ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
ความปลอดภัย ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย ✦
เหตุการณ์ คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

Thai Post รายงานว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและบ่อนการพนันอาจมีความหละหลวมในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจมีท่าทีที่ผ่อนปรนในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นในระหว่างที่รอการแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่และการดำเนินนโยบายใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้เน้นย้ำถึงการขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและสถานประกอบการพนัน ซึ่งความหละหลวมที่อาจเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่สถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสถานบันเทิงในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วไปหรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด รวมถึงต้องรอดูว่าผู้บริหารตำรวจชุดใหม่จะจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้อย่างไรเมื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อไปเยือนย่านสถานบันเทิง เนื่องจากระดับการปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานที่เหล่านี้อาจมีความไม่สม่ำเสมอในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

เหตุการณ์

คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีของลูกต่อไป

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์จากการเป็นคู่รัก โดยทั้งคู่ระบุว่าจะหันมาโฟกัสที่การทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีให้กับ 'น้องดิน' ลูกชายของพวกเขา

ตามคำแถลง ทั้งคู่ระบุว่าปัญหาเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันในหลายเรื่อง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตคู่เป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะยังมีความรักและความปรารถนาดีให้กันอยู่เสมอ ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นข้อสรุปหลังจากที่ได้พยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งคู่ได้จัดการเรื่องเอกสารการแยกทางกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวใหม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของคู่รักที่เป็นที่รู้จัก แม้ทั้งคู่จะเปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาชีพในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงในการปรากฏตัวต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมจากนี้ แฟนคลับและสาธารณชนได้รับความขอความร่วมมือให้เคารพความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

เจ้าอาวาสวัดในอยุธยาถูกจับกุมท่ามกลางการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าอาวาสวัดในอยุธยาถูกจับกุมท่ามกลางการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์

พระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกตำรวจควบคุมตัวหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าอาวาสวัดในอยุธยาถูกจับกุมท่ามกลางการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าอาวาสวัดในอยุธยาถูกจับกุมท่ามกลางการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์

พระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกตำรวจควบคุมตัวหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท

เมื่อเช้าวันที่ 10 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เข้าจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตามรายงานจาก Khaosod English การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการสอบสวนกรณีการยักยอกเงินกว่า 92 ล้านบาทออกจากบัญชีของวัด โดยข้อกล่าวหาที่ตั้งต่อเจ้าอาวาสรูปนี้ประกอบด้วยการยักยอกทรัพย์ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการฟอกเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการบริหารจัดการสถาบันทางศาสนาในประเทศไทยที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้วัดดังกล่าวจะยังคงเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ แต่ผู้มาเยือนควรทราบว่าขณะนี้วัดกำลังตกเป็นศูนย์กลางของการสอบสวนคดีอาญาครั้งใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในการดำเนินงานของวัดหรือการเข้าถึงของสาธารณชน

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการที่เงินถูกยักยอกหรือขอบเขตของการมีส่วนร่วมของเจ้าอาวาสนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากศาลต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการของวัดและสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:35 UTC

จังหวัดพิจิตรให้ออก 55 ข้าราชการท้องถิ่น หลังพบทุจริตสอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดพิจิตรให้ออก 55 ข้าราชการท้องถิ่น หลังพบทุจริตสอบ

จังหวัดพิจิตรได้สั่งให้ออกข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 55 รายอย่างเป็นทางการ หลังจากการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จังหวัดพิจิตรให้ออก 55 ข้าราชการท้องถิ่น หลังพบทุจริตสอบ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดพิจิตรให้ออก 55 ข้าราชการท้องถิ่น หลังพบทุจริตสอบ

จังหวัดพิจิตรได้สั่งให้ออกข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 55 รายอย่างเป็นทางการ หลังจากการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ประกาศการให้ออกข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 55 ราย เนื่องจากพบการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานจริง ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทยและการตรวจสอบคะแนนสอบที่ได้รับจากส่วนกลาง โดยผู้ที่ถูกให้ออกประกอบด้วยพนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 7 ราย พนักงานเทศบาล 17 ราย และพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 31 ราย

คำสั่งให้ออกมีผลตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 หลังจากที่คณะกรรมการระดับจังหวัดได้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐานเสร็จสิ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในจังหวัดพิจิตร เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการรักษาความโปร่งใสภายในหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรในทันที แต่สถานการณ์ในส่วนของผลกระทบทางการเงินยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้ว่าราชการจังหวัดธนียาระบุว่า ประเด็นเรื่องการเรียกคืนเงินเดือนหรือสวัสดิการที่ผู้ถูกให้ออกได้รับไปแล้วนั้นยังคงต้องรอคำตอบ ขณะนี้จังหวัดกำลังรอแนวทางเพิ่มเติมจากหน่วยงานส่วนกลางและคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อกำหนดขั้นตอนต่อไปเกี่ยวกับการชดใช้ทางการเงิน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนขยายผลเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบยังคงดำเนินต่อไปในระดับประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:36 UTC

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ลาสิกขาหลังถูกตั้งข้อหาทางอาญา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ลาสิกขาหลังถูกตั้งข้อหาทางอาญา

อดีตเจ้าอาวาสวัดดังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ลาสิกขาบทท่ามกลางการสอบสวนคดีฟอกเงิน การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อกล่าวหาเรื่องการเสพเมถุน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ลาสิกขาหลังถูกตั้งข้อหาทางอาญา

แหล่งข่าวเดียว
อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ลาสิกขาหลังถูกตั้งข้อหาทางอาญา

อดีตเจ้าอาวาสวัดดังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ลาสิกขาบทท่ามกลางการสอบสวนคดีฟอกเงิน การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อกล่าวหาเรื่องการเสพเมถุน

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยืนยันว่า พระวชิรญาณ วิ. หรือ อติโชติ ธมฺมวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ลาสิกขาบทอย่างเป็นทางการแล้ว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ อดีตพระรูปดังกล่าวได้เปลี่ยนสถานะเป็นฆราวาสโดยสวมชุดขาวหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว

กระบวนการทางกฎหมายต่ออดีตเจ้าอาวาสเกี่ยวข้องกับข้อหาหนัก ได้แก่ การฟอกเงินและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รับหลักฐานรวมถึงคลิปวิดีโอที่กล่าวหาว่าอดีตเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมเสพเมถุนกับสีกาภายในกุฏิ ในระหว่างกระบวนการลาสิกขา มีรายงานว่าอดีตพระรูปดังกล่าวยอมรับในพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาและแสดงความกังวลต่อสถานะของศาสนา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบการบริหารจัดการวัดและพฤติกรรมของพระสงฆ์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้อดีตเจ้าอาวาสจะยอมรับในพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายในคดีฟอกเงินและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบยังคงดำเนินอยู่ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้จะส่งผลต่อการบริหารจัดการวัดพุทไธศวรรย์ในอนาคตอย่างไร และจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าตามพระธรรมวินัย การกระทำดังกล่าวถือเป็นอาบัติปาราชิกซึ่งส่งผลให้ขาดจากความเป็นพระโดยอัตโนมัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:37 UTC

ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมจากการบุกรุกพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในอำเภอไชยปราการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมจากการบุกรุกพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในอำเภอไชยปราการ

ชาวบ้านในอำเภอไชยปราการแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำกว่า 6,000 ไร่เพื่อปลูกขิง และรายงานการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชใกล้แหล่งน้ำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมจากการบุกรุกพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในอำเภอไชยปราการ

แหล่งข่าวเดียว
ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมจากการบุกรุกพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในอำเภอไชยปราการ

ชาวบ้านในอำเภอไชยปราการแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำกว่า 6,000 ไร่เพื่อปลูกขิง และรายงานการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชใกล้แหล่งน้ำ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ชาวบ้านในอำเภอไชยปราการกำลังแสดงความกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำที่ได้รับการคุ้มครองประมาณ 6,000 ไร่ โดยมีการระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกถางเพื่อใช้ในการทำไร่ขิงขนาดใหญ่

นอกเหนือจากการสูญเสียพื้นที่ป่าแล้ว ชุมชนยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำในพื้นที่ รายงานระบุว่ากลุ่มนายทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเกษตรเหล่านี้ได้ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชลงในแหล่งน้ำหรือบริเวณใกล้เคียง ซึ่งก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำอุปโภคบริโภคในท้องถิ่นและผลกระทบทางนิเวศวิทยาระยะยาวต่อพื้นที่ต้นน้ำของภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพน้ำและการอนุรักษ์ภูมิทัศน์ธรรมชาติ แม้ว่ารายงานเกี่ยวกับการถางป่าและการใช้สารเคมีจะน่ากังวล แต่ขอบเขตของความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและตัวตนที่แน่ชัดของผู้ที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันจากการตรวจสอบของทางการ ทางการยังไม่ได้ให้การประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศในท้องถิ่นอย่างครอบคลุม หรือยืนยันสถานะทางกฎหมายของการใช้ที่ดินดังกล่าว ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางผ่านพื้นที่อำเภอไชยปราการควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:15 UTC

ยิว ฉัตรมงคล โต้กลับกระแสวิจารณ์ เจนนี่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยิว ฉัตรมงคล โต้กลับกระแสวิจารณ์ เจนนี่

ยิว ฉัตรมงคล ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ออนไลน์ที่พุ่งเป้าไปยัง เจนนี่ ภรรยาของเขา เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างคอนเทนต์ และเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยิว ฉัตรมงคล โต้กลับกระแสวิจารณ์ เจนนี่

แหล่งข่าวเดียว
ยิว ฉัตรมงคล โต้กลับกระแสวิจารณ์ เจนนี่

ยิว ฉัตรมงคล ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ออนไลน์ที่พุ่งเป้าไปยัง เจนนี่ ภรรยาของเขา เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างคอนเทนต์ และเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ยิว ฉัตรมงคล ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์อย่างรุนแรงหลังจากที่มีการโจมตี เจนนี่ ภรรยาของเขาบนโลกออนไลน์ โดยประเด็นวิจารณ์มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่าเจนนี่สร้างคอนเทนต์ขึ้นมาเพื่อเรียกกระแสความสนใจจากสาธารณชน

เพื่อตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้ ยิวได้ออกมาปกป้องภรรยาของเขาอย่างเปิดเผย และประกาศความตั้งใจที่จะดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลที่เขาเรียกว่า 'หัวขโมย' รวมถึงผู้ที่กุเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของพวกเขา สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างบุคคลสาธารณะและนักวิจารณ์บนโซเชียลมีเดียในประเทศไทย ซึ่งการหมิ่นประมาทออนไลน์และการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนยังคงเป็นประเด็นความขัดแย้งที่สำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติของการสนทนาบนโซเชียลมีเดียไทยที่มีความเคลื่อนไหวสูงและมักจะมีความผันผวน แม้ว่าทั้งคู่จะแสดงจุดยืนที่ชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการยื่นฟ้องทางกฎหมายและตัวตนของบุคคลที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นข้อพิพาทส่วนตัวระหว่างบุคคลสาธารณะและผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์พวกเขาบนโลกออนไลน์ เมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้า ข้อมูลเพิ่มเติมอาจช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและผลกระทบต่อภาพลักษณ์สาธารณะของทั้งคู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:16 UTC

ศุลกากรเบตงจับกุมบุหรี่เถื่อนกว่า 8,000 มวน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศุลกากรเบตงจับกุมบุหรี่เถื่อนกว่า 8,000 มวน

เจ้าหน้าที่ศุลกากรเบตง จังหวัดยะลา จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดบุหรี่ผิดกฎหมายกว่า 8,000 มวน โดยขณะนี้กำลังเร่งขยายผลการสอบสวนเครือข่ายลักลอบนำเข้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศุลกากรเบตงจับกุมบุหรี่เถื่อนกว่า 8,000 มวน

แหล่งข่าวเดียว
ศุลกากรเบตงจับกุมบุหรี่เถื่อนกว่า 8,000 มวน

เจ้าหน้าที่ศุลกากรเบตง จังหวัดยะลา จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดบุหรี่ผิดกฎหมายกว่า 8,000 มวน โดยขณะนี้กำลังเร่งขยายผลการสอบสวนเครือข่ายลักลอบนำเข้า

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางเป็นบุหรี่หนีภาษีจำนวน 8,475 มวน โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าวไว้เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสกัดกั้นการค้าข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมายในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายศุลกากรอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบนำเข้า แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่ผู้ต้องหารายเดียว แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่ากำลังเร่งขยายผลการสอบสวนเพื่อระบุตัวและทลายเครือข่ายลักลอบนำเข้าขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการนำสินค้าเหล่านี้เข้ามา

ในขณะนี้ ขอบเขตทั้งหมดของขบวนการลักลอบขนส่งดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของบุหรี่หรือความเชื่อมโยงของผู้ต้องหากับกลุ่มอาชญากรรมขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ขอเตือนนักท่องเที่ยวว่าการครอบครองและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้องมีโทษตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด โดยคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการติดตามห่วงโซ่อุปทานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:55 UTC

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุมคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุมคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท

อดีตเจ้าอาวาสชื่อดังในอยุธยาถูกสึกจากการเป็นพระภิกษุหลังถูกจับกุมในข้อหายักยอกเงินวัดจำนวน 92 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุมคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุมคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท

อดีตเจ้าอาวาสชื่อดังในอยุธยาถูกสึกจากการเป็นพระภิกษุหลังถูกจับกุมในข้อหายักยอกเงินวัดจำนวน 92 ล้านบาท

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้เข้าจับกุมพระวชิรญาณ วิ. (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ 'หลวงพ่อโชติ' อายุ 66 ปี เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การจับกุมเกิดขึ้นภายในวัดตามหมายจับของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ลงวันที่ 8 กันยายน 2569

เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าอดีตเจ้าอาวาสรายนี้ได้เบียดบังเงินวัดไปเป็นของตนเองจำนวน 92 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินดังกล่าวให้สีกาคนสนิทเพื่อฟอกเงิน อดีตเจ้าอาวาสเผชิญข้อหาหลายประการ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การเบียดบังทรัพย์สิน และการร่วมกันฟอกเงิน หลังจากการจับกุม อดีตพระรูปดังกล่าวได้ยอมสึกจากการเป็นพระภิกษุ โดยขอเวลาทำใจก่อนที่จะออกจากเพศบรรพชิตอย่างเป็นทางการ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบความโปร่งใสทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนา แม้วัดพุทไธศวรรย์จะยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าการบริหารจัดการภายในวัดจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร และเงินที่ยึดได้จะถูกส่งคืนวัดหรือไม่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควรทราบว่าการดำเนินงานของวัดอาจได้รับผลกระทบจากการสอบสวนคดีสำคัญนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:19 UTC

กรมทรัพยากรน้ำส่งเสริมการป้องกันการทุจริตและความโปร่งใส
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำส่งเสริมการป้องกันการทุจริตและความโปร่งใส

กรมทรัพยากรน้ำของไทยได้เปิดตัวโครงการเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการป้องกันการทุจริตและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมทรัพยากรน้ำส่งเสริมการป้องกันการทุจริตและความโปร่งใส

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำส่งเสริมการป้องกันการทุจริตและความโปร่งใส

กรมทรัพยากรน้ำของไทยได้เปิดตัวโครงการเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการป้องกันการทุจริตและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศโครงการใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความรู้ภายในองค์กรเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริต ตามรายงานอย่างเป็นทางการของกรมฯ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและรับรองว่ามีการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมภายในหน่วยงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐในการปรับปรุงความซื่อสัตย์ในการบริหารจัดการ แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลภายใน แต่ความพยายามดังกล่าวโดยทั่วไปมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความรับผิดชอบของบริการสาธารณะที่จัดการทรัพยากรที่สำคัญของชาติ รวมถึงโครงการจัดการน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นหรือการวางแผนด้านสิ่งแวดล้อม

ในขั้นตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติการที่เฉพาะเจาะจงหรือกลไกการกำกับดูแลใหม่ที่เกิดจากโครงการฝึกอบรมนี้ยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไป กรมฯ ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อค่านิยมเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมภายในเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะหรือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายนอก ผู้สังเกตการณ์สามารถติดตามการอัปเดตในอนาคตจาก DWR เพื่อดูว่านโยบายภายในเหล่านี้จะแปลไปสู่การปรับปรุงที่จับต้องได้ในการให้บริการสาธารณะอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:40 UTC

ทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติกลางกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติกลางกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ไทยร่วมมือกับหน่วยงานสหรัฐฯ จับกุมผู้ต้องหา 2 รายในกรุงเทพฯ ข้อหาลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติกลางกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติกลางกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ไทยร่วมมือกับหน่วยงานสหรัฐฯ จับกุมผู้ต้องหา 2 รายในกรุงเทพฯ ข้อหาลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมกับชุดเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติฯ และเจ้าหน้าที่จาก U.S. Fish and Wildlife Service ได้ปฏิบัติการจับกุมในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ ชายสัญชาติกัมพูชาอายุ 35 ปี และชายสัญชาติไทยอายุ 39 ปี ภายในปั๊มน้ำมันย่านถนนวิภาวดีรังสิต เขตพญาไท

ในระหว่างการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ นกเงือกหัวแรดและชะนี ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาหนักเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยผิดกฎหมาย ปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานไทยและระหว่างประเทศในการทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติที่ดำเนินกิจการอยู่ในเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเข้มงวดในประเทศไทย การมีส่วนร่วมในการซื้อหรือขนส่งสัตว์ป่าคุ้มครองถือเป็นความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง แม้ว่าจะมีการจับกุมผู้ต้องหาในเบื้องต้นแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงเครือข่ายทั้งหมดและตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของสัตว์หรือจุดหมายปลายทางของเครือข่ายค้าสัตว์ป่าดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:36 UTC

ตำรวจเข้ามอบตัวหลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตในพื้นที่บางละมุง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเข้ามอบตัวหลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตในพื้นที่บางละมุง

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่หลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตภายในโรงเรียนอนุบาลในจังหวัดชลบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเข้ามอบตัวหลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตในพื้นที่บางละมุง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเข้ามอบตัวหลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตในพื้นที่บางละมุง

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่หลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตภายในโรงเรียนอนุบาลในจังหวัดชลบุรี

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 กันยายน 2569 ร.ต.ต.ทัศพงษ์ รอง สวป.สภ.บางละมุง ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากก่อเหตุยิงภรรยาที่รู้จักกันในชื่อ “ครูเปิ้ล” เสียชีวิตภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์

การมอบตัวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.20 น. หลังจากบุตรชายซึ่งเป็นตำรวจคือ ส.ต.อ.รชต ได้เจรจาเกลี้ยกล่อมตลอดทั้งคืน หลังจากมอบตัว ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.บางละมุง ทันที โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจากชลบุรีได้เข้าเก็บคราบเขม่าดินปืนจากรถยนต์ที่คาดว่าใช้ในการก่อเหตุ

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 10 กันยายน ผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจ โดยมีบุตรชายและญาติเดินทางมาเยี่ยมเพื่อนำเสื้อผ้า อาหาร และยาประจำตัวมามอบให้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่บางละมุง เหตุการณ์นี้เป็นคดีอาชญากรรมเฉพาะบุคคล แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในโรงเรียน แต่เป็นความขัดแย้งภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อสรุปรายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้น ทางตำรวจจะดำเนินการยืนยันข้อเท็จจริงต่อไปในระหว่างการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:37 UTC

ผบ.ตร. ร้องขอความช่วยเหลือเรื่องงบประมาณ หวั่นกระทบตำรวจชั้นผู้น้อย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ตร. ร้องขอความช่วยเหลือเรื่องงบประมาณ หวั่นกระทบตำรวจชั้นผู้น้อย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐสภาเกี่ยวกับงบประมาณที่ถูกปรับลดลง 5 หมื่นล้านบาท โดยระบุว่าอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผบ.ตร. ร้องขอความช่วยเหลือเรื่องงบประมาณ หวั่นกระทบตำรวจชั้นผู้น้อย

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. ร้องขอความช่วยเหลือเรื่องงบประมาณ หวั่นกระทบตำรวจชั้นผู้น้อย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐสภาเกี่ยวกับงบประมาณที่ถูกปรับลดลง 5 หมื่นล้านบาท โดยระบุว่าอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อย

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ในระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันที่ 4 ได้มีการหารือถึงการจัดสรรงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ร้องขอความช่วยเหลือจากคณะกรรมาธิการงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาการถูกปรับลดงบประมาณของหน่วยงานลงถึง 5 หมื่นล้านบาท

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแสดงความกังวลว่าการตัดงบประมาณจำนวนมากเช่นนี้จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อย ในระหว่างการประชุม คณะกรรมาธิการยังได้หารือเกี่ยวกับประเด็นด่านตรวจตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าจะดำเนินการอย่างเข้มงวดหากพบการกระทำผิดที่ด่านตรวจ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้ขอเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดงบประมาณด้านการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ซึ่งทางตำรวจตกลงที่จะจัดส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณสำหรับบริการด้านความปลอดภัยสาธารณะ แม้ว่าการพิจารณางบประมาณจะเป็นกระบวนการทางกฎหมายตามปกติ แต่ความเป็นไปได้ที่จะได้รับทรัพยากรลดลงอาจส่งผลต่อขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าการจัดสรรงบประมาณขั้นสุดท้ายจะเป็นอย่างไร และคณะกรรมาธิการจะอนุมัติการปรับเปลี่ยนตามที่ร้องขอหรือไม่ ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าจากรัฐสภาต่อไปในขณะที่ร่างงบประมาณแผ่นดินวงเงิน 3.78 ล้านล้านบาทกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:37 UTC

ข้อกังวลเรื่องความพร้อมของฝูงบินตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเรื่องความพร้อมของฝูงบินตำรวจ

ส.ส. ธนเดช เรียกร้องให้มีการตัดงบประมาณกองบินตำรวจ โดยอ้างถึงข้อกล่าวหาเรื่องการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพและความไม่สอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนเครื่องบินที่ใช้งานได้จริง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกังวลเรื่องความพร้อมของฝูงบินตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเรื่องความพร้อมของฝูงบินตำรวจ

ส.ส. ธนเดช เรียกร้องให้มีการตัดงบประมาณกองบินตำรวจ โดยอ้างถึงข้อกล่าวหาเรื่องการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพและความไม่สอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนเครื่องบินที่ใช้งานได้จริง

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ส.ส. ธนเดช ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับสถานะการปฏิบัติงานของกองบินตำรวจไทย โดยธนเดชกล่าวหาว่าแม้กองบินจะมีเครื่องบินในครอบครองอย่างเป็นทางการถึง 42 ลำ แต่มีเพียง 8 ลำเท่านั้นที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานในปัจจุบัน

นอกเหนือจากข้อกังวลด้านการบำรุงรักษาแล้ว ส.ส. ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) ของกองบินสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างและสัญญาการบำรุงรักษา ด้วยเหตุนี้ ธนเดชจึงต้องการให้มีการตัดงบประมาณของกองบินและตั้งใจที่จะเรียกคณะกรรมาธิการตำรวจมาดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติทางปกครองเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับประสิทธิภาพและการกำกับดูแลทรัพยากรสาธารณะภายในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย แม้ว่ารายงานจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับความพร้อมของอุปกรณ์และความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น ผลลัพธ์ของการสอบสวนของรัฐสภาที่เสนอยังคงต้องติดตามต่อไป และคณะกรรมาธิการตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยข้อสรุปอย่างเป็นทางการในขั้นตอนนี้ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามความคืบหน้าเพิ่มเติมจากกระบวนการของรัฐสภาเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของสถานการณ์ทั้งหมด และดูว่าข้อกล่าวหาเรื่องข้อจำกัดในการปฏิบัติงานเหล่านี้จะส่งผลต่อขีดความสามารถในอนาคตของกองบินหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:16 UTC

สนธิ ลิ้มทองกุล จี้ตรวจสอบการใช้ที่ดินของชาวต่างชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สนธิ ลิ้มทองกุล จี้ตรวจสอบการใช้ที่ดินของชาวต่างชาติ

สนธิ ลิ้มทองกุล เรียกร้องให้ทางการไทยตรวจสอบการถือครองและการใช้ที่ดินของชาวต่างชาติ โดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับชาวอิสราเอลโดยเฉพาะ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สนธิ ลิ้มทองกุล จี้ตรวจสอบการใช้ที่ดินของชาวต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
สนธิ ลิ้มทองกุล จี้ตรวจสอบการใช้ที่ดินของชาวต่างชาติ

สนธิ ลิ้มทองกุล เรียกร้องให้ทางการไทยตรวจสอบการถือครองและการใช้ที่ดินของชาวต่างชาติ โดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับชาวอิสราเอลโดยเฉพาะ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า สนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ที่ดินของชาวต่างชาติในประเทศไทย ในระหว่างการแสดงความคิดเห็นล่าสุด สนธิได้เน้นย้ำ 4 ประเด็นเฉพาะเกี่ยวกับกิจกรรมของชาวอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าการใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายไทยหรือไม่

คำกล่าวของสนธิยังครอบคลุมถึงประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเขาได้เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในปาเลสไตน์ก่อนที่จะจบการปราศรัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับการกำกับดูแลทรัพย์สินที่ชาวต่างชาติถือครองหรือใช้ประโยชน์ในประเทศไทย การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบจากภาครัฐมักเกิดขึ้นก่อนการทบทวนทางปกครองเกี่ยวกับโครงสร้างการถือครองที่ดินหรือกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวีซ่า

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลไทยจะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการในกรณีการใช้ที่ดินที่สนธิกล่าวถึงหรือไม่ ยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ และยังไม่มีการประกาศดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ต่อบุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกอ้างถึง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายการบังคับใช้กฎหมายที่ดินหรือการปรับปรุงกฎระเบียบที่อาจตามมาจากแรงกดดันทางสังคมนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:16 UTC

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำของตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำของตำรวจ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณ 3.5 ล้านบาทสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำเพียงชุดเดียวของตำรวจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำของตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำของตำรวจ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณ 3.5 ล้านบาทสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำเพียงชุดเดียวของตำรวจ

ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วันที่ 4 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำของกองต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (ตำรวจคอมมานโด) ซึ่งมีการตั้งงบประมาณไว้ที่ 3.4 – 3.5 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์เพียง 1 ชุด

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ น.ส.ศศินันท์ ระบุว่าราคาดังกล่าวสูงกว่ามาตรฐานตลาดอย่างมาก โดยชี้ว่าอุปกรณ์ดำน้ำระดับมืออาชีพที่มีคุณภาพสูงมักมีราคาไม่เกิน 300,000 บาท พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้ออย่างเป็นทางการเพื่อความโปร่งใสและป้องกันการใช้งบประมาณแผ่นดินโดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การอภิปรายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐและการบริหารงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยรัฐสภา แม้ว่าการจัดซื้อนี้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำของบประมาณนี้จะได้รับการอนุมัติในรูปแบบปัจจุบันหรือไม่ หรือทางตำรวจจะมีการชี้แจงเหตุผลสำหรับราคาที่สูงดังกล่าวอย่างไร ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากตำรวจเกี่ยวกับข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะที่อาจเป็นเหตุผลของราคาดังกล่าวในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:18 UTC

ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของตำรวจ

นักการเมืองไทยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้ออุปกรณ์ตำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะกรณีชุดดำน้ำราคาสูงและการปรับปรุงสนามยิงปืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของตำรวจ

นักการเมืองไทยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้ออุปกรณ์ตำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะกรณีชุดดำน้ำราคาสูงและการปรับปรุงสนามยิงปืน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักการเมืองได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งคำถามไปยังกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) เกี่ยวกับการจัดซื้อชุดดำน้ำชุดเดียวในราคา 3.5 ล้านบาท นอกจากนี้ นายภูริวรรธก์ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณที่จัดสรรสำหรับการปรับปรุงสนามยิงปืนของกองบินตำรวจ โดยระบุว่าราคาของแผ่นยางกันกระสุนดูเหมือนจะสูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ รายงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับการใช้จ่ายของภาครัฐและความรับผิดชอบทางการคลังภายในหน่วยงานของรัฐ แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลด้านการบริหารและงบประมาณภายใน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยสาธารณชนที่เพิ่มมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ข้อเรียกร้องเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการตั้งคำถามจากสาธารณะและการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเหตุผลด้านราคาสำหรับอุปกรณ์ดำน้ำหรือวัสดุที่ใช้ในสนามยิงปืน อาจจำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมหรือการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเพื่อพิจารณาว่าต้นทุนการจัดซื้อเหล่านี้สอดคล้องกับการประเมินราคาตลาดมาตรฐานหรือไม่ หรือมีข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะที่ส่งผลต่อราคา สถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม ไม่ใช่กรณีความผิดทางการเงินที่ได้รับการยืนยันแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:55 UTC

สส. พรรคประชาชนจี้ตรวจสอบงบประมาณกองบินตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สส. พรรคประชาชนจี้ตรวจสอบงบประมาณกองบินตำรวจ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนเรียกร้องให้มีการปรับลดงบประมาณของกองบินตำรวจ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สส. พรรคประชาชนจี้ตรวจสอบงบประมาณกองบินตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
สส. พรรคประชาชนจี้ตรวจสอบงบประมาณกองบินตำรวจ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนเรียกร้องให้มีการปรับลดงบประมาณของกองบินตำรวจ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนได้ยื่นคำร้องขอให้มีการปรับลดงบประมาณของกองบินตำรวจ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานดังกล่าว พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความถูกต้องของเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) และกระบวนการคัดเลือกผู้รับจ้าง

สส. รายดังกล่าวระบุว่าเรื่องนี้ยังไม่จบสิ้น และเตรียมยกระดับประเด็นนี้โดยการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด โดยข้อพิพาทหลักมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการบริหารงานและการดำเนินงานทางการเงินของกองบิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายของภาครัฐและความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐโดยรัฐสภา แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะจำกัดอยู่เพียงการอภิปรายในสภาและการตรวจสอบโดยคณะกรรมาธิการ แต่อาจนำไปสู่การอภิปรายในวงกว้างเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรของรัฐ ในขณะนี้ข้อกล่าวหายังไม่ได้รับการพิสูจน์ และผลการสอบสวนที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการการตำรวจยังคงต้องรอการพิจารณา ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากรัฐสภาอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่ามีการปรับลดงบประมาณตามที่เรียกร้องหรือไม่ หรือคณะกรรมาธิการจะพบหลักฐานการกระทำผิดหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:58 UTC

เจ้าหน้าที่บุกทลายโรงงานเถื่อนในฉะเชิงเทรา จับกุมชาวจีน 17 ราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกทลายโรงงานเถื่อนในฉะเชิงเทรา จับกุมชาวจีน 17 ราย

ตำรวจไทยจับกุมชาวจีน 17 รายที่ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตในโรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตในจังหวัดฉะเชิงเทรา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกทลายโรงงานเถื่อนในฉะเชิงเทรา จับกุมชาวจีน 17 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกทลายโรงงานเถื่อนในฉะเชิงเทรา จับกุมชาวจีน 17 ราย

ตำรวจไทยจับกุมชาวจีน 17 รายที่ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตในโรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตในจังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ไทยได้เข้าตรวจค้นโรงงานเถื่อนแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจได้จับกุมชาวจีนจำนวน 17 ราย รวมถึงผู้จัดการโรงงานและคนงานก่อสร้างอีกหลายคน ตามรายงานระบุว่าบุคคลเหล่านี้ทำงานในสถานที่ดังกล่าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายแรงงานและกฎหมายคนเข้าเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจ้างงานชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่มักจะดำเนินการตรวจสอบเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานต่างชาติทุกคนมีเอกสารที่ถูกต้อง การดำเนินงานหรือการทำงานในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายในทันที รวมถึงการควบคุมตัวและการเนรเทศ

แม้ว่าการจับกุมเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าโรงงานดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ นอกเหนือจากการจ้างแรงงานต่างชาติโดยไม่มีเอกสารหรือไม่ หรือมีการระบุตัวและตั้งข้อหาเจ้าของโรงงานซึ่งอาจเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยทราบว่ากฎหมายไทยควบคุมการจ้างงานชาวต่างชาติอย่างเคร่งครัด และขอแนะนำให้ตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องอยู่เสมอเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตรวจสอบตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:55 UTC

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกโรงงานในฉะเชิงเทรา จับกุมแรงงานจีน 17 ราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกโรงงานในฉะเชิงเทรา จับกุมแรงงานจีน 17 ราย

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยจับกุมแรงงานชาวจีน 17 คนที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกโรงงานในฉะเชิงเทรา จับกุมแรงงานจีน 17 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกโรงงานในฉะเชิงเทรา จับกุมแรงงานจีน 17 ราย

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยจับกุมแรงงานชาวจีน 17 คนที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้เข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามรายงานของ Khaosod English ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการจับกุมชาวจีน 17 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำงานโดยไม่มีเอกสารทางกฎหมายที่ถูกต้อง

การบุกตรวจค้นครั้งนี้ดำเนินการภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต. ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และ พ.ต.อ. ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ เจ้าหน้าที่รายงานว่าบุคคลเหล่านี้ทำหน้าที่หลากหลายภายในโรงงาน ตั้งแต่งานก่อสร้างไปจนถึงงานบริหารจัดการโรงงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการบังคับใช้กฎระเบียบด้านแรงงานอย่างเข้มงวดสำหรับชาวต่างชาติ รัฐบาลไทยมีข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน และการจ้างงานที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายในทันที รวมถึงการจับกุมและการเนรเทศ

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาทางกฎหมายที่จะดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าของโรงงานที่จ้างพวกเขา เมื่อการสอบสวนคืบหน้า คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของโรงงานและกระบวนการทางกฎหมายสำหรับผู้ที่ถูกควบคุมตัว นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของตนมีความถูกต้องอยู่เสมอเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:15 UTC