ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก ✦
เศรษฐกิจ Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบปะกับชาวไทยในนิวยอร์ก โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

อัปเดตจากรัฐบาลที่นิวยอร์ก

ในระหว่างการเยือนนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้จัดประชุมร่วมกับชุมชนไทยในท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน

ประเด็นสำคัญ

นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและมุ่งมั่นที่จะทำงานในรูปแบบ "ฟาสต์แทร็ก" (fast-track) เพื่อเร่งการบริหารจัดการ เขาได้ให้กำลังใจชาวไทยในต่างแดนว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ โดยระบุว่าเศรษฐกิจกำลังแสดงสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น การพบปะครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการสนทนาที่เป็นกันเองระหว่างตัวแทนรัฐบาลและชาวไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

ผลกระทบและมุมมอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเห็นเหล่านี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาล แม้ว่ารองนายกรัฐมนตรีจะแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ แต่รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุตัวเลขชี้วัดหรือรายละเอียดเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว เช่นเดียวกับคำแถลงทางการเมืองทั่วไป ผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการ "ฟาสต์แทร็ก" เหล่านี้ในทางปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและความคืบหน้าในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:15 UTC

เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านแจงประเด็นการปรับเปลี่ยนขั้วการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านแจงประเด็นการปรับเปลี่ยนขั้วการเมือง

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคของเขากำลังดำเนินการเพื่อนำพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านแจงประเด็นการปรับเปลี่ยนขั้วการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านแจงประเด็นการปรับเปลี่ยนขั้วการเมือง

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคของเขากำลังดำเนินการเพื่อนำพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคของเขากำลังดำเนินการโอนคะแนนเสียงจากพรรคกล้าธรรมไปให้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยในการให้สัมภาษณ์กับมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณัฐพงษ์ระบุว่าการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับทิศทางการเมืองของพรรคกล้าธรรมนั้น เป็นเรื่องที่ผู้นำของพรรคดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ตอบเอง

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ณัฐพงษ์ยังคงหลีกเลี่ยงที่จะแสดงความคิดเห็น โดยเลือกที่จะไม่วิพากษ์วิจารณ์พลวัตทางการเมืองระหว่างบุคคลสำคัญอย่าง ธรรมนัส พรหมเผ่า และอนุทิน ชาญวีรกูล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของภูมิทัศน์ทางการเมืองในสภา แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในกระบวนการนิติบัญญัติของไทย แต่มักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงความแข็งแกร่งของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายหรือลำดับความสำคัญทางกฎหมายในอนาคต

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมกับรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือจะยังคงจุดยืนเดิมไว้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีหรือการเปลี่ยนแปลงวาระทางกฎหมายของรัฐบาลหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินไป ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับฟังประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อลักษณะของโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลขับเคลื่อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:47 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านแจงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านแจงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ปฏิเสธที่จะยืนยันรายงานข่าวเรื่องการขับพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านแจงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านแจงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ปฏิเสธที่จะยืนยันรายงานข่าวเรื่องการขับพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานะของพรรคกล้าธรรมภายในกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยมีรายงานข่าวแพร่สะพัดว่าพรรคดังกล่าวอาจถูกขับออกจากกลุ่ม ซึ่งอาจส่งผลให้มีการย้ายฐานเสียงไปสนับสนุนรัฐบาลปัจจุบัน

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ปฏิเสธที่จะให้คำตอบที่ชัดเจนต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยปฏิเสธข้อสันนิษฐานที่ว่าการกระทำเช่นนี้จะเป็นการประเคนเสียงของฝ่ายค้านให้กับรัฐบาล ในขณะเดียวกัน พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำฝ่ายค้าน ได้ชี้แจงว่าท่าทีของพรรคกล้าธรรมเกี่ยวกับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นยังคงไม่มีความชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในภูมิทัศน์ทางการเมือง แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมทางนิติบัญญัติในปัจจุบัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าสถานะอย่างเป็นทางการของพรรคกล้าธรรมภายในฝ่ายค้านนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อกลุ่มฝ่ายค้านมีความชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างภายในและกลยุทธ์สำหรับการประชุมสภาในอนาคต สถานการณ์นี้ยังคงเป็นเรื่องของการเจรจาทางการเมืองภายใน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:25 UTC

‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยกรณีอิทธิพลเหนือกลไกตรวจสอบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยกรณีอิทธิพลเหนือกลไกตรวจสอบ

สนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าพรรคกำลังขยายอิทธิพลเข้าควบคุมกลไกตรวจสอบสำคัญของรัฐ ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องการผูกขาดอำนาจทางการเมือง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยกรณีอิทธิพลเหนือกลไกตรวจสอบ

แหล่งข่าวเดียว
‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยกรณีอิทธิพลเหนือกลไกตรวจสอบ

สนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าพรรคกำลังขยายอิทธิพลเข้าควบคุมกลไกตรวจสอบสำคัญของรัฐ ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องการผูกขาดอำนาจทางการเมือง

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคภูมิใจไทยอย่างหนัก โดยกล่าวหาว่าพรรคกำลังขยายอิทธิพลเข้าควบคุมกลไกสำคัญของรัฐอย่างเป็นระบบ ตามรายงานของ Thai Post สนธิอ้างว่าพรรคได้วางโครงสร้างอำนาจที่สามารถควบคุมวุฒิสภา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สนธิแสดงความกังวลว่าหากกลไกตรวจสอบเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มการเมืองเดียว ประเทศไทยอาจกลายเป็น 'ราชวงศ์ทางการเมือง' ที่ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจถูกทำลาย เขาเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันกดดันทุกฝ่าย โดยย้ำว่าจุดยืนของเขาไม่ใช่การเลือกข้างพรรคการเมืองใด แต่เป็นการยึดมั่นในหลักนิติรัฐ ความซื่อสัตย์ และความกล้าหาญในการบริหารประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยเกี่ยวกับความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานสอบสวน แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์พลวัตอำนาจในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงเป็นเพียงมุมมองของบุคคลหนึ่งเท่านั้น ยังต้องติดตามต่อไปว่าสถาบันที่ถูกกล่าวถึงจะมีท่าทีอย่างไร หรือข้อกล่าวหานี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:31 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านแจงปมขับพรรคกล้าธรรมพ้นร่วมฝ่ายค้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านแจงปมขับพรรคกล้าธรรมพ้นร่วมฝ่ายค้าน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ปฏิเสธเรื่องมารยาททางการเมืองกรณีการขับพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้าน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านแจงปมขับพรรคกล้าธรรมพ้นร่วมฝ่ายค้าน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านแจงปมขับพรรคกล้าธรรมพ้นร่วมฝ่ายค้าน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ปฏิเสธเรื่องมารยาททางการเมืองกรณีการขับพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้าน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านได้ออกมากล่าวถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสถานะของพรรคกล้าธรรมภายในกลุ่มฝ่ายค้าน โดยณัฐพงษ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าการพิจารณาขับพรรคดังกล่าวออกเป็นการเสียมารยาททางการเมือง เมื่อถูกถามว่าการขับพรรคออกจะส่งผลให้รัฐบาลได้เปรียบจากการย้ายฐานเสียงหรือไม่ ณัฐพงษ์ปฏิเสธที่จะคาดเดา โดยแนะนำให้สอบถามไปยังผู้นำพรรคกล้าธรรมโดยตรง

ในขณะเดียวกัน พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ชี้แจงท่าทีของฝ่ายค้านโดยระบุว่าพฤติกรรมของพรรคกล้าธรรมในช่วงที่ผ่านมามีความไม่ชัดเจน โดยเฉพาะท่าทีต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงความไม่ชัดเจนว่าพรรคมีเจตนาที่จะสนับสนุนหรือคัดค้านรัฐบาลในการลงมติครั้งต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามการเมืองไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในฝ่ายค้าน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพรรคกล้าธรรมจะถูกขับออกจากฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือพรรคจะปรับเปลี่ยนท่าทีในการลงมติอย่างไร ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินไป ความมั่นคงของความเป็นเอกภาพในฝ่ายค้านยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ติดตามการเมืองไทยให้ความสนใจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:14 UTC

พรรคประชาชนจี้รัฐบาลทบทวนร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนจี้รัฐบาลทบทวนร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ

สมาชิกพรรคประชาชนวิจารณ์การที่รัฐบาลปัดตกร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ โดยโต้แย้งว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนจี้รัฐบาลทบทวนร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนจี้รัฐบาลทบทวนร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ

สมาชิกพรรคประชาชนวิจารณ์การที่รัฐบาลปัดตกร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ โดยโต้แย้งว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 สมาชิกพรรคประชาชน (PP) ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการตัดสินใจปัดตกร่างพระราชบัญญัติสถานบริการ

ในระหว่างการอภิปราย นายภัณฑิล ตัวแทนจากพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยเป็นมหานครแห่งการท่องเที่ยว โดยถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อกรอบกฎหมายในปัจจุบัน ด้านนายปารเมศ สมาชิกอีกคนของพรรค ได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากกฎหมายปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างความสูญเสียอย่างหนักของธุรกิจอย่าง 'โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว' ว่าเป็นผลโดยตรงจากกฎหมายที่เข้มงวดในปัจจุบัน พรรคประชาชนโต้แย้งว่าร่างกฎหมายที่เสนอจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับภาคธุรกิจบันเทิงและสถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การถกเถียงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการกำกับดูแลโซนสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย แม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการออกใบอนุญาตและการดำเนินงานให้ทันสมัย แต่การที่ร่างกฎหมายถูกปัดตกหมายความว่าข้อจำกัดในปัจจุบันจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะเสนอทางเลือกทางกฎหมายอื่นเพื่อแก้ไขข้อกังวลเหล่านี้หรือไม่ หรือพรรคประชาชนจะพยายามนำร่างกฎหมายนี้กลับมาเสนอใหม่ในรูปแบบที่ปรับปรุงแล้วในการประชุมสภาสมัยหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:15 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ปิยะ อุทาโย ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ปิยะ อุทาโย ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้านคนสำคัญ ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีที่แต่งตั้ง ปิยะ อุทาโย ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

รังสิมันต์แสดงความกังวลว่าการแต่งตั้งครั้งนี้อาจถูกมองว่าเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าการคัดเลือกตามความสามารถ เขาแสดงความกังวลว่า DSI ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการจัดการคดีอาญาที่ซับซ้อนและเป็นที่จับตามองในประเทศไทย อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือในทางกลับกัน อาจถูกแทรกแซงเพื่อปกป้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจาก DSI มีบทบาทสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินรายใหญ่ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ความซื่อสัตย์และความเป็นอิสระของหน่วยงานนี้มีความจำเป็นต่อการรักษาหลักนิติธรรม

ในขณะนี้ การแต่งตั้งดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้นำคนใหม่จะมีอิทธิพลต่อลำดับความสำคัญในการดำเนินงานของหน่วยงานอย่างไร หรือข้อกังวลที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาจะนำไปสู่การกำกับดูแลอย่างเป็นทางการหรือการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า DSI จะจัดการกับคดีสำคัญที่จะเกิดขึ้นภายใต้อธิบดีคนใหม่นี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:26 UTC

ข้อกังวลต่อการแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลต่อการแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

นายรังสิมันต์ โรม สส. ฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตต่อมติคณะรัฐมนตรีที่แต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่ โดยกังวลถึงแรงจูงใจทางการเมืองที่อาจแอบแฝงอยู่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลต่อการแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลต่อการแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่

นายรังสิมันต์ โรม สส. ฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตต่อมติคณะรัฐมนตรีที่แต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่ โดยกังวลถึงแรงจูงใจทางการเมืองที่อาจแอบแฝงอยู่

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อมติคณะรัฐมนตรีที่แต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่ โดยนายรังสิมันต์ได้ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาว่า การแต่งตั้งครั้งนี้อาจเป็นการต่างตอบแทนมากกว่าการคัดเลือกจากความสามารถ

นายรังสิมันต์แสดงความกังวลว่า DSI อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือใช้เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่มีอิทธิพลให้รอดพ้นจากความรับผิดทางกฎหมาย โดยเขามองว่าการแต่งตั้งดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มที่ผู้ที่แสดงความจงรักภักดีต่อกลุ่มการเมืองปัจจุบัน ซึ่งเขาเรียกว่า 'ระบอบน้ำเงิน' มักจะได้รับตำแหน่งสำคัญ ในขณะที่ข้าราชการที่ทำงานจริงอาจถูกมองข้าม นอกจากนี้ เขายังเชื่อมโยงประเด็นนี้เข้ากับปัญหาคอร์รัปชันเชิงระบบ โดยอ้างว่าความสำเร็จในภาคส่วนราชการ เช่น การสอบท้องถิ่น ปัจจุบันต้องอาศัยเงินหรือเส้นสายมากกว่าความสามารถทางวิชาการ

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความเป็นอิสระของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย แม้ว่าการแต่งตั้งจะมีผลอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในระดับสาธารณะและในรัฐสภา ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกังวลเหล่านี้จะนำไปสู่การตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือการตรวจสอบการทำงานของ DSI ภายใต้ผู้นำคนใหม่ในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:27 UTC

คาดทราบผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเดือนหน้า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คาดทราบผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเดือนหน้า

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ประกาศว่าผลการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปจะได้รับการสรุปผลในเดือนหน้า หลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบหลายขั้นตอน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คาดทราบผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเดือนหน้า

แหล่งข่าวเดียว
คาดทราบผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเดือนหน้า

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ประกาศว่าผลการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปจะได้รับการสรุปผลในเดือนหน้า หลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบหลายขั้นตอน

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบผลการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่เพิ่งจัดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าคาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนหน้า

ความล่าช้าดังกล่าวเกิดจากกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดหลายขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจถึงความโปร่งใสและความถูกต้องของการนับคะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากคณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นแหล่งสวัสดิการที่จำเป็นสำหรับลูกจ้างหลายล้านคนทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ส่งเงินสมทบเข้าสู่ระบบประกันสังคม คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่มีผลต่อสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล กองทุนบำเหน็จบำนาญ และเงินทดแทนกรณีว่างงาน แม้ว่ากระบวนการเลือกตั้งจะเป็นเรื่องภายในของกองทุน แต่การจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่จะมีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการบริการเหล่านี้และอาจส่งผลต่อการปฏิรูปในอนาคต

ในขณะนี้ สปส. ยังไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัดสำหรับการประกาศผลอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขคะแนนเบื้องต้น ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงแรงงานหรือสำนักงานประกันสังคม เพื่อรับทราบผลการเลือกตั้งที่ยืนยันแล้วเมื่อกระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:26 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบ 7 กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบ 7 กกต.

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เตรียมยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 25 กันยายน เพื่อตรวจสอบ 7 กกต. กรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบ 7 กกต.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบ 7 กกต.

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เตรียมยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 25 กันยายน เพื่อตรวจสอบ 7 กกต. กรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

ในวันที่ 25 กันยายนนี้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ตามรายงานจาก Thai Post ฝ่ายค้านกล่าวหาว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยข้อร้องเรียนมุ่งเน้นไปที่ประเด็นที่ว่า กกต. เพิกเฉยต่อหลักฐานและเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มการเมืองบางกลุ่มในระหว่างกระบวนการดังกล่าว

นอกจากนี้ พริษฐ์ วัชรสินธุ ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ปิยะ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยฝ่ายค้านกำลังจับตาดูการแต่งตั้งนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าอธิบดี DSI คนใหม่อาจสั่งยุติการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร โดยอ้างถึงประวัติการทำงานของเขาในคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันการเลือกตั้งและหน่วยงานตรวจสอบของไทย แม้จะเป็นเรื่องการเมืองภายใน แต่ก็สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบความรับผิดชอบของรัฐบาลอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่า ป.ป.ช. จะตอบสนองต่อคำร้องนี้อย่างไร และ DSI จะดำเนินการสอบสวนตามที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายและการบริหารเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:16 UTC

พรรคประชาชนชี้แจงการปรับวิปฝ่ายค้านท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนชี้แจงการปรับวิปฝ่ายค้านท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตอบข้อซักถามกรณีการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน โดยย้ำว่ามีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนชี้แจงการปรับวิปฝ่ายค้านท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนชี้แจงการปรับวิปฝ่ายค้านท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตอบข้อซักถามกรณีการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน โดยย้ำว่ามีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาเกี่ยวกับกรณีการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องมารยาททางการเมืองและความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมอาจหันไปร่วมรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคประชาชนดำเนินการโดยพลการหรือขาดความเคารพ โดยระบุว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวมถึงพรรคกล้าธรรม ก่อนที่จะมีการประกาศต่อสาธารณะ พรรคประชาชนยืนยันว่าพรรคใดก็ตามที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลย่อมมีหน้าที่ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มงวด

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของภูมิทัศน์ทางการเมืองในสภาไทยปัจจุบัน ความไม่ชัดเจนที่สำคัญยังคงอยู่ที่ท่าทีในอนาคตของพรรคกล้าธรรม ว่าจะสนับสนุนรัฐบาลหรือเข้าร่วมกับฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งต่อไป แม้พรรคประชาชนจะยืนยันถึงความจำเป็นในการรวมพลังฝ่ายค้าน แต่การปรับเปลี่ยนจุดยืนของพรรคขนาดเล็กยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการตรวจสอบรัฐบาลในอนาคต ทั้งนี้ ต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติมเมื่อพรรคกล้าธรรมแสดงท่าทีในการลงมติเกี่ยวกับการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:08 UTC

พรรคประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมาถึง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมาถึง

นายรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ยืนยันความคืบหน้าในการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเน้นย้ำว่าพรรคได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้สำหรับการประชุมสภาที่จะถึงนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมาถึง

นายรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ยืนยันความคืบหน้าในการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเน้นย้ำว่าพรรคได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้สำหรับการประชุมสภาที่จะถึงนี้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาเกี่ยวกับความคืบหน้าของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายรังสิมันต์ระบุว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังประสานงานเพื่อสรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายและข้อหาที่จะนำมาใช้ โดยเน้นย้ำว่าพรรคกำลังเตรียมกลยุทธ์อย่างละเอียดรอบคอบ และการอภิปรายครั้งนี้จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ มากมาย รวมถึงเรื่องที่คาดไม่ถึงซึ่งพรรคได้รวบรวมหลักฐานไว้แล้ว

ในส่วนของจุดยืนทางการเมืองของพรรคกล้าธรรม นายรังสิมันต์กล่าวว่าขึ้นอยู่กับทางพรรคว่าจะเลือกอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล โดยระบุว่าการมีสมาชิกที่อยู่ด้วยกันทางกายแต่ใจไปอยู่กับอีกฝ่ายนั้นไม่มีประโยชน์ พร้อมยืนยันว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านครั้งนี้ตั้งอยู่บนหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่การกล่าวหาลอยๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มขึ้นในเมืองหลวง แม้ว่าการอภิปรายในสภาจะเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติในประเทศไทย แต่ก็มักจะนำไปสู่การรายงานข่าวและการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐมนตรีคนใดที่จะถูกอภิปรายและวันที่แน่ชัดในการยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:09 UTC

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง: รังสิมันต์ โรม แสดงความเห็นต่อจุดยืนของพรรคกล้าธรรม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง: รังสิมันต์ โรม แสดงความเห็นต่อจุดยืนของพรรคกล้าธรรม

รังสิมันต์ โรม ได้กล่าวถึงการวางตำแหน่งทางการเมืองล่าสุดของพรรคกล้าธรรม โดยระบุว่าการที่พรรคจะเลือกอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านนั้นเป็นสิทธิ์ของพรรค พร้อมทั้งปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง: รังสิมันต์ โรม แสดงความเห็นต่อจุดยืนของพรรคกล้าธรรม

แหล่งข่าวเดียว
ความเคลื่อนไหวทางการเมือง: รังสิมันต์ โรม แสดงความเห็นต่อจุดยืนของพรรคกล้าธรรม

รังสิมันต์ โรม ได้กล่าวถึงการวางตำแหน่งทางการเมืองล่าสุดของพรรคกล้าธรรม โดยระบุว่าการที่พรรคจะเลือกอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านนั้นเป็นสิทธิ์ของพรรค พร้อมทั้งปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 รังสิมันต์ โรม นักการเมืองคนสำคัญ ได้แสดงความเห็นต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดของพรรคกล้าธรรม โดยเน้นย้ำว่าพรรคมีอิสระในการเลือกเส้นทางทางการเมืองของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล หรือการยังคงอยู่กับฝ่ายค้าน

รังสิมันต์ได้แสดงมุมมองเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ โดยเสนอว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรักษาพันธมิตรทางการเมืองหากใจและความตั้งใจของพรรคไม่ได้อยู่ที่เดิม เขาได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อประสิทธิภาพของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น โดยปฏิเสธความกังวลที่ว่าการเปลี่ยนจุดยืนของพรรคเล็กจะบั่นทอนการตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในการเมืองระบบรัฐสภาไทย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการตัดสินใจภายในพรรคเหล่านี้จะแสดงออกมาอย่างไรในการประชุมสภาครั้งต่อไป และจะมีพรรคเล็กอื่นๆ เดินตามแนวทางเดียวกันหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐสภาต่อไปเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับกลยุทธ์ของฝ่ายค้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:03 UTC

รัฐมนตรีทรงศักดิ์แจงกรณีโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีทรงศักดิ์แจงกรณีโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอ

รัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรัทธา ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นมาตรการลงโทษ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีทรงศักดิ์แจงกรณีโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีทรงศักดิ์แจงกรณีโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอ

รัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรัทธา ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นมาตรการลงโทษ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 รัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรัทธา ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนเกี่ยวกับการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยมีผู้วิจารณ์ว่าการย้ายครั้งนี้เป็นการลดตำแหน่งหรือเป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการดังกล่าว

รัฐมนตรีทรงศักดิ์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่าการย้ายไปดำรงตำแหน่งระดับ ซี 11 ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพการงาน โดยเน้นย้ำว่าการก้าวขึ้นสู่ระดับ ซี 11 เป็นความใฝ่ฝันของข้าราชการหลายคน และควรถูกมองว่าเป็นการเลื่อนตำแหน่งหรือการแต่งตั้งที่มีเกียรติมากกว่าจะเป็นการดำเนินการทางวินัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนทางบริหารนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงภายในกระทรวงยุติธรรมที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่าการโยกย้ายทางราชการเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในระบบข้าราชการไทย แต่มักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในการจัดการคดีสำคัญที่ DSI รับผิดชอบ

ในขณะนี้ ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการสอบสวนคดีต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของ DSI ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าผู้นำคนใหม่จะมีอิทธิพลต่อลำดับความสำคัญในการดำเนินงานของกรมอย่างไร ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานบุคคลตามปกติ แม้ว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมจะสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างสูงต่อการดำเนินงานของ DSI ก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:03 UTC

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองกรณีนาฬิกาที่ 'ธรรมนัส' สวมใส่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองกรณีนาฬิกาที่ 'ธรรมนัส' สวมใส่

ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับนาฬิกาที่ธรรมนัส พรหมเผ่า สวมใส่ ซึ่งปรากฏชื่อของอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองกรณีนาฬิกาที่ 'ธรรมนัส' สวมใส่

แหล่งข่าวเดียว
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองกรณีนาฬิกาที่ 'ธรรมนัส' สวมใส่

ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับนาฬิกาที่ธรรมนัส พรหมเผ่า สวมใส่ ซึ่งปรากฏชื่อของอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี

ปริศนาจากนาฬิกาทางการเมือง

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานถึงประเด็นทางการเมืองที่น่าสนใจเกี่ยวกับธรรมนัส พรหมเผ่า ในระหว่างการปรากฏตัวต่อสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ มีการสังเกตเห็นว่าธรรมนัสสวมใส่นาฬิกาที่มีการสลักชื่อของอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เมื่อถูกสื่อมวลชนสอบถาม ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธที่จะตีความถึงนัยสำคัญของนาฬิกาเรือนดังกล่าว โดยแนะนำให้ผู้สื่อข่าวสอบถามจากธรรมนัสโดยตรงเพื่อชี้แจงถึงเจตนาในการสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้

ผลกระทบทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้ได้จุดกระแสการคาดเดาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพันธมิตรทางการเมือง โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่าพรรคกล้าธรรมอาจเข้าร่วมกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ทรงศักดิ์ย้ำว่ารายงานดังกล่าวยังคงเป็นเพียงกระแสข่าวและยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นทางการ

สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับประชาชน

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามการเมืองไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง แม้ว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เช่นนี้มักจะได้รับความสนใจจากสื่ออย่างมาก แต่ในปัจจุบันยังไม่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลหรือโครงสร้างการบริหารแต่อย่างใด

สถานะของข้อมูล

ยังคงต้องรอการยืนยันว่านาฬิกาเรือนดังกล่าวมีนัยทางการเมืองที่เฉพาะเจาะจงหรือไม่ หรือเป็นเพียงของใช้ส่วนตัว ในขณะนี้ การที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลยังคงเป็นเพียงข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และขอให้ประชาชนรอฟังแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:04 UTC

พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ทั้ง 7 คน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ทั้ง 7 คน

พรรคประชาชนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ทั้ง 7 คน

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ทั้ง 7 คน

พรรคประชาชนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน โดยทางพรรคกล่าวหาว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจากการลงมติรับรองผลการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการฮั้วกันเกิดขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คำร้องดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงคณะอนุกรรมการที่รับผิดชอบในเขตที่ 36 ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น พรรคประชาชนยืนยันว่ากระบวนการตัดสินใจของ กกต. ในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานทางกฎหมายว่าด้วยความเที่ยงธรรมและความโปร่งใส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในสถาบันกำกับดูแลทางการเมืองและการเลือกตั้งของไทย แม้ว่า ป.ป.ช. จะได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมการจะเริ่มการไต่สวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะมีหลักฐานใดมาสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว เนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมายและการเมืองที่ยังมีความเคลื่อนไหว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งที่เข้มงวดขึ้น ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ป.ป.ช. เพื่อดูความคืบหน้าของการตรวจสอบ ซึ่งผลลัพธ์อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งในอนาคตของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:04 UTC

ย้าย 'ยุทธนา แพรดำ' อธิบดีดีเอสไอ ขึ้นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 11
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ย้าย 'ยุทธนา แพรดำ' อธิบดีดีเอสไอ ขึ้นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 11

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการโอนย้าย พ.ต.อ.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการเลื่อนระดับตำแหน่งในสายงานข้าราชการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ย้าย 'ยุทธนา แพรดำ' อธิบดีดีเอสไอ ขึ้นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 11

แหล่งข่าวเดียว
ย้าย 'ยุทธนา แพรดำ' อธิบดีดีเอสไอ ขึ้นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 11

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการโอนย้าย พ.ต.อ.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการเลื่อนระดับตำแหน่งในสายงานข้าราชการ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้โอนย้าย พ.ต.อ.ยุทธนา แพรดำ จากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

นายทรงศักดิ์ชี้แจงถึงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการย้ายครั้งนี้ว่า ไม่ใช่การย้ายไปเข้ากรุหรือตำแหน่งที่ไม่สำคัญ แต่เป็นการเลื่อนระดับจากระดับ 10 ขึ้นเป็นระดับ 11 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าในอาชีพข้าราชการ โดยจะให้เข้ามาช่วยงานด้านการรับเรื่องร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนภายในสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนผู้นำในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่สำคัญของไทย แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าเป็นการเลื่อนตำแหน่งเพื่อเป็นความดีความชอบ แต่การย้ายครั้งนี้ได้รับความสนใจเนื่องจากดีเอสไอเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีสำคัญหลายคดี ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้จะส่งผลต่อความต่อเนื่องของคดีพิเศษที่อยู่ระหว่างการดำเนินการและทิศทางการดำเนินงานของดีเอสไอในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:11 UTC

กสทช. ล่มครั้งที่ 12 เหตุองค์ประชุมไม่ครบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กสทช. ล่มครั้งที่ 12 เหตุองค์ประชุมไม่ครบ

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถจัดการประชุมได้เป็นครั้งที่ 12 ติดต่อกัน เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กสทช. ล่มครั้งที่ 12 เหตุองค์ประชุมไม่ครบ

แหล่งข่าวเดียว
กสทช. ล่มครั้งที่ 12 เหตุองค์ประชุมไม่ครบ

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถจัดการประชุมได้เป็นครั้งที่ 12 ติดต่อกัน เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประสบปัญหาการประชุมล่มเป็นครั้งที่ 12 ติดต่อกัน เนื่องจากมีกรรมการมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม โดยมีเพียงนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กรรมการ กสทช. เพียงท่านเดียวที่เข้าร่วมในการประชุมตามกำหนดการ

การไม่สามารถจัดการประชุมได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้นำไปสู่ความล่าช้าในกระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการ ความล่าช้านี้อาจส่งผลกระทบต่อการอนุมัติบริการใหม่ การปรับปรุงกฎระเบียบ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งผลต่อมาตรฐานการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและมือถือ

แม้ว่าทางคณะกรรมการจะระบุถึงความตั้งใจที่จะนัดหมายการประชุมใหม่ แต่ความขัดแย้งภายในที่ดำเนินอยู่นั้นยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าความพยายามครั้งต่อไปในการประชุมให้ครบองค์ประชุมจะเกิดขึ้นเมื่อใด หรือจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงใดที่จะนำมาใช้เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมในอนาคต ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่า กสทช. จะสามารถแก้ไขปัญหาทางธุรการภายในได้หรือไม่ เนื่องจากการไม่สามารถจัดการประชุมได้อย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะชะงักงันในนโยบายการสื่อสารระดับชาติได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:05 UTC

รองนายกฯ ทรงศักดิ์ แจงกระแสข่าวปรับครม. หลังมีข่าวพรรคกล้าธรรมเตรียมร่วมรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ทรงศักดิ์ แจงกระแสข่าวปรับครม. หลังมีข่าวพรรคกล้าธรรมเตรียมร่วมรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลในขณะนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ทรงศักดิ์ แจงกระแสข่าวปรับครม. หลังมีข่าวพรรคกล้าธรรมเตรียมร่วมรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ทรงศักดิ์ แจงกระแสข่าวปรับครม. หลังมีข่าวพรรคกล้าธรรมเตรียมร่วมรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลในขณะนี้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับกระแสข่าวที่ว่าพรรคภูมิใจไทยเตรียมดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล โดยนายทรงศักดิ์ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น และตนยังไม่ได้ยินเรื่องการหารือหรือการเจรจาอย่างเป็นทางการใดๆ ทั้งสิ้น

ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนหลังจากมีการเผยแพร่ภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม สวมนาฬิกาที่มีการสลักชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงบนโซเชียลมีเดีย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสิ่งนี้เป็นสัญญาณของพันธมิตรทางการเมืองหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่าควรสอบถามเรื่องนี้กับ ร.อ.ธรรมนัส โดยตรง พร้อมย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการหมุนเวียนของพรรคการเมืองในรัฐบาลถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย และรัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงของชาติและการดำเนินนโยบายให้เกิดผลสูงสุด

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย แม้รองนายกรัฐมนตรีจะลดความสำคัญของกระแสข่าวดังกล่าว แต่เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี ทำให้องค์ประกอบของรัฐบาลยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ทั้งนี้ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป เนื่องจากยังไม่มีแผนการขยายรัฐบาลที่ได้รับการยืนยันในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:12 UTC