ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

เปิดโปงความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เปิดโปงความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

สารีณี อาชวานันทกุล นักวิจัยอิสระ ได้เปิดเผยถึงธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยซึ่งเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยมีการอ้างว่าการโอนเงินบางรายการถูกอำพรางว่าเป็นค่าใช้จ่ายทางการเกษตร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เปิดโปงความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
เปิดโปงความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

สารีณี อาชวานันทกุล นักวิจัยอิสระ ได้เปิดเผยถึงธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยซึ่งเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยมีการอ้างว่าการโอนเงินบางรายการถูกอำพรางว่าเป็นค่าใช้จ่ายทางการเกษตร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สารีณี อาชวานันทกุล นักวิจัยอิสระ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา การวิเคราะห์บันทึกทางการเงินของเธอชี้ให้เห็นว่าการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกนั้นดำเนินการโดยเสมียนพรรคโดยตรง แทนที่จะผ่านช่องทางที่โปร่งใส

สารีณีได้ชี้ให้เห็นถึงธุรกรรมที่น่าสงสัยหลายรายการ โดยระบุว่าเหตุผลที่ให้ไว้สำหรับการชำระเงินเหล่านั้นมีความผิดปกติอย่างมาก ในบางกรณี ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนเงินอ้างว่าเงินดังกล่าวมีไว้สำหรับค่าใช้จ่าย เช่น ค่าปุ๋ยทุเรียน ซึ่งเป็นเหตุผลที่สร้างความกังขาให้กับสาธารณชนเป็นอย่างมาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย รายงานนี้ตอกย้ำถึงความกังวลที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสทางการเมืองและโอกาสในการเกิดการทุจริตภายในกระบวนการบริหารระดับชาติ แม้ว่าข้อค้นพบเหล่านี้จะชี้ให้เห็นถึงการขาดความโปร่งใสในกระบวนการ แต่ขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายทางการเงินและตัวตนของผู้ที่สั่งการโอนเงินยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าความไม่โปร่งใสเหล่านี้จะนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือส่งผลต่อความชอบธรรมของสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับที่มาของเงินเหล่านี้และความรับผิดชอบของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 11:21 UTC

ยูเครนเรียกร้องให้ไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ยูเครนเรียกร้องให้ไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่

ในขณะที่สงครามในยูเครนเข้าสู่ปีที่ 5 เจ้าหน้าที่ยูเครนได้เรียกร้องให้ไทยรักษาคำมั่นสัญญาต่อกฎหมายระหว่างประเทศระหว่างการให้สัมภาษณ์กับข่าวสดออนไลน์เมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ยูเครนเรียกร้องให้ไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่

แหล่งข่าวเดียว
ยูเครนเรียกร้องให้ไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่

ในขณะที่สงครามในยูเครนเข้าสู่ปีที่ 5 เจ้าหน้าที่ยูเครนได้เรียกร้องให้ไทยรักษาคำมั่นสัญญาต่อกฎหมายระหว่างประเทศระหว่างการให้สัมภาษณ์กับข่าวสดออนไลน์เมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อต้นเดือนกันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวจากข่าวสดออนไลน์ได้เดินทางไปเยือนกรุงเคียฟเพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 5 นับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ในระหว่างการเยือน มาริยานา เบตซา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่รุนแรงที่ประเทศกำลังเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญในช่วงที่ฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา

เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่ารัสเซียได้ยกระดับการโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหารเนื่องจากขาดความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในสนามรบ การสนทนาครอบคลุมหัวข้อต่างๆ มากมาย รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ ความจำเป็นในการคว่ำบาตรรัสเซีย การแสวงหาความยุติธรรมสำหรับอาชญากรรมสงคราม และบทบาททางการทูตที่เป็นไปได้ของอาเซียนและจีน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง รายงานนี้เน้นย้ำถึงความไม่มั่นคงที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาคและความกังวลด้านมนุษยธรรมที่ต่อเนื่องเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงานและความปลอดภัยสาธารณะในยูเครน ในขณะที่รัฐบาลยูเครนยังคงสนับสนุนการสนับสนุนจากนานาชาติและการปฏิบัติตามมาตรฐานทางกฎหมายระดับโลก สถานการณ์ยังคงมีความผันผวน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเรียกร้องทางการทูตเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อจุดยืนของพันธมิตรระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีทางออกที่ชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:23 UTC

พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธกระแสข่าว 'กล้าธรรม' จ่อร่วมรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธกระแสข่าว 'กล้าธรรม' จ่อร่วมรัฐบาล

พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธกระแสข่าวลือที่ว่าพรรคกล้าธรรมกำลังจะเข้าร่วมกับรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างเป็นทางการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธกระแสข่าว 'กล้าธรรม' จ่อร่วมรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธกระแสข่าว 'กล้าธรรม' จ่อร่วมรัฐบาล

พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธกระแสข่าวลือที่ว่าพรรคกล้าธรรมกำลังจะเข้าร่วมกับรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 พรรคภูมิใจไทยได้ออกมาตอบโต้กระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดในแวดวงการเมืองเกี่ยวกับการขยายตัวของรัฐบาลผสม โดยโฆษกพรรคยืนยันว่าในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่มีการหารือหรือข้อเสนอใดๆ เกี่ยวกับการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล

แกนนำพรรคยืนยันว่าโครงสร้างของรัฐบาลผสมในปัจจุบันยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง การชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติการคาดเดาที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เสถียรภาพทางการเมืองมักเป็นประเด็นที่น่าสนใจเนื่องจากอาจส่งผลต่อการดำเนินนโยบายและความต่อเนื่องในการบริหารงาน แม้ว่าคำแถลงนี้จะให้ความชัดเจนเกี่ยวกับองค์ประกอบของรัฐบาลในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนทางการเมืองในอนาคตหรือกลยุทธ์ระยะยาวของพรรคขนาดเล็กแต่อย่างใด ณ ขณะนี้ รัฐบาลผสมยังคงเป็นไปตามที่จัดตั้งไว้ก่อนหน้านี้ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากโฆษกรัฐบาลต่อไปเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในพันธมิตรทางการเมือง เนื่องจากข่าวลือเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนรัฐบาลผสมเป็นเรื่องปกติในสภาพแวดล้อมทางการเมืองของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 11:10 UTC

การปรับเปลี่ยนบุคลากรครั้งใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การปรับเปลี่ยนบุคลากรครั้งใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมไทย

กระทรวงยุติธรรมได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงระดับผู้นำครั้งสำคัญ ซึ่งสร้างความสนใจให้กับสาธารณชนเกี่ยวกับคดีความทางกฎหมายที่สำคัญซึ่งกำลังดำเนินอยู่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การปรับเปลี่ยนบุคลากรครั้งใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมไทย

แหล่งข่าวเดียว
การปรับเปลี่ยนบุคลากรครั้งใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมไทย

กระทรวงยุติธรรมได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงระดับผู้นำครั้งสำคัญ ซึ่งสร้างความสนใจให้กับสาธารณชนเกี่ยวกับคดีความทางกฎหมายที่สำคัญซึ่งกำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 กระทรวงยุติธรรมของไทยได้เริ่มการปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ การโยกย้ายครั้งนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญหลายคน รวมถึงปิยะ ยุทธนา และประวุธ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองในโครงสร้างการบริหารของกระทรวง

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนเนื่องจากช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการปรับโครงสร้างนี้อาจส่งผลกระทบต่อคดีความทางกฎหมายที่สำคัญหลายคดีที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างไร โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาและข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การปรับเปลี่ยนนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการภายในเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงแนวทางของรัฐบาลในการจัดการกับการสอบสวนทางกฎหมายและการเมืองที่ละเอียดอ่อน แม้ว่าจะมีการออกคำสั่งทางปกครองอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อคดีความทางกฎหมายที่กล่าวถึงข้างต้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อความชัดเจนเพิ่มเติมว่าการเปลี่ยนแปลงระดับผู้นำเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อทิศทางของการสอบสวนที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้อย่างไร จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการใดที่เชื่อมโยงการปรับเปลี่ยนบุคลากรเหล่านี้เข้ากับผลลัพธ์ของคดีเฉพาะที่กล่าวถึงโดยตรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 11:02 UTC

รมช.ดีอี ยืนยันความพร้อมตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' หลังฝ่ายค้านยื่นเรื่อง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมช.ดีอี ยืนยันความพร้อมตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' หลังฝ่ายค้านยื่นเรื่อง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมชี้แจงข้อกังวลของฝ่ายค้านเกี่ยวกับโครงการ 'TH-AI Passport' โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบราชการ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมช.ดีอี ยืนยันความพร้อมตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' หลังฝ่ายค้านยื่นเรื่อง

แหล่งข่าวเดียว
รมช.ดีอี ยืนยันความพร้อมตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' หลังฝ่ายค้านยื่นเรื่อง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมชี้แจงข้อกังวลของฝ่ายค้านเกี่ยวกับโครงการ 'TH-AI Passport' โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบราชการ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ตอบสนองต่อคำร้องขอให้ตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' หลังจากที่ฝ่ายค้านได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการดังกล่าว

รัฐมนตรีช่วยฯ ระบุว่าโครงการนี้พร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน แต่เน้นย้ำว่าการกล่าวหาควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงไม่ใช่จินตนาการ โดยชี้แจงว่าโครงการนี้ไม่เข้าเงื่อนไขข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ซึ่งเป็นข้อตกลงสมัครใจเพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หลังจากที่กรมบัญชีกลางได้พิจารณาข้อเสนอแล้ว ส่วนกรณีความกังวลเรื่องการลงทะเบียนผู้ใช้งาน กระทรวงยืนยันว่าผู้ใช้ทุกคนจำเป็นต้องใช้ดิจิทัลไอดีในการลงทะเบียน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับบริการระบุตัวตนสู่ระบบดิจิทัล แม้ว่าโครงการจะอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางบริหาร แต่ก็แสดงให้เห็นถึงทิศทางของรัฐบาลในการสร้างกรอบอัตลักษณ์ดิจิทัลที่เป็นเอกภาพ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือคำชี้แจงของกระทรวงจะเพียงพอต่อข้อกังวลของฝ่ายค้าน ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับทราบผลกระทบของโครงการนี้ต่อการเข้าถึงบริการดิจิทัลในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 11:00 UTC

แต่งตั้ง “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” เป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แต่งตั้ง “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” เป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แต่งตั้ง “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” เป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
แต่งตั้ง “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” เป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอย่างเป็นทางการในการแต่งตั้ง นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ระบุว่าก่อนหน้านี้คุณสลักจิตดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภายในกรมสรรพากรก่อนที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลการจัดเก็บภาษีและการบริหารจัดการภาษีอากร การเปลี่ยนแปลงระดับผู้นำในหน่วยงานนี้มักบ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายภาษี ความพยายามในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลภายในหน่วยงาน หรือการปรับปรุงวิธีการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายภาษี เนื่องจากกรมสรรพากรมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ การเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้จึงถือเป็นการปรับเปลี่ยนทางบริหารที่สำคัญ

แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการและนโยบายสำคัญที่เธอตั้งใจจะดำเนินการในช่วงที่ดำรงตำแหน่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่เกี่ยวข้องจะคอยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับกระบวนการส่งมอบงาน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการยื่นภาษีหรือกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายที่อาจตามมาหลังจากการเปลี่ยนผ่านผู้นำในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 11:11 UTC

กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงข้อกังวลร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ยันไม่ตัดสิทธิเกษตรกร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงข้อกังวลร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ยันไม่ตัดสิทธิเกษตรกร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช และการเข้าร่วม UPOV 1991 โดยยืนยันว่าสิทธิของเกษตรกรในการเก็บและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ยังคงได้รับการคุ้มครอง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงข้อกังวลร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ยันไม่ตัดสิทธิเกษตรกร

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงข้อกังวลร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ยันไม่ตัดสิทธิเกษตรกร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช และการเข้าร่วม UPOV 1991 โดยยืนยันว่าสิทธิของเกษตรกรในการเก็บและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ยังคงได้รับการคุ้มครอง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชและการหารือที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการที่ประเทศไทยอาจเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ กระทรวงฯ มุ่งหวังที่จะลดความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเหล่านี้ที่มีต่อเกษตรกรรายย่อย

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่ารัฐบาลอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาและยังไม่มีข้อสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับการเข้าร่วม UPOV 1991 ข้อกังวลหลักที่กระทรวงฯ ได้ชี้แจงคือความกลัวว่ากฎระเบียบใหม่จะจำกัดวิถีปฏิบัติแบบดั้งเดิมของเกษตรกรรายย่อย กระทรวงฯ ระบุอย่างชัดเจนว่าร่างกฎหมายนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรยังคงมีสิทธิในการเก็บ แลกเปลี่ยน และขายเมล็ดพันธุ์พืชอาหารที่จำเป็น นอกจากนี้ การคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองและพันธุ์ดั้งเดิมยังคงเป็นลำดับความสำคัญภายใต้กรอบการทำงานนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม คำชี้แจงนี้ถือเป็นการอัปเดตสถานะของนโยบายที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและความเป็นอิสระในการทำเกษตร แม้ว่ากระทรวงฯ จะให้คำมั่นสัญญาเหล่านี้แล้ว แต่เนื้อหาฉบับสุดท้ายของร่างกฎหมายและการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการเข้าร่วมสนธิสัญญาระหว่างประเทศยังคงต้องผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายและการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 11:11 UTC

รัฐบาลวางแผนย้ายสถานที่เรียนวิทยาเขตอุเทนถวายท่ามกลางข้อพิพาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลวางแผนย้ายสถานที่เรียนวิทยาเขตอุเทนถวายท่ามกลางข้อพิพาท

กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กำลังสำรวจพื้นที่ใหม่ในบางพลีเพื่อรองรับนักศึกษาอุเทนถวาย หลังมีการระงับการเรียนการสอนในพื้นที่พิพาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลวางแผนย้ายสถานที่เรียนวิทยาเขตอุเทนถวายท่ามกลางข้อพิพาท

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลวางแผนย้ายสถานที่เรียนวิทยาเขตอุเทนถวายท่ามกลางข้อพิพาท

กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กำลังสำรวจพื้นที่ใหม่ในบางพลีเพื่อรองรับนักศึกษาอุเทนถวาย หลังมีการระงับการเรียนการสอนในพื้นที่พิพาท

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (วิทยาเขตอุเทนถวาย) และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยภายหลังคำสั่งของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้มีการระงับการเรียนการสอนในพื้นที่พิพาทเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน

เพื่อลดผลกระทบต่อการศึกษา นายยศชนันมีกำหนดการประชุมร่วมกับอธิการบดีในวันที่ 23 กันยายน เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการย้ายสถานที่เรียน และในวันที่ 24 กันยายน รัฐมนตรีจะลงพื้นที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการเช่าพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนต่อ รัฐบาลเน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักคือการลดความขัดแย้ง โดยยืนยันว่าคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจะยังคงเดิมหรือดีขึ้นหลังจากการย้าย

สำหรับประชาชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการจัดการความขัดแย้งระหว่างสถาบัน แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มการสำรวจพื้นที่แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งระยะยาว โลจิสติกส์การเดินทางของนักศึกษา และผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 11:04 UTC

รัฐบาลไทยสั่งสอบสวนการซื้อที่ดินในจังหวัดชายแดนภาคใต้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยสั่งสอบสวนการซื้อที่ดินในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายพลพิร สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการซื้อที่ดินโดยกลุ่มธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยสั่งสอบสวนการซื้อที่ดินในจังหวัดชายแดนภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งสอบสวนการซื้อที่ดินในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายพลพิร สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการซื้อที่ดินโดยกลุ่มธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 นายพลพิร สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศว่ารัฐบาลไทยกำลังเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่ดินใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศ ตามรายงานจาก Khaosod English การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การระบุโครงสร้างความเป็นเจ้าของและวัตถุประสงค์การใช้งานของอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อโดยธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล

นอกเหนือจากการสอบถามเรื่องที่ดินแล้ว รัฐมนตรีช่วยฯ ยังได้กล่าวถึงรายงานสาธารณะเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ชาบัดแห่งใหม่ในภูมิภาค โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะชี้แจงลักษณะของการพัฒนาเหล่านี้และตรวจสอบให้แน่ใจว่ากิจกรรมทั้งหมดเป็นไปตามกฎระเบียบในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติและโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าการสอบสวนจะยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ทางการให้กับการติดตามการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับต่างชาติในพื้นที่ที่ละเอียดอ่อน ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับตัวตนที่แน่ชัดของธุรกิจที่เกี่ยวข้องและข้อสรุปสุดท้ายของการสอบสวน ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการซื้อเหล่านี้ละเมิดกฎหมายการใช้ที่ดินที่มีอยู่หรือไม่ หรือจะมีการดำเนินการทางกฎระเบียบเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:30 UTC

กรมทรัพยากรน้ำจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดน่าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดน่าน

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนสำหรับโครงการบริหารจัดการน้ำ 4 โครงการในภาคเหนือของประเทศไทย

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมทรัพยากรน้ำจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดน่าน

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนสำหรับโครงการบริหารจัดการน้ำ 4 โครงการในภาคเหนือของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 9 ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 4 โครงการที่เสนอในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดน่าน โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในพื้นที่ภาคเหนือเหล่านี้ การประชุมดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงน้ำ การชลประทาน และระบบการจัดการน้ำท่วมในท้องถิ่นในอนาคต การเข้าร่วมในเวทีเหล่านี้เป็นกระบวนการทางปกครองตามปกติเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นหรือข้อกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาที่นำโดยภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและชีวิตประจำวันของพวกเขา

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดทางเทคนิคเฉพาะของทั้ง 4 โครงการ เช่น กำหนดการก่อสร้าง สถานที่ที่แน่ชัด หรือวงเงินงบประมาณรวม ยังไม่มีการสรุปหรือเปิดเผยต่อสาธารณะนอกเหนือจากการประกาศกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมทรัพยากรน้ำต่อไปเพื่อทำความเข้าใจว่าข้อเสนอดังกล่าวจะพัฒนาไปสู่แผนการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมอย่างไร เนื่องจากเป็นการรับฟังความคิดเห็นในขั้นตอนเบื้องต้น ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคจึงยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่รัฐบาลดำเนินการพิจารณาความคิดเห็นที่รวบรวมได้จากการประชุมเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:45 UTC

กรมที่ดินเปิดตัวโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในสำนักงานที่ดิน 100 แห่งทั่วประเทศ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมที่ดินเปิดตัวโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในสำนักงานที่ดิน 100 แห่งทั่วประเทศ

กรมที่ดินร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาสำนักงาน 100 แห่ง เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมที่ดินเปิดตัวโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในสำนักงานที่ดิน 100 แห่งทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กรมที่ดินเปิดตัวโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในสำนักงานที่ดิน 100 แห่งทั่วประเทศ

กรมที่ดินร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาสำนักงาน 100 แห่ง เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กรมที่ดินได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่อดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ตามรายงานของ Khaosod Online โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะติดตั้งระบบดังกล่าวในสำนักงานที่ดินจำนวน 100 แห่งทั่วประเทศ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนาม โดยเน้นย้ำว่าโครงการนี้สอดคล้องกับนโยบาย “ACTION 5 PLUS” ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับบริการสาธารณะควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภาครัฐและปรับปรุงการบริหารจัดการสำนักงานที่ดินให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่โครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่ยั่งยืนมากขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันโครงการจะมุ่งเน้นไปที่อาคารสำนักงาน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามระดับชาติในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าของกระบวนการติดตั้งในพื้นที่ทั้ง 100 แห่ง และดูว่าจะมีมาตรการประหยัดพลังงานเพิ่มเติมในภาคส่วนบริการสาธารณะอื่นๆ หรือไม่ โครงการนี้ถือเป็นโครงการนำร่องในการเปลี่ยนผ่านหน่วยงานภาครัฐไปสู่การเป็น “Green Government” อย่างเต็มรูปแบบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:43 UTC

ครม. ไฟเขียวโครงการ “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน”
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. ไฟเขียวโครงการ “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน”

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติให้การเคหะแห่งชาติเดินหน้าโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. ไฟเขียวโครงการ “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน”

แหล่งข่าวเดียว
ครม. ไฟเขียวโครงการ “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน”

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติให้การเคหะแห่งชาติเดินหน้าโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติข้อเสนอจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อย่างเป็นทางการ โดยมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ดำเนินโครงการ “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” ตามรายงานจาก Thai Post โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF)

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย โครงการนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายภาครัฐไปสู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนและมาตรฐานการอยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงาน การนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้ในที่อยู่อาศัยของรัฐมีเป้าหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคในระยะยาวและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้การเคหะแห่งชาติดำเนินการได้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับกรอบเวลาการก่อสร้าง สถานที่ตั้งโครงการ และเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าอยู่อาศัย ในขณะที่โครงการดำเนินไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะรอติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณและกำหนดการเปิดให้เข้าอยู่อาศัยในระยะแรก ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในภาคที่อยู่อาศัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:30 UTC

ข้อพิพาทเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport

เจ้าหน้าที่รัฐได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ TH-AI Passport โดยกล่าวหาว่าอาจมีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนการดำเนินงาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport

เจ้าหน้าที่รัฐได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ TH-AI Passport โดยกล่าวหาว่าอาจมีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนการดำเนินงาน

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งชื่อ 'การดี' ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport โดยประเด็นสำคัญของการกล่าวหาเกี่ยวข้องกับกระบวนการร่างและอนุมัติร่างขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการ การดีอ้างว่าหน่วยงานดังกล่าวได้ร่าง TOR และอนุมัติกันเองภายใน ซึ่งอาจเป็นการละเมิดกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและข้อตกลงคุณธรรมที่มีอยู่

ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของโครงการ TH-AI Passport โดยมีการเรียกร้องให้โครงการเป็นโมฆะเนื่องจากข้อผิดพลาดทางขั้นตอนที่ถูกกล่าวอ้าง สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางบริหารที่อาจเกิดขึ้นกับบริการภาครัฐแบบดิจิทัล แม้ว่าโครงการจะมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการระบุตัวตนให้ทันสมัย แต่ข้อพิพาทในปัจจุบันบ่งชี้ว่ากำหนดการดำเนินงานและสถานะทางกฎหมายของแพลตฟอร์มยังคงมีความไม่แน่นอน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่รายเดียวเท่านั้น ส่วนการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและผลของการตรวจสอบแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าโครงการจะดำเนินต่อไปตามแผนหรือจะถูกระงับเนื่องจากความท้าทายทางกฎหมายเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:41 UTC

เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินอดีต ส.ส. 'อิ่ม' พบมีมูลค่ารวม 45 ล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินอดีต ส.ส. 'อิ่ม' พบมีมูลค่ารวม 45 ล้านบาท

มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 'อิ่ม' โดยระบุว่ามีทรัพย์สินรวมมูลค่า 45 ล้านบาท รวมถึงอาวุธปืนและเครื่องรางของขลังที่มีมูลค่าสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินอดีต ส.ส. 'อิ่ม' พบมีมูลค่ารวม 45 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินอดีต ส.ส. 'อิ่ม' พบมีมูลค่ารวม 45 ล้านบาท

มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 'อิ่ม' โดยระบุว่ามีทรัพย์สินรวมมูลค่า 45 ล้านบาท รวมถึงอาวุธปืนและเครื่องรางของขลังที่มีมูลค่าสูง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ได้มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่รู้จักกันในชื่อ 'อิ่ม' โดยในบัญชีทรัพย์สินระบุว่ามีมูลค่ารวมประมาณ 45 ล้านบาท

รายการทรัพย์สินที่สำคัญที่ระบุไว้ในบัญชี ได้แก่ อาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก และเขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน ซึ่งมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 1 ล้านบาท การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดด้านความโปร่งใสสำหรับบุคคลทางการเมืองในประเทศไทย เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงสถานะทางการเงินและทรัพย์สินของผู้แทนของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย รายงานเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัวและสถานะทางการเงินของเจ้าหน้าที่รัฐ การทำความเข้าใจโปรไฟล์ทรัพย์สินของบุคคลทางการเมืองอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและมาตรฐานการกำกับดูแลของประเทศ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะถูกรายงานโดยสื่อหลัก แต่บริบทที่ครบถ้วนของทรัพย์สินเหล่านี้และการได้มาซึ่งทรัพย์สินยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสาธารณชน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินเหล่านี้หรือการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินยังไม่มีการยืนยันในขณะนี้ ผู้อ่านควรติดตามช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:21 UTC

ค้านจัดตั้งกองทุนส่งเสริมท่องเที่ยวจากค่าเหยียบแผ่นดิน 1.4 หมื่นล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ค้านจัดตั้งกองทุนส่งเสริมท่องเที่ยวจากค่าเหยียบแผ่นดิน 1.4 หมื่นล้านบาท

รองประธานคณะกรรมาธิการการเงินการคลังของไทยแสดงความคัดค้านแผนรัฐบาลในการนำเงินค่าเหยียบแผ่นดิน 1.4 หมื่นล้านบาทเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านวินัยการคลัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ค้านจัดตั้งกองทุนส่งเสริมท่องเที่ยวจากค่าเหยียบแผ่นดิน 1.4 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ค้านจัดตั้งกองทุนส่งเสริมท่องเที่ยวจากค่าเหยียบแผ่นดิน 1.4 หมื่นล้านบาท

รองประธานคณะกรรมาธิการการเงินการคลังของไทยแสดงความคัดค้านแผนรัฐบาลในการนำเงินค่าเหยียบแผ่นดิน 1.4 หมื่นล้านบาทเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านวินัยการคลัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 นายอนุสรณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันจัดอันดับ และการเงินการคลังของสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาคัดค้านข้อเสนอของรัฐบาลในการจัดเก็บและบริหารจัดการกองทุนค่าเหยียบแผ่นดินจำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านวินัยการคลังและโอกาสที่จะเกิดการรั่วไหลทางการเงินในกองทุนขนาดใหญ่ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากรายได้ด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย แม้ว่าประเด็นค่าเหยียบแผ่นดินจะมีการหารือกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่การคัดค้านนี้ชี้ให้เห็นว่ากลไกการบริหารจัดการเงินดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งภายในฝ่ายนิติบัญญัติ

ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามข้อเสนอเดิม ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารกองทุน หรือชะลอการจัดเก็บค่าธรรมเนียมออกไปก่อนหรือไม่ ปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวกำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากคณะกรรมาธิการของสภาฯ ที่มีหน้าที่ดูแลความโปร่งใสทางการเงินของประเทศ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างค่าธรรมเนียมหรือกรอบกฎหมายที่กำกับดูแลกองทุนท่องเที่ยวที่นำเสนอนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:21 UTC

กกต. ยกคำร้อง 108 ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 ในกรุงเทพฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ยกคำร้อง 108 ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 ในกรุงเทพฯ

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำร้องข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้งต่อผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 จำนวน 108 คนในกรุงเทพมหานคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ยกคำร้อง 108 ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 ในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ยกคำร้อง 108 ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 ในกรุงเทพฯ

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำร้องข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้งต่อผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 จำนวน 108 คนในกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำร้องที่ยื่นฟ้องผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มที่ 9 จำนวน 108 คนในกรุงเทพมหานคร โดยมติดังกล่าวได้ข้อสรุปในการประชุมเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นการยุติข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก สว. ระดับจังหวัดที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2567

ข้อร้องเรียนดังกล่าวเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่าผู้สมัครเหล่านี้มีพฤติกรรมไม่สุจริต โดยเฉพาะการไม่ลงคะแนนเสียงให้ตนเองในระหว่างกระบวนการคัดเลือก ผู้คัดค้านให้เหตุผลว่าจำนวนผู้สมัครที่ได้รับคะแนน 0 คะแนนเป็นจำนวนมากนั้นบ่งชี้ถึงความพยายามร่วมกันในการบิดเบือนผลการเลือกตั้ง ซึ่งอาจเป็นการละเมิดกฎหมายเลือกตั้งว่าด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม อย่างไรก็ตาม กกต. ได้สรุปว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการละเมิดกฎหมาย

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามการเมืองไทย คำวินิจฉัยนี้ถือเป็นการปิดฉากข้อพิพาทเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก สว. ปี 2567 แม้ว่าประเด็นทางกฎหมายจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อความน่าเชื่อถือของระบบการคัดเลือก สว. ยังคงเป็นหัวข้อที่สาธารณชนให้ความสนใจ ทั้งนี้ ไม่มีการคาดการณ์ว่าจะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมจาก กกต. ต่อผู้สมัครทั้ง 108 คนนี้ เนื่องจากเป็นคำวินิจฉัยทางปกครองที่เป็นที่สิ้นสุดแล้ว ทางหน่วยงานเลือกตั้งจึงถือว่าเรื่องนี้ยุติลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:24 UTC

สหรัฐฯ ย้ำจุดยืนปกป้องพันธมิตรก่อนการประชุมครั้งสำคัญที่วอชิงตัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ ย้ำจุดยืนปกป้องพันธมิตรก่อนการประชุมครั้งสำคัญที่วอชิงตัน

สหรัฐอเมริกาย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหารือที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สหรัฐฯ ย้ำจุดยืนปกป้องพันธมิตรก่อนการประชุมครั้งสำคัญที่วอชิงตัน

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ ย้ำจุดยืนปกป้องพันธมิตรก่อนการประชุมครั้งสำคัญที่วอชิงตัน

สหรัฐอเมริกาย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหารือที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่นครนิวยอร์ก เพื่อออกแถลงการณ์ร่วมกันโดยให้คำมั่นว่าจะยืนหยัดต่อต้านการบีบบังคับทางเศรษฐกิจและนโยบายที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด แถลงการณ์ดังกล่าวย้ำถึงพันธสัญญาอันมั่นคงของสหรัฐฯ ในการปกป้องพันธมิตรโดยได้รับการสนับสนุนจากแสนยานุภาพทางทหารและนิวเคลียร์

ความเคลื่อนไหวทางการทูตนี้เกิดขึ้นก่อนการประชุมที่ทั่วโลกจับตามองระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 กันยายน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าพันธมิตรในภูมิภาคมีความกังวลว่านายทรัมป์อาจใช้ประเด็นไต้หวันและการค้าเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากจีน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์สูง แม้ว่าสหรัฐฯ จะแสดงจุดยืนที่ชัดเจน แต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการค้าหรือความสัมพันธ์ทางการทูตยังคงเป็นประเด็นที่ไม่มีความแน่นอน ผู้นำญี่ปุ่นและเกาหลีใต้คาดว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมกับนายทรัมป์ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่นิวยอร์ก ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าการประชุมระดับสูงเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญหรือคงสถานะเดิมไว้ ในขณะที่ประชาคมโลกกำลังจับตาดูการประชุมที่วอชิงตันอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:24 UTC

พรรคภูมิใจไทยแจงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจ่อร่วมรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคภูมิใจไทยแจงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจ่อร่วมรัฐบาล

โฆษกพรรคภูมิใจไทยปฏิเสธว่ายังไม่มีการหารือเรื่องการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลในขณะนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคภูมิใจไทยแจงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจ่อร่วมรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
พรรคภูมิใจไทยแจงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจ่อร่วมรัฐบาล

โฆษกพรรคภูมิใจไทยปฏิเสธว่ายังไม่มีการหารือเรื่องการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลในขณะนี้

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ชี้แจงถึงกระแสข่าวเรื่องความเป็นไปได้ในการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล โดยระบุว่าภายหลังการประชุม สส. ประจำสัปดาห์ ไม่มีการพูดคุยเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม และพรรคยังคงมุ่งเน้นการทำงานภายใต้โครงสร้างรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก

น.ส.แนน ย้ำว่ากระแสข่าวดังกล่าวดูเหมือนจะมาจากการวิเคราะห์ของสื่อมวลชนมากกว่าการเจรจาทางการเมืองอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าสถานการณ์ภายในของฝ่ายค้านเกี่ยวกับสถานะของพรรคกล้าธรรมเป็นเรื่องที่วิปฝ่ายค้านต้องเป็นผู้ตอบ แม้จะยืนยันว่าพรรคไม่ได้ปิดกั้นการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใด เนื่องจากทุกพรรคต้องประสานงานกันในวาระการประชุมสภาฯ แต่เธอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีแผนการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ คำชี้แจงนี้ช่วยสร้างความชัดเจนให้กับทิศทางการเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่ารัฐบาลยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายค้านจะมีการปรับโครงสร้างอย่างไรหลังจากมีรายงานความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรม และจะมีการเชิญชวนอย่างเป็นทางการเพื่อขยายแนวร่วมรัฐบาลในการประชุมสภาฯ ครั้งต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:24 UTC