ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ✦
ความปลอดภัย กองทัพไทยเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ✦
เศรษฐกิจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกังวลฝนตกหนักต่อเนื่องกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น ✦
การขนส่ง กทพ. ประกาศยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 8 สาย เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากฝนตกหนักและน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับระบบสื่อสารแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย แพลตฟอร์ม ‘เช็คน้ำ’ ของ GISTDA มียอดเข้าใช้งานพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม ✦
การขนส่ง กรมเจ้าท่าจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกการขนส่งทางน้ำ ✦
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันกรุงเทพฯ และปทุมธานี ✦
ความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในอยุธยา ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

ทางการท้องถิ่นในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ออกประกาศเตือนภัยเนื่องจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและน้ำตกคลองแก้วเริ่มเปลี่ยนสี

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด กำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำตกคลองแก้วเริ่มมีสัญญาณของการเปลี่ยนสี ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปของโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่

ในพื้นที่บ้านช้างทูน มีรายงานว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นถึง 50 เซนติเมตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สะตอ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และกำกับดูแลการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน ทางการยืนยันว่าขณะนี้กำลังดำเนินการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า และกำลังจัดเตรียมการผลิตน้ำดื่มสะอาดเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ฝนที่ตกหนักและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอาจนำไปสู่กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและอันตราย รวมถึงการปิดเส้นทางจราจร ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดต และหลีกเลี่ยงการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าฝนจะตกหนักต่อเนื่องไปอีกนานเท่าใดและน้ำท่วมจะขยายวงกว้างไปยังตำบลข้างเคียงหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จัดการภัยพิบัติในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:42 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพไทยเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองทัพไทย ได้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในขณะนี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยต่อชุมชนในพื้นที่ มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนประชาชนที่ต้องอพยพหรือได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่เสี่ยงภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงมีอยู่ในบางภูมิภาค แม้ว่ากองทัพจะประสานงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยอยู่ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เนื่องจากสภาพถนนและบริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบอย่างกะทันหัน

ในขณะนี้ สถานที่ตั้งเฉพาะของศูนย์พักพิงเหล่านี้และขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมด ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานฉุกเฉินในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัยเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:40 UTC

เศรษฐกิจ

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกังวลฝนตกหนักต่อเนื่องกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกังวลฝนตกหนักต่อเนื่องกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น

ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในไทยแสดงความกังวลว่าฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องกำลังส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางในท้องถิ่น นำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยเหลือ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทยได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบของฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องต่อเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ประกอบการระบุว่าสภาพอากาศที่เปียกชื้นอย่างต่อเนื่องกำลังขัดขวางการเคลื่อนย้ายสินค้าและผู้คน ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นชะลอตัวลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความล่าช้าด้านโลจิสติกส์ในบางพื้นที่ การหยุดชะงักของบริการขนส่ง และการเข้าถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์บางแห่งที่ทำได้ยากขึ้น สภาพอากาศในปัจจุบันกำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่ท้าทายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องพึ่งพาจำนวนลูกค้าที่สม่ำเสมอและห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ

เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ ตัวแทนภาคธุรกิจได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าการเรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐจะมีความชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของความช่วยเหลือจากรัฐบาล กรอบเวลาสำหรับการสนับสนุนทางการเงินที่เป็นไปได้ และผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวจากเหตุการณ์สภาพอากาศนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐเพื่อดูแนวทางการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:40 UTC

การขนส่ง

กทพ. ประกาศยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 8 สาย เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากฝนตกหนักและน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กทพ. ประกาศยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 8 สาย เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากฝนตกหนักและน้ำท่วม

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยกเว้นค่าผ่านทางบน 8 เส้นทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสภาพอากาศแปรปรวนและน้ำท่วม

ตามคำสั่งของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ประกาศยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษอย่างเป็นทางการใน 8 เส้นทาง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายจากฝนตกหนักและสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการจราจรและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสภาพอากาศที่รุนแรง การยกเลิกการเก็บค่าผ่านทางจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันการยกเว้นค่าธรรมเนียมใน 8 เส้นทางนี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการและช่วงเวลาการให้บริการยังคงต้องรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทพ. หรือข่าวสารการจราจรในท้องถิ่น เพื่อยืนยันว่าเส้นทางที่ท่านต้องการเดินทางนั้นรวมอยู่ในมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือไม่ และเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายตามสถานการณ์สภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ ตามรายงานของ Thai Post การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงการตอบสนองเชิงรุกต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของประชาชนในช่วงฤดูฝนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:43 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับระบบสื่อสารแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับระบบสื่อสารแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม

รัฐมนตรีศุภมาส อิสสระภักดี สั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์ปรับปรุงการประสานงานแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระหว่างหน่วยงานระดับชาติ

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นางสาวศุภมาส อิสสระภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์ยกระดับโปรโตคอลการสื่อสารแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายข้อมูลที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นผ่านการบูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์จากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน และหน่วยงานระดับจังหวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการกระจายข้อมูลในช่วงเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับมรสุม การรวมศูนย์ข้อมูลจะช่วยให้รัฐบาลสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เปราะบาง

แม้ว่าคำสั่งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงการไหลเวียนของข้อมูล แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการระบบบูรณาการนี้อย่างเต็มรูปแบบ และช่องทางเฉพาะที่ประชาชนจะได้รับข้อมูลแจ้งเตือนที่ได้รับการปรับปรุงนั้นยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ของตน ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในช่วงฤดูฝน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:43 UTC

ความปลอดภัย

แพลตฟอร์ม ‘เช็คน้ำ’ ของ GISTDA มียอดเข้าใช้งานพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
แพลตฟอร์ม ‘เช็คน้ำ’ ของ GISTDA มียอดเข้าใช้งานพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม

GISTDA ของไทยรายงานยอดเข้าใช้งานแพลตฟอร์มติดตามสถานการณ์น้ำสูงถึง 28 ล้านครั้งในวันเดียว ขณะที่ประชาชนเตรียมรับมือกับฝนตกหนักระลอกใหม่

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) บันทึกยอดการเข้าใช้งานแพลตฟอร์ม ‘เช็คน้ำ’ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยมีผู้เข้าใช้งานถึง 28 ล้านครั้งภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เครื่องมือดิจิทัลนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมแบบเรียลไทม์ ปริมาณการเข้าใช้งานที่สูงตอกย้ำถึงความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักในการเดินทาง ความสนใจที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นตามหลังการแจ้งเตือนสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยทางการได้แนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนักที่คาดการณ์ไว้ในวันที่ 27 กันยายน 2569 เป็นพิเศษ

แม้ว่าแพลตฟอร์มจะให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการรับรู้สถานการณ์ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าแพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือให้ข้อมูลมากกว่าการรับประกันการพยากรณ์ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนนหรือคำสั่งอพยพ จนถึงขณะนี้ ผลกระทบเต็มรูปแบบจากปริมาณฝนที่คาดการณ์ไว้ในวันที่ 27 กันยายนยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ใช้งานควรพึ่งพาช่องทางที่เป็นทางการสำหรับคำแนะนำด้านความปลอดภัยและวางแผนเส้นทางการเดินทางตามความเหมาะสม โดยคำนึงว่าสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:40 UTC

การขนส่ง

กรมเจ้าท่าจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกการขนส่งทางน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมเจ้าท่าจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกการขนส่งทางน้ำ

กรมเจ้าท่าของไทยได้เปิดศูนย์เฉพาะกิจเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งทางน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนทันที

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมเจ้าท่าของไทยได้จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกการขนส่งทางน้ำอย่างเป็นทางการ โดยหน่วยงานเหล่านี้มีหน้าที่ประสานงานด้านโลจิสติกส์และรับรองความปลอดภัยรวมถึงประสิทธิภาพของการเดินทางทางน้ำทั่วประเทศ

เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว กรมเจ้าท่าได้ระดมกำลังพล อุปกรณ์เฉพาะทาง และยานพาหนะทางน้ำต่างๆ ให้เตรียมพร้อมปฏิบัติการ เป้าหมายหลักของศูนย์เหล่านี้คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนทันที โดยเฉพาะในการจัดการการไหลเวียนของการจราจรทางน้ำและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในเส้นทางเดินเรือ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของบริการเรือข้ามฟากและรูปแบบการขนส่งทางน้ำอื่นๆ การรวมศูนย์ทรัพยากรจะช่วยให้กรมเจ้าท่าสามารถลดความล่าช้าและปรับปรุงเวลาในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินสำหรับผู้ที่สัญจรผ่านเครือข่ายแม่น้ำและชายฝั่งที่กว้างขวางของไทย

แม้ว่ากรมเจ้าท่าจะยืนยันการจัดเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของศูนย์เหล่านี้และระยะเวลาในการยกระดับสถานะการปฏิบัติงานยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศในท้องถิ่นหากวางแผนที่จะใช้บริการขนส่งทางน้ำในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานอาจเกิดขึ้นตามความต้องการแบบเรียลไทม์และสภาพแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:43 UTC

การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันกรุงเทพฯ และปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันกรุงเทพฯ และปทุมธานี

ยศชนันลงพื้นที่ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิตเพื่อประสานงานมาตรการป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกหนักในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ยศชนันได้ลงพื้นที่ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต โดยเน้นการประสานงานระหว่างกรมชลประทานและกรุงเทพมหานครเพื่อเร่งระบายน้ำและลดระดับน้ำสูงสุดก่อนที่จะเข้าสู่ปทุมธานีและพื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในเมืองหลวงและจังหวัดโดยรอบ นอกจากนี้ ยศชนันยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในภาคเหนือเตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะการเตรียมรับมือกับฝนตกหนักที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการการไหลของน้ำและลดผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนตามฤดูกาล แม้ว่าความพยายามเหล่านี้กำลังดำเนินการเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่อยู่อาศัย แต่ความรุนแรงของฝนและประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในปทุมธานีหรือตอนเหนือของกรุงเทพฯ หรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว ควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:43 UTC

ความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในอยุธยา

คณะเจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่อยุธยาเพื่อประเมินความเสี่ยงน้ำท่วม โดยระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากปี 2554 แต่ยังคงเฝ้าระวังปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 คณะผู้แทนซึ่งประกอบด้วย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภราดร ปริศนานันทกุล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามระดับน้ำและประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์การจัดการน้ำในปัจจุบัน

ในระหว่างการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าแม้สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันจะไม่รุนแรงเท่ากับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 แต่ทางการก็ไม่ได้ประมาท รัฐบาลยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวังระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของพยากรณ์อากาศในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า เนื่องจากมีการติดตามรูปแบบของฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ระดับน้ำในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอยุธยา สถานการณ์นี้หมายความว่าพื้นที่ลุ่มต่ำหรือชุมชนริมน้ำบางแห่งอาจประสบปัญหาน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรหรือผลกระทบต่อการเดินทาง แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ในการควบคุม แต่ช่วง 2 วันข้างหน้าถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการตัดสินใจว่าจำเป็นต้องมีมาตรการบรรเทาผลกระทบเพิ่มเติมหรือไม่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดควรตรวจสอบสถานะของสถานที่เหล่านั้นก่อนออกเดินทาง เนื่องจากระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและการระบายน้ำจากเขื่อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 07:41 UTC

ไทยเดินหน้าผลักดันให้ชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเต็ม 100%
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้าผลักดันให้ชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเต็ม 100%

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศนโยบายใหม่เพื่อสนับสนุนให้ป่าชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตเต็มจำนวนเพื่อจูงใจในการอนุรักษ์ป่า

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเดินหน้าผลักดันให้ชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเต็ม 100%

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้าผลักดันให้ชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเต็ม 100%

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศนโยบายใหม่เพื่อสนับสนุนให้ป่าชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตเต็มจำนวนเพื่อจูงใจในการอนุรักษ์ป่า

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ตามรายงานจากกระทรวงฯ รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบายที่อนุญาตให้ป่าชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิต 100% จากพื้นที่ป่าของตนเอง

โครงการนี้ตามรายงานของ Thai Post มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเงินโดยตรงให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการอนุรักษ์ป่าไม้ การเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านคาร์บอนเครดิต รัฐบาลหวังว่าจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นไปพร้อมกับการเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของไทย นโยบายนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการบูรณาการการจัดการป่าไม้และการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในระดับฐานราก ซึ่งบ่งชี้ถึงอนาคตที่ชุมชนในชนบทจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดคาร์บอนระดับประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่ากระทรวงฯ จะแสดงเจตจำนงในการเดินหน้าจัดสรรคาร์บอนเครดิต 100% นี้ แต่กรอบกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง กรอบเวลาในการดำเนินการ และเกณฑ์การคัดเลือกชุมชนที่จะได้รับสิทธิ์ดังกล่าวยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ารัฐบาลจะสร้างสมดุลระหว่างแรงจูงใจทางการเงินเหล่านี้กับการปกป้องระบบนิเวศป่าไม้ที่หลากหลายของไทยในระยะยาวได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:19 UTC

ไทยเล็งขยายโครงการโซลาร์รูฟท็อปสู่ 1.5 ล้านครัวเรือนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเล็งขยายโครงการโซลาร์รูฟท็อปสู่ 1.5 ล้านครัวเรือนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอของบประมาณรัฐบาลเพื่ออุดหนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้แก่ครัวเรือนสูงสุด 1.5 ล้านหลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าพลังงานที่สูงขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเล็งขยายโครงการโซลาร์รูฟท็อปสู่ 1.5 ล้านครัวเรือนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเล็งขยายโครงการโซลาร์รูฟท็อปสู่ 1.5 ล้านครัวเรือนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอของบประมาณรัฐบาลเพื่ออุดหนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้แก่ครัวเรือนสูงสุด 1.5 ล้านหลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าพลังงานที่สูงขึ้น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ารัฐบาลไทยกำลังเร่งแก้ไขผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานนำเข้าและค่าไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กระทรวงมหาดไทยมีกำหนดเสนอโครงการต่อกระทรวงการคลังในวันที่ 11 กันยายน 2569 เพื่อขอใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉินวงเงิน 2 แสนล้านบาท

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตไฟฟ้าได้ โดยแผนเบื้องต้นตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้านครัวเรือน ด้วยเงินอุดหนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาหรือบนพื้น รวมเป็นวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาขยายสิทธิให้ครอบคลุมถึง 1.5 ล้านครัวเรือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ โครงการนี้อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคในระยะยาว และเปิดโอกาสให้สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ รัฐบาลคาดว่าจะเริ่มโครงการได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการจนถึงสิ้นปี 2570 ทั้งนี้ จำนวนครัวเรือนที่มีสิทธิ์และรายละเอียดการดำเนินงานที่ชัดเจนยังคงต้องรอการพิจารณาจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:17 UTC

การอภิปรายงบประมาณในสภาชะงักงันจากงบกระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การอภิปรายงบประมาณในสภาชะงักงันจากงบกระทรวงมหาดไทย

สภาผู้แทนราษฎรไทยเผชิญความล่าช้าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เนื่องจากการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยยืดเยื้อ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การอภิปรายงบประมาณในสภาชะงักงันจากงบกระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
การอภิปรายงบประมาณในสภาชะงักงันจากงบกระทรวงมหาดไทย

สภาผู้แทนราษฎรไทยเผชิญความล่าช้าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เนื่องจากการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยยืดเยื้อ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรไทยได้เข้าสู่วันที่ 3 ของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่สอง โดยการประชุมที่มี น.ส.มัลลิกา จิรพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นประธาน ได้มุ่งเน้นไปที่มาตรา 20 ซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย

การประชุมเริ่มขึ้นในเวลา 09.40 น. แต่การอภิปรายกลับยืดเยื้ออย่างมาก ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ลงชื่ออภิปรายในมาตรานี้กว่า 40 คน จนกระทั่งเวลา 13.00 น. ยังคงมีผู้อภิปรายเหลืออีกเกือบ 20 คน ทำให้นายพิชญุตม์ พอจิต สส.พรรคภูมิใจไทย ได้หารือถึงความล่าช้าดังกล่าว โดยระบุว่าเดิมทีคาดว่าจะใช้เวลาอภิปรายเพียง 3 ชั่วโมง แต่การที่มีสมาชิกมาลงชื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป ในการนี้ น.ส.มัลลิกา ได้เสนอให้วิปทั้งสองฝ่ายหารือกันเพื่อปรับปรุงกระบวนการให้กระชับและดำเนินการอภิปรายให้สำเร็จลุล่วง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความล่าช้านี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐอย่างเข้มข้นในสภา แม้ว่ากระบวนการเหล่านี้จะเป็นเรื่องปกติในทางรัฐสภา แต่อาจส่งผลให้ตารางเวลาการพิจารณากฎหมายเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าวิปทั้งสองฝ่ายจะแก้ไขปัญหาเรื่องเวลาอย่างไร และสภาจะเข้าสู่การพิจารณามาตราถัดไปเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:17 UTC

ความตึงเครียดทางการเมืองในรัฐสภาไทยจากข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในหน่วยงานบริหาร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดทางการเมืองในรัฐสภาไทยจากข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในหน่วยงานบริหาร

การประชุมสภาเกิดความวุ่นวายเมื่อ สส. พรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงคำกล่าวของทวี สอดส่อง ที่พาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองในรัฐสภาไทยจากข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในหน่วยงานบริหาร

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองในรัฐสภาไทยจากข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในหน่วยงานบริหาร

การประชุมสภาเกิดความวุ่นวายเมื่อ สส. พรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงคำกล่าวของทวี สอดส่อง ที่พาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 การประชุมรัฐสภาไทยเกิดการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญหลังจากคำกล่าวของทวี สอดส่อง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ทวีได้แสดงความคิดเห็นที่เชื่อมโยงผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเข้ากับการฮั้วกันที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

คำกล่าวเหล่านี้กระตุ้นให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงทันที โดยโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวระหว่างการประชุม เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ภายในพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับความโปร่งใสของขั้นตอนการบริหารและพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเข้มข้นของสถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบัน แม้ว่าการอภิปรายในรัฐสภาจะเป็นส่วนหนึ่งตามปกติของกระบวนการประชาธิปไตย แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งทางบริหารและการปกครองส่วนท้องถิ่น

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือรัฐบาลจะมีมาตรการทางวินัยเฉพาะเจาะจงต่อเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวถึงหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถแก้ไขข้อพิพาทภายในเหล่านี้ได้หรือไม่ หรือความขัดแย้งนี้จะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือทางนิติบัญญัติในอนาคตหรือไม่ จนถึงปัจจุบัน สถานการณ์นี้ยังคงเป็นเพียงประเด็นการถกเถียงทางการเมือง ไม่ใช่คดีความทางกฎหมายที่ได้รับการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ข้อเสนอตัดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอตัดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นล้านบาท

ระหว่างการอภิปรายร่างงบประมาณปี 2570 ส.ส. ทวี สอดส่อง ได้เสนอให้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง 2 หมื่นล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อเสนอตัดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอตัดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นล้านบาท

ระหว่างการอภิปรายร่างงบประมาณปี 2570 ส.ส. ทวี สอดส่อง ได้เสนอให้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง 2 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นวันที่ 3 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้เสนอให้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง 9.5% หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท ตามรายงานของ Khaosod Online ข้อเสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ โดยยืนยันว่าจะไม่กระทบต่องบประมาณกลุ่มจังหวัด เงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานป้องกันภัยพิบัติ และงานแก้ไขปัญหายาเสพติด

ทวีเน้นย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน และเสนอว่าการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะช่วยส่งเสริมธรรมาภิบาลและวิถีทางประชาธิปไตย นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นและบริการสาธารณะที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันและโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค แม้ว่าข้อเสนอนี้จะสะท้อนถึงความพยายามในการปฏิรูปงบประมาณ แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการแก้ไขนี้จะถูกบรรจุลงในร่างกฎหมายงบประมาณฉบับสุดท้ายหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการพิจารณาของรัฐภายังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ งบประมาณรวมที่เสนอสำหรับปีงบประมาณ 2570 อยู่ที่ 3.78 ล้านล้านบาท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:18 UTC

เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยชี้แจงเรื่องการลดจำนวนข้าราชการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยชี้แจงเรื่องการลดจำนวนข้าราชการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประเสริฐ จันทรรวงทอง ระบุว่าการลดจำนวนบุคลากรภาครัฐต้องพิจารณาจากภารกิจที่จำเป็น ไม่ใช่การเหมารวม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยชี้แจงเรื่องการลดจำนวนข้าราชการ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยชี้แจงเรื่องการลดจำนวนข้าราชการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประเสริฐ จันทรรวงทอง ระบุว่าการลดจำนวนบุคลากรภาครัฐต้องพิจารณาจากภารกิจที่จำเป็น ไม่ใช่การเหมารวม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวถึงการหารือเกี่ยวกับการลดจำนวนข้าราชการไทย โดยนายประเสริฐเน้นย้ำว่าการตัดสินใจลดจำนวนพนักงานภาครัฐควรได้รับการประเมินอย่างรอบคอบโดยพิจารณาจากภารกิจและความต้องการในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานเป็นหลัก

เขายังเตือนไม่ให้ใช้วิธีการเหมารวมในการลดบุคลากร โดยระบุว่ากลยุทธ์ดังกล่าวอาจไม่เหมาะสม แต่ควรใช้วิธีการประเมินภารกิจของแต่ละหน่วยงานเพื่อให้แน่ใจว่าบริการสาธารณะที่จำเป็นยังคงมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การหารือนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและควบคุมรายจ่ายภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงระดับบุคลากรในภาครัฐอาจส่งผลต่อความรวดเร็วและการเข้าถึงบริการของรัฐ รวมถึงการดำเนินการด้านใบอนุญาต การกำกับดูแลกฎระเบียบ และการจัดการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไร หรือหน่วยงานภาครัฐใดที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้าง รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศกรอบเวลาที่ชัดเจนหรือแผนการลดบุคลากรที่เฉพาะเจาะจง ทำให้ผลกระทบในทางปฏิบัติที่มีต่อการบริหารราชการแผ่นดินยังคงต้องรอการพิจารณาในการประชุมฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:55 UTC

กระทรวงสาธารณสุขไทยเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงสาธารณสุขไทยเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากร

คุณพัฒนา ตัวแทนจากกระทรวงฯ ย้ำถึงปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่ยังคงมีอยู่ พร้อมชี้แจงว่าการระงับการเพิ่มตำแหน่งงานในปัจจุบันไม่ส่งผลกระทบต่อการเลื่อนตำแหน่งภายใน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงสาธารณสุขไทยเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากร

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากร

คุณพัฒนา ตัวแทนจากกระทรวงฯ ย้ำถึงปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่ยังคงมีอยู่ พร้อมชี้แจงว่าการระงับการเพิ่มตำแหน่งงานในปัจจุบันไม่ส่งผลกระทบต่อการเลื่อนตำแหน่งภายใน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญ คุณพัฒนา ตัวแทนจากกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าหน่วยงานยังคงเผชิญกับความท้าทายในการรักษาจำนวนบุคลากรให้เพียงพอต่อความต้องการด้านสาธารณสุขของประชาชน

ในส่วนของข้อกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านการบริหารงาน คุณพัฒนาได้ชี้แจงถึงความแตกต่างระหว่างการจ้างงานใหม่และการเลื่อนตำแหน่งภายในองค์กร แม้ว่าในขณะนี้กระทรวงฯ จะมีข้อจำกัดในการเพิ่มจำนวนตำแหน่งงานรวม แต่ไม่ได้หมายความว่าพนักงานที่มีอยู่จะถูกตัดสิทธิ์จากการเลื่อนตำแหน่ง คุณพัฒนาระบุว่ากระทรวงฯ มีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) อย่างต่อเนื่องเพื่อจัดการกับข้อจำกัดด้านกำลังคนเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ยังคงมีต่อระบบสาธารณสุขของรัฐ แม้ว่ากระทรวงฯ จะพยายามบริหารจัดการกำลังคน แต่สถานการณ์ด้านบุคลากรอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการให้บริการด้านสาธารณสุข ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือทางบริหารกับ ก.พ. จะส่งผลอย่างไรต่อความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ในระยะยาวและคุณภาพการบริการโดยรวมในสถานพยาบาลของรัฐ ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:56 UTC

สั่งระงับการเรียนการสอนพื้นที่ 'อุเทนถวาย-ปทุมวัน' อย่างน้อย 3 เดือน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สั่งระงับการเรียนการสอนพื้นที่ 'อุเทนถวาย-ปทุมวัน' อย่างน้อย 3 เดือน

กระทรวงการอุดมศึกษาฯ สั่งระงับการเรียนการสอนในพื้นที่วิทยาเขตอุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สั่งระงับการเรียนการสอนพื้นที่ 'อุเทนถวาย-ปทุมวัน' อย่างน้อย 3 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
สั่งระงับการเรียนการสอนพื้นที่ 'อุเทนถวาย-ปทุมวัน' อย่างน้อย 3 เดือน

กระทรวงการอุดมศึกษาฯ สั่งระงับการเรียนการสอนในพื้นที่วิทยาเขตอุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านพื้นที่

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศมาตรการระงับการเรียนการสอนในพื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยอ้างอิงจากรายงานของข่าวสดออนไลน์ มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างน้อย 3 เดือน เพื่อจัดการช่วงเปลี่ยนผ่านของพื้นที่ดังกล่าว

ในช่วงเวลานี้ สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนในรูปแบบอื่นเพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพการศึกษาจะยังคงอยู่ กระทรวงฯ เน้นย้ำว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้หารือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยยืนยันว่าจะไม่มีการใช้พื้นที่ดังกล่าวในเชิงพาณิชย์หรือการค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสถานะพื้นที่การศึกษาที่มีมาอย่างยาวนาน แม้ว่าการระงับการเรียนการสอนในพื้นที่จะมีผลทันที แต่ในส่วนของอนาคตระยะยาวของพื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการประสานงานด้านการบริหารจัดการ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าสถาบันจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นอย่างไร หรือการเปลี่ยนผ่านจะเป็นไปในทิศทางใดหลังจากครบกำหนด 3 เดือนแรก ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวง อว. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของสถานศึกษาเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ชี้แจงกรณีเงินนอกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชี้แจงกรณีเงินนอกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข

เจ้าหน้าที่ระดับสูงชี้แจงว่าเงินนอกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลทางกฎหมายและระบบตรวจสอบที่เข้มงวด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชี้แจงกรณีเงินนอกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข

แหล่งข่าวเดียว
ชี้แจงกรณีเงินนอกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข

เจ้าหน้าที่ระดับสูงชี้แจงว่าเงินนอกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลทางกฎหมายและระบบตรวจสอบที่เข้มงวด

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายพัฒนา เจ้าหน้าที่ระดับสูง ได้ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณภายในกระทรวงสาธารณสุข โดยเน้นย้ำว่าทรัพยากรทางการเงินเหล่านี้ไม่ใช่เงินที่บุคลากรของกระทรวงสามารถนำไปใช้ได้อย่างอิสระตามดุลยพินิจ

ตามรายงานระบุว่า เงินทุกบาทที่จัดสรรเข้าบัญชีเหล่านี้ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายไทยที่มีอยู่และต้องผ่านระบบการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ คำชี้แจงนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อข้อซักถามเกี่ยวกับความโปร่งใสและการกำกับดูแลสินทรัพย์ทางการเงินนอกงบประมาณที่กระทรวงถือครองอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการรักษาความรับผิดชอบทางการคลังภายในหน่วยงานภาครัฐ แม้ว่ากระทรวงจะยืนยันว่าเงินเหล่านี้ได้รับการจัดการภายใต้กรอบกฎหมาย แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลไกการตรวจสอบภายในและลักษณะที่แท้จริงของบัญชีนอกงบประมาณเหล่านี้ยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในรายงานฉบับนี้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการชี้แจงทางบริหาร ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบาย ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการกำกับดูแลที่เฉพาะเจาะจงและการปรับเปลี่ยนใดๆ ในอนาคตเกี่ยวกับวิธีการรายงานเงินเหล่านี้ต่อสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:37 UTC

รัฐมนตรีพิพัฒน์นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษนัดแรก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีพิพัฒน์นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษนัดแรก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษครั้งแรก โดยเน้นย้ำเรื่องความต่อเนื่องในการบริหารงานและระเบียบการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีพิพัฒน์นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีพิพัฒน์นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษนัดแรก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษครั้งแรก โดยเน้นย้ำเรื่องความต่อเนื่องในการบริหารงานและระเบียบการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้เป็นประธานการประชุมครั้งแรกในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ตามรายงานจาก Thai Post การประชุมดังกล่าวเน้นไปที่โครงสร้างการบริหารงานของคณะกรรมการ โดยมีการหารือเกี่ยวกับการต่ออายุวาระการดำรงตำแหน่งของผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการชุดเดิม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีหน้าที่กำกับดูแลการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรณีน้ำมันและสารเคมีรั่วไหล ประเด็นสำคัญจากการประชุมคือความมุ่งมั่นของคณะกรรมการในการปรับปรุงกระบวนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบให้มีความคล่องตัวขึ้น โดยคณะกรรมการตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจถึงความรับผิดชอบและการดูแลที่เหมาะสมเมื่อเกิดเหตุการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม

แม้ว่าการประชุมจะเน้นไปที่การรักษาองค์ความรู้ขององค์กรโดยการคงตัวผู้เชี่ยวชาญชุดเดิมไว้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะเวลาอย่างเป็นทางการของการต่ออายุวาระการดำรงตำแหน่งที่เสนอสำหรับกรรมการยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน นอกจากนี้ แม้ว่าคณะกรรมการได้กำหนดบทบาทในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษแล้ว แต่กลไกการปฏิบัติงานเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวิธีการประมวลผลรายงานเหล่านี้และความรวดเร็วในการตอบสนองของหน่วยงานต่อเหตุการณ์ในอนาคตยังคงต้องรอการพัฒนาเชิงนโยบายต่อไป ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับขั้นตอนการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:17 UTC

‘หมอวรงค์’ ตั้งคำถามรัฐบาลเรื่องค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘หมอวรงค์’ ตั้งคำถามรัฐบาลเรื่องค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติ

วรงค์ เดชกิจวิกรม นักการเมืองไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายประกันภัยพิบัติของรัฐบาล โดยอ้างว่ามีการเรียกเก็บเบี้ยประกันที่สูงเกินไปและความคลาดเคลื่อนในงบประมาณช่วยเหลือที่รายงานไว้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘หมอวรงค์’ ตั้งคำถามรัฐบาลเรื่องค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติ

แหล่งข่าวเดียว
‘หมอวรงค์’ ตั้งคำถามรัฐบาลเรื่องค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติ

วรงค์ เดชกิจวิกรม นักการเมืองไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายประกันภัยพิบัติของรัฐบาล โดยอ้างว่ามีการเรียกเก็บเบี้ยประกันที่สูงเกินไปและความคลาดเคลื่อนในงบประมาณช่วยเหลือที่รายงานไว้

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 วรงค์ เดชกิจวิกรม นักการเมืองชื่อดัง ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับแนวทางการทำประกันภัยพิบัติของรัฐบาลไทย ตามรายงานของ Thai Post วรงค์ได้โต้แย้งคำกล่าวอ้างของรัฐบาลเกี่ยวกับงบประมาณช่วยเหลือภัยพิบัติ โดยในขณะที่นายกรัฐมนตรีอ้างตัวเลขงบช่วยเหลือปีละ 4 หมื่นล้านบาท แต่วรงค์ยืนยันว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 9.8 พันล้านบาทเท่านั้น

นอกจากนี้ วรงค์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการประกันภัยพิบัติของรัฐบาลที่มีมูลค่า 15.5 พันล้านบาท โดยเขากล่าวหาว่าอัตราเบี้ยประกันสำหรับกรมธรรม์นี้ถูกกำหนดไว้สูงถึง 20% ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นอัตราที่แพงที่สุดในโลก เขาแสดงความกังวลว่าค่าใช้จ่ายที่สูงเหล่านี้อาจเกิดจากบุคคลที่หวังผลประโยชน์จากค่าคอมมิชชั่นมากกว่าความจำเป็นทางการคลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การถกเถียงนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าเงินสาธารณะถูกจัดการอย่างไรในช่วงภัยพิบัติทางธรรมชาติ แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่ความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือภัยพิบัติยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่ถกเถียงกันอยู่ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะเปิดเผยรายละเอียดโครงสร้างเบี้ยประกันหรือชี้แจงความคลาดเคลื่อนของตัวเลขงบประมาณที่รายงานไว้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือการสอบสวนเพิ่มเติมในรัฐสภาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:18 UTC

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดน้ำมันรั่ว พร้อมเสนอต่ออายุคณะกรรมการจัดการมลพิษ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดน้ำมันรั่ว พร้อมเสนอต่ออายุคณะกรรมการจัดการมลพิษ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ วางแผนลงพื้นที่ตรวจสอบจุดน้ำมันรั่วด้วยตนเองเพื่อหาสาเหตุของมลพิษ และจะเสนอให้มีการต่ออายุวาระของคณะกรรมการจัดการมลพิษ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดน้ำมันรั่ว พร้อมเสนอต่ออายุคณะกรรมการจัดการมลพิษ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดน้ำมันรั่ว พร้อมเสนอต่ออายุคณะกรรมการจัดการมลพิษ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ วางแผนลงพื้นที่ตรวจสอบจุดน้ำมันรั่วด้วยตนเองเพื่อหาสาเหตุของมลพิษ และจะเสนอให้มีการต่ออายุวาระของคณะกรรมการจัดการมลพิษ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้ประกาศความตั้งใจที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่เกิดน้ำมันรั่วไหลด้วยตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการตรวจสอบสถานที่จริงเพื่อหาสาเหตุของการรั่วไหลและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองอย่างจริงจังของรัฐบาลต่อภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการประเมินตำแหน่งที่แน่ชัดของการรั่วไหลและขอบเขตของการปนเปื้อน แต่การที่รัฐมนตรีลงพื้นที่ด้วยตนเองบ่งชี้ว่าทางการกำลังให้ความสำคัญกับการระบุแหล่งที่มาเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ รัฐมนตรีพิพัฒน์ยังตั้งใจที่จะเสนอให้มีการต่ออายุวาระการทำงานของคณะกรรมการจัดการมลพิษชุดปัจจุบันออกไปอีก 1 วาระ เพื่อให้มั่นใจถึงความต่อเนื่องในการกำกับดูแลและมาตรการบรรเทาผลกระทบที่จำเป็นในการจัดการกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลอย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่แน่ชัดของน้ำมันรั่วไหล ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ในการทำความสะอาด และการอนุมัติอย่างเป็นทางการสำหรับการต่ออายุคณะกรรมการดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมและข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ชายฝั่งหรือแหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:16 UTC

รัฐบาลปฏิเสธถ่วงเวลาอภิปรายรายงาน กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลปฏิเสธถ่วงเวลาอภิปรายรายงาน กกต.

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลกำลังถ่วงเวลาการอภิปรายงบประมาณเพื่อสกัดกั้นฝ่ายค้านไม่ให้พิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลปฏิเสธถ่วงเวลาอภิปรายรายงาน กกต.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลปฏิเสธถ่วงเวลาอภิปรายรายงาน กกต.

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลกำลังถ่วงเวลาการอภิปรายงบประมาณเพื่อสกัดกั้นฝ่ายค้านไม่ให้พิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงถึงข้อกังวลของฝ่ายค้านเกี่ยวกับตารางการประชุมรัฐสภา โดยฝ่ายค้านเกรงว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 อาจใช้เวลานานเกินกำหนด ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถพิจารณารายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีกำหนดการในวันที่ 10 กันยายนได้

นายสิริพงศ์ระบุว่ารัฐบาลกำลังพยายามกระชับเวลาการประชุม โดยคาดว่าการอภิปรายงบประมาณจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน พร้อมย้ำว่ากรอบเวลาขึ้นอยู่กับสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลในการบริหารจัดการเวลาของตนเอง เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการจงใจขัดขวาง โดยยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายควรได้รับเวลาอย่างเท่าเทียมกัน และระบุว่าเฉพาะงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยเพียงกระทรวงเดียวก็คาดว่าจะต้องใช้เวลาอภิปรายถึง 4-5 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหนาแน่นของวาระการประชุมในรัฐสภา ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายเวลาการประชุมในสภาผู้แทนราษฎร แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าตารางเวลาเป็นเรื่องของการประสานงานระหว่างวิปทั้งสองฝ่าย แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ยังต้องติดตามว่าการอภิปรายงบประมาณจะเสร็จสิ้นทันเวลาสำหรับการพิจารณารายงานของ กกต. ในวันที่ 10 กันยายนหรือไม่ หรือจะต้องมีการปรับเปลี่ยนตารางเวลาเพิ่มเติม นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ยังได้ตั้งคำถามถึงแรงจูงใจเบื้องหลังการชุมนุมประท้วงที่วางแผนไว้ในวันที่ 13 กันยายนเกี่ยวกับ กกต. โดยตั้งคำถามว่าใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการกดดันดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 06:17 UTC

อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญร่วมแสดงทัศนะต่อทิศทางการเมืองไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญร่วมแสดงทัศนะต่อทิศทางการเมืองไทย

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยนับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญร่วมแสดงทัศนะต่อทิศทางการเมืองไทย

แหล่งข่าวเดียว
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญร่วมแสดงทัศนะต่อทิศทางการเมืองไทย

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยนับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475

มุมมองทางการเมืองต่อวิวัฒนาการของประเทศไทย

ตามรายงานจาก มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับทิศทางในอดีตและอนาคตของการเมืองไทย โดยการวิเคราะห์มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาในระยะยาวของภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศและความสัมพันธ์กับสังคม ซึ่งเป็นการติดตามพลวัตเหล่านี้ย้อนกลับไปตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงจากการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปี พ.ศ. 2475

ความสำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว การเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ของโครงสร้างทางการเมืองของประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น แม้ว่าชีวิตประจำวันในประเทศไทยจะยังคงไม่ได้รับผลกระทบจากการอภิปรายทางการเมืองระดับสูง แต่การสะท้อนความคิดในเชิงวิชาการและตุลาการเหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบริหารจัดการและความมั่นคงของสถาบัน การติดตามข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาวเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและสังคมที่หล่อหลอมบรรยากาศปัจจุบันของประเทศได้ดียิ่งขึ้น

สถานะของข้อมูล

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าความคิดเห็นเหล่านี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนบุคคลของอดีตเจ้าหน้าที่ตุลาการ จนถึงขณะนี้ การสะท้อนความคิดเหล่านี้ถือเป็นการสนับสนุนทางวิชาการต่อการอภิปรายสาธารณะเท่านั้น ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ที่เชื่อมโยงกับคำกล่าวเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามช่องทางที่เป็นทางการต่อไปสำหรับความคืบหน้าใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางการเมืองในวงกว้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 05:56 UTC

ไทยเตรียมเปิดโครงการอุดหนุนโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนในเดือนตุลาคมนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมเปิดโครงการอุดหนุนโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนในเดือนตุลาคมนี้

รัฐบาลไทยเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคครัวเรือน โดยมีการสนับสนุนทางการเงินและมาตรการรับซื้อไฟฟ้าคืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเตรียมเปิดโครงการอุดหนุนโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนในเดือนตุลาคมนี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมเปิดโครงการอุดหนุนโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนในเดือนตุลาคมนี้

รัฐบาลไทยเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคครัวเรือน โดยมีการสนับสนุนทางการเงินและมาตรการรับซื้อไฟฟ้าคืน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รัฐบาลไทยกำลังเตรียมเปิดตัวโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคครัวเรือน โดยมีกำหนดการเปิดให้ลงทะเบียนในเดือนตุลาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ประกาศว่ารัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนจำนวน 50,000 บาท ให้แก่ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์

โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคประชาชน จุดเด่นที่สำคัญของโครงการคือมาตรการรับซื้อไฟฟ้าคืน ซึ่งรับประกันว่าครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่าปริมาณที่ผลิตได้จะสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับรัฐได้ โดยเจ้าหน้าที่ประเมินว่าผู้เข้าร่วมโครงการอาจมีรายได้ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือนจากมาตรการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาว การพัฒนานี้อาจเป็นช่องทางในการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภครายเดือนและมีส่วนร่วมในการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือก ข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และขั้นตอนการลงทะเบียนที่ชัดเจนยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในช่วงใกล้ถึงกำหนดการลงทะเบียนในเดือนตุลาคม เพื่อทำความเข้าใจว่ามาตรการจูงใจเหล่านี้จะสามารถนำไปใช้กับสถานการณ์ที่อยู่อาศัยของตนได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 05:35 UTC

พิพัฒน์ รัชกิจประการ ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องการปรับเปลี่ยนทางการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พิพัฒน์ รัชกิจประการ ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องการปรับเปลี่ยนทางการเมือง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ งดแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวเรื่องความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มการเมือง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พิพัฒน์ รัชกิจประการ ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องการปรับเปลี่ยนทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
พิพัฒน์ รัชกิจประการ ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องการปรับเปลี่ยนทางการเมือง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ งดแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวเรื่องความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มการเมือง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกระแสข่าวทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อถูกสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีที่นายธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันระหว่างกลุ่ม 'สีเขียว' และพรรค 'สีน้ำเงิน' รัฐมนตรีได้เลือกที่จะไม่ให้คำตอบใดๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล ลำดับความสำคัญในการบริหารงาน หรือเสถียรภาพของรัฐบาลผสมในปัจจุบัน แม้ว่าการหารือดังกล่าวจะเป็นเรื่องทั่วไปในแวดวงการเมืองไทย แต่ในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือกฎระเบียบการเดินทางแต่อย่างใด

ในขณะนี้ ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพันธมิตรอย่างเป็นทางการหรือการปรับเปลี่ยนทิศทางการเมืองยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแผนความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากแกนนำของแต่ละฝ่ายเพื่อดูว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสำหรับข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อนโยบายสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 05:38 UTC

รัฐบาลไทยแจงโครงการคลาวด์ GDCC ช่วยประหยัดงบประมาณท่ามกลางการตรวจสอบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยแจงโครงการคลาวด์ GDCC ช่วยประหยัดงบประมาณท่ามกลางการตรวจสอบ

คณะกรรมาธิการรัฐสภาชี้แจงปกป้องโครงการศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) โดยระบุว่าช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 3 พันล้านบาทและลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยแจงโครงการคลาวด์ GDCC ช่วยประหยัดงบประมาณท่ามกลางการตรวจสอบ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยแจงโครงการคลาวด์ GDCC ช่วยประหยัดงบประมาณท่ามกลางการตรวจสอบ

คณะกรรมาธิการรัฐสภาชี้แจงปกป้องโครงการศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) โดยระบุว่าช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 3 พันล้านบาทและลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับงบประมาณปี 2570 สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) โดยนายพีรพัฒน์ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ปฏิเสธข้อสังเกตที่ว่าโครงการนี้มีความซ้ำซ้อน โดยระบุว่าโครงการคลาวด์กลางของรัฐจะช่วยให้ประเทศประหยัดงบประมาณได้มากกว่า 3 พันล้านบาท ผ่านการรวมศูนย์โครงสร้างพื้นฐานและสร้างความประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)

ตามรายงานของ Khaosod Online คณะกรรมาธิการชี้แจงว่า GDCC ไม่ได้กำหนดให้ข้อมูลทุกหน่วยงานต้องรวมอยู่ในระบบเดียว ข้อมูลทั่วไปสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยได้ ในขณะที่ข้อมูลลับหรือข้อมูลเฉพาะทางจะยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อความมั่นคงของชาติและเป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งสนับสนุนการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของไทย พร้อมควบคุมอธิปไตยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์อย่างเข้มงวด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การปรับปรุงระบบดิจิทัลของประเทศไทย แม้รัฐบาลจะเน้นย้ำเรื่องความคุ้มค่าและความปลอดภัย แต่ผลกระทบระยะยาวต่อความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการนำโปรโตคอลความปลอดภัยเหล่านี้ไปใช้จริงยังคงต้องติดตามต่อไป โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรอบเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจนออกมาในระหว่างกระบวนการพิจารณางบประมาณปี 2570

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 05:38 UTC

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องการคัดเลือก สว.

ศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ วิจารณ์ความพยายามของฝ่ายค้านในการกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องการคัดเลือก สว.

ศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ วิจารณ์ความพยายามของฝ่ายค้านในการกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ได้กล่าวถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรายงานของ Thai Post ศิริพงษ์กล่าวหาว่าฝ่ายค้านมีความพยายามกดดัน กกต. อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา

ศิริพงษ์ตั้งคำถามถึงแรงจูงใจเบื้องหลังแรงกดดันเหล่านี้ โดยเสนอว่าหากข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านได้รับการตอบสนอง จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม สว. สำรองเป็นหลัก เขาได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องทางการเมืองของผู้ที่ผลักดันข้อกล่าวหาเหล่านี้ นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงกิจกรรมการประท้วงที่มีกำหนดจัดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเรียกร้องให้ผู้จัดงานตรวจสอบให้แน่ใจว่าการชุมนุมของพวกเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของการอภิปรายทางการเมืองที่เข้มข้น แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะจำกัดอยู่เพียงการเคลื่อนไหวทางการเมืองและการชุมนุมสาธารณะในขณะนี้ แต่ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือใกล้ศูนย์กลางรัฐบาลควรตระหนักถึงการจราจรที่อาจติดขัดหรือการรวมตัวในพื้นที่ต่างๆ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อแรงกดดันเหล่านี้อย่างไร และการประท้วงที่วางแผนไว้จะดำเนินไปโดยไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้สังเกตการณ์ติดตามข่าวท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเส้นทางการชุมนุมที่อาจเกิดขึ้นและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก กกต. เกี่ยวกับการตรวจสอบการคัดเลือก สว.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 05:19 UTC