ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

รัฐมนตรีอนุทินทำหนังสือสอบถาม ผบ.ตร. ปมข้อกล่าวหาทุจริต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีอนุทินทำหนังสือสอบถาม ผบ.ตร. ปมข้อกล่าวหาทุจริต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ทำหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่ชื่อ ทองเจือ กับการทุจริตในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐมนตรีอนุทินทำหนังสือสอบถาม ผบ.ตร. ปมข้อกล่าวหาทุจริต

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีอนุทินทำหนังสือสอบถาม ผบ.ตร. ปมข้อกล่าวหาทุจริต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ทำหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่ชื่อ ทองเจือ กับการทุจริตในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ยื่นหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยคำร้องดังกล่าวต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ระบุชื่อว่า ทองเจือ ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับรายงานการทุจริตในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

รัฐมนตรีอนุทินได้ชี้แจงต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับบุคคลดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเรื่องงานอย่างเคร่งครัดและจำกัดอยู่เพียงเรื่องงานเท่านั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่าการสอบถามอย่างเป็นทางการนี้มีขึ้นเพื่อสร้างความโปร่งใสและเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับข้อกังวลด้านความซื่อสัตย์ภายในระบบราชการและกระบวนการบริหารส่วนท้องถิ่น แม้ว่าการสอบถามนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่ความรับผิดชอบ แต่การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น ยังคงต้องยืนยันว่าข้อกล่าวหาต่อทองเจือจะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือการสอบสวนของตำรวจจะเปิดเผยปัญหาเชิงระบบที่กว้างขึ้นในกระบวนการสอบหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อกำหนดขั้นตอนต่อไปของการตรวจสอบทางปกครองนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:36 UTC

ปปง. เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปปง. เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเตรียมตรวจสอบประวัติทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังจากได้รับสำนวนคดีจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปปง. เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
ปปง. เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเตรียมตรวจสอบประวัติทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังจากได้รับสำนวนคดีจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ประกาศว่ากำลังเตรียมการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “สามีโชติ” ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าสำนวนคดีกำลังถูกส่งต่อไปยัง ปปง. โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงที่ผิดกฎหมายในเส้นทางการเงินของเขาหรือไม่

นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ยืนยันว่าหน่วยงานได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ CIB เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบสวนครั้งนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินในอดีตของอดีตเจ้าอาวาสเพื่อระบุความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นหรือความเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการรักษาความโปร่งใสและความรับผิดชอบภายในสถาบันทางศาสนา แม้ว่าการสอบสวนจะยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แต่ก็ถือเป็นการย้ำเตือนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการตรวจสอบกระแสการเงินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ในขณะนี้ยังไม่ทราบผลการสอบสวนที่แน่ชัด และยังไม่มีการยืนยันว่าการสอบสวนจะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือเปิดเผยถึงการกระทำผิดทางการเงินในวงกว้างหรือไม่ สาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก ปปง. ในขณะที่หน่วยงานเริ่มตรวจสอบหลักฐานที่ได้รับจาก CIB

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ปิดคดีหมิ่นประมาท: ศาลสั่ง เพชรปากปลาร้า ชดใช้ค่าเสียหายให้ นารา เครปกะเทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปิดคดีหมิ่นประมาท: ศาลสั่ง เพชรปากปลาร้า ชดใช้ค่าเสียหายให้ นารา เครปกะเทย

ศาลไทยได้ตัดสินคดีหมิ่นประมาทระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดีย โดยมีบทสรุปเป็นการชดใช้ค่าเสียหายและการโพสต์ขอโทษต่อสาธารณะ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปิดคดีหมิ่นประมาท: ศาลสั่ง เพชรปากปลาร้า ชดใช้ค่าเสียหายให้ นารา เครปกะเทย

แหล่งข่าวเดียว
ปิดคดีหมิ่นประมาท: ศาลสั่ง เพชรปากปลาร้า ชดใช้ค่าเสียหายให้ นารา เครปกะเทย

ศาลไทยได้ตัดสินคดีหมิ่นประมาทระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดีย โดยมีบทสรุปเป็นการชดใช้ค่าเสียหายและการโพสต์ขอโทษต่อสาธารณะ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ข้อพิพาททางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดียได้สิ้นสุดลงในชั้นศาล คดีนี้เกี่ยวข้องกับ นารา เครปกะเทย ซึ่งได้ยื่นฟ้องหมิ่นประมาท เพชรปากปลาร้า หรือ เพชรชี่

ภายหลังคำตัดสินของศาล เพชรปากปลาร้าประกาศว่าเธอถูกสั่งให้จ่ายเงินรวม 140,000 บาท โดยแบ่งเป็นเงินค่าปรับศาล 100,000 บาท และเงินชดเชยให้แก่ นารา จำนวน 40,000 บาท นอกจากนี้ ศาลยังกำหนดให้ เพชรปากปลาร้า ต้องโพสต์ข้อความขอโทษต่อสาธารณะเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน เพชรปากปลาร้ากล่าวว่าผลลัพธ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญและแสดงความขอบคุณต่อความเมตตาของศาล โดยระบุถึงความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป ด้าน นารา เครปกะเทย ได้แสดงความคิดเห็นต่อบทสรุปนี้ โดยชี้ว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการที่ผู้มีวุฒิภาวะจัดการกับข้อพิพาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นประมาทอย่างเคร่งครัด ซึ่งสามารถนำมาใช้กับข้อความสาธารณะที่โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายระหว่างบุคคลทั้งสองจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เนื้อหาเฉพาะของการโพสต์ขอโทษและผลกระทบทางแพ่งอื่นๆ ยังคงขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามคำสั่งศาลของคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:37 UTC

กรรมการ กสทช. เผชิญการสอบจริยธรรมกรณีไม่เข้าประชุม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรรมการ กสทช. เผชิญการสอบจริยธรรมกรณีไม่เข้าประชุม

นักเคลื่อนไหวด้านเกษตรดิจิทัลยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบกรรมการ กสทช. กรณีไม่เข้าร่วมประชุม หวั่นส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรรมการ กสทช. เผชิญการสอบจริยธรรมกรณีไม่เข้าประชุม

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ กสทช. เผชิญการสอบจริยธรรมกรณีไม่เข้าประชุม

นักเคลื่อนไหวด้านเกษตรดิจิทัลยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบกรรมการ กสทช. กรณีไม่เข้าร่วมประชุม หวั่นส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายกิตตินันท์ คำคุณ นักกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนเกษตรดิจิทัลจากเชียงใหม่ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมของกรรมการบางส่วนในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ตามรายงานจาก Khaosod Online การร้องเรียนดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่มีรายงานว่ากรรมการบางท่านไม่ได้เข้าร่วมการประชุมตามกำหนด นายกิตตินันท์ซึ่งติดตามนโยบายด้านการสื่อสารสำหรับภาคการเกษตร แสดงความกังวลว่าการขาดประชุมดังกล่าวอาจส่งผลให้การพิจารณาเรื่องต่างๆ เกิดความล่าช้า โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G, Internet of Things (IoT) และโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเกษตรดิจิทัลของประเทศ

สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการอนุมัติโครงการและนโยบายด้านโทรคมนาคมที่รอความชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยผู้ร้องเห็นว่าในฐานะองค์กรอิสระ กสทช. ควรปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพและคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะดำเนินการตรวจสอบอย่างไร และกรรมการที่ถูกกล่าวหาจะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการหรือไม่ นอกจากนี้ ความขัดแย้งภายใน กสทช. รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประธาน กสทช. ยังคงเป็นที่จับตามองของสาธารณชนเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการดำเนินงานของหน่วยงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:39 UTC

รวบชายวัย 72 ปีในสระบุรี หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 3 ขวบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายวัย 72 ปีในสระบุรี หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 3 ขวบ

ตำรวจสระบุรีจับกุมเพื่อนบ้านวัย 72 ปี หลังได้รับแจ้งเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 3 ขวบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายวัย 72 ปีในสระบุรี หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 3 ขวบ

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายวัย 72 ปีในสระบุรี หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 3 ขวบ

ตำรวจสระบุรีจับกุมเพื่อนบ้านวัย 72 ปี หลังได้รับแจ้งเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 3 ขวบ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดสระบุรีได้จับกุมชายวัย 72 ปี ซึ่งระบุชื่อว่านายสำราญ หลังจากได้รับแจ้งความจากแม่ของเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การสืบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากยายของเด็กสังเกตเห็นความผิดปกติทางร่างกายขณะอาบน้ำให้หลานสาว โดยเด็กได้ระบุว่าเพื่อนบ้านรายนี้เป็นผู้กระทำจนทำให้เกิดอาการเจ็บ

ผลการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลในพื้นที่พบร่องรอยการอักเสบที่อวัยวะเพศของเด็ก แต่ไม่พบคราบอสุจิ นอกจากนี้เด็กยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากได้รับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสระบุรี ผู้ต้องหาได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่เคยสัมผัสหรือทำร้ายเด็กแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยของเด็กและความจริงจังที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นใช้ในการจัดการกับรายงานการล่วงละเมิด แม้ว่าจะมีการจับกุมแล้ว แต่คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งต้องรอการยืนยันผ่านระบบยุติธรรมว่าพยานหลักฐานที่นำเสนอจะนำไปสู่การตัดสินลงโทษหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ จึงคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีปรากฏออกมาในขณะที่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:16 UTC

การสอบสวนเผยระบบเฝ้าระวังไฮเทคในวัดของอดีตเจ้าอาวาส
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนเผยระบบเฝ้าระวังไฮเทคในวัดของอดีตเจ้าอาวาส

ตำรวจที่กำลังสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสในคดียักยอกเงิน พบเครือข่ายเฝ้าระวังขนาดใหญ่ภายในวัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนเผยระบบเฝ้าระวังไฮเทคในวัดของอดีตเจ้าอาวาส

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนเผยระบบเฝ้าระวังไฮเทคในวัดของอดีตเจ้าอาวาส

ตำรวจที่กำลังสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสในคดียักยอกเงิน พบเครือข่ายเฝ้าระวังขนาดใหญ่ภายในวัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'สมีโชติ' ซึ่งถูกจับกุมก่อนหน้านี้ในข้อหายักยอกเงินวัดจำนวน 92 ล้านบาท พร้อมกับหญิงสาวคนสนิท

ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าอดีตเจ้าอาวาสได้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อนประกอบด้วยกล้องวงจรปิดถึง 60 ตัวครอบคลุมพื้นที่วัด พนักงานสอบสวนระบุว่าเขาเฝ้าดูภาพจากกล้องเหล่านี้ผ่านจอมอนิเตอร์ 3 จอ เพื่อคอยสังเกตการณ์ผู้ที่เข้าออกวัดและกุฏิของเขาอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าการสอบสวนกิจกรรมของอดีตเจ้าอาวาสรายนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากได้รับหนังสือร้องเรียนเพียงฉบับเดียว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่องภายในสถาบันทางศาสนาของไทยในด้านความโปร่งใสทางการเงินและความประพฤติ แม้ว่าข้อหายักยอกเงินและการค้นพบระบบเฝ้าระวังจะเป็นประเด็นหลักในการสอบสวนของตำรวจในขณะนี้ แต่ขอบเขตทั้งหมดของการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหายังคงอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควรทราบว่านี่เป็นคดีความที่กำลังดำเนินการอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลเฉพาะราย และไม่ได้สะท้อนถึงสถานะโดยรวมของวัดอื่นๆ อีกมากมายในจังหวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:56 UTC

สสว. คุมเข้มกฎการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ SME
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สสว. คุมเข้มกฎการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ SME

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เตรียมยกระดับมาตรการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เริ่ม 1 ตุลาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สสว. คุมเข้มกฎการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ SME

แหล่งข่าวเดียว
สสว. คุมเข้มกฎการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ SME

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เตรียมยกระดับมาตรการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เริ่ม 1 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กำลังยกระดับมาตรการ THAI SME-GP เพื่อให้มั่นใจว่าเอสเอ็มอีจะสามารถเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้อย่างเป็นธรรม โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หน่วยงานจะกำหนดให้มีการตรวจสอบ "ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง" (UBO) ที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กิจการที่ไม่มีคุณสมบัติแอบอ้างเป็นเอสเอ็มอีเพื่อรับสิทธิประโยชน์

นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐยังคงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในท้องถิ่น นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2563 โดยความร่วมมือกับกรมบัญชีกลาง เอสเอ็มอีมีส่วนร่วมมากขึ้น ข้อมูลระบุว่า ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 มีเอสเอ็มอีได้รับงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแล้วกว่า 40,919 ราย โดยในปี 2569 สัดส่วนมูลค่าสัญญาที่เอสเอ็มอีได้รับอยู่ที่ 48.47% เพิ่มขึ้นจาก 47.24% ในปี 2567

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและรับประกันว่าสิทธิประโยชน์แต้มต่อ 20% ที่ตั้งใจมอบให้ธุรกิจขนาดเล็กจะไปถึงผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าข้อกำหนด UBO ใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม แต่ขอบเขตที่ชัดเจนของกระบวนการตรวจสอบและผลกระทบต่อภาระงานด้านเอกสารสำหรับผู้รับเหมาเอสเอ็มอีในปัจจุบันยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:56 UTC

รวบชาวสหรัฐฯ หนีหมายแดงอินเตอร์โพลซุกภูเก็ต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชาวสหรัฐฯ หนีหมายแดงอินเตอร์โพลซุกภูเก็ต

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยจับกุมชาวสหรัฐฯ ในภูเก็ต หลังพบว่าเป็นบุคคลตามหมายแดงของอินเตอร์โพลในคดีอาญาที่รัฐเท็กซัส

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชาวสหรัฐฯ หนีหมายแดงอินเตอร์โพลซุกภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
รวบชาวสหรัฐฯ หนีหมายแดงอินเตอร์โพลซุกภูเก็ต

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยจับกุมชาวสหรัฐฯ ในภูเก็ต หลังพบว่าเป็นบุคคลตามหมายแดงของอินเตอร์โพลในคดีอาญาที่รัฐเท็กซัส

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้จับกุมพลเมืองสหรัฐฯ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต โดยบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่มีหมายแดงของอินเตอร์โพล (Interpol Red Notice) เกี่ยวข้องกับหมายจับที่ค้างชำระในรัฐเท็กซัส

หลังจากระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าของบุคคลดังกล่าว ก่อนจะเข้าทำการจับกุมที่ที่พักอาศัย การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยและหน่วยงานระหว่างประเทศในการติดตามตัวบุคคลที่ถูกต้องการตัวเพื่อดำเนินคดีอาญาในต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่อาจมีปัญหาทางกฎหมายค้างคาในประเทศบ้านเกิด การปรากฏตัวของผู้หลบหนีคดีระหว่างประเทศอาจนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างกะทันหัน รวมถึงการเพิกถอนวีซ่าและการส่งตัวกลับประเทศ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของข้อหาในรัฐเท็กซัสโดยทางการท้องถิ่น นอกจากนี้ กำหนดการสำหรับกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของผู้ต้องสงสัยยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายหรือสถานะการเข้าเมืองของตนเอง ควรปรึกษาช่องทางอย่างเป็นทางการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยหรือสถานทูตของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:38 UTC

สอบสวนเส้นทางการเงิน อดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สอบสวนเส้นทางการเงิน อดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิท

ทางการไทยยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิท หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการจัดตั้งมูลนิธิโดยไม่ได้รับอนุญาต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สอบสวนเส้นทางการเงิน อดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิท

แหล่งข่าวเดียว
สอบสวนเส้นทางการเงิน อดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิท

ทางการไทยยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิท หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการจัดตั้งมูลนิธิโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ดำเนินการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์และสีกาที่ระบุชื่อว่า 'สีกาเอ๋' โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่าทั้งคู่ได้จัดตั้งมูลนิธิเถื่อนเพื่อรับโอนเงินและขอรับบริจาค

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อระบุขอบเขตของกิจกรรมที่ผิดกฎหมายดังกล่าว ผลกระทบสำคัญประการหนึ่งจากกระบวนการทางกฎหมายนี้คือ อดีตเจ้าอาวาสรายนี้ถูกห้ามไม่ให้กลับมาบวชอีกตลอดชีวิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องขององค์กรการกุศลก่อนที่จะบริจาคเงิน แม้ว่า CIB จะยืนยันการยึดทรัพย์สินแล้ว แต่ขอบเขตทั้งหมดของความผิดปกติทางการเงินและข้อหาทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล คาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องและกำหนดการของกระบวนการทางกฎหมายในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:56 UTC

จับกุมเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังพบพฤติกรรมยักยอกเงินวัดครั้งใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังพบพฤติกรรมยักยอกเงินวัดครั้งใหญ่

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเจ้าอาวาสวัดชื่อดังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมยักยอกเงินวัดและประพฤติตนไม่เหมาะสม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังพบพฤติกรรมยักยอกเงินวัดครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังพบพฤติกรรมยักยอกเงินวัดครั้งใหญ่

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเจ้าอาวาสวัดชื่อดังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมยักยอกเงินวัดและประพฤติตนไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้เข้าจับกุมพระวชิรญาณ วิ. หรือหลวงพ่ออติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่รู้จักจากวัตถุมงคล 'เหนือดวง' โดยเจ้าอาวาสรายนี้เผชิญข้อหาหนักเกี่ยวกับการยักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท ซึ่งมีการโอนเข้าบัญชีของสีกาคนสนิท นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ระบุว่าพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมเสพเมถุนภายในกุฏิ

จากการตรวจสอบทรัพย์สินเบื้องต้นพบว่าเจ้าอาวาสมีทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินในบัญชีธนาคาร 290 ล้านบาท เงินสดในกุฏิ 138 ล้านบาท และทองคำแท่งน้ำหนักกว่า 1,000 บาท พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นประณามการกระทำดังกล่าว โดยเรียกผู้ต้องหาว่าเป็น 'ภิกษุมหาโจร' ที่ปล้นเงินศาสนาไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้ถือเป็นประเด็นอื้อฉาวครั้งสำคัญภายในชุมชนศาสนาท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเงินบริจาคของวัด แม้หลักฐานที่เจ้าหน้าที่นำเสนอจะมีน้ำหนักมาก แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งยังต้องติดตามผลการตัดสินของศาลและแนวทางการจัดการทรัพย์สินที่ยึดได้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:58 UTC

อดีตเจ้าอาวาสและสีกาถูกควบคุมตัวจากข้อหายักยอกทรัพย์วัดพุทไธศวรรย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตเจ้าอาวาสและสีกาถูกควบคุมตัวจากข้อหายักยอกทรัพย์วัดพุทไธศวรรย์

ทางการไทยได้ควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้องหลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกทรัพย์และการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินของวัด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตเจ้าอาวาสและสีกาถูกควบคุมตัวจากข้อหายักยอกทรัพย์วัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
อดีตเจ้าอาวาสและสีกาถูกควบคุมตัวจากข้อหายักยอกทรัพย์วัดพุทไธศวรรย์

ทางการไทยได้ควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้องหลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกทรัพย์และการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินของวัด

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้ควบคุมตัวนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีการควบคุมตัวหญิงสาวที่ระบุชื่อว่าปุณยวีร์ ทั้งสองคนกำลังเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อกล่าวหาร้ายแรงเรื่องการยักยอกทรัพย์ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการสมคบกันฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการเรื่องความโปร่งใสทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนา แม้ว่าวัดพุทไธศวรรย์จะเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่สถานการณ์ทางกฎหมายในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการสอบสวนทางปกครองและคดีอาญาภายใน ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะ

เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น รายละเอียดหลายประการยังคงต้องได้รับการยืนยัน มีรายงานว่าผู้ต้องหาไม่ได้ให้การใดๆ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาระหว่างการนำตัวไปคุมขัง ศาลจะเป็นผู้กำหนดขั้นตอนต่อไปในกระบวนการยุติธรรม และคาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการกระทำผิดทางการเงินที่ถูกกล่าวหาในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรยึดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากกองบังคับการปราบปรามเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:38 UTC

รวบเจ้าหน้าที่ DSI ปมเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบเจ้าหน้าที่ DSI ปมเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถูกควบคุมตัวหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงินสินบนที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบเจ้าหน้าที่ DSI ปมเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รวบเจ้าหน้าที่ DSI ปมเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถูกควบคุมตัวหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงินสินบนที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงที่รู้จักกันในนาม 'บิ๊กเต่า' ได้นำกำลังเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องมาจากคำให้การของอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งทางการเมืองรายหนึ่ง ซึ่งกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ DSI รายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเรียกรับเงินสินบนที่เชื่อมโยงกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

ภายหลังการจับกุม ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนอย่างเข้มข้น ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคำให้การของผู้แจ้งเบาะแสและประเมินขอบเขตของการทุจริตที่ถูกกล่าวหา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไทยในการจัดการกับการทุจริตภายในหน่วยงานภาครัฐ แม้ว่านี่จะเป็นคดีอาญาเฉพาะราย แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการสรรหาบุคลากรภาครัฐ ในขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับขบวนการสินบนนี้หรือไม่ หรือจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมอย่างไรในระหว่างการสอบสวน ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก DSI และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:36 UTC

จับกุมอดีตเจ้าอาวาสคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมอดีตเจ้าอาวาสคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท

ทางการไทยจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์และสีกาคนสนิท พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิเถื่อน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมอดีตเจ้าอาวาสคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมอดีตเจ้าอาวาสคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท

ทางการไทยจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์และสีกาคนสนิท พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิเถื่อน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แถลงผลการจับกุมนายโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา และ น.ส.ปุณยวีร์ สีกาคนสนิท โดย Khaosod Online รายงานว่าผู้ต้องหาทั้งสองถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัดไปจำนวน 92 ล้านบาท

การสอบสวนของตำรวจเปิดเผยว่า อดีตเจ้าอาวาสรายนี้ได้จัดตั้งมูลนิธิที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนเพื่อรับเงินบริจาค ก่อนจะยักยอกเงินดังกล่าวเข้าบัญชีส่วนตัว ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 720 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงเงินสดและทองคำจำนวนมาก นอกจากนี้ คดียังเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องความประพฤติมิชอบ หลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงภาพอดีตเจ้าอาวาสในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมกับสีกาคนสนิท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการเรื่องความโปร่งใสทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนา แม้ว่าตำรวจสอบสวนกลางจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสอบสวนอย่างโปร่งใส แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าทรัพย์สินที่ยึดได้จะถูกจัดการอย่างไร และจะมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของมูลนิธิถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่าการนำสิ่งของออกจากวัดเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:38 UTC

จับกุมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 ราย เอี่ยวคดีเรียกรับเงินสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 ราย เอี่ยวคดีเรียกรับเงินสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

ตำรวจไทยจับกุมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 ราย เอี่ยวคดีเรียกรับเงินสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 ราย เอี่ยวคดีเรียกรับเงินสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

ตำรวจไทยจับกุมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ขยายผลคดีเรียกรับเงินที่เกี่ยวข้องกับนายประวิทย์ หรือ 'ผู้ใหญ่เฮง' อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า นายประวิทย์ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ในข้อหาเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ผู้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้

ภายหลังมีข้อมูลพาดพิงว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจำนวน 2 ราย โดยรายแรกถูกจับกุมในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และรายที่สองถูกควบคุมตัวในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ทั้งสองอยู่ระหว่างการสอบปากคำอย่างละเอียดที่ บก.ปปป. เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปราบปรามการทุจริตในกระบวนการสอบบรรจุข้าราชการ แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรายอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ และจะมีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ ประชาชนควรติดตามรายงานอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบความคืบหน้าทางคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:38 UTC

ร้านอาหารในฮ่องกงถูกสอบสวนหลังลูกค้าพบลูกหนูในอาหาร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ร้านอาหารในฮ่องกงถูกสอบสวนหลังลูกค้าพบลูกหนูในอาหาร

ทางการฮ่องกงกำลังตรวจสอบร้านอาหารแห่งหนึ่งบนถนน Wah Sing Street หลังจากลูกค้าพบลูกหนูแรกเกิดที่มีชีวิตและเปื้อนซอสสะเต๊ะอยู่ภายในกล่องอาหารที่ซื้อกลับบ้าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ร้านอาหารในฮ่องกงถูกสอบสวนหลังลูกค้าพบลูกหนูในอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
ร้านอาหารในฮ่องกงถูกสอบสวนหลังลูกค้าพบลูกหนูในอาหาร

ทางการฮ่องกงกำลังตรวจสอบร้านอาหารแห่งหนึ่งบนถนน Wah Sing Street หลังจากลูกค้าพบลูกหนูแรกเกิดที่มีชีวิตและเปื้อนซอสสะเต๊ะอยู่ภายในกล่องอาหารที่ซื้อกลับบ้าน

คลิปวิดีโอที่เป็นกระแสไวรัลได้นำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อร้านอาหารแห่งหนึ่งบนถนน Wah Sing Street ในฮ่องกง ตามรายงานของ Khaosod Online ลูกค้ารายหนึ่งได้ซื้อชุดอาหารซึ่งประกอบด้วยก๋วยเตี๋ยวเนื้อสะเต๊ะ ไข่เจียวแฮม และเครื่องดื่ม ในราคาเกือบ 200 บาท เมื่อกลับถึงบ้าน ลูกค้าพบลูกหนูแรกเกิดที่มีชีวิตและถูกเคลือบด้วยซอสสะเต๊ะอยู่ภายในกล่องอาหาร

ลูกค้าได้เก็บกล่องอาหารดังกล่าวไว้และร้องเรียนต่อกรมอาหารและอนามัยสิ่งแวดล้อมของฮ่องกงทันที หลังจากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าสภาพสุขอนามัยภายในร้านไม่เป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามข้อบังคับด้านธุรกิจอาหาร และได้รับคำสั่งให้เร่งปรับปรุงมาตรฐานสุขอนามัยโดยทันที ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบขั้นตอนการเตรียมอาหาร การบรรจุ การจัดเก็บ และการจัดส่งของทางร้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักเรื่องความปลอดภัยของอาหาร แม้ว่าเจ้าของร้านจะแสดงความงุนงงและระบุว่าร้านเปิดให้บริการมานานกว่าหนึ่งปีโดยไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสัตว์รบกวนมาก่อน แต่เขาก็ยอมรับว่าร้านตั้งอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมซึ่งอาจพบสัตว์ฟันแทะได้เป็นครั้งคราว เจ้าหน้าที่ได้เตือนไม่ให้ด่วนสรุปว่าลูกหนูเข้าไปอยู่ในอาหารได้อย่างไรโดยดูเพียงแค่คลิปวิดีโอเท่านั้น ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการปนเปื้อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:16 UTC

วัชระ เพชรทอง บุกจี้ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ 'โยโกะ'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

วัชระ เพชรทอง บุกจี้ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ 'โยโกะ'

วัชระ เพชรทอง เดินทางไปที่สถานีตำรวจคลองตันเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลาย 9 ปมปริศนาในการเสียชีวิตของ 'โยโกะ' หลังจากคดีไม่มีความคืบหน้ามานานหนึ่งปี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

วัชระ เพชรทอง บุกจี้ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ 'โยโกะ'

แหล่งข่าวเดียว
วัชระ เพชรทอง บุกจี้ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ 'โยโกะ'

วัชระ เพชรทอง เดินทางไปที่สถานีตำรวจคลองตันเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลาย 9 ปมปริศนาในการเสียชีวิตของ 'โยโกะ' หลังจากคดีไม่มีความคืบหน้ามานานหนึ่งปี

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายวัชระ เพชรทอง ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลคลองตันเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีการเสียชีวิตของหญิงสาวที่รู้จักกันในชื่อ 'โยโกะ' โดยนายวัชระได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าของคดีที่ไม่มีความคืบหน้ามาตลอดหนึ่งปี

ตามรายงานระบุว่า อธิบดีอัยการอาญากรุงเทพใต้ได้เคยสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมใน 9 ประเด็น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตาม นายวัชระอ้างว่าการสอบสวนยังคงไม่มีความคืบหน้า จึงได้เดินทางไปกดดันผู้กำกับการสถานีตำรวจคลองตันให้เร่งดำเนินการคลี่คลายปมปริศนาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตามองของสาธารณชนต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการแสวงหาความยุติธรรมในคดีอาญาที่สำคัญในกรุงเทพฯ แม้ว่าในขณะนี้อัยการจะยังคงพิจารณาคดีนี้เป็นการเสียชีวิตที่มีเงื่อนงำมากกว่าการฆ่าตัวตาย แต่การจัดประเภทคดีอย่างเป็นทางการยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางตำรวจจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้อย่างไร และจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ร้องขอเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของโยโกะได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:17 UTC

รวบแก๊งปลอมโฉนดที่ดินตุ๋นเหยื่อสูญ 25 ล้านบาทในสมุทรสาคร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบแก๊งปลอมโฉนดที่ดินตุ๋นเหยื่อสูญ 25 ล้านบาทในสมุทรสาคร

ตำรวจสมุทรสาครจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้โฉนดที่ดินปลอมหลอกลวงเจ้าของโรงงานในพื้นที่จนสูญเงิน 25 ล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบแก๊งปลอมโฉนดที่ดินตุ๋นเหยื่อสูญ 25 ล้านบาทในสมุทรสาคร

แหล่งข่าวเดียว
รวบแก๊งปลอมโฉนดที่ดินตุ๋นเหยื่อสูญ 25 ล้านบาทในสมุทรสาคร

ตำรวจสมุทรสาครจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้โฉนดที่ดินปลอมหลอกลวงเจ้าของโรงงานในพื้นที่จนสูญเงิน 25 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Thai Post เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดสมุทรสาครได้จับกุมแก๊งมิจฉาชีพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการปลอมแปลงโฉนดที่ดิน พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ยืนยันว่าการสอบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากได้รับแจ้งความจากเจ้าของโรงงานวัย 69 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว

ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าใช้เอกสารสิทธิ์ที่ดินปลอมเพื่อหลอกลวงเหยื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินรวม 25 ล้านบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฉ้อโกงแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินผ่านช่องทางที่เป็นทางการของกรมที่ดินก่อนที่จะทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง การพึ่งพาเอกสารที่ไม่เป็นทางการหรือตัวกลางโดยไม่มีการตรวจสอบที่เหมาะสมอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางการเงินอย่างร้ายแรง

แม้ว่าจะมีการจับกุมผู้ต้องหาแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตการดำเนินงานทั้งหมดของแก๊งนี้และจำนวนเหยื่อรายอื่นที่อาจได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่ามีอสังหาริมทรัพย์อื่นตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มเดียวกันนี้หรือไม่ ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการกับโฉนดที่ดินและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ตลาดบุหรี่เถื่อนในไทยพุ่งแตะส่วนแบ่ง 28.1%
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตลาดบุหรี่เถื่อนในไทยพุ่งแตะส่วนแบ่ง 28.1%

รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการค้าบุหรี่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศถึง 3.3 หมื่นล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตลาดบุหรี่เถื่อนในไทยพุ่งแตะส่วนแบ่ง 28.1%

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดบุหรี่เถื่อนในไทยพุ่งแตะส่วนแบ่ง 28.1%

รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการค้าบุหรี่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศถึง 3.3 หมื่นล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ปรีติได้ระบุถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของตลาดบุหรี่เถื่อน ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 28.1% โดยคาดการณ์ว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไม่มีการควบคุมนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยถึง 3.3 หมื่นล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสินค้าภายในประเทศ ปรีติได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ในช่องทางการขายออนไลน์และบริการขนส่งพัสดุ ซึ่งมีรายงานว่าถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าดังกล่าว

แม้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจะมีนัยสำคัญ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการกำกับดูแลหรือกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายใดเป็นการเฉพาะเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการควบคุมโลจิสติกส์และตลาดดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้น นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าการขายและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานนั้นอยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่เข้มงวด และการที่รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การขนส่งพัสดุอาจนำไปสู่การตรวจสอบการจัดส่งที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่ทางการประเมินมาตรการที่เสนอเพื่อยับยั้งการเติบโตของตลาดมืด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:16 UTC