ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารรับมือฝนตกหนัก ✦
การเมือง แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในไทย ✦
เศรษฐกิจ ธนาคารกรุงไทยประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม ✦
การขนส่ง คืนเงินค่าจอดรถ MRT คลองบ้านม้าช่วงน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการไทยปรับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้าสายสีแดงเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟขัดข้อง ✦
สุขภาพ แพทย์ลุยน้ำท่วมหนักเพื่อไปผ่าตัดคนไข้ ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ทุบสถิติใหม่แม้มีอาการล้า ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง ✦
ความปลอดภัย ฝนตกหนักทำระบบระบายน้ำในสมุทรปราการรับมือไม่ไหว ✦
ความปลอดภัย

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารรับมือฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารรับมือฝนตกหนัก

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดใช้งานมาตรการฉุกเฉินเพื่อปกป้องโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศไทย เนื่องจากฝนตกหนักและน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินที่เข้มงวดขึ้นเพื่อรับประกันความต่อเนื่องของบริการ 5G, 4G และ WiFi ทั่วประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้เกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคอื่นๆ หลายแห่ง

ตามรายงานของ Khaosod Online บริษัทได้ระดมทีมวิศวกรภาคสนามเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อติดตามโครงสร้างพื้นฐานแบบเรียลไทม์ มาตรการสำคัญรวมถึงการติดตั้งระบบแนวกั้นป้องกันน้ำท่วมรอบชุมสายหลักและชุมสายย่อย รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับภูมิภาค ศูนย์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งกำลังคนและอุปกรณ์ไปยังพื้นที่ที่การสัญจรอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาช่องทางการสื่อสารที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการประสานงานความช่วยเหลือในช่วงเหตุฉุกเฉินทางสภาพอากาศ บริษัทกำลังให้ความสำคัญกับการปกป้องสถานีฐานที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ คลอง และพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วม แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมุ่งป้องกันการหยุดชะงักของบริการ แต่ขอบเขตของปัญหาโครงข่ายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่น้ำท่วมขังรุนแรงยังคงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพอากาศในขณะนั้น ประชาชนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับการให้บริการอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

การเมือง

แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในไทย

แหล่งข่าวเดียว
แรงกดดันทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในไทย

รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับการตรวจสอบทางการเมืองอย่างเข้มข้น เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำซากทั่วประเทศกำลังท้าทายประสิทธิภาพของกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำ

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นวงกว้างในปี 2569 รัฐบาลกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก ตามบทบรรณาธิการของ Khaosod Online ฝ่ายค้านกำลังตั้งคำถามถึงความสามารถของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเปรียบเทียบมาตรการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นทางการ เช่น แผนรับมือฤดูฝน 9 มาตรการที่เริ่มใช้ในเดือนมิถุนายน กับความเป็นจริงที่ชาวบ้านต้องเผชิญในพื้นที่

สำหรับชาวบ้าน วิกฤตนี้หมายถึงบ้านเรือนที่จมน้ำ ครอบครัวที่ต้องอพยพ และรายได้ที่สูญเสียไป ประเด็นความขัดแย้งที่น่าสังเกตเกิดขึ้นที่อยุธยา ซึ่งความกังวลในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากมีการยืนยันก่อนหน้านี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเผชิญกับภัยแล้งมากกว่าน้ำท่วม ความคลาดเคลื่อนนี้ทำให้เกิดการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ที่ชาวบ้านนำปี๊บเปล่าไปมอบให้ที่รัฐสภาเพื่อแสดงความไม่พอใจ แม้ว่ารัฐบาลกำลังผลักดันโครงการระยะยาวอย่างระบบ 'One Map น้ำ' แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าโครงการเหล่านี้อาจต้องใช้เวลา 7-8 ปีจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักในพื้นที่และความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม แม้จะมีโครงการช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ธรรมชาติของน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการฉุกเฉินในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพเพียงใดในการบรรเทาความเสียหายเพิ่มเติม และแผนการบริหารจัดการน้ำระยะยาวของรัฐบาลจะตอบสนองความต้องการของประชาชนสำหรับทางออกที่ยั่งยืนและทันท่วงทีได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

เศรษฐกิจ

ธนาคารกรุงไทยประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกรุงไทยประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม

ธนาคารกรุงไทยเปิดตัวมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมีการลดค่างวดและปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อธุรกิจ SME

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ธนาคารกรุงไทยได้เปิดตัวมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเพื่อสนับสนุนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแบ่งเบาภาระทางการเงินให้กับประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ

สำหรับสินเชื่อบ้านและสินเชื่อธุรกิจ SSME ที่มีอยู่เดิม ธนาคารเสนอให้ลดค่างวดรายเดือนลง 75% เป็นเวลา 1 ปี นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 0% ในช่วง 3 เดือนแรก ตามด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี เป็นเวลา 33 เดือนถัดไป ซึ่งรวมเป็นระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี ส่วนผู้ถือสินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan) ก็มีสิทธิ์ได้รับการลดค่างวดลง 75% เป็นเวลา 1 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 3 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการในประเทศไทย มาตรการเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องที่จำเป็นในช่วงการฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะสำหรับโครงการเหล่านี้และขั้นตอนการสมัครสำหรับแต่ละกรณีนั้น ยังคงต้องตรวจสอบโดยตรงกับทางธนาคาร ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมควรติดต่อสาขาของธนาคารกรุงไทยหรือช่องทางที่เป็นทางการเพื่อตรวจสอบสถานะและทำความเข้าใจขอบเขตความช่วยเหลือทั้งหมดที่มีให้สำหรับสินเชื่อประเภทต่างๆ ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

การขนส่ง

คืนเงินค่าจอดรถ MRT คลองบ้านม้าช่วงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
คืนเงินค่าจอดรถ MRT คลองบ้านม้าช่วงน้ำท่วม

รัฐบาลไทยชี้แจงว่าผู้ที่จ่ายค่าจอดรถที่สถานี MRT คลองบ้านม้าก่อนมีมาตรการจอดฟรีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถขอรับเงินคืนเต็มจำนวนได้

ตามรายงานจาก Khaosod Online รัฐบาลไทยได้ชี้แจงกรณีที่มีการเรียกเก็บค่าบริการอาคารจอดแล้วจร (Park & Ride) สถานี MRT คลองบ้านม้า หลังจากมีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการเก็บค่าจอดรถรายเดือนจำนวน 1,000 บาท นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าการชำระเงินดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะประกาศมาตรการเปิดให้ประชาชนจอดรถฟรีเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

มาตรการจอดรถฟรีมีผลตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้ที่ชำระค่าบริการไปก่อนหน้าจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน หากนำรถออกจากอาคารจอดแล้วจรภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 สำหรับผู้ที่ชำระด้วยบัตรเครดิต การคืนเงินจะดำเนินการผ่านระบบธนาคารซึ่งอาจต้องใช้เวลาดำเนินการเพิ่มเติม

ข้อมูลนี้มีความสำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้เดินทางที่อาจนำรถมาจอดในช่วงวิกฤตน้ำท่วม แม้ว่านโยบายการคืนเงินจะชัดเจน แต่ผู้ที่ต้องการขอรับเงินคืนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เคลื่อนย้ายรถภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่า รฟม. จะมีมาตรการอย่างไรหากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงยืดเยื้อเกินวันที่ 2 ตุลาคม หรือหากต้องมีขั้นตอนทางธุรการเพิ่มเติมสำหรับการคืนเงินสด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

ความปลอดภัย

ทางการไทยปรับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยปรับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ปรับปรุงกลยุทธ์การรับมือน้ำท่วม โดยเน้นการลดการระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่และการควบคุมการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ดำเนินแผนการบริหารจัดการน้ำที่ปรับปรุงใหม่เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากอุทกภัยที่ยังคงมีอยู่ กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การดำเนินการหลักสองประการ ได้แก่ การลดการระบายน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่และการควบคุมการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเข้มงวด

เพื่อลดแรงกดดันในพื้นที่ท้ายน้ำ ทางการกำลังเร่งผันน้ำส่วนเกินเข้าสู่ทุ่งรับน้ำที่กำหนดไว้ (หรือที่เรียกว่า 'ทุ่ง') มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้นต่อพื้นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามเชิงรุกในการจัดการกับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในภาคกลางของประเทศไทย แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระดับน้ำ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรใช้ความระมัดระวัง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับระดับน้ำและการหยุดชะงักของการเดินทางที่อาจเกิดขึ้น

ในขั้นตอนนี้ ประสิทธิภาพในระยะยาวของการผันน้ำเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยัน เนื่องจากสถานการณ์ขึ้นอยู่กับรูปแบบของปริมาณน้ำฝนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและปริมาณน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือเป็นสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:55 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้าสายสีแดงเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟขัดข้อง

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีแดงเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟขัดข้อง

รถไฟฟ้าสายสีแดงกำลังเร่งแก้ไขระบบจ่ายไฟขัดข้องที่ห้องควบคุมทุ่งสองห้อง โดยคาดว่าจะกลับมาให้บริการได้ตามปกติในคืนนี้

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงประสบปัญหาขัดข้องทางเทคนิคที่ระบบจ่ายไฟบริเวณห้องควบคุมทุ่งสองห้อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการให้บริการตามปกติสำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการเส้นทางดังกล่าว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว โดยผู้เกี่ยวข้องแสดงความมั่นใจว่าระบบจะได้รับการซ่อมแซมและพร้อมกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในคืนนี้ สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงในการเดินทางประจำวัน เหตุการณ์นี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าหรือการหยุดชะงักของบริการชั่วคราวตลอดทั้งวัน

แม้ว่าผู้ให้บริการจะระบุช่วงเวลาสำหรับการกลับมาให้บริการแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรถไฟฟ้าสายสีแดงเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ก่อนเดินทางไปยังสถานี ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่ากระบวนการซ่อมแซมจะพบปัญหาแทรกซ้อนเพิ่มเติมที่อาจทำให้การหยุดให้บริการยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ผู้เดินทางควรพิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่นหากมีนัดหมายเร่งด่วนในช่วงบ่ายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:02 UTC

สุขภาพ

แพทย์ลุยน้ำท่วมหนักเพื่อไปผ่าตัดคนไข้

แหล่งข่าวเดียว
แพทย์ลุยน้ำท่วมหนักเพื่อไปผ่าตัดคนไข้

แพทย์ผู้ทุ่มเทในกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปถึงโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัดตามกำหนดการได้สำเร็จ แม้จะเผชิญกับน้ำท่วมขังรุนแรงจนไม่สามารถใช้รถส่วนตัวได้

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยอินฟลูเอนเซอร์ 'นมแนน' หรือ ชุติมา เขียนสันเทียะ ได้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ในกรุงเทพฯ ท่ามกลางฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ บ้านพักของแพทย์ท่านนี้ในย่านลาดกระบังถูกล้อมรอบด้วยน้ำท่วมขังที่สูงจนมิดล้อรถ ทำให้ไม่สามารถนำรถส่วนตัวออกมาทำงานได้

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงตัวคนไข้ แพทย์ท่านนี้ได้เดินลุยน้ำที่กำลังสูงขึ้นจนไปถึงถนนสายหลัก ก่อนจะเรียกใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งคนขับสามารถขับฝ่าถนนที่ถูกน้ำท่วมเพื่อพาแพทย์จากลาดกระบังไปส่งที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ทันเวลาสำหรับการผ่าตัด อินฟลูเอนเซอร์รายนี้ได้ชื่นชมความมุ่งมั่นของแพทย์ โดยระบุถึงคำพูดของเขาที่ย้ำเสมอว่าหน้าที่ของแพทย์ต้องมาก่อนไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ส่วนตัวใดๆ ก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญที่น้ำท่วมตามฤดูกาลอาจมีต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและบริการฉุกเฉินในพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างลาดกระบัง แม้ว่าแพทย์จะเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของการเดินทางในช่วงฝนตกหนักจากมรสุม ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าปัญหาการจราจรติดขัดในลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในเขตอื่นๆ ของกรุงเทพฯ มากน้อยเพียงใด และมีการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวอย่างไรเพื่อบรรเทาปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ในช่วงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:01 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ทุบสถิติใหม่แม้มีอาการล้า

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ทุบสถิติใหม่แม้มีอาการล้า

นักกีฬาไทย 'บิว' ทำลายสถิติใหม่ในการแข่งขันเมื่อเร็วๆ นี้ และแสดงความมั่นใจว่าจะคว้าเหรียญทองที่สองมาครองได้

ตามรายงานจาก Matichon Online นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ประสบความสำเร็จในการทำลายสถิติส่วนตัวใหม่ แม้จะมีอาการล้าทางร่างกายจากตารางการแข่งขันที่ต่อเนื่องกันอย่างหนัก นักกีฬายอมรับว่าการแข่งขันที่ติดกันส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่ยังคงมีความมั่นใจในผลงานของตนเองสำหรับการแข่งขันในรอบถัดไป

'บิว' ได้แสดงความมั่นใจต่อสาธารณะว่าจะคว้าเหรียญทองที่สองมาครอง โดยอุทิศความพยายามนี้ให้กับแฟนๆ ชาวไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามวงการกีฬาในท้องถิ่น ความสำเร็จนี้เน้นย้ำถึงระดับความทุ่มเทและความเหนื่อยล้าทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนักกีฬาระดับแนวหน้าของประเทศ

ในขณะที่นักกีฬากำลังมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูร่างกายและการเตรียมตัวสำหรับขั้นตอนต่อไปของการแข่งขัน รายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับทัวร์นาเมนต์และการยืนยันสถิติใหม่อย่างเป็นทางการคาดว่าจะได้รับการยืนยันเมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป แฟนๆ และผู้ติดตามสามารถติดตามข่าวสารกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความพยายามในการคว้าเหรียญทองที่สองของเขา ผลงานครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับวงการกรีฑาไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนักกีฬาในท้องถิ่นบนลู่วิ่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 13:00 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง

ได้รับการยืนยัน
การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง

การรถไฟแห่งประเทศไทยประกาศหยุดให้บริการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเป็นการชั่วคราว เนื่องจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสันราง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ประกาศหยุดให้บริการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเป็นการชั่วคราว สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นเหนือสันราง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการเดินรถ

สำหรับผู้โดยสารและประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าว การหยุดเดินรถนี้ส่งผลให้ตารางเวลาปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้ โดยการรถไฟฯ ระบุว่ากำลังเร่งปรับแผนการเดินรถเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

แม้ว่าทางการรถไฟฯ จะกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ระยะเวลาในการหยุดให้บริการที่แน่ชัดนั้นยังไม่มีการยืนยัน ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการและทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจำเป็นต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างทางรถไฟก่อนที่จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางในเส้นทางสายตะวันออกควรพิจารณาหาวิธีการเดินทางอื่นทดแทน จนกว่าการรถไฟฯ จะประกาศยืนยันว่าเส้นทางมีความปลอดภัยสำหรับการเดินรถอีกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:01 UTC

ความปลอดภัย

ฝนตกหนักทำระบบระบายน้ำในสมุทรปราการรับมือไม่ไหว

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำระบบระบายน้ำในสมุทรปราการรับมือไม่ไหว

รองนายกรัฐมนตรีทรงศักดิ์ยอมรับว่าปริมาณฝนที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์เกินขีดความสามารถในการระบายน้ำในสมุทรปราการ ส่งผลให้ต้องเร่งดำเนินมาตรการจัดการน้ำฉุกเฉิน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 รองนายกรัฐมนตรีทรงศักดิ์ได้ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อติดตามสถานการณ์การจัดการน้ำหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในระหว่างการลงพื้นที่ รองนายกรัฐมนตรียอมรับว่าสถานการณ์ในขณะนี้รับมือได้ยาก โดยระบุว่าหลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกอย่างมาก

เจ้าหน้าที่รายงานว่าคลองหลายแห่งในพื้นที่เต็มจนถึงขีดจำกัด ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ชั้นในและย่านธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบ ทางการกำลังเร่งสูบน้ำลงสู่ทะเลโดยตรงและกำจัดสิ่งกีดขวางในระบบระบายน้ำ นอกจากนี้ยังมีการเตรียมศูนย์พักพิงฉุกเฉินไว้รองรับในกรณีที่จำเป็นต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัด และความล่าช้าในการเดินทาง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่ออัปเดตระดับน้ำและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระบบระบายน้ำจะยังคงรับภาระหนักเช่นนี้ต่อไปอีกนานเท่าใด และจะมีพื้นที่ใดบ้างที่จำเป็นต้องมีการอพยพอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:41 UTC

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลสั่งปิดฐานที่มั่นของผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลสั่งปิดฐานที่มั่นของผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้สั่งปิดฐานที่มั่นของผู้ตั้งถิ่นฐานที่ไม่ได้รับอนุญาตหลายแห่งในเขตเวสต์แบงก์ หลังจากได้รับแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลสั่งปิดฐานที่มั่นของผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีอิสราเอลสั่งปิดฐานที่มั่นของผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้สั่งปิดฐานที่มั่นของผู้ตั้งถิ่นฐานที่ไม่ได้รับอนุญาตหลายแห่งในเขตเวสต์แบงก์ หลังจากได้รับแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา

ตามรายงานของ Thai Post ซึ่งอ้างคำพูดของรัฐมนตรีคนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้ออกคำสั่งให้รื้อถอนฐานที่มั่นของผู้ตั้งถิ่นฐานหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแรงกดดันทางการทูตอย่างมีนัยสำคัญจากสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับสถานะของการตั้งถิ่นฐานที่ไม่ได้รับอนุญาตเหล่านี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในนโยบายภายในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อพลวัตความปลอดภัยในท้องถิ่นและเสถียรภาพของภูมิภาค แม้ว่าจะมีการออกคำสั่งแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการรื้อถอนฐานที่มั่นเหล่านี้อย่างชัดเจน รวมถึงสถานที่เฉพาะที่จะได้รับผลกระทบ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปิดฐานที่มั่นเหล่านี้จะดำเนินการได้รวดเร็วเพียงใด และความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเผชิญกับการต่อต้านจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานหรือนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองภายในรัฐบาลอิสราเอลเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในเขตเวสต์แบงก์หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการประท้วงที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ความปลอดภัยอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลผ่านคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการและรายงานจากสื่อท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 04:16 UTC

กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกังวลเรื่องศูนย์ข้อมูล (Data Center)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกังวลเรื่องศูนย์ข้อมูล (Data Center)

กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ตอบกลับข้อซักถามเกี่ยวกับการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล หลังจากมีข้อกังวลจากนักการเมือง ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกังวลเรื่องศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อกังวลเรื่องศูนย์ข้อมูล (Data Center)

กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ตอบกลับข้อซักถามเกี่ยวกับการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล หลังจากมีข้อกังวลจากนักการเมือง ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 กระทรวงมหาดไทยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการรองรับการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเป็นการตอบกลับข้อซักถามจากนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ นักการเมืองที่ได้ตั้งคำถามถึงกรอบการกำกับดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้

ในแถลงการณ์ กระทรวงมหาดไทยยอมรับว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจไม่ได้ทราบรายละเอียดเชิงลึกของทุกโครงการ แต่เน้นย้ำว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีมาตรการรองรับในการบริหารจัดการและกำกับดูแลการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการผังเมืองและความปลอดภัยในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการจัดการกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย แม้กระทรวงจะยืนยันว่ามีการกำกับดูแลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่รายละเอียดเฉพาะของมาตรการเหล่านี้และผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือการกระจายสาธารณูปโภคในอนาคตยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ในขณะที่ภาคดิจิทัลเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการจัดโซนและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การชี้แจงของกระทรวงถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลตระหนักถึงความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดจากสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 04:15 UTC

นายกฯ ร่วมถกงบประมาณปี 70 ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ร่วมถกงบประมาณปี 70 ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในสภา ก่อนออกเดินทางไปนอร์เวย์เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ร่วมถกงบประมาณปี 70 ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ร่วมถกงบประมาณปี 70 ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในสภา ก่อนออกเดินทางไปนอร์เวย์เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมายังรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงรัฐสภาในเวลา 10.35 น. และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าร่วมกระบวนการทางนิติบัญญัติก่อนที่จะออกเดินทางในช่วงค่ำของวันเดียวกัน

นายกรัฐมนตรีอนุทินมีกำหนดการเดินทางไปประเทศนอร์เวย์เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์ในพระราชพิธีพระบรมศพของกษัตริย์แห่งนอร์เวย์ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความกังวลเรื่องการไม่อยู่ในสภาว่า ได้มีการประสานงานกับทีมงานอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยังคงอยู่เพื่อคอยชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในระหว่างที่ตนไม่อยู่ และแสดงความมั่นใจว่ากระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางนิติบัญญัติที่สำคัญเกี่ยวกับการวางแผนงบประมาณของประเทศ แม้ว่าการเดินทางของนายกรัฐมนตรีจะเป็นการปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้แทนพระองค์ แต่การอภิปรายงบประมาณยังคงเป็นประเด็นหลักของการประชุมสภาในขณะนี้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามผลการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระสุดท้ายหลังจบการอภิปราย และรอดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนงบประมาณเพิ่มเติมในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 04:16 UTC

รองนายกฯ 'อนุทิน' เข้าร่วมประชุมสภาฯ ถกงบปี 70 ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ 'อนุทิน' เข้าร่วมประชุมสภาฯ ถกงบปี 70 ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวันนี้ ก่อนออกเดินทางไปประเทศนอร์เวย์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ 'อนุทิน' เข้าร่วมประชุมสภาฯ ถกงบปี 70 ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ 'อนุทิน' เข้าร่วมประชุมสภาฯ ถกงบปี 70 ก่อนเดินทางไปนอร์เวย์

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวันนี้ ก่อนออกเดินทางไปประเทศนอร์เวย์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังรัฐสภาไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2 และ 3

ในระหว่างการปรากฏตัว นายอนุทินได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ โดยยืนยันว่ามีกำหนดการเดินทางไปประเทศนอร์เวย์ในคืนนี้ พร้อมทั้งให้ความมั่นใจแก่สาธารณชนและสมาชิกสภาฯ ว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณในระหว่างที่เขาไม่อยู่ เนื่องจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสภาฯ เพื่อคอยชี้แจงและตอบข้อซักถามของที่ประชุม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางนิติบัญญัติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดินสำหรับปีงบประมาณหน้า แม้ว่าการอภิปรายงบประมาณจะเป็นกระบวนการทางบริหารตามปกติ แต่การเข้าร่วมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลถือเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชุมเหล่านี้

ในขณะนี้ ผลสรุปสุดท้ายของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากกระบวนการทางรัฐสภายังคงดำเนินไปตามวาระที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือการเดินทางภายในประเทศ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะการอนุมัติงบประมาณต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 04:15 UTC

ดีเอสไอเผย สส.พรรคประชาชน ยื่นหนังสือขอเลื่อนให้ปากคำคดีนอมินีต่างชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอเผย สส.พรรคประชาชน ยื่นหนังสือขอเลื่อนให้ปากคำคดีนอมินีต่างชาติ

นายสมชาติ สส.พรรคประชาชน ได้ยื่นขอเลื่อนการให้ปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษในคดีนอมินีต่างชาติ โดยอ้างติดภารกิจประชุมสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ดีเอสไอเผย สส.พรรคประชาชน ยื่นหนังสือขอเลื่อนให้ปากคำคดีนอมินีต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเผย สส.พรรคประชาชน ยื่นหนังสือขอเลื่อนให้ปากคำคดีนอมินีต่างชาติ

นายสมชาติ สส.พรรคประชาชน ได้ยื่นขอเลื่อนการให้ปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษในคดีนอมินีต่างชาติ โดยอ้างติดภารกิจประชุมสภา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เปิดเผยว่า นายสมชาติ สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อขอเลื่อนการให้ปากคำตามกำหนดการเดิม โดยนายสมชาติถูกเรียกตัวมาให้ข้อมูลในฐานะพยานในคดีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมของนอมินีต่างชาติ

ในหนังสือที่ส่งถึงดีเอสไอ นายสมชาติได้ระบุเหตุผลว่าติดภารกิจการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ไม่สามารถเข้าให้ปากคำตามกำหนดการได้ ทั้งนี้ ดีเอสไอได้รับทราบคำร้องดังกล่าวแล้ว โดยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของคดีนอมินีดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องของทางการไทยเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกิจต่างชาติและข้อตกลงนอมินี แม้เหตุการณ์นี้จะเกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมือง แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ากำหนดการใหม่สำหรับการให้ปากคำจะเป็นเมื่อใด และดีเอสไอต้องการข้อมูลใดเพิ่มเติมจากพยาน ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากดีเอสไอเพื่อรับทราบความคืบหน้าของการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 04:16 UTC

รัฐสภาไทยเริ่มพิจารณางบประมาณปี 2570 วาระที่ 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาไทยเริ่มพิจารณางบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

รัฐสภาไทยได้เริ่มการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 โดยมีการเสนอปรับลดงบประมาณลง 1.1162 หมื่นล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยเริ่มพิจารณางบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาไทยเริ่มพิจารณางบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

รัฐสภาไทยได้เริ่มการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 โดยมีการเสนอปรับลดงบประมาณลง 1.1162 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 รัฐสภาไทยได้เปิดการประชุมเพื่อพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 อย่างเป็นทางการ ตามรายงานจาก Thai Post นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณได้เสนอให้มีการปรับลดงบประมาณลง 11,162 ล้านบาท

นายเอกนิติระบุว่าการปรับลดดังกล่าวเป็นการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดสรรงบประมาณมีความคุ้มค่าและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศและประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กระบวนการทางกฎหมายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นตัวกำหนดลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายของรัฐบาลสำหรับปีงบประมาณที่จะถึงนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐาน บริการทางสังคม และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม

แม้ว่าข้อเสนอการปรับลดงบประมาณจะถูกนำเสนอต่อสภาแล้ว แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยัน กระบวนการทางกฎหมายยังคงต้องดำเนินต่อไปในขั้นตอนที่เหลือก่อนที่งบประมาณจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามการอภิปรายในสภาว่าจะมีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมก่อนการลงมติครั้งสุดท้ายหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:57 UTC

นายกฯ อนุทิน กล่าวในงานสัมมนา วปอ. เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน กล่าวในงานสัมมนา วปอ. เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมงานสัมมนา วปอ.68 โดยเน้นย้ำบทบาทของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรในการพัฒนาประเทศ พร้อมชี้แจงว่าสถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน กล่าวในงานสัมมนา วปอ. เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน กล่าวในงานสัมมนา วปอ. เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมงานสัมมนา วปอ.68 โดยเน้นย้ำบทบาทของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรในการพัฒนาประเทศ พร้อมชี้แจงว่าสถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในงาน 'NDC’68 Symposium' ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) กรุงเทพฯ โดยงานมุ่งเน้นการนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติภายใต้แนวคิด 'ความยืดหยุ่น' (Resilient)

ในระหว่างการกล่าวปราศรัย นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึง 3 ด้านสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ ได้แก่ การปรับเปลี่ยนเครื่องมือทางเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบราชการ และการพัฒนาทุนมนุษย์ นายอนุทินได้กล่าวต่อผู้เข้าร่วมงานซึ่งรวมถึงตัวแทนเหล่าทัพและนักศึกษา วปอ. ว่า วปอ. ไม่ใช่หน่วยงานทางการเมือง พร้อมทั้งสนับสนุนให้เครือข่ายศิษย์เก่าทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมในการสื่อสารนโยบายของรัฐบาลไปสู่ประชาชน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปฏิรูปด้านการบริหารและเศรษฐกิจ แม้ว่าการกล่าวของนายกรัฐมนตรีจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อประสานงานวิจัยของ วปอ. ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐ แต่การนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้มาร่วมงานก่อนกำหนดเนื่องจากมีภารกิจเป็นผู้แทนพระองค์ในพระราชพิธีพระบรมศพของกษัตริย์แห่งนอร์เวย์ในวันที่ 9 กันยายนนี้ โดยรายละเอียดเกี่ยวกับการนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปบรรจุในงบประมาณแผ่นดินหรือวาระทางกฎหมายยังไม่มีการยืนยันในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:57 UTC

นายกฯ รับฟังข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์จาก วปอ. รุ่นที่ 68
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ รับฟังข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์จาก วปอ. รุ่นที่ 68

นายกรัฐมนตรีได้หารือเกี่ยวกับข้อเสนอเชิงนโยบายจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 โดยเน้นย้ำถึงความสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ รับฟังข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์จาก วปอ. รุ่นที่ 68

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ รับฟังข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์จาก วปอ. รุ่นที่ 68

นายกรัฐมนตรีได้หารือเกี่ยวกับข้อเสนอเชิงนโยบายจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 โดยเน้นย้ำถึงความสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้พบปะกับตัวแทนจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 เพื่อรับฟังและพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายล่าสุด โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความเห็นว่าข้อเสนอแนะที่ได้รับจากกลุ่มมีความสอดคล้องกับแนวทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในปัจจุบันเป็นอย่างดี

ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พร้อมทั้งสนับสนุนให้เครือข่ายดังกล่าวทำหน้าที่เป็นพลังความร่วมมือในการสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล การหารือมุ่งเน้นไปที่การนำข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้ไปบูรณาการเข้ากับงานด้านการบริหารจัดการในวงกว้าง เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานของภาครัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับทิศทางนโยบายปัจจุบันของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฝ่ายบริหารพยายามรวบรวมการสนับสนุนจากเครือข่ายที่มีอิทธิพลทั้งในด้านวิชาการและความมั่นคง แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและ วปอ. แต่รายละเอียดเฉพาะของนโยบายที่นำเสนอและกลไกที่แน่ชัดในการนำไปปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจในการบริหารงานภาครัฐควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการปรับแนวทางนโยบายเหล่านี้อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของภาครัฐอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:56 UTC

รัฐสภาไทยถกงบประมาณปี 2570 ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาไทยถกงบประมาณปี 2570 ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิเศษ นายทวี สอดส่อง ได้วิพากษ์วิจารณ์ร่างงบประมาณปี 2570 โดยระบุว่าไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและขาดความโปร่งใส

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยถกงบประมาณปี 2570 ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาไทยถกงบประมาณปี 2570 ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิเศษ นายทวี สอดส่อง ได้วิพากษ์วิจารณ์ร่างงบประมาณปี 2570 โดยระบุว่าไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและขาดความโปร่งใส

ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรไทยกำลังประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงความเห็นคัดค้านอย่างมีนัยสำคัญ ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายทวีโต้แย้งว่าข้อเสนองบประมาณปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนทั่วไปอย่างเพียงพอ โดยเขาได้ยกตัวอย่างปัญหาการทุจริตในการสอบของหน่วยงานท้องถิ่นว่าเป็นหลักฐานของข้อบกพร่องเชิงระบบที่ต้องการการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น

เพื่อปรับปรุงความโปร่งใสของงบประมาณแผ่นดิน นายทวีได้เสนอให้นำ 'หลักนิติธรรม' มาเป็นหลักการสำคัญในการจัดสรรงบประมาณ โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จของงบประมาณไม่ได้วัดเพียงแค่การจ่ายเงินให้ครบถ้วน แต่ต้องวัดจากความโปร่งใสและประสิทธิภาพด้วย เขาได้ระบุเกณฑ์ 4 ข้อที่มุ่งเน้นให้เกิดความรับผิดชอบในการบริหารจัดการเงินภาษีของประชาชนก่อนที่จะมีการลงมติในสภาฯ ต่อร่างเดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปฏิรูปการใช้จ่ายภาครัฐและการต่อต้านการทุจริตภายในระบบบริหารของไทย แม้ว่าการอภิปรายเหล่านี้จะเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศ แต่ผลสรุปสุดท้ายของร่างกฎหมายงบประมาณยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้รัฐสภากำลังมุ่งหน้าสู่การลงมติในร่างเดิม และยังไม่มีความชัดเจนว่ามาตรการความโปร่งใสที่เสนอจะถูกบรรจุลงในกฎหมายฉบับสุดท้ายหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 04:37 UTC

ศิริกัญญาปฏิเสธโต้ตอบเรื่องบันทึกความเข้าใจกับอนุทิน
การเมือง ได้รับการยืนยัน

ศิริกัญญาปฏิเสธโต้ตอบเรื่องบันทึกความเข้าใจกับอนุทิน

ศิริกัญญา ตันสกุล แกนนำฝ่ายค้าน เลือกที่จะไม่ตอบโต้กับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งเรื่องบันทึกความเข้าใจ (MOA) โดยมองว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่มีประโยชน์

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศิริกัญญาปฏิเสธโต้ตอบเรื่องบันทึกความเข้าใจกับอนุทิน

ได้รับการยืนยัน
ศิริกัญญาปฏิเสธโต้ตอบเรื่องบันทึกความเข้าใจกับอนุทิน

ศิริกัญญา ตันสกุล แกนนำฝ่ายค้าน เลือกที่จะไม่ตอบโต้กับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งเรื่องบันทึกความเข้าใจ (MOA) โดยมองว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่มีประโยชน์

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 ศิริกัญญา ตันสกุล แกนนำฝ่ายค้านคนสำคัญ ได้ระบุว่าจะไม่เข้าร่วมการโต้ตอบในที่สาธารณะกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOA) โดยศิริกัญญาเปรียบเทียบการโต้ตอบระหว่างบุคคลทางการเมืองว่าเป็นเหมือนการเล่นปิงปอง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการสนทนาดังกล่าวขาดเนื้อหาสาระที่มีคุณค่า

แม้ว่าศิริกัญญาจะยอมรับว่าตนลืมวันครบรอบเป็นการส่วนตัว แต่เธอย้ำว่าบทเรียนทางการเมืองที่ได้รับจากสถานการณ์ดังกล่าวยังคงชัดเจน การตัดสินใจถอยห่างจากการเผชิญหน้าครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของฝ่ายค้านเกี่ยวกับ MOA ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงในการอภิปรายทางการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของการอภิปรายทางการเมืองในประเทศ แม้ว่า MOA จะยังคงเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจในสื่อท้องถิ่น แต่การที่บุคคลสำคัญปฏิเสธที่จะยกระดับการโต้เถียงบ่งชี้ถึงความตึงเครียดที่ลดลงชั่วคราวในประเด็นเฉพาะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแนวทางนี้จะส่งผลต่อการประชุมรัฐสภาในอนาคตหรือวาระทางกฎหมายของรัฐบาลอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอันเป็นผลมาจาก MOA ต่อไป เนื่องจากบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:35 UTC

ศิริกัญญาเรียกร้องให้ตัดงบประมาณท่ามกลางการอภิปรายในสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศิริกัญญาเรียกร้องให้ตัดงบประมาณท่ามกลางการอภิปรายในสภา

ศิริกัญญา ตันสกุล แกนนำฝ่ายค้าน ขู่ว่าจะโหวตไม่รับร่างงบประมาณหากไม่มีการปรับลดงบประมาณในส่วน 7 หมื่นล้านบาทตามที่เรียกร้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศิริกัญญาเรียกร้องให้ตัดงบประมาณท่ามกลางการอภิปรายในสภา

แหล่งข่าวเดียว
ศิริกัญญาเรียกร้องให้ตัดงบประมาณท่ามกลางการอภิปรายในสภา

ศิริกัญญา ตันสกุล แกนนำฝ่ายค้าน ขู่ว่าจะโหวตไม่รับร่างงบประมาณหากไม่มีการปรับลดงบประมาณในส่วน 7 หมื่นล้านบาทตามที่เรียกร้อง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 ศิริกัญญา ตันสกุล แกนนำฝ่ายค้าน ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่าพรรคของเธอจะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวในวาระที่ 2 หากรัฐบาลไม่ยอมปรับลดงบประมาณในส่วน 7 หมื่นล้านบาท

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิริกัญญาเรียกร้องให้มีการตัดงบกลางออก 1.2 หมื่นล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าการใช้จ่ายในส่วนนี้มีความซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ แม้ว่าการอภิปรายในสภาจะเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติ แต่อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการใช้จ่ายของรัฐบาลหรือการเปลี่ยนแปลงกำหนดการของโครงการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะได้

ขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะยอมรับข้อเรียกร้องเหล่านี้หรือไม่ หรือฝ่ายค้านจะดำเนินการตามคำขู่ที่จะโหวตไม่รับร่างกฎหมายดังกล่าว ในระหว่างที่กระบวนการทางนิติบัญญัติยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์ต่างรอดูว่าจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้งบประมาณผ่านการอนุมัติโดยไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติมได้หรือไม่ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองในท้องถิ่น เนื่องจากอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวมและโครงการต่างๆ ของรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:35 UTC

สภาผู้แทนราษฎรไทยถกงบประมาณปี 2570 วาระที่ 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สภาผู้แทนราษฎรไทยถกงบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

สภาผู้แทนราษฎรเริ่มการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 โดยมีการเสนอปรับลดงบประมาณลง 11,162 ล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สภาผู้แทนราษฎรไทยถกงบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
สภาผู้แทนราษฎรไทยถกงบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

สภาผู้แทนราษฎรเริ่มการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 โดยมีการเสนอปรับลดงบประมาณลง 11,162 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรไทยได้เริ่มการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 ในระหว่างการประชุม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันว่าคณะกรรมาธิการได้เสนอปรับลดงบประมาณลง 11,162 ล้านบาท ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ การปรับเปลี่ยนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การใช้จ่ายของรัฐสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเพื่อให้มั่นใจว่าการจัดสรรงบประมาณมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กระบวนการทางรัฐสภานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นตัวกำหนดลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายของรัฐบาลสำหรับปีงบประมาณที่จะถึงนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ บริการสาธารณะ และสภาพเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศไทย แม้ว่าการปรับลดที่เสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรของชาติ แต่ตัวเลขงบประมาณขั้นสุดท้ายยังคงต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาเพิ่มเติม

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงสร้างงบประมาณฉบับสมบูรณ์จะเป็นอย่างไรหลังจากเสร็จสิ้นการพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าจะมีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมก่อนที่ร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ โดยรัฐบาลยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้มีความจำเป็นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:36 UTC

อดีต กกต. เตือน 'สงครามดอกกุหลาบ' จากกระบวนการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีต กกต. เตือน 'สงครามดอกกุหลาบ' จากกระบวนการคัดเลือก สว.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยเปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่าเป็น 'สงครามดอกกุหลาบ'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีต กกต. เตือน 'สงครามดอกกุหลาบ' จากกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
อดีต กกต. เตือน 'สงครามดอกกุหลาบ' จากกระบวนการคัดเลือก สว.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยเปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่าเป็น 'สงครามดอกกุหลาบ'

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยในโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่รายงานโดย Thai Post นายสมชัยได้เปรียบเทียบสถานการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ สว. ในปัจจุบันว่าเป็น 'สงครามดอกกุหลาบ' (War of the Roses) โดยชี้ให้เห็นว่าข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วหรือการ 'ล็อกผล' ในกระบวนการคัดเลือกอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ในกลไกการคัดเลือกฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าคำว่า 'สงครามดอกกุหลาบ' จะถูกใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงความขัดแย้งทางการเมืองภายในที่รุนแรง แต่ก็เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่การวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะและการเคลื่อนไหวทางการเมืองอาจทวีความรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นการสังเกตการณ์ของอดีตเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อฝ่ายนิติบัญญัตินั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามดูว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือการยกระดับความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ เช่นเดียวกับข่าวการเมืองอื่นๆ ในประเทศไทย ผู้อยู่อาศัยควรติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าเหตุการณ์เหล่านี้อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางนิติบัญญัติในวงกว้างอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:16 UTC

ศิริกัญญา สะท้อนบทเรียนการเมืองกรณีอนุทินและบันทึกความเข้าใจ (MOA)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศิริกัญญา สะท้อนบทเรียนการเมืองกรณีอนุทินและบันทึกความเข้าใจ (MOA)

ศิริกัญญา ตันสกุล สส. พรรคประชาชน กล่าวถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา โดยระบุว่าความผิดพลาดในอดีตถือเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศิริกัญญา สะท้อนบทเรียนการเมืองกรณีอนุทินและบันทึกความเข้าใจ (MOA)

แหล่งข่าวเดียว
ศิริกัญญา สะท้อนบทเรียนการเมืองกรณีอนุทินและบันทึกความเข้าใจ (MOA)

ศิริกัญญา ตันสกุล สส. พรรคประชาชน กล่าวถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา โดยระบุว่าความผิดพลาดในอดีตถือเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ณ รัฐสภาไทย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงความเห็นของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่าพรรคประชาชนต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบันทึกความเข้าใจ (MOA) ระหว่างทั้งสองพรรค

ศิริกัญญาปฏิเสธที่จะโต้ตอบกับนายกรัฐมนตรี โดยมองว่าการแลกเปลี่ยนดังกล่าวไม่มีสาระสำคัญ ในส่วนของประเด็นความขัดแย้งเรื่อง MOA และวันครบรอบที่เธอเคยลืมไปก่อนหน้านี้ ศิริกัญญาย้ำว่าสถานการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เธอได้ยอมรับว่าความผิดพลาดที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและระบุว่าไม่ควรให้เกิดความผิดพลาดเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การแลกเปลี่ยนนี้สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่และความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มการเมืองหลัก แม้ว่าการอภิปรายในรัฐสภาเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่ก็สะท้อนถึงบรรยากาศความรับผิดชอบทางการเมืองในปัจจุบันของประเทศ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพลวัตทางการเมืองภายในเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อความร่วมมือทางนิติบัญญัติในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในรัฐบาลอย่างไร ในขณะนี้จุดเน้นยังคงอยู่ที่การเรียนรู้จากความผิดพลาดทางบริหารและการเมืองที่ผ่านมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:36 UTC

รัฐสภาไทยถกงบประมาณปี 2569 วาระที่ 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาไทยถกงบประมาณปี 2569 วาระที่ 2

รัฐสภาไทยเริ่มการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในวาระที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันการปรับลดงบประมาณลง 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าทางการคลัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยถกงบประมาณปี 2569 วาระที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาไทยถกงบประมาณปี 2569 วาระที่ 2

รัฐสภาไทยเริ่มการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในวาระที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันการปรับลดงบประมาณลง 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าทางการคลัง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 รัฐสภาไทยได้เริ่มการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในวาระที่ 2 ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันว่ารัฐบาลได้เสนอปรับลดงบประมาณลง 1.1 หมื่นล้านบาทจากข้อเสนองบประมาณเดิม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะมีความคุ้มค่าและสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กระบวนการทางนิติบัญญัตินี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นตัวกำหนดการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลไปยังโครงสร้างพื้นฐาน บริการสาธารณะ และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและคุณภาพของบริการสาธารณะ แม้ว่าขณะนี้งบประมาณจะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่การจัดสรรเงินทุนขั้นสุดท้ายยังคงขึ้นอยู่กับผลการประชุมของรัฐสภา

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ นี่เป็นขั้นตอนทางนิติบัญญัติที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่าจะมีการยืนยันการปรับลดงบประมาณในการอภิปรายปัจจุบันแล้ว แต่การอนุมัติงบประมาณขั้นสุดท้ายและภาคส่วนเฉพาะที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนมากที่สุดนั้นยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามความคืบหน้าจากรัฐสภาเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงทางการคลังเหล่านี้อาจส่งผลต่อโครงการของรัฐหรือความพร้อมของบริการสาธารณะในปีหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:15 UTC

รัฐสภาไทยเริ่มพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 วาระที่ 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาไทยเริ่มพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

สภาผู้แทนราษฎรเริ่มการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 โดยมีการเสนอปรับลดงบประมาณกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยเริ่มพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาไทยเริ่มพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 วาระที่ 2

สภาผู้แทนราษฎรเริ่มการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 โดยมีการเสนอปรับลดงบประมาณกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรไทยได้เริ่มการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 โดยมีวงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาท การประชุมดังกล่าวมีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ รายงานว่า คณะกรรมาธิการได้พิจารณารายละเอียดของหน่วยรับงบประมาณรวม 3,286 หน่วย โดยมีประเด็นสำคัญคือการเสนอปรับลดงบประมาณลง 11,162 ล้านบาท นายเอกนิติยืนยันว่าการปรับลดดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้งบประมาณมีความสมเหตุสมผล คุ้มค่า และสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน คณะกรรมาธิการเน้นย้ำว่าการจัดสรรงบประมาณมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กระบวนการงบประมาณนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นตัวกำหนดการจัดสรรงบประมาณสำหรับบริการสาธารณะ โครงการโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดปีงบประมาณที่จะถึงนี้ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนนี้มีความจำเป็นและทำได้จริง แต่การอนุมัติร่างกฎหมายในวาระที่ 3 ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะที่การอภิปรายในสภายังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:16 UTC

กบข. ปรับกลยุทธ์มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กบข. ปรับกลยุทธ์มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก

ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เผยแนวทางใหม่ในการเปลี่ยนเงินออมเพื่อการเกษียณให้เป็นความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กบข. ปรับกลยุทธ์มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก

แหล่งข่าวเดียว
กบข. ปรับกลยุทธ์มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก

ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เผยแนวทางใหม่ในการเปลี่ยนเงินออมเพื่อการเกษียณให้เป็นความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้ประกาศถึงการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิก โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวข้ามรูปแบบการออมแบบเดิมไปสู่การสร้าง 'ความมั่นคงทางการเงิน' (Financial Security) ที่ครอบคลุมสำหรับข้าราชการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ทำงานในภาครัฐของไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณถึงการมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพย์สินที่แข็งแกร่งขึ้นและความมั่นคงในระยะยาวสำหรับผู้รับบำนาญ กบข. กำลังพยายามนิยามประสบการณ์หลังเกษียณใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าการสิ้นสุดอาชีพการงานจะไม่ส่งผลให้ความเป็นอยู่ทางการเงินลดลง

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ชัดเจนในการปรับปรุงการดำเนินงานของกองทุน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการนำกลยุทธ์การลงทุนใหม่เหล่านี้ไปปฏิบัติ หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยตรงต่อบัญชีของสมาชิกแต่ละรายนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายที่จะนำมาใช้เพื่อให้บรรลุความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นนี้ ทั้งนี้ กบข. ยังไม่ได้ระบุกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 03:17 UTC

พรรคเพื่อไทยประชุม สส. เตรียมความพร้อมก่อนถกงบประมาณ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคเพื่อไทยประชุม สส. เตรียมความพร้อมก่อนถกงบประมาณ

พรรคเพื่อไทยเรียกประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกำหนดทิศทางการลงมติก่อนการอภิปรายงบประมาณปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคเพื่อไทยประชุม สส. เตรียมความพร้อมก่อนถกงบประมาณ

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยประชุม สส. เตรียมความพร้อมก่อนถกงบประมาณ

พรรคเพื่อไทยเรียกประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกำหนดทิศทางการลงมติก่อนการอภิปรายงบประมาณปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายงบประมาณที่กำลังจะมาถึง ในระหว่างการประชุม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แกนนำคนสำคัญของพรรค ได้กำชับสมาชิกอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติระหว่างการประชุมสภา

นายวิสุทธิ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพของพรรค โดยเตือนสมาชิกไม่ให้แตกแถวในระหว่างกระบวนการลงมติ นอกจากนี้ยังกำชับให้ สส. อยู่ในห้องประชุมและให้ความสนใจกับการปฏิบัติหน้าที่ โดยเตือนไม่ให้พูดคุยกันจนลืมแสดงตนหรือลืมลงมติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงระเบียบวินัยภายในและการจัดการของพรรคแกนนำรัฐบาลในการผลักดันกฎหมายการเงินที่สำคัญ แม้ว่าการประชุมดังกล่าวจะเป็นขั้นตอนปกติของรัฐสภา แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างความมั่นใจว่าการผ่านงบประมาณแผ่นดินจะเป็นไปอย่างราบรื่น ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของการจัดสรรงบประมาณยังคงอยู่ระหว่างการอภิปรายในสภา ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูท่าทีของฝ่ายค้านและรอดูว่ารัฐบาลจะสามารถรักษาความเป็นเอกภาพในการลงมติครั้งสำคัญนี้ได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 02:55 UTC