ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย ✦
ความปลอดภัย กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน ✦
วัฒนธรรม รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว. ✦
การเมือง สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย. ✦
กีฬา วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 12 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ รายงานจุดน้ำท่วมขัง 67 จุด และมีการออกประกาศเตือนให้เตรียมอพยพในจังหวัดสระบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย 'สีแดง' ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีจุดน้ำท่วมขังรวม 67 จุด ในขณะเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี กำลังเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังในระดับวิกฤต ส่วนที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกประกาศเร่งด่วนให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและความปลอดภัย ถนนสายหลักอาจไม่สามารถสัญจรได้ และบริการขนส่งสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนที่จะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามความคืบหน้าของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 13 แขวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง ทางการกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีระดับสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากฝนที่ตกไม่หยุด น้ำท่วมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด การปิดเส้นทาง และอุปสรรคในการเดินทางในชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่า กทม. จะได้ดำเนินการประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปในเขตเหล่านี้ควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. อย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอพยพหรือผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:31 UTC

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้ผลิตขนมจากกระบองเพชรและผู้ผลิตคราฟต์โซดาในจังหวัดจันทบุรี

จากรายงานของ Khaosod Online รายการโทรทัศน์ไทยหลายรายการกำลังนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารในท้องถิ่น รายการ 'เกษตรสุข' ทางช่อง 7HD นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ปรับตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระบองเพชรกินได้ รวมถึงกัมมี่แปรรูป

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อนำเสนอเรื่องราวของ 'The Craft : บางสระเก้า' ธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญด้านคราฟต์โซดา โดยเจาะลึกถึงความมุ่งมั่นของคุณต็อก – นิสิต อารีวุฒิ ในการพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกัน รายการ 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์' ทางช่อง Workpoint เตรียมพาไปเยือนเพชรบุรีเพื่อชมตำนานวัดดังและชิมอาหารป่ารสเด็ด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายการเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงวิธีการสร้างสรรค์ที่ชุมชนท้องถิ่นนำเกษตรกรรมดั้งเดิมและรสชาติประจำถิ่นมาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รายการเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจค้นหาประสบการณ์ทางอาหารที่น่าสนใจและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในไทย อย่างไรก็ตาม แม้รายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชมควรตรวจสอบเวลาทำการและความพร้อมให้บริการโดยตรงกับทางร้านก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผังรายการโทรทัศน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

ณัฐพงษ์ 'เท้ง' เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ยืนยันว่าพรรคของเขามีหลักฐานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เพียงพอต่อการขอให้มีการสอบสวนการทำงานของ กกต. ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจเกิดความขัดแย้งเชิงสถาบันภายในรัฐบาลไทย แม้ฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการตรวจสอบ แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือจัดตั้งคณะกรรมการตามที่ร้องขอหรือไม่

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการทางกฎหมายและธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความท้าทายนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบันอย่างไร การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. ต่อหลักฐานที่ยื่นเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าสามารถหาเสียงได้จนถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน โดยห้ามทำกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้สมัครและผู้สนับสนุนสามารถดำเนินกิจกรรมหาเสียงได้ตามกฎหมายจนถึงช่วงเวลาที่หน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เน้นย้ำว่าต้องมีการรักษาขอบเขตที่เข้มงวด โดยห้ามการหาเสียงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในขณะที่กำลังใช้สิทธิ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการเลือกตั้งประกันสังคม ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นการเตือนให้ตระหนักถึงความใกล้ชิดของกิจกรรมหาเสียงกับสถานที่ลงคะแนน แม้ว่าสิทธิในการหาเสียงจะยังคงมีผลจนถึงชั่วโมงสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในการลงคะแนนจะได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดเชิงพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ ในขณะนี้ ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนนของตนและเคารพเขตห้ามหาเสียงที่กำหนดไว้รอบสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งอาจมีการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้วันลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

กีฬา

วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

วีรพล ฮีโร่เหรียญรางวัลโอลิมปิกยกน้ำหนัก และภูริพล นักวิ่งลมกรดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วีรพล ฮีโร่โอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักชาวไทย เตรียมตัวขึ้นเวทีการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โดยมีภูริพล นักวิ่งลมกรดชื่อดังร่วมเป็นจุดสนใจในฐานะผู้มีกำหนดการลงแข่งขันในรอบคัดเลือกวิ่ง 200 เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นักกีฬาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนความมุ่งมั่นทางกีฬาในระดับสูงของประเทศบนเวทีระดับทวีป การเข้าร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มักดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก และอาจนำไปสู่การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการแข่งขันที่แน่นอน เวลาในการวิ่งรอบคัดเลือก 200 เมตร และรุ่นน้ำหนักของวีรพลนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาและผู้ชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชียนเกมส์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและรอบชิงเหรียญรางวัล เมื่อใกล้ถึงวันแข่งขัน คาดว่าความตื่นเต้นในท้องถิ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือพื้นที่รับชมสาธารณะในเมืองใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเร่งด่วนสำหรับ 37 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครรวมอยู่ในประกาศเตือนภัยนี้ด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกในพื้นที่สูงถึง 80%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้พื้นที่ภูเขา ทางการแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่ฝนจะตกสูง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของฝนในแต่ละพื้นที่ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไกล เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้การจราจรติดขัดกะทันหันและเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตที่บุรีรัมย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตที่บุรีรัมย์

แม่ในจังหวัดบุรีรัมย์คัดค้านผลสรุปของตำรวจและบริษัทประกันภัยที่ระบุว่าเป็น 'ประมาทร่วม' หลังจากลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิตจากการชนกับรถยนต์ของครูสาว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตที่บุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตที่บุรีรัมย์

แม่ในจังหวัดบุรีรัมย์คัดค้านผลสรุปของตำรวจและบริษัทประกันภัยที่ระบุว่าเป็น 'ประมาทร่วม' หลังจากลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิตจากการชนกับรถยนต์ของครูสาว

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายศิวกร นักเรียนชั้น ม.5 อายุ 17 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในตำบลปังกู อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียชีวิตกำลังขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปยังอำเภอประโคนชัย ก่อนจะถูกรถเก๋งซึ่งขับโดยครูสาวพุ่งชน แรงกระแทกทำให้ร่างของวัยรุ่นกระเด็นไปไกลถึง 50 เมตรจากจุดเกิดเหตุ

นางสาวสุฑาทิพย์ แม่ของนายศิวกร ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อการสอบสวนของสถานีตำรวจภูธรประโคนชัยและการประเมินของบริษัทประกันภัย โดยเจ้าหน้าที่และบริษัทประกันภัยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็น 'ประมาทร่วม' ซึ่งนำไปสู่การเสนอเงินเยียวยาเพียง 3,000 บาท ครอบครัวไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปดังกล่าว โดยอ้างว่าครูสาวขับรถด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 120 กม./ชม. และตั้งข้อสังเกตว่าการสอบสวนอาจมีความลำเอียงเพื่อลดความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการสอบสวนอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ชนบทของไทย และความสำคัญของการทำความเข้าใจขั้นตอนทางกฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับความรับผิดชอบ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ครอบครัวยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้มีการทบทวนคดี โดยระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การตัดสินความผิดขั้นสุดท้ายยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างครอบครัวผู้สูญเสียและคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:58 UTC

ตำรวจยึดไอซ์ 500 กก. ในบางบัวทอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจยึดไอซ์ 500 กก. ในบางบัวทอง

ทางการไทยทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม 'มะระหวาน บางบัวทอง' พร้อมยึดของกลางเป็นไอซ์น้ำหนัก 500 กิโลกรัม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจยึดไอซ์ 500 กก. ในบางบัวทอง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจยึดไอซ์ 500 กก. ในบางบัวทอง

ทางการไทยทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม 'มะระหวาน บางบัวทอง' พร้อมยึดของกลางเป็นไอซ์น้ำหนัก 500 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ระบุชื่อว่า 'มะระหวาน บางบัวทอง' ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดจับการขนส่งไอซ์น้ำหนัก 500 กิโลกรัม ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่บางบัวทอง โดยมีรายงานว่าของกลางดังกล่าวรอการขนส่งไปยังปลายทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการกระจายยาเสพติดขนาดใหญ่ในเขตปริมณฑลของกรุงเทพฯ แม้ว่าการยึดของกลางครั้งนี้จะเป็นการขัดขวางห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว หรือเส้นทางการกระจายยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศที่ตั้งใจไว้ ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของเครือข่ายนี้และความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นกับกิจกรรมทางอาญาอื่นๆ ในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:35 UTC

นักแสดงสาว ฝน ศนันธฉัตร แจ้งความไซเบอร์ถูกคุกคาม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักแสดงสาว ฝน ศนันธฉัตร แจ้งความไซเบอร์ถูกคุกคาม

นักแสดงสาวชาวไทย ฝน ศนันธฉัตร ได้เข้าแจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากได้รับข้อความจากบุคคลปริศนาที่อ้างว่ามีนายตำรวจระดับสูงให้ความสนใจในตัวเธอ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักแสดงสาว ฝน ศนันธฉัตร แจ้งความไซเบอร์ถูกคุกคาม

แหล่งข่าวเดียว
นักแสดงสาว ฝน ศนันธฉัตร แจ้งความไซเบอร์ถูกคุกคาม

นักแสดงสาวชาวไทย ฝน ศนันธฉัตร ได้เข้าแจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากได้รับข้อความจากบุคคลปริศนาที่อ้างว่ามีนายตำรวจระดับสูงให้ความสนใจในตัวเธอ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นักแสดงสาว ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือ ฝน ได้เข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) เกี่ยวกับเหตุการณ์การถูกคุกคามทางออนไลน์ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักแสดงสาวได้รับการติดต่อจากบุคคลไม่ทราบชื่อที่อ้างว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความสนใจในตัวเธอ

ฝนแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่าข้อความที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับชื่อเสียงทางวิชาชีพหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวของเธอ การที่เธอเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการกับการนำชื่อของเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปแอบอ้างเพื่อใช้ในการคุกคามหรือหลอกลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการต่อสู้กับการปลอมแปลงตัวตนทางดิจิทัลและการคุกคามทางออนไลน์ แม้ว่านักแสดงสาวจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการบันทึกหลักฐานการสนทนาแล้ว แต่ตัวตนของผู้ส่งและเจตนาที่แท้จริงยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าบุคคลนี้ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลสาธารณะคนอื่น ๆ หรือใช้กลวิธีที่คล้ายคลึงกันเพื่อหลอกลวงผู้อื่นหรือไม่ ในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังการสื่อสารที่น่าสงสัยซึ่งอ้างว่ามาจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:36 UTC

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ดในจังหวัดศรีสะเกษ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ดในจังหวัดศรีสะเกษ

ชุดปฏิบัติการร่วมในจังหวัดศรีสะเกษสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ส่งผลให้สามารถยึดยาบ้าได้ 4 ล้านเม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ดในจังหวัดศรีสะเกษ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ดในจังหวัดศรีสะเกษ

ชุดปฏิบัติการร่วมในจังหวัดศรีสะเกษสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ส่งผลให้สามารถยึดยาบ้าได้ 4 ล้านเม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดศรีสะเกษได้แถลงผลสำเร็จของปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดแบบบูรณาการ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าชุดปฏิบัติการ '238 พิทักษ์นครลำดวน' ซึ่งประกอบด้วยตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำ ได้เข้าสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดรายใหญ่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. ส่งผลให้สามารถยึดยาบ้าได้จำนวน 4 ล้านเม็ด และจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่าการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'Operation 90 Days' ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการควบคุมการแพร่กระจายของยาเสพติดขนาดใหญ่ แม้ว่าภัยคุกคามจากยาเสพติดล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเน้นย้ำถึงความท้าทายในการลักลอบขนส่งยาเสพติดในจังหวัดชายแดน เนื่องจากคดียังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย รายละเอียดเกี่ยวกับภูมิหลังของผู้ต้องหาและแหล่งที่มาของยาเสพติดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขอเตือนนักท่องเที่ยวว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:37 UTC

ศาลปกครองเตือน กสทช. ปมคดี ‘หมอสรณ’ เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองเตือน กสทช. ปมคดี ‘หมอสรณ’ เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน

ศาลปกครองได้ออกคำเตือนไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลคำสั่งศาลที่คลาดเคลื่อน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองเตือน กสทช. ปมคดี ‘หมอสรณ’ เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองเตือน กสทช. ปมคดี ‘หมอสรณ’ เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน

ศาลปกครองได้ออกคำเตือนไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลคำสั่งศาลที่คลาดเคลื่อน

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่าศาลปกครองได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยศาลได้เตือนคณะกรรมการฯ เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนหรือการบิดเบือนข้อมูลในคดีที่เกี่ยวข้องกับหมอสรณ

ตามรายงานระบุว่า ศาลชี้ให้เห็นว่าการนำข้อความเพียงบางส่วนในคำสั่งศาลไปเผยแพร่ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดของสาธารณชนนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย คำเตือนนี้ถือเป็นการย้ำเตือนหน่วยงานรัฐถึงความจำเป็นในการสื่อสารข้อมูลคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลต่อสาธารณะด้วยความถูกต้องและโปร่งใส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและฝ่ายตุลาการ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นไปที่การปฏิบัติงานของหน่วยงาน แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลผ่านเอกสารศาลอย่างเป็นทางการ แทนที่จะพึ่งพาเพียงสรุปข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศาลจะมีมาตรการทางกฎหมายใดๆ หรือไม่ หาก กสทช. ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการสื่อสารดังกล่าว ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจาก กสทช. เกี่ยวกับคำเตือนของศาล ณ เวลาที่รายงานข่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์ว่าการแทรกแซงนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการที่คณะกรรมการฯ จัดการกับการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะในคดีความสำคัญต่างๆ หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:38 UTC

ดาราสาวแจ้งความเอาผิดมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อตำรวจระดับสูง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดาราสาวแจ้งความเอาผิดมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อตำรวจระดับสูง

ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล ดาราสาว ได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังมีบุคคลปริศนาติดต่อมาโดยอ้างว่าทำงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดาราสาวแจ้งความเอาผิดมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อตำรวจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
ดาราสาวแจ้งความเอาผิดมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อตำรวจระดับสูง

ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล ดาราสาว ได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังมีบุคคลปริศนาติดต่อมาโดยอ้างว่าทำงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ศนันธฉัตร 'ฝน' ธนพัฒน์พิศาล ดาราสาวชื่อดัง พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ในกรุงเทพฯ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ดาราสาวถูกบุคคลไม่ทราบชื่อติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยใช้ชื่อแฝงว่า 'มิ้นท์'

บุคคลดังกล่าวอ้างว่าทำงานให้กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และระบุว่ามี 'ผู้ใหญ่' สนใจในตัวดาราสาว ทั้งนี้ ศนันธฉัตรและทีมกฎหมายเชื่อว่านี่เป็นกลวิธีใหม่ของกลุ่มมิจฉาชีพที่นำชื่อของบุคคลสาธารณะและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ การแจ้งความในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องชื่อเสียงของดาราสาวและป้องกันไม่ให้มีการนำภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปใช้ในทางที่ผิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังข้อความที่ไม่พึงประสงค์จากบุคคลที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานรัฐหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้กลวิธีทางจิตวิทยาเพื่อสร้างความไว้วางใจหรือหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว

ในขณะนี้ ทาง สอท. ได้เริ่มดำเนินการสืบสวนเพื่อติดตามหาตัวเจ้าของบัญชี LINE ที่ใช้ในการติดต่อดังกล่าวแล้ว โดยยังคงต้องรอการยืนยันว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังชื่อแฝงนี้เป็นใคร และมีการหลอกลวงบุคคลสาธารณะหรือประชาชนทั่วไปรายอื่นด้วยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:38 UTC

ศิษย์เก่าโรงเรียนดังในกาฬสินธุ์ร้องเรียนกรณีขายไม้โดยมิชอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศิษย์เก่าโรงเรียนดังในกาฬสินธุ์ร้องเรียนกรณีขายไม้โดยมิชอบ

กลุ่มศิษย์เก่าของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ยื่นหลักฐานต่อกรมธนารักษ์ โดยกล่าวหาว่าผู้อำนวยการโรงเรียนขายไม้ให้กับบุคคลภายนอก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศิษย์เก่าโรงเรียนดังในกาฬสินธุ์ร้องเรียนกรณีขายไม้โดยมิชอบ

แหล่งข่าวเดียว
ศิษย์เก่าโรงเรียนดังในกาฬสินธุ์ร้องเรียนกรณีขายไม้โดยมิชอบ

กลุ่มศิษย์เก่าของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ยื่นหลักฐานต่อกรมธนารักษ์ โดยกล่าวหาว่าผู้อำนวยการโรงเรียนขายไม้ให้กับบุคคลภายนอก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 กลุ่มศิษย์เก่าของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรมธนารักษ์ โดยกล่าวหาว่าผู้อำนวยการโรงเรียนได้อนุมัติให้มีการขายไม้จากพื้นที่ของโรงเรียนให้กับบุคคลภายนอก ซึ่งระบุว่าเป็นพ่อเลี้ยงของนักเรียนในจังหวัดแพร่

กลุ่มศิษย์เก่าอ้างว่ามีหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว และได้นำเสนอต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการสอบสวน ประเด็นหลักของการร้องเรียนมุ่งเน้นไปที่การจำหน่ายทรัพย์สินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะไม้ที่อยู่ในพื้นที่ของโรงเรียน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการในท้องถิ่น กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของสถานศึกษาของรัฐและความโปร่งใสในการตัดสินใจทางบริหารในโรงเรียนระดับจังหวัด แม้ว่าข้อกล่าวหาจะมีความร้ายแรง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากกลุ่มศิษย์เก่าเท่านั้น กรมธนารักษ์ยังไม่ได้สรุปผลการตรวจสอบหลักฐาน และผู้อำนวยการโรงเรียนยังไม่ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดแต่อย่างใด ความคืบหน้าต่อไปจะขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นเรื่องทางปกครองที่กำลังดำเนินการอยู่ ประชาชนควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะสรุปผลใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:15 UTC

อินฟลูฯดัง 'น้องแพทตี้' ร้องตำรวจไซเบอร์ หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเพจหลอกโอนเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อินฟลูฯดัง 'น้องแพทตี้' ร้องตำรวจไซเบอร์ หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเพจหลอกโอนเงิน

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง 'น้องแพทตี้' ได้เข้าแจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากมีมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมเพื่อหลอกลวงเอาเงินและขายสินค้าในชื่อของเธอ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อินฟลูฯดัง 'น้องแพทตี้' ร้องตำรวจไซเบอร์ หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเพจหลอกโอนเงิน

แหล่งข่าวเดียว
อินฟลูฯดัง 'น้องแพทตี้' ร้องตำรวจไซเบอร์ หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเพจหลอกโอนเงิน

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง 'น้องแพทตี้' ได้เข้าแจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากมีมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมเพื่อหลอกลวงเอาเงินและขายสินค้าในชื่อของเธอ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยที่รู้จักกันในชื่อ 'น้องแพทตี้' ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อแจ้งความว่ามีผู้ไม่หวังดีแอบอ้างชื่อและตัวตนของเธอในโลกออนไลน์ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบุว่ามิจฉาชีพได้สร้างเพจโซเชียลมีเดียปลอมโดยใช้ตัวตนของเธอเพื่อหลอกลวงผู้ติดตามให้โอนเงินและซื้อสินค้าปลอมแปลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่แอบอ้างตัวตนบนโลกออนไลน์ เมื่อต้องติดต่อกับอินฟลูเอนเซอร์หรือธุรกิจบนโซเชียลมีเดีย สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบความถูกต้องของเพจ โดยปกติสามารถตรวจสอบได้จากเครื่องหมายยืนยันตัวตน (Verified Badge) หรือตรวจสอบลิงก์จากเว็บไซต์ทางการ มิจฉาชีพมักใช้กลยุทธ์กดดันหรือเสนอข้อเสนอที่ดูดีเกินจริงเพื่อเร่งให้เหยื่อโอนเงิน

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่ามีผู้เสียหายจำนวนเท่าใดที่ได้รับผลกระทบจากเพจปลอมดังกล่าว และเจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลังการแอบอ้างนี้ได้หรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ใช้งานใช้ความระมัดระวังในการโอนเงินผ่านบัญชีโซเชียลมีเดีย และรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยไปยังแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องหรือตำรวจไซเบอร์โดยตรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:15 UTC

อินฟลูเอนเซอร์ 'น้องแพทตี้' แจ้งความตำรวจไซเบอร์หลังถูกปลอมเพจหลอกขายสินค้า
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อินฟลูเอนเซอร์ 'น้องแพทตี้' แจ้งความตำรวจไซเบอร์หลังถูกปลอมเพจหลอกขายสินค้า

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวไทย 'น้องแพทตี้' ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ หลังพบเพจเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างชื่อและรูปภาพของเธอเพื่อหลอกลวงให้โอนเงิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อินฟลูเอนเซอร์ 'น้องแพทตี้' แจ้งความตำรวจไซเบอร์หลังถูกปลอมเพจหลอกขายสินค้า

แหล่งข่าวเดียว
อินฟลูเอนเซอร์ 'น้องแพทตี้' แจ้งความตำรวจไซเบอร์หลังถูกปลอมเพจหลอกขายสินค้า

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวไทย 'น้องแพทตี้' ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ หลังพบเพจเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างชื่อและรูปภาพของเธอเพื่อหลอกลวงให้โอนเงิน

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 'น้องแพทตี้' อินฟลูเอนเซอร์วัย 17 ปี ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกรณีถูกมิจฉาชีพปลอมแปลงโซเชียลมีเดีย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าน้องแพทตี้ถูกแอบอ้างชื่อมาตั้งแต่ปี 2566 โดยเพจปลอมดังกล่าวมีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน และมีการโพสต์ลิงก์ขายสินค้าเพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน

น้องแพทตี้เปิดเผยว่า ตนเคยพยายามติดต่อเพจปลอมดังกล่าวเพื่อขอให้ลบเพจออก แต่กลับถูกเพิกเฉยและถูกบล็อกในเวลาต่อมา มิจฉาชีพยังคงนำรูปภาพของเธอไปใช้และโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเธออย่างมาก เธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพราะเกรงว่าจะมีผู้เสียหายหลงเชื่อและสูญเสียเงินให้กับมิจฉาชีพกลุ่มนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังการทำธุรกรรมผ่านโซเชียลมีเดีย และควรตรวจสอบความถูกต้องของเพจอินฟลูเอนเซอร์ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ทั้งนี้ ตำรวจไซเบอร์ระบุว่าความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดและปิดเพจดังกล่าวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:17 UTC

จับกุมเจ้าของล้งทุเรียนหลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดลูกจ้าง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมเจ้าของล้งทุเรียนหลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดลูกจ้าง

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าของโรงงานแปรรูปทุเรียนในประเทศไทย หลังจากมีข้อกล่าวหาร้ายแรงเกี่ยวกับการล่วงละเมิดลูกจ้าง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมเจ้าของล้งทุเรียนหลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดลูกจ้าง

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมเจ้าของล้งทุเรียนหลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดลูกจ้าง

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าของโรงงานแปรรูปทุเรียนในประเทศไทย หลังจากมีข้อกล่าวหาร้ายแรงเกี่ยวกับการล่วงละเมิดลูกจ้าง

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้จับกุมเจ้าของล้งทุเรียนแห่งหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางร่างกายหรือทางเพศที่เกี่ยวข้องกับลูกจ้างในสถานประกอบการดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงปัญหาการกำกับดูแลด้านแรงงานที่ยังคงมีอยู่ในภาคการแปรรูปทางการเกษตร แม้อุตสาหกรรมทุเรียนจะเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทยและเป็นจุดดึงดูดที่ได้รับความนิยมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร แต่รายงานเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบในที่ทำงานถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงบริบททางสังคมที่กว้างขึ้นซึ่งล้อมรอบอุตสาหกรรมในท้องถิ่น

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของการล่วงละเมิด ตัวตนของผู้เสียหาย และสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาจะต้องผ่านกระบวนการทางศาลต่อไป ในขณะที่คดีดำเนินไปตามระบบกฎหมายของไทย คาดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะให้ความชัดเจนเพิ่มเติม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น และผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ได้รับกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากตำรวจเพื่อรับรายละเอียดที่ยืนยันแล้วเกี่ยวกับข้อหาและกำหนดการสำหรับการพิจารณาคดีที่จะเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:16 UTC

เจ้าหน้าที่ศรีสะเกษยึดยาบ้ากว่า 11 ล้านเม็ด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ศรีสะเกษยึดยาบ้ากว่า 11 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่จังหวัดศรีสะเกษประกาศความสำเร็จของปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดระยะเวลา 90 วัน ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดของกลางยาเสพติดจำนวนมหาศาล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ศรีสะเกษยึดยาบ้ากว่า 11 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ศรีสะเกษยึดยาบ้ากว่า 11 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่จังหวัดศรีสะเกษประกาศความสำเร็จของปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดระยะเวลา 90 วัน ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดของกลางยาเสพติดจำนวนมหาศาล

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดได้ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดระยะเวลา 90 วัน ตามรายงานของมติชนออนไลน์ โดยปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการค้ายาเสพติดในพื้นที่ และนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนส่งยาเสพติดจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ยืนยันการตรวจยึดยาบ้าได้มากกว่า 11 ล้านเม็ดในระหว่างปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นครั้งใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการทำลายเครือข่ายการจัดส่งยาเสพติดภายในจังหวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดอย่างเข้มงวดในประเทศไทย แม้ว่าปฏิบัติการนี้จะสามารถนำยาเสพติดจำนวนมากออกจากระบบได้สำเร็จ แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่กว้างขวางยิ่งขึ้นยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือแม้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ขอบเขตที่แท้จริงขององค์กรอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลังการขนส่งครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าประเทศไทยมีบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงดำเนินการเชิงรุกเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ถูกทำลายจากเหตุระเบิดในยะลา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ถูกทำลายจากเหตุระเบิดในยะลา

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุระเบิดที่สร้างความเสียหายต่อระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิก จังหวัดยะลา ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ขาดแคลนน้ำใช้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ถูกทำลายจากเหตุระเบิดในยะลา

แหล่งข่าวเดียว
ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ถูกทำลายจากเหตุระเบิดในยะลา

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุระเบิดที่สร้างความเสียหายต่อระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิก จังหวัดยะลา ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ขาดแคลนน้ำใช้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ทีมเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด (EOD) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในตำบลลิปะสะโง จังหวัดยะลา หลังจากเกิดเหตุระเบิดที่มุ่งเป้าไปยังระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากระบบดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำหลักสำหรับชาวบ้าน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของระเบิดและระบุตัวผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมครั้งนี้ ในขั้นตอนนี้ แรงจูงใจของการโจมตียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการทำลายโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความกังวลด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่ของภาคใต้ของประเทศไทย แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะจำกัดอยู่เพียงการขาดแคลนน้ำสำหรับประชาชนในพื้นที่ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือพำนักในจังหวัดยะลาควรเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือการหยุดชะงักของบริการที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าการซ่อมแซมจะใช้เวลานานเท่าใด และจะสามารถจัดหาน้ำสำรองให้แก่ประชาชนในระหว่างนี้ได้อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการซ่อมแซมระบบให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:56 UTC

อดีต กกต. แจ้งความดำเนินคดีนักกฎหมายชื่อดัง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีต กกต. แจ้งความดำเนินคดีนักกฎหมายชื่อดัง

สมชัย ศรีสุทธิยากร ได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อนักกฎหมายชื่อดัง โดยระบุข้อหา 3 ประการและคัดค้านการประกันตัว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีต กกต. แจ้งความดำเนินคดีนักกฎหมายชื่อดัง

แหล่งข่าวเดียว
อดีต กกต. แจ้งความดำเนินคดีนักกฎหมายชื่อดัง

สมชัย ศรีสุทธิยากร ได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อนักกฎหมายชื่อดัง โดยระบุข้อหา 3 ประการและคัดค้านการประกันตัว

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 Matichon Online รายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งข้อหาทางอาญา 3 ข้อหาต่อนักกฎหมายชื่อดัง นายสมชัยระบุว่าเขาตั้งใจที่จะดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยปฏิเสธการไกล่เกลี่ยหรือการประนีประนอมทุกรูปแบบ นอกจากนี้ เขายังได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่แน่วแน่โดยไม่สนใจการแทรกแซงหรือคำขอจากนักการเมืองคนใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในแวดวงกฎหมายและการเมืองของประเทศ แม้ว่าข้อพิพาทนี้จะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเข้มงวดของกระบวนการทางกฎหมายในไทย ทั้งในคดีหมิ่นประมาทและคดีอาญา ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่ากระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และรายละเอียดเฉพาะของข้อหาทั้ง 3 ประการยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือตัวตนของนักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีความที่กำลังดำเนินอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของข้อกล่าวหาทั้งหมด SawaLife จะติดตามสถานการณ์นี้ต่อไปผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เหตุลอบวางระเบิดระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดยะลา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุลอบวางระเบิดระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดยะลา

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเหตุระเบิดและลอบวางเพลิงระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดยะลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุลอบวางระเบิดระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดยะลา

แหล่งข่าวเดียว
เหตุลอบวางระเบิดระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดยะลา

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเหตุระเบิดและลอบวางเพลิงระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดยะลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ในจังหวัดยะลา ได้เข้าตรวจสอบสถานีสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในตำบลลิดล อำเภอเมืองยะลา หลังจากได้รับรายงานเหตุระเบิดในช่วงดึกของคืนก่อนหน้า โดยประชาชนในพื้นที่ระบุว่าได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดในช่วงเวลาประมาณ 23.30–23.50 น. ของวันที่ 3 กันยายน

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแผงโซลาร์เซลล์ได้รับความเสียหาย 10 แผง และตู้ควบคุมระบบถูกลอบวางเพลิงจนได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ อาทิ ชิ้นส่วนยางรถยนต์ ถ่านไฟฉาย และภาชนะบรรจุสีแดง รวมถึงร่องรอยล้อรถและรอยรองเท้า เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และหาตัวผู้กระทำผิด

โครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลลิดลและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงพลังงาน เพื่อใช้ในการส่งน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคของประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบน้ำในชุมชน ทำให้ต้องมีการซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น แม้เจ้าหน้าที่จะอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุและผู้ก่อเหตุ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการระบุกลุ่มผู้รับผิดชอบแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสียหายทั้งหมดและเร่งฟื้นฟูการให้บริการแก่หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:57 UTC

รองนายกฯ แจงหลักกฎหมายปกครองกรณีไล่ออกราชการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ แจงหลักกฎหมายปกครองกรณีไล่ออกราชการ

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ชี้แจงหลักกฎหมายปกครอง 11 ข้อ โดยเน้นย้ำว่าคำสั่งไล่ออกมีผลบังคับใช้ทันที

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รองนายกฯ แจงหลักกฎหมายปกครองกรณีไล่ออกราชการ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ แจงหลักกฎหมายปกครองกรณีไล่ออกราชการ

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ชี้แจงหลักกฎหมายปกครอง 11 ข้อ โดยเน้นย้ำว่าคำสั่งไล่ออกมีผลบังคับใช้ทันที

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายปกครอง ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ นายปกรณ์ได้ระบุหลักกฎหมายสำคัญ 11 ข้อ โดยเน้นย้ำถึงการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองที่มีผลทันที

ประเด็นสำคัญคือการชี้แจงว่าเมื่อข้าราชการถูกไล่ออกจากราชการ การงดจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน และสวัสดิการต่างๆ จะต้องมีผลทันที นายปกรณ์ได้เตือนไม่ให้ใช้โวหารที่อาจบิดเบือนความเข้าใจของสังคมต่อกระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้ โดยขอให้ประชาชนยึดถือหลักการทางปกครองที่ถูกต้องแทนการรับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การชี้แจงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายปกครองของไทย แม้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการบริหารงานภายในของข้าราชการเป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการ 11 ข้อนี้จะถูกนำไปปรับใช้ในข้อพิพาททางปกครองในอนาคตอย่างไร หรือจะมีแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมออกมาเพื่อเสริมความชัดเจนหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของรัฐบาล จึงไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยว แต่ถือเป็นการเตือนให้เห็นถึงกรอบกฎหมายที่เข้มงวดในการดำเนินงานของรัฐในประเทศไทย ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมได้จากช่องทางของรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:40 UTC

เจ้าของบัญชีม้า 2 รายเข้ามอบตัวคดีตุ๋นเงินอดีตข้าราชการในแม่ฮ่องสอน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าของบัญชีม้า 2 รายเข้ามอบตัวคดีตุ๋นเงินอดีตข้าราชการในแม่ฮ่องสอน

หญิงวัย 79 ปีและชายชาวฝรั่งเศสเข้ามอบตัวกับตำรวจในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งมิจฉาชีพที่หลอกลวงอดีตข้าราชการบำนาญสูญเงินกว่า 21 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าของบัญชีม้า 2 รายเข้ามอบตัวคดีตุ๋นเงินอดีตข้าราชการในแม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าของบัญชีม้า 2 รายเข้ามอบตัวคดีตุ๋นเงินอดีตข้าราชการในแม่ฮ่องสอน

หญิงวัย 79 ปีและชายชาวฝรั่งเศสเข้ามอบตัวกับตำรวจในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งมิจฉาชีพที่หลอกลวงอดีตข้าราชการบำนาญสูญเงินกว่า 21 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 บุคคล 2 รายซึ่งถูกระบุว่าเป็นเจ้าของบัญชีม้าได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามรายงานของ Khaosod Online ผู้ต้องหาทั้งสองราย ได้แก่ หญิงวัย 79 ปี และชายชาวฝรั่งเศส ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่สะเรียง ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569

การสอบสวนนี้สืบเนื่องมาจากบุตรชายของผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตข้าราชการบำนาญในอำเภอแม่สะเรียงได้เข้าแจ้งความ โดยระบุว่ามารดาซึ่งมักเดินทางไปทำบุญตามสถานปฏิบัติธรรมต่างๆ ได้ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างทำบุญทิพย์ จนเป็นเหตุให้สูญเสียเงินไปกว่า 21 ล้านบาท ผู้ต้องหาอ้างว่าตนเพียงแค่ให้ผู้อื่นยืมใช้บัญชีธนาคารและไม่ทราบถึงพฤติการณ์ฉ้อโกงของเงินที่หมุนเวียนผ่านบัญชีดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่จากอาชญากรรมทางการเงินที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มบุคคลเปราะบางในประเทศไทย แม้ผู้ต้องหาจะเข้ามอบตัวแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อระบุตัวสมาชิกหลักของเครือข่ายอาชญากรรมนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีการกระจายเงินไปอย่างไรและจะมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมหรือไม่ เจ้าหน้าที่ยังคงแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินกับบุคคลที่ไม่รู้จัก ไม่ว่ากิจกรรมนั้นจะดูมีความน่าเชื่อถือเพียงใดก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:35 UTC

ศาลปกครองเตือน กสทช. กรณีบิดเบือนคำสั่งศาล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองเตือน กสทช. กรณีบิดเบือนคำสั่งศาล

ศาลปกครองของไทยได้ออกคำเตือนไปยัง กสทช. เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองเตือน กสทช. กรณีบิดเบือนคำสั่งศาล

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองเตือน กสทช. กรณีบิดเบือนคำสั่งศาล

ศาลปกครองของไทยได้ออกคำเตือนไปยัง กสทช. เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานศาลปกครองได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับเอกสารข่าวของ กสทช. (ฉบับที่ 85/2569) ลงวันที่ 3 กันยายน 2569 ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีความของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

ศาลระบุว่าการสื่อสารต่อสาธารณะของ กสทช. ได้นำข้อความเพียงบางส่วนจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 มาเผยแพร่ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเป็นการกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นให้รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ไว้พิจารณา โดย นพ.สรณ ได้ยื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ศาลปกครองได้เตือนว่าการนำข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนจากคำสั่งศาลมาเผยแพร่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดด้านการบริหารงานภายในหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมของไทย แม้ข้อพิพาทนี้จะเกี่ยวข้องกับการบริหารงานภายในและกระบวนการทางกฎหมายเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการสื่อสารผลทางคดีของหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่า กสทช. จะตอบสนองต่อคำเตือนของศาลอย่างไร และจะมีการเผยแพร่เอกสารฉบับแก้ไขที่ครบถ้วนหรือไม่ โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสรรหายังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:36 UTC

จับกุมชายชาวสิงคโปร์ในกรุงเทพฯ หลังพบเบาะแสแผนวางยาพิษ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมชายชาวสิงคโปร์ในกรุงเทพฯ หลังพบเบาะแสแผนวางยาพิษ

ตำรวจกรุงเทพฯ ควบคุมตัวชายชาวสิงคโปร์วัย 40 ปี หลังตรวจพบสารเคมีต้องสงสัยและหลักฐานการซื้อของออนไลน์ นำไปสู่การสอบสวนแผนการวางยาพิษที่อาจเกิดขึ้น

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมชายชาวสิงคโปร์ในกรุงเทพฯ หลังพบเบาะแสแผนวางยาพิษ

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมชายชาวสิงคโปร์ในกรุงเทพฯ หลังพบเบาะแสแผนวางยาพิษ

ตำรวจกรุงเทพฯ ควบคุมตัวชายชาวสิงคโปร์วัย 40 ปี หลังตรวจพบสารเคมีต้องสงสัยและหลักฐานการซื้อของออนไลน์ นำไปสู่การสอบสวนแผนการวางยาพิษที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงเทพฯ ได้จับกุมชายชาวสิงคโปร์วัย 40 ปี ชื่อโจเอล ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในเขตบางแค ตามรายงานของ Khaosod English การจับกุมในเบื้องต้นมาจากข้อหาครอบครองยาเสพติดและการอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด อย่างไรก็ตาม การสอบสวนได้ขยายวงกว้างขึ้นหลังจากที่ตำรวจพบสารเคมีหลายชนิดและหลักฐานการซื้อสินค้าออนไลน์ในที่เกิดเหตุ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบวัตถุเหล่านี้เพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงกับแผนการโจมตีด้วยยาพิษหรือไม่ แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกควบคุมตัวไว้แล้ว แต่ลักษณะของสารเคมีและเจตนาที่แน่ชัดเบื้องหลังแผนการดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันถึงแผนการโจมตีที่เป็นรูปธรรมหรือเป้าหมายที่แน่ชัด ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและสื่อท้องถิ่นต่อไป โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิหลังของผู้ต้องสงสัยและผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ในระหว่างที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:50 UTC