ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ผอ.โรงเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในขอนแก่น ✦
กีฬา ทีมฮอกกี้ชายไทยเฉือนชนะโอมาน 1-0 ✦
กีฬา คู่หูนักปิงปองไทยการันตีเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 2 นักชกไทยโชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชี่ยนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงพาณิชย์ตั้งศูนย์ Single Command รับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กีฬา คีลิยัน เอ็มบัปเป ถอนตัวจากทีมชาติฝรั่งเศสหลังได้รับบาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย ช่วยชีวิต 4 ชีวิต หลังรถถูกน้ำซัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา ✦
ความปลอดภัย กทม. ออกแนวทางแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ ✦
การขนส่ง ไทยตั้งวอร์รูม “ศอฉ.คค.” รับมือน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตัดขาดระบบขนส่ง ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า ✦
ความปลอดภัย

ผอ.โรงเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
ผอ.โรงเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในขอนแก่น

ผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ในจังหวัดขอนแก่นขณะเดินทางกลับจากงานเลี้ยงเกษียณอายุ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิตในอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการโรงเรียนคนหนึ่งเสียหลักขับรถเก๋งตกลงข้างทางใกล้กับร้านเฟอร์นิเจอร์ในบ้านหินกอง ตำบลกุดเต้า บนถนนสายมัญจาคีรี–โคกโพธิ์ไชย

อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่มัญจาคีรีได้รับแจ้งเหตุและประสานงานกับบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลมัญจาคีรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ มีการยืนยันว่าผู้ประสบเหตุเสียชีวิตหลังจากการชน ซึ่งรายงานระบุว่าเกิดขึ้นในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังเดินทางกลับจากงานเลี้ยงเกษียณอายุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับรถในช่วงดึกหรือหลังจากเข้าร่วมงานสังคมต่างๆ แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดของการเสียหลักของรถยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่อุบัติเหตุเช่นนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพถนนในชนบทของภูมิภาคนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์เฉพาะของอุบัติเหตุ รวมถึงปัจจัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น สภาพถนนหรือความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ในขณะที่การสอบสวนของตำรวจยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:04 UTC

กีฬา

ทีมฮอกกี้ชายไทยเฉือนชนะโอมาน 1-0

แหล่งข่าวเดียว
ทีมฮอกกี้ชายไทยเฉือนชนะโอมาน 1-0

ทีมฮอกกี้ชายทีมชาติไทยเอาชนะโอมานไปได้ 1-0 ในการแข่งขันที่สูสี โดยทำประตูชัยได้ในช่วงท้ายเกม

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฮอกกี้ชายทีมชาติไทยสามารถคว้าชัยชนะเหนือโอมานไปได้ 1-0 ในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสูสี ทั้งสองทีมต่างพยายามบุกเข้าทำประตูแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของฝ่ายตรงข้ามได้ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเกม จนกระทั่งในช่วง 3 นาทีสุดท้าย ทีมไทยสามารถทำประตูตัดสินเกมและคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการแข่งขันของโปรแกรมฮอกกี้ทีมชาติในระดับนานาชาติ แม้ว่าการแข่งขันนัดนี้จะเป็นชัยชนะที่สำคัญสำหรับทีม แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทัวร์นาเมนต์เฉพาะหรือผลกระทบในวงกว้างต่ออันดับของทีมในการจัดอันดับระดับภูมิภาคที่จะถึงนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากสมาคมกีฬาอย่างเป็นทางการต่อไป

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมในขณะที่พวกเขายังคงเดินหน้าตามตารางการแข่งขัน ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกีฬาในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการแข่งขันในอนาคตและความคืบหน้าของทัวร์นาเมนต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

กีฬา

คู่หูนักปิงปองไทยการันตีเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
คู่หูนักปิงปองไทยการันตีเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์

นักกีฬาไทย หญิงและทิพย์ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศการแข่งขันปิงปองหญิงคู่ในเอเชียนเกมส์ การันตีเหรียญทองแดงเป็นอย่างน้อย

ตามรายงานจาก Matichon Online คู่หูนักปิงปองชาวไทยที่รู้จักกันในชื่อ หญิงและทิพย์ ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันประเภทหญิงคู่ในเอเชียนเกมส์ การเข้าสู่รอบนี้ทำให้ทั้งคู่การันตีเหรียญทองแดงให้กับประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้ ชัยชนะเหนือคู่แข่งจากเกาหลีใต้ในรอบที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมและการประสานงานทางยุทธวิธีของทั้งคู่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามการแข่งขัน ความสำเร็จนี้ช่วยตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของวงการปิงปองไทยในระดับทวีป

ในขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป แฟนๆ ต่างตั้งตารอชมการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศที่จะถึงนี้ เพื่อดูว่าทั้งคู่จะสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทองได้หรือไม่ แม้ว่าเหรียญทองแดงจะถูกการันตีแล้ว แต่สีของเหรียญรางวัลสุดท้ายยังคงต้องรอผลการแข่งขันในนัดถัดไป ทั้งนี้จะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานและอันดับสุดท้ายเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

กีฬา

2 นักชกไทยโชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชี่ยนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
2 นักชกไทยโชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชี่ยนเกมส์

นักกีฬาไทย กรังปี และ จักรพงศ์ ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายของการแข่งขันมวยสากลในเอเชี่ยนเกมส์

ตามรายงานจาก Matichon Online นักชกชาวไทยสองคนคือ กรังปี และ จักรพงศ์ ได้แสดงผลงานที่น่าประทับใจจนสามารถผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 คนสุดท้าย) ของการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทีมมวยสากลของไทยในการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของนักกีฬาไทยในเวทีระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์มักได้รับความสนใจอย่างมาก และความก้าวหน้าของนักชกเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นความสนใจในกิจกรรมมวยสากลและวัฒนธรรมกีฬาในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น แฟนกีฬาอาจต้องการติดตามตารางการแข่งขันในรอบถัดไปเพื่อดูว่านักกีฬาเหล่านี้จะสามารถรักษาฟอร์มการชกเพื่อลุ้นเหรียญรางวัลต่อไปได้หรือไม่

ในขณะนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุชื่อคู่ต่อสู้ในรอบก่อนรองชนะเลิศอย่างชัดเจน นอกจากนี้ วันและเวลาที่แน่นอนสำหรับการแข่งขันนัดถัดไปของพวกเขายังคงต้องรอการยืนยันจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ผู้สนับสนุนสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์เพื่อรับทราบข้อมูลตารางการแข่งขันล่าสุดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงพาณิชย์ตั้งศูนย์ Single Command รับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

ได้รับการยืนยัน
กระทรวงพาณิชย์ตั้งศูนย์ Single Command รับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

กระทรวงพาณิชย์เปิดศูนย์ 'Single Command' เพื่อบริหารจัดการความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและติดตามสินค้าจำเป็นในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งศูนย์ 'Single Command' เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม ประเมินผล และแก้ไขปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่รุนแรง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เป้าหมายหลักของศูนย์นี้คือการสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจำเป็นจะมีจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง กระทรวงฯ กำลังเร่งกระจายสินค้าและเพิ่มรอบการเติมสต็อกเพื่อป้องกันการขาดแคลนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ มาตรการเชิงรุกนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดและรักษาความโปร่งใสของราคาสินค้าในช่วงวิกฤต

เพื่อสนับสนุนประชาชน กระทรวงฯ ได้เปิดสายด่วน 1569 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถติดต่อหมายเลขนี้เพื่อแจ้งปัญหาเกี่ยวกับความพร้อมของสินค้าหรือการตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังบริหารจัดการโลจิสติกส์ของสินค้าจำเป็นอย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตผลกระทบทั้งหมดของน้ำท่วมต่อเครือข่ายการกระจายสินค้าในระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและการหยุดชะงักของบริการที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:00 UTC

กีฬา

คีลิยัน เอ็มบัปเป ถอนตัวจากทีมชาติฝรั่งเศสหลังได้รับบาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
คีลิยัน เอ็มบัปเป ถอนตัวจากทีมชาติฝรั่งเศสหลังได้รับบาดเจ็บ

คีลิยัน เอ็มบัปเป ต้องออกจากแคมป์ทีมชาติฝรั่งเศสเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เข่าซ้ายในระหว่างการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก กับตุรกี

ตามรายงานจาก Khaosod Online คีลิยัน เอ็มบัปเป ซูเปอร์สตาร์ฟุตบอลชาวฝรั่งเศสได้ถอนตัวจากทีมชาติอย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับบาดเจ็บในระหว่างการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ที่พบกับตุรกีเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เอ็มบัปเปเป็นผู้ทำประตูชัยในนาทีที่ 54 ช่วยให้ฝรั่งเศสเอาชนะไปได้ 1-0 แต่เขาก็แสดงอาการบาดเจ็บที่เข่าซ้ายทันที แม้จะพยายามฝืนเล่นต่อแต่ก็ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 59

สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสยืนยันว่ากองหน้ารายนี้มีอาการบาดเจ็บที่เอ็นเข่า ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ชคนใหม่ที่คุมทีมลงสนามเป็นนัดแรกได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ โดยระบุว่าแม้จะพอใจกับผลงานของทีมหลังจากการฝึกซ้อมเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ตอนนี้ความสำคัญสูงสุดคือสุขภาพของนักเตะคนสำคัญ

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศ ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าทางร่างกายจากตารางการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ในปัจจุบัน แม้ผลกระทบโดยตรงจะจำกัดอยู่เพียงแค่ทีมชาติฝรั่งเศส แต่แฟนบอลควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเอ็มบัปเปจะต้องพักรักษาตัวนานเท่าใด เนื่องจากยังต้องรอผลการตรวจทางการแพทย์เพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

ความปลอดภัย

ช่วยชีวิต 4 ชีวิต หลังรถถูกน้ำซัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยชีวิต 4 ชีวิต หลังรถถูกน้ำซัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ครอบครัว 4 ชีวิตได้รับการช่วยเหลือหลังจากรถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดพาในจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะขับตาม GPS แม้จะมีคำเตือนจากคนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญในตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย ตามรายงานจาก Khaosod Online หญิงวัย 50 ปี ซึ่งขับรถยนต์ส่วนบุคคลพร้อมลูกหลานรวม 4 ชีวิต ได้พยายามขับรถฝ่ากระแสน้ำท่วมขังโดยปฏิบัติตามเส้นทางจาก GPS แม้จะได้รับคำเตือนด้วยวาจาจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว แต่คนขับยังคงฝืนขับต่อไป ส่งผลให้รถถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดพาไป

ผู้ประสบภัยทั้ง 4 ชีวิตสามารถหนีออกจากรถและเกาะต้นยางพาราไว้ได้ท่ามกลางสายฝนและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดานได้รุดเข้าช่วยเหลือโดยใช้เชือกโรยตัวและดึงผู้ประสบภัยขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยหลังจากใช้เวลาประมาณ 30 นาที คนขับระบุว่ากำลังเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสระแก้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทยต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน การพึ่งพาเพียงระบบนำทาง GPS อาจเป็นอันตราย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและป้ายเตือนเมื่อพบเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้รับการกู้คืนแล้วหรือไม่ หรือมีปัญหาทางเทคนิคของรถที่ส่งผลต่อเหตุการณ์นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:02 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ออกแนวทางแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ออกแนวทางแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ

กรุงเทพมหานครได้เปิดช่องทางอย่างเป็นทางการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังและจุดเสี่ยงในพื้นที่ได้

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและจุดที่มีน้ำท่วมขังในเมืองหลวงอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่เมืองต้องรับมือกับความท้าทายจากสภาพอากาศตามฤดูกาล ทางการจึงขอความร่วมมือทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวในการแจ้งเหตุหากพบน้ำท่วมขังหรือจุดที่ระบายน้ำได้ช้า

เพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองอย่างรวดเร็ว กทม. ได้กำหนดช่องทางการสื่อสารหลักสองช่องทางสำหรับประชาชน หากพบการสะสมของน้ำจำนวนมากหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำ สามารถติดต่อสายด่วน กทม. 1555 หรือแจ้งไปยังสำนักงานเขตในพื้นที่ที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีสำนักงานเขตทั้ง 50 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่พร้อมรับเรื่องร้องเรียนในระดับท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่มีฝนตกหนัก เนื่องจากน้ำท่วมขังในพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การใช้ช่องทางที่เป็นทางการเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่เทศบาลสามารถระบุโซนที่มีความเสี่ยงสูงและต้องการการแก้ไขเร่งด่วนได้ แม้ว่ากลไกการแจ้งเหตุเหล่านี้จะเปิดใช้งานอยู่ แต่ยังคงต้องติดตามว่าทีมตอบสนองจะสามารถจัดการกับรายงานเฉพาะหน้าในช่วงที่มีพายุรุนแรงได้รวดเร็วเพียงใด ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:01 UTC

การขนส่ง

ไทยตั้งวอร์รูม “ศอฉ.คค.” รับมือน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตัดขาดระบบขนส่ง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งวอร์รูม “ศอฉ.คค.” รับมือน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตัดขาดระบบขนส่ง

กระทรวงคมนาคมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางยังคงเชื่อมต่อได้และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน หรือ 'วอร์รูม ศอฉ.คค.' ของกระทรวงคมนาคม โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเพื่อเป็นศูนย์กลางบัญชาการและบูรณาการทรัพยากรด้านการขนส่งทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ในช่วงวิกฤตอุทกภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ต่างๆ ถูกตัดขาดจากการคมนาคม โดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือหลายประการ เช่น การจัดเตรียมรถยกสูงโดยกรมทางหลวงชนบท และบริการรถรับส่งโดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมเรือท้องแบนและเจ็ตสกีสำหรับภารกิจกู้ภัย รวมถึงเปิดทางด่วนบางสายให้ใช้บริการฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง

แม้ว่าวอร์รูมจะเริ่มปฏิบัติงานเพื่อบูรณาการทรัพยากรในทุกภาคส่วนแล้ว แต่ผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมบางแห่งยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับการปิดเส้นทางหรือการเปลี่ยนแปลงตารางการเดินรถ เนื่องจากสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและระดับน้ำในแต่ละพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 11:03 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีแดงหยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

รถไฟฟ้าสายสีแดงในกรุงเทพฯ หยุดให้บริการทั้ง 13 สถานีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากระบบอาณัติสัญญาณขัดข้องจากปัญหาทางไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงในกรุงเทพฯ ได้ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราวในทั้งสองเส้นทางหลัก ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าเหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดจากปัญหาทางระบบไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อระบบอาณัติสัญญาณของเครือข่าย

จากเหตุขัดข้องทางเทคนิคนี้ ส่งผลให้สถานีทั้ง 13 แห่งตลอดเส้นทาง รวมถึงช่วงที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปยังรังสิต และเส้นทางตลิ่งชัน ต้องปิดให้บริการแก่ประชาชน โดยเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ SRTET (รถไฟฟ้าสายสีแดง) ได้ยืนยันการหยุดให้บริการเมื่อเวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงในการเดินทางประจำวันหรือเพื่อเดินทางไปยังสถานีกลาง ถือว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อแผนการเดินทาง ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ควรพิจารณาใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทางหรือรถแท็กซี่ ในระหว่างที่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ากำลังเร่งแก้ไขปัญหาทางไฟฟ้าดังกล่าว

ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าบริการจะกลับมาเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบเมื่อใด ผู้โดยสารควรติดตามข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ SRTET เกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของปัญหาทางไฟฟ้าหรือกำหนดการที่คาดว่าจะซ่อมแซมเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:55 UTC

พรรคฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณกลาโหมในโครงการที่ไม่ใช่ภารกิจทางทหาร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณกลาโหมในโครงการที่ไม่ใช่ภารกิจทางทหาร

พรรคประชาชน (ปชน.) ได้คัดค้านงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยตั้งคำถามถึงการใช้จ่ายในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้านการเกษตร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณกลาโหมในโครงการที่ไม่ใช่ภารกิจทางทหาร

แหล่งข่าวเดียว
พรรคฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณกลาโหมในโครงการที่ไม่ใช่ภารกิจทางทหาร

พรรคประชาชน (ปชน.) ได้คัดค้านงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยตั้งคำถามถึงการใช้จ่ายในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้านการเกษตร

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 พรรคประชาชน (ปชน.) ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับงบประมาณที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ในระหว่างการอภิปรายในรัฐสภา สมาชิกพรรค รวมถึงเพชรรัตน์ ได้ตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการจัดสรรงบประมาณทางทหารให้กับกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างถนนและบริการเก็บน้ำเชื้อสัตว์

ฝ่ายค้านโต้แย้งว่าการใช้จ่ายเหล่านี้ขาดเหตุผลที่ชัดเจน และเสนอว่ากองทัพอาจใช้ข้ออ้างเรื่องสวัสดิการทหารเพื่อหวังได้รับงบประมาณที่กว้างขวางและไม่มีการตรวจสอบ พวกเขาเรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้นในการใช้ทรัพยากรด้านกลาโหม โดยแสดงความสงสัยว่าเหตุใดกองทัพจึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและการสนับสนุนด้านการเกษตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงการหารือที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายภาครัฐในประเทศไทย แม้ว่าการพิจารณางบประมาณเหล่านี้จะเป็นเรื่องของการกำกับดูแลทางการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อความรับผิดชอบในการจัดสรรเงินสาธารณะ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงกลาโหมจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร และงบประมาณที่เสนอนั้นจะมีการแก้ไขก่อนการอนุมัติขั้นสุดท้ายหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการอภิปรายทางการเมืองเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสาธารณะหรือความพร้อมของบริการสำหรับประชาชนทั่วไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 13:16 UTC

รัชดา ธนาดิเรก ลาออกจากตำแหน่งโฆษกรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัชดา ธนาดิเรก ลาออกจากตำแหน่งโฆษกรัฐบาล

รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ โดยมีรายงานว่ากำลังพิจารณาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัชดา ธนาดิเรก ลาออกจากตำแหน่งโฆษกรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
รัชดา ธนาดิเรก ลาออกจากตำแหน่งโฆษกรัฐบาล

รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ โดยมีรายงานว่ากำลังพิจารณาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน

ตามรายงานจาก Thai Post นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 โดยในหนังสือลาออกระบุว่าเธอลาออกเพื่อไปปฏิบัติภารกิจอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงในทีมสื่อสารของรัฐบาลนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนทางธุรการภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในวงจรการเมือง แต่บ่อยครั้งก็เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงแนวทางการเผยแพร่นโยบายรัฐบาลและข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ ผู้อยู่อาศัยควรติดตามช่องทางที่เป็นทางการของรัฐบาลเพื่อดูว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการจัดการประกาศสาธารณะหรือวิธีการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับบริการของรัฐหรือไม่

ในขณะนี้ การแต่งตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนยังไม่มีข้อสรุป Thai Post รายงานว่าคณะรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาการแต่งตั้งโฆษกคนใหม่ โดยมีการกล่าวถึง 'หมอเอก' ว่าเป็นผู้ที่มีโอกาสได้รับตำแหน่งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับโฆษกคนใหม่และกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนผ่าน ผู้ที่สนใจควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อยืนยันการแต่งตั้งใหม่และการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในกลยุทธ์การสื่อสารของรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 13:17 UTC

นักวิชาการชี้อนาคตการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการชี้อนาคตการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอน

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อภิปรายถึงความท้าทายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการขาดความชัดเจนเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิชาการชี้อนาคตการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอน

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการชี้อนาคตการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอน

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อภิปรายถึงความท้าทายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการขาดความชัดเจนเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 Matichon Online รายงานว่า นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ได้กล่าวในงานของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร โดยระบุว่าอนาคตของการเมืองไทยยังคงมีความพร่ามัวและไม่แน่นอน ในระหว่างการบรรยาย นครินทร์ได้เน้นย้ำถึงข้อกังวลสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นลักษณะของการแก้ไขตามอำเภอใจ นอกจากนี้เขายังตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลเบื้องหลังการยุบพรรคการเมืองยังคงเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้สาธารณชนเข้าใจ ซึ่งสะท้อนถึงการขาดความโปร่งใสหรือความสอดคล้องทางกฎหมายที่ชัดเจนในการดำเนินการดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเห็นนี้ตอกย้ำถึงช่วงเวลาของความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าชีวิตประจำวันในประเทศไทยโดยทั่วไปจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีการหยุดชะงัก แต่ข้อสังเกตของนักวิชาการสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกไม่มั่นคงในวงกว้างเกี่ยวกับการบริหารประเทศและกรอบกฎหมาย การอภิปรายทางการเมืองเช่นนี้เป็นเรื่องปกติในประเทศไทยและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในบริการสาธารณะหรือเงื่อนไขด้านความปลอดภัยในทันที อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาเยือนควรตระหนักว่าสถานการณ์ทางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้กำหนดนโยบายจะจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการทางรัฐธรรมนูญเหล่านี้อย่างไร และการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายในอนาคตจะให้ความชัดเจนตามที่นครินทร์ระบุว่ายังขาดหายไปในปัจจุบันหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ฝ่ายค้านวิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ฝ่ายค้านวิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านของไทยได้ตั้งคำถามต่อการของบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ฝ่ายค้านวิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านวิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านของไทยได้ตั้งคำถามต่อการของบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้ สมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้คัดค้านงบประมาณที่กระทรวงกลาโหมเสนอ โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่า สส. ฝ่ายค้านโต้แย้งว่าการจัดสรรงบประมาณหลายรายการไม่สอดคล้องกับภารกิจหลักของกองทัพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายค้านได้ชี้ให้เห็นถึงรายการงบประมาณที่จัดสรรไว้สำหรับการสร้างสถูปเจดีย์ โครงการพัฒนาถนน และการส่งเสริมกิจกรรมด้านการเกษตรและปศุสัตว์ในหมู่กำลังพลทหาร สส. ฝ่ายค้านแย้งว่าโครงการเหล่านี้มีความซ้ำซ้อนเนื่องจากทับซ้อนกับความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอื่น โดยฝ่ายค้านได้ขอให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนดังกล่าว โดยเสนอว่าควรเน้นงบประมาณไปที่ความมั่นคงของชาติและภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศอย่างเคร่งครัด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการหารืออย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายของรัฐบาลไทย แม้ว่ากระบวนการทางรัฐสภานี้จะเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนทางกฎหมายตามปกติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบการบริหารจัดการเงินสาธารณะที่เข้มงวดในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ากระทรวงกลาโหมจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร และคณะกรรมาธิการจะยอมรับการปรับลดงบประมาณที่เสนอหรือไม่ ในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อบริการสาธารณะหรือโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากงบประมาณยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 12:16 UTC

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

ระหว่างการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นายชยพล สท้อนดี สส. พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายของกระทรวงกลาโหม โดยสงสัยถึงความจำเป็นของโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

แหล่งข่าวเดียว
สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

ระหว่างการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นายชยพล สท้อนดี สส. พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายของกระทรวงกลาโหม โดยสงสัยถึงความจำเป็นของโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรไทยได้ประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในระหว่างการประชุม นายชยพล สท้อนดี สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณที่กระทรวงกลาโหมเสนอ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายชยพลวิจารณ์กองทัพที่จัดสรรงบประมาณกว่า 4.2 ล้านบาทให้กับโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการซื้อรถบริการขนาดใหญ่ การสร้างโรงจอดรถ และการสร้างอาคารเพาะเลี้ยงปลา โดยเขามองว่าโครงการเหล่านี้ไม่ใช่ภารกิจหลักของกองทัพ นอกจากนี้ เขายังตั้งคำถามถึงการจัดซื้อรถสายช่างและค่าซ่อมบำรุงที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอว่ากองทัพอาจกำลังขอ "เช็คเปล่า" จากรัฐบาล ในขณะที่อ้างถึงความลำบากของทหาร เช่น การที่ยังต้องใช้ล่อในการขนส่งในบางพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้เงินภาษีของสถาบันรัฐอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการอภิปรายเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางนิติบัญญัติปกติ แต่ก็สะท้อนถึงข้อถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับบทบาทของกองทัพในกิจการพลเรือน ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับเปลี่ยนงบประมาณขั้นสุดท้ายจะเป็นอย่างไรหลังจากการพิจารณาของรัฐสภา และกระทรวงกลาโหมจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับรายการงบประมาณเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:56 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยเตรียมเดินทางร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์ในฐานะผู้แทนพระองค์
การเมือง ได้รับการยืนยัน

นายกรัฐมนตรีไทยเตรียมเดินทางร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์ในฐานะผู้แทนพระองค์

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางไปนอร์เวย์เพื่อเป็นผู้แทนพระองค์ในการร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยเตรียมเดินทางร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์ในฐานะผู้แทนพระองค์

ได้รับการยืนยัน
นายกรัฐมนตรีไทยเตรียมเดินทางร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์ในฐานะผู้แทนพระองค์

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางไปนอร์เวย์เพื่อเป็นผู้แทนพระองค์ในการร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีไทยมีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศนอร์เวย์ในเย็นวันนี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์เพื่อเข้าร่วมในพระราชพิธีพระบรมศพของกษัตริย์นอร์เวย์ผู้ล่วงลับ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ภารกิจทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาของการมีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการระดับสูงระหว่างประเทศไทยและนอร์เวย์ ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีอยู่ต่างประเทศ การปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหารภายในประเทศยังคงดำเนินต่อไป โดยรายงานระบุว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และคณะรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2027 ต่อรัฐสภาไทยในช่วงที่นายกรัฐมนตรีไม่อยู่

เนื่องจากเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการที่เน้นเรื่องระเบียบการไว้ทุกข์ระหว่างประเทศ จึงไม่มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดการหยุดชะงักของบริการสาธารณะหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางภายในประเทศไทย ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าจุดมุ่งหมายหลักของรัฐบาลยังคงอยู่ที่ความคืบหน้าทางกฎหมายของงบประมาณปี 2027 ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการพำนักของนายกรัฐมนตรีในนอร์เวย์หรือกำหนดการที่แน่นอนของพระราชพิธีนอกเหนือจากการประกาศการเดินทางในเบื้องต้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:37 UTC

รัฐบาลไทยตั้งเป้าแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ให้สำเร็จภายในปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยตั้งเป้าแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ให้สำเร็จภายในปี 2570

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประกาศเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สำเร็จภายในปี 2570 ระหว่างการหารือเรื่องงบประมาณของสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยตั้งเป้าแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ให้สำเร็จภายในปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยตั้งเป้าแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ให้สำเร็จภายในปี 2570

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประกาศเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สำเร็จภายในปี 2570 ระหว่างการหารือเรื่องงบประมาณของสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ระหว่างการพิจารณางบประมาณของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ระบุถึงเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการยุติปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยภายในปี 2570 ตามรายงานของมติชนออนไลน์ โดยรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับยุทธศาสตร์ความมั่นคงให้สอดคล้องกับกรอบเวลานี้

ในระหว่างการประชุม รัฐมนตรีทวียังได้แสดงมุมมองเชิงวิพากษ์ต่อยุทธศาสตร์ชาติในปัจจุบัน โดยระบุว่าเป็นเสมือนมรดกจากการรัฐประหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในแนวทางการดำเนินนโยบายความมั่นคงและการบริหารจัดการระดับภูมิภาคของรัฐบาลในอนาคต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นสัญญาณของความมุ่งมั่นทางการเมืองระดับสูงในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ แม้รัฐบาลจะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนไว้แล้ว แต่การนำยุทธศาสตร์เหล่านี้ไปปฏิบัติจริงและมาตรการเฉพาะเจาะจงที่จะดำเนินการนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่า สมช. จะปรับเปลี่ยนการดำเนินงานอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2570 และการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในสถานการณ์ความมั่นคงของพื้นที่หรือไม่ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนทางยุทธวิธีหรือทางการทูตที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:35 UTC

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

สส. พรรคประชาชนได้ตั้งคำถามถึงงบประมาณปี 2570 ของกระทรวงกลาโหม โดยอ้างถึงรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร รวมถึงการก่อสร้างทางศาสนาและโครงการปศุสัตว์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

แหล่งข่าวเดียว
สส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

สส. พรรคประชาชนได้ตั้งคำถามถึงงบประมาณปี 2570 ของกระทรวงกลาโหม โดยอ้างถึงรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร รวมถึงการก่อสร้างทางศาสนาและโครงการปศุสัตว์

ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส. พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณบางรายการภายในกระทรวงกลาโหม โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online ว่ากองทัพกำลังของบประมาณสำหรับโครงการที่อยู่นอกเหนือภารกิจหลักด้านความมั่นคง

ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงรวมถึงงบประมาณ 277.9 ล้านบาทสำหรับกองทัพอากาศในการสร้างสถูปเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยมีงบประมาณ 41.7 ล้านบาทที่กำหนดไว้สำหรับปีงบประมาณ 2570 นอกจากนี้ สส. ยังได้ชี้ให้เห็นถึงการของบประมาณทางทหารสำหรับงานด้านปศุสัตว์ เช่น การรีดน้ำเชื้อสัตว์และการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งเธอเสนอว่าเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นของรัฐ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบของรัฐสภาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการใช้จ่ายภาครัฐในประเทศไทย แม้ว่าการอภิปรายเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางกฎหมายตามปกติในการอนุมัติงบประมาณ แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อการปฏิบัติงานทางทหารหรือการปรับเปลี่ยนงบประมาณเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่การพิจารณาของรัฐสภายังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:35 UTC

สส. คัดค้านแผนจัดซื้อจรวด HIMARS วงเงิน 4.2 พันล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. คัดค้านแผนจัดซื้อจรวด HIMARS วงเงิน 4.2 พันล้านบาท

กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส. ฝ่ายค้าน ได้คัดค้านแผนการจัดซื้อระบบจรวด HIMARS ของกองทัพไทยอย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศและทางเลือกอื่นภายในประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. คัดค้านแผนจัดซื้อจรวด HIMARS วงเงิน 4.2 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
สส. คัดค้านแผนจัดซื้อจรวด HIMARS วงเงิน 4.2 พันล้านบาท

กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส. ฝ่ายค้าน ได้คัดค้านแผนการจัดซื้อระบบจรวด HIMARS ของกองทัพไทยอย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศและทางเลือกอื่นภายในประเทศ

ในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงกลาโหม นาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส. พรรคประชาชน ได้อภิปรายคัดค้านแผนการจัดซื้อระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ของกองทัพบกอย่างรุนแรง โครงการดังกล่าวมีมูลค่าผูกพันรวม 4,200 ล้านบาท โดยมีการขออนุมัติงบประมาณก้อนแรก 420 ล้านบาทสำหรับปีงบประมาณ 2570 ซึ่งกำลังถูกตรวจสอบในประเด็นความเป็นอิสระในการปฏิบัติการ

กิตติพงษ์โต้แย้งว่าการที่ระบบนี้ต้องพึ่งพาการอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการจัดหากระสุนและอะไหล่อาจเป็นอุปสรรคต่อขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของไทยในช่วงวิกฤต เขาตั้งคำถามว่ากองทัพกำลังซื้อขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์หรือเพียงแค่ฐานยิงเท่านั้น โดยระบุว่าแม้จะมีงบประมาณพร้อม แต่การเข้าถึงกระสุนยังคงต้องขึ้นอยู่กับการอนุญาตจากต่างประเทศ นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่าระบบจรวดอเนกประสงค์ D11A ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในประเทศโดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมกับกองทัพบกและภาคเอกชน เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้มากกว่า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับงบประมาณด้านการป้องกันประเทศและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของการปรับปรุงกองทัพไทย แม้ว่าการจัดซื้อนี้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากองทัพจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การจัดซื้อหรือให้คำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้งานและระยะยิงของระบบ HIMARS หรือไม่ โดยในขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:36 UTC

กกต. เผชิญแรงกดดันจากคดีฮั้วเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เผชิญแรงกดดันจากคดีฮั้วเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันให้ส่งคดีฮั้วเลือก สว. ไปยังศาลฎีกาภายในวันที่ 14 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เผชิญแรงกดดันจากคดีฮั้วเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เผชิญแรงกดดันจากคดีฮั้วเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันให้ส่งคดีฮั้วเลือก สว. ไปยังศาลฎีกาภายในวันที่ 14 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งภาคการเมืองและภาคประชาชนเกี่ยวกับคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา โดยพรรคฝ่ายค้าน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม ต่างเรียกร้องให้ กกต. ส่งสำนวนคดีของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อพิจารณาตัดสินชี้ขาด

กลุ่มผู้คัดค้านนำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในกระบวนการภายในของ กกต. โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึงความจำเป็นและการทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ของ กกต. ที่เคยสรุปว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลเพียงพอที่จะสั่งฟ้อง ฝ่ายค้านโต้แย้งว่า กกต. ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการตัดสินยุติคดีด้วยตนเอง และควรส่งเรื่องให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดเมื่อมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น โดยเกรงว่าการไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน อาจเป็นการปกป้องนักการเมืองระดับสูงไม่ให้ได้รับผิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันการเลือกตั้งในประเทศไทย แม้สถานการณ์จะยังไม่มีความชัดเจน แต่กำหนดการสำคัญถัดไปคือวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการ กกต. ทั้ง 7 ท่าน จะต้องประกาศผลการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะส่งเรื่องนี้ให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:36 UTC

รัฐบาลไทยเดินหน้าแก้ไขวิกฤตหนี้สินครูทั้งระบบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเดินหน้าแก้ไขวิกฤตหนี้สินครูทั้งระบบ

รัฐบาลไทยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่มีมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างมากกว่าการลดอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเดินหน้าแก้ไขวิกฤตหนี้สินครูทั้งระบบ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเดินหน้าแก้ไขวิกฤตหนี้สินครูทั้งระบบ

รัฐบาลไทยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่มีมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างมากกว่าการลดอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว

ตามบทบรรณาธิการล่าสุดของข่าวสดออนไลน์ รัฐบาลไทยกำลังร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่เรื้อรัง โดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่งที่บริหารจัดการเงินกู้รวมสูงถึง 1.14 ล้านล้านบาทให้กับสมาชิกกว่า 862,000 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขนาดของปัญหาที่สำคัญ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.6% และบางแห่งเรียกเก็บสูงถึง 9% ส่งผลให้ครูบางส่วนเหลือเงินใช้จ่ายไม่ถึง 30% ของรายได้ต่อเดือนหลังจากถูกหักเงิน

ความพยายามที่ผ่านมาในการแก้ไขปัญหามุ่งเน้นไปที่การลดอัตราดอกเบี้ยหรือการพักชำระหนี้ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขที่ต้นเหตุได้ แนวทางใหม่นี้มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ การขยายระยะเวลาชำระหนี้ และการจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลกำลังพิจารณากลไก 'Credit Lock' เพื่อป้องกันการก่อหนี้ใหม่ โดยตระหนักว่ามาตรการช่วยเหลือในอดีตมักถูกบั่นทอนด้วยการกู้ยืมเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับภาคการศึกษาของรัฐ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้จะมีนัยสำคัญ แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความยั่งยืนของรายได้ครูหลังเกษียณอายุราชการ ยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่กระทรวงต่างๆ เริ่มดำเนินการตามแผน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:36 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านวิจารณ์ร่างงบประมาณปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านวิจารณ์ร่างงบประมาณปี 2570

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน วิจารณ์งบประมาณปี 2570 โดยอ้างว่ากว่า 95% เป็นโครงการเดิมที่ยกมาจากปีก่อน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านวิจารณ์ร่างงบประมาณปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านวิจารณ์ร่างงบประมาณปี 2570

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน วิจารณ์งบประมาณปี 2570 โดยอ้างว่ากว่า 95% เป็นโครงการเดิมที่ยกมาจากปีก่อน

ข้อกังวลเกี่ยวกับงบประมาณ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาวิจารณ์ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างเปิดเผย โดยอ้างอิงรายงานจาก Thai Post ว่าโครงการกว่า 95% ที่บรรจุอยู่ในงบประมาณนั้นเป็นเพียงการดำเนินโครงการต่อเนื่องจากปีก่อนๆ ไม่ใช่การเริ่มต้นคิดใหม่จากฐานศูนย์ (Zero-based budgeting)

ประเด็นวิจารณ์เฉพาะ

ในระหว่างการพิจารณางบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ระบุว่าสำนักงบประมาณได้เสนอกรอบงบประมาณมาประมาณ 1.05 พันล้านบาท แต่คณะกรรมาธิการที่รับผิดชอบการพิจารณางบประมาณกลับมีการปรับลดงบลงเพียง 240,000 บาทเท่านั้น เขาแสดงความผิดหวังที่รัฐบาลไม่ได้ใช้วิธีการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ ซึ่งควรจะเป็นการพิจารณาความจำเป็นของทุกค่าใช้จ่ายใหม่ทั้งหมด แทนที่จะอ้างอิงจากรูปแบบการใช้จ่ายในอดีต

ผลกระทบและแนวโน้ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดสรรและบริหารจัดการเงินภาษีของประชาชน แม้ฝ่ายค้านจะแสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความขาดแคลนของนวัตกรรมในงบประมาณ แต่กระบวนการอนุมัติขั้นสุดท้ายยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณขั้นสุดท้ายอย่างไร หรือรัฐบาลจะปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านในการวางแผนการคลังที่เข้มงวดขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:18 UTC

กระทรวงมหาดไทยชี้แจงกรณีการสอบถามเรื่องใบอนุญาตก่อสร้าง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยชี้แจงกรณีการสอบถามเรื่องใบอนุญาตก่อสร้าง

กระทรวงมหาดไทยของไทยชี้แจงว่าได้ตอบกลับหนังสือสอบถามของ ส.ส.ศุภณัฐ เกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบอนุญาตก่อสร้างไปตั้งแต่ปี 2568 แล้ว

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยชี้แจงกรณีการสอบถามเรื่องใบอนุญาตก่อสร้าง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยชี้แจงกรณีการสอบถามเรื่องใบอนุญาตก่อสร้าง

กระทรวงมหาดไทยของไทยชี้แจงว่าได้ตอบกลับหนังสือสอบถามของ ส.ส.ศุภณัฐ เกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบอนุญาตก่อสร้างไปตั้งแต่ปี 2568 แล้ว

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตอบกลับหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการจาก ส.ส.ศุภณัฐ โดยกระทรวงระบุว่าได้มีการตอบคำถามของ ส.ส. ดังกล่าวไปตั้งแต่ปี 2568 แล้ว

นอกจากนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เริ่มหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการอนุญาตก่อสร้างอาคาร การปรับปรุงด้านการบริหารนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความชัดเจนให้กับกรอบกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติการก่อสร้าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐในการปรับปรุงและทำให้กระบวนการขอใบอนุญาตก่อสร้างมีความเป็นทางการมากขึ้น แนวทางที่ชัดเจนขึ้นอาจนำไปสู่กรอบเวลาที่คาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับโครงการก่อสร้าง แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของระเบียบการใหม่เหล่านี้จะยังอยู่ในระหว่างการสรุปผลก็ตาม

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือภายในเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติสำหรับผู้พัฒนาโครงการเอกชนหรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายบุคคลอย่างไร ผู้ที่วางแผนโครงการก่อสร้างควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมโยธาธิการและผังเมืองต่อไป เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกฎระเบียบการก่อสร้างในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 11:15 UTC

รัฐบาลไทยมอบรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการแก่ 240 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยมอบรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการแก่ 240 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

รัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบรางวัลแก่หน่วยงานท้องถิ่น 240 แห่งที่มีผลงานการบริหารจัดการดีเด่น โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบริการประชาชนและการปราบปรามการทุจริต

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยมอบรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการแก่ 240 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยมอบรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการแก่ 240 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

รัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบรางวัลแก่หน่วยงานท้องถิ่น 240 แห่งที่มีผลงานการบริหารจัดการดีเด่น โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบริการประชาชนและการปราบปรามการทุจริต

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบจำนวน 240 แห่ง รางวัลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการบริการประชาชนและประสิทธิภาพในการบริหารงาน

ในระหว่างพิธี นายอนุทินเน้นย้ำว่าเกียรติภูมิของหน่วยงานราชการสะท้อนจากการอุทิศตนเพื่อบริการประชาชน นอกจากนี้ยังยืนยันถึงจุดยืนของรัฐบาลในการเดินหน้าปราบปรามการทุจริตโดยไม่ละเว้น เพื่อรักษามาตรฐานของระบบราชการไทยให้เป็นที่ยอมรับ

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับการบริหารงานส่วนท้องถิ่นและมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศ แม้ว่าการมอบรางวัลจะเป็นการยกย่องรูปแบบการบริหารที่ประสบความสำเร็จ แต่ผลกระทบระยะยาวของมาตรการปราบปรามการทุจริตต่อการติดต่อราชการในชีวิตประจำวันนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การประเมินที่ใช้สำหรับองค์กรทั้ง 240 แห่ง รวมถึงยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการปฏิรูประบบราชการในขั้นตอนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:55 UTC

ผู้นำ PULO เรียกร้องให้รื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำ PULO เรียกร้องให้รื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ของไทย

กัสตูรี มะห์โกตา ประธานขบวนการ PULO เรียกร้องให้รัฐบาลไทยกลับมาเจรจาสันติภาพอีกครั้ง โดยเสนอให้มีการหารือทางการเมืองที่กว้างขวางกว่ากรอบรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำ PULO เรียกร้องให้รื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำ PULO เรียกร้องให้รื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ของไทย

กัสตูรี มะห์โกตา ประธานขบวนการ PULO เรียกร้องให้รัฐบาลไทยกลับมาเจรจาสันติภาพอีกครั้ง โดยเสนอให้มีการหารือทางการเมืองที่กว้างขวางกว่ากรอบรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายกัสตูรี มะห์โกตา ประธานขบวนการปลดปล่อยสหปัตตานี (PULO) ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการรีเซ็ตกระบวนการสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ตามรายงานของ Khaosod Online นายกัสตูรีเน้นย้ำว่าความขัดแย้งควรได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาที่ต่อเนื่องแทนการใช้กำลังทหาร

นายกัสตูรีเสนอให้ยกระดับการพูดคุยสันติภาพเป็น 'วาระแห่งชาติ' โดยต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจนจากทั้งสองฝ่าย เขาโต้แย้งว่าการเจรจาไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงกรอบรัฐธรรมนูญไทยปัจจุบันที่เน้นเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น แต่ควรเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลและกลุ่มขบวนการหารือถึงรูปแบบการปกครองที่กว้างขึ้น รวมถึงแนวคิดเรื่องการปกครองตนเอง (Autonomy) เพื่อหาจุดประนีประนอม ทั้งนี้ เขาชี้แจงว่าการเสนอหารือนอกกรอบรัฐธรรมนูญไม่ได้หมายถึงการแบ่งแยกดินแดน แต่เป็นการเปิดพื้นที่เพื่อหาทางออกทางการเมืองที่เหมาะสม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนท่าทีของกลุ่มขบวนการที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเสนอนี้ และจะมีการจัดตั้งกรอบการเจรจาใหม่ที่ครอบคลุมทุกฝ่ายหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความซับซ้อนและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:57 UTC

อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญวิจารณ์สถาบันการเมืองไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญวิจารณ์สถาบันการเมืองไทย

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ แสดงความกังวลเกี่ยวกับความชอบธรรมของวุฒิสภาและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรอิสระ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญวิจารณ์สถาบันการเมืองไทย

แหล่งข่าวเดียว
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญวิจารณ์สถาบันการเมืองไทย

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ แสดงความกังวลเกี่ยวกับความชอบธรรมของวุฒิสภาและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรอิสระ

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ในงานเสวนาวิชาการที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับอนาคตของการเมืองไทย ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายนครินทร์ได้เน้นย้ำถึงความกังวลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะการวิจารณ์กลไกการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยระบุว่าระบบ 'การเลือกกันเอง' สำหรับวุฒิสภาปี 2567 ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ส่งผลให้สภาสูงขาดความชอบธรรมในสายตาประชาชน

นายนครินทร์ยังกล่าวถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลงต่อองค์กรอิสระ โดยยกตัวอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเป็นสถาบันที่ประสบปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความล่าช้าทางกฎหมายและขั้นตอนในการแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเน้นย้ำว่าการปฏิรูปรัฐธรรมนูญในอนาคตควรมีความครอบคลุมมากกว่าการมุ่งเน้นผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนของสถาบันในประเทศไทย แม้ว่าชีวิตประจำวันจะยังคงดำเนินไปตามปกติ แต่การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงเรื่องธรรมาภิบาลและความมั่นคงของหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงกระบวนการแต่งตั้งองค์กรอิสระอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการอภิปรายทางการเมืองเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:57 UTC

สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศเตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมบนท้องถนน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศเตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมบนท้องถนน

สนธิ ลิ้มทองกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ประกาศแผนการเคลื่อนไหวภายใต้ชื่อ 'เอาประเทศไทยของเราคืนมา' โดยมีกำหนดการรวมตัวเบื้องต้นในวันที่ 14 กันยายนนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศเตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมบนท้องถนน

แหล่งข่าวเดียว
สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศเตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมบนท้องถนน

สนธิ ลิ้มทองกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ประกาศแผนการเคลื่อนไหวภายใต้ชื่อ 'เอาประเทศไทยของเราคืนมา' โดยมีกำหนดการรวมตัวเบื้องต้นในวันที่ 14 กันยายนนี้

ตามรายงานจาก Thai Post นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เปิดเผยแผนการเคลื่อนไหวภายใต้ชื่อ 'เอาประเทศไทยของเราคืนมา' โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

นายสนธิระบุว่าจะมีกิจกรรมเบื้องต้นในวันที่ 14 กันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการกำหนดกรอบเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการชุมนุมสาธารณะในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการรวมตัวทางการเมืองในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าจะยังไม่มีการระบุสถานที่จัดกิจกรรมที่ชัดเจน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่หรือมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสาธารณะในเขตเมืองใหญ่ ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และกำหนดการชุมนุม ในขณะนี้ ขอบเขตที่แน่ชัดของการเคลื่อนไหวและวันที่สำหรับการดำเนินการในลำดับถัดไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 10:38 UTC

เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงจี้สภาฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงจี้สภาฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว

กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนเข้าพบตัวแทนรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อเรียกร้องให้เร่งพิจารณาร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงจี้สภาฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว

แหล่งข่าวเดียว
เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงจี้สภาฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว

กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนเข้าพบตัวแทนรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อเรียกร้องให้เร่งพิจารณาร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 สมาชิกเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทยกว่า 30 คน ได้รวมตัวกันที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ เพื่อเข้าพบนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดยได้ยื่นข้อเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฉบับภาคประชาชน ในชั้นรับหลักการวาระที่ 1

ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนจำนวน 23,989 คน ทางเครือข่ายเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ให้การสนับสนุนร่างกฎหมายนี้เพื่อให้เข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งทางเครือข่ายเห็นว่าการมีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าร่วมในกรรมาธิการเป็นสิ่งสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามในการปฏิรูปกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในสังคมไทย แม้จะมี สส. พรรคภูมิใจไทยจำนวน 17 คนมาร่วมรับหนังสือ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสภาผู้แทนราษฎรจะกำหนดวาระการพิจารณาร่างกฎหมายนี้เมื่อใด และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จะมีมติอย่างไรต่อข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งกรอบเวลาในการบังคับใช้กฎหมายยังคงมีความไม่แน่นอน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 12:55 UTC