ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม ‘พาย’ รินรดา แก้วบัวสาย ประเดิมบทนางเอกภาพยนตร์เรื่องแรกใน “สังเวย” ✦
ทั่วไป รองนายกฯ ลงพื้นที่สมุทรปราการ ติดตามการบริหารจัดการน้ำและเร่งระบายน้ำ ✦
ความปลอดภัย พรรคประชาธิปัตย์เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและตั้งครัวกลาง ✦
กีฬา น้องเบล ลมกรดสาวไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญวิ่ง 200 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ธีรศักดิ์ทำแฮตทริกพาไทยคว้าชัยนัดเปิดสนามฟีฟ่า อาเซียน คัพ ✦
การเมือง เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็น 11 ต.ค. ✦
ความปลอดภัย นายกฯ อนุทิน สั่งการเร่งรับมือน้ำท่วมและพิจารณามาตรการทำงานจากที่บ้าน ✦
กฎหมาย ไทยเข้าร่วมการประชุมอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติสมัยที่ 15 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมระดับโลก ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยประสาน 20 กระทรวงรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ✦
ทั่วไป มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์ ประจำปี 2569 ✦
วัฒนธรรม

‘พาย’ รินรดา แก้วบัวสาย ประเดิมบทนางเอกภาพยนตร์เรื่องแรกใน “สังเวย”

แหล่งข่าวเดียว
‘พาย’ รินรดา แก้วบัวสาย ประเดิมบทนางเอกภาพยนตร์เรื่องแรกใน “สังเวย”

นักแสดงสาว ‘พาย’ รินรดา แก้วบัวสาย พูดถึงการก้าวเข้าสู่จอเงินครั้งแรกกับภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง “สังเวย”

นักแสดงสาว ‘พาย’ รินรดา แก้วบัวสาย ได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ โดยประเดิมผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในแนวสยองขวัญเรื่อง “สังเวย” ในการสัมภาษณ์ล่าสุดกับข่าวสดออนไลน์ นักแสดงสาวได้แบ่งปันประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านจากบทบาททางโทรทัศน์มาสู่โปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ

พายบรรยายถึงประสบการณ์นี้ว่าเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ โดยระบุว่าเธอไม่เคยร่วมงานกับโปรดักชั่นภาพยนตร์สยองขวัญมาก่อน เธอเน้นย้ำถึงความต้องการทั้งทางร่างกายและอารมณ์ของบทบาทนี้ โดยเฉพาะฉากที่เข้มข้นซึ่งต้องหนีจากสิ่งลี้ลับในพื้นที่จำกัด แม้ว่าเธอจะมีความกลัวเรื่องสิ่งลี้ลับเป็นการส่วนตัว แต่เธอก็ตัดสินใจรับบทนี้เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดทางอาชีพและคว้าโอกาสใหม่ในเส้นทางนักแสดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการบันเทิงไทย โปรเจกต์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนักแสดงสาว ซึ่งเป็นที่รู้จักจากความสัมพันธ์กับนักแสดงหนุ่ม ‘เจมส์ มาร์’ แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสัญญาถึงการแสดงที่ท้าทาย แต่รายละเอียดเกี่ยวกับวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการและนักแสดงร่วมคนอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผลงานนี้เน้นย้ำถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของภาพยนตร์สยองขวัญไทย ซึ่งยังคงเป็นส่วนสำคัญของภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น แฟนคลับของนักแสดงสาวสามารถรอติดตามชมการพิสูจน์ฝีมือของเธอในรูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังนี้ได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:41 UTC

ทั่วไป

รองนายกฯ ลงพื้นที่สมุทรปราการ ติดตามการบริหารจัดการน้ำและเร่งระบายน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ลงพื้นที่สมุทรปราการ ติดตามการบริหารจัดการน้ำและเร่งระบายน้ำ

รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเร่งการระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดสมุทรปราการเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำที่กำลังดำเนินการอยู่

ในระหว่างการตรวจเยี่ยม รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ชั้นในลงสู่ทะเล เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ ทางการกำลังเร่งเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำในระบบคลองเพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำชั่วคราวสำหรับน้ำส่วนเกิน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ กิจกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังบริหารจัดการระดับน้ำอย่างแข็งขันเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ระบบคลองหลักควรติดตามประกาศจากท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการระบายน้ำเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเส้นทางการจราจรหรือโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนนหรือการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินการเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับสถานการณ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ความปลอดภัย

พรรคประชาธิปัตย์เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและตั้งครัวกลาง

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและตั้งครัวกลาง

พรรคประชาธิปัตย์ระดมสมาชิกเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในประเทศไทย โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานและครัวกลาง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 พรรคประชาธิปัตย์ประกาศเปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์น้ำท่วมขังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้สั่งการให้สมาชิกพรรค รวมถึง สส. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อมอบความช่วยเหลือ

นางสาวศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดส่งสิ่งของจำเป็นและอาหารให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว พรรคได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานกลางที่ 'Blue House' (ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์) และกำลังจัดตั้งครัวกลางเพื่อแจกจ่ายอาหารให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ในกรุงเทพฯ ตัวแทนในพื้นที่กำลังรับเรื่องร้องเรียนและทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าบางพื้นที่อาจมีน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในท้องถิ่นและบริการประจำวัน แม้ว่าความพยายามช่วยเหลือเหล่านี้กำลังดำเนินอยู่ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดจากน้ำท่วมและระยะเวลาของปฏิบัติการช่วยเหลือยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและความพร้อมให้บริการของหน่วยงานต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:41 UTC

กีฬา

น้องเบล ลมกรดสาวไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญวิ่ง 200 เมตร ในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
น้องเบล ลมกรดสาวไทย ทะลุเข้าชิงเหรียญวิ่ง 200 เมตร ในเอเชียนเกมส์

นักกรีฑาสาวไทย 'น้องเบล' ทำผลงานยอดเยี่ยมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 200 เมตรหญิงได้สำเร็จ หลังจบอันดับที่ 2 ในรอบคัดเลือก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นักวิ่งสาวชาวไทยที่รู้จักกันในชื่อ 'น้องเบล' ได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรหญิง ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ โดยเธอโชว์ฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอด้วยการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 ในรอบฮีตแรก ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

สำหรับผู้ที่พักอาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามการแข่งขัน ผลงานครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของนักกีฬาไทยในระดับทวีป ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติและเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาซึ่งอยู่ในพื้นที่ขณะนี้

แม้ว่าการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่เวลาการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและรายชื่อคู่แข่งที่จะต้องพบในรอบสุดท้ายนั้น ยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ผู้ชมสามารถตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์เพื่อดูเวลาที่แน่นอนของการชิงเหรียญรางวัล เพื่อไม่ให้พลาดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่จะเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:40 UTC

กีฬา

ธีรศักดิ์ทำแฮตทริกพาไทยคว้าชัยนัดเปิดสนามฟีฟ่า อาเซียน คัพ

แหล่งข่าวเดียว
ธีรศักดิ์ทำแฮตทริกพาไทยคว้าชัยนัดเปิดสนามฟีฟ่า อาเซียน คัพ

ทีมชาติไทยคว้าชัยชนะเหนือปากีสถานในการแข่งขันนัดแรกของศึกฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ทีมชาติไทยเริ่มต้นการแข่งขันฟุตบอลฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 ด้วยชัยชนะเหนือปากีสถานอย่างเด็ดขาด ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การแข่งขันจัดขึ้นที่สนามศรีจาลัก ฮารุปัต เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดแรก

ธีรศักดิ์ เผยพิมาย กองหน้าตัวเก่งเป็นผู้ทำผลงานโดดเด่นด้วยการทำแฮตทริกพาทัพ 'ช้างศึก' คว้าชัยชนะไปได้อย่างสวยงาม ภายใต้การคุมทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทยซึ่งปัจจุบันอยู่อันดับที่ 94 ของโลก ได้ลงสนามพบกับปากีสถาน ทีมอันดับที่ 198 ของโลก โดยมี สารัช อยู่เย็น รับหน้าที่เป็นกัปตันทีม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่แข็งแกร่งของทีมชาติไทยในทัวร์นาเมนต์นี้ ฟีฟ่า อาเซียน คัพ เป็นกิจกรรมกีฬาที่สำคัญในระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและสร้างความสนใจในท้องถิ่นอย่างมาก แม้ว่าทีมจะเก็บ 3 คะแนนแรกได้แล้ว แต่ทัวร์นาเมนต์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แฟนบอลและผู้ติดตามจะคอยดูว่าทีมจะรักษาฟอร์มการเล่นนี้ไว้ได้อย่างไรในนัดถัดไปของรอบแบ่งกลุ่ม โดยคาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมและตารางการแข่งขันในอนาคตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:41 UTC

การเมือง

เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็น 11 ต.ค.

แหล่งข่าวเดียว
เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็น 11 ต.ค.

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมออกไปเป็นวันที่ 11 ตุลาคม โดยระบุเหตุผลสำคัญด้านการบริหารจัดการ 3 ประการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึงได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 11 ตุลาคม การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการทบทวนกระบวนการบริหารจัดการในปัจจุบันเพื่อให้มั่นใจถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพของขั้นตอนการลงคะแนนเสียง

นายจุลพันธ์ได้ระบุเหตุผลสำคัญ 3 ประการสำหรับความล่าช้าในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมอย่างละเอียดเพื่อให้รองรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในระบบประกันสังคม แม้ว่ารายละเอียดทางเทคนิคเฉพาะของปัจจัยทั้ง 3 ประการจะไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศเบื้องต้น แต่รัฐบาลยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนนี้มีความจำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สมทบเงินเข้ากองทุนประกันสังคม การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่ากรอบเวลาในการเลือกตัวแทนเข้าสู่คณะกรรมการได้ถูกขยายออกไป สิ่งสำคัญคือผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับวันลงคะแนนใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในข้อกำหนดการลงทะเบียนหรือการใช้สิทธิ จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเพิ่มเติม ผู้อยู่อาศัยควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการเข้าร่วมการเลือกตั้งที่ถูกเลื่อนออกไป การเลื่อนครั้งนี้ถือเป็นการเตือนให้ตรวจสอบสถานะสิทธิของตนเองก่อนถึงกำหนดการใหม่ในเดือนตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:40 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ อนุทิน สั่งการเร่งรับมือน้ำท่วมและพิจารณามาตรการทำงานจากที่บ้าน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน สั่งการเร่งรับมือน้ำท่วมและพิจารณามาตรการทำงานจากที่บ้าน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้หน่วยงานรัฐลงพื้นที่รับมือน้ำท่วมทันที พร้อมอนุมัติงบประมาณและเครื่องมือเต็มที่ และแนะนำให้พิจารณามาตรการทำงานจากที่บ้านเพื่อลดการจราจร

การระดมกำลังของรัฐบาล

ภายหลังการประชุมทางไกลจากกรุงลอนดอน นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานราชการลงพื้นที่ในจุดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทันที โดยเน้นย้ำถึงการทำงานเป็นทีมเดียว พร้อมเปิดทางให้หน่วยงานสามารถเข้าถึงงบประมาณและเครื่องมือที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว

เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานฉุกเฉินและลดความแออัดบนท้องถนน รัฐบาลได้แนะนำให้ส่วนราชการพิจารณามาตรการทำงานจากที่บ้าน (WFH) สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้อาจส่งผลต่อการเข้าถึงบริการของหน่วยงานรัฐและการปรับเปลี่ยนการจราจรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเป้าหมายหลักของมาตรการเหล่านี้คือการเร่งส่งความช่วยเหลือและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยในปัจจุบัน

สถานะปัจจุบัน

แม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติการสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเต็มที่แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าจังหวัดใดได้รับผลกระทบมากที่สุดหรือระยะเวลาของคำแนะนำในการทำงานจากที่บ้านยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและความพร้อมในการให้บริการสาธารณะ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและคาดว่าจะมีคำสั่งเพิ่มเติมจากหน่วยงานท้องถิ่นในขณะที่การดำเนินงานช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:35 UTC

กฎหมาย

ไทยเข้าร่วมการประชุมอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติสมัยที่ 15 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเข้าร่วมการประชุมอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติสมัยที่ 15 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมระดับโลก

รัฐบาลไทยประกาศเข้าร่วมการประชุมอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติสมัยที่ 15 โดยมุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงความยุติธรรม

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ประเทศไทยกำลังเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 15 อย่างแข็งขัน ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของไทยที่จะปรับกรอบกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเสริมสร้างความร่วมมือระดับโลกในการต่อสู้กับอาชญากรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้ทันสมัย แม้ว่าการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่นโยบายระดับสูงและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ แต่ความคิดริเริ่มดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่การปฏิรูประยะยาวในการทำงานของระบบกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลต่อขั้นตอนการบริหารและการคุ้มครองสิทธิภายในประเทศ รัฐบาลเน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักของความร่วมมือนี้คือเพื่อให้แน่ใจว่าความยุติธรรมยังคงเข้าถึงได้และมีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการที่การหารือระหว่างประเทศเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติทางกฎหมายในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน รัฐบาลยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามนโยบายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจากการประชุมนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าพันธกรณีระหว่างประเทศเหล่านี้อาจส่งผลต่อกฎระเบียบทางกฎหมายภายในประเทศหรือข้อกำหนดด้านการบริหารในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:20 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยประสาน 20 กระทรวงรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประสาน 20 กระทรวงรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยได้ระดม 20 กระทรวงเพื่อดำเนินแผนการรับมือและบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมอย่างครอบคลุม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รัฐบาลไทยได้เปิดแผนการรับมือแบบบูรณาการโดยมี 20 กระทรวงเข้าร่วมเพื่อจัดการกับสถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ความพยายามร่วมกันของหลายหน่วยงานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัย การปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน และการให้บริการสนับสนุนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการระดมทรัพยากรระดับสูงเพื่อลดผลกระทบของน้ำท่วมต่อเครือข่ายการขนส่ง สาธารณูปโภค และความปลอดภัยทั่วไป แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าพื้นที่อย่างแข็งขัน แต่สถานะการดำเนินงานของถนน สถานที่ท่องเที่ยว และบริการสาธารณะในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแผนงานของกระทรวงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อแต่ละจังหวัดอย่างไร และเส้นทางการเดินทางหรือบริการในท้องถิ่นบางแห่งจะต้องเผชิญกับการปิดให้บริการหรือข้อจำกัดชั่วคราวหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม นักท่องเที่ยวควรมีความยืดหยุ่นในการวางแผนการเดินทางและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คาดว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ในระยะยาวและพื้นที่ที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:20 UTC

ทั่วไป

มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์ ประจำปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์ ประจำปี 2569

มหาวิทยาลัยมหิดลได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์ ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ

การยกย่องความเป็นเลิศทางวิชาการ

มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทย ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์ ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รางวัลนี้เป็นการยกย่องบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างคุณูปการให้กับมหาวิทยาลัยและวงการวิชาการในวงกว้าง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การประกาศนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและการพัฒนาทางวิชาการภายในประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดลมักจะเป็นผู้นำด้านความก้าวหน้าทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การยกย่องความเป็นเลิศในลักษณะนี้มักบ่งบอกถึงทิศทางของลำดับความสำคัญของสถาบันในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อมาตรฐานการศึกษาในท้องถิ่นและโอกาสในการวิจัยร่วมกัน

สถานะของข้อมูล

แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะยืนยันการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผู้ได้รับรางวัลแต่ละรายและลักษณะผลงานที่ได้รับรางวัลยังไม่ได้ระบุไว้อย่างละเอียดในรายงานฉบับแรก ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อดูรายชื่อผู้ได้รับรางวัลฉบับเต็มและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบรางวัล เนื่องจากนี่เป็นการยกย่องทางวิชาการภายใน จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อสถานะการเดินทางหรือการเข้าเมือง แต่ยังคงเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคการศึกษาระดับสูงของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:21 UTC

เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงจี้สภาฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงจี้สภาฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว

กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนเข้าพบตัวแทนรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อเรียกร้องให้เร่งพิจารณาร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงจี้สภาฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว

แหล่งข่าวเดียว
เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงจี้สภาฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว

กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนเข้าพบตัวแทนรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อเรียกร้องให้เร่งพิจารณาร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 สมาชิกเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทยกว่า 30 คน ได้รวมตัวกันที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ เพื่อเข้าพบนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดยได้ยื่นข้อเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฉบับภาคประชาชน ในชั้นรับหลักการวาระที่ 1

ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนจำนวน 23,989 คน ทางเครือข่ายเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ให้การสนับสนุนร่างกฎหมายนี้เพื่อให้เข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งทางเครือข่ายเห็นว่าการมีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าร่วมในกรรมาธิการเป็นสิ่งสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามในการปฏิรูปกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในสังคมไทย แม้จะมี สส. พรรคภูมิใจไทยจำนวน 17 คนมาร่วมรับหนังสือ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสภาผู้แทนราษฎรจะกำหนดวาระการพิจารณาร่างกฎหมายนี้เมื่อใด และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จะมีมติอย่างไรต่อข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งกรอบเวลาในการบังคับใช้กฎหมายยังคงมีความไม่แน่นอน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 12:55 UTC

จับตาตรวจสอบหลักสูตรคอนเน็กชั่นระดับสูง หลังมีข้อครหาพัวพันกระบวนการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

จับตาตรวจสอบหลักสูตรคอนเน็กชั่นระดับสูง หลังมีข้อครหาพัวพันกระบวนการคัดเลือก สว.

มติชนออนไลน์รายงานถึงความสนใจจากสาธารณชนและแวดวงการเมืองที่มีต่อหลักสูตรคอนเน็กชั่นชื่อดัง 2 หลักสูตร ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

จับตาตรวจสอบหลักสูตรคอนเน็กชั่นระดับสูง หลังมีข้อครหาพัวพันกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
จับตาตรวจสอบหลักสูตรคอนเน็กชั่นระดับสูง หลังมีข้อครหาพัวพันกระบวนการคัดเลือก สว.

มติชนออนไลน์รายงานถึงความสนใจจากสาธารณชนและแวดวงการเมืองที่มีต่อหลักสูตรคอนเน็กชั่นชื่อดัง 2 หลักสูตร ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 มีการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับหลักสูตรคอนเน็กชั่นชื่อดัง 2 หลักสูตรในประเทศไทย ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มักมีข้าราชการระดับสูง ผู้นำธุรกิจ และบุคคลที่มีอิทธิพลเข้าร่วม โดยขณะนี้กำลังตกเป็นที่จับตามองเนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ซึ่งเต็มไปด้วยข้อครหาเรื่องการฮั้วกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการรวมศูนย์อำนาจภายในกลุ่มชนชั้นนำของไทย แม้ว่าหลักสูตรเหล่านี้จะถูกมองว่าเป็นเวทีสำหรับการพัฒนาวิชาชีพและการสร้างเครือข่ายระดับสูง แต่การสอบสวนในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าหลักสูตรดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการประสานผลประโยชน์ทางการเมือง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ หรือหลักสูตรเหล่านี้จะต้องเผชิญกับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ผู้สังเกตการณ์ต่างจับตาดูว่าการสอบสวนนี้จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสถาบันเหล่านี้ หรือจะนำไปสู่การปฏิรูปในวงกว้างเกี่ยวกับวิธีการที่เจ้าหน้าที่รัฐมีปฏิสัมพันธ์กันในแวดวงวิชาชีพส่วนตัวอย่างไร สำหรับตอนนี้ เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองและการตรวจสอบของสื่อ โดยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตของการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:36 UTC

รัฐบาลไทยตอบโต้การประท้วงทางการเมืองที่นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยตอบโต้การประท้วงทางการเมืองที่นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตอบโต้ข้อวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักเคลื่อนไหว ได้หยิบยกขึ้นมาเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยตอบโต้การประท้วงทางการเมืองที่นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยตอบโต้การประท้วงทางการเมืองที่นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตอบโต้ข้อวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักเคลื่อนไหว ได้หยิบยกขึ้นมาเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ไทยโพสต์รายงานว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตอบโต้ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ริเริ่มโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายสนธิได้จัดการประท้วงภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" ซึ่งแสดงถึงความไม่พอใจอย่างมากต่อการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ในระหว่างการแถลงต่อสาธารณะ นายสนธิได้หยิบยกประเด็นที่เป็นข้อพิพาทหลายประการ รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่อง "ทุนสีเทา" ข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง ความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา และความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในการสอบท้องถิ่น เพื่อเป็นการตอบโต้ รัฐบาลได้ดำเนินการจัดการกับข้อกล่าวหาเฉพาะเหล่านี้โดยมุ่งหวังที่จะชี้แจงจุดยืนในการบริหารงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้ส่งสัญญาณถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการประท้วงเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่ข้อร้องเรียนด้านการบริหารและนโยบาย แต่เป็นเรื่องปกติที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจนำไปสู่การรวมตัวกันในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ ผู้ที่อยู่ในเมืองควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่ประท้วงเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่อาจติดขัด ในขั้นตอนนี้ การชี้แจงอย่างเป็นทางการของรัฐบาลยังคงดำเนินอยู่ และยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความตึงเครียดทางการเมืองเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร หรือจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้สังเกตการณ์ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและสื่อหลักเพื่อรับข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วเกี่ยวกับสถานะของการตรวจสอบเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:38 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลปฏิรูปงบประมาณปี 2570 ในสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลปฏิรูปงบประมาณปี 2570 ในสภา

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการปฏิรูปงบประมาณ โดยชี้ว่ากว่า 90% ของงบปี 2570 เป็นโครงการเดิม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลปฏิรูปงบประมาณปี 2570 ในสภา

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลปฏิรูปงบประมาณปี 2570 ในสภา

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการปฏิรูปงบประมาณ โดยชี้ว่ากว่า 90% ของงบปี 2570 เป็นโครงการเดิม

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ตามรายงานของ Khaosod Online นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ

นายณัฐพงษ์โต้แย้งว่ากว่า 90% ของงบประมาณที่เสนอมานั้นผูกติดอยู่กับโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยแสดงความกังวลว่าปีงบประมาณ 2571 อาจเผชิญกับภาวะหยุดชะงักในลักษณะเดียวกัน เขาได้คัดค้านงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ โดยระบุว่าแม้สำนักนายกฯ จะเสนอของบประมาณ 1.05 พันล้านบาท แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กลับปรับลดงบลงเพียง 240,000 บาทเท่านั้น เขาระบุว่าจะไม่สนับสนุนงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีหากรัฐบาลไม่ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตามมาตรการปฏิรูป 3 ข้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับวิธีการจัดลำดับความสำคัญของเงินสาธารณะในประเทศไทย แม้ว่ากระบวนการงบประมาณจะเป็นขั้นตอนทางกฎหมายตามปกติ แต่แรงกดดันจากฝ่ายค้านเพื่อการปฏิรูปบ่งชี้ถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายของรัฐบาล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะยอมรับเงื่อนไขการปฏิรูปที่เสนอหรือไม่ หรือร่างกฎหมายงบประมาณจะเผชิญกับความล่าช้าหรือการแก้ไขเพิ่มเติมก่อนการอนุมัติขั้นสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:16 UTC

รัฐบาลปฏิเสธการยื้อคดีเขากระโดงและคดีสรรหาสว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลปฏิเสธการยื้อคดีเขากระโดงและคดีสรรหาสว.

ศิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลกำลังประวิงเวลาในกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงและกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลปฏิเสธการยื้อคดีเขากระโดงและคดีสรรหาสว.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลปฏิเสธการยื้อคดีเขากระโดงและคดีสรรหาสว.

ศิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลกำลังประวิงเวลาในกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงและกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ศิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ บุคคลสำคัญทางการเมือง ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาที่มีต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยศิริพงศ์ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ได้จงใจประวิงเวลาในการสอบสวนคดีที่ดินเขากระโดงและข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

ความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการตอบโต้คำกล่าวของนายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ขู่ว่าจะระดมมวลชนออกมาประท้วงบนท้องถนนเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ ศิริพงศ์เน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมและยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้กำลังดำเนินการผ่านช่องทางทางกฎหมายที่เหมาะสม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การชุมนุมประท้วงในที่สาธารณะ แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะยังคงอยู่ในกรอบของการอภิปรายทางการเมืองและข้อถกเถียงทางกฎหมาย แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศควรตระหนักถึงความเป็นไปได้ของการชุมนุมประท้วงที่อาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการรวมตัวในที่สาธารณะในเขตเมืองใหญ่ จนถึงขณะนี้ ผลสรุปของคดีความเหล่านี้ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา และสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากหน่วยงานตุลาการที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าใดๆ ที่อาจส่งผลต่อการเดินทางหรือความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยลดลงในเดือนสิงหาคม 2569
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยลดลงในเดือนสิงหาคม 2569

ค่าครองชีพที่สูงขึ้นและหนี้สินครัวเรือนส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง โดยมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐช่วยประคองสถานการณ์ได้เพียงจำกัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยลดลงในเดือนสิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยลดลงในเดือนสิงหาคม 2569

ค่าครองชีพที่สูงขึ้นและหนี้สินครัวเรือนส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง โดยมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐช่วยประคองสถานการณ์ได้เพียงจำกัด

ตามรายงานจาก Matichon Online ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของประเทศไทยปรับตัวลดลงในเดือนสิงหาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าแนวโน้มขาลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและภาระหนี้สินครัวเรือน

แม้ว่ารัฐบาลจะดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่ามาตรการเหล่านี้เป็นเพียงการช่วยประคองสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่อย่างเบ็ดเสร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นนี้สะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจในภาพรวมที่มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและมีความตึงเครียดทางการเงิน แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อบริการด้านการท่องเที่ยวในแต่ละวันจะยังคงจำกัด แต่ความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับค่าครองชีพอาจส่งผลต่อกลไกตลาดท้องถิ่นและการกำหนดราคาบริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะคงอยู่ยาวนานเพียงใด และรัฐบาลจะออกมาตรการทางการคลังเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นผู้บริโภคหรือไม่ ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสำหรับสาธารณชนไทย โดยโครงการสนับสนุนในปัจจุบันทำหน้าที่เป็นกลไกในการประคองสถานการณ์มากกว่าที่จะเป็นตัวเร่งการเติบโต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:37 UTC

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีการชุมนุมและข้อพิพาททางกฎหมาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีการชุมนุมและข้อพิพาททางกฎหมาย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ปกป้องท่าทีของรัฐบาลต่อการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นและคดีความที่กำลังดำเนินอยู่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีการชุมนุมและข้อพิพาททางกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีการชุมนุมและข้อพิพาททางกฎหมาย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ปกป้องท่าทีของรัฐบาลต่อการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นและคดีความที่กำลังดำเนินอยู่

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้แถลงถึงทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยนายสิริพงศ์กล่าวในรัฐสภาว่า การชุมนุมและความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติและเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นการทำงานตามภารกิจหลัก

นายสิริพงศ์ได้ชี้แจงถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับประเด็น 'ทุนสีเทา' และคดีความต่างๆ รวมถึงกรณีที่ดินเขากระโดงและข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. โดยย้ำว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการปราบปรามกิจกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งเห็นได้จากการเนรเทศชาวต่างชาติ 2 รายเมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับกรณีที่ดินเขากระโดง นายสิริพงศ์ยืนยันว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลไปแล้วรวม 24 คดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่อาจมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าไม่ได้ประวิงเวลาในกระบวนการยุติธรรม แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับการชุมนุมที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เมืองใหญ่ ทั้งนี้ รัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้กดดันคณะกรรมการการเลือกตั้งในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันความคืบหน้าของคดีความและผลกระทบจากการเคลื่อนไหวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:37 UTC

สส. ฝ่ายค้านวิจารณ์ประสิทธิภาพสำนักงบประมาณ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ฝ่ายค้านวิจารณ์ประสิทธิภาพสำนักงบประมาณ

นางสาวรักชนก ศรีนอก จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการปรับลดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% โดยอ้างถึงการขาดความโปร่งใสและเอกสารที่ไม่ครบถ้วนในข้อเสนอโครงการต่างๆ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ฝ่ายค้านวิจารณ์ประสิทธิภาพสำนักงบประมาณ

แหล่งข่าวเดียว
สส. ฝ่ายค้านวิจารณ์ประสิทธิภาพสำนักงบประมาณ

นางสาวรักชนก ศรีนอก จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการปรับลดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% โดยอ้างถึงการขาดความโปร่งใสและเอกสารที่ไม่ครบถ้วนในข้อเสนอโครงการต่างๆ

ระหว่างการอภิปรายในสภาเกี่ยวกับงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้เสนอให้มีการปรับลดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% อย่างเป็นทางการ โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่า สส. รายนี้โต้แย้งว่าสำนักงบประมาณขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแล

นางสาวรักชนกเน้นย้ำว่าโครงการของรัฐบาลหลายโครงการได้รับการอนุมัติทั้งที่ขาดเอกสารสำคัญ โดยเฉพาะใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการ เธอโต้แย้งว่าทุกโครงการที่เสนอเพื่อพิจารณางบประมาณควรมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายและใบเสนอราคาแนบมาด้วยเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางการคลัง การที่สำนักงบประมาณไม่บังคับใช้ข้อกำหนดเหล่านี้ทำให้เธอมองว่าหน่วยงานไม่ได้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการหารืออย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของรัฐบาลและการจัดการเงินสาธารณะในประเทศไทย แม้ว่าความเคลื่อนไหวในสภานี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางกฎหมายตามปกติสำหรับการพิจารณางบประมาณ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดต่อการกำกับดูแลของหน่วยงานราชการในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสำนักงบประมาณจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเรื่องความประมาทเลินเล่อในขั้นตอนการทำงานอย่างไร และข้อเสนอการปรับลดงบประมาณ 10% นี้จะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอจากคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการต่อไปในกระบวนการทางกฎหมายหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:17 UTC

ส.ส. ไอซ์ รักชนก เสนอตัดงบประมาณสำนักงบประมาณ 10%
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. ไอซ์ รักชนก เสนอตัดงบประมาณสำนักงบประมาณ 10%

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการลดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่น่าสงสัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. ไอซ์ รักชนก เสนอตัดงบประมาณสำนักงบประมาณ 10%

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. ไอซ์ รักชนก เสนอตัดงบประมาณสำนักงบประมาณ 10%

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการลดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่น่าสงสัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน ได้เสนอให้มีการตัดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% อย่างเป็นทางการ ในระหว่างการอภิปรายในสภา รักชนกได้วิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานดังกล่าวในเรื่องที่เธอระบุว่าขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ข้อกังวลของเธอเน้นไปที่การกำกับดูแลกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ รักชนกได้ยกตัวอย่างกรณีที่มีการยอมรับใบเสนอราคาจากบริษัทร้าง และตั้งข้อสังเกตว่าบางโครงการถูกเสนอขอรับงบประมาณโดยไม่มีเอกสารประกอบหรือรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน เธอแสดงความสงสัยว่าข้อเสนอเหล่านี้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาของหน่วยงานมาได้อย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบของรัฐสภาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการจัดการและการจัดสรรเงินภาษีของประชาชน แม้ว่าข้อเสนอนี้จะเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมายในปัจจุบัน แต่ก็เน้นย้ำถึงความพยายามที่กว้างขึ้นในการสร้างความโปร่งใสในการใช้จ่ายของรัฐบาล

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการลดงบประมาณ 10% นี้จะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการหรือไม่ หรือสำนักงบประมาณจะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกกล่าวถึงอย่างไร เนื่องจากเป็นประเด็นทางการเมืองที่ยังคงมีการอภิปรายกันอยู่ การอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับผลการพิจารณางบประมาณในวาระถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:15 UTC

โฆษกรัฐบาลไทยลาออก เตรียมจับตา ครม. แต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โฆษกรัฐบาลไทยลาออก เตรียมจับตา ครม. แต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง

รัชดา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามอนุมัติให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โฆษกรัฐบาลไทยลาออก เตรียมจับตา ครม. แต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง

แหล่งข่าวเดียว
โฆษกรัฐบาลไทยลาออก เตรียมจับตา ครม. แต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง

รัชดา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามอนุมัติให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัชดาได้ลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งอนุมัติการลาออกดังกล่าว ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย บทบาทของโฆษกรัฐบาลมีความสำคัญเนื่องจากเป็นกระบอกเสียงหลักในการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการและแจ้งข้อมูลอัปเดตด้านการบริหาร การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งนี้มักบ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสื่อสารของรัฐบาลหรือการปรับคณะรัฐมนตรีภายใน แม้ว่าการลาออกจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ยังต้องรอการพิจารณาว่าใครจะมารับตำแหน่งแทน โดยขณะนี้ผู้ติดตามสถานการณ์กำลังจับตาดูการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งถัดไป ซึ่งคาดว่าจะมีการแต่งตั้งโฆษกคนใหม่

ในขณะนี้ ทางรัฐบาลยังไม่ได้ประกาศว่าผู้ใดจะมาดำรงตำแหน่งที่ว่างลง ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยควรติดตามช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรอประกาศแต่งตั้งโฆษกคนใหม่ เนื่องจากจะช่วยให้เห็นทิศทางในอนาคตของการประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ข้อมูลของรัฐบาล ขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และคาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับมติของคณะรัฐมนตรีหลังจากการประชุมครั้งต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:39 UTC

สส. ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในสภา

สส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการจัดสรรงบประมาณ โดยอ้างถึงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างที่น่าสงสัยภายในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในสภา

แหล่งข่าวเดียว
สส. ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในสภา

สส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการจัดสรรงบประมาณ โดยอ้างถึงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างที่น่าสงสัยภายในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอให้ปรับลดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% โดยให้เหตุผลว่าหน่วยงานขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างในหลายโครงการของรัฐ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รักชนกได้ยกตัวอย่างคำขอจัดซื้อของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งรวมถึงไฟฉายในราคา 5,600 บาทต่อกระบอก โดยระบุว่าการยื่นเสนอราคาขาดรายละเอียดที่จำเป็น นอกจากนี้ เธอยังกล่าวหาว่าบางโครงการได้รับการอนุมัติทั้งที่ใช้ใบเสนอราคาจากบริษัทที่ร้างไปแล้ว เธอยังได้อ้างถึงโครงการข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมูลค่าหลายสิบล้านบาทที่ไม่มีการระบุรายละเอียด ยี่ห้อ หรือรายการสินค้าในข้อเสนองบประมาณ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบทางนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดการเงินภาษีของประชาชนในประเทศไทย แม้ว่าการอภิปรายเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการความรับผิดชอบที่มากขึ้นในการใช้จ่ายของรัฐบาล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะมีการดำเนินการตามข้อเสนอปรับลดงบประมาณหรือมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:57 UTC

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Matichon Online

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Matichon Online

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ โดยรายงานระบุถึงการเดินทางของเขาในบริบทของการดำรงตำแหน่งคู่ขนานในการกำกับดูแลทั้งฝ่ายบริหารและกระทรวงมหาดไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กิจกรรมของนายกรัฐมนตรีมักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในทิศทางด้านการบริหารหรือการหารือเชิงนโยบายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการปกครองส่วนท้องถิ่นหรือบริการสาธารณะ แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเดินทางของเขา แต่ไม่ได้ระบุจุดหมายปลายทางหรือวาระการประชุมที่เฉพาะเจาะจงของภารกิจนี้

ในขณะนี้ ระยะเวลาของการไม่อยู่และวัตถุประสงค์ที่แน่ชัดของการเดินทางยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากรัฐบาลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเดินทางครั้งนี้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนโยบายภายในประเทศ เนื่องจากเป็นเรื่องทางบริหารที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้ที่สนใจในการดำเนินงานของรัฐบาลควรติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการของนายกรัฐมนตรีและแนวทางนโยบายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากที่เขากลับมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:56 UTC

สส. จี้ กอ.รมน. ชี้แจงปมงบประมาณ 3.3 พันล้านบาทที่หายไปในพื้นที่ภาคใต้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. จี้ กอ.รมน. ชี้แจงปมงบประมาณ 3.3 พันล้านบาทที่หายไปในพื้นที่ภาคใต้

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. ฝ่ายค้าน เรียกร้องให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่อง 'บัญชีผี' และงบประมาณที่หายไปรวม 3.3 พันล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. จี้ กอ.รมน. ชี้แจงปมงบประมาณ 3.3 พันล้านบาทที่หายไปในพื้นที่ภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
สส. จี้ กอ.รมน. ชี้แจงปมงบประมาณ 3.3 พันล้านบาทที่หายไปในพื้นที่ภาคใต้

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. ฝ่ายค้าน เรียกร้องให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่อง 'บัญชีผี' และงบประมาณที่หายไปรวม 3.3 พันล้านบาท

ระหว่างการอภิปรายในสภาเกี่ยวกับงบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ขึ้นมาอภิปราย โดยอ้างอิงรายงานจาก Thai Post ว่ามีการตั้งข้อสังเกตเรื่อง 'บัญชีผี' หรือรายชื่อบุคคลที่ปรากฏในบัญชีเงินเดือนแต่ไม่มีตัวตนจริงหรือไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่จริง ซึ่งนายรอมฎอนระบุว่าส่งผลให้งบประมาณแผ่นดินสูญเสียไปถึง 3.3 พันล้านบาท

นายรอมฎอนให้เหตุผลว่าความผิดปกติทางการเงินเหล่านี้สะท้อนถึงปัญหาเชิงระบบที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการทุจริตภายในกองกำลังความมั่นคงที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสนับสนุนข้อโต้แย้งดังกล่าว เขาได้อ้างข้อมูลจากนิด้าโพลที่ระบุว่าประชาชนในพื้นที่ 35.7% มีความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการบริหารจัดการความมั่นคงในระดับภูมิภาคและความโปร่งใสในการดำเนินงาน แม้ว่าข้อกล่าวหาจะชี้ให้เห็นถึงการบริหารจัดการการเงินที่ผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงต้องติดตามว่า กอ.รมน. จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร และจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของงบประมาณดังกล่าวหรือไม่ ในขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของรัฐสภา และยังไม่มีการสรุปผลการกระทำความผิดอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานตุลาการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:38 UTC

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณกำลังพลของ กอ.รมน. และประเด็น 'กำลังพลผี'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณกำลังพลของ กอ.รมน. และประเด็น 'กำลังพลผี'

รอมฎอน ปันจอร์ ฝ่ายค้านได้ตั้งคำถามต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของงบประมาณกำลังพลที่หายไปถึง 31%

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณกำลังพลของ กอ.รมน. และประเด็น 'กำลังพลผี'

แหล่งข่าวเดียว
ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณกำลังพลของ กอ.รมน. และประเด็น 'กำลังพลผี'

รอมฎอน ปันจอร์ ฝ่ายค้านได้ตั้งคำถามต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของงบประมาณกำลังพลที่หายไปถึง 31%

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวกับการจัดการด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ในระหว่างการอภิปรายในสภา นายรอมฎอนได้ชี้ให้เห็นถึงงบประมาณด้านกำลังพลที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 31% พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว

ประเด็นสำคัญของการตรวจสอบคือความเป็นไปได้ของการมีอยู่ของ "กำลังพลผี" หรือรายชื่อบุคคลในบัญชีเงินเดือนทางการที่อาจไม่มีตัวตนจริงหรือไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่จริง นายรอมฎอนได้เรียกร้องให้ กอ.รมน. ชี้แจงรายละเอียดว่าเงินงบประมาณส่วนนี้ถูกนำไปใช้ในส่วนใด และตัวเลขกำลังพลที่รายงานนั้นสะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่หรือไม่ นอกจากนี้ เขายังระบุว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรด้านความมั่นคง แม้ว่าสถานการณ์นี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของการถกเถียงอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับความรับผิดชอบของหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ จนถึงขณะนี้ กอ.รมน. ยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ประชาชนและผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานเพื่อตรวจสอบว่าความคลาดเคลื่อนของงบประมาณเกิดจากข้อผิดพลาดทางธุรการหรือปัญหาเชิงระบบภายในองค์กร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:35 UTC

บริบททางประวัติศาสตร์: การรัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

บริบททางประวัติศาสตร์: การรัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

Thai Post ตรวจสอบการก่อตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19 ในทางประวัติศาสตร์ภายหลังการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2490

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

บริบททางประวัติศาสตร์: การรัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

แหล่งข่าวเดียว
บริบททางประวัติศาสตร์: การรัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

Thai Post ตรวจสอบการก่อตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19 ในทางประวัติศาสตร์ภายหลังการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2490

ตามรายงานทางประวัติศาสตร์โดย Thai Post ภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในช่วงเวลาต่อมาได้มีประกาศพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19 ของไทยอย่างเป็นทางการ โดยคณะรัฐมนตรีชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ไทย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในอดีตเหล่านี้ให้บริบทที่สำคัญต่อวิวัฒนาการของการปกครองของประเทศ แม้ว่ารายงานนี้จะมุ่งเน้นไปที่กรอบเวลาเฉพาะของคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19 และการนำของประจวบ บุนนาค แต่ก็ถือเป็นการเตือนความจำถึงบรรทัดฐานทางประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมการพัฒนาทางรัฐธรรมนูญของประเทศ

เนื่องจากข้อมูลนี้มาจากหอจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเกี่ยวกับมรดกทางการเมืองของไทย ผู้อ่านควรทราบว่าบัญชีนี้อ้างอิงจากการวิเคราะห์ย้อนหลังของเหตุการณ์ในศตวรรษที่ 20 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางนโยบายเฉพาะของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ดำรงตำแหน่งยังคงเป็นหัวข้อสำหรับการศึกษาทางวิชาการและการวิจัยทางประวัติศาสตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:39 UTC

ข้อเสนอจัด 'Prime Minister Youth Cup' ต่อเนื่อง 5 ปี หวังยกระดับกีฬาไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอจัด 'Prime Minister Youth Cup' ต่อเนื่อง 5 ปี หวังยกระดับกีฬาไทย

สุรศักดิ์เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีให้จัด Prime Minister Youth Cup ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี เพื่อเสริมสร้างระบบการพัฒนาฟุตบอลและวอลเลย์บอล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อเสนอจัด 'Prime Minister Youth Cup' ต่อเนื่อง 5 ปี หวังยกระดับกีฬาไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอจัด 'Prime Minister Youth Cup' ต่อเนื่อง 5 ปี หวังยกระดับกีฬาไทย

สุรศักดิ์เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีให้จัด Prime Minister Youth Cup ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี เพื่อเสริมสร้างระบบการพัฒนาฟุตบอลและวอลเลย์บอล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 สุรศักดิ์กำลังเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับอนาคตระยะยาวของ 'Prime Minister Youth Cup' โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้การแข่งขันนี้กลายเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีข้างหน้า

วัตถุประสงค์หลักของข้อเสนอนี้คือการสร้างระบบการพัฒนาฟุตบอลและวอลเลย์บอลสำหรับเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม การได้รับความมุ่งมั่นในระยะเวลา 5 ปีจะช่วยให้ผู้จัดงานสามารถสร้างเวทีที่มั่นคงสำหรับนักกีฬาเยาวชนในการฝึกฝนทักษะและได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันจริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงโอกาสที่จะมีการจัดกิจกรรมกีฬาสำหรับเยาวชนเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ หากข้อเสนอนี้ได้รับการอนุมัติ อาจนำไปสู่การจัดการแข่งขันในระดับท้องถิ่นที่บ่อยขึ้นและกิจกรรมกีฬาในชุมชน ซึ่งมักส่งผลต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์จากสวนสาธารณะ

ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติแผน 5 ปีนี้หรือไม่ รวมถึงงบประมาณและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ที่จะจัดสรรเพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำระบบนี้ไปใช้ในแต่ละจังหวัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:36 UTC

กระทรวงพาณิชย์ไทยรอความชัดเจนการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์ไทยรอความชัดเจนการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่การค้าของไทยยืนยันว่าการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกายังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้น โดยกำลังรอการกำหนดอัตราภาษีขั้นสุดท้าย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงพาณิชย์ไทยรอความชัดเจนการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์ไทยรอความชัดเจนการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่การค้าของไทยยืนยันว่าการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกายังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้น โดยกำลังรอการกำหนดอัตราภาษีขั้นสุดท้าย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการหารือทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการเจรจาเกี่ยวกับการปรับอัตราภาษียังคงอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน และรัฐบาลกำลังรอความชัดเจนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับอัตราภาษีขั้นสุดท้ายที่จะนำมาใช้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากนโยบายการค้ามักส่งผลต่อต้นทุนสินค้าที่นำเข้าและสภาพเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหรือต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจที่พึ่งพาเส้นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และไทยในอนาคต

ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงมีความผันผวน กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าอัตราภาษีขั้นสุดท้ายจะได้รับการยืนยันเมื่อใดหรือจะมีโครงสร้างอย่างไร ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม เนื่องจากสถานะปัจจุบันถูกกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดว่าเป็นช่วงเวลาของการรอข้อมูลที่ชัดเจนจากฝ่ายสหรัฐฯ จนกว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมา ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่แน่ชัดของการเจรจาเหล่านี้ยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:36 UTC

สส. จี้ถามความโปร่งใสของงบ กอ.รมน. หลังพบข้อสงสัยเรื่อง 'กำลังพลผี'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. จี้ถามความโปร่งใสของงบ กอ.รมน. หลังพบข้อสงสัยเรื่อง 'กำลังพลผี'

ระหว่างการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวกับการลดงบประมาณกำลังพลลง 31% และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. จี้ถามความโปร่งใสของงบ กอ.รมน. หลังพบข้อสงสัยเรื่อง 'กำลังพลผี'

แหล่งข่าวเดียว
สส. จี้ถามความโปร่งใสของงบ กอ.รมน. หลังพบข้อสงสัยเรื่อง 'กำลังพลผี'

ระหว่างการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวกับการลดงบประมาณกำลังพลลง 31% และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงข้อกังวลเกี่ยวกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยตั้งคำถามถึงการลดงบประมาณด้านกำลังพลลงถึง 31% ว่าความแตกต่างนี้บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของ 'กำลังพลผี' หรือบุคคลที่อยู่ในบัญชีเงินเดือนแต่ไม่มีตัวตนจริงหรือไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

นายรอมฎอนยังได้วิพากษ์วิจารณ์แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่าระดับความรุนแรงในปี 2568 สูงกว่าช่วงเริ่มต้นของแผนยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณค่าตอบแทนที่ซ้ำซ้อนซึ่งกระจายอยู่ใน 46 หน่วยงาน โดยอ้างอิงผลสำรวจจากนิด้าโพลที่ระบุว่าประชาชนในพื้นที่ 35.7% มองว่าเหตุการณ์ความไม่สงบมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการงบประมาณในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการบริหารงานและการใช้จ่ายด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่านายรอมฎอนจะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความโปร่งใส แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะชี้แจงต่อข้อกล่าวหาเรื่องการบริหารจัดการการเงินอย่างไร และจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจำนวนกำลังพลอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 09:37 UTC