ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

เจ้าหน้าที่ไทยเตรียมหารือความมั่นคงชายแดนกับมาเลเซีย 6 ก.ย. นี้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ไทยเตรียมหารือความมั่นคงชายแดนกับมาเลเซีย 6 ก.ย. นี้

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มีกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียเพื่อหารือเรื่องความมั่นคงชายแดนและการขยายรั้วกั้น โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ต้องหาสองสัญชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยเตรียมหารือความมั่นคงชายแดนกับมาเลเซีย 6 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยเตรียมหารือความมั่นคงชายแดนกับมาเลเซีย 6 ก.ย. นี้

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มีกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียเพื่อหารือเรื่องความมั่นคงชายแดนและการขยายรั้วกั้น โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ต้องหาสองสัญชาติ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มีกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซียในวันที่ 6 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการหารือระดับสูงเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้รวมถึงการจัดการกับข้อกังวลด้านความมั่นคงชายแดนและการประเมินความเป็นไปได้ในการขยายรั้วกั้นชายแดน

สิ่งที่น่าจับตามองสำหรับผู้สังเกตการณ์คือการมุ่งเน้นไปที่บุคคลที่มีสองสัญชาติซึ่งปัจจุบันถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ความร่วมมือทางการทูตนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องระหว่างไทยและมาเลเซียในการจัดการปัญหาข้ามพรมแดนและเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดนที่ใช้ร่วมกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การหารือเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายการจัดการชายแดนหรือระเบียบการรักษาความปลอดภัยในอนาคต แม้ว่าการประชุมจะมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ แต่ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการขยายรั้วกั้นและการจัดการกับผู้ต้องหาสองสัญชาติยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นที่ชายแดนหรือไม่ ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวเป็นการหารือทางการทูตเท่านั้น และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการเดินทางหรือการเข้าถึงชายแดนในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 11:15 UTC

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเตรียมปรับปรุงกฎระเบียบการซื้อขาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเตรียมปรับปรุงกฎระเบียบการซื้อขาย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วางแผนดำเนินมาตรการใหม่เพื่อลดความผันผวนของตลาด โดยรอการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเตรียมปรับปรุงกฎระเบียบการซื้อขาย

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเตรียมปรับปรุงกฎระเบียบการซื้อขาย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วางแผนดำเนินมาตรการใหม่เพื่อลดความผันผวนของตลาด โดยรอการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศแผนการปรับปรุงกฎระเบียบการซื้อขาย โดยมุ่งเน้นไปที่มาตรการเพื่อลดความผันผวนของตลาดและควบคุมพฤติกรรมการซื้อขาย ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังดำเนินการนำกฎเกณฑ์ใหม่มาใช้เกี่ยวกับการขายชอร์ต (Short Selling), กฎ Uptick Rule, กรอบราคาแบบไดนามิก (Dynamic Price Band) และการซื้อขายด้วยความถี่สูง (HFT)

นางสาวปวีณา ศรีโพธิ์ทอง รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกำกับตลาดของ SET ยืนยันว่าคณะกรรมการได้อนุมัติมาตรการเหล่านี้แล้ว ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าจะมีการตัดสินใจในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่มีส่วนร่วมในตลาดการเงินท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับสภาพแวดล้อมการซื้อขายและเพิ่มการกำกับดูแลระบบการซื้อขายอัตโนมัติ แม้ว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะออกแบบมาเพื่อปรับปรุงความโปร่งใสของตลาด แต่อาจส่งผลกระทบต่อความเร็วและการดำเนินการของกลยุทธ์การซื้อขายบางประเภท ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า ก.ล.ต. จะอนุมัติภายในกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ และจะมีการแก้ไขกฎเกณฑ์ที่เสนอเพิ่มเติมก่อนที่จะมีผลบังคับใช้หรือไม่ นักลงทุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก SET และ ก.ล.ต. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการดำเนินการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 11:20 UTC

รวบคนขับรถตู้ในกาญจนบุรีข้อหาลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบคนขับรถตู้ในกาญจนบุรีข้อหาลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ

ตำรวจกาญจนบุรีสกัดจับรถตู้บรรทุกชาวเมียนมา 9 คนที่ไม่มีเอกสาร ส่งผลให้คนขับถูกจับกุม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบคนขับรถตู้ในกาญจนบุรีข้อหาลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ

แหล่งข่าวเดียว
รวบคนขับรถตู้ในกาญจนบุรีข้อหาลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ

ตำรวจกาญจนบุรีสกัดจับรถตู้บรรทุกชาวเมียนมา 9 คนที่ไม่มีเอกสาร ส่งผลให้คนขับถูกจับกุม

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ตำรวจจราจรในจังหวัดกาญจนบุรีได้จับกุมคนขับรถตู้รายหนึ่งเนื่องจากพยายามลักลอบขนชาวเมียนมา 9 คนที่ไม่มีเอกสารเดินทางไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand การจับกุมเกิดขึ้นระหว่างการตั้งจุดตรวจวินัยจราจรตามปกติบนถนนแสงชูโต ในตำบลท่ามะขาม

เจ้าหน้าที่รายงานว่าคนขับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างหัวละ 3,000 บาทสำหรับการขนส่งครั้งนี้ ผู้ต้องหายอมรับว่าปกติจะตรวจสอบจุดตรวจของตำรวจผ่านทางโซเชียลมีเดียก่อนออกเดินทาง แต่ในครั้งนี้ไม่ได้ตรวจสอบ ทั้งนี้ ตำรวจระบุว่าคนขับรายนี้เคยถูกจับกุมในความผิดลักษณะเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังเส้นทางการขนส่งที่ผิดกฎหมายในภูมิภาคกาญจนบุรี แม้เหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางที่ถูกกฎหมาย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการบังคับใช้กฎระเบียบด้านการเข้าเมืองและการขนส่งที่เข้มงวดในพื้นที่

รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อคนขับและสถานะของบุคคลทั้ง 9 คนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีอาจมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:55 UTC

ตร.ปรับเต็มแม็กซ์ หนุ่มจอดเก๋งขวางทางกินก๋วยเตี๋ยว อ้างรถเสีย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตร.ปรับเต็มแม็กซ์ หนุ่มจอดเก๋งขวางทางกินก๋วยเตี๋ยว อ้างรถเสีย

คนขับรถในไทยถูกปรับสูงสุดหลังจอดรถขวางการจราจรเพื่อแวะกินก๋วยเตี๋ยว โดยอ้างเท็จว่ารถเสีย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตร.ปรับเต็มแม็กซ์ หนุ่มจอดเก๋งขวางทางกินก๋วยเตี๋ยว อ้างรถเสีย

แหล่งข่าวเดียว
ตร.ปรับเต็มแม็กซ์ หนุ่มจอดเก๋งขวางทางกินก๋วยเตี๋ยว อ้างรถเสีย

คนขับรถในไทยถูกปรับสูงสุดหลังจอดรถขวางการจราจรเพื่อแวะกินก๋วยเตี๋ยว โดยอ้างเท็จว่ารถเสีย

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรขณะออกตรวจพื้นที่พบการจราจรติดขัดผิดปกติในเลนซ้ายสุด ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พบว่าสาเหตุเกิดจากรถเก๋งสีดำจอดเปิดไฟฉุกเฉินอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยว

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถาม เจ้าของรถอ้างว่ารถยางอ่อนและกำลังรอช่างมาเปลี่ยนยาง อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่จี้ให้โทรศัพท์ตามช่างเพื่อยืนยันสถานการณ์ คนขับกลับมีท่าทีบ่ายเบี่ยงและพยายามจะเดินกลับเข้าไปในรถ เจ้าหน้าที่จึงทราบว่ารถไม่ได้เสียจริง แต่คนขับเพียงแค่จอดรถเพื่อแวะกินก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ

แม้คนขับจะพยายามขอความเห็นใจ แต่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปรับในอัตราสูงสุดตามข้อหาความผิดจราจร เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวว่า การจอดรถกีดขวางการจราจรเพื่อความสะดวกส่วนตัวนั้นมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในประเทศไทย แม้เจ้าหน้าที่จะยืนยันว่ารถใช้งานได้ปกติและคนขับกำลังรับประทานอาหารอยู่ แต่ในรายงานไม่ได้ระบุจำนวนเงินค่าปรับที่แน่ชัด นักท่องเที่ยวควรทราบว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีการตรวจสอบและลงโทษการกระทำดังกล่าวอย่างจริงจังเพื่อรักษาความคล่องตัวของการจราจร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:55 UTC

กสทช. ออกใบอนุญาตให้ศูนย์ข้อมูล 26 แห่ง ท่ามกลางการหารือด้านกฎระเบียบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กสทช. ออกใบอนุญาตให้ศูนย์ข้อมูล 26 แห่ง ท่ามกลางการหารือด้านกฎระเบียบ

หน่วยงานกำกับดูแลด้านการกระจายเสียงของไทยได้ออกใบอนุญาตให้ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล 26 แห่ง พร้อมยอมรับว่าปัจจุบันยังขาดกรอบกฎหมายที่ครอบคลุมสำหรับภาคส่วนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กสทช. ออกใบอนุญาตให้ศูนย์ข้อมูล 26 แห่ง ท่ามกลางการหารือด้านกฎระเบียบ

แหล่งข่าวเดียว
กสทช. ออกใบอนุญาตให้ศูนย์ข้อมูล 26 แห่ง ท่ามกลางการหารือด้านกฎระเบียบ

หน่วยงานกำกับดูแลด้านการกระจายเสียงของไทยได้ออกใบอนุญาตให้ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล 26 แห่ง พร้อมยอมรับว่าปัจจุบันยังขาดกรอบกฎหมายที่ครอบคลุมสำหรับภาคส่วนนี้

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการให้กับศูนย์ข้อมูล (Data Center) จำนวน 26 แห่งในประเทศไทย โดยหน่วยงานกำกับดูแลชี้แจงว่าตัวเลขนี้ไม่ใช่จำนวนศูนย์ข้อมูลทั้งหมดที่เปิดดำเนินการอยู่ในประเทศขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย เนื่องจากศูนย์ข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้นต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ กสทช. จึงระบุว่าปัจจุบันภาคส่วนนี้ยังขาดกรอบกฎหมายที่ครอบคลุมและเป็นเอกภาพในการกำกับดูแลการดำเนินงาน โดยคณะกรรมการมีกำหนดจะหารือกันในสัปดาห์นี้เพื่อกำหนดกรอบการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ

แม้ว่าการออกใบอนุญาตเหล่านี้จะเป็นก้าวหนึ่งสู่การทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีความเป็นทางการมากขึ้น แต่ขอบเขตที่ชัดเจนของกฎระเบียบในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการหารือด้านกฎระเบียบที่จะเกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อมาตรฐานความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความน่าเชื่อถือของบริการ หรือภูมิทัศน์ดิจิทัลในวงกว้างสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจาก กสทช. เกี่ยวกับข้อกำหนดเฉพาะและกลไกการกำกับดูแลที่จะนำมาใช้หลังจากการหารือในสัปดาห์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:36 UTC

สถานะทางกฎหมายกรณีการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สถานะทางกฎหมายกรณีการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ศาลปกครองสูงสุดได้รับคำฟ้องกรณีการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ไว้พิจารณาแล้ว แม้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าขั้นตอนการนำความกราบบังคมทูลฯ ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับผลกระทบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สถานะทางกฎหมายกรณีการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

แหล่งข่าวเดียว
สถานะทางกฎหมายกรณีการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ศาลปกครองสูงสุดได้รับคำฟ้องกรณีการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ไว้พิจารณาแล้ว แม้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าขั้นตอนการนำความกราบบังคมทูลฯ ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับผลกระทบ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 สถานะทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ยังคงเป็นประเด็นที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบทางปกครอง นายปกรณ์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงยืนยันว่าศาลปกครองสูงสุดได้รับคำฟ้องที่โต้แย้งถึงสถานการณ์การพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ไว้พิจารณาอย่างเป็นทางการแล้ว

แม้จะมีการดำเนินการทางศาล แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ากระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่จะไม่ส่งผลกระทบต่อขั้นตอนทางธุรการที่กำหนดไว้สำหรับการนำความกราบบังคมทูลฯ รัฐบาลยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านยังคงดำเนินไปตามแผนที่วางไว้โดยไม่คำนึงถึงการตรวจสอบของศาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านทางธุรการที่กำลังเกิดขึ้นภายในหน่วยงานของรัฐ แม้รัฐบาลจะระบุว่าการดำเนินงานประจำวันและขั้นตอนที่เป็นทางการยังคงเป็นไปตามแผน แต่การที่ศาลตัดสินใจรับคำฟ้องไว้พิจารณาก็ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำตัดสินสุดท้ายของศาลจะส่งผลต่อความสมบูรณ์ของการพ้นจากตำแหน่งอย่างไร หรือจะจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนขั้นตอนทางธุรการย้อนหลังหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลของการตรวจสอบทางตุลาการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:15 UTC

ความกังวลกรณีผู้ต้องขังอดอาหารประท้วงในเรือนจำธัญบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ความกังวลกรณีผู้ต้องขังอดอาหารประท้วงในเรือนจำธัญบุรี

รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้เข้าช่วยเหลือผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่อดอาหารประท้วงมานานสองเดือน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ความกังวลกรณีผู้ต้องขังอดอาหารประท้วงในเรือนจำธัญบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ความกังวลกรณีผู้ต้องขังอดอาหารประท้วงในเรือนจำธัญบุรี

รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้เข้าช่วยเหลือผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่อดอาหารประท้วงมานานสองเดือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้รับเรื่องร้องเรียนเพื่อช่วยเหลือ 'ฟ้า' พรหมศร ผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำธัญบุรีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยมีรายงานว่าผู้ต้องขังรายนี้อดอาหารประท้วงมาเป็นเวลาสองเดือน และไม่ได้ดื่มน้ำมาเป็นเวลาสองวันแล้ว

รังสิมันต์ได้แสดงเจตจำนงที่จะประสานงานกับกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่เรือนจำเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ทรุดโทรมของผู้ต้องขัง มีการแสดงความกังวลถึงโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง โดยมีการเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตของนักกิจกรรม เนติพร 'บุ้ง' เสน่ห์สังคม ในระหว่างการคุมขัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่และความละเอียดอ่อนของคดีความที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย แม้ว่าการเข้าแทรกแซงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นพัฒนาการที่สำคัญ แต่สถานะทางการแพทย์ปัจจุบันของผู้ต้องขังและการตอบสนองที่เฉพาะเจาะจงจากกรมราชทัณฑ์ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำจะปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติหรือให้การดูแลทางการแพทย์เพิ่มเติมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพหรือไม่ เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่กำลังพัฒนาและเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภายในเรือนจำ จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:01 UTC

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช.

คำสั่งศาลล่าสุดเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. ยังไม่ส่งผลกระทบต่อขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ในขณะนี้ ตามคำกล่าวของรองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
คำสั่งศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับสถานะประธาน กสทช.

คำสั่งศาลล่าสุดเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. ยังไม่ส่งผลกระทบต่อขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ในขณะนี้ ตามคำกล่าวของรองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้กล่าวถึงผลกระทบทางกฎหมายจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ โดยศาลได้กลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ทำให้คดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กรณีการวินิจฉัยคุณสมบัติของตนเองนั้นสามารถดำเนินต่อไปได้

แม้จะมีความคืบหน้าทางตุลาการดังกล่าว แต่นายปกรณ์ระบุว่าคำสั่งศาลยังไม่ส่งผลกระทบต่อขั้นตอนการทูลเกล้าฯ เพื่อให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งในขณะนี้ โดยกระบวนการทางกฎหมายมุ่งเน้นไปที่ความถูกต้องตามขั้นตอนของการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงด้านการบริหารภายใน กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย แม้ว่าสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในปัจจุบันจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ผลลัพธ์ของการต่อสู้ทางกฎหมายนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้นำภายในคณะกรรมการในอนาคต ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยในเนื้อหาคดีอย่างไร และผลการพิจารณาในอนาคตจะส่งผลให้ต้องมีการระงับขั้นตอนการทูลเกล้าฯ หรือไม่ โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่การต่อสู้ทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:44 UTC

กรมทรัพยากรน้ำจัดบรรยายธรรมะต้านทุจริต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำจัดบรรยายธรรมะต้านทุจริต

กรมทรัพยากรน้ำของไทยได้จัดบรรยายเรื่องการนำหลักธรรมทางพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตในหน่วยงานราชการเมื่อเร็วๆ นี้

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมทรัพยากรน้ำจัดบรรยายธรรมะต้านทุจริต

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดบรรยายธรรมะต้านทุจริต

กรมทรัพยากรน้ำของไทยได้จัดบรรยายเรื่องการนำหลักธรรมทางพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตในหน่วยงานราชการเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ 'พุทธธรรมกับการป้องกันปัญหาทุจริตในหน่วยงานราชการ' โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและความโปร่งใสในหมู่ข้าราชการผ่านการนำหลักคำสอนทางพุทธศาสนามาปรับใช้กับความท้าทายในการบริหารงานยุคใหม่

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานรัฐในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบภายใน แม้ว่าการสัมมนาดังกล่าวจะเป็นมาตรการบริหารจัดการภายใน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ในภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของบริการภาครัฐที่ประชาชนต้องติดต่อใช้บริการในชีวิตประจำวัน

สถานะและแนวโน้ม

กิจกรรมนี้เป็นเพียงการบรรยายเพื่อพัฒนาบุคลากรภายในเท่านั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโปรแกรมการฝึกอบรมด้านจริยธรรมเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ในการดำเนินงานของหน่วยงานหรือการให้บริการหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายเฉพาะเจาะจงหรือกฎระเบียบใหม่ในการต่อต้านการทุจริตที่เกิดจากการบรรยายครั้งนี้ และกรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ประกาศถึงการจัดกิจกรรมต่อเนื่องหรือการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการบริหารงานต่อสาธารณะแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 14:16 UTC

ส.ส. เร่งประสานขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ให้ผู้ต้องขังคดีการเมือง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. เร่งประสานขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ให้ผู้ต้องขังคดีการเมือง

รังสิมันต์ โรม ได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์เร่งด่วนให้กับผู้ต้องขังที่ประท้วงภายใต้มาตรา 112

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ส.ส. เร่งประสานขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ให้ผู้ต้องขังคดีการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. เร่งประสานขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ให้ผู้ต้องขังคดีการเมือง

รังสิมันต์ โรม ได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์เร่งด่วนให้กับผู้ต้องขังที่ประท้วงภายใต้มาตรา 112

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อและประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้รับหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับสุขภาพของนายพรหมศร หรือ 'ฟ้าลิขิต' วีระธรรมจารี โดยหนังสือดังกล่าวถูกยื่นโดย น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งแสดงความกังวลต่อการจัดการของเรือนจำอำเภอธัญบุรีต่ออาการที่ทรุดลงของผู้ต้องขัง

ฟ้าลิขิต อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ถูกคุมขังในคดีอาญามาตรา 112 ตามข้อมูลในหนังสือร้องเรียน เขาได้อดอาหารและน้ำดื่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นการประท้วงโดยสันติวิธีเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวสำหรับผู้ต้องขังทางการเมืองที่ไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับล่าสุด ทีมกฎหมายกำลังขอให้เจ้าหน้าที่เรือนจำส่งตัวเขาไปรักษาในสถานพยาบาลภายนอกเพื่อรับการรักษาเร่งด่วน โดยอ้างถึงความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยการเสียชีวิตในเรือนจำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรา 112 แม้เหตุการณ์จะจำกัดอยู่ในระบบเรือนจำ แต่ก็เน้นย้ำถึงความละเอียดอ่อนของการประท้วงทางการเมืองในประเทศไทย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ากรมราชทัณฑ์จะตอบสนองต่อคำขอของคณะกรรมาธิการอย่างไร และผู้ต้องขังจะได้รับการส่งตัวไปรักษาตามที่ร้องขอหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่ออัปเดตเกี่ยวกับสุขภาพของเขาและการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:43 UTC

ตำรวจหัวหินยึดยาบ้า 1.8 แสนเม็ด หลังตรวจค้นรถยนต์ติดป้ายทะเบียนปลอม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจหัวหินยึดยาบ้า 1.8 แสนเม็ด หลังตรวจค้นรถยนต์ติดป้ายทะเบียนปลอม

เจ้าหน้าที่ในหัวหินตรวจพบยาเสพติดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ที่ใช้ป้ายทะเบียนปลอม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจหัวหินยึดยาบ้า 1.8 แสนเม็ด หลังตรวจค้นรถยนต์ติดป้ายทะเบียนปลอม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจหัวหินยึดยาบ้า 1.8 แสนเม็ด หลังตรวจค้นรถยนต์ติดป้ายทะเบียนปลอม

เจ้าหน้าที่ในหัวหินตรวจพบยาเสพติดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ที่ใช้ป้ายทะเบียนปลอม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ตำรวจหัวหินได้ทำการตรวจค้นรถยนต์คันหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าใช้ป้ายทะเบียนปลอม ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 180,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ภายในรถ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการค้ายาเสพติดและการใช้ยานพาหนะที่ผิดกฎหมายบนท้องถนน แม้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานตามปกติของตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะ แต่การพบยาเสพติดจำนวนมากอาจนำไปสู่การตั้งด่านตรวจที่เพิ่มขึ้นหรือการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่พบของกลาง

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องหรือที่มาของรถยนต์ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่ หรือว่าจะมีการจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่เดินทางผ่านภูมิภาคนี้ควรทราบว่าตำรวจอาจมีการตรวจค้นยานพาหนะบ่อยครั้งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อการสอบสวนมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:36 UTC

รวบ 2 ผู้ต้องหาเครือข่ายพนันออนไลน์ “UFO98” ในเชียงใหม่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 2 ผู้ต้องหาเครือข่ายพนันออนไลน์ “UFO98” ในเชียงใหม่

ตำรวจเชียงใหม่จับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ “UFO98” ซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 25 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 2 ผู้ต้องหาเครือข่ายพนันออนไลน์ “UFO98” ในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 2 ผู้ต้องหาเครือข่ายพนันออนไลน์ “UFO98” ในเชียงใหม่

ตำรวจเชียงใหม่จับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ “UFO98” ซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 25 ล้านบาท

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และสถานีตำรวจภูธรแม่ปิงได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย อายุ 21 และ 46 ปี ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ “UFO98” โดยการจับกุมเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำปาง หลังจากการสืบสวนขยายผลพบผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 5 ราย

การสืบสวนของตำรวจเปิดเผยว่าแพลตฟอร์มการพนันดังกล่าวจัดให้มีการเล่นพนันโดยผิดกฎหมายและมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 25 ล้านบาท ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการทลายเครือข่ายดังกล่าวหลังจากมีการจับกุมในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนต่อสาธารณชน โดยขอความร่วมมือประชาชนและเยาวชนอย่าหลงเชื่อเปิด “บัญชีม้า” สำหรับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงทางกฎหมายที่ร้ายแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงการปราบปรามแพลตฟอร์มการพนันดิจิทัลที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการจับกุมผู้ต้องหาในทันทีแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามผู้ต้องหาที่เหลือตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้อีกหรือไม่ และจะมีการจับกุมเพิ่มเติมอีกหรือไม่ในขณะที่การสืบสวนขยายผลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:43 UTC

รัฐบาลเดินหน้าขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถอดถอน 'นพ.สรณ' ต่อไป แม้ศาลปกครองสูงสุดรับฟ้อง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเดินหน้าขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถอดถอน 'นพ.สรณ' ต่อไป แม้ศาลปกครองสูงสุดรับฟ้อง

รัฐบาลไทยยืนยันจะดำเนินการตามขั้นตอนทูลเกล้าฯ เพื่อถอดถอน นพ.สรณ ต่อไป แม้ว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งรับคดีที่เกี่ยวข้องไว้พิจารณาก็ตาม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐบาลเดินหน้าขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถอดถอน 'นพ.สรณ' ต่อไป แม้ศาลปกครองสูงสุดรับฟ้อง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเดินหน้าขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถอดถอน 'นพ.สรณ' ต่อไป แม้ศาลปกครองสูงสุดรับฟ้อง

รัฐบาลไทยยืนยันจะดำเนินการตามขั้นตอนทูลเกล้าฯ เพื่อถอดถอน นพ.สรณ ต่อไป แม้ว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งรับคดีที่เกี่ยวข้องไว้พิจารณาก็ตาม

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยยืนยันที่จะเดินหน้าขั้นตอนการนำเรื่องการถอดถอน นพ.สรณ ขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป โดยการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับคดีที่เกี่ยวข้องไว้พิจารณา

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการตามกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่าในขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งศาลใดๆ ที่ระงับขั้นตอนดังกล่าว ดังนั้นรัฐบาลจะดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ต่อไป นายปกรณ์ขอให้ประชาชนรอคำตัดสินของศาลแทนการคาดเดา เนื่องจากเกรงว่าการวิพากษ์วิจารณ์ล่วงหน้าอาจก่อให้เกิดความสับสนและส่งผลกระทบต่อระบบกฎหมายโดยรวม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางบริหารและกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องของกระบวนการภายในรัฐบาลเป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสถานะปัจจุบันของการตรวจสอบทางกฎหมายต่อการดำเนินการของฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำวินิจฉัยในเนื้อหาของคดีอย่างไร และจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับการดำเนินการของรัฐบาลในอนาคตหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของกระบวนการถอดถอนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:23 UTC

กรมการจัดหางานเข้มงวดการตรวจสอบแรงงานข้ามชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมการจัดหางานเข้มงวดการตรวจสอบแรงงานข้ามชาติ

ทางการไทยกำลังยกระดับการตรวจสอบแรงงานข้ามชาติกว่า 800,000 คน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับอาชีพสงวน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมการจัดหางานเข้มงวดการตรวจสอบแรงงานข้ามชาติ

แหล่งข่าวเดียว
กรมการจัดหางานเข้มงวดการตรวจสอบแรงงานข้ามชาติ

ทางการไทยกำลังยกระดับการตรวจสอบแรงงานข้ามชาติกว่า 800,000 คน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับอาชีพสงวน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมการจัดหางานได้เปิดตัวแคมเปญการตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยมุ่งเป้าไปที่แรงงานข้ามชาติทั่วประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบสถานะทางกฎหมายและกิจกรรมการจ้างงานของแรงงานต่างด้าวมากกว่า 800,000 คนที่ลงทะเบียนอยู่ในปัจจุบัน

วัตถุประสงค์หลักของการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายนี้คือเพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานข้ามชาติปฏิบัติตามรายการอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยอย่างเคร่งครัด กรมการจัดหางานได้ออกคำเตือนที่ชัดเจนว่า แรงงานต่างด้าวคนใดที่พบว่าทำงานในอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ จะต้องถูกจับกุมทันทีและส่งกลับประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องตลาดแรงงานในท้องถิ่น แม้ว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นเรื่องทางธุรการและกฎระเบียบเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้องและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านแรงงานในปัจจุบัน

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการตรวจสอบในจังหวัดต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ แม้ว่ากรมการจัดหางานจะเน้นย้ำถึงผลที่ตามมาของการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่จำนวนทีมตรวจสอบที่แน่ชัดและเกณฑ์เฉพาะสำหรับการจัดลำดับความสำคัญของบางภาคส่วนหรือบางภูมิภาคยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:37 UTC

ตำรวจไทยมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่และอินฟลูเอนเซอร์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเยี่ยม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไทยมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่และอินฟลูเอนเซอร์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเยี่ยม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย เพื่อยกย่องการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นเลิศและการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกบนโลกออนไลน์ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไทยมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่และอินฟลูเอนเซอร์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเยี่ยม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไทยมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่และอินฟลูเอนเซอร์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเยี่ยม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย เพื่อยกย่องการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นเลิศและการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกบนโลกออนไลน์ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดพิธีมอบรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” ประจำเดือนสิงหาคม ณ กองสารนิเทศ โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ 5 นาย ที่มีผลงานการปฏิบัติหน้าที่ดีเยี่ยมและมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

รางวัลดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเยี่ยมเป็นที่ชื่นชมของประชาชน และข้าราชการตำรวจที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ซึ่งได้รับความสนใจเชิงบวกบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยในกลุ่มผู้ได้รับรางวัลมี จ่าจักร และ หมวดประสาร รวมอยู่ด้วย ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นพิเศษในด้านความทุ่มเทต่อหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปรับปรุงภาพลักษณ์และกระชับความสัมพันธ์กับชุมชนผ่านช่องทางดิจิทัล การยกย่องเจ้าหน้าที่ที่มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับประชาชนบนโลกออนไลน์มีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้มากขึ้น

แม้ว่ารายงานจะระบุชื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับรางวัลบางส่วนแล้ว แต่รายชื่อเต็มของทั้ง 5 นาย รวมถึงเกณฑ์การวัดผลกระทบในฐานะ “อินฟลูเอนเซอร์” ยังคงต้องรอการยืนยันจากเอกสารทางการเพิ่มเติม ทั้งนี้ โครงการมอบรางวัลดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินต่อไปเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการส่งเสริมความเป็นมืออาชีพและการทำงานของตำรวจที่มุ่งเน้นการบริการประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอมอ้างชื่อตำรวจหลอกลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอมอ้างชื่อตำรวจหลอกลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกประกาศเตือนภัยเพจ Facebook ปลอมที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลและเงินจากประชาชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอมอ้างชื่อตำรวจหลอกลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอมอ้างชื่อตำรวจหลอกลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกประกาศเตือนภัยเพจ Facebook ปลอมที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลและเงินจากประชาชน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ได้ออกประกาศเตือนภัยสาธารณะเกี่ยวกับเพจ Facebook ปลอมที่ใช้ชื่อว่า “Thailand lottery Game Tips” โดยทางกระทรวงระบุว่าเพจดังกล่าวแอบอ้างความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเชิญชวนให้ผู้ใช้งานลงทะเบียนเพื่อรับบริการติดตามเงินคืนจากมิจฉาชีพ

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่านี่เป็นกลอุบายหลอกลวงที่ออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินทางการเงินจากผู้ที่หลงเชื่อ โดยการตรวจสอบของกระทรวงภายใต้นโยบายของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ระบุว่าเพจนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อพบเห็นเพจออนไลน์ที่อ้างว่าให้บริการติดตามเงินคืนโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล การดำเนินงานอย่างเป็นทางการของรัฐบาลหรือตำรวจนั้นแทบจะไม่ดำเนินการผ่านเพจโซเชียลมีเดียที่ไม่เป็นทางการ และผู้ใช้งานไม่ควรให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อนแก่แหล่งที่มาที่ไม่ได้รับการยืนยัน

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อไปแล้วจำนวนเท่าใด หรือเพจดังกล่าวถูกผู้ดูแลแพลตฟอร์มลบออกไปแล้วหรือไม่ ประชาชนควรตรวจสอบข้อความที่น่าสงสัยผ่านช่องทางของรัฐบาลโดยตรง แทนการตอบโต้กับโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:57 UTC

ข้อกล่าวหาทุจริตในการสอบนายอำเภอปี 2568
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกล่าวหาทุจริตในการสอบนายอำเภอปี 2568

สส. พรรคประชาชนได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการสอบนายอำเภอประจำปี 2568

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกล่าวหาทุจริตในการสอบนายอำเภอปี 2568

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาทุจริตในการสอบนายอำเภอปี 2568

สส. พรรคประชาชนได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการสอบนายอำเภอประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 Thai Post รายงานว่า น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กรณีการทุจริตในการสอบนายอำเภอประจำปี 2568

ภคมนระบุว่าความไม่โปร่งใสที่ถูกกล่าวหานี้เป็นเรื่องของการวางฐานอำนาจเพื่อกินรวบภายในโครงสร้างการบริหารราชการ คำร้องเรียนดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ากระบวนการสอบอาจถูกแทรกแซงเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการสรรหาบุคลากรเข้ารับราชการของไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ตำแหน่งนายอำเภอจะเป็นบทบาทด้านการบริหารภายในประเทศ แต่ความโปร่งใสในการแต่งตั้งมักถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดความรับผิดชอบของสถาบันในภาพรวม

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการของสภาฯ เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะของการทุจริต ขอบเขตผลกระทบต่อผลการสอบ และผลทางกฎหมายหรือทางปกครองที่อาจเกิดขึ้น ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการต่อไป โดยในขณะนี้ยังไม่มีการประกาศผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือมาตรการทางวินัยใดๆ ออกมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:36 UTC

ข้อกล่าวหาทุจริตการสอบนายอำเภอปี 2568
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกล่าวหาทุจริตการสอบนายอำเภอปี 2568

สส. ฝ่ายค้านได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขบวนการเรียกรับเงินสินบนหัวละ 3 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงกับกระบวนการคัดเลือกนายอำเภอในปี 2568

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกล่าวหาทุจริตการสอบนายอำเภอปี 2568

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาทุจริตการสอบนายอำเภอปี 2568

สส. ฝ่ายค้านได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขบวนการเรียกรับเงินสินบนหัวละ 3 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงกับกระบวนการคัดเลือกนายอำเภอในปี 2568

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 น.ส.ภัคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ได้รับหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบนายอำเภอปี 2568 โดยนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เป็นผู้ยื่นเรื่อง

ตามคำร้องเรียนระบุว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้เข้าสอบหัวละไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทเพื่อแลกกับการได้ตำแหน่ง นายภัทรพงศ์อ้างว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้มีความเชื่อมโยงกับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นที่ผ่านมา เขาได้เรียกร้องให้กรมการปกครองเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแทนการปัดความรับผิดชอบ และเรียกร้องให้ “นฤชา” เข้ามาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ผู้ร้องยังขอให้มีการตรวจสอบผู้ที่สอบได้ในจังหวัดบุรีรัมย์อย่างน้อย 10 คน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารงานและความซื่อสัตย์ในการคัดเลือกข้าราชการในประเทศไทย แม้ข้อกล่าวหาเหล่านี้จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบที่อาจเกิดขึ้นในการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีการพิสูจน์ กรมการปกครองยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ และความถูกต้องของหลักฐานที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการยังคงต้องได้รับการยืนยันผ่านช่องทางกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:56 UTC