ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ✦
ความปลอดภัย ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ ✦
กฎหมาย ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ ✦
เศรษฐกิจ ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต ✦
ความปลอดภัย กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ ✦
เศรษฐกิจ อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569 ✦
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังโครงข่ายถนน ราง และทางน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกแห่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีคำสั่งให้เฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุมทั้งการเดินทางทางถนน ทางราง และทางน้ำ

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้รับคำสั่งให้เร่งแจ้งเตือนเส้นทางแก่ประชาชนโดยทันที และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อเส้นทางการเดินทางแต่ละจุดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับเส้นทางที่ปิดหรือการหยุดให้บริการของระบบขนส่ง ยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่หรือเส้นทางคมนาคมใดจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ หลังเกิดฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศในเชิงบริหารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากร การบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ประกาศนี้ถือเป็นคำเตือนอย่างเป็นทางการถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจร ไฟฟ้าดับที่อาจเกิดขึ้น และคำแนะนำในการอพยพ แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านแหล่งข่าวท้องถิ่นที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการขยายพื้นที่ประสบภัยเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

แหล่งข่าวเดียว
ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้เรืออพยพประชาชน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอศรีราชาประสบภาวะน้ำท่วมรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในตำบลหนองขามมีรายงานว่าสูงเกินกว่า 1 เมตร ซึ่งสร้างความเสี่ยงและอันตรายให้กับประชาชนในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือในช่วงกลางดึก โดยใช้เรือท้องแบนในการเดินทางเข้าพื้นที่น้ำท่วมเพื่ออพยพชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูง รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การปิดเส้นทางจราจร และการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ผู้ที่อยู่ในศรีราชาหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและข้อจำกัดในการเดินทาง

ในขณะนี้ ความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือมีพื้นที่อื่นในอำเภอที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในลักษณะเดียวกันหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่หากพบว่าตนเองอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนักในย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 ต้องเผชิญกับปัญหารถจมน้ำและระดับน้ำที่สูงถึงหน้าอก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ย่านคลองจั่นในเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังอย่างรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 รายงานว่าตื่นขึ้นมาพบว่ารถยนต์ของตนจมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางคืน

รายงานจากพื้นที่ระบุว่าระดับน้ำท่วมในบางจุดสูงถึงระดับหน้าอก ซึ่งสร้างสภาวะที่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านการเดินทางและมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน การสัญจรบนถนนรอบแฟลตคลองจั่นในขณะนี้มีความเสี่ยงสูง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

แม้ผลกระทบต่ออาคารที่พักอาศัยจะเห็นได้ชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือใกล้เขตบางกะปิควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและพิจารณาใช้เส้นทางอื่นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

กฎหมาย

ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งคำตัดสินของศาลถือเป็นการยืนยันสถานะคุณสมบัติในปัจจุบัน

ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสรณได้แสดงความจำนงที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาล ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารงานและการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและภูมิทัศน์สื่อของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ในหน่วยงานกำกับดูแลของไทย แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในขณะนี้จะยังมีน้อย แต่การจัดตั้งคณะกรรมการ กสทช. อาจส่งผลต่อนโยบายในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมยื่นอุทธรณ์ การตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสรณจึงยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการและการกำหนดกระบวนการทางศาลเพิ่มเติมเพื่อหาข้อยุติในข้อพิพาทนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:31 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเช้าของวันที่ 26 กันยายน 2026

ตามข้อมูลจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ราคาของบิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ณ เวลา 06.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวมีการซื้อขายอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2,806,068.64 บาท

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มโดยรวมของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอยู่ที่ 3.63% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการวางแผนทางการเงินหรือทำธุรกรรมในท้องถิ่น ความผันผวนเหล่านี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเป็นปกติในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นเพียงภาพรวมของมูลค่าตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนสูงและสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาวะตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจดิจิทัลควรตระหนักว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูล ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการปรับตัวรายวันเล็กน้อยนี้ และขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเงินที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อเชิญชวนผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเยือนนิวยอร์กเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณความมุ่งมั่นในการดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในตลาดไทย

นอกเหนือจากภารกิจด้านการเงิน นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำว่าสันติภาพโลกต้องการมากกว่าแค่การปราศจากความขัดแย้ง พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางการทูตในภูมิภาค โดยระบุว่าไทยมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ กับกัมพูชาผ่านการเจรจาทวิภาคี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาคธุรกิจระหว่างประเทศ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเชิญชวนให้มีการลงทุนจากสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีอุตสาหกรรมหรือบริษัทใดบ้างที่จะตกลงลงทุนในโครงการใหม่ๆ ในประเทศไทย โดยนักสังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเดินสายโรดโชว์ทางการทูตและการเงินครั้งนี้จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศในช่วงเดือนต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของหน่วยงานฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรและเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว การประกาศนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เขตอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและบริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบชั่วคราว แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้การตอบสนองของภาครัฐมีความรวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการแก้ไขปัญหายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเขตดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดการที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการขยายเขตพื้นที่ประสบภัยไปยังเขตข้างเคียงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

กองทัพบกกำลังประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ หลังจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพบกได้ยกระดับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 กองทัพกำลังบูรณาการทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักในบางพื้นที่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางจราจร ความล่าช้าของระบบขนส่งสาธารณะ และความยากลำบากในการเข้าถึงบางภูมิภาค ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและประกาศแจ้งเตือนการอพยพหากจำเป็น

แม้ว่าขณะนี้กองทัพจะอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและสภาพอากาศอาจมีการพัฒนาต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเฉพาะหรือพื้นที่ที่น่ากังวลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและให้การสนับสนุนแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันขายปลีกปัจจุบันในประเทศไทยตามข้อมูลจากสถานีบริการน้ำมันบางจาก ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

ตามข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ ราคาน้ำมันขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในประเทศไทยได้รับการอัปเดตสำหรับวันที่ 26 กันยายน 2569

ราคาปัจจุบัน

  • แก๊สโซฮอล์ 95: 39.94 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 39.57 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B7: 41.44 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B20: 36.00 บาทต่อลิตร

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในงบประมาณการเดินทางประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเช่ารถหรือใช้บริการขนส่งส่วนตัว ความผันผวนของราคาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบป้ายราคาที่สถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่ง เนื่องจากราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแบรนด์และสถานที่ตั้ง

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงราคาปัจจุบันที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นราคาเดียวกันทั้งหมดในทุกแบรนด์น้ำมันหรือทุกภูมิภาคของประเทศไทย ผู้ขับขี่ควรทราบว่าราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดโลกและการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ทางการของสถานีบริการน้ำมันเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนวางแผนการเดินทางไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

เหตุการณ์ความรุนแรงบนท้องถนนจากความหึงหวงนำไปสู่การสอบสวน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุการณ์ความรุนแรงบนท้องถนนจากความหึงหวงนำไปสู่การสอบสวน

ชายคนหนึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนหลังจากถูกกล่าวหาว่าขับรถชนรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนสาวจากเหตุทะเลาะวิวาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุการณ์ความรุนแรงบนท้องถนนจากความหึงหวงนำไปสู่การสอบสวน

แหล่งข่าวเดียว
เหตุการณ์ความรุนแรงบนท้องถนนจากความหึงหวงนำไปสู่การสอบสวน

ชายคนหนึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนหลังจากถูกกล่าวหาว่าขับรถชนรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนสาวจากเหตุทะเลาะวิวาท

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ชายคนหนึ่งได้ก่อเหตุรุนแรงบนท้องถนนซึ่งสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งส่วนตัว ผู้ต้องสงสัยถูกกล่าวหาว่าขับรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนสาว ทำให้ร่างของเธอกระเด็นออกจากตัวรถ เหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่าผู้ต้องสงสัยได้ลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 200 เมตรก่อนที่จะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยอ้างว่าตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เหยื่อเสียชีวิต โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการบานปลายจากการโต้เถียงที่รุนแรง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชนและการกระทำของผู้ต้องสงสัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งส่วนตัวที่ลุกลามไปยังพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างในสถานการณ์ที่มีความเครียดสูง ในขั้นตอนนี้ ข้อหาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อผู้ต้องสงสัยและอาการบาดเจ็บปัจจุบันของเหยื่อยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:35 UTC

ตำรวจอุบลฯ สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 332 กิโลกรัม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจอุบลฯ สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 332 กิโลกรัม

ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานีสกัดกั้นความพยายามลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยยึดไอซ์ได้ 332 กิโลกรัม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจอุบลฯ สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 332 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจอุบลฯ สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 332 กิโลกรัม

ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานีสกัดกั้นความพยายามลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยยึดไอซ์ได้ 332 กิโลกรัม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนในจังหวัดอุบลราชธานีประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ในระหว่างการติดตามจับกุม เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นไอซ์จำนวน 332 กิโลกรัม

ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งถูกจับกุมตัวได้ และมีรายงานว่าได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่าได้รับการว่าจ้างให้ขนส่งสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าวโดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 100,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการเคลื่อนย้ายสารเสพติดผิดกฎหมายผ่านจังหวัดชายแดน แม้ว่าการยึดของกลางครั้งนี้จะเป็นการขัดขวางเส้นทางการค้าในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองและการขนส่งยาเสพติดในประเทศไทย

รายละเอียดเกี่ยวกับต้นทางของสินค้าและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการปฏิบัติการยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือจุดหมายปลายทางที่แน่ชัดของยาเสพติดดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎระเบียบในท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมีบทลงโทษที่รุนแรงตามกฎหมายไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:35 UTC

ศาลปกครองเตือน กสทช. กรณีนำเสนอข่าวบิดเบือนคำสั่งศาล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองเตือน กสทช. กรณีนำเสนอข่าวบิดเบือนคำสั่งศาล

ศาลปกครองได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำพิพากษาในคดีของหมอสรณ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองเตือน กสทช. กรณีนำเสนอข่าวบิดเบือนคำสั่งศาล

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองเตือน กสทช. กรณีนำเสนอข่าวบิดเบือนคำสั่งศาล

ศาลปกครองได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำพิพากษาในคดีของหมอสรณ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ศาลปกครองได้ออกคำเตือนไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยระบุว่า กสทช. ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีความของหมอสรณในลักษณะที่บิดเบือนและมีการตัดทอนเนื้อหาสำคัญของคำพิพากษาฉบับจริงออกไป

ศาลระบุว่าการสื่อสารต่อสาธารณะของ กสทช. ในกรณีดังกล่าวมีความไม่ถูกต้องและไม่ได้สะท้อนบริบทที่ครบถ้วนของคำตัดสินทางตุลาการ ศาลได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความถูกต้องในการรายงานกระบวนการทางกฎหมายของหน่วยงานรัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือถูกดัดแปลงจนเกิดความเข้าใจผิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการสื่อสารของหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐในประเด็นทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐกับฝ่ายตุลาการ แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับผ่านเอกสารทางศาลอย่างเป็นทางการ แทนที่จะเชื่อถือเพียงสรุปข้อมูลจากหน่วยงานรอง ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กสทช. จะดำเนินการแก้ไขอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อคำเตือนของศาล หรือจะมีผลกระทบทางกฎหมายเพิ่มเติมตามมาเกี่ยวกับแนวทางการสื่อสารของหน่วยงานหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:15 UTC

เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่กำแพงเพชรนำไปสู่การสอบสวน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่กำแพงเพชรนำไปสู่การสอบสวน

หญิงวัย 39 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุรถชนซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตสามีในจังหวัดกำแพงเพชร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่กำแพงเพชรนำไปสู่การสอบสวน

แหล่งข่าวเดียว
เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่กำแพงเพชรนำไปสู่การสอบสวน

หญิงวัย 39 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุรถชนซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตสามีในจังหวัดกำแพงเพชร

เมื่อเช้าวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุจราจรที่รุนแรงในตำบลท่ามะเขือ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand หญิงวัย 39 ปีได้รับบาดเจ็บหลังจากรถจักรยานยนต์ของเธอถูกรถยนต์ฮอนด้าซีวิคสีดำพุ่งชน ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุงเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย ร.ต.อ.ไชยา ทวีผล รอง สว.สอบสวน สภ.คลองขลุง ระบุว่าผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวคืออดีตสามีของผู้ได้รับบาดเจ็บวัย 41 ปี ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวขับตามรถจักรยานยนต์มาจากสี่แยกท่ามะเขือก่อนจะเกิดการชน ซึ่งลากรถจักรยานยนต์ไปไกลประมาณ 200 เมตร ผู้ต้องสงสัยพยายามถอยรถกลับมาซ้ำหลังจากชนครั้งแรก รายงานระบุว่าผู้ต้องสงสัยอ้างว่าแรงจูงใจเกิดจากความไม่พอใจที่เห็นโพสต์บนโซเชียลมีเดียของผู้ได้รับบาดเจ็บเกี่ยวกับความสัมพันธ์ใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทในครอบครัวที่ลุกลามมาสู่พื้นที่สาธารณะ แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกระบุตัวแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการและระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บของผู้ได้รับบาดเจ็บยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการในคดีอาญา และคาดว่าจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องสงสัยหรือข้อหาเฉพาะเจาะจงเมื่อการสอบสวนคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:18 UTC

สามีผู้สูญเสียเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สามีผู้สูญเสียเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิต

ชายวัย 28 ปีเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิตระหว่างการส่งตัวไปรักษา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สามีผู้สูญเสียเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
สามีผู้สูญเสียเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิต

ชายวัย 28 ปีเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิตระหว่างการส่งตัวไปรักษา

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ชายวัย 28 ปีที่ใช้นามสมมติว่า 'นายกร' ได้ติดต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีเพื่อขอความเป็นธรรมกรณีการเสียชีวิตของภรรยาและลูกในครรภ์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทั้งคู่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์สำหรับการคลอดบุตรตามกำหนด ภรรยาซึ่งตั้งครรภ์ครบกำหนดได้รับการตรวจเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยแพทย์ยืนยันว่าทารกในครรภ์มีสุขภาพปกติและมีน้ำหนักกว่า 3 กิโลกรัม หลังจากความพยายามกระตุ้นการคลอดในเบื้องต้นไม่สำเร็จ เธอจึงถูกส่งตัวกลับบ้าน

นายกรอ้างว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน 2569 ระหว่างการเดินทางไปสถานพยาบาล รถพยาบาลได้เดินทางไปเพียง 10 นาที ก่อนที่ภรรยาจะมีอาการช็อกและหมดสติ ทำให้รถต้องวนกลับไปยังโรงพยาบาลเดิม น่าเศร้าที่ทั้งแม่และเด็กเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการทำความเข้าใจระเบียบการส่งตัวผู้ป่วยฉุกเฉินและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดูแลด้านสูติกรรม แม้สามีจะตั้งคำถามว่าความล่าช้าในการส่งตัวมีส่วนต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ แต่สาเหตุที่แน่ชัดของเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์และลำดับเวลาในการตอบสนองของโรงพยาบาลยังคงต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ขณะนี้มูลนิธิปวีณากำลังตรวจสอบกรณีดังกล่าวเพื่อให้การสนับสนุนแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:18 UTC

จับกุมคดียาเสพติดในจังหวัดสระแก้ว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมคดียาเสพติดในจังหวัดสระแก้ว

ตำรวจทางหลวงและชุดสืบสวนจังหวัดสระแก้วจับกุมหญิงสาวที่ลักลอบขนยาบ้าด้วยรถเก๋ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมคดียาเสพติดในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมคดียาเสพติดในจังหวัดสระแก้ว

ตำรวจทางหลวงและชุดสืบสวนจังหวัดสระแก้วจับกุมหญิงสาวที่ลักลอบขนยาบ้าด้วยรถเก๋ง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและชุดสืบสวนจังหวัดสระแก้วได้ทำการสกัดจับรถเก๋งคันหนึ่งซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด โดยในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบยาบ้าจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในรถ

ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นหญิงสาวถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างให้ขนยาเสพติดดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดตามเส้นทางคมนาคมในจังหวัด แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นร่วมขบวนการหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณยาเสพติดที่ตรวจยึดได้และขอบเขตของขบวนการค้ายาเสพติดในลำดับต่อไป ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองและการขนส่งสารควบคุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:16 UTC

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังเกิดเหตุอาหารเป็นพิษหมู่ในอินโดนีเซีย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังเกิดเหตุอาหารเป็นพิษหมู่ในอินโดนีเซีย

ทางการกำลังเผชิญกับข้อเรียกร้องให้สอบสวนเหตุอาหารเป็นพิษที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน 2,000 คน ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงการอาหารกลางวันของรัฐบาลในอินโดนีเซีย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังเกิดเหตุอาหารเป็นพิษหมู่ในอินโดนีเซีย

แหล่งข่าวเดียว
เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังเกิดเหตุอาหารเป็นพิษหมู่ในอินโดนีเซีย

ทางการกำลังเผชิญกับข้อเรียกร้องให้สอบสวนเหตุอาหารเป็นพิษที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน 2,000 คน ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงการอาหารกลางวันของรัฐบาลในอินโดนีเซีย

ตามรายงานจาก Matichon Online มีข้อเรียกร้องเพิ่มมากขึ้นให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการในอินโดนีเซีย หลังจากเกิดเหตุอาหารเป็นพิษหมู่ซึ่งมีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อนักเรียนจำนวน 2,000 คน เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากอาจมีความเชื่อมโยงกับโครงการอาหารกลางวันฟรีสำหรับนักเรียน ซึ่งถือเป็นนโยบายเรือธงของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินการและการกำกับดูแลความปลอดภัยของโครงการแจกจ่ายอาหารสาธารณะขนาดใหญ่ แม้ว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงโภชนาการของนักเรียน แต่ขนาดของเหตุการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพและการจัดการห่วงโซ่อุปทานภายในโครงการ

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของการปนเปื้อนในอาหารยังคงต้องรอการยืนยันจากทางการท้องถิ่น ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เป็นความล้มเหลวที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือเป็นปัญหาเชิงระบบในด้านโลจิสติกส์ของโครงการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อระบุแหล่งที่มาของอาการป่วยและดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายในโครงการเรือธงของประธานาธิบดีหรือไม่ ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนโยบายสาธารณสุขในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:55 UTC

รวบหนุ่มเกาหลีใต้ตัวการใหญ่แก๊งหลอกลงทุน 'Lucky Nine' กบดานในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มเกาหลีใต้ตัวการใหญ่แก๊งหลอกลงทุน 'Lucky Nine' กบดานในไทย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้จับกุมสมาชิกระดับสูงของกลุ่มฉ้อโกงการลงทุน 'Lucky Nine' ซึ่งหลบหนีหมายจับของอินเตอร์โพลเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มเกาหลีใต้ตัวการใหญ่แก๊งหลอกลงทุน 'Lucky Nine' กบดานในไทย

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มเกาหลีใต้ตัวการใหญ่แก๊งหลอกลงทุน 'Lucky Nine' กบดานในไทย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้จับกุมสมาชิกระดับสูงของกลุ่มฉ้อโกงการลงทุน 'Lucky Nine' ซึ่งหลบหนีหมายจับของอินเตอร์โพลเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้ประกาศการจับกุมชายชาวเกาหลีใต้ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวการสำคัญในขบวนการฉ้อโกงการลงทุน 'Lucky Nine' ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีหมายจับของอินเตอร์โพลโดยเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย ขบวนการฉ้อโกงดังกล่าวมีผู้เสียหายกว่า 100 ราย โดยมีความเสียหายรวมประมาณ 250 ล้านบาท

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการเร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทยเพื่อหนีคดีจากต่างประเทศหรือเพื่อก่อเหตุอาชญากรรมข้ามชาติ ทางการยืนยันว่าผู้ต้องหาจะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในประเทศไทยก่อนที่จะถูกผลักดันกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการตรวจสอบและจัดการกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอาชญากรรมระหว่างประเทศ แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการทลายเครือข่าย 'Lucky Nine' แต่ขอบเขตการดำเนินงานทั้งหมดขององค์กรนี้ในประเทศไทยยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวน ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการส่งตัวผู้ต้องหากลับและการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 05:37 UTC

ตำรวจสอบสวนไม่พบรัฐมนตรีเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสอบสวนไม่พบรัฐมนตรีเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบของหน่วยงานท้องถิ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสอบสวนไม่พบรัฐมนตรีเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสอบสวนไม่พบรัฐมนตรีเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบของหน่วยงานท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้สรุปว่าไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันเข้ากับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบของหน่วยงานท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่สืบสวนชี้แจงว่าข่าวลือดังกล่าวมีที่มาจากคำให้การของนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย โดยตำรวจระบุว่าข้อมูลของนายประวิทย์เป็นเพียงการฟังต่อมาจากบุคคลอื่น ทำให้ข้อมูลดังกล่าวไม่มีความน่าเชื่อถือและขาดหลักฐานสนับสนุนข้อเท็จจริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับความพยายามในการต่อต้านการทุจริตในระบบราชการไทย แม้ว่าการสอบสวนกรณีการทุจริตการสอบอาจยังคงดำเนินต่อไป แต่ข้อกล่าวหาเฉพาะที่พาดพิงถึงบุคคลระดับสูงทางการเมืองนั้นได้รับการปฏิเสธอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสืบสวนเพิ่มเติมจะพบผู้กระทำผิดรายอื่นที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบหรือไม่ หรือคดีจะถูกปิดลงหลังจากมีการปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ เนื่องจากเป็นเรื่องทางปกครองที่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการบริหารงานท้องถิ่นควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก ปปป. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการสอบสวนในภาพรวมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:58 UTC

พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าตรวจสอบข้อสงสัยทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าตรวจสอบข้อสงสัยทุจริตสอบท้องถิ่น

พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นหลักฐานการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าตรวจสอบข้อสงสัยทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าตรวจสอบข้อสงสัยทุจริตสอบท้องถิ่น

พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นหลักฐานการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค และนายไพศาล เรืองฤทธิ์ คณะกรรมการกฎหมาย ระบุว่าขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

การตรวจสอบมุ่งเน้นไปที่รายงานการจ่ายเงินซื้อตำแหน่งซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้สมัครและนายหน้า โดยนายไพศาลระบุว่าทางพรรคได้จัดทำชุดคำถาม 72 ข้อเพื่อช่วยให้ ป.ป.ช. พิจารณากระบวนการทุจริตได้อย่างละเอียด ขณะนี้ทีมกฎหมายของพรรคกำลังติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าว

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจทำงานในภาครัฐ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการสรรหาบุคลากรของรัฐ การตรวจสอบนี้เกิดขึ้นจากข้อร้องเรียนจำนวนมาก รวมถึงกรณีผู้เข้าสอบที่ได้รับคะแนน 0 คะแนนทั้งที่มั่นใจในผลงานของตนเอง รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่คุมสอบที่สวมเครื่องแบบไม่ชัดเจน

แม้พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการตรวจสอบข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างจริงจัง แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้สรุปผลการตรวจสอบหลักฐาน ขอบเขตของการทุจริตและบุคคลที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานป้องกันการทุจริต ทั้งนี้ พรรคได้ระบุถึงความตั้งใจที่จะขอความคุ้มครองพยานสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:56 UTC

ศาลพิพากษาคดีทุจริตเจ้าหน้าที่ อบจ.นครศรีธรรมราช
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลพิพากษาคดีทุจริตเจ้าหน้าที่ อบจ.นครศรีธรรมราช

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าหน้าที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลพิพากษาคดีทุจริตเจ้าหน้าที่ อบจ.นครศรีธรรมราช

แหล่งข่าวเดียว
ศาลพิพากษาคดีทุจริตเจ้าหน้าที่ อบจ.นครศรีธรรมราช

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าหน้าที่

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ได้มีคำพิพากษาในคดีทุจริตภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช โดยคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว

ศาลได้พิพากษายกฟ้องอดีตผู้อำนวยการกองพัสดุของ อบจ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดได้ อย่างไรก็ตาม บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง โดยได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 3 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ คำพิพากษานี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบกระบวนการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการยกฟ้องอดีตผู้อำนวยการจะเป็นพัฒนาการที่สำคัญในคดีนี้ แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อการจัดสรรงบประมาณด้านการท่องเที่ยวท้องถิ่นและความโปร่งใสในการบริหารงานยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ เนื่องจากนี่เป็นผลทางกฎหมายเฉพาะคดี รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอุทธรณ์หรือลักษณะเฉพาะของความไม่โปร่งใสอาจปรากฏขึ้นเมื่อมีการดำเนินการเอกสารทางศาลต่อไป ทั้งนี้ ผู้อ่านควรทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวปัจจุบัน และไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายหรือการประเมินความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:35 UTC

เหตุปะทะหน้าสถานีตำรวจทองหล่อระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุปะทะหน้าสถานีตำรวจทองหล่อระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียง

เกิดเหตุเผชิญหน้ากันหน้าสถานีตำรวจทองหล่อเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยมีทนายความชื่อดังและบุคคลทางการเมืองเกี่ยวข้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุปะทะหน้าสถานีตำรวจทองหล่อระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียง

แหล่งข่าวเดียว
เหตุปะทะหน้าสถานีตำรวจทองหล่อระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียง

เกิดเหตุเผชิญหน้ากันหน้าสถานีตำรวจทองหล่อเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยมีทนายความชื่อดังและบุคคลทางการเมืองเกี่ยวข้อง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ได้เกิดเหตุปะทะกันทางร่างกายที่หน้าสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทนายความชื่อดังที่ระบุชื่อว่า ณัฐวุฒิ และสมชาย ซึ่งเป็นบุคคลทางการเมืองที่เดินทางมายังสถานีตำรวจด้วยรถจักรยานเพื่อแจ้งความ

รายงานระบุว่า ณัฐวุฒิได้ผลักสมชายจนทำให้ล้มลงจากรถจักรยาน หลังจากมีการปะทะทางร่างกาย ทนายความคนดังกล่าวได้เผชิญหน้าด้วยวาจา โดยมีการชี้หน้าและด่าทอสมชาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะที่มีผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในย่านทองหล่อสัญจรไปมาเป็นประจำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาทเฉพาะจุดระหว่างบุคคลสาธารณะ แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะยังคงเข้าถึงได้ตามปกติ แต่เหตุการณ์เช่นนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเผชิญหน้าในที่สาธารณะอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิดในเขตเมือง ในขณะนี้ แรงจูงใจที่แน่ชัดเบื้องหลังการเผชิญหน้าและการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากสถานีตำรวจทองหล่อยังคงต้องรอการยืนยัน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์โดยละเอียดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีทางกฎหมายหรือสาเหตุที่แท้จริงของข้อพิพาท ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนเหตุการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:15 UTC

ทนายตั้มบุกกระทรวงมหาดไทย ยื่นหนังสือสอบมูลนิธิกันจอมพลัง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทนายตั้มบุกกระทรวงมหาดไทย ยื่นหนังสือสอบมูลนิธิกันจอมพลัง

นายสิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อขอให้ตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลัง โดยปรากฏตัวที่กระทรวงมหาดไทยด้วยการแต่งกายที่โดดเด่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทนายตั้มบุกกระทรวงมหาดไทย ยื่นหนังสือสอบมูลนิธิกันจอมพลัง

แหล่งข่าวเดียว
ทนายตั้มบุกกระทรวงมหาดไทย ยื่นหนังสือสอบมูลนิธิกันจอมพลัง

นายสิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อขอให้ตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลัง โดยปรากฏตัวที่กระทรวงมหาดไทยด้วยการแต่งกายที่โดดเด่น

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายสิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้เดินทางไปยังกระทรวงมหาดไทยในกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิกันจอมพลัง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทนายความชื่อดังรายนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนด้วยการสวมชุดสูทสีแดงและติดหนวดปลอม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาทสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียงทางกฎหมายและองค์กรเพื่อสังคม แม้ว่าข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงที่นำไปสู่การยื่นหนังสือร้องเรียนจะยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนในรายงานเบื้องต้น แต่การที่กระทรวงมหาดไทยเข้ามาเกี่ยวข้องบ่งชี้ว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือสถานะทางกฎหมายของมูลนิธิ

จนถึงขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ประกาศกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการตรวจสอบ และทางมูลนิธิกันจอมพลังยังไม่ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเรื่องทางปกครองที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการตรวจสอบและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของมูลนิธินั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นในระหว่างที่กระทรวงดำเนินการพิจารณาคำร้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ฟีฟ่ายื่นฟ้องยูฟ่าต่อศาลสหรัฐฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ฟีฟ่ายื่นฟ้องยูฟ่าต่อศาลสหรัฐฯ

ฟีฟ่าได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกา โดยกล่าวหาว่ายูฟ่ามีส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อหมิ่นประมาทองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลระหว่างประเทศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ฟีฟ่ายื่นฟ้องยูฟ่าต่อศาลสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฟีฟ่ายื่นฟ้องยูฟ่าต่อศาลสหรัฐฯ

ฟีฟ่าได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกา โดยกล่าวหาว่ายูฟ่ามีส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อหมิ่นประมาทองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลระหว่างประเทศ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ยื่นฟ้องสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ต่อศาลในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ โดยประเด็นสำคัญของการฟ้องร้องมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่ายูฟ่าได้ทำการหมิ่นประมาทฟีฟ่าอย่างเป็นระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งสำคัญระหว่างสององค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการฟุตบอลโลกนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ก็มีนัยสำคัญต่อการบริหารจัดการกีฬาและการแข่งขันระดับนานาชาติในอนาคต เนื่องจากฟุตบอลยังคงเป็นส่วนสำคัญของภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมและสังคมในประเทศไทย การปรับโครงสร้างหรือการเปลี่ยนแปลงอำนาจครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นจากคดีความนี้ อาจส่งผลต่อวิธีการจัดการ การถ่ายทอดสด หรือการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับนานาชาติในภูมิภาคในที่สุด

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักฐานที่ฟีฟ่าตั้งใจจะนำเสนอต่อศาลยังมีจำกัด นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ายูฟ่าจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อปฏิทินฟุตบอลโลกจะเป็นอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอเอกสารทางศาลเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงขอบเขตของค่าเสียหายที่ฟีฟ่าเรียกร้องและกรณีการหมิ่นประมาทที่ระบุไว้ในคำฟ้อง สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่ทั้งสององค์กรเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:57 UTC

เจ้าหน้าที่ไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดน

ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) โต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมสงคราม โดยอ้างหลักฐานการยิงจรวดข้ามพรมแดน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดน

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดน

ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) โต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมสงคราม โดยอ้างหลักฐานการยิงจรวดข้ามพรมแดน

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ได้กล่าวถึงรายงานในสื่อกัมพูชาที่อ้างความเห็นของช่างภาพชาวฝรั่งเศสซึ่งระบุว่าการกระทำของทหารไทยอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม โดยพล.อ.อ.ประภาสระบุว่า แม้ประเทศไทยจะเคารพเสรีภาพสื่อ แต่คำว่า 'อาชญากรรมสงคราม' เป็นข้อกล่าวหาทางกฎหมายที่ร้ายแรงซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว

พล.อ.อ.ประภาสเน้นย้ำว่า การตรวจสอบการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีหลักฐานลำดับเหตุการณ์การยิงจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาเข้ามายังพื้นที่พลเรือนของไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ที่จรวด BM-21 ตกในพื้นที่พลเรือนอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บหลายราย พร้อมท้าทายให้ประชาคมโลกตรวจสอบที่มาและเป้าหมายของอาวุธดังกล่าว

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชายแดน ความขัดแย้งทางการทูตและกฎหมายนี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนด้านความมั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้สถานการณ์จะยังคงเป็นเรื่องของการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าองค์กรระหว่างประเทศจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อกล่าวหาที่สวนทางกันนี้ และจะมีการจัดตั้งการสอบสวนที่เป็นกลางเพื่อตรวจสอบหลักฐานของทั้งสองฝ่ายหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:56 UTC

พบหลักฐานใหม่ในการสอบสวนทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พบหลักฐานใหม่ในการสอบสวนทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น

ตำรวจไทยกำลังสอบสวนเครือข่ายทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยมีพยานปากสำคัญและหลักฐานทางการเงินปรากฏขึ้น

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พบหลักฐานใหม่ในการสอบสวนทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
พบหลักฐานใหม่ในการสอบสวนทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น

ตำรวจไทยกำลังสอบสวนเครือข่ายทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยมีพยานปากสำคัญและหลักฐานทางการเงินปรากฏขึ้น

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ของตำรวจไทยรายงานความคืบหน้าสำคัญในการสอบสวนกรณีการทุจริตในการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ตามรายงานของ Khaosod English ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบเบาะแสใหม่ รวมถึงคำให้การจากพยานปากสำคัญและหลักฐานทางการเงินที่อาจเปิดโปงโครงสร้างของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตเชิงระบบในกระบวนการจ้างงานภาครัฐ แม้ว่าการสอบสวนจะมุ่งเน้นไปที่ความโปร่งใสในการบริหารงาน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบของรัฐบาลต่อแนวปฏิบัติในการสรรหาบุคลากรที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและความโปร่งใสของการปกครองส่วนท้องถิ่น

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ บก.ปปป. กำลังตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากพยานปากสำคัญซึ่งระบุชื่อว่า ประวิทย์ เพื่อกำหนดขอบเขตของเครือข่ายที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่ามีบุคคลจำนวนเท่าใดที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ และผลการตรวจสอบจะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่หรือผู้จัดสอบรายใดหรือไม่ ประชาชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากตำรวจในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังวิเคราะห์เส้นทางการเงินเพื่อระบุตัวผู้ได้รับผลประโยชน์จากการทุจริตที่ถูกกล่าวหานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 05:35 UTC

ตำรวจนครบาลลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยในซอยมหาดไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจนครบาลลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยในซอยมหาดไทย

กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เข้าตรวจสอบสถานบริการ 8 แห่งในย่านซอยมหาดไทย เพื่อบังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจนครบาลลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยในซอยมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจนครบาลลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยในซอยมหาดไทย

กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เข้าตรวจสอบสถานบริการ 8 แห่งในย่านซอยมหาดไทย เพื่อบังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

เมื่อคืนวันที่ 3 กันยายน 2569 กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลางและชุดปฏิบัติการพิเศษ S.W.A.T. ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานบริการและสถานประกอบการจำนวน 8 แห่งที่ตั้งอยู่ในซอยมหาดไทย ตามรายงานจาก Khaosod Online ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย 'วังทองหลาง ปลอดภัย' ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยสาธารณะในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเน้นย้ำเรื่องการห้ามมียาเสพติดและอาวุธปืน การบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ การปฏิบัติตามเวลาเปิด-ปิดที่กฎหมายกำหนด และการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาททั้งภายในและภายนอกสถานประกอบการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการจัดระเบียบโซนสถานบันเทิงและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าปฏิบัติการนี้จะถูกระบุว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการตรวจสอบดังกล่าวจะนำไปสู่การดำเนินคดีเพิ่มเติมกับสถานประกอบการบางแห่งหรือไม่ หรือจะมีการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในเขตวังทองหลางต่อไปหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยพกบัตรประจำตัวติดตัวไว้เสมอเมื่อไปใช้บริการสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:36 UTC

ตำรวจไทยปฏิเสธข่าวรัฐมนตรีเอี่ยวคดีโกงสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไทยปฏิเสธข่าวรัฐมนตรีเอี่ยวคดีโกงสอบท้องถิ่น

กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงรัฐมนตรีในรัฐบาลกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยระบุว่าเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไทยปฏิเสธข่าวรัฐมนตรีเอี่ยวคดีโกงสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไทยปฏิเสธข่าวรัฐมนตรีเอี่ยวคดีโกงสอบท้องถิ่น

กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงรัฐมนตรีในรัฐบาลกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยระบุว่าเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกระแสข่าวลือเรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยมีรายงานว่ามีรัฐมนตรีในรัฐบาลอยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มาจากคำให้การของนายประวิทย์ หรือ 'นายกเฮง' อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย เพียงผู้เดียว

ตามข้อมูลของ บก.ปปป. นายประวิทย์ ซึ่งถูกจับกุมก่อนหน้านี้ในคดีเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ ได้กล่าวอ้างถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างการสอบปากคำ แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่พบว่าคำกล่าวอ้างนั้นเป็นเพียงการฟังต่อกันมาและขาดหลักฐานเชื่อมโยงที่น่าเชื่อถือกับเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าการจับกุมนายประวิทย์มีนัยยะทางการเมือง โดยยืนยันว่าการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองแต่อย่างใด

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย การชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความโปร่งใสในกระบวนการสรรหาบุคลากรของท้องถิ่น แม้ตำรวจจะปฏิเสธข่าวลือเรื่องการมีส่วนร่วมของนักการเมืองระดับสูง แต่การสอบสวนคดีทุจริตสอบในภาพรวมยังคงดำเนินต่อไป ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ถูกกล่าวหายังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:36 UTC