟาร์มดังกล่าว สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่การค้นหายังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการพบเห็นจระเข้เพิ่มเติมหลังจากรายงานครั้งแรก หรือมีสัตว์ตัวอื่นที่ยังสูญหายหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 16:00 UTC

ความปลอดภัย

อนุมัติงบฉุกเฉินเพิ่ม 50 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ได้รับการยืนยัน
อนุมัติงบฉุกเฉินเพิ่ม 50 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 50 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการจัดสรรงบประมาณนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งรัดการดำเนินงานบรรเทาทุกข์และสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดการกับอุทกภัยที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่าการเพิ่มงบประมาณจะช่วยเร่งการฟื้นฟูและสนับสนุนบริการต่างๆ แต่ผู้ที่อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการคมนาคม การเข้าถึงแหล่งโบราณสถาน และโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป ขอแนะนำให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดเกี่ยวกับความปลอดภัยและข้อจำกัดในการเดินทาง

ในขณะนี้ กำหนดการที่ชัดเจนในการจัดสรรงบประมาณและการดำเนินงานช่วยเหลือในภาพรวมยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานะของสถานที่ท่องเที่ยวและสภาพถนนในจังหวัดจากที่พักหรือสำนักงานการท่องเที่ยวในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 15:55 UTC

พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ถูกกรรมาธิการตำรวจสอบถามกรณีเอกสารหลุดการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ถูกกรรมาธิการตำรวจสอบถามกรณีเอกสารหลุดการคัดเลือก สว.

พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ เผชิญกับการซักถามอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมาธิการการตำรวจเกี่ยวกับที่มาของเอกสารที่หลุดออกมาซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ถูกกรรมาธิการตำรวจสอบถามกรณีเอกสารหลุดการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ถูกกรรมาธิการตำรวจสอบถามกรณีเอกสารหลุดการคัดเลือก สว.

พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ เผชิญกับการซักถามอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมาธิการการตำรวจเกี่ยวกับที่มาของเอกสารที่หลุดออกมาซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว.

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า พริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารที่หลุดออกมา โดยพริษฐ์ระบุว่าประมาณ 90% ของการซักถามจากกรรมาธิการมุ่งเน้นไปที่ที่มาของเอกสารที่เขาเคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา

พริษฐ์ยังคงยืนยันความมั่นใจในระหว่างการประชุม โดยระบุว่าเขาไม่กังวลต่อความพยายามในการเข้าถึงข้อมูลหรือแหล่งข่าวของเขา และเน้นย้ำถึงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ ในขณะที่ยังคงยืนหยัดในข้อมูลที่เขานำเสนอ เป้าหมายหลักของคณะกรรมาธิการดูเหมือนจะเป็นการระบุว่าเอกสารสำคัญเหล่านี้หลุดออกมาได้อย่างไรและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบของรัฐสภาและกระบวนการสอบสวน แต่ก็เน้นย้ำถึงบรรยากาศของการตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐบาลที่เข้มข้นขึ้น

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือผลสรุปอย่างเป็นทางการจากการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ และเอกสารดังกล่าวจะนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายหรือมาตรการทางปกครองเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องการเมืองภายใน จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การเดินทาง หรือความปลอดภัยสาธารณะ ผู้ที่สนใจควรติดตามรายงานอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อสรุปของคณะกรรมาธิการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 07:15 UTC

กระทรวงพลังงานลุยตรวจเข้มศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในกรุงเทพฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพลังงานลุยตรวจเข้มศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในกรุงเทพฯ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งตรวจสอบศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ หลังพบการกักเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงพลังงานลุยตรวจเข้มศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพลังงานลุยตรวจเข้มศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในกรุงเทพฯ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งตรวจสอบศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ หลังพบการกักเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 Prachachat Business รายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วกรุงเทพมหานครอย่างครอบคลุม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัยของสถานที่เหล่านี้ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบถังน้ำมันกว่า 150,000 ลิตรที่ถูกจัดเก็บโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ รัฐมนตรีได้สั่งดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ประกอบการที่ละเมิดกฎระเบียบด้านความปลอดภัย นายเอกนัฏย้ำว่าแม้การเติบโตของศูนย์ข้อมูลจะมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่สถานที่เหล่านี้จะต้องดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทันทีจะมีน้อย แต่การตรวจสอบนี้อาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนการดำเนินงานชั่วคราวสำหรับผู้ให้บริการดิจิทัลบางรายในขณะที่พวกเขาเร่งปรับปรุงสถานที่ให้เป็นไปตามกฎระเบียบ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีสถานประกอบการกี่แห่งที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดีเหล่านี้ และรัฐบาลจะมีการกำหนดมาตรฐานระดับชาติที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการจัดเก็บน้ำมันในศูนย์ข้อมูลในเขตเมืองต่อไปหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 07:42 UTC

ข้อสงสัยกรณีรัฐบาลโปรโมทโครงการ 'TH-AI Passport'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อสงสัยกรณีรัฐบาลโปรโมทโครงการ 'TH-AI Passport'

ศิริกัญญา ตันสกุล สส. ฝ่ายค้าน ตั้งคำถามต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์โครงการ 'TH-AI Passport' ในกลุ่มข้าราชการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อสงสัยกรณีรัฐบาลโปรโมทโครงการ 'TH-AI Passport'

แหล่งข่าวเดียว
ข้อสงสัยกรณีรัฐบาลโปรโมทโครงการ 'TH-AI Passport'

ศิริกัญญา ตันสกุล สส. ฝ่ายค้าน ตั้งคำถามต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์โครงการ 'TH-AI Passport' ในกลุ่มข้าราชการ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 Thai Post รายงานว่า นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐในการประชาสัมพันธ์โครงการ 'TH-AI Passport' ให้แก่ข้าราชการ

ศิริกัญญาตั้งคำถามว่าการประชาสัมพันธ์โดยรัฐเช่นนี้ถือเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือไม่ โดยระบุว่าสัญญาของโครงการมีการจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง และงานประชาสัมพันธ์ได้รวมอยู่ในขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการอยู่แล้ว การระดมข้าราชการให้มาสมัครใช้งานอาจเป็นการปั่นตัวเลขผู้ใช้งานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนคู่สัญญา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโครงการดิจิทัลของรัฐและความร่วมมือกับภาคเอกชนในประเทศไทย แม้ว่า 'TH-AI Passport' จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้บริการดิจิทัล แต่ความโปร่งใสในการดำเนินงานและการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อเพิ่มตัวเลขชี้วัดของโครงการเอกชนยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน

ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์นี้อย่างไร และกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์โครงการจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่หลังจากถูกตรวจสอบจากสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:57 UTC

รัฐบาลไทยเดินหน้าโครงการ 'Prime Minister’s Youth Cup'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเดินหน้าโครงการ 'Prime Minister’s Youth Cup'

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อจัดการแข่งขัน 'Prime Minister’s Youth Cup' โดยมุ่งเน้นการพัฒนาฟุตบอลและวอลเลย์บอล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเดินหน้าโครงการ 'Prime Minister’s Youth Cup'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเดินหน้าโครงการ 'Prime Minister’s Youth Cup'

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อจัดการแข่งขัน 'Prime Minister’s Youth Cup' โดยมุ่งเน้นการพัฒนาฟุตบอลและวอลเลย์บอล

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าโครงการ 'Prime Minister’s Youth Cup' เพื่ออำนวยความสะดวกในโครงการนี้ จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นอย่างเป็นทางการเพื่อกำกับดูแลการจัดการและการส่งเสริมการแข่งขันดังกล่าว

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมความสามารถในสองกีฬาหลัก ได้แก่ ฟุตบอลและวอลเลย์บอล โดยการสร้างการแข่งขันระดับชาติที่มีโครงสร้างชัดเจน รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะจัดหาเวทีสำหรับการพัฒนาเยาวชนและการมีส่วนร่วมทางกีฬาไปทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ โครงการนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมกีฬาในท้องถิ่นและกิจกรรมชุมชนที่เน้นด้านกีฬาเยาวชน แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันถึงการจัดตั้งคณะกรรมการและการมุ่งเน้นไปที่กีฬาทั้งสองประเภทนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ช่วงอายุของผู้เข้าร่วม และสถานที่ที่จะใช้จัดการแข่งขันในระดับภูมิภาคหรือระดับประเทศ เมื่อคณะกรรมการเริ่มดำเนินงาน คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการที่สาธารณชนจะมีส่วนร่วมหรือเข้าร่วมชมกิจกรรมเหล่านี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 04:55 UTC

ไทยมุ่งสู่ระบบการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Education)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยมุ่งสู่ระบบการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Education)

รัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง ประกาศริเริ่มโครงการใหม่เพื่อเชื่อมโยงผลสอบของ สทศ. เข้ากับแพลตฟอร์ม EduPass เพื่อยกระดับการติดตามผลการเรียนของผู้เรียน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยมุ่งสู่ระบบการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Education)

แหล่งข่าวเดียว
ไทยมุ่งสู่ระบบการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Education)

รัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง ประกาศริเริ่มโครงการใหม่เพื่อเชื่อมโยงผลสอบของ สทศ. เข้ากับแพลตฟอร์ม EduPass เพื่อยกระดับการติดตามผลการเรียนของผู้เรียน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ด้าน 'การศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล' (Data-Driven Education) โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยงผลการทดสอบจากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัล EduPass ของภาครัฐโดยตรง

การบูรณาการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างบันทึกดิจิทัลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับผลการเรียนของผู้เรียน ซึ่งจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์และให้การสนับสนุนตลอดเส้นทางการศึกษาได้ดียิ่งขึ้น การรวมศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถยกระดับคุณภาพผลลัพธ์การเรียนรู้ทั่วทั้งระบบการศึกษาของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เป็นสัญญาณของการผลักดันที่กว้างขึ้นสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของบริการสาธารณะในประเทศไทย แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของชาวต่างชาติอาจมีจำกัด แต่ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารให้ทันสมัย

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปิดใช้งานการเชื่อมโยงนี้อย่างเต็มรูปแบบ และวิธีการทำงานร่วมกับระบบรายงานผลการเรียนของโรงเรียนที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ปรับมาตรฐานหลักสูตรอย่างไร หรือจะมีผลต่อกระบวนการรับเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยสำหรับนักศึกษาต่างชาติหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ากระทรวงจะจัดการกับการดำเนินการทางเทคนิคของกรอบการแบ่งปันข้อมูลนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:55 UTC

รัฐมนตรีคลังส่งสัญญาณต้องการรัฐมนตรีช่วยเพิ่ม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีคลังส่งสัญญาณต้องการรัฐมนตรีช่วยเพิ่ม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอแนะว่าการปรับคณะรัฐมนตรีควรมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเพิ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีคลังส่งสัญญาณต้องการรัฐมนตรีช่วยเพิ่ม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีคลังส่งสัญญาณต้องการรัฐมนตรีช่วยเพิ่ม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอแนะว่าการปรับคณะรัฐมนตรีควรมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเพิ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับประชาชาติธุรกิจและมติชน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ระบุว่ากระทรวงการคลังจะได้รับประโยชน์หากมีรัฐมนตรีช่วยว่าการเพิ่มขึ้น นายเอกนิติกล่าวว่าการมีเจ้าหน้าที่อีกคนมาช่วยแบ่งเบาภาระงานจะช่วยให้การขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของกระทรวงเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการภายในรัฐบาลเป็นหลัก แม้ว่ากระทรวงการคลังจะกำกับดูแลนโยบายการคลัง กฎระเบียบด้านภาษี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อค่าครองชีพและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แต่การเพิ่มรัฐมนตรีช่วยถือเป็นการปรับเปลี่ยนเชิงบริหารมากกว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเกิดขึ้นหรือไม่ และนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการตามข้อเสนอนี้เพื่อขยายทีมบริหารของกระทรวงหรือไม่

ในขณะนี้ เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นเพียงข้อเสนอจากตัวรัฐมนตรีเองเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรีหรือกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับโครงสร้างคณะรัฐมนตรีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 07:42 UTC

พฤติกรรมในสภาและการจัดตารางการอภิปรายก่อให้เกิดการถกเถียง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พฤติกรรมในสภาและการจัดตารางการอภิปรายก่อให้เกิดการถกเถียง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการจัดตารางการประชุมสภาที่ยืดหยุ่นขึ้นและปรับปรุงพฤติกรรม หลังเกิดความตึงเครียดในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พฤติกรรมในสภาและการจัดตารางการอภิปรายก่อให้เกิดการถกเถียง

แหล่งข่าวเดียว
พฤติกรรมในสภาและการจัดตารางการอภิปรายก่อให้เกิดการถกเถียง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการจัดตารางการประชุมสภาที่ยืดหยุ่นขึ้นและปรับปรุงพฤติกรรม หลังเกิดความตึงเครียดในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงความตึงเครียดด้านกระบวนการภายในสภาผู้แทนราษฎรไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ความเห็นดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้ปิดไมค์ของนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. พรรคประชาชน ระหว่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งนำไปสู่การใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมของ สส. ดังกล่าว นายพริษฐ์ระบุว่านายภัทรพงษ์ได้ถอนคำพูดแล้ว ซึ่งถือเป็นการยุติประเด็นดังกล่าวไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ได้เน้นย้ำถึงความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับประสิทธิภาพของรัฐสภา โดยเรียกร้องให้ประธานสภาและรองประธานสภาอนุญาตให้การประชุมขยายเวลาไปจนถึงช่วงเย็นหรือดึกได้ในกรณีที่มีวาระการประชุมค้างอยู่ แทนที่จะกำหนดเวลาปิดประชุมที่ตายตัว เขาตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมสภาในสมัยก่อนไม่เคยมีการกำหนดกรอบเวลาที่เข้มงวดเช่นนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว พัฒนาการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับนโยบายสิ่งแวดล้อม เช่น พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างมาก แม้ว่าข้อพิพาทเรื่องพฤติกรรมจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ผลกระทบของการถกเถียงเรื่องกระบวนการเหล่านี้ต่อความรวดเร็วและคุณภาพของการออกกฎหมายในอนาคตยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าผู้นำสภาจะปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดตารางการประชุมเพื่อรองรับการพิจารณากฎหมายที่ละเอียดรอบคอบมากขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ความตึงเครียดในสภาเพิ่มขึ้นจากการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดในสภาเพิ่มขึ้นจากการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้ประธานสภาฯ รับรองว่าจะมีการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ โดยเตือนไม่ให้มีการปิดประชุมก่อนกำหนด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดในสภาเพิ่มขึ้นจากการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดในสภาเพิ่มขึ้นจากการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้ประธานสภาฯ รับรองว่าจะมีการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ โดยเตือนไม่ให้มีการปิดประชุมก่อนกำหนด

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้านคนสำคัญ ได้ออกคำเตือนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการประชุมสภาที่กำลังดำเนินอยู่ โดยประเด็นความขัดแย้งหลักอยู่ที่การอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพริษฐ์แสดงความกังวลว่าการประชุมอาจถูกปิดก่อนกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการอภิปรายเนื้อหาในเอกสารอย่างละเอียด

ตามคำกล่าวของนายพริษฐ์ ความขัดแย้งทางนิติบัญญัติในปัจจุบันเกิดจากความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับเวลาปิดการประชุมที่กำหนดไว้ เขาเน้นย้ำว่าสภาควรให้เวลาสมาชิกเพียงพอในการตรวจสอบรายงาน แทนที่จะรีบเร่งปิดการประชุม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ภายในฝ่ายนิติบัญญัติของไทย แม้ว่าการอภิปรายในสภาเช่นนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติ แต่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญทางกฎหมายหรือการหารือเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะได้ ในขณะนี้ยังคงต้องยืนยันว่าประธานสภาฯ จะปรับตารางการประชุมเพื่อรองรับการอภิปรายตามที่ร้องขอหรือไม่ หรือการประชุมจะสิ้นสุดลงตามกำหนดการเดิม ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการหารือทางการเมืองเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง หรือกิจวัตรประจำวันของผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:56 UTC

รองประธานสภาฯ ชี้แจงกรณีปิดไมค์ สส. ระหว่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองประธานสภาฯ ชี้แจงกรณีปิดไมค์ สส. ระหว่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งได้ชี้แจงเหตุผลที่ไมโครโฟนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกปิดระหว่างการประชุม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองประธานสภาฯ ชี้แจงกรณีปิดไมค์ สส. ระหว่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

แหล่งข่าวเดียว
รองประธานสภาฯ ชี้แจงกรณีปิดไมค์ สส. ระหว่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งได้ชี้แจงเหตุผลที่ไมโครโฟนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกปิดระหว่างการประชุม

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภา โดยระหว่างการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด (พ.ร.บ. อากาศสะอาด) ไมโครโฟนของนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ถูกปิดลง

ตามคำชี้แจงของรองประธานสภาฯ การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก สส. ท่านดังกล่าวได้ใช้เวลาในการอภิปรายเกินกำหนดที่ได้รับจัดสรรไว้ การชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติของสภาและการบริหารจัดการการอภิปรายทางกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติให้กับการจัดการคุณภาพอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศตามฤดูกาลในหลายพื้นที่ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องของระเบียบปฏิบัติภายในสภา แต่ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ยังคงเป็นกฎหมายสำคัญที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งอาจส่งผลต่อกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายสาธารณสุขทั่วประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ในวาระถัดไปจะเป็นอย่างไร และการอภิปรายในอนาคตจะมีการบังคับใช้เรื่องเวลาอย่างเคร่งครัดหรือไม่ โดยผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามความคืบหน้าของร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:37 UTC

การจำกัดเวลาอภิปรายในสภาสร้างความขัดแย้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การจำกัดเวลาอภิปรายในสภาสร้างความขัดแย้ง

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์สภาผู้แทนราษฎรที่บังคับใช้การจำกัดเวลาอภิปรายอย่างเข้มงวด ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการนิติบัญญัติ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การจำกัดเวลาอภิปรายในสภาสร้างความขัดแย้ง

แหล่งข่าวเดียว
การจำกัดเวลาอภิปรายในสภาสร้างความขัดแย้ง

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์สภาผู้แทนราษฎรที่บังคับใช้การจำกัดเวลาอภิปรายอย่างเข้มงวด ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการนิติบัญญัติ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 Thai Post รายงานว่า พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาคัดค้านการปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎรที่กำหนดเวลาปิดการประชุมไว้อย่างตายตัว โดยวิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้ สส. หลายคนถูกตัดบทกลางคันระหว่างการอภิปราย ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกฝ่ายค้าน พริษฐ์โต้แย้งว่าฝ่ายนิติบัญญัติไม่ควรให้ความสำคัญกับเวลาปิดประชุมที่กำหนดไว้มากกว่าการอภิปรายประเด็นสำคัญอย่างละเอียดถี่ถ้วน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของงานนิติบัญญัติและการอภิปรายตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าข้อพิพาทด้านกระบวนการเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงลักษณะการทำงานที่กระตือรือร้นและบางครั้งก็มีความขัดแย้งในการบริหารงานท้องถิ่น พริษฐ์ได้เรียกร้องให้สาธารณชนจับตาดูการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังจะมาถึง โดยแสดงความกังวลว่าสภาอาจพยายามปิดการประชุมก่อนกำหนดอีกครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่าผู้นำสภาจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการปรับเปลี่ยนระเบียบการจัดตารางเวลาในการประชุมครั้งต่อไปหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการอภิปรายรายงานของ กกต. จะดำเนินไปอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น หรือนโยบายการจัดการเวลาในปัจจุบันจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:37 UTC

รำลึกหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ของไทย: วันสันติภาพไทยและเหตุการณ์วิปโยคปี 2519
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รำลึกหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ของไทย: วันสันติภาพไทยและเหตุการณ์วิปโยคปี 2519

ประเทศไทยรำลึกครบรอบ 81 ปีวันสันติภาพไทย และครบรอบ 50 ปีเหตุการณ์วิปโยคทางการเมืองในปี 2519 เพื่อสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนของชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รำลึกหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ของไทย: วันสันติภาพไทยและเหตุการณ์วิปโยคปี 2519

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ของไทย: วันสันติภาพไทยและเหตุการณ์วิปโยคปี 2519

ประเทศไทยรำลึกครบรอบ 81 ปีวันสันติภาพไทย และครบรอบ 50 ปีเหตุการณ์วิปโยคทางการเมืองในปี 2519 เพื่อสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนของชาติ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการรำลึกถึงวันสำคัญทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์ที่มีความหมายลึกซึ้งต่อความทรงจำร่วมของชาติ ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 81 ปีวันสันติภาพไทย ซึ่งรำลึกถึงการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2488 และครบรอบ 50 ปีเหตุการณ์วิปโยคทางการเมืองในปี พ.ศ. 2519 ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญและน่าเศร้าในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว วันครบรอบเหล่านี้เป็นช่วงเวลาแห่งการไตร่ตรองถึงเส้นทางของประเทศไทยตลอดศตวรรษที่ 20 แม้ว่าวันเหล่านี้จะถูกจัดขึ้นผ่านการอภิปรายทางวิชาการ พิธีรำลึก และการสะท้อนความคิดในที่สาธารณะเป็นหลัก แต่ก็เป็นบริบทที่สำคัญในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางสังคมและการเมืองของประเทศ นักท่องเที่ยวอาจสังเกตเห็นการพูดถึงในที่สาธารณะหรือกิจกรรมรำลึกที่เพิ่มขึ้นในศูนย์กลางทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะบริเวณมหาวิทยาลัยหรือสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านี้

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้ว่าวันครบรอบเหล่านี้จะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเชิงประวัติศาสตร์ แต่กำหนดการเฉพาะของกิจกรรมสาธารณะหรือพิธีการอาจแตกต่างกันไปตามสถานที่ นักท่องเที่ยวที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาเหล่านี้สามารถตรวจสอบข้อมูลจากสำนักข่าวท้องถิ่นหรือสถาบันทางวัฒนธรรมเพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับนิทรรศการสาธารณะหรือการรวมตัวรำลึก เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องทางประวัติศาสตร์ จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทาง แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเคารพความละเอียดอ่อนทางประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นระหว่างการพำนักในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:35 UTC

รัฐบาลขยับจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลขยับจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. ฝ่ายค้าน วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่แก้ไขช่องโหว่ทางกฎหมายของดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศระงับการขออนุญาตจัดตั้งแห่งใหม่ชั่วคราว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลขยับจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลขยับจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. ฝ่ายค้าน วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่แก้ไขช่องโหว่ทางกฎหมายของดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศระงับการขออนุญาตจัดตั้งแห่งใหม่ชั่วคราว

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ได้ออกมาตั้งคำถามต่อรัฐบาลเกี่ยวกับการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยนายศุภณัฐกล่าวหาว่ารัฐบาล โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ทราบถึงปัญหาช่องโหว่ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการเหล่านี้มาเป็นเวลาสองปีแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขที่ชัดเจน

เพื่อตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงว่ารัฐบาลกำลังเร่งจัดทำกรอบการกำกับดูแลที่เป็นทางการสำหรับภาคส่วนนี้ โดยในเบื้องต้นกระทรวงได้ระงับการพิจารณาคำขออนุญาตจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ไว้ก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานในอนาคตจะเป็นไปตามมาตรฐานที่ปรับปรุงใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแนวทางการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมของรัฐบาล แม้ว่าการระงับการออกใบอนุญาตใหม่จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด และจะมีเกณฑ์เฉพาะเจาะจงอย่างไรสำหรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอให้กระทรวงเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:38 UTC

‘พริษฐ์’ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตำรวจกรณีเอกสารเลือก สว. หลุด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘พริษฐ์’ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตำรวจกรณีเอกสารเลือก สว. หลุด

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับที่มาของเอกสารที่หลุดออกมาเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘พริษฐ์’ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตำรวจกรณีเอกสารเลือก สว. หลุด

แหล่งข่าวเดียว
‘พริษฐ์’ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตำรวจกรณีเอกสารเลือก สว. หลุด

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับที่มาของเอกสารที่หลุดออกมาเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ได้เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับที่มาของเอกสารที่หลุดออกมาเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ที่ผ่านมา โดยนายพริษฐ์ระบุว่าคำถามกว่า 90% ของคณะกรรมาธิการมุ่งเน้นไปที่ความรู้ของเขาเกี่ยวกับวิธีการที่เอกสารเหล่านี้ถูกเปิดเผย

นายพริษฐ์กล่าวว่าเขาได้ให้ข้อมูลชุดเดียวกับที่เคยให้ไว้กับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างในกระบวนการสอบถาม โดยระบุว่าในขณะที่เขาถูกซักถามอย่างละเอียด แต่ตัวแทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบังคับการปราบปรามกลับถูกถามเพียงข้อเดียวในระหว่างการประชุม นายพริษฐ์แสดงความหวังว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือก สว. แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะจำกัดอยู่เพียงขั้นตอนของคณะกรรมาธิการสภาฯ แต่ก็สะท้อนถึงช่วงเวลาของการตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐบาลอย่างจริงจัง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมาธิการจะมีข้อสรุปอย่างไรจากคำให้การนี้ และจะมีการขยายผลการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับ DSI หรือกองปราบปรามเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากรัฐสภาอย่างเป็นทางการเพื่อความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีเอกสารหลุดดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:17 UTC

กระทรวงมหาดไทยไทยจัดการปัญหาความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นปี 2568
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยไทยจัดการปัญหาความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นปี 2568

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยไทยจัดการปัญหาความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นปี 2568

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยจัดการปัญหาความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นปี 2568

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 การสอบสวนซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการร้องเรียนของกลุ่มภาคประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากล นำไปสู่การตัดสินใจเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนสอบ

นายวรศิษฎ์ชี้แจงว่าการเปลี่ยนผู้จัดสอบจากมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนั้นไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้กระทรวงกำลังดำเนินการคืนความเป็นธรรมโดยอำนวยความสะดวกในการโอนย้ายผู้ที่สอบได้จริงภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าที่จะเรียกคืนเงินและสิทธิประโยชน์จากกลุ่มผู้ทุจริต แม้ว่า สถ. จะไม่มีอำนาจโดยตรงเหนือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่อาจจ้างงานผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อไปแล้ว แต่กระทรวงกำลังประสานงานกับหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ โดยยืนยันว่าจะไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดรอดพ้นจากการตรวจสอบไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปฏิรูปการสรรหาบุคลากรในภาครัฐ แม้กระทรวงจะกำลังแก้ไขกระบวนการอย่างจริงจัง แต่ยังคงต้องติดตามว่าองค์กรท้องถิ่นจะปฏิบัติตามคำสั่งในการคัดออกผู้ที่ขาดคุณสมบัติได้มีประสิทธิภาพเพียงใด และจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:17 UTC

เอกนิติส่งสัญญาณปรับ ครม. ขอเพิ่ม รมช.คลัง หวังช่วยแบ่งเบาภาระงาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เอกนิติส่งสัญญาณปรับ ครม. ขอเพิ่ม รมช.คลัง หวังช่วยแบ่งเบาภาระงาน

เอกนิติ นิติธัณฑ์ประภาศ ได้เสนอความเห็นต่อสาธารณะถึงความจำเป็นในการปรับคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะการขอเพิ่มตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานของกระทรวง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เอกนิติส่งสัญญาณปรับ ครม. ขอเพิ่ม รมช.คลัง หวังช่วยแบ่งเบาภาระงาน

แหล่งข่าวเดียว
เอกนิติส่งสัญญาณปรับ ครม. ขอเพิ่ม รมช.คลัง หวังช่วยแบ่งเบาภาระงาน

เอกนิติ นิติธัณฑ์ประภาศ ได้เสนอความเห็นต่อสาธารณะถึงความจำเป็นในการปรับคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะการขอเพิ่มตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานของกระทรวง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เอกนิติ นิติธัณฑ์ประภาศ ได้ส่งสัญญาณไปยังนายกรัฐมนตรีว่าอาจมีความจำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรี โดยเอกนิติเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง เพื่อเข้ามาช่วยดูแลภาระงานที่มีอยู่อย่างกว้างขวางของกระทรวง โดยย้ำว่าต้องการบุคคลที่สามารถเข้ามาช่วยงานได้อย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับคณะรัฐมนตรีถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากมักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจ การบริหารการคลัง และลำดับความสำคัญในการบริหารงาน การเปลี่ยนแปลงภายในกระทรวงการคลังอาจส่งผลต่อกฎระเบียบด้านภาษี แรงจูงใจในการลงทุน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อค่าครองชีพหรือการดำเนินธุรกิจของผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนทางการเมืองดังกล่าวไม่ค่อยส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยว แต่ยังคงเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงเสถียรภาพภายในของรัฐบาล

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านายกรัฐมนตรีจะดำเนินการตามข้อเสนอนี้หรือไม่ หรือจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่อาจเป็นแคนดิเดตสำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยดังกล่าว และรัฐบาลยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการขอเพิ่มการสนับสนุนในส่วนของกระทรวงการคลัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:15 UTC

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำร่วมให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำร่วมให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำของไทยได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำระดับสูงสำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำร่วมให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง

แหล่งข่าวเดียว
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำร่วมให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำของไทยได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำระดับสูงสำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) รายงานว่าอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมการประชุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้บริหารระดับสูงภายในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (MNRE)

บริบทของการดำเนินงาน

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการบริหารและความเป็นผู้นำของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่กำกับดูแลภาคส่วนสิ่งแวดล้อมและการจัดการน้ำของประเทศไทย โดยอธิบดีได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาชีพตามผลการศึกษาของกรมฯ โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน

ความสำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการในภาคส่วนน้ำ แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเป็นการพัฒนาบุคลากรภายใน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานในการปรับปรุงการจัดการทรัพยากรน้ำของไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพทางการเกษตร การป้องกันอุทกภัย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สถานะของข้อมูล

รายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่กรมทรัพยากรน้ำจัดทำขึ้น เนื่องจากเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความเป็นผู้นำแบบปิด รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์เชิงนโยบายในระยะยาวหรือการเปลี่ยนแปลงในโปรโตคอลการจัดการน้ำที่เกิดจากข้อเสนอแนะดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันจากทางกระทรวงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:18 UTC

รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าสนับสนุนความเป็นเลิศด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าสนับสนุนความเป็นเลิศด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความภาคภูมิใจต่อความสำเร็จด้านกีฬาระดับนานาชาติของไทย พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกในทุกประเภทกีฬา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าสนับสนุนความเป็นเลิศด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าสนับสนุนความเป็นเลิศด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความภาคภูมิใจต่อความสำเร็จด้านกีฬาระดับนานาชาติของไทย พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกในทุกประเภทกีฬา

ภายหลังจากความสำเร็จด้านกีฬาระดับนานาชาติ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของนักกีฬาไทยในเวทีโลกอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีแสดงความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ยินเสียงเพลงชาติไทยดังขึ้นในระหว่างการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยระบุว่าช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญของคนในชาติ

ในระหว่างการกล่าว นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนอย่างครอบคลุมสำหรับกีฬาทุกประเภท โดยเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้คือการยกระดับนักกีฬาไทยให้ก้าวสู่ระดับแนวหน้าของโลก เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬามีทรัพยากรที่จำเป็นในการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพในระดับสูงสุดของสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นสัญญาณของการให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติในประเทศไทยมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันถึงความตั้งใจที่จะสนับสนุนโครงการเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณใหม่ โปรแกรมการฝึกซ้อม หรือกรอบเวลาสำหรับมาตรการสนับสนุนที่ขยายออกไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าเป้าหมายเชิงนโยบายเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนเป็นการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมแก่สมาคมกีฬาต่างๆ อย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:16 UTC

รัฐบาลตรวจสอบกฎระเบียบศูนย์ข้อมูลท่ามกลางความกังวลเรื่องการกำกับดูแล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลตรวจสอบกฎระเบียบศูนย์ข้อมูลท่ามกลางความกังวลเรื่องการกำกับดูแล

ทางการไทยกำลังทบทวนกรอบกฎระเบียบสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) หลังจากนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ นักการเมือง ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลตรวจสอบกฎระเบียบศูนย์ข้อมูลท่ามกลางความกังวลเรื่องการกำกับดูแล

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลตรวจสอบกฎระเบียบศูนย์ข้อมูลท่ามกลางความกังวลเรื่องการกำกับดูแล

ทางการไทยกำลังทบทวนกรอบกฎระเบียบสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) หลังจากนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ นักการเมือง ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพมหานคร โดยนายศุภณัฐได้เน้นย้ำถึงความกังวลว่าช่องโหว่ทางกฎระเบียบในปัจจุบันอาจเอื้อให้สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ดำเนินงานโดยปราศจากการตรวจสอบที่เพียงพอ

เพื่อตอบสนองต่อความกังวลดังกล่าว มีรายงานว่านายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เข้าแทรกแซงโดยการระงับการออกใบอนุญาตประกอบกิจการใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูลดังกล่าว ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเกี่ยวกับการกำกับดูแลโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภายในเมืองหลวง แม้ว่าศูนย์ข้อมูลจะมีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ แต่การตัดสินใจของรัฐบาลในการระงับการออกใบอนุญาตชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือระยะเวลาของการระงับการออกใบอนุญาตนี้ และลักษณะเฉพาะของมาตรการกำกับดูแลใหม่ที่รัฐบาลตั้งใจจะนำมาใช้ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเทคโนโลยีหรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าใบอนุญาตใหม่จะสามารถออกได้เมื่อใดและภายใต้เงื่อนไขใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:16 UTC