ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง รถไฟฟ้าสายสีแดงประสบปัญหาขัดข้องทางระบบจ่ายไฟ ✦
การเมือง รมว.มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักกระทบ 21 จังหวัด; กรุงเทพฯ เผชิญฝนตกต่อเนื่อง ✦
กีฬา เวฟ วีรพล เปิดใจหลังจบการแข่งขันยกน้ำหนัก ยอมรับคู่แข่งแกร่ง ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมเขตดินแดง ✦
ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบฉุกเฉินช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต ✦
ความปลอดภัย ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษติดเรือยอร์ชกลางทะเลสัตหีบ ✦
ความปลอดภัย รัฐมนตรีศุภมาสติดตามสถานการณ์น้ำท่วมรังสิต ✦
การขนส่ง

รถไฟฟ้าสายสีแดงประสบปัญหาขัดข้องทางระบบจ่ายไฟ

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีแดงประสบปัญหาขัดข้องทางระบบจ่ายไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟฟท.) กำลังเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟที่ขัดข้องบนรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ภายในคืนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟฟท.) กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดข้องของระบบจ่ายไฟที่ส่งผลกระทบต่อการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ความขัดข้องทางเทคนิคนี้ส่งผลให้ต้องมีการระงับการให้บริการชั่วคราว โดยทางผู้ให้บริการได้ประสานงานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อจัดรถโดยสารรับส่งสำหรับผู้โดยสารที่ตกค้าง

สำหรับประชาชนและผู้เดินทางที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงในการเดินทางประจำวัน เหตุการณ์นี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ รฟฟท. ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาทางเทคนิคและกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติภายในคืนนี้ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก รฟฟท. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ก่อนวางแผนการเดินทาง

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของความขัดข้องในระบบจ่ายไฟยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แม้ว่าผู้ให้บริการจะคาดการณ์ว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติในคืนนี้ แต่ผู้โดยสารควรเตรียมพร้อมรับมือกับการปรับเปลี่ยนตารางเวลาหรือข้อจำกัดในการให้บริการที่อาจเกิดขึ้น จนกว่าจะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเสถียรของระบบ ผู้เดินทางควรพิจารณาเส้นทางสำรองหรือใช้บริการรถรับส่งที่จัดเตรียมไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 14:00 UTC

การเมือง

รมว.มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

แหล่งข่าวเดียว
รมว.มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ในพื้นที่แม้ระดับน้ำจะลดลง พร้อมอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมเพื่อรับมือสถานการณ์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดประจำอยู่ในพื้นที่ของตน แม้จะมีรายงานว่าระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลงแล้ว แต่รัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ห้ามประมาทและต้องรักษาความพร้อมในระดับสูงเพื่อรับมือกับผลกระทบต่อเนื่องหรือความเสี่ยงที่อาจหลงเหลืออยู่

เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว รัฐบาลได้อนุมัติการเพิ่มงบประมาณฉุกเฉินสำหรับจังหวัดต่างๆ โดยเงินทุนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบสนองในระดับท้องถิ่นและอำนวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลยังได้ประกาศจัดตั้งศูนย์แถลงข่าวเฉพาะกิจเพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใส

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้บ่งชี้ว่าแม้จุดสูงสุดของสถานการณ์น้ำท่วมอาจผ่านพ้นไปแล้วในบางพื้นที่ แต่รัฐบาลยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นหรือเส้นทางการเดินทางอาจยังคงอยู่ระหว่างการฟื้นฟูหรือได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามาตรการฉุกเฉินที่เข้มงวดนี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด และจังหวัดใดบ้างที่จะได้รับงบประมาณเพิ่มเติมเป็นลำดับต้นๆ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยและการเข้าถึงจุดหมายปลายทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 14:00 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักกระทบ 21 จังหวัด; กรุงเทพฯ เผชิญฝนตกต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบ 21 จังหวัด; กรุงเทพฯ เผชิญฝนตกต่อเนื่อง

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 21 จังหวัดของไทย โดยกรุงเทพฯ เผชิญกับฝนตกต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อ 21 จังหวัด สถานการณ์มีความท้าทายอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งฝนที่ตกต่อเนื่องตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างและรบกวนการจราจรบนท้องถนนอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน ถนนหลายสายในเมืองหลวงยังคงมีน้ำท่วมขัง ทำให้การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบากและอาจเป็นอันตราย เจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีฝนตกหนักเพิ่มเติมในวันที่ 27 กันยายน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันรุนแรงขึ้น

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมขังในพื้นที่และการจราจรติดขัด แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหรือวางแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาล ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมและเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้น เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์สภาพอากาศที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 14:01 UTC

กีฬา

เวฟ วีรพล เปิดใจหลังจบการแข่งขันยกน้ำหนัก ยอมรับคู่แข่งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
เวฟ วีรพล เปิดใจหลังจบการแข่งขันยกน้ำหนัก ยอมรับคู่แข่งแกร่ง

เวฟ วีรพล วิชุมา นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงผลงานการแข่งขันล่าสุด โดยยอมรับในความแข็งแกร่งของคู่แข่งหลังจากพลาดในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก

เวฟ วีรพล วิชุมา นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงผลงานการแข่งขันล่าสุดของเขา โดยจากรายงานของมติชนออนไลน์ นักกีฬายอมรับถึงระดับความสามารถที่สูงของคู่แข่งในการแข่งขันครั้งนี้

วีรพลได้กล่าวถึงความผิดพลาดทางเทคนิคในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ซึ่งส่งผลต่ออันดับคะแนนรวมของเขา อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้วตลอดการแข่งขัน

สำหรับผู้ที่สนใจในวงการกีฬาไทย ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันยกน้ำหนักระดับนานาชาติและความท้าทายที่นักกีฬาระดับแนวหน้าต้องเผชิญในเวทีโลก แม้ว่าวีรพลจะออกมาพูดถึงผลการแข่งขันในครั้งนี้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการเข้าร่วมการแข่งขันในรายการถัดไปนั้นยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาชาวไทยยังคงติดตามความคืบหน้าของเขาอย่างต่อเนื่องในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวสำหรับความท้าทายในอนาคต รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจากมติชนออนไลน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 14:01 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม

ทางการกรุงเทพฯ ประกาศปิดโรงเรียนและกำหนดนโยบายทำงานจากที่บ้านสำหรับเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ขณะที่เมืองหลวงกำลังรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในเมือง แม้ว่าผู้ว่าฯ จะระบุว่าระดับน้ำเริ่มทรงตัวและอาจเริ่มลดลงภายในเย็นวันเสาร์หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม แต่ทางเมืองยังคงดำเนินมาตรการป้องกันไว้ก่อน

เพื่อจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สั่งปิดโรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้งหมดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ พนักงาน กทม. ที่หน้าที่การงานไม่จำเป็นต้องเข้าปฏิบัติงานในสถานที่จริง ได้รับคำสั่งให้ทำงานจากที่บ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสัญจรบนถนนที่มีน้ำท่วมขัง แม้ว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะเริ่มทรงตัว แต่ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงสุดสัปดาห์เป็นสำคัญ ยังคงต้องยืนยันว่าโรงเรียนเอกชนหรือหน่วยงานสาธารณะอื่นๆ จะดำเนินการปิดทำการในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาที่นี่ ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมเขตดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมเขตดินแดง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่เขตดินแดงที่ประสบอุทกภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เพื่อกำกับดูแลการระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตดินแดง หลังจากมีฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ได้สวมรองเท้าบูตลุยน้ำเพื่อตรวจสอบสภาพถนนและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่เทศบาลในการเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ในระหว่างการลงพื้นที่ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้แสดงความกังวลต่อสภาพอากาศที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยกล่าวติดตลกขอให้ฝนหยุดตก พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการกำกับดูแลการระบายน้ำ โดยระบุว่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่จนกว่าระดับน้ำจะลดลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายจากฝนตกหนักตามฤดูกาลในกรุงเทพฯ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบางจุด การจราจรติดขัด และความล่าช้าในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ผู้ที่อยู่ในเขตดินแดงหรือมีแผนเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนนและความคืบหน้าในการระบายน้ำ แม้ว่าผู้ว่าฯ จะยืนยันที่จะกำกับดูแลการแก้ไขปัญหาในทันที แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของมาตรการระบายน้ำในปัจจุบันในการป้องกันน้ำท่วมจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในอนาคตนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:40 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบฉุกเฉินช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบฉุกเฉินช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย

กระทรวงศึกษาธิการประกาศจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉินแก่โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยจัดสรรงบประมาณเขตละ 350,000 บาท เพื่อใช้ในการฟื้นฟูเบื้องต้น

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการตามข้อห่วงใยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ความสำคัญกับการเร่งช่วยเหลือโรงเรียนที่กำลังประสบปัญหาความเสียหายจากอุทกภัย

เพื่อเป็นการสนับสนุนการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน กระทรวงฯ ได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณเบื้องต้นจำนวน 350,000 บาทต่อเขตพื้นที่การศึกษา โดยงบประมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมเร่งด่วนและการฟื้นฟูสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เพื่อให้สภาพแวดล้อมในการเรียนการสอนกลับมามีความมั่นคงโดยเร็วที่สุด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบต่อเนื่องของอุทกภัยตามฤดูกาลที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรตระหนักว่าการดำเนินงานของโรงเรียนและบริการในท้องถิ่นอาจมีการปิดทำการชั่วคราวหรือมีการปรับเปลี่ยนด้านโลจิสติกส์

ในขณะนี้ รายชื่อเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับผลกระทบโดยละเอียดและกรอบเวลาสำหรับการฟื้นฟูโรงเรียนให้กลับสู่สภาพปกติยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตของการฟื้นฟูเมื่อการประเมินความเสียหายมีความคืบหน้า ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานระดับจังหวัดเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเข้าถึงและความปลอดภัยของโรงเรียนในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:35 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ประกาศให้ 90 ชุมชนในเขตเทศบาลนครรังสิตเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ประกาศให้ 90 ชุมชนภายในเขตเทศบาลนครรังสิตเป็น 'เขตภัยพิบัติฉุกเฉิน' อย่างเป็นทางการ การดำเนินการทางปกครองนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากภาครัฐอย่างเร่งด่วนและการจัดสรรทรัพยากรเพื่อจัดการกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ การประกาศดังกล่าวบ่งชี้ว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังให้ความสำคัญกับความพยายามในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่รังสิตหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำท่วมอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน และสุขภาพของประชาชน ขอแนะนำให้ติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและความสามารถในการระบายน้ำ

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกในการระดมความช่วยเหลือและสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่คาดว่าน้ำจะลดลงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบกับผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการในเขตปทุมธานีก่อนที่จะสรุปแผนการเดินทางใดๆ ทั้งนี้ SawaLife จะยังคงติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:40 UTC

ความปลอดภัย

ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษติดเรือยอร์ชกลางทะเลสัตหีบ

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษติดเรือยอร์ชกลางทะเลสัตหีบ

ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือชายชาวอังกฤษที่ติดอยู่บนเรือยอร์ชกลางทะเลนอกชายฝั่งบางเสร่ หลังเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างกะทันหัน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ชายชาวอังกฤษรายหนึ่งได้รับการช่วยเหลือจากกลางทะเลนอกชายฝั่งบางเสร่ อำเภอสัตหีบ หลังจากสภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน โดยรายงานระบุว่าชายคนดังกล่าวได้พายเซิร์ฟบอร์ดออกไปเพื่อตรวจสอบเรือยอร์ชที่จอดทอดสมออยู่ในอ่าว ก่อนที่จะมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงพัดเข้าสู่พื้นที่

เนื่องจากทัศนวิสัยที่ลดลงและสภาพคลื่นลมในทะเลกลายเป็นอันตราย ชายคนดังกล่าวจึงไม่สามารถพายเรือกลับเข้าฝั่งได้และติดอยู่บนเรือยอร์ช ทีมกู้ภัยในพื้นที่จึงได้เร่งเข้าช่วยเหลือโดยฝ่าคลื่นลมแรงเพื่อไปถึงตัวเรือและนำตัวชายคนดังกล่าวกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่ง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสภาพอากาศในอ่าวไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมหรือช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล แม้แต่ผู้ที่มีประสบการณ์ก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้เมื่อพายุฉับพลันทำให้ทัศนวิสัยลดลงและเกิดกระแสน้ำที่อันตราย จึงขอแนะนำให้ติดตามรายงานพยากรณ์อากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดก่อนทำกิจกรรมทางน้ำ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของเรือยอร์ชและการตรวจสอบเหตุการณ์เพิ่มเติมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:41 UTC

ความปลอดภัย

รัฐมนตรีศุภมาสติดตามสถานการณ์น้ำท่วมรังสิต

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีศุภมาสติดตามสถานการณ์น้ำท่วมรังสิต

ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มอบหมายตัวแทนลงพื้นที่ตรวจสอบการระบายน้ำในเขตพื้นที่รังสิต

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่รังสิต จังหวัดปทุมธานี เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ลงพื้นที่บริเวณสะพานแดงเพื่อติดตามการปฏิบัติงานระบายน้ำด้วยตนเอง พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในท้องถิ่นและกิจกรรมประจำวันเนื่องจากมีน้ำท่วมขัง แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการจัดการระบบระบายน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือพักอาศัยในพื้นที่รังสิตควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและการปิดเส้นทางที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการดำเนินการระบายน้ำจะใช้เวลานานเท่าใดจึงจะกลับสู่สภาวะปกติ และจะมีพื้นที่อื่นในจังหวัดปทุมธานีที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ประชาชนควรปฏิบัติตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐในพื้นที่เกี่ยวกับข้อควรระวังด้านความปลอดภัยและคำแนะนำในการเดินทาง โดย SawaLife จะยังคงติดตามสถานการณ์ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:40 UTC

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้หน่วยงานทั่วไทยประดับธงชาติไทยตลอดเดือนกันยายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้หน่วยงานทั่วไทยประดับธงชาติไทยตลอดเดือนกันยายน

กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้หน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศประดับธงชาติไทยตลอดเดือนกันยายน เพื่อรำลึกถึงวันพระราชทานธงชาติไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้หน่วยงานทั่วไทยประดับธงชาติไทยตลอดเดือนกันยายน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้หน่วยงานทั่วไทยประดับธงชาติไทยตลอดเดือนกันยายน

กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้หน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศประดับธงชาติไทยตลอดเดือนกันยายน เพื่อรำลึกถึงวันพระราชทานธงชาติไทย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยมีคำสั่งให้ประดับธงชาติไทย ณ ที่ตั้งหน่วยงานตลอดเดือนกันยายนนี้

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 28 กันยายนของทุกปี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าโครงการนี้ดำเนินการร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ผู้พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทยในปี พ.ศ. 2460

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้หมายความว่าอาคารสถานที่ราชการและพื้นที่สาธารณะจะมีการประดับธงชาติไทยตลอดทั้งเดือน แม้ว่าจะเป็นการปฏิบัติภารกิจตามปกติ แต่ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวอาจสังเกตเห็นการประดับธงที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ โปรดทราบว่าคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น ไม่ได้มีข้อกำหนดบังคับให้ภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไปต้องปฏิบัติตาม สำหรับกิจกรรมเฉลิมฉลองเฉพาะในวันที่ 28 กันยายนนั้น ยังคงต้องรอการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางจังหวัดแต่ละแห่งต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:16 UTC

โมเดล ‘ท่ามะนาว’: ต้นแบบชุมชนพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โมเดล ‘ท่ามะนาว’: ต้นแบบชุมชนพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

กระทรวงพลังงานไทยยกย่องชุมชนท่ามะนาว จ.ลพบุรี เป็นต้นแบบความสำเร็จในการบูรณาการพลังงานสะอาด โดยใช้ก๊าซชีวภาพและพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โมเดล ‘ท่ามะนาว’: ต้นแบบชุมชนพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

แหล่งข่าวเดียว
โมเดล ‘ท่ามะนาว’: ต้นแบบชุมชนพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

กระทรวงพลังงานไทยยกย่องชุมชนท่ามะนาว จ.ลพบุรี เป็นต้นแบบความสำเร็จในการบูรณาการพลังงานสะอาด โดยใช้ก๊าซชีวภาพและพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Khaosod Online กระทรวงพลังงานได้นำเสนอ 'โมเดลท่ามะนาว' ในจังหวัดลพบุรีให้เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการบริหารจัดการพลังงานสะอาดโดยชุมชน โดยชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอชัยบาดาลและได้พัฒนาระบบพลังงานที่ยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2552

หัวใจสำคัญของโครงการคือระบบผลิตก๊าซชีวภาพที่เปลี่ยนมูลสัตว์จากฟาร์มสุกรให้เป็นพลังงานทดแทน ก๊าซดังกล่าวถูกส่งผ่านระบบท่อส่งก๊าซระยะทางรวมกว่า 23 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันสามารถจ่ายให้กับครัวเรือนได้ถึง 480 ครัวเรือนใน 8 หมู่บ้าน โครงการนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนและลดมลพิษทางอากาศจากมูลสัตว์ นอกจากนี้ ชุมชนยังได้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเกษตร ซึ่งเป็นการส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในการจัดการทรัพยากร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โมเดลนี้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ชนบทสามารถบรรลุความมั่นคงทางพลังงานและยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการจัดการขยะและทรัพยากรแบบบูรณาการ โครงการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตพลังงานแบบกระจายศูนย์ ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายการพัฒนาชนบทในอนาคตของประเทศไทย แม้ว่ากระทรวงพลังงานจะยืนยันถึงความสำเร็จของโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโมเดลนี้จะถูกขยายผลไปยังภูมิภาคอื่นอย่างไร หรือจะต้องมีการอุดหนุนจากภาครัฐเพิ่มเติมเพื่อรักษาต้นทุนการดำเนินงานระยะยาวของระบบท่อส่งก๊าซหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:56 UTC

‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ ยอมรับความผิดพลาดทางการเมืองในวาระครบรอบ 1 ปี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ ยอมรับความผิดพลาดทางการเมืองในวาระครบรอบ 1 ปี

พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยอมรับความผิดพลาดในการลงมติเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล ในอดีต พร้อมเน้นย้ำความมุ่งมั่นของพรรคในการแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ ยอมรับความผิดพลาดทางการเมืองในวาระครบรอบ 1 ปี

แหล่งข่าวเดียว
‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ ยอมรับความผิดพลาดทางการเมืองในวาระครบรอบ 1 ปี

พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยอมรับความผิดพลาดในการลงมติเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล ในอดีต พร้อมเน้นย้ำความมุ่งมั่นของพรรคในการแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงวาระครบรอบ 1 ปีของการตัดสินใจทางการเมืองที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยนายพริษฐ์กล่าวที่อาคารอนาคตใหม่ว่า พรรคยอมรับว่าการตัดสินใจในครั้งนั้นเป็นความผิดพลาด และประชาชนได้แสดงความไม่เห็นด้วยผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาแล้ว เขาระบุว่าพรรคมีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาและผลกระทบเชิงลบที่ตามมาในช่วงเวลาที่เหลืออีก 3 ปีของวาระการทำงาน

ในการตอบโต้คำวิจารณ์จากนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ที่ระบุว่าบันทึกความเข้าใจ (MOA) ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยนั้นมีข้อบกพร่อง นายพริษฐ์ยืนยันว่าพรรคกำลังมุ่งเน้นไปที่การเดินหน้าทำงานต่อไป นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคไม่ได้ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยอ้างถึงการอภิปรายในสภาที่นำโดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ซึ่งเป็นหลักฐานถึงความพยายามในการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการทบทวนภายในของพรรคฝ่ายค้านในประเทศไทยขณะปฏิบัติหน้าที่ทางนิติบัญญัติ แม้พรรคจะยอมรับความผิดพลาดในอดีตอย่างเปิดเผย แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่พรรคยังคงดำเนินภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:37 UTC

พนิดาแจงปมตั้งสมชัย ยืนยันทำถูกต้อง ไม่หวั่นถูกร้องเรียน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พนิดาแจงปมตั้งสมชัย ยืนยันทำถูกต้อง ไม่หวั่นถูกร้องเรียน

พนิดา นักการเมืองไทย ชี้แจงกรณีการแต่งตั้งสมชัย โดยยืนยันว่าทำตามระเบียบและไม่กังวลต่อการถูกฟ้องร้อง พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการเผชิญหน้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พนิดาแจงปมตั้งสมชัย ยืนยันทำถูกต้อง ไม่หวั่นถูกร้องเรียน

แหล่งข่าวเดียว
พนิดาแจงปมตั้งสมชัย ยืนยันทำถูกต้อง ไม่หวั่นถูกร้องเรียน

พนิดา นักการเมืองไทย ชี้แจงกรณีการแต่งตั้งสมชัย โดยยืนยันว่าทำตามระเบียบและไม่กังวลต่อการถูกฟ้องร้อง พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการเผชิญหน้า

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า พนิดา นักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์และประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการตัดสินใจแต่งตั้งสมชัยให้ดำรงตำแหน่งหนึ่ง การแต่งตั้งดังกล่าวได้ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งจนนำไปสู่การที่อดีตทนายความได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ

ในคำชี้แจงของเธอ พนิดายืนยันว่ากระบวนการแต่งตั้งทั้งหมดได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับที่มีอยู่ เธอแสดงความไม่กังวลต่อความท้าทายทางกฎหมายที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าเธอต้องการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองและงานบริหารผ่านการพูดคุยมากกว่าการใช้กระบวนการทางศาล เธอระบุว่าไม่ต้องการเห็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการห้ำหั่นหรือเผชิญหน้ากัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ และการใช้การร้องเรียนทางกฎหมายเป็นกลไกในการคัดค้านการตัดสินใจทางบริหาร แม้ว่าการแต่งตั้งนี้จะยังคงเป็นประเด็นถกเถียง แต่ประเด็นสำคัญคือท่าทีของฝ่ายบริหารปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงทางกฎหมาย

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือหน่วยงานทางกฎหมายจะดำเนินการอย่างไรกับคำร้องของอดีตทนายความ และเรื่องนี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือจะถูกยกคำร้องไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าฝ่ายตรงข้ามจะดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ หรือความขัดแย้งจะคลี่คลายลงหลังจากที่พนิดาได้ออกมาให้ความกระจ่างต่อสาธารณะแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:16 UTC

รัฐสภาเตรียมพิจารณารายงาน กกต. ในวันที่ 10 กันยายนนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาเตรียมพิจารณารายงาน กกต. ในวันที่ 10 กันยายนนี้

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน แสดงเจตจำนงที่จะตรวจสอบรายงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการประชุมสภาที่จะถึงนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาเตรียมพิจารณารายงาน กกต. ในวันที่ 10 กันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาเตรียมพิจารณารายงาน กกต. ในวันที่ 10 กันยายนนี้

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน แสดงเจตจำนงที่จะตรวจสอบรายงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการประชุมสภาที่จะถึงนี้

ในวันที่ 10 กันยายนนี้ รัฐสภาไทยมีกำหนดการพิจารณารายงานฉบับล่าสุดที่เสนอโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความตั้งใจที่จะตรวจสอบเอกสารดังกล่าวอย่างละเอียดในระหว่างการประชุม

นายพริษฐ์ได้กล่าวต่อสาธารณะว่าหวังว่าการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่รายงานของ กกต. และไม่มีสมาชิกคนใดพยายามยื่นญัตติแทรกแซงหรือเบี่ยงเบนประเด็นการอภิปราย การพิจารณานี้ถือเป็นวาระสำคัญของการทำงานในรัฐสภา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลหน่วยงานที่รับผิดชอบกระบวนการเลือกตั้งของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การประชุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการอภิปรายทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของสถาบันในประเทศไทย แม้ว่าการพิจารณาของรัฐสภาจะเป็นเหตุการณ์ตามขั้นตอนปกติ แต่ก็เน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของสมาชิกฝ่ายค้านในการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่าการประชุมจะดำเนินไปโดยไม่มีการขัดจังหวะหรือไม่ หรือจะมีกลุ่มการเมืองอื่นพยายามยื่นญัตติแข่งขันหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการตรวจสอบรายงานของ กกต. จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานของคณะกรรมการหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทาง แต่ผู้ที่สนใจด้านการบริหารจัดการท้องถิ่นอาจต้องการติดตามผลการอภิปรายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:16 UTC

ข้อกังวลเรื่องการโยกย้ายบุคลากรใน DSI ท่ามกลางการตรวจสอบสถานะ 229 ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเรื่องการโยกย้ายบุคลากรใน DSI ท่ามกลางการตรวจสอบสถานะ 229 ส.ว.

พนิดา มงคลสวัสดิ์ ฝ่ายค้านแสดงความกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายบุคลากรภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำลังตรวจสอบสถานะของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 229 คน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเรื่องการโยกย้ายบุคลากรใน DSI ท่ามกลางการตรวจสอบสถานะ 229 ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเรื่องการโยกย้ายบุคลากรใน DSI ท่ามกลางการตรวจสอบสถานะ 229 ส.ว.

พนิดา มงคลสวัสดิ์ ฝ่ายค้านแสดงความกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายบุคลากรภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำลังตรวจสอบสถานะของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 229 คน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 พนิดา มงคลสวัสดิ์ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายผู้บริหารและพนักงานสอบสวนภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยพนิดาระบุว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเกิดขึ้นก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับสถานะของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 229 คน

พนิดาแสดงความกังวลว่าการโยกย้ายบุคลากรเหล่านี้อาจมีจุดประสงค์เพื่อแทรกแซงการสอบสวนคดีต่างๆ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เธอเรียกร้องให้ DSI รักษาความเป็นอิสระและไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของวุฒิสภาและความเป็นกลางของหน่วยงานสอบสวนของรัฐ แม้ว่าข้อกังวลด้านการบริหารเหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของการตรวจสอบสถาบันที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการดำเนินการโยกย้ายบุคลากรภายใน DSI หรือไม่ และคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรต่อสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 229 คนดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าข้อกังวลเหล่านี้จะนำไปสู่การตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ DSI จะดำเนินการปรับเปลี่ยนบุคลากรภายในตามแผนที่วางไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 06:55 UTC

สส. ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมการ กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมการ กกต.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความสอดคล้องของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคล 229 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมการ กกต.

แหล่งข่าวเดียว
สส. ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมการ กกต.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความสอดคล้องของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคล 229 ราย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้จัดแถลงข่าวที่อาคารอนาคตใหม่เพื่อชี้ให้เห็นถึงข้อพิรุธ 4 ประการเกี่ยวกับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรายงานของ Khaosod Online นายพริษฐ์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนในการจัดตั้งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวและความละเอียดรอบคอบในกระบวนการตรวจสอบ

นายพริษฐ์ได้อธิบายถึงความไม่สอดคล้องในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคล 229 ราย โดยระบุว่าในขณะที่คณะไต่สวนชุดแรกมีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 229 คน และรองเลขาธิการ กกต. ได้พิจารณาเห็นควรสั่งฟ้องอย่างน้อย 140 คน แต่คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 กลับมีความเห็นว่าไม่ควรสั่งฟ้องแม้แต่คนเดียว นายพริษฐ์โต้แย้งว่าผลลัพธ์นี้ดูขัดแย้งกับคำวินิจฉัยเดิม และเสนอว่ากระบวนการตัดสินใจอาจได้รับอิทธิพลจากธงทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสขององค์กรอิสระในประเทศไทย แม้ว่าการอภิปรายทางการเมืองเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวหรือการจัดการเรื่องที่พักอาศัย แต่ก็สะท้อนถึงบรรยากาศโดยรวมของการกำกับดูแลสถาบันในประเทศ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเรื่องความไม่สอดคล้องของกระบวนการนี้อย่างไร และจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจของคณะอนุกรรมการชุดนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 06:56 UTC

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกำหนดการของ กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกำหนดการของ กกต.

นักการเมืองได้ออกมาเรียกร้องต่อ กกต. ฐิติเชษฐ์ ให้ดำเนินการส่งเรื่องต่อศาลภายในวันที่ 14 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกำหนดการของ กกต.

แหล่งข่าวเดียว
แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกำหนดการของ กกต.

นักการเมืองได้ออกมาเรียกร้องต่อ กกต. ฐิติเชษฐ์ ให้ดำเนินการส่งเรื่องต่อศาลภายในวันที่ 14 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 นายภัณฑิลได้ออกมาเรียกร้องต่อ กกต. ฐิติเชษฐ์ ให้หลีกเลี่ยงการประวิงเวลาในประเด็นทางกฎหมายที่ค้างคาอยู่ โดยนายภัณฑิลเน้นย้ำว่า กกต. จะต้องส่งเอกสารที่จำเป็นต่อศาลภายในวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยอ้างถึงบรรทัดฐานในอดีตเพื่อสนับสนุนความเร่งด่วนของกรอบเวลานี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องรอบหน่วยงานกำกับดูแลการเลือกตั้งของประเทศ แม้ว่ากระบวนการทางบริหารและกฎหมายดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย แต่บางครั้งอาจนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะหรือการชุมนุมในบางพื้นที่ ผู้อยู่อาศัยควรตระหนักว่าการอภิปรายทางการเมืองอาจเข้มข้นขึ้นเมื่อใกล้ถึงกำหนดการดังกล่าว

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. ฐิติเชษฐ์ จะปฏิบัติตามกำหนดการวันที่ 14 กันยายนหรือไม่ หรือจะมีการร้องขอให้เลื่อนกระบวนการออกไปอีก ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการดำเนินการทางกฎหมายนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือการเดินทาง ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการตอบสนองของ กกต. และการดำเนินการทางศาลที่อาจเกิดขึ้นต่อไป SawaLife จะยังคงติดตามความคืบหน้าเหล่านี้ตามที่รายงานโดยแหล่งข่าวสื่อที่เชื่อถือได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ชยพลเปิดประเด็นความเชื่อมโยง 'จักรวาลสีน้ำเงิน' ในคดีการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชยพลเปิดประเด็นความเชื่อมโยง 'จักรวาลสีน้ำเงิน' ในคดีการคัดเลือก สว.

ชยพลได้ออกมาพูดถึงเครือข่าย 'จักรวาลสีน้ำเงิน' ที่เชื่อมโยงกับหลักสูตร Connection 5 หลังจากศาลมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชยพลเปิดประเด็นความเชื่อมโยง 'จักรวาลสีน้ำเงิน' ในคดีการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ชยพลเปิดประเด็นความเชื่อมโยง 'จักรวาลสีน้ำเงิน' ในคดีการคัดเลือก สว.

ชยพลได้ออกมาพูดถึงเครือข่าย 'จักรวาลสีน้ำเงิน' ที่เชื่อมโยงกับหลักสูตร Connection 5 หลังจากศาลมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว.

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 ชยพลได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายที่เรียกว่า 'จักรวาลสีน้ำเงิน' โดยการอภิปรายนี้มุ่งเน้นไปที่หลักสูตรการอบรม 'Connection 5' และความเชื่อมโยงที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งมีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากคำตัดสินของศาลเมื่อเร็วๆ นี้ที่ยกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. คำแถลงของชยพลมีจุดมุ่งหมายเพื่อชี้แจงโครงสร้างและอิทธิพลของเครือข่ายเหล่านี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนและการเมืองอย่างมากในประเทศไทย การเปิดเผยรายละเอียดความเชื่อมโยงระหว่างหลักสูตรการอบรมเฉพาะทางกับคณะอนุกรรมการบริหารงานต่างๆ ได้เน้นย้ำถึงความกังวลที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสในการแต่งตั้งตำแหน่งระดับสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของเครือข่ายทางการเมืองไทยและความพยายามอย่างต่อเนื่องในการตรวจสอบกระบวนการทางสถาบัน แม้ว่าศาลจะยกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วไปแล้ว แต่การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับ 'จักรวาล' เหล่านี้และหลักสูตรที่เน้นการสร้างคอนเนกชั่นยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้จะส่งผลต่อกระบวนการบริหารงานในอนาคตอย่างไร หรือจะมีหน่วยงานตรวจสอบอื่นใดเข้ามาดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายเหล่านี้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพัฒนาการของการอภิปรายทางการเมืองเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 06:35 UTC

สภาฯ ถกงบประมาณปี 2570: อาจมีการปรับลดงบกระตุ้นพลังงาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สภาฯ ถกงบประมาณปี 2570: อาจมีการปรับลดงบกระตุ้นพลังงาน

รัฐสภาไทยกำลังพิจารณางบประมาณปี 2570 โดยฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงการจัดสรรงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อกระตุ้นพลังงาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สภาฯ ถกงบประมาณปี 2570: อาจมีการปรับลดงบกระตุ้นพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
สภาฯ ถกงบประมาณปี 2570: อาจมีการปรับลดงบกระตุ้นพลังงาน

รัฐสภาไทยกำลังพิจารณางบประมาณปี 2570 โดยฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงการจัดสรรงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อกระตุ้นพลังงาน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 รัฐสภาไทยได้เริ่มการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 โดยกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวข้องกับการเสนอปรับลดงบประมาณรวม 11,162 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการเพิ่มงบกลางอีก 6,044 ล้านบาท

ประเด็นสำคัญที่เป็นข้อถกเถียงคือเงินกองทุนกระตุ้นพลังงานจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท สมาชิกฝ่ายค้านซึ่งรวมถึงบุคคลที่ระบุชื่อว่าอภิสิทธิ์และศิริกัญญา ได้แสดงเจตจำนงที่จะคัดค้านหรืออาจขัดขวางการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ ในขณะเดียวกัน นายกรวีร์ สมาชิกสภาอีกท่านหนึ่ง ได้แสดงความมั่นใจว่าการประชุมจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยและไม่มีเหตุวุ่นวาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการจัดสรรเงินภาษีไปสู่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าสาธารณูปโภคหรือนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายค้านจะประสบความสำเร็จในการตัดงบกระตุ้นพลังงานหรือไม่ หรือรัฐบาลจะยังคงข้อเสนอปัจจุบันไว้ ผลลัพธ์สุดท้ายของการพิจารณานี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการคลังสำหรับปีที่จะถึงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 06:35 UTC

อดีต กกต. ตั้งข้อสังเกตการทำงานของคณะอนุกรรมการสรรหาสว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีต กกต. ตั้งข้อสังเกตการทำงานของคณะอนุกรรมการสรรหาสว.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและวิธีการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีต กกต. ตั้งข้อสังเกตการทำงานของคณะอนุกรรมการสรรหาสว.

แหล่งข่าวเดียว
อดีต กกต. ตั้งข้อสังเกตการทำงานของคณะอนุกรรมการสรรหาสว.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและวิธีการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งชุดที่ 36 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบกรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยนายสมชัยได้ตั้งข้อสังเกตถึงความชอบธรรมของคณะอนุกรรมการชุดนี้ ณ อาคารอนาคตใหม่ โดยระบุว่าสมาชิกหลายคนในชุดที่ 36 นี้เป็นกรรมการชุดเดิมที่อยู่ใน 35 ชุดแรกอยู่แล้ว แม้ว่าทาง กกต. จะอ้างว่ามีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาเพื่อแบ่งเบาภาระงานและเพิ่มความเชี่ยวชาญก็ตาม

นายสมชัยกล่าวหาว่าแนวทางการสอบสวนของคณะอนุกรรมการชุดนี้ดูมีขอบเขตจำกัด ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองหรือจัดการกับอิทธิพลของผู้มีบารมีนอกพรรคการเมืองได้ เขายังแสดงความกังวลว่าตรรกะทางกฎหมายที่คณะอนุกรรมการนำมาใช้อาจมีความบิดเบี้ยว ซึ่งอาจนำไปสู่ความล้มเหลวในการระบุตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง นอกจากนี้ เขายังระบุว่าหากคดีนี้เข้าสู่กระบวนการศาล เขาตั้งใจที่จะตรวจสอบความเห็นส่วนบุคคลของคณะอนุกรรมการแต่ละคนเพื่อยืนยันความโปร่งใสของผลการสอบสวน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตามองทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติของไทย แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ผลกระทบสุดท้ายต่อองค์ประกอบของวุฒิสภาและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการฟ้องร้องทางกฎหมายนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าข้อวิจารณ์เหล่านี้จะนำไปสู่การทบทวนขั้นตอนการทำงานของคณะอนุกรรมการอย่างเป็นทางการ หรือทาง กกต. จะมีการชี้แจงต่อข้อกังวลเกี่ยวกับขอบเขตของการสอบสวนนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 06:36 UTC

ปริญญ์เผยข้อกังวลเกี่ยวกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 36
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ปริญญ์เผยข้อกังวลเกี่ยวกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 36

ปริญญ์ได้ตั้งข้อสังเกต 4 ประเด็นเกี่ยวกับความชอบธรรมและมาตรฐานการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ปริญญ์เผยข้อกังวลเกี่ยวกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 36

แหล่งข่าวเดียว
ปริญญ์เผยข้อกังวลเกี่ยวกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 36

ปริญญ์ได้ตั้งข้อสังเกต 4 ประเด็นเกี่ยวกับความชอบธรรมและมาตรฐานการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36

ข้อกังวลเกี่ยวกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 36

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า ปริญญ์ นักการเมืองคนสำคัญ ได้ออกมาตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 โดยปริญญ์ได้ระบุข้อกังวล 4 ประเด็นหลัก ซึ่งเน้นไปที่ความไม่ชัดเจนของที่มาของคณะกรรมการและการตรวจสอบความละเอียดรอบคอบในการดำเนินงาน

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารงานและการกำกับดูแลหน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล แม้ว่าการอภิปรายทางการเมืองเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในบริบทของไทย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสถาบัน สำหรับผู้ที่ติดตามการบริหารงานในท้องถิ่น คำถามเกี่ยวกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 นี้อาจส่งผลต่อการอภิปรายนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงทางบริหารในอนาคต

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าประเด็นเหล่านี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาที่ปริญญ์ได้หยิบยกขึ้นมา รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับที่มาของคณะกรรมการและความถูกต้องของข้อกล่าวหาเรื่องความละเอียดรอบคอบในการทำงานนั้น ยังไม่ได้รับการชี้แจงหรือตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าจะมีหลักฐานเพิ่มเติมนำเสนอหรือไม่ หรือจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อตอบข้อกังวลทั้ง 4 ประเด็นนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 06:36 UTC

นายกฯ อนุทิน เปิดตัวยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เปิดตัวยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ริเริ่มแผนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก โดยหารือร่วมกับทูตต่างประเทศ 76 คน เพื่อผลักดันอิทธิพลระดับภูมิภาคและการค้าของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เปิดตัวยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เปิดตัวยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ริเริ่มแผนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก โดยหารือร่วมกับทูตต่างประเทศ 76 คน เพื่อผลักดันอิทธิพลระดับภูมิภาคและการค้าของไทย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดประชุมร่วมกับเอกอัครราชทูต กงสุล และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศรวม 76 คน ณ ทำเนียบรัฐบาล ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การพบปะครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีการ แต่เป็นการเปิดตัวยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจเชิงรุกรูปแบบใหม่

นายอนุทินได้แบ่งกลุ่มความสัมพันธ์ทางการทูตออกเป็น 9 กลุ่มภูมิภาค เพื่อให้การหารือมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจง เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเปิดตลาดใหม่ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่มีคุณภาพ และนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจไทย รัฐบาลมุ่งหวังที่จะเร่งการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อฟื้นฟูบทบาทของไทยในอาเซียนและภูมิภาคเอเชีย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอนาคต แม้ว่ารัฐบาลจะวางกรอบยุทธศาสตร์นี้ไว้แล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการหารือระดับภูมิภาคและกรอบเวลาสำหรับข้อตกลงทางการค้าใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมและการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 06:16 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปี ของ 9 สมาคมจีนในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปี ของ 9 สมาคมจีนในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนา 9 สมาคมจีนในประเทศไทย ณ สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานของ Thai Post นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับด้วยการแสดงเชิดสิงโตและตัวแทนจาก 9 องค์กร ได้แก่ สมาคมแต้จิ๋ว, ฮากกา, กว๋องสิว, ไหหนำ, ฮกเกี้ยน, เจียงเจ้อ (เซี่ยงไฮ้), ไต้หวัน, หยูนหนาน และกวางสี ในระหว่างพิธี นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในสมุดเยี่ยมและกล่าวถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มเหล่านี้ โดยระบุว่าได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างไทยและจีนมาตลอด 6 ทศวรรษ พร้อมทั้งสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่สานต่อความสัมพันธ์เหล่านี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย โดยกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่าเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมและการทูตที่ยั่งยืนของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในประเทศ แม้ว่าการเฉลิมฉลองจะเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน แต่ผลกระทบระยะยาวของสมาคมเหล่านี้ที่มีต่อนโยบายการค้าและวัฒนธรรมในอนาคตยังคงต้องติดตามต่อไป ในขณะที่รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่รากฐานการพัฒนาในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 05:58 UTC

รองนายกฯ อนุทิน เผยผลเยือนจีน ลงนาม 15 เอ็มโอยู พร้อมตั้งสำนักงาน BOI ที่เฉิงตู
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน เผยผลเยือนจีน ลงนาม 15 เอ็มโอยู พร้อมตั้งสำนักงาน BOI ที่เฉิงตู

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศความสำเร็จในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 15 ฉบับกับจีน และเตรียมเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ที่เมืองเฉิงตู

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน เผยผลเยือนจีน ลงนาม 15 เอ็มโอยู พร้อมตั้งสำนักงาน BOI ที่เฉิงตู

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เผยผลเยือนจีน ลงนาม 15 เอ็มโอยู พร้อมตั้งสำนักงาน BOI ที่เฉิงตู

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศความสำเร็จในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 15 ฉบับกับจีน และเตรียมเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ที่เมืองเฉิงตู

ในระหว่างงานฉลองครบรอบ 60 ปีของสมาคมจีน 9 แห่งในประเทศไทย รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ โดยรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าการเยือนครั้งนี้ส่งผลให้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) รวม 15 ฉบับ เพื่อมุ่งเน้นการกระชับความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประเด็นสำคัญของการประกาศครั้งนี้คือการตัดสินใจจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แห่งใหม่ที่เมืองเฉิงตู ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสนับสนุนกิจกรรมการลงทุนระหว่างไทยและจีน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเชิงธุรกิจ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน และการสนับสนุนด้านการบริหารจัดการสำหรับนักลงทุนที่ดำเนินงานในภูมิภาคดังกล่าว การขยายตัวของ BOI ในเฉิงตูอาจช่วยลดขั้นตอนสำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจหรือลงทุนระหว่างประเทศไทยและจีนตะวันตก

แม้ว่าจะมีการยืนยันการลงนามใน MOU ดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและขอบเขตทั้งหมดของข้อตกลงทั้ง 15 ฉบับยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับผลกระทบของข้อตกลงเหล่านี้ต่อภาคส่วนต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ หรือการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี โดยในขณะนี้ยังคงเน้นไปที่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางยุทธศาสตร์ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 05:55 UTC

กระทรวงกลาโหมปรับปรุงหลักเกณฑ์การปลดทหารกองประจำการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงกลาโหมปรับปรุงหลักเกณฑ์การปลดทหารกองประจำการ

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งกระทรวงกลาโหมฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ไขหลักเกณฑ์สำหรับการปลดทหารกองประจำการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงกลาโหมปรับปรุงหลักเกณฑ์การปลดทหารกองประจำการ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงกลาโหมปรับปรุงหลักเกณฑ์การปลดทหารกองประจำการ

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งกระทรวงกลาโหมฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ไขหลักเกณฑ์สำหรับการปลดทหารกองประจำการ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การปลดทหารกองประจำการ การปรับปรุงกฎระเบียบนี้เป็นการแก้ไขกรอบการทำงานเดิมที่ควบคุมวิธีการที่บุคคลซึ่งรับราชการในกองทัพจะได้รับการปลดจากภาระหน้าที่ในการรับราชการทหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนทางธุรการภายในภาคส่วนทหารเป็นหลัก แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับการจัดการภายในของทหารกองประจำการโดยเฉพาะ แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมักได้รับความสนใจจากผู้ที่ติดตามพัฒนาการของนโยบายการรับราชการทหารและภูมิทัศน์ทางกฎหมายในวงกว้างของประเทศ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือประกาศนี้มุ่งเน้นไปที่แง่มุมทางขั้นตอนของการปลดทหาร มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการเกณฑ์ทหารเอง

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการนำหลักเกณฑ์ที่แก้ไขใหม่เหล่านี้ไปปฏิบัติจริงยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมจากกระทรวงกลาโหม เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบในทางปฏิบัติที่มีต่อระยะเวลาหรือเงื่อนไขการรับราชการสำหรับผู้ที่ประจำการอยู่ในปัจจุบัน รายงานนี้อ้างอิงจากการประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาตามที่ Thai Post ได้รายงานไว้ SawaLife ยังคงติดตามช่องทางที่เป็นทางการอย่างต่อเนื่องสำหรับประกาศใดๆ ในอนาคตที่อาจให้บริบทเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎระเบียบเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 05:58 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี สมาคมจีนในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี สมาคมจีนในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปี ของสมาคมจีน 9 แห่งในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่หยั่งรากลึก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี สมาคมจีนในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี สมาคมจีนในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปี ของสมาคมจีน 9 แห่งในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่หยั่งรากลึก

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีฉลองครบรอบ 60 ปี ของสมาคมจีน 9 แห่งในประเทศไทย ณ สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ในระหว่างพิธี นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างไทยและจีน โดยอธิบายว่าทั้งสองประเทศเป็นเพื่อนสนิทที่มีความผูกพันลึกซึ้งยิ่งกว่าญาติห่างๆ พร้อมทั้งสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ร่วมกันส่งเสริมและขยายความร่วมมือนี้เพื่อประโยชน์ของลูกหลานในอนาคต

นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย โดยย้ำถึงความรู้สึกที่ว่าไทยและจีนเป็นครอบครัวเดียวกัน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและการทูตที่สำคัญระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งมักมีอิทธิพลต่อนโยบายการท่องเที่ยวทวิภาคีและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แม้ว่าการเฉลิมฉลองจะเน้นไปที่เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และวาทศิลป์ทางการทูต แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงอิทธิพลที่แข็งแกร่งของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในสังคมไทย ทั้งนี้ ไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบการเดินทางใหม่ๆ ในระหว่างพิธี ดังนั้นผู้มาเยือนควรติดตามช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการต่อไป เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับข้อตกลงทวิภาคีที่อาจส่งผลต่อการเดินทางหรือการดำเนินธุรกิจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 05:57 UTC

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี จัดโปรโมชันทางการเงินพิเศษ
การเมือง ได้รับการยืนยัน

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี จัดโปรโมชันทางการเงินพิเศษ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบ 73 ปี ด้วยสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ สลากออมทรัพย์ใหม่ และการประมูลทรัพย์สินมือสองครั้งใหญ่

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี จัดโปรโมชันทางการเงินพิเศษ

ได้รับการยืนยัน
ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี จัดโปรโมชันทางการเงินพิเศษ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบ 73 ปี ด้วยสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ สลากออมทรัพย์ใหม่ และการประมูลทรัพย์สินมือสองครั้งใหญ่

เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 73 ปี ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้เปิดตัวโปรโมชันทางการเงินพิเศษตลอดเดือนกันยายน 2569 ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ธนาคารเสนอสินเชื่อบ้านที่มีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.73% ต่อปี เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่ต้องการออมเงิน ธนาคารได้เปิดตัวสลากออมทรัพย์ 'ธอส. 73 ปี Beyond' ในราคาหน่วยละ 1 ล้านบาท โดยมีจุดเด่นคืออัตราดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยรายเดือน พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ตลอดระยะเวลา 2 ปี นอกจากนี้ ธนาคารยังจัดงานประมูลทรัพย์สินมือสองทั่วประเทศกว่า 12,000 รายการ โดยมีส่วนลดสูงสุดถึง 50%

สำหรับลูกค้าปัจจุบัน ธนาคารได้จัดโครงการ '73 ปี ธอส. ชำระดีมีคืน' เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดีสม่ำเสมอ รวมถึงสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้า G H BANK CROWN

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โปรโมชันเหล่านี้อาจเป็นโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการขอสินเชื่อหรือการซื้อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและเงื่อนไขการประมูลทรัพย์สินโดยตรงกับทางธนาคาร เนื่องจากข้อเสนอเหล่านี้ผูกกับเดือนครบรอบ ผู้ที่สนใจควรยืนยันความพร้อมของผลิตภัณฑ์ทางการเงินและรายละเอียดการประมูลกับสาขาของ ธอส. ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 12:15 UTC