ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา บิว ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร ด้วยสถิติสุดยอด ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกรุงเทพฯ กระทบครัวเรือนกว่า 5.2 หมื่นแห่ง ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยระดมทุกกระทรวงเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติท่ามกลางน้ำท่วมหนัก ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า ✦
วัฒนธรรม ตัวแทนประกันภัยชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ฉลองการทำงานยาวนาน 4 ทศวรรษ ✦
วัฒนธรรม แนวโน้มดวงชะตารายสัปดาห์: 23 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569 ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยอพยพออกจากศูนย์ฝึกหลังน้ำท่วมหนัก ✦
กีฬา ภูริพล บุญสอน ลมกรดไทยสร้างประวัติศาสตร์ทุบสถิติเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา

บิว ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร ด้วยสถิติสุดยอด

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร ด้วยสถิติสุดยอด

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาชาวไทย คว้าตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 200 เมตร หลังทำเวลาได้น่าประทับใจ 20.10 วินาทีในรอบรองชนะเลิศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มชาวไทย ได้สร้างผลงานที่โดดเด่นในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรชาย โดยภูริพลสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ในรอบรองชนะเลิศด้วยเวลา 20.10 วินาที

ผลการแข่งขันนี้ทำให้เขาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ซึ่งมีกำหนดการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ ผลงานของนักกีฬาคนนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากความเร็วที่แสดงให้เห็นบนลู่วิ่ง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามวงการกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับนานาชาติ บรรยากาศรอบการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนกีฬา

แม้ว่าการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลการแข่งขันชิงเหรียญรางวัลยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป ผู้ชมต่างจับตามองการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งและคว้าตำแหน่งบนโพเดียมท่ามกลางคู่แข่งที่เหลือได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:00 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกรุงเทพฯ กระทบครัวเรือนกว่า 5.2 หมื่นแห่ง

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกรุงเทพฯ กระทบครัวเรือนกว่า 5.2 หมื่นแห่ง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สรุปสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อครัวเรือน 52,000 แห่ง และมีการอพยพประชาชน 4,200 คนเข้าสู่ศูนย์พักพิง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สรุปสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองหลวง โดยระบุว่าน้ำท่วมได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพื้นที่ต่างๆ ของเมือง ซึ่งมีครัวเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 52,000 ครัวเรือน

เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทางการได้อำนวยความสะดวกในการอพยพประชาชนจำนวน 4,200 คน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้เพื่อความปลอดภัย สรุปของผู้ว่าฯ เน้นย้ำถึงขนาดของสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบันและความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่เมืองในการจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทางในพื้นที่ การปิดถนนที่อาจเกิดขึ้น และความยากลำบากในการเข้าถึงบางพื้นที่ของเมือง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและคำแนะนำด้านความปลอดภัย

แม้ว่าตัวเลขปัจจุบันจะแสดงให้เห็นถึงผลกระทบในเบื้องต้น แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าเมื่อใดจึงจะปลอดภัยสำหรับผู้ที่อพยพให้กลับเข้าสู่ที่พักอาศัยได้ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:00 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยระดมทุกกระทรวงเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยระดมทุกกระทรวงเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประสานงานการตอบสนองระหว่างกระทรวงเพื่อจัดการกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยเน้นการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง การสนับสนุนการอพยพ และการดูแลโครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยถึงความพยายามของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย โดยมีการมอบหมายภารกิจเฉพาะให้แก่กระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของประชาชนและความต่อเนื่องของการให้บริการ

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงและเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ ในขณะที่การประปาส่วนภูมิภาคกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้มีน้ำประปาใช้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ประกาศพื้นที่ 5 อำเภอเป็นเขตประสบภัยพิบัติเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ ในขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังบริหารจัดการการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้หมายความว่าบางพื้นที่อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง การอพยพในพื้นที่ หรือการปรับเปลี่ยนสถานที่สาธารณะให้เป็นศูนย์พักพิง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและการปิดถนนที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังจัดการระดับน้ำและโครงสร้างพื้นฐานอย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาในการรับมือกับน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักเกี่ยวกับความปลอดภัยและความสามารถในการเข้าถึงเส้นทางที่วางแผนไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:01 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติท่ามกลางน้ำท่วมหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติท่ามกลางน้ำท่วมหนัก

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศให้ทั้ง 50 เขตของเมืองหลวงเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงขยายวงกว้าง

ตามรายงานจาก Khaosod English เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ขยายสถานะพื้นที่ประสบภัยพิบัติให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเมืองหลวง

ทางการได้ออกคำเตือนเร่งด่วนเกี่ยวกับระดับน้ำที่วิกฤตในเครือข่ายคูคลองของเมือง นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำอย่างเคร่งครัดให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนกว่า 20 สายที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ การประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตประสบภัยพิบัติบ่งชี้ถึงระดับความเสี่ยงที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดถนนและมาตรการความปลอดภัย

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมืองยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรตรวจสอบกับที่พักและผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงัก โปรดทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานปัจจุบันและไม่ใช่คำแนะนำด้านความปลอดภัย บุคคลทั่วไปควรให้ความสำคัญกับคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นเป็นหลัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:20 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

รถไฟฟ้าสายสีแดงในกรุงเทพฯ หยุดให้บริการทั้ง 13 สถานีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากระบบอาณัติสัญญาณขัดข้องจากปัญหาทางไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงในกรุงเทพฯ ได้ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราวในทั้งสองเส้นทางหลัก ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าเหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดจากปัญหาทางระบบไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อระบบอาณัติสัญญาณของเครือข่าย

จากเหตุขัดข้องทางเทคนิคนี้ ส่งผลให้สถานีทั้ง 13 แห่งตลอดเส้นทาง รวมถึงช่วงที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปยังรังสิต และเส้นทางตลิ่งชัน ต้องปิดให้บริการแก่ประชาชน โดยเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ SRTET (รถไฟฟ้าสายสีแดง) ได้ยืนยันการหยุดให้บริการเมื่อเวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงในการเดินทางประจำวันหรือเพื่อเดินทางไปยังสถานีกลาง ถือว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อแผนการเดินทาง ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ควรพิจารณาใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทางหรือรถแท็กซี่ ในระหว่างที่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ากำลังเร่งแก้ไขปัญหาทางไฟฟ้าดังกล่าว

ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าบริการจะกลับมาเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบเมื่อใด ผู้โดยสารควรติดตามข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ SRTET เกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของปัญหาทางไฟฟ้าหรือกำหนดการที่คาดว่าจะซ่อมแซมเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:55 UTC

วัฒนธรรม

ตัวแทนประกันภัยชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ฉลองการทำงานยาวนาน 4 ทศวรรษ

แหล่งข่าวเดียว
ตัวแทนประกันภัยชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ฉลองการทำงานยาวนาน 4 ทศวรรษ

หญิงชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ยังคงทำงานเป็นตัวแทนประกันภัยอย่างแข็งขัน โดยนับเป็นเวลา 40 ปีของการทำงานในวิชาชีพ

ตามรายงานจาก Khaosod Online หญิงชาวเกาหลีใต้วัย 100 ปี ชื่อ คิมซุกจา ได้รับความสนใจจากนานาชาติเนื่องจากความทุ่มเทในการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเธอทำงานเป็นตัวแทนประกันภัยให้กับบริษัท Hanwha General Insurance มาตั้งแต่ปี 1983 และยังคงปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาชีพมานานกว่า 4 ทศวรรษ

สิ่งที่น่าทึ่งคือ คุณคิมยังคงเดินทางไปพบลูกค้าด้วยตนเองและสามารถปิดสัญญาประกันภัยรายใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 บริษัทได้จัดพิธีมอบรางวัล “100-Year Legacy” เพื่อเป็นเกียรติแก่ความมุ่งมั่นของเธอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เรื่องราวนี้ถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการมีอายุยืนยาวและการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงในสังคมเอเชียตะวันออก ซึ่งเน้นย้ำถึงค่านิยมทางวัฒนธรรมเรื่องการทำงานตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมส่วนบุคคล ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามแนวโน้มทางสังคมในภูมิภาคนี้

แม้ว่ารายงานจะยืนยันถึงการจ้างงานที่ยังคงดำเนินอยู่และการได้รับการยอมรับจากบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเกษียณอายุในอนาคตของเธอยังไม่มีการเปิดเผย เรื่องราวนี้ถูกนำเสนอในฐานะบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับความยืนยาวในวิชาชีพ และไม่ได้เป็นการให้คำแนะนำด้านสุขภาพหรือการใช้ชีวิตสำหรับผู้อื่นแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:02 UTC

วัฒนธรรม

แนวโน้มดวงชะตารายสัปดาห์: 23 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มดวงชะตารายสัปดาห์: 23 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569

ข่าวสดออนไลน์ได้เผยแพร่คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ประจำสัปดาห์ โดยระบุถึงแนวโน้มชีวิตที่มีโอกาสเกิดขึ้นสำหรับราศีต่างๆ ในประเทศไทย

ตามรายงานที่เผยแพร่โดยข่าวสดออนไลน์ ช่วงเวลาระหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม 2569 มีแนวโน้มทางโหราศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลตามราศีเกิด

สำหรับผู้ที่เกิดในราศีเมษ คำพยากรณ์ระบุว่าจะเป็นสัปดาห์ที่วุ่นวายเกี่ยวกับบริวาร โดยอาจมีค่าใช้จ่ายทางการเงินเพื่อแก้ไขความผิดพลาดของผู้อื่น อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าชีวิตการทำงานยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคง และบุคคลอาจมีเสน่ห์ต่อผู้อื่นมากขึ้น ในทางกลับกัน ผู้ที่เกิดในราศีพฤษภได้รับคำแนะนำให้รักษาท่าทีที่อ่อนน้อมและยิ้มแย้มเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจ คำพยากรณ์เตือนถึงความเครียดที่อาจเกิดจากบริวาร และระบุว่าการสื่อสารและการเจรจาอาจพบอุปสรรคในช่วงเวลานี้ สำหรับราศีมิถุน ช่วงเวลานี้อาจเกี่ยวข้องกับการเดินทางที่ไม่คาดคิดหรืองานที่ขัดจังหวะเวลาพักผ่อนที่วางแผนไว้ โดยมีคำแนะนำให้จำกัดการปฏิสัมพันธ์กับชาวตะวันตกเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ดวงชะตาเหล่านี้สะท้อนถึงความสนใจทางวัฒนธรรมที่มีต่อโหราศาสตร์ ซึ่งมักมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในชีวิตประจำวันและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แม้ว่าคำพยากรณ์เหล่านี้จะมีรากฐานมาจากระบบความเชื่อดั้งเดิม แต่ก็ไม่ได้อ้างอิงจากข้อมูลเชิงประจักษ์ ผู้อ่านควรทราบว่าคำพยากรณ์เหล่านี้มีไว้เพื่อความบันเทิงเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ แนวโน้มทางโหราศาสตร์เหล่านี้จะปรากฏในประสบการณ์ส่วนบุคคลอย่างไรนั้นยังคงเป็นเรื่องของมุมมองส่วนบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:02 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

กระทรวงคมนาคมของไทยได้เปิดศูนย์บัญชาการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจัดการผลกระทบจากน้ำท่วมและรับประกันการเชื่อมต่อของระบบขนส่ง

ตามรายงานจาก Matichon Online นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จัดตั้ง 'ศูนย์บัญชาการรับมือน้ำท่วม' ซึ่งปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนยังคงสามารถเข้าถึงระบบขนส่งที่จำเป็นได้ และป้องกันไม่ให้ชุมชนถูกตัดขาดเนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในส่วนของการตอบสนองอย่างเร่งด่วน ทางการกำลังให้ความสำคัญกับการเปิดทางระบายน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีการระบุจุดวิกฤต 3 จุดเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อเร่งการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขังบนเส้นทางสายหลักนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การดำเนินการนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามเชิงรุกในการรักษาความสามารถในการสัญจรทางถนนและการทำงานของระบบขนส่งสาธารณะในช่วงฤดูฝน แม้ว่ากระทรวงจะทำงานอย่างแข็งขันเพื่อให้เส้นทางต่างๆ เปิดใช้งานได้ แต่ผู้เดินทางควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการดำเนินการระบายน้ำในจุดเฉพาะเหล่านี้จะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีความจำเป็นต้องปิดถนนเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ของเมืองหรือไม่ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับสภาพถนนและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักในการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:01 UTC

ความปลอดภัย

ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยอพยพออกจากศูนย์ฝึกหลังน้ำท่วมหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยอพยพออกจากศูนย์ฝึกหลังน้ำท่วมหนัก

ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยต้องอพยพออกจากศูนย์ฝึกซ้อมภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ย่านหัวหมาก หลังเกิดน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทยต้องเผชิญกับการอพยพฉุกเฉินออกจากศูนย์ฝึกซ้อมที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถาน ย่านหัวหมาก กรุงเทพมหานคร เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่าระดับน้ำภายในศูนย์ฝึกสูงถึงระดับหน้าอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถใช้งานได้ในทันที แม้ว่าศูนย์ฝึกซ้อมจะเป็นสถานที่เฉพาะทาง แต่ความรุนแรงของการสะสมของน้ำถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศูนย์ฝึกจะปิดทำการนานเท่าใด และน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่ออุปกรณ์เฉพาะทางที่นักกีฬาใช้หรือไม่ ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในกลุ่มนักกีฬาในระหว่างกระบวนการอพยพ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการเคลียร์หรือจะสามารถกลับมาฝึกซ้อมได้เมื่อใด ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปหรือผ่านย่านหัวหมากควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:01 UTC

กีฬา

ภูริพล บุญสอน ลมกรดไทยสร้างประวัติศาสตร์ทุบสถิติเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ภูริพล บุญสอน ลมกรดไทยสร้างประวัติศาสตร์ทุบสถิติเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาชาวไทยสร้างผลงานประวัติศาสตร์ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา ด้วยการทำลายสถิติเดิมในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร และ 100 เมตร

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี ได้สร้างผลงานที่น่าจดจำ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ภูริพลโชว์ฟอร์มแกร่งในรอบฮีตวิ่ง 200 เมตร โดยเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 20.10 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเอเชียนเกมส์เดิมที่ เฟมี โอกูโนเด นักวิ่งจากการ์ต้าเคยทำไว้เมื่อปี 2014

นอกจากนี้ ภูริพลยังคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชายด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรได้สำเร็จ ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยทำไว้ด้วยเวลา 10.44 วินาที ในปี 1978

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและกระแสความตื่นตัวไปทั่วประเทศ ความสำเร็จของนักกีฬาดาวรุ่งบนเวทีระดับทวีปสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของวงการกรีฑาไทย แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงเฝ้ารอชมว่าผลงานของภูริพลจะส่งผลต่อการแข่งขันในรายการที่เหลืออย่างไร ในขณะที่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป ผู้ชมต่างจับตามองว่าสถิติเหล่านี้จะนำไปสู่ความสำเร็จเพิ่มเติมสำหรับทัพนักกีฬาไทยในนาโกยาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 12:02 UTC

สส. จี้ถามความโปร่งใสของงบ กอ.รมน. หลังพบข้อสงสัยเรื่อง 'กำลังพลผี'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. จี้ถามความโปร่งใสของงบ กอ.รมน. หลังพบข้อสงสัยเรื่อง 'กำลังพลผี'

ระหว่างการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวกับการลดงบประมาณกำลังพลลง 31% และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. จี้ถามความโปร่งใสของงบ กอ.รมน. หลังพบข้อสงสัยเรื่อง 'กำลังพลผี'

แหล่งข่าวเดียว
สส. จี้ถามความโปร่งใสของงบ กอ.รมน. หลังพบข้อสงสัยเรื่อง 'กำลังพลผี'

ระหว่างการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวกับการลดงบประมาณกำลังพลลง 31% และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงข้อกังวลเกี่ยวกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยตั้งคำถามถึงการลดงบประมาณด้านกำลังพลลงถึง 31% ว่าความแตกต่างนี้บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของ 'กำลังพลผี' หรือบุคคลที่อยู่ในบัญชีเงินเดือนแต่ไม่มีตัวตนจริงหรือไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

นายรอมฎอนยังได้วิพากษ์วิจารณ์แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่าระดับความรุนแรงในปี 2568 สูงกว่าช่วงเริ่มต้นของแผนยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณค่าตอบแทนที่ซ้ำซ้อนซึ่งกระจายอยู่ใน 46 หน่วยงาน โดยอ้างอิงผลสำรวจจากนิด้าโพลที่ระบุว่าประชาชนในพื้นที่ 35.7% มองว่าเหตุการณ์ความไม่สงบมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการงบประมาณในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการบริหารงานและการใช้จ่ายด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่านายรอมฎอนจะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความโปร่งใส แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะชี้แจงต่อข้อกล่าวหาเรื่องการบริหารจัดการการเงินอย่างไร และจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจำนวนกำลังพลอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:37 UTC

ข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการโซลาร์เซลล์ของกองทุนหมู่บ้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการโซลาร์เซลล์ของกองทุนหมู่บ้าน

นักการเมือง 'มาดามเดียร์' ได้ตั้งคำถามต่อรัฐบาลเกี่ยวกับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับทุนจากกองทุนหมู่บ้าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการโซลาร์เซลล์ของกองทุนหมู่บ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการโซลาร์เซลล์ของกองทุนหมู่บ้าน

นักการเมือง 'มาดามเดียร์' ได้ตั้งคำถามต่อรัฐบาลเกี่ยวกับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับทุนจากกองทุนหมู่บ้าน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 นักการเมืองชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'มาดามเดียร์' ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยเสนอว่าโครงการเหล่านี้อาจไม่ส่งมอบผลประโยชน์ที่ตั้งใจไว้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

'มาดามเดียร์' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อให้รัฐบาลตอบคำถาม 3 ข้อให้ชัดเจน ก่อนที่จะมีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 500 ล้านบาทให้กับกองทุนดังกล่าว ความกังวลของเธอเน้นไปที่ความรับผิดชอบในการใช้จ่ายเหล่านี้และประโยชน์ใช้สอยจริงของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแสงอาทิตย์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในพื้นที่ชนบท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการใช้จ่ายสาธารณะและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าโครงการโซลาร์เซลล์เหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน แต่การเรียกร้องความโปร่งใสชี้ให้เห็นว่ากระบวนการดำเนินงานกำลังถูกตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะตอบคำถามทั้ง 3 ข้อนี้อย่างไร และงบประมาณ 500 ล้านบาทที่ร้องขอจะได้รับการอนุมัติหรือถูกชะลอออกไปเพื่อรอการตรวจสอบเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการตรวจสอบกองทุนเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:16 UTC

บทวิเคราะห์ทางการเมืองเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและประเด็นธุรกิจสีเทา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

บทวิเคราะห์ทางการเมืองเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและประเด็นธุรกิจสีเทา

Thai Post รายงานถึงวาทกรรมทางการเมืองล่าสุดเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและอิทธิพลของกิจกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

บทวิเคราะห์ทางการเมืองเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและประเด็นธุรกิจสีเทา

แหล่งข่าวเดียว
บทวิเคราะห์ทางการเมืองเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและประเด็นธุรกิจสีเทา

Thai Post รายงานถึงวาทกรรมทางการเมืองล่าสุดเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและอิทธิพลของกิจกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 สื่อ Thai Post ได้นำเสนอรายการสนทนาในชื่อ 'ตรงปก ตรงประเด็น' ดำเนินรายการโดย สำราญ รอดเพชร โดยในตอนดังกล่าวมี นันทิวัฒน์ สามารถ มาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยปัจจุบัน

การสนทนามุ่งเน้นไปที่กระแสสังคมและการเมืองเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ส่วนสำคัญของการสนทนาเน้นไปที่ปัญหาธุรกิจสีเทา ซึ่งเป็นคำที่สื่อไทยมักใช้เรียกกิจกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือกึ่งถูกกฎหมาย รวมถึงความเชื่อมโยงที่ถูกมองว่ามีอยู่ระหว่างกลุ่มธุรกิจเหล่านี้กับฝ่ายการเมือง การสนทนาได้สำรวจว่าความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเครือข่ายที่ผิดกฎหมายเหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบริหารประเทศและลำดับความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมาย แม้ว่ารายการจะสะท้อนมุมมองของผู้แสดงความคิดเห็นเฉพาะราย แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและการเมืองในประเทศไทยอย่างเข้มข้นขึ้น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำวิจารณ์ทางการเมืองเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาลจริงหรือไม่ หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในการจัดการกับกิจกรรมตลาดสีเทาของรัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นการวิเคราะห์ทางการเมือง ผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบันจึงยังคงเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันในที่สาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:19 UTC

ฟีฟ่ายืนยัน จานนี อินฟานติโน เตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานอีกสมัย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ฟีฟ่ายืนยัน จานนี อินฟานติโน เตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานอีกสมัย

ฟีฟ่าประกาศอย่างเป็นทางการว่า จานนี อินฟานติโน จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานฟีฟ่าอีกสมัยในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ฟีฟ่ายืนยัน จานนี อินฟานติโน เตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานอีกสมัย

แหล่งข่าวเดียว
ฟีฟ่ายืนยัน จานนี อินฟานติโน เตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานอีกสมัย

ฟีฟ่าประกาศอย่างเป็นทางการว่า จานนี อินฟานติโน จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานฟีฟ่าอีกสมัยในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้า

ตามรายงานจาก Matichon Online ฟีฟ่าได้ยืนยันว่า จานนี อินฟานติโน ประธานคนปัจจุบันจะลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัยในการโหวตเลือกผู้นำองค์กรซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้า การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการเลือกตั้งภายในองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลระดับโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงความต่อเนื่องของการบริหารงานในระดับสูงสุดของฟุตบอลระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลงใหลในกีฬานี้อย่างลึกซึ้ง ความมั่นคงหรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการบริหารของฟีฟ่ามักส่งผลต่อโครงการพัฒนาฟุตบอลในท้องถิ่น การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับนานาชาติ และภูมิทัศน์ทางกีฬาโดยรวม

แม้ว่าการยืนยันการลงสมัครรับเลือกตั้งของเขาจะมีความชัดเจน แต่รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังคงต้องรอการสรุป โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายชื่ออย่างเป็นทางการของผู้ท้าชิงคนอื่นๆ วันที่ที่แน่นอนสำหรับการลงคะแนนเสียงในเดือนมีนาคม และนโยบายฉบับเต็มของประธานคนปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากฟีฟ่าเกี่ยวกับกระบวนการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการและรายชื่อผู้สมัครขั้นสุดท้ายที่จะลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธาน ในขณะนี้ชุมชนฟุตบอลกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่รอบการเลือกตั้งดำเนินไปสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:16 UTC

สจล. จับมือ พม. เปิดตัวโครงการ 7 Inspirations เฟส 4
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สจล. จับมือ พม. เปิดตัวโครงการ 7 Inspirations เฟส 4

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดตัวโครงการ 7 Inspirations ระยะที่ 4

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สจล. จับมือ พม. เปิดตัวโครงการ 7 Inspirations เฟส 4

แหล่งข่าวเดียว
สจล. จับมือ พม. เปิดตัวโครงการ 7 Inspirations เฟส 4

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดตัวโครงการ 7 Inspirations ระยะที่ 4

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดตัวโครงการ 7 Inspirations ระยะที่ 4 อย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมกันในสังคมไทย โดยการใช้ทรัพยากรทางวิชาการของ สจล. ควบคู่ไปกับกรอบการทำงานด้านสวัสดิการสังคมของกระทรวง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้การสนับสนุนแก่ประชากรกลุ่มต่างๆ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว ความร่วมมือนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการพัฒนาสังคมและการเติบโตอย่างครอบคลุมภายในภาคการศึกษาและภาครัฐของประเทศ

แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขยายโครงการ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกิจกรรมที่แน่ชัด กลุ่มเป้าหมายสำหรับระยะนี้ และกำหนดการดำเนินงานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจโครงการเพื่อสังคมในประเทศไทยสามารถติดตามประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงหรือ สจล. เพื่อทำความเข้าใจว่าแรงบันดาลใจเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นโครงการชุมชนที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:17 UTC

กระทรวงศึกษาธิการออกคำสั่งด่วนให้เฝ้าระวังพฤติกรรมเลียนแบบในสถานศึกษา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการออกคำสั่งด่วนให้เฝ้าระวังพฤติกรรมเลียนแบบในสถานศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้สถานศึกษาทุกแห่งดำเนินการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบในกลุ่มนักเรียน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการออกคำสั่งด่วนให้เฝ้าระวังพฤติกรรมเลียนแบบในสถานศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการออกคำสั่งด่วนให้เฝ้าระวังพฤติกรรมเลียนแบบในสถานศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้สถานศึกษาทุกแห่งดำเนินการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบในกลุ่มนักเรียน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ออกคำสั่งด่วนไปยังหน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ โดยกำหนดให้มีการจัดระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระบุและป้องกัน "พฤติกรรมเลียนแบบ" ในกลุ่มนักเรียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำสั่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นต่อสวัสดิภาพของนักเรียนและระเบียบการด้านความปลอดภัยในโรงเรียน แม้ว่ากระทรวงฯ จะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แต่ลักษณะเฉพาะของพฤติกรรมที่ถูกเฝ้าระวังและวิธีการที่โรงเรียนจะต้องนำมาใช้ในการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงนั้นยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม

ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาควรทราบว่าโรงเรียนอาจมีการปรับเปลี่ยนนโยบายภายในและกลยุทธ์การกำกับดูแลเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งจากส่วนกลางนี้ จนถึงขณะนี้ กระทรวงฯ ยังไม่ได้ให้แนวทางปฏิบัติโดยละเอียดว่ามาตรการเฝ้าระวังเหล่านี้จะดำเนินการอย่างไร หรือจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานประจำวันของโรงเรียนอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อสถานศึกษาเริ่มดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยใหม่เหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของระเบียบการดังกล่าว และวิธีการสร้างสมดุลระหว่างมาตรการเหล่านี้กับความเป็นส่วนตัวของนักเรียนและสภาพแวดล้อมทางการศึกษา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:17 UTC

รัฐสภาสิงคโปร์เตรียมอภิปรายประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาสิงคโปร์เตรียมอภิปรายประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี

รัฐสภาสิงคโปร์กำลังเตรียมหารือเกี่ยวกับประเด็นการปรับเงินเดือนรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งสาธารณชนและแวดวงการเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาสิงคโปร์เตรียมอภิปรายประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาสิงคโปร์เตรียมอภิปรายประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี

รัฐสภาสิงคโปร์กำลังเตรียมหารือเกี่ยวกับประเด็นการปรับเงินเดือนรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งสาธารณชนและแวดวงการเมือง

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐสภาสิงคโปร์มีกำหนดการที่จะจัดการอภิปรายเกี่ยวกับโครงสร้างเงินเดือนปัจจุบันของรัฐมนตรีในรัฐบาล โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่ว่าควรมีการปรับอัตราค่าตอบแทนเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งเป็นหัวข้อที่มักก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับการใช้จ่ายภาครัฐและความรับผิดชอบของรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมาเยือนภูมิภาคนี้ การประชุมรัฐสภาครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางการเมืองและลำดับความสำคัญทางการคลังของรัฐบาลสิงคโปร์ แม้ว่าผลลัพธ์ของการหารือเหล่านี้อาจส่งผลต่อความรู้สึกของสาธารณชนและทิศทางนโยบายในอนาคต แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงขั้นตอนของกระบวนการทางรัฐสภาเท่านั้น

ในขั้นตอนนี้ ข้อเสนอเฉพาะสำหรับการปรับเปลี่ยน หรือการยืนยันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าการอภิปรายนี้จะนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรมหรือจะเป็นเพียงกระบวนการให้คำปรึกษาเท่านั้น ในขณะที่สถานการณ์นี้พัฒนาไป ผู้ที่สนใจด้านการบริหารจัดการในระดับภูมิภาคควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐสภาเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลสรุปสุดท้ายของการหารือเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ยืนยันการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 กันยายนนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ยืนยันการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 กันยายนนี้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมจะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน แม้จะมีความกังวลเรื่องกรอบเวลาที่กระชั้นชิดและจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ยืนยันการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 กันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 กันยายนนี้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมจะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน แม้จะมีความกังวลเรื่องกรอบเวลาที่กระชั้นชิดและจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน

บริบทและความท้าทาย

นายจุลพันธ์ยอมรับว่ากรอบเวลาในการจัดการเลือกตั้งนั้นค่อนข้างกระชั้นชิด ปัจจัยสำคัญที่เพิ่มแรงกดดันด้านการบริหารจัดการคือจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับรอบก่อนหน้า การขยายตัวของจำนวนผู้มีสิทธิดังกล่าวจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านธุรการอย่างมากเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยและทั่วถึง

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนในระบบประกันสังคมของไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ คณะกรรมการประกันสังคมมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกองทุนและนโยบายที่ส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและเงินสมทบเกษียณอายุของแรงงานหลายล้านคนในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการอาจส่งผลต่อการให้บริการและทิศทางนโยบายในอนาคต

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่เลือกตั้ง รายชื่อผู้สมัครทั้งหมด และขั้นตอนที่แน่ชัดในการตรวจสอบสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างละเอียดในการประกาศเบื้องต้น ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเข้าร่วมหากท่านมีสิทธิเลือกตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 11:16 UTC

นายกฯ อนุทิน ยืนยันการเนรเทศชาวฝรั่งเศส
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ยืนยันการเนรเทศชาวฝรั่งเศส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ปกป้องการใช้กฎระเบียบใหม่ของกระทรวงมหาดไทยในการเนรเทศชาวฝรั่งเศสเนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสม

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ยืนยันการเนรเทศชาวฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ยืนยันการเนรเทศชาวฝรั่งเศส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ปกป้องการใช้กฎระเบียบใหม่ของกระทรวงมหาดไทยในการเนรเทศชาวฝรั่งเศสเนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย ได้ยืนยันว่าประเทศไทยกำลังดำเนินการเนรเทศชาวฝรั่งเศสรายหนึ่ง โดยการดำเนินการนี้เป็นไปตามกฎระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่เพิ่งนำมาใช้ใหม่ เพื่อจัดการกับพฤติกรรมของผู้มาเยือนชาวต่างชาติ

ตามรายงานของ Khaosod English นี่ถือเป็นกรณีที่สองที่มีการเนรเทศชาวต่างชาติภายใต้กฎระเบียบเฉพาะเหล่านี้ หลังจากกรณีของชาวอิสราเอลก่อนหน้านี้ นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่รัฐสภาโดยปกป้องจุดยืนของรัฐบาล โดยเน้นย้ำว่าทางการกำลังใช้อำนาจตามกฎระเบียบใหม่เหล่านี้เพื่อจัดการกับชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวต่างชาติ แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการใช้กฎระเบียบเหล่านี้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่เกณฑ์เฉพาะสำหรับสิ่งที่ถือเป็น 'พฤติกรรมไม่เหมาะสม' จนนำไปสู่การเนรเทศนั้นยังคงขึ้นอยู่กับการตีความของกระทรวงมหาดไทย

จนถึงขณะนี้ รายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับการกระทำของชาวฝรั่งเศสรายดังกล่าวที่นำไปสู่การเนรเทศยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในกรณีในอนาคตอย่างไร และจะมีกระบวนการอุทธรณ์อย่างเป็นทางการสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเนรเทศทางปกครองเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 07:35 UTC

อดีตประธานร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ยอมรับความผิดพลาดของสูตรเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีตประธานร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ยอมรับความผิดพลาดของสูตรเลือก ส.ว.

อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ยอมรับต่อสาธารณะว่ากระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีตประธานร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ยอมรับความผิดพลาดของสูตรเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
อดีตประธานร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ยอมรับความผิดพลาดของสูตรเลือก ส.ว.

อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ยอมรับต่อสาธารณะว่ากระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้สะท้อนความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับกรอบกฎหมายที่จัดทำขึ้นในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง โดยเขาระบุอย่างชัดเจนว่ากลไกการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) คือความผิดพลาดที่สำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว พร้อมทั้งอธิบายว่าเป็นบทเรียนที่นำพาประเทศไปสู่จุดวิกฤตทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย การยอมรับนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงภายในที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับโครงสร้างทางการเมืองของไทยและมรดกของรัฐธรรมนูญปี 2560 แม้ว่าคำแถลงนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมองย้อนหลังของบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ออกแบบระบบปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของวุฒิสภาหรือกรอบรัฐธรรมนูญในปัจจุบันในทันที

ในขณะนี้ ผลกระทบจากความคิดเห็นดังกล่าวยังคงต้องติดตามต่อไป ยังไม่ชัดเจนว่าการยอมรับนี้จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการปฏิรูปรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ หรือจะเป็นเพียงการสะท้อนความคิดเห็นส่วนตัวต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายในอดีต นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าแม้การอภิปรายทางการเมืองในประเทศไทยจะมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด แต่คำแถลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาระดับชาติเกี่ยวกับธรรมาภิบาล และในปัจจุบันไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือความปลอดภัยของผู้ที่มาเยือนประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 08:36 UTC

นักร้อง 'เอก เดอะวอยซ์' ร้องเรียนเจ้าหน้าที่หลังถูกข่มขู่และคุกคาม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักร้อง 'เอก เดอะวอยซ์' ร้องเรียนเจ้าหน้าที่หลังถูกข่มขู่และคุกคาม

อดีตผู้เข้าแข่งขันรายการ The Voice Thailand 'เอก' ได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยกล่าวหาว่าค่ายเพลงใหญ่แห่งหนึ่งกำลังข่มขู่ชีวิตและทำลายชื่อเสียงของเขา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักร้อง 'เอก เดอะวอยซ์' ร้องเรียนเจ้าหน้าที่หลังถูกข่มขู่และคุกคาม

แหล่งข่าวเดียว
นักร้อง 'เอก เดอะวอยซ์' ร้องเรียนเจ้าหน้าที่หลังถูกข่มขู่และคุกคาม

อดีตผู้เข้าแข่งขันรายการ The Voice Thailand 'เอก' ได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยกล่าวหาว่าค่ายเพลงใหญ่แห่งหนึ่งกำลังข่มขู่ชีวิตและทำลายชื่อเสียงของเขา

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 นักร้องที่รู้จักกันในชื่อ 'เอก เดอะวอยซ์' ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เจ้าหน้าที่รัฐ เกี่ยวกับการถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง ศิลปินรายนี้กล่าวหาว่าเขาถูกข่มขู่เอาชีวิต สาปแช่ง และมีความพยายามอย่างเป็นระบบในการทำลายชื่อเสียงโดยค่ายเพลงที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง

เอกระบุว่าความรุนแรงของการข่มขู่ถึงขั้นที่ทำให้เขาต้องย้ายที่พักอาศัยเพื่อความปลอดภัยของตนเอง นักร้องรายนี้ต้องการให้มีการแทรกแซงอย่างเป็นทางการเพื่อจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และการกลั่นแกล้งทางวิชาชีพที่เขาอ้างว่ากำลังเผชิญอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความกังวลที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับข้อพิพาททางสัญญาและความปลอดภัยส่วนบุคคลภายในอุตสาหกรรมบันเทิงท้องถิ่น แม้ว่าข้อกล่าวหาจะมีความร้ายแรง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลจากฝ่ายเดียวในขณะนี้ ชื่อของค่ายเพลงยังไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในรายงานฉบับแรก และฝ่ายที่ถูกกล่าวหายังไม่ได้ให้คำตอบหรือการแก้ต่างอย่างเป็นทางการ ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อกล่าวหาเหล่านี้และผลกระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 08:36 UTC

นายกฯ อนุทิน มอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน มอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มอบรางวัลให้แก่ อปท. 240 แห่ง ที่มีการบริหารจัดการที่ดี พร้อมประณามการทุจริตในการสอบท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน มอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน มอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มอบรางวัลให้แก่ อปท. 240 แห่ง ที่มีการบริหารจัดการที่ดี พร้อมประณามการทุจริตในการสอบท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ในงานนี้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 240 แห่งได้รับรางวัล โดยได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 147 ล้านบาท

ในระหว่างการกล่าวให้โอวาท นายกรัฐมนตรีแสดงความพึงพอใจที่ไม่มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต โดยระบุว่าผู้ที่ใช้ความสามารถในทางที่ผิดนั้นไม่ต่างจากโจร และยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดโดยไม่มีข้อยกเว้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานท้องถิ่นและการบังคับใช้มาตรการต่อต้านการทุจริตในระดับภูมิภาค แม้ว่ารางวัลดังกล่าวจะเป็นการยกย่องการบริหารงานที่ประสบความสำเร็จ แต่คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงกระบวนการทำงานของรัฐบาลท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามในการปราบปรามการทุจริตเหล่านี้จะส่งผลต่อขั้นตอนการสอบท้องถิ่นในอนาคตอย่างไร และการสอบสวนความไม่โปร่งใสในอดีตจะนำไปสู่การดำเนินคดีเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่รายอื่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 08:37 UTC

รองนายกฯ อนุทิน เน้นย้ำความซื่อสัตย์ในการบริหารงานส่วนท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน เน้นย้ำความซื่อสัตย์ในการบริหารงานส่วนท้องถิ่น

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารงานอย่างมีจริยธรรมในระหว่างการมอบรางวัลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานโดดเด่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน เน้นย้ำความซื่อสัตย์ในการบริหารงานส่วนท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เน้นย้ำความซื่อสัตย์ในการบริหารงานส่วนท้องถิ่น

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารงานอย่างมีจริยธรรมในระหว่างการมอบรางวัลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานโดดเด่น

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล 'การบริหารจัดการที่ดี' ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีผลงานโดดเด่นประจำปี 2569 ในระหว่างพิธี รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงปัญหาการทุจริตในกระบวนการสอบคัดเลือกของท้องถิ่น

นายอนุทินระบุว่า บุคคลใดก็ตามที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตระหว่างการสอบท้องถิ่นจะต้องเผชิญกับมาตรการทางวินัยอย่างเคร่งครัด โดยกล่าวว่าความเก่งกาจที่ปราศจากความซื่อสัตย์นั้นเป็นสิ่งที่อันตราย พร้อมเปรียบเทียบผู้ที่ใช้ความสามารถในทางที่ผิดว่าไม่ต่างจากโจร ทั้งนี้ รัฐบาลมีจุดยืนว่าความเป็นเลิศในการบริหารงานต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสและจริยธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปฏิรูปมาตรฐานการบริหารงานส่วนท้องถิ่น แม้ว่ารางวัลดังกล่าวจะเป็นการยกย่องเทศบาลที่มีผลงานดีเยี่ยม แต่ท่าทีที่แข็งกร้าวของรองนายกรัฐมนตรีบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลและความรับผิดชอบในการดำเนินงานของรัฐบาลท้องถิ่นมากขึ้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการป้องกันการทุจริตเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงในแต่ละจังหวัดอย่างไร และจะมีมาตรการตรวจสอบเฉพาะเจาะจงตามมาหลังจากคำแถลงดังกล่าวหรือไม่ ในขณะนี้ รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะรับประกันว่ากระบวนการสรรหาบุคลากรในท้องถิ่นจะเป็นไปอย่างยุติธรรมและยึดถือระบบคุณธรรมเป็นหลัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 08:36 UTC

ความตึงเครียดทางการเมือง: อนุทินเมินคำท้าดีเบตจากสนธิ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดทางการเมือง: อนุทินเมินคำท้าดีเบตจากสนธิ

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธคำท้าดีเบตจากนักเคลื่อนไหว สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งขู่ว่าจะปลุกระดมการประท้วงบนท้องถนนเนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก ส.ว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมือง: อนุทินเมินคำท้าดีเบตจากสนธิ

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมือง: อนุทินเมินคำท้าดีเบตจากสนธิ

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธคำท้าดีเบตจากนักเคลื่อนไหว สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งขู่ว่าจะปลุกระดมการประท้วงบนท้องถนนเนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก ส.ว.

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ปฏิเสธคำท้าดีเบตสาธารณะจากนักเคลื่อนไหว สนธิ ลิ้มทองกุล โดยความขัดแย้งนี้สืบเนื่องมาจากแคมเปญ 'ทวงคืนประเทศไทย' ของนายสนธิ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา

นายสนธิได้ขู่ว่าจะระดมมวลชนลงถนนหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่ถูกกล่าวหาดังกล่าว ทั้งนี้ นายอนุทินในฐานะตัวแทนรัฐบาลได้เลือกที่จะไม่ตอบโต้ข้อเรียกร้องของนักเคลื่อนไหวรายนี้ และเพิกเฉยต่อการเรียกร้องให้มีการดีเบต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะยังไม่มีการหยุดชะงักของระบบขนส่งหรือบริการสาธารณะในทันที แต่การขู่ว่าจะมีการประท้วงบนท้องถนนมักนำไปสู่ปัญหาการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ และการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเขตเมืองใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณใกล้หน่วยงานราชการ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านายสนธิจะดำเนินการตามคำขู่ในการจัดชุมนุมหรือไม่ และ กกต. จะตอบสนองต่อแรงกดดันในคดี ส.ว. อย่างไร ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสถานที่ที่อาจมีการชุมนุม เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการจราจรอย่างกะทันหัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 08:16 UTC

นายกฯ อนุทิน เมินตอบโต้คำขู่ชุมนุมของ 'สนธิ ลิ้มทองกุล'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เมินตอบโต้คำขู่ชุมนุมของ 'สนธิ ลิ้มทองกุล'

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข้อเรียกร้องให้ดีเบตและคำขู่ชุมนุมของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในคดีสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เมินตอบโต้คำขู่ชุมนุมของ 'สนธิ ลิ้มทองกุล'

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เมินตอบโต้คำขู่ชุมนุมของ 'สนธิ ลิ้มทองกุล'

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข้อเรียกร้องให้ดีเบตและคำขู่ชุมนุมของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในคดีสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศรณรงค์ 'ทวงคืนประเทศไทย' และขู่ว่าจะนำมวลชนเคลื่อนไหวหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ดำเนินการฟ้องร้องคดีที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับคำขาดของนายสนธิ ซึ่งรวมถึงการขู่ยกระดับการเคลื่อนไหวในวันที่ 14 กันยายน หาก กกต. ไม่ดำเนินการใดๆ รวมถึงคำท้าทายให้ดีเบตในเรื่องนี้ นายอนุทินกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าตนยังไม่ได้ฟังรายละเอียดของคำประกาศดังกล่าว ก่อนจะเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้าและปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการชุมนุมทางการเมืองในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเลือกที่จะไม่ตอบโต้ต่อคำขู่เหล่านี้ในขณะนี้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่า กกต. จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ และยังไม่ชัดเจนว่าการชุมนุมในวันที่ 14 กันยายนจะมีขนาดใหญ่หรือส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะ เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดหรือการปรับเปลี่ยนมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงเทพฯ ได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 08:18 UTC

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึงจะดำเนินต่อไปตามแผนในวันที่ 27 กันยายน แม้จะมีกระบวนการอุทธรณ์ทางกฎหมายอยู่ก็ตาม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึงจะดำเนินต่อไปตามแผนในวันที่ 27 กันยายน แม้จะมีกระบวนการอุทธรณ์ทางกฎหมายอยู่ก็ตาม

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงถึงข้อกังวลเกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง โดยตอบคำถามเกี่ยวกับการอุทธรณ์ทางกฎหมายที่ค้างอยู่ นายจุลพันธ์ชี้แจงว่ารัฐบาลไม่ได้พยายามที่จะถ่วงเวลาในกระบวนการดังกล่าว และยืนยันอย่างชัดเจนว่าการเลือกตั้งยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน 2569 ตามแผนเดิมที่วางไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีบทบาทสำคัญในการจัดการด้านสุขภาพและการสมทบเงินบำนาญสำหรับแรงงาน องค์ประกอบของคณะกรรมการมีความสำคัญเนื่องจากมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และการจัดการกองทุน แม้ว่าวันเลือกตั้งจะยังคงกำหนดไว้ในขณะนี้ แต่กระบวนการทางกฎหมายที่รัฐมนตรีช่วยฯ กล่าวถึงชี้ให้เห็นว่ามีการตรวจสอบทางปกครองหรือทางตุลาการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของคณะกรรมการอยู่

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีพัฒนาการทางกฎหมายเพิ่มเติมที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายของการเลือกตั้งหรือคุณสมบัติของผู้สมัครหรือไม่ ผู้ที่ลงทะเบียนในระบบประกันสังคมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมสำหรับการอัปเดตในนาทีสุดท้ายหรือการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการลงคะแนนเสียง ทั้งนี้ กำหนดการเลือกตั้งในปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการถูกตรวจสอบกรณีถือครองที่ดิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการถูกตรวจสอบกรณีถือครองที่ดิน

กำลังมีการสอบสวนข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการและบุตรสาวถือครองโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการถูกตรวจสอบกรณีถือครองที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการถูกตรวจสอบกรณีถือครองที่ดิน

กำลังมีการสอบสวนข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการและบุตรสาวถือครองโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวน

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 เพจโซเชียลมีเดียชื่อดังได้เปิดเผยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของปลัดกระทรวงศึกษาธิการและบุตรสาว โดยระบุว่าบุคคลดังกล่าวถือครองที่ดินภายใต้โครงการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวน

เพื่อตอบสนองต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างละเอียด และเน้นย้ำว่ามีการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเข้มงวดในทุกกรณีของการถือครองที่ดินโดยไม่คำนึงถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการในการกำกับดูแลการใช้ที่ดินและแก้ไขความไม่ถูกต้องที่อาจเกิดขึ้นในการถือครองที่ดิน โดยเฉพาะในพื้นที่คุ้มครอง เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของโฉนดที่ดินและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ประชาชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากทางการในขณะที่กระบวนการตรวจสอบยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 07:36 UTC

รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อชำระหนี้ค่าโง่คลองด่าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อชำระหนี้ค่าโง่คลองด่าน

นายภราดร ปริศนานันทกุล ชี้แจงการดึงงบประมาณ 6 พันล้านบาทเข้าสู่งบกลาง เพื่อสำรองจ่ายภาระผูกพันทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการคลองด่าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อชำระหนี้ค่าโง่คลองด่าน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อชำระหนี้ค่าโง่คลองด่าน

นายภราดร ปริศนานันทกุล ชี้แจงการดึงงบประมาณ 6 พันล้านบาทเข้าสู่งบกลาง เพื่อสำรองจ่ายภาระผูกพันทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการคลองด่าน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงการปรับลดงบประมาณ โดยระบุว่าคณะกรรมาธิการสามารถปรับลดงบประมาณได้รวม 11,162 ล้านบาท และได้มีการนำงบประมาณจำนวน 6,000 ล้านบาทมาใส่ไว้ในงบกลาง

นายภราดรชี้แจงว่า การจัดสรรงบประมาณส่วนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองไว้สำหรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือ 'ค่าโง่คลองด่าน' โดยระบุว่ากรมควบคุมมลพิษได้ตั้งงบประมาณไว้ 3,000 ล้านบาท แต่จากการเจรจาพบว่ามีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายจริงประมาณ 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ รัฐมนตรียังได้กล่าวถึงกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยระบุว่าไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณ เนื่องจากกองทุนได้รับงบสนับสนุนมากกว่าปีก่อนๆ อยู่แล้ว พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานบริหารจัดการให้ดีขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขภาระผูกพันทางกฎหมายที่ค้างคามานาน แม้จะเป็นกระบวนการบริหารจัดการภายใน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการจัดการหนี้สินของรัฐ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ายอดหนี้คงเหลือของโครงการคลองด่านจะได้รับการจัดการอย่างไรในรอบงบประมาณถัดไป และการปรับเปลี่ยนงบประมาณในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนบริการสาธารณะอื่นๆ หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 07:56 UTC