ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์ ✦
การขนส่ง กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง ✦
ทั่วไป กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่ ✦
ความปลอดภัย อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ✦
ความปลอดภัย เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ ✦
ความปลอดภัย กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย. ✦
ความปลอดภัย วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังและปิดด่านเก็บเงินในกรุงเทพฯ ✦
การท่องเที่ยว คำแนะนำการเดินทาง: ฝนตกและน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ ✦
การเมือง

อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์

แหล่งข่าวเดียว
อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการเจรจานิวเคลียร์

อิหร่านได้เสนอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ตกลงที่จะกลับมาเจรจานิวเคลียร์ภายใน 7 วัน

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของโลก โดยข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องตกลงเข้าสู่การเจรจานิวเคลียร์อย่างเป็นทางการภายในระยะเวลา 7 วัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดพลังงานโลก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การหยุดชะงักหรือความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้มักนำไปสู่ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลก แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการเจรจาเหล่านี้ แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันระหว่างประเทศมักส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและพลังงานภายในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและโลจิสติกส์ในการเดินทาง

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่ หรือมีแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับการเริ่มการเจรจาทางการทูตตามที่ร้องขอหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากวอชิงตันเพื่อดูว่าข้อเสนอนี้จะนำไปสู่การลดความตึงเครียดหรือสถานการณ์ทางทะเลจะยังคงถูกจำกัดต่อไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับราคาน้ำมันและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

การขนส่ง

กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง

แหล่งข่าวเดียว
กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวง 109 แห่ง

กรมทางหลวงออกประกาศเตือนสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวงสายหลัก 109 แห่ง โดยมี 8 แห่งที่รถไม่สามารถผ่านได้ในขณะนี้

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่ากรมทางหลวงกำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบนโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวม 109 แห่ง โดยในจำนวนนี้มี 8 ช่วงของทางหลวงที่รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง

เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ใช้รถใช้ถนน กรมทางหลวงได้เปิดสายด่วน 1586 เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามสถานะของเส้นทางเฉพาะและรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าทางกรมฯ จะกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ผลกระทบโดยรวมต่อการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และเลือกใช้เส้นทางสำรองหากเป็นไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ทั่วไป

กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการเรียนรู้รายงานคะแนน N-NET พุ่งทำสถิติใหม่

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ของไทยประกาศคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศของการสอบ N-NET ที่พุ่งสูงถึง 49.04 ซึ่งเป็นสถิติใหม่ โดยจังหวัดอุดรธานีครองแชมป์คะแนนสูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้บรรลุหมุดหมายสำคัญในมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยคะแนนเฉลี่ยของการสอบ N-NET (การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน) ได้เพิ่มขึ้นเป็น 49.04 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของกรม

จังหวัดอุดรธานีได้รับการระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในรอบการประเมินล่าสุดนี้ การสอบ N-NET ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญในการประเมินความก้าวหน้าทางวิชาการของผู้เรียนที่ลงทะเบียนในหลักสูตรการศึกษานอกระบบทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของภาคการศึกษาทางเลือกของไทย แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของคะแนนเฉลี่ยจะบ่งชี้ถึงการปรับปรุงในการจัดทำหลักสูตรหรือการเตรียมความพร้อมของผู้เรียน แต่ปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นในปีนี้ยังคงต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างเต็มรูปแบบโดยหน่วยงานด้านการศึกษา

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือข้อมูลนี้สะท้อนถึงค่าเฉลี่ยระดับประเทศและผู้นำระดับภูมิภาคเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจกแจงคะแนนเหล่านี้ในจังหวัดอื่นๆ หรือกลุ่มประชากรเฉพาะยังไม่มีการเปิดเผย ผู้ที่สนใจผลกระทบในวงกว้างต่อแรงงานหรือภูมิทัศน์ทางการศึกษาของไทยควรติดตามการอัปเดตจากกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เนื่องจากจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มผลการดำเนินงานเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติปางสีดาเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

อุทยานแห่งชาติปางสีดาระดมกำลังพลและยานพาหนะเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงจากอุทกภัยในจังหวัดสระแก้วตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้เริ่มปฏิบัติการเฝ้าระวังและรับมืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังพลและยานพาหนะฉุกเฉินเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในช่วงที่ภูมิภาคกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศตามฤดูกาล สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในสระแก้วหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือน การเตรียมความพร้อมในระดับสูงนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่อุทยานกำลังติดตามระดับน้ำและสภาพแวดล้อมอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความเสี่ยง

แม้ว่าทางอุทยานจะยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แต่นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานหากคุณวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณใกล้เคียง ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการปิดอุทยานหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากช่องทางของรัฐบาลก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ เนื่องจากอาจมีการจำกัดการเข้าถึงเส้นทางหรือโซนบางแห่งหากสภาพอากาศเลวร้ายลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ความปลอดภัย

เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือสถานการณ์น้ำ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จัดการประชุมด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากสภาพอุทกวิทยาในปัจจุบัน ทางการจึงตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ การเพิ่มอัตราการระบายน้ำมักส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำ ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาควรเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับคำเตือนเรื่องน้ำท่วม และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางใกล้ริมฝั่งแม่น้ำหรือในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล

แม้ว่ามาตรการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อบริหารจัดการความจุของอ่างเก็บน้ำและบรรเทาโอกาสการเกิดน้ำท่วม แต่ผลกระทบระยะยาวต่อระดับน้ำยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการปรับอัตราการระบายน้ำเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำ เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำที่ไหลมาจากตอนบน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยรับมือวิกฤตฝนตกหนัก

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนัก

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่า กองทัพบกได้ยกระดับสถานะของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ที่เกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศที่รุนแรง กองทัพได้ระดมกำลังพล รถครัวสนาม และทีมแพทย์เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ กองทัพยังได้เตรียมความพร้อมของอากาศยานเพื่อสนับสนุนการตอบสนองที่รวดเร็วและการขนส่งในพื้นที่ที่การเข้าถึงทางบกอาจทำได้ยาก หน่วยงานเหล่านี้ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและพายุได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การระดมกำลังครั้งนี้บ่งชี้ว่าบางพื้นที่อาจประสบปัญหาโครงสร้างพื้นฐานหยุดชะงักหรือมีน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากคุณอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักหรือวางแผนที่จะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว แม้ว่ากองทัพจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางการคมนาคมและบริการสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:40 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–27 ก.ย.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากฝนตกหนัก โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่าประกาศเตือนภัยนี้สืบเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก

ทางการได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือในระดับสูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ชุมชนริมแม่น้ำ และพื้นที่เศรษฐกิจหรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ปภ. กำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อติดตามระดับน้ำและแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างทันท่วงที สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบริการพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา และระบบสื่อสาร พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และการดำรงชีพแก่ผู้ประสบภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทาง หรือการจำกัดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้ทางน้ำ ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด แม้ว่า ปภ. จะได้จัดทีมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการประเมินทางอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักที่วางแผนไว้กับผู้ให้บริการในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:42 UTC

ความปลอดภัย

วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง

แหล่งข่าวเดียว
วัยรุ่นรอดชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วดูดขณะน้ำท่วมในดอนเมือง

เด็กชายวัย 15 ปี ได้รับการช่วยเหลือจากญาติหลังจากถูกไฟฟ้ารั่วดูดในน้ำท่วมขังในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 เด็กชายวัย 15 ปี รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟฟ้ารั่วดูดในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่น้ำท่วมหนักเข้าท่วมพื้นที่ ทำให้เกิดสภาวะที่เป็นอันตรายจากกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหล

รายงานระบุว่าวัยรุ่นคนดังกล่าวหมดสติหลังจากสัมผัสกับพื้นที่ที่มีกระแสไฟฟ้าในขณะที่เดินลุยน้ำท่วม ญาติของเขาได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วด้วยการทำ CPR ในที่เกิดเหตุ ซึ่งสามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญถึงอันตรายร้ายแรงจากน้ำท่วม โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอันตรายทางไฟฟ้าที่ "ซ่อนอยู่" เมื่อถนนถูกน้ำท่วมขัง ไฟฟ้ารั่วจากเสาไฟ ป้ายไฟ หรือสายไฟที่จมน้ำสามารถเปลี่ยนน้ำที่ท่วมขังให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่อันตรายถึงชีวิตได้ เจ้าหน้าที่มักแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วม โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงกับโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า

แม้ว่าผู้ประสบเหตุจะมีอาการคงที่แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของไฟฟ้ารั่วที่แน่ชัด และการที่หน่วยงานไฟฟ้าในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าวแล้วหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำใกล้กับแหล่งจ่ายไฟ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:41 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังและปิดด่านเก็บเงินในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังและปิดด่านเก็บเงินในกรุงเทพฯ

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายเส้นทาง ส่งผลให้ต้องปิดด่านเก็บเงิน 3 แห่ง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายสายทั่วกรุงเทพฯ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์การจราจรในปัจจุบัน โดยแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง ทางการได้ยืนยันการปิดด่านเก็บเงินจำนวน 3 แห่ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและบริหารจัดการการจราจร สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าและการจราจรติดขัดบนเส้นทางหลัก ขอแนะนำให้ผู้ที่วางแผนการเดินทางติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทพ. และหน่วยงานจราจรในพื้นที่ เพื่อรับข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพถนนและการเปิดให้บริการอีกครั้ง

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะเกี่ยวข้องกับการปิดด่านเก็บเงินทั้ง 3 แห่ง แต่ขอบเขตของน้ำท่วมขังบนถนนสายรองทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาในการเดินทางและพิจารณาใช้เส้นทางอื่นหากเป็นไปได้ เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว การติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเดินทางในเมืองอย่างปลอดภัยในช่วงที่มีฝนตกหนักนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:42 UTC

การท่องเที่ยว

คำแนะนำการเดินทาง: ฝนตกและน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
คำแนะนำการเดินทาง: ฝนตกและน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ออกคำแนะนำการเดินทางเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เนื่องจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง

สถานการณ์ปัจจุบัน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ออกคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ โดยเตือนว่าฝนที่ตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขังในบางพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางบนท้องถนน แม้ว่าเมืองจะเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศเหล่านี้ แต่ ททท. ยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานหลักยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ผลกระทบต่อการเดินทาง

สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และบริการรถไฟยังคงวิ่งตามตารางเวลา อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางบนท้องถนนและวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม

คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว

เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ททท. ขอแนะนำดังนี้:

  • เผื่อเวลาเดินทาง: คำนึงถึงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากการจราจรเมื่อต้องเดินทางไปสนามบินหรือตามนัดหมาย
  • ติดตามข่าวสาร: ตรวจสอบพยากรณ์อากาศ รายงานสภาพจราจร และข้อมูลอัปเดตด้านการขนส่งอย่างสม่ำเสมอ
  • วางแผนล่วงหน้า: พิจารณาเส้นทางสำรองหากจำเป็นก่อนเริ่มออกเดินทาง

สิ่งที่ยังต้องติดตาม

แม้ว่าศูนย์กลางการขนส่งหลักจะยังไม่ได้รับผลกระทบในขณะนี้ แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ ททท. ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นเมื่อใด ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังตลอดการเข้าพักในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Tourism Authority of Thailand Newsroom
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 06:35 UTC

การอภิปรายในสภาจุดประเด็นถกเถียงเรื่องระเบียบปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การอภิปรายในสภาจุดประเด็นถกเถียงเรื่องระเบียบปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย

ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยก้มกราบรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในรัฐสภาไทยเกี่ยวกับพฤติกรรมตามลำดับชั้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การอภิปรายในสภาจุดประเด็นถกเถียงเรื่องระเบียบปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
การอภิปรายในสภาจุดประเด็นถกเถียงเรื่องระเบียบปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย

ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยก้มกราบรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในรัฐสภาไทยเกี่ยวกับพฤติกรรมตามลำดับชั้น

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้ นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้นำภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยก้มกราบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล มาแสดงในที่ประชุม ตามรายงานของมติชนออนไลน์ นายอดิศรใช้ภาพดังกล่าวเพื่อวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เขาเรียกว่าวัฒนธรรม 'ศักดินา' ภายในกระทรวง โดยเสนอว่าการแสดงความเคารพเช่นนี้ไม่เหมาะสมกับมาตรฐานการบริหารงานสมัยใหม่ เขายังกล่าวเสริมว่าหากเขาอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เขาจะไม่ยอมให้ปลัดกระทรวงนั่งในขณะที่เขายืนอยู่ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความไม่เห็นด้วยต่อระเบียบปฏิบัติที่ปรากฏให้เห็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับโครงสร้างลำดับชั้นแบบดั้งเดิมภายในระบบราชการไทย แม้ว่าการถกเถียงด้านการบริหารภายในเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในแวดวงการเมือง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับพฤติกรรมทางวิชาชีพในหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบปฏิบัติภายในเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นทางการหรือไม่ เนื่องจากเป็นประเด็นการอภิปรายทางการเมืองภายใน จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือสถานะทางกฎหมายของผู้มาเยือน แต่ถือเป็นการเตือนให้เห็นถึงพลวัตทางสังคมและวิชาชีพที่ซับซ้อนภายในหน่วยงานรัฐของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ชวน หลีกภัย วิจารณ์งบประมาณและการบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชวน หลีกภัย วิจารณ์งบประมาณและการบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย

ระหว่างการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นายชวน หลีกภัย นักการเมืองอาวุโส ได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและประสิทธิภาพในการทำงาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชวน หลีกภัย วิจารณ์งบประมาณและการบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ชวน หลีกภัย วิจารณ์งบประมาณและการบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย

ระหว่างการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นายชวน หลีกภัย นักการเมืองอาวุโส ได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและประสิทธิภาพในการทำงาน

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายวิจารณ์กระทรวงมหาดไทย โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online ว่าการปรับลดงบประมาณของกระทรวงจะไม่มีประโยชน์หากบุคลากรที่ใช้เงินเหล่านั้นขาดประสิทธิภาพ

นายชวนตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในระยะหลัง ไม่ใช่จากผลงานด้านบริการสาธารณะ แต่เป็นเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เขาเน้นย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นเสาหลักของความมั่นคงและสวัสดิภาพของประชาชน แต่แสดงความกังวลว่าการแทรกแซงทางการเมืองในการโยกย้ายข้าราชการอาจนำไปสู่ปัญหาการบริหารจัดการในวงกว้าง แม้จะยอมรับว่าผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคนมีความขยันและตั้งใจทำงาน แต่เขาก็เตือนว่าคุณภาพของการบริหารขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์ในการจัดการบุคลากรเป็นสำคัญ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบของรัฐสภาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดการเงินภาษีภายในโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่นและภูมิภาค ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะมีผลต่อการอนุมัติร่างงบประมาณขั้นสุดท้ายอย่างไร หรือกระทรวงมหาดไทยจะตอบสนองต่อข้อกังวลเฉพาะเรื่องความโปร่งใสในการบริหารและแนวทางการสรรหาบุคลากรอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:58 UTC

ผู้ประท้วงเกาหลีใต้เรียกร้องให้รัฐบาลวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งกับอิหร่าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้ประท้วงเกาหลีใต้เรียกร้องให้รัฐบาลวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งกับอิหร่าน

กลุ่มผู้ประท้วงในเกาหลีใต้ได้ออกมาเดินขบวนบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลของตนงดเว้นจากการมีส่วนร่วมทางทหารในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่าน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้ประท้วงเกาหลีใต้เรียกร้องให้รัฐบาลวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งกับอิหร่าน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ประท้วงเกาหลีใต้เรียกร้องให้รัฐบาลวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งกับอิหร่าน

กลุ่มผู้ประท้วงในเกาหลีใต้ได้ออกมาเดินขบวนบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลของตนงดเว้นจากการมีส่วนร่วมทางทหารในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่าน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ประชาชนในเกาหลีใต้ได้จัดการประท้วงสาธารณะเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการที่รัฐบาลอาจเข้าไปแทรกแซงในความขัดแย้งของอิหร่าน โดยกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการส่งบุคลากรทางทหารหรือทรัพยากรไปสนับสนุนการปฏิบัติการรบในภูมิภาคดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ การประท้วงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองสูงในด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงระหว่างประเทศ แม้ว่าการประท้วงในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่นโยบายของรัฐบาล แต่ผู้ที่อยู่ในประเทศควรระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว เนื่องจากเหตุการณ์รวมตัวในที่สาธารณะอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่หรือมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในศูนย์กลางเมืองใหญ่

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกาหลีใต้ และยังไม่ชัดเจนว่าการประท้วงเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อท่าทีทางการทูตของรัฐบาลหรือไม่ หรือมีแผนการส่งกำลังทหารที่ยังไม่ได้เปิดเผยหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่ารัฐบาลจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของผู้ประท้วงหรือไม่ หรือการประท้วงจะขยายตัวขึ้น นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการประท้วงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:38 UTC

การอภิปรายงบประมาณในสภาชะงักงันเนื่องจากความกังวลด้านเนื้อหา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การอภิปรายงบประมาณในสภาชะงักงันเนื่องจากความกังวลด้านเนื้อหา

สส. พรรคประชาชนวิจารณ์การอภิปรายงบประมาณกระทรวงมหาดไทยที่ยืดเยื้อ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องและระยะเวลาของการประชุม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การอภิปรายงบประมาณในสภาชะงักงันเนื่องจากความกังวลด้านเนื้อหา

แหล่งข่าวเดียว
การอภิปรายงบประมาณในสภาชะงักงันเนื่องจากความกังวลด้านเนื้อหา

สส. พรรคประชาชนวิจารณ์การอภิปรายงบประมาณกระทรวงมหาดไทยที่ยืดเยื้อ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องและระยะเวลาของการประชุม

ในระหว่างการประชุมสภาเมื่อเร็วๆ นี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน (PP) ได้แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยที่กำลังดำเนินอยู่ ตามรายงานของ Thai Post สส. ระบุว่าการอภิปรายยืดเยื้อมานานถึง 4 ชั่วโมงโดยไม่ได้เข้าสู่เนื้อหาที่กำหนดไว้ในวาระที่ 2 ผู้แทนราษฎรรายนี้ได้ขอให้ประธานในที่ประชุมควบคุมเนื้อหาของการอภิปรายให้เข้มงวดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่ายังคงอยู่ในประเด็นของวาระการประชุม

ในการตอบสนอง นายเลิศศักดิ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้รับทราบถึงความกังวลดังกล่าว โดยระบุว่าหากผู้พูดคนใดอภิปรายออกนอกขอบเขตของวาระที่ 2 เขาจะขออนุญาตเตือนให้กระชับเนื้อหา สส. รายนี้เน้นย้ำว่าการประชุมได้ล่วงเลยเวลาเที่ยงคืนมาเป็นเวลาสองวันติดต่อกันแล้ว ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกระบวนการทางนิติบัญญัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการประชุมสภาในประเทศไทย แม้ว่าการอภิปรายในสภาเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติ แต่บางครั้งอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการดำเนินงานของรัฐบาลในวงกว้าง ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความล่าช้าทางขั้นตอนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อกำหนดการอนุมัติงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยอย่างไร หรือจะมีการปรับเปลี่ยนตารางการอภิปรายเพิ่มเติมเพื่อเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:38 UTC

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยระดมแนวคิดกำหนดกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาในอนาคต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยระดมแนวคิดกำหนดกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาในอนาคต

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยได้ประชุมเพื่อกำหนดกรอบกลยุทธ์ใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากภาครัฐเข้าร่วมอย่างสำคัญ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยระดมแนวคิดกำหนดกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยระดมแนวคิดกำหนดกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาในอนาคต

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยได้ประชุมเพื่อกำหนดกรอบกลยุทธ์ใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากภาครัฐเข้าร่วมอย่างสำคัญ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยได้เริ่มความร่วมมือในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ในอนาคต โดยการประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมระดับสูง อาทิ ปลัดกระทรวงและ ดร.วันดี ซึ่งได้ร่วมกันพัฒนาแนวทางและกรอบการทำงานใหม่เหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโครงสร้างของโครงการสวัสดิการสังคมและโครงการสนับสนุนชุมชนทั่วประเทศ แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของกลยุทธ์ใหม่จะยังอยู่ในระหว่างการสรุป แต่การมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบ่งชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อนโยบายสาธารณะและการให้บริการทางสังคมในอนาคต

ในขณะนี้ ลักษณะที่แน่ชัดของการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ประชาชนกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาในการดำเนินงานของโครงการใหม่นี้ ในขณะที่สภาฯ ดำเนินกระบวนการวางแผนต่อไป ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์เหล่านี้อาจส่งผลต่อการดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคมอย่างไรในอนาคตอันใกล้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:35 UTC

การอภิปรายในสภาเน้นย้ำข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของกระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การอภิปรายในสภาเน้นย้ำข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของกระทรวงมหาดไทย

ระหว่างการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 นายอดิศร เพียงเกษ สส. พรรคเพื่อไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมของกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างถึงภาพไวรัลของข้าราชการระดับสูงที่ก้มกราบรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การอภิปรายในสภาเน้นย้ำข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของกระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
การอภิปรายในสภาเน้นย้ำข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของกระทรวงมหาดไทย

ระหว่างการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 นายอดิศร เพียงเกษ สส. พรรคเพื่อไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมของกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างถึงภาพไวรัลของข้าราชการระดับสูงที่ก้มกราบรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 เป็นวันที่ 3 นายอดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับวัฒนธรรมภายในของกระทรวงมหาดไทย

ตามรายงานของ Khaosod Online นายอดิศรได้เปิดเผยภาพข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยที่กำลังก้มกราบรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล นายอดิศรวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมดังกล่าวโดยระบุว่าเป็นภาพสะท้อนของระบบ 'ศักดินา' หรือ 'การเลียแข้งเลียขา' ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ เขาตั้งคำถามว่ากระบวนการบริหารงานของกระทรวงกำลังถูกทำให้ล่าช้าลงด้วยพลวัตทางลำดับชั้นเช่นนี้ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การบริการสาธารณะและการ 'บำบัดทุกข์บำรุงสุข' ให้แก่ประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับประสิทธิภาพและจรรยาบรรณทางวิชาชีพของหน่วยงานบริหารของไทย แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะก่อให้เกิดการอภิปรายอย่างกว้างขวางในการประชุมสภา แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการในระเบียบปฏิบัติภายในของกระทรวงหรือการปฏิรูปการบริหารหรือไม่ จนถึงขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเหล่านี้ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในสภา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณยังคงเป็นประเด็นหลักของการประชุมสภาในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:37 UTC

สส. ฝ่ายค้านวิจารณ์กระบวนการอภิปรายงบประมาณ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ฝ่ายค้านวิจารณ์กระบวนการอภิปรายงบประมาณ

สส. พรรคประชาชนแสดงความกังวลเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย โดยเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวาระการประชุมอื่น ๆ ของสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ฝ่ายค้านวิจารณ์กระบวนการอภิปรายงบประมาณ

แหล่งข่าวเดียว
สส. ฝ่ายค้านวิจารณ์กระบวนการอภิปรายงบประมาณ

สส. พรรคประชาชนแสดงความกังวลเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย โดยเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวาระการประชุมอื่น ๆ ของสภา

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกระบวนการพิจารณางบประมาณของกระทรวงมหาดไทย โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า สส. รายดังกล่าวโต้แย้งว่ามีการใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงในการอภิปรายประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในวาระที่สอง

สส. ผู้นี้แสดงความกังวลว่าการอภิปรายที่ยืดเยื้ออาจทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลให้สภาไม่สามารถดำเนินการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามกำหนดการได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางนิติบัญญัติที่เกิดขึ้นในการประชุมสภาสมัยปัจจุบัน แม้ว่าข้อพิพาทด้านกระบวนการจะเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการจัดตารางเวลาทางการเมืองภายในอาจส่งผลกระทบต่อกรอบเวลาในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในภาพรวม

ขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตารางการประชุมสภาจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับรายงานที่ล่าช้าออกไปหรือไม่ หรือวาระการประชุมทางนิติบัญญัติจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอย่างไร ผลกระทบต่อกรอบเวลาการอนุมัติงบประมาณโดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอน และผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าผู้นำสภาจะจัดการกับวาระที่เหลืออยู่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:15 UTC

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา กรณีคดี ป.ป.ช.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา กรณีคดี ป.ป.ช.

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา กรณีคดี ป.ป.ช.

แหล่งข่าวเดียว
เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา กรณีคดี ป.ป.ช.

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ตัวแทนจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล, นายนัสเซอร์ ยีหมะ และนายสอและ กูมุดา ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา โดยกลุ่มเรียกร้องให้มีการเร่งรัดกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

คำร้องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการตัดสินใจก่อนหน้านี้ของ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทาง คปท. จึงขอให้ประธานรัฐสภาเร่งส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อจัดตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระมาตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ในคดีนี้ โดยกลุ่มผู้ร้องยืนยันว่าควรปฏิบัติตามขั้นตอนทางรัฐธรรมนูญว่าด้วยความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. อย่างเคร่งครัด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบของสถาบันในประเทศไทย แม้กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตยปกติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่าประธานรัฐสภาจะมีท่าทีอย่างไรต่อคำร้องนี้ และศาลฎีกาจะดำเนินการตรวจสอบการตัดสินใจของ ป.ป.ช. หรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคำร้องนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือการเดินทางในประเทศไทยแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:19 UTC

โฆษกวิปวุฒิสภาชี้แจง เวทีฝ่ายค้านไม่มีผลต่อการสอบสวนของ กกต. กรณีการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โฆษกวิปวุฒิสภาชี้แจง เวทีฝ่ายค้านไม่มีผลต่อการสอบสวนของ กกต. กรณีการคัดเลือก สว.

โฆษกวิปวุฒิสภาระบุว่าเวทีเสวนาของฝ่ายค้านที่จะเกิดขึ้นไม่มีผลทางกฎหมายต่อการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โฆษกวิปวุฒิสภาชี้แจง เวทีฝ่ายค้านไม่มีผลต่อการสอบสวนของ กกต. กรณีการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
โฆษกวิปวุฒิสภาชี้แจง เวทีฝ่ายค้านไม่มีผลต่อการสอบสวนของ กกต. กรณีการคัดเลือก สว.

โฆษกวิปวุฒิสภาระบุว่าเวทีเสวนาของฝ่ายค้านที่จะเกิดขึ้นไม่มีผลทางกฎหมายต่อการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว.

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โฆษกวิปวุฒิสภาได้ชี้แจงถึงความกังวลเกี่ยวกับเวทีเสวนาที่จัดโดยฝ่ายค้าน โดยระบุว่ากิจกรรมทางการเมืองดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังดำเนินการอยู่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตามองทางการเมืองที่มีต่อวุฒิสภาชุดใหม่ แม้ว่าเวทีของฝ่ายค้านจะเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ แต่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการยังคงอยู่ภายใต้เขตอำนาจของ กกต. ขณะนี้วุฒิสภากำลังเตรียมตัวสำหรับกระบวนการพิจารณางบประมาณระยะเวลา 70 วัน ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มขึ้นในวันที่ 10-11 กันยายน 2569

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะสรุปผลการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสอย่างไร และจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงใดๆ ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ในขณะที่วุฒิสภายังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ทางนิติบัญญัติ รวมถึงการอภิปรายงบประมาณที่กำลังจะมาถึง ผู้สังเกตการณ์ต่างจับตามองว่าความตึงเครียดทางการเมืองเหล่านี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสภาหรือไม่ ผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าแม้จะมีการถกเถียงทางการเมืองอย่างเข้มข้น แต่ตารางการพิจารณางบประมาณยังคงเป็นภารกิจหลักของวุฒิสภาในช่วงวันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:56 UTC

ข้อกังวลเรื่องการจัดสรรงบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเรื่องการจัดสรรงบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย

นายชัยชนะ เดชเดโช สส. พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์งบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาการบำบัดผู้ติดยาเสพติด การจัดการอุทกภัย และความไม่สงบในภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเรื่องการจัดสรรงบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเรื่องการจัดสรรงบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย

นายชัยชนะ เดชเดโช สส. พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์งบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาการบำบัดผู้ติดยาเสพติด การจัดการอุทกภัย และความไม่สงบในภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายชัยชนะ เดชเดโช สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับงบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย ในระหว่างการอภิปรายในสภา นายชัยชนะโต้แย้งว่าการจัดสรรงบประมาณในปัจจุบันไม่ตรงจุดและไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างแท้จริง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายชัยชนะได้เน้นย้ำถึง 3 ประเด็นสำคัญที่เชื่อว่าการใช้งบประมาณยังไม่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ โครงการบำบัดผู้ติดยาเสพติด กลยุทธ์การป้องกันและบรรเทาอุทกภัย และความพยายามในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เขาระบุว่าการวางแผนงบประมาณในปัจจุบันยังไม่สามารถจัดการที่ต้นเหตุของปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของกระทรวงในการยกระดับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับประสิทธิภาพของบริการภาครัฐในด้านความปลอดภัยสาธารณะและการจัดการภัยพิบัติ แม้ว่าข้อวิจารณ์เหล่านี้จะเป็นมุมมองจากนักการเมืองฝ่ายค้าน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่รัฐบาลต้องเผชิญในการบริหารจัดการทรัพยากรของชาติเพื่อความมั่นคงปลอดภัย ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่ากระทรวงมหาดไทยจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณตามข้อเสนอแนะจากการอภิปรายในสภาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 08:01 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกของท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกของท้องถิ่น

นักการเมืองชื่อ “สาทิตย์” ได้ตั้งคำถามต่อความโปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเสนอให้มีการดึงเงินค่าธรรมเนียมการสอบจำนวน 175 ล้านบาทกลับคืนสู่ระบบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกของท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกของท้องถิ่น

นักการเมืองชื่อ “สาทิตย์” ได้ตั้งคำถามต่อความโปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเสนอให้มีการดึงเงินค่าธรรมเนียมการสอบจำนวน 175 ล้านบาทกลับคืนสู่ระบบ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นักการเมืองชื่อ “สาทิตย์” ได้แสดงความผิดหวังต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการที่ละเลยการตรวจสอบการทุจริตในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสาทิตย์ได้เปิดเผยถึง 3 ปมปัญหาที่น่าสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบ และได้เสนออย่างเป็นทางการให้มีการดึงเงินค่าธรรมเนียมการสอบจำนวน 175 ล้านบาทกลับคืนสู่ระบบของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการจ้างงานภาครัฐและการบริหารจัดการเงินงบประมาณ แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลด้านการบริหารและการเงินภายในหน่วยงานราชการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการบริหารงานส่วนท้องถิ่น

ในขณะนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่นำเสนอโดยสาทิตย์เท่านั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมาธิการจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเป็นทางการในประเด็นการทุจริตที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหรือไม่ หรือจะมีมาตรการใดๆ เกี่ยวกับเงินค่าธรรมเนียมจำนวน 175 ล้านบาทดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคอยว่าจะมีหลักฐานเพิ่มเติมมาสนับสนุนข้อกล่าวหาเหล่านี้หรือไม่ หรือทางคณะกรรมาธิการจะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกังวลเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:35 UTC

ข้อเสนอตัดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอตัดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นล้านบาท

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.พรรคประชาชาติ เสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงมหาดไทยลง 9.5% โดยอ้างความกังวลเรื่องการฮั้วในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อเสนอตัดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอตัดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 2 หมื่นล้านบาท

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.พรรคประชาชาติ เสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงมหาดไทยลง 9.5% โดยอ้างความกังวลเรื่องการฮั้วในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ในการอภิปรายในสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้เสนอให้มีการปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง 20,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.5% ของงบประมาณทั้งหมด ตามรายงานของ Thai Post พ.ต.อ.ทวี ให้เหตุผลว่ากรอบกฎหมายในปัจจุบันมีช่องโหว่ที่อาจเปิดโอกาสให้นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมมือกันฮั้วในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้

พ.ต.อ.ทวี ชี้แจงว่าข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะยกเว้นบางส่วนจากการตัดงบประมาณ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินสนับสนุนกลุ่มจังหวัด เงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และงานป้องกันภัยพิบัติจะไม่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แม้ว่าการปรับลดงบประมาณที่เสนอนี้มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมสภาเท่านั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับงบประมาณนี้จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในการทำงานของเจ้าหน้าที่บริหารส่วนท้องถิ่นกับกระบวนการทางการเมืองระดับชาติอย่างไร เนื่องจากเป็นประเด็นการถกเถียงภายในสภา จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อบริการสาธารณะหรือกฎระเบียบการเดินทางในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:40 UTC

ส.ส. ตั้งข้อสังเกตกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น เสนอดึงเงินสมัครสอบเข้าเป็นงบประมาณแผ่นดิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. ตั้งข้อสังเกตกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น เสนอดึงเงินสมัครสอบเข้าเป็นงบประมาณแผ่นดิน

นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามต่อการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. ตั้งข้อสังเกตกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น เสนอดึงเงินสมัครสอบเข้าเป็นงบประมาณแผ่นดิน

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. ตั้งข้อสังเกตกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น เสนอดึงเงินสมัครสอบเข้าเป็นงบประมาณแผ่นดิน

นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามต่อการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวันที่ 3 นายสาธิต วงศ์หนองเตย ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายถึงปัญหาการทุจริตภายในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยวิจารณ์คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ว่ามุ่งเน้นการปรับลดงบประมาณในรายการเล็กน้อย แต่กลับละเลยการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในท้องถิ่น

นายสาธิตได้หยิบยกประเด็นสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การตั้งงบประมาณระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 277 ล้านบาท ซึ่งแม้จะมีการใช้งบประมาณด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สูง แต่ในปี 2569 กลับพบการแฮกและแก้ไขไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับผลสอบถึง 115 ครั้ง จึงเสนอให้นำเงินค่าสมัครสอบเข้าเป็นงบประมาณแผ่นดินเพื่อให้สภาฯ สามารถตรวจสอบได้

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แม้ข้อกล่าวหาจะมุ่งเน้นไปที่ความโปร่งใสทางงบประมาณและระบบบริหารจัดการ แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าคณะกรรมาธิการฯ จะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะมีการนำข้อเสนอการปฏิรูปงบประมาณมาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในรอบการสอบครั้งต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:37 UTC

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่อการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่อการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย

นายชัยชนะ เดชเดโช นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์งบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่อการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่อการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย

นายชัยชนะ เดชเดโช นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์งบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 นายชัยชนะ เดชเดโช นักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณที่เสนอโดยกระทรวงมหาดไทยจำนวน 2.27 แสนล้านบาทอย่างเปิดเผย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายชัยชนะระบุว่าการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว "อยู่ผิดที่ผิดทาง" โดยเสนอแนะว่าเงินทุนไม่ได้ถูกนำไปใช้ในส่วนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการพัฒนาประเทศ

ในระหว่างการวิพากษ์วิจารณ์ นายชัยชนะได้กล่าวถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของข้าราชการ โดยเสนอแนะในเชิงประชดประชันว่าผู้ที่ต้องการเติบโตในหน้าที่การงานอาจทำได้ดีกว่าหากมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมต่างๆ เช่น การลงพื้นที่ชายแดน หรือการไปชมการแข่งขันกีฬาระดับสูงอย่างโมโตจีพีและฟุตบอล แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่หน้าที่ทางบริหารหลัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายของรัฐบาล แม้ว่าเรื่องงบประมาณจะเป็นประเด็นนโยบายการบริหารภายใน แต่คำวิจารณ์ดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเกี่ยวกับวิธีการจัดการหรือตรวจสอบเงินสาธารณะในการประชุมสภาสมัยหน้า ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่ากระทรวงมหาดไทยจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร หรือร่างงบประมาณจะมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างมีนัยสำคัญก่อนการอนุมัติขั้นสุดท้ายหรือไม่ ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าวาทกรรมทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือการเดินทางภายในประเทศแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:36 UTC

วิปรัฐบาลสั่งปิดการลงชื่ออภิปรายงบประมาณหลังเกิดความล่าช้า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วิปรัฐบาลสั่งปิดการลงชื่ออภิปรายงบประมาณหลังเกิดความล่าช้า

วิปรัฐบาลได้ปิดรายชื่อ ส.ส. ที่ต้องการอภิปรายงบประมาณ 2 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย หลังจากมีผู้ลงชื่อจำนวนมากเกินไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วิปรัฐบาลสั่งปิดการลงชื่ออภิปรายงบประมาณหลังเกิดความล่าช้า

แหล่งข่าวเดียว
วิปรัฐบาลสั่งปิดการลงชื่ออภิปรายงบประมาณหลังเกิดความล่าช้า

วิปรัฐบาลได้ปิดรายชื่อ ส.ส. ที่ต้องการอภิปรายงบประมาณ 2 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย หลังจากมีผู้ลงชื่อจำนวนมากเกินไป

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 วิปรัฐบาลได้ปิดกระบวนการลงทะเบียนสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ต้องการเข้าร่วมการอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณ 2 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทยอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดความล่าช้าอย่างต่อเนื่องจากการที่มี ส.ส. เพิ่มชื่อเข้าสู่รายการอภิปรายไม่หยุดหย่อน

เพื่อตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าว ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้แนะนำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องตารางเวลาด้วยตนเอง ความเคลื่อนไหวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการทางนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณก้อนสำคัญนี้ต้องหยุดชะงักไปมากกว่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางนิติบัญญัติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ แม้ว่าการอภิปรายงบประมาณจะเป็นขั้นตอนปกติของรัฐสภา แต่ความสนใจในระดับสูงจาก ส.ส. บ่งชี้ว่าการจัดสรรงบประมาณนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจทางการเมืองอย่างเข้มข้น ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่าการแก้ไขปัญหาภายในจะมีผลต่อกำหนดการสุดท้ายในการอนุมัติงบประมาณอย่างไร และความล่าช้านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการภายใต้กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐสภาเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการอภิปรายจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและคาดว่าจะมีการอนุมัติงบประมาณเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:36 UTC

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกำหนดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกำหนดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมจะดำเนินไปตามกำหนดการเดิม โดยขณะนี้ทุกพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกำหนดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกำหนดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมจะดำเนินไปตามกำหนดการเดิม โดยขณะนี้ทุกพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมแล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าการเลือกตั้งจะดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ และสำนักงานในทุกพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการลงคะแนนเสียง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ประกันตนและชาวต่างชาติที่สมทบเงินเข้าสู่ระบบประกันสังคมของไทย เนื่องจากจะเป็นการเลือกตัวแทนที่จะเข้ามาดูแลการบริหารจัดการและกำหนดทิศทางนโยบายของกองทุนประกันสังคม ทั้งนี้ สปส. ได้เชิญชวนให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของตนจะได้รับการดูแลผ่านการบริหารงานของกองทุน

แม้ว่า สปส. จะยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนนสำหรับผู้ประกันตนแต่ละประเภท หรือรายชื่อผู้สมัครขั้นสุดท้าย อาจมีการอัปเดตเพิ่มเติมผ่านช่องทางที่เป็นทางการต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ประกันตนติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสำนักงานประกันสังคมหรือประกาศในพื้นที่เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับการใช้สิทธิในเขตของตน ณ ขณะนี้ กำหนดการทางบริหารยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง และทางองค์กรกำลังดำเนินการเตรียมความพร้อมในส่วนของการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:15 UTC

รัฐสภาไทยถกงบประมาณกระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาไทยถกงบประมาณกระทรวงมหาดไทย

นายชัยชนะ เดชเดโช สส. พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์งบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย โดยตั้งข้อสังเกตเรื่องการบำบัดยาเสพติดและการใช้จ่ายงบประมาณของข้าราชการระดับสูง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยถกงบประมาณกระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาไทยถกงบประมาณกระทรวงมหาดไทย

นายชัยชนะ เดชเดโช สส. พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์งบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย โดยตั้งข้อสังเกตเรื่องการบำบัดยาเสพติดและการใช้จ่ายงบประมาณของข้าราชการระดับสูง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวันที่ 3 นายชัยชนะ เดชเดโช สส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย โดยเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายชัยชนะระบุว่าการจัดสรรงบประมาณยังไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาอภิปราย ได้แก่ โครงการบำบัดผู้ติดยาเสพติดของรัฐบาลที่ให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดำเนินการจับกุมและนำตัวเข้าค่ายกองร้อย อส. ซึ่งนายชัยชนะชี้ว่าขาดระบบติดตามผลที่ชัดเจนจนนำไปสู่ปัญหาการกลับมาเสพซ้ำ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบโครงการจัดซื้อเสื้อเกราะมูลค่า 400 ล้านบาท รวมถึงวิจารณ์พฤติกรรมการเดินทางของข้าราชการระดับสูง เช่น อธิบดีและผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ให้ความสำคัญกับการไปดูการแข่งขันมอเตอร์จีพีและฟุตบอลมากกว่าการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอภิปรายในรัฐสภานี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐและการใช้จ่ายงบประมาณในด้านความมั่นคงและบริการสังคม แม้ข้อวิจารณ์เหล่านี้จะเป็นมุมมองจากฝ่ายค้าน แต่ผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายในอนาคตยังคงต้องติดตามต่อไปในระหว่างที่ร่างกฎหมายงบประมาณเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:39 UTC

ไทยเดินหน้าผลักดันให้ชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเต็ม 100%
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้าผลักดันให้ชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเต็ม 100%

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศนโยบายใหม่เพื่อสนับสนุนให้ป่าชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตเต็มจำนวนเพื่อจูงใจในการอนุรักษ์ป่า

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเดินหน้าผลักดันให้ชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเต็ม 100%

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้าผลักดันให้ชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเต็ม 100%

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศนโยบายใหม่เพื่อสนับสนุนให้ป่าชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิตเต็มจำนวนเพื่อจูงใจในการอนุรักษ์ป่า

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ตามรายงานจากกระทรวงฯ รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบายที่อนุญาตให้ป่าชุมชนได้รับคาร์บอนเครดิต 100% จากพื้นที่ป่าของตนเอง

โครงการนี้ตามรายงานของ Thai Post มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเงินโดยตรงให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการอนุรักษ์ป่าไม้ การเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านคาร์บอนเครดิต รัฐบาลหวังว่าจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นไปพร้อมกับการเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของไทย นโยบายนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการบูรณาการการจัดการป่าไม้และการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในระดับฐานราก ซึ่งบ่งชี้ถึงอนาคตที่ชุมชนในชนบทจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดคาร์บอนระดับประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่ากระทรวงฯ จะแสดงเจตจำนงในการเดินหน้าจัดสรรคาร์บอนเครดิต 100% นี้ แต่กรอบกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง กรอบเวลาในการดำเนินการ และเกณฑ์การคัดเลือกชุมชนที่จะได้รับสิทธิ์ดังกล่าวยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ารัฐบาลจะสร้างสมดุลระหว่างแรงจูงใจทางการเงินเหล่านี้กับการปกป้องระบบนิเวศป่าไม้ที่หลากหลายของไทยในระยะยาวได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 กันยายน 2026, 07:19 UTC