ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย ✦
ความปลอดภัย กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน ✦
วัฒนธรรม รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว. ✦
การเมือง สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย. ✦
กีฬา วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 12 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ รายงานจุดน้ำท่วมขัง 67 จุด และมีการออกประกาศเตือนให้เตรียมอพยพในจังหวัดสระบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย 'สีแดง' ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีจุดน้ำท่วมขังรวม 67 จุด ในขณะเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี กำลังเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังในระดับวิกฤต ส่วนที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกประกาศเร่งด่วนให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและความปลอดภัย ถนนสายหลักอาจไม่สามารถสัญจรได้ และบริการขนส่งสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนที่จะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามความคืบหน้าของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 13 แขวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง ทางการกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีระดับสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากฝนที่ตกไม่หยุด น้ำท่วมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด การปิดเส้นทาง และอุปสรรคในการเดินทางในชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่า กทม. จะได้ดำเนินการประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปในเขตเหล่านี้ควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. อย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอพยพหรือผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:31 UTC

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้ผลิตขนมจากกระบองเพชรและผู้ผลิตคราฟต์โซดาในจังหวัดจันทบุรี

จากรายงานของ Khaosod Online รายการโทรทัศน์ไทยหลายรายการกำลังนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารในท้องถิ่น รายการ 'เกษตรสุข' ทางช่อง 7HD นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ปรับตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระบองเพชรกินได้ รวมถึงกัมมี่แปรรูป

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อนำเสนอเรื่องราวของ 'The Craft : บางสระเก้า' ธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญด้านคราฟต์โซดา โดยเจาะลึกถึงความมุ่งมั่นของคุณต็อก – นิสิต อารีวุฒิ ในการพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกัน รายการ 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์' ทางช่อง Workpoint เตรียมพาไปเยือนเพชรบุรีเพื่อชมตำนานวัดดังและชิมอาหารป่ารสเด็ด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายการเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงวิธีการสร้างสรรค์ที่ชุมชนท้องถิ่นนำเกษตรกรรมดั้งเดิมและรสชาติประจำถิ่นมาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รายการเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจค้นหาประสบการณ์ทางอาหารที่น่าสนใจและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในไทย อย่างไรก็ตาม แม้รายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชมควรตรวจสอบเวลาทำการและความพร้อมให้บริการโดยตรงกับทางร้านก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผังรายการโทรทัศน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

ณัฐพงษ์ 'เท้ง' เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ยืนยันว่าพรรคของเขามีหลักฐานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เพียงพอต่อการขอให้มีการสอบสวนการทำงานของ กกต. ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจเกิดความขัดแย้งเชิงสถาบันภายในรัฐบาลไทย แม้ฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการตรวจสอบ แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือจัดตั้งคณะกรรมการตามที่ร้องขอหรือไม่

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการทางกฎหมายและธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความท้าทายนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบันอย่างไร การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. ต่อหลักฐานที่ยื่นเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าสามารถหาเสียงได้จนถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน โดยห้ามทำกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้สมัครและผู้สนับสนุนสามารถดำเนินกิจกรรมหาเสียงได้ตามกฎหมายจนถึงช่วงเวลาที่หน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เน้นย้ำว่าต้องมีการรักษาขอบเขตที่เข้มงวด โดยห้ามการหาเสียงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในขณะที่กำลังใช้สิทธิ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการเลือกตั้งประกันสังคม ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นการเตือนให้ตระหนักถึงความใกล้ชิดของกิจกรรมหาเสียงกับสถานที่ลงคะแนน แม้ว่าสิทธิในการหาเสียงจะยังคงมีผลจนถึงชั่วโมงสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในการลงคะแนนจะได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดเชิงพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ ในขณะนี้ ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนนของตนและเคารพเขตห้ามหาเสียงที่กำหนดไว้รอบสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งอาจมีการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้วันลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

กีฬา

วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

วีรพล ฮีโร่เหรียญรางวัลโอลิมปิกยกน้ำหนัก และภูริพล นักวิ่งลมกรดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วีรพล ฮีโร่โอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักชาวไทย เตรียมตัวขึ้นเวทีการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โดยมีภูริพล นักวิ่งลมกรดชื่อดังร่วมเป็นจุดสนใจในฐานะผู้มีกำหนดการลงแข่งขันในรอบคัดเลือกวิ่ง 200 เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นักกีฬาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนความมุ่งมั่นทางกีฬาในระดับสูงของประเทศบนเวทีระดับทวีป การเข้าร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มักดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก และอาจนำไปสู่การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการแข่งขันที่แน่นอน เวลาในการวิ่งรอบคัดเลือก 200 เมตร และรุ่นน้ำหนักของวีรพลนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาและผู้ชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชียนเกมส์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและรอบชิงเหรียญรางวัล เมื่อใกล้ถึงวันแข่งขัน คาดว่าความตื่นเต้นในท้องถิ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือพื้นที่รับชมสาธารณะในเมืองใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเร่งด่วนสำหรับ 37 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครรวมอยู่ในประกาศเตือนภัยนี้ด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกในพื้นที่สูงถึง 80%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้พื้นที่ภูเขา ทางการแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่ฝนจะตกสูง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของฝนในแต่ละพื้นที่ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไกล เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้การจราจรติดขัดกะทันหันและเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

สาวขับรถแฉพฤติกรรมลุงโบกรถขอเงินซ้ำซากในสมุทรสาคร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สาวขับรถแฉพฤติกรรมลุงโบกรถขอเงินซ้ำซากในสมุทรสาคร

หญิงไทยรายหนึ่งแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับชายที่มักจะขอติดรถและขอเงินด้วยข้ออ้างเท็จซ้ำๆ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขอทานในลักษณะฉวยโอกาส

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สาวขับรถแฉพฤติกรรมลุงโบกรถขอเงินซ้ำซากในสมุทรสาคร

แหล่งข่าวเดียว
สาวขับรถแฉพฤติกรรมลุงโบกรถขอเงินซ้ำซากในสมุทรสาคร

หญิงไทยรายหนึ่งแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับชายที่มักจะขอติดรถและขอเงินด้วยข้ออ้างเท็จซ้ำๆ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขอทานในลักษณะฉวยโอกาส

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์ได้รายงานถึงโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่กลายเป็นกระแสเกี่ยวกับชายวัยกลางคนรายหนึ่งที่มักจะโบกรถขอติดไปกับคนแปลกหน้า หญิงสาวคนหนึ่งเล่าว่าเธอได้ให้ชายคนดังกล่าวขึ้นนั่งท้ายรถกระบะของเธอหลังจากที่เขาอ้างว่าต้องการเดินทางไปสมุทรสาครและถูกรถคันอื่นปฏิเสธมาหลายคัน

เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ชายคนดังกล่าวได้เรียกร้องขอเงินค่าอาหารและค่าเดินทางต่อ แต่หญิงสาวจำได้ว่าเคยพบชายคนนี้มาก่อน โดยในการพบกันครั้งก่อน ชายคนเดียวกันนี้อ้างว่าบ้านของเขาอยู่ภาคใต้ และสามารถโน้มน้าวให้เธอไปส่งที่สี่แยกปราณบุรี ก่อนที่เขาจะขอเงินเพื่อเดินทางกลับบ้าน หลังจากที่เธอปฏิเสธคำขอเงินในครั้งล่าสุด ชายคนดังกล่าวก็ไล่เธอไปโดยไม่มีคำขอบคุณ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยควรใช้ความระมัดระวังเมื่อให้ความช่วยเหลือคนแปลกหน้าบนท้องถนน แม้ว่าวัฒนธรรมไทยจะขึ้นชื่อเรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้ที่เดือดร้อน แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าบางคนอาจใช้ความใจดีนี้หาประโยชน์ผ่านเรื่องราวที่หลอกลวง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางการจะดำเนินการอย่างไรกับพฤติกรรมการขอเงินซ้ำซากนี้ หรือพฤติกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการขอทานแบบฉวยโอกาสที่พบเห็นได้ทั่วไปในภูมิภาคนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 11:56 UTC

รวบหนุ่มเกาหลีใต้ในไทย เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุน 250 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มเกาหลีใต้ในไทย เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุน 250 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้จับกุมชายชาวเกาหลีใต้ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายแดงของอินเตอร์โพล ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงการลงทุนขนาดใหญ่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มเกาหลีใต้ในไทย เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุน 250 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มเกาหลีใต้ในไทย เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุน 250 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้จับกุมชายชาวเกาหลีใต้ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายแดงของอินเตอร์โพล ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงการลงทุนขนาดใหญ่

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากกองกำกับการ 6 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้จับกุมชายชาวเกาหลีใต้ที่ระบุชื่อว่า 'นายลิม' ผู้ต้องหาตามหมายแดงของอินเตอร์โพล ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ระบุว่า นายลิมเป็นตัวการสำคัญในขบวนการฉ้อโกงการลงทุน ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 100 ราย และมูลค่าความเสียหายประมาณ 250 ล้านบาท การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาจนพบตัวที่จังหวัดภูเก็ต นำไปสู่การควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยในการร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อติดตามตัวบุคคลที่ถูกออกหมายจับในคดีอาชญากรรมทางการเงินจากต่างประเทศ แม้ว่าการจับกุมจะเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการทางกฎหมาย แต่คดียังคงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่เกาหลีใต้เมื่อใด และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับปฏิบัติการของขบวนการดังกล่าวต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อการสืบสวนมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 11:37 UTC

รวบตัวเสี่ยเจ้าของล้งทุเรียนดังเมืองจันทบุรี หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศลูกจ้าง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวเสี่ยเจ้าของล้งทุเรียนดังเมืองจันทบุรี หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศลูกจ้าง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดจันทบุรีได้จับกุมเจ้าของล้งทุเรียนชื่อดัง หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศลูกจ้างประมาณ 20 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวเสี่ยเจ้าของล้งทุเรียนดังเมืองจันทบุรี หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศลูกจ้าง

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวเสี่ยเจ้าของล้งทุเรียนดังเมืองจันทบุรี หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศลูกจ้าง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดจันทบุรีได้จับกุมเจ้าของล้งทุเรียนชื่อดัง หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศลูกจ้างประมาณ 20 ราย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ตำรวจในจังหวัดจันทบุรีได้เข้าจับกุมเจ้าของล้งทุเรียนในพื้นที่ ซึ่งระบุชื่อว่านายไพโรจน์ (หรือที่รู้จักในชื่อ 'จารย์แมน') ตามหมายจับของศาลจังหวัดจันทบุรี ตามรายงานของ Khaosod Online การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการร้องเรียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยผู้เสียหายรายหนึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ

เจ้าหน้าที่รายงานว่าการสอบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากมีรายงานเกี่ยวกับการล่วงละเมิดลูกจ้างประมาณ 20 รายภายในสถานประกอบการ ศาลได้ออกหมายจับเลขที่ 170/2569 เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีไปเพื่อการอนาจาร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังซุ่มจับกุมผู้ต้องหาก่อนจะควบคุมตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการจัดการกับการแสวงหาผลประโยชน์และการล่วงละเมิดในภาคเกษตรกรรม แม้ว่าการจับกุมจะเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการยุติธรรม แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผู้ต้องหากำลังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำ และการตัดสินความผิดขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับกระบวนการทางศาล รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของข้อกล่าวหาและสถานะของผู้เสียหายคาดว่าจะปรากฏชัดเจนขึ้นในขณะที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 11:36 UTC

รวบชายวัย 41 ปี พยายามฆ่าอดีตภรรยาที่กำแพงเพชร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายวัย 41 ปี พยายามฆ่าอดีตภรรยาที่กำแพงเพชร

ชายวัย 41 ปีถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า หลังขับรถพุ่งชนอดีตภรรยาและลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 200 เมตร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายวัย 41 ปี พยายามฆ่าอดีตภรรยาที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายวัย 41 ปี พยายามฆ่าอดีตภรรยาที่กำแพงเพชร

ชายวัย 41 ปีถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า หลังขับรถพุ่งชนอดีตภรรยาและลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 200 เมตร

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ตำรวจในจังหวัดกำแพงเพชรได้จับกุมนายบรรเจิด อายุ 41 ปี หลังก่อเหตุรุนแรงกับอดีตภรรยา ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าผู้ก่อเหตุได้ขับรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาโดยเจตนา และลากรถไปไกลประมาณ 200 เมตร ส่งผลให้เหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ดึงรถจักรยานยนต์ออกจากหน้ารถก่อนจะหลบหนีไป และถูกจับกุมได้ที่บ้านพักในเวลาต่อมา ในระหว่างการสอบสวน ผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าทำไปเพราะความหึงหวงหลังจากเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพคู่กับสามีใหม่บนโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่าพยายามตามง้อขอคืนดีมาหลายเดือน แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการขู่ฆ่าก่อนหน้านี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อกล่าวหาต่อผู้ก่อเหตุ ได้แก่ พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และทำให้เสียทรัพย์ โดยได้ส่งตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดกำแพงเพชรแล้ว ส่วนเพื่อนที่นั่งมาในรถด้วยได้รับการกันไว้เป็นพยานเนื่องจากไม่มีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความรุนแรงในครอบครัวที่ร้ายแรง แม้ผู้ก่อเหตุจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเหยื่อและประวัติความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:55 UTC

รวบ 3 วัยรุ่นชายในขอนแก่น หลังถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 3 วัยรุ่นชายในขอนแก่น หลังถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ

ตำรวจขอนแก่นจับกุมชายหนุ่ม 3 คนที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาว 2 คน หลังจากพบกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 3 วัยรุ่นชายในขอนแก่น หลังถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 3 วัยรุ่นชายในขอนแก่น หลังถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ

ตำรวจขอนแก่นจับกุมชายหนุ่ม 3 คนที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาว 2 คน หลังจากพบกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง

เมื่อเช้าวันที่ 4 กันยายน 2569 ตำรวจในจังหวัดขอนแก่นได้จับกุมชายหนุ่ม 3 คน อายุ 19 และ 22 ปี หลังจากได้รับแจ้งเหตุล่วงละเมิดทางเพศ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง โดยผู้ต้องหาได้ชักชวนหญิงสาว 2 คน อายุ 20 และ 21 ปี ไปดื่มต่อที่ห้องพัก

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหาได้ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวทั้งสองและมีการถ่ายคลิปวิดีโอไว้ โดยเหยื่อรายหนึ่งสามารถหลบหนีออกมาได้และแจ้งศูนย์วิทยุ 191 นำไปสู่การเข้าจับกุมผู้ต้องหาคาห้องพัก ขณะนี้ชายทั้ง 3 คนถูกตั้งข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการสังสรรค์ยามค่ำคืน และตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการตอบรับคำชวนไปยังสถานที่ส่วนตัวจากบุคคลที่เพิ่งพบเจอในที่สาธารณะ

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การหลบหนีของเหยื่อ และขอบเขตของหลักฐานทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ ผู้ต้องหายังคงอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:55 UTC

กรมการปกครองแจงปมสอบนายอำเภอปี 68 ยันไม่มีการเรียกรับเงิน 3 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมการปกครองแจงปมสอบนายอำเภอปี 68 ยันไม่มีการเรียกรับเงิน 3 ล้านบาท

กรมการปกครองของไทยออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีการระบุว่าเจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน 3 ล้านบาทในการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปี 2568

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมการปกครองแจงปมสอบนายอำเภอปี 68 ยันไม่มีการเรียกรับเงิน 3 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองแจงปมสอบนายอำเภอปี 68 ยันไม่มีการเรียกรับเงิน 3 ล้านบาท

กรมการปกครองของไทยออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีการระบุว่าเจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน 3 ล้านบาทในการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 กรมการปกครองได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการสอบคัดเลือกข้าราชการเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีการกล่าวอ้างว่ามีการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบรายละ 3 ล้านบาทเพื่อแลกกับการได้เข้าอบรม

กรมการปกครองยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2568 ได้ดำเนินการตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นภายในกรมฯ ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์เรียกรับเงินหรือผลประโยชน์โดยมิชอบ

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แม้ทางกรมฯ จะยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวมีความโปร่งใส แต่เรื่องนี้ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรมการปกครองได้ส่งข้อมูลและพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริงแล้ว เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด ผลสรุปสุดท้ายของกรณีนี้จึงยังต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ กรมการปกครองได้แสดงความมุ่งมั่นในการรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชนผ่านการทำงานที่ตรวจสอบได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:56 UTC

รวบ 3 ชายหลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายในห้องพัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 3 ชายหลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายในห้องพัก

ตำรวจไทยควบคุมตัวชาย 3 คน หลังหญิงวัย 20 ปี ขอความช่วยเหลือให้เพื่อนที่ถูกทำร้ายขณะมึนเมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 3 ชายหลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายในห้องพัก

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 3 ชายหลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายในห้องพัก

ตำรวจไทยควบคุมตัวชาย 3 คน หลังหญิงวัย 20 ปี ขอความช่วยเหลือให้เพื่อนที่ถูกทำร้ายขณะมึนเมา

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้จับกุมชาย 3 คนหลังจากเกิดเหตุการณ์ในห้องพักแห่งหนึ่ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อหญิงวัย 20 ปีสามารถหลบหนีออกมาจากที่เกิดเหตุและขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ซึ่งได้ช่วยพาเธอไปยังสถานีตำรวจ

เมื่อถึงสถานีตำรวจ หญิงสาวได้แจ้งว่าเพื่อนวัย 21 ปีของเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศในขณะที่อยู่ในอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการไปยังสถานที่ดังกล่าวและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนที่พบภายในห้องพัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวและความปลอดภัยของผู้ที่มาด้วย โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางสังคมที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่เหตุการณ์และสถานะสุขภาพปัจจุบันของผู้เสียหายยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมจากตำรวจ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องหรือข้อหาที่จะมีการแจ้งอย่างเป็นทางการในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:56 UTC

นักแสดงสาว 'ฝน ศนันธฉัตร' ร้องตำรวจไซเบอร์ หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ติดต่อ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักแสดงสาว 'ฝน ศนันธฉัตร' ร้องตำรวจไซเบอร์ หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ติดต่อ

นักแสดงสาวชาวไทย ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล ได้เข้าพบตำรวจไซเบอร์เพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกบุคคลปริศนาแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงติดต่อเข้ามา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักแสดงสาว 'ฝน ศนันธฉัตร' ร้องตำรวจไซเบอร์ หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ติดต่อ

แหล่งข่าวเดียว
นักแสดงสาว 'ฝน ศนันธฉัตร' ร้องตำรวจไซเบอร์ หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ติดต่อ

นักแสดงสาวชาวไทย ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล ได้เข้าพบตำรวจไซเบอร์เพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกบุคคลปริศนาแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงติดต่อเข้ามา

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นักแสดงสาว ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว ได้เข้าพบ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) เพื่อให้ข้อมูลและพยานหลักฐานกรณีถูกหญิงปริศนาทักแอปพลิเคชัน LINE เข้ามาติดต่อ

บุคคลดังกล่าวอ้างว่าทำงานให้กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่ามีผู้ใหญ่ระดับสูงสนใจติดต่อให้ดาราสาวรับงาน นักแสดงสาวจึงได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นความพยายามฉ้อโกง จึงได้เข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้กลวิธีทางจิตวิทยา (Social Engineering) โดยมักแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงข้อมูลส่วนตัวหรือเสนองาน ขอแนะนำให้ตรวจสอบตัวตนของผู้ที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานทางการผ่านช่องทางที่เป็นทางการก่อนเริ่มการเจรจาธุรกิจใดๆ ทั้งนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังบัญชี LINE ดังกล่าว รวมถึงขอบเขตความเสียหายทั้งหมดของความพยายามฉ้อโกงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:57 UTC

กรมการปกครองชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเข้าโรงเรียนนายอำเภอ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมการปกครองชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเข้าโรงเรียนนายอำเภอ

กรมการปกครอง (ปค.) ระบุว่าไม่พบหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงิน 3 ล้านบาทเพื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนนายอำเภอ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมการปกครองชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเข้าโรงเรียนนายอำเภอ

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเข้าโรงเรียนนายอำเภอ

กรมการปกครอง (ปค.) ระบุว่าไม่พบหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงิน 3 ล้านบาทเพื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนนายอำเภอ

กรมการปกครอง (ปค.) ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาในที่สาธารณะที่ระบุว่าผู้สมัครต้องจ่ายเงินสินบนจำนวน 3 ล้านบาทเพื่อแลกกับการเข้าศึกษาในโรงเรียนนายอำเภอ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทางกรมฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบภายในหลังจากมีข้อกล่าวหาดังกล่าว และสรุปว่าในขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่ยืนยันได้ว่ามีเจ้าหน้าที่เรียกรับหรือยอมรับเงินดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของระบบบริหารงานที่กำกับดูแลการปกครองส่วนท้องถิ่นและการดำเนินงานระดับจังหวัด โรงเรียนนายอำเภอเป็นสถาบันสำคัญในการผลิตบุคลากรเพื่อบริหารจัดการกิจการระดับภูมิภาค ดังนั้นข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในกระบวนการคัดเลือกจึงอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น

แม้ว่าทางกรมฯ จะปฏิเสธการมีอยู่ของค่าใช้จ่ายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเหล่านี้ แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการตรวจสอบข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงนี้ยังไม่พบหลักฐานการกระทำผิดในขั้นตอนนี้ ความคืบหน้าเพิ่มเติมหรือหลักฐานใหม่จากผู้แจ้งเบาะแสหรือหน่วยงานตรวจสอบยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามดูว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นทางการหรือการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระตามมาเพื่อแก้ไขข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:55 UTC

ร็อกกี้ สมบัติเจริญ เผยถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ร็อกกี้ สมบัติเจริญ เผยถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท

ร็อกกี้ สมบัติเจริญ ยืนยันว่าตนกำลังถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาท โดยได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายเป็นผู้ดูแลจัดการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ร็อกกี้ สมบัติเจริญ เผยถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท

แหล่งข่าวเดียว
ร็อกกี้ สมบัติเจริญ เผยถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท

ร็อกกี้ สมบัติเจริญ ยืนยันว่าตนกำลังถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาท โดยได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายเป็นผู้ดูแลจัดการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ร็อกกี้ สมบัติเจริญ ศิลปินชาวไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีที่มีรายงานว่าเขาถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาท โดยร็อกกี้ระบุว่าเขาได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแลกระบวนการทั้งหมด และเน้นย้ำว่าในขณะนี้เขากำลังให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจของแม่และน้องเป็นหลัก

ในคำแถลงของเขา ร็อกกี้ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของนามสกุล "สมบัติเจริญ" สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตามองของสาธารณชนต่อบุคคลสาธารณะในประเด็นข้อพิพาททางกฎหมาย รวมถึงความเข้มงวดของกฎหมายหมิ่นประมาทในประเทศไทย แม้ว่าศิลปินจะยอมรับว่ามีการดำเนินคดีจริง แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับตัวโจทก์ ลักษณะของข้อความที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท และกำหนดการของศาลยังคงไม่มีการยืนยันแน่ชัด

เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรทราบว่าสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการยุติธรรม SawaLife จะยังคงติดตามรายงานจากสื่อต่างๆ เพื่ออัปเดตความคืบหน้าของคดีนี้ต่อไป ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานข่าวในปัจจุบันและไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการประเมินรูปคดีแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:36 UTC

บุกทลายตู้สล็อตเถื่อนใกล้สถานีตำรวจบางใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

บุกทลายตู้สล็อตเถื่อนใกล้สถานีตำรวจบางใหญ่

เจ้าหน้าที่ไทยบุกทลายแหล่งพนันตู้สล็อตไฟฟ้าในอาคารร้าง ห่างจากสถานีตำรวจบางใหญ่เพียง 500 เมตร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

บุกทลายตู้สล็อตเถื่อนใกล้สถานีตำรวจบางใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
บุกทลายตู้สล็อตเถื่อนใกล้สถานีตำรวจบางใหญ่

เจ้าหน้าที่ไทยบุกทลายแหล่งพนันตู้สล็อตไฟฟ้าในอาคารร้าง ห่างจากสถานีตำรวจบางใหญ่เพียง 500 เมตร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่บางใหญ่ โดยปฏิบัติการดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ตู้สล็อตไฟฟ้าหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "ตู้ม้า" ซึ่งถูกลักลอบเปิดให้บริการอยู่ภายในอาคารดังกล่าว

การบุกทลายครั้งนี้เป็นที่น่าสนใจเนื่องจากสถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากสถานีตำรวจบางใหญ่เพียง 500 เมตรเท่านั้น ซึ่งการค้นพบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าของขบวนการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการพนันผิดกฎหมายในจังหวัดนนทบุรี แม้ว่าการบุกค้นจะสามารถยึดตู้พนันออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้สำเร็จ แต่การสืบสวนขยายผลเพื่อหาเจ้าของอุปกรณ์และระยะเวลาที่เปิดให้บริการยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่ถูกจับกุมหรือเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังตู้พนันเหล่านี้ ผู้ที่เดินทางมาในพื้นที่ควรทราบว่าการพนันยังคงเป็นกิจกรรมที่ผิดกฎหมายและมีการควบคุมอย่างเข้มงวดในประเทศไทย การมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยคาดว่าจะมีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปในขณะที่การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:36 UTC

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังหญิงตั้งครรภ์และทารกเสียชีวิตที่แม่ฮ่องสอน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังหญิงตั้งครรภ์และทารกเสียชีวิตที่แม่ฮ่องสอน

สามีได้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตของภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์และลูกในครรภ์หลังจากการส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังหญิงตั้งครรภ์และทารกเสียชีวิตที่แม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวเดียว
เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังหญิงตั้งครรภ์และทารกเสียชีวิตที่แม่ฮ่องสอน

สามีได้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตของภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์และลูกในครรภ์หลังจากการส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ชายวัย 28 ปี ซึ่งระบุชื่อว่า 'K' ได้ติดต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เกี่ยวกับการเสียชีวิตของภรรยาและลูกในครรภ์ ตามรายงานจาก Khaosod English โศกนาฏกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการส่งตัวผู้ป่วยตามแผนจากโรงพยาบาลขุนยวมในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

'K' ได้วิดีโอคอลกับคุณปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัวทางการแพทย์และการสูญเสียชีวิตที่ตามมา ทั้งนี้ มูลนิธิซึ่งมักให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความประมาทเลินเล่อทางสังคมและการแพทย์ ได้รับการร้องขอให้ตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอนของกรณีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ห่างไกลอย่างแม่ฮ่องสอน กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการจัดการด้านโลจิสติกส์ทางการแพทย์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการส่งตัวผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาลในภูมิภาค แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการ แต่สาเหตุทางการแพทย์ที่แน่ชัดของการเสียชีวิตและรายละเอียดของระเบียบการส่งตัวของโรงพยาบาลยังคงไม่ได้รับการยืนยัน คาดว่าการสอบสวนจะช่วยชี้แจงว่ามีความผิดพลาดในขั้นตอนการส่งตัวระหว่างสถานพยาบาลหรือไม่ ขณะนี้คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของมูลนิธิ และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตอบสนองของโรงพยาบาลหรือผลการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:45 UTC

อดีตคณบดีนิด้าจี้ตำรวจดำเนินคดีเหตุปะทะหน้า สน.ทองหล่อ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตคณบดีนิด้าจี้ตำรวจดำเนินคดีเหตุปะทะหน้า สน.ทองหล่อ

อดีตคณบดีนิด้าเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการอย่างเด็ดขาด หลังมีบุคคลผลักอดีตกรรมการการเลือกตั้งจนตกจักรยานหน้าสถานีตำรวจในกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตคณบดีนิด้าจี้ตำรวจดำเนินคดีเหตุปะทะหน้า สน.ทองหล่อ

แหล่งข่าวเดียว
อดีตคณบดีนิด้าจี้ตำรวจดำเนินคดีเหตุปะทะหน้า สน.ทองหล่อ

อดีตคณบดีนิด้าเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการอย่างเด็ดขาด หลังมีบุคคลผลักอดีตกรรมการการเลือกตั้งจนตกจักรยานหน้าสถานีตำรวจในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร บริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ กรุงเทพฯ ตามรายงานระบุว่า นายณัฐวุฒิได้ผลักนายสมชัยจนตกจากจักรยาน และยังได้ดึงหมวกแก๊ปของนายสมชัยออกพร้อมกับด่าทอต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชน

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดีคณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์เรียกร้องให้ตำรวจ สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิอย่างเด็ดขาด โดยนายพิชายระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการท้าทายหลักนิติรัฐ เนื่องจากเกิดขึ้นในสถานที่ราชการและต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พร้อมทั้งชี้ว่าหากไม่มีการจัดการอาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่ไม่เหมาะสมสำหรับการระงับข้อพิพาทในสังคม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในที่สาธารณะในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านของกรุงเทพฯ แม้ว่าทางนักวิชาการจะออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางตำรวจ สน.ทองหล่อ จะมีการตั้งข้อหาใดๆ ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์เผชิญหน้าในที่สาธารณะนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:37 UTC

ออกคำชี้แจงทางกฎหมายเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองในประเทศไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ออกคำชี้แจงทางกฎหมายเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองในประเทศไทย

ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ชี้แจงสถานะทางกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง โดยเน้นย้ำถึงผลบังคับใช้ทันทีและเตือนให้ระวังการบิดเบือนข้อมูลต่อสาธารณะ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ออกคำชี้แจงทางกฎหมายเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ออกคำชี้แจงทางกฎหมายเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองในประเทศไทย

ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ชี้แจงสถานะทางกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง โดยเน้นย้ำถึงผลบังคับใช้ทันทีและเตือนให้ระวังการบิดเบือนข้อมูลต่อสาธารณะ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 Matichon Online รายงานว่า ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ออกคำชี้แจงโดยละเอียดเกี่ยวกับกรอบกฎหมายที่ควบคุมคำสั่งทางปกครองในประเทศไทย โดยปกรณ์ได้ระบุประเด็นทางกฎหมาย 11 ข้อเพื่อตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม โดยยืนยันว่าคำสั่งทางปกครองมีผลผูกพันทางกฎหมายและสามารถบังคับใช้ได้ทันทีเมื่อมีการออกคำสั่ง

คำชี้แจงนี้ถือเป็นการเตือนถึงลักษณะทางกฎหมายที่เคร่งครัดของคำสั่งทางปกครองภายในประเทศ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักว่าคำสั่งทางปกครองอย่างเป็นทางการมีผลบังคับใช้ทันทีและไม่สามารถล่าช้าได้โดยอ้างอิงจากการถกเถียงหรือการตีความของสาธารณะ ปกรณ์ได้เตือนอย่างชัดเจนถึงการใช้ถ้อยคำที่อาจบิดเบือนความเข้าใจของสาธารณชนเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้ โดยชี้ให้เห็นว่าข้อมูลที่บิดเบือนดังกล่าวอาจนำไปสู่ความสับสนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

แม้ว่าคำแถลงดังกล่าวจะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลบังคับใช้ทันทีของคำสั่งเหล่านี้ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสำหรับบุคคลที่อาจถูกชักจูงโดยวาทกรรมสาธารณะก่อนหน้านี้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเพียงการชี้แจงทางกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบาย การพัฒนาในอนาคตเกี่ยวกับวิธีการสื่อสารคำสั่งเหล่านี้ต่อสาธารณะหรือมาตรการบังคับใช้เฉพาะเจาะจงนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:15 UTC

ข้อพิพาททางกฎหมาย: สมชัยเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางกฎหมาย: สมชัยเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อทนายความ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาททางกฎหมาย: สมชัยเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางกฎหมาย: สมชัยเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อทนายความ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 สมชัย ศรีสุทธิยากร ได้ประกาศความตั้งใจที่จะยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อทนายความ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม โดยเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งสืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาที่ณัฐวุฒิได้กล่าวถึงพฤติกรรมของสมชัย

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้วิพากษ์วิจารณ์ทีมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่อสาธารณะ โดยกล่าวหาว่าทีมกฎหมายไม่ได้ทำการบ้านหรือตรวจสอบข้อมูลอย่างเพียงพอ นอกจากนี้เขายังอ้างว่าข้อกล่าวหาที่พุ่งเป้ามาที่เขานั้นเป็นเท็จและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของข้อพิพาททางกฎหมายในที่สาธารณะที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมืองและกฎหมาย แม้ว่าการฟ้องร้องในระดับสูงเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงมาตรฐานที่เข้มงวดในเรื่องการหมิ่นประมาทและความรับผิดชอบทางกฎหมายภายในประเทศ

ในขณะนี้ คดียังไม่ได้ถูกยื่นฟ้องต่อศาลอย่างเป็นทางการ สาธารณชนกำลังรอการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงของคำฟ้อง และรอดูว่าคดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าข้อพิพาทนี้จะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางกฎหมายในวงกว้างหรือจะได้รับการแก้ไขผ่านการไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ รายละเอียดของข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:15 UTC

JMART และ SGC ตอบรับเกณฑ์กำกับดูแลใหม่สำหรับบริการ Non-Bank และ BNPL
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

JMART และ SGC ตอบรับเกณฑ์กำกับดูแลใหม่สำหรับบริการ Non-Bank และ BNPL

ผู้เล่นรายใหญ่ในกลุ่มการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารของไทยอย่าง JMART และ SGC ได้แสดงการสนับสนุนต่อกรอบการกำกับดูแลใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับบริการ 'ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง' (BNPL)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

JMART และ SGC ตอบรับเกณฑ์กำกับดูแลใหม่สำหรับบริการ Non-Bank และ BNPL

แหล่งข่าวเดียว
JMART และ SGC ตอบรับเกณฑ์กำกับดูแลใหม่สำหรับบริการ Non-Bank และ BNPL

ผู้เล่นรายใหญ่ในกลุ่มการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารของไทยอย่าง JMART และ SGC ได้แสดงการสนับสนุนต่อกรอบการกำกับดูแลใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับบริการ 'ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง' (BNPL)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังดำเนินการยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารและบริการ 'ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง' (BNPL) นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่ามาตรการเหล่านี้ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกสำหรับอุตสาหกรรม เนื่องจากคาดว่าจะช่วยสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่ชัดเจนขึ้นและปรับปรุงการคุ้มครองผู้บริโภค

SGC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ได้ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ โดยระบุว่าได้วางระบบบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่แข็งแกร่งไว้แล้ว สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดสินเชื่อผู้บริโภคและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของสินเชื่อที่รวดเร็ว การทำให้การกำกับดูแลผู้ให้บริการ BNPL เป็นทางการนั้น ธนาคารกลางตั้งใจที่จะสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่โปร่งใสยิ่งขึ้น

แม้ว่าผู้นำในอุตสาหกรรมจะออกมาต้อนรับความเคลื่อนไหวดังกล่าวต่อสาธารณะ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานที่จำเป็นสำหรับผู้เล่นทุกรายในตลาดยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ามาตรฐานใหม่เหล่านี้จะส่งผลต่อความพร้อมและเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับผู้บริโภคอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะที่ภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบมีการพัฒนา ผู้ที่ใช้บริการผ่อนชำระควรติดตามการอัปเดตจากผู้ให้บริการทางการเงินของตนเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในสัญญาการใช้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:39 UTC

แม่ร่ำไห้เรียกร้องความเป็นธรรม หลังลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนโดยครูสาว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

แม่ร่ำไห้เรียกร้องความเป็นธรรม หลังลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนโดยครูสาว

แม่ของผู้เสียชีวิตคัดค้านผลการตัดสินของตำรวจและบริษัทประกันภัยที่ระบุว่าเป็น 'ประมาทร่วม' หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนทำให้ลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

แม่ร่ำไห้เรียกร้องความเป็นธรรม หลังลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนโดยครูสาว

แหล่งข่าวเดียว
แม่ร่ำไห้เรียกร้องความเป็นธรรม หลังลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนโดยครูสาว

แม่ของผู้เสียชีวิตคัดค้านผลการตัดสินของตำรวจและบริษัทประกันภัยที่ระบุว่าเป็น 'ประมาทร่วม' หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนทำให้ลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิต

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ แม่ของผู้เสียชีวิตได้ออกมาแสดงความกังวลและไม่พอใจต่อการจัดการคดีอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้ลูกชายวัย 17 ปีเสียชีวิต หลังจากที่รถของลูกชายถูกรถยนต์ที่ขับโดยครูสาวชนท้าย

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องได้ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีของ 'ประมาทร่วม' ซึ่งส่งผลให้มีการเสนอเงินชดเชยให้แก่ครอบครัวเป็นจำนวน 3,000 บาท ขณะนี้ผู้เป็นแม่กำลังคัดค้านผลการตัดสินดังกล่าวและเรียกร้องให้มีการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนที่มักเกิดขึ้นในการสืบสวนอุบัติเหตุทางถนนและการตกลงกับบริษัทประกันภัย ข้อพิพาทเรื่องความรับผิดชอบอาจใช้เวลานานและสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เสียชีวิต เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจกฎหมายจราจรในท้องถิ่น รวมถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการกับระบบกฎหมายและประกันภัยของไทยหลังจากเกิดอุบัติเหตุ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่จะมีการรื้อฟื้นการสอบสวนใหม่หรือไม่ หรือบริษัทประกันภัยจะมีการปรับเปลี่ยนการประเมินคดีนี้อย่างไร ครอบครัวยังคงต้องการความชัดเจนและความเป็นธรรมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การสูญเสียลูกชายของพวกเขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:56 UTC

อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร เตรียมฟ้องกลับปมถูกกล่าวหาเรื่องเงินบริจาค
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร เตรียมฟ้องกลับปมถูกกล่าวหาเรื่องเงินบริจาค

สมชัย ศรีสุทธิยากร ดำเนินการทางกฎหมายต่อ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม โดยเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท หลังถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินบริจาค

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร เตรียมฟ้องกลับปมถูกกล่าวหาเรื่องเงินบริจาค

แหล่งข่าวเดียว
อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร เตรียมฟ้องกลับปมถูกกล่าวหาเรื่องเงินบริจาค

สมชัย ศรีสุทธิยากร ดำเนินการทางกฎหมายต่อ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม โดยเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท หลังถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินบริจาค

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศแผนการยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาทจากนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม การดำเนินการทางกฎหมายนี้สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาของนายณัฐวุฒิที่ระบุว่านายสมชัยนำเงินจากกองทุนช่วยเหลือทางกฎหมายไปใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงเรื่องชู้สาวและงานแต่งงานปลอม

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายสมชัยได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจทองหล่อเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิในข้อหาแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นายสมชัยและทนายความ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง โดยได้นำหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มาแสดงเพื่อยืนยันว่าเงินในกองทุนยังอยู่ครบถ้วน ทนายความระบุว่ากองทุนดังกล่าวมีระบบการเบิกถอนที่ต้องใช้บุคคลลงนามร่วมกันหลายคน และไม่มีการเบิกถอนเงินแม้แต่บาทเดียวนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อพิพาทนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบกองทุนบริจาคสาธารณะในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสในเรื่องการเงิน ทั้งนี้ยังคงต้องรอการตัดสินของศาลในคดีหมิ่นประมาท และต้องติดตามว่าหลักฐานที่นายสมชัยนำเสนอจะนำไปสู่การยกฟ้องข้อกล่าวหาเดิมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:58 UTC