ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว อติโชติ และ 'สีกาเอ๋'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว อติโชติ และ 'สีกาเอ๋'

ศาลไทยปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวของอติโชติและ 'สีกาเอ๋' โดยให้ควบคุมตัวไว้ในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว อติโชติ และ 'สีกาเอ๋'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว อติโชติ และ 'สีกาเอ๋'

ศาลไทยปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวของอติโชติและ 'สีกาเอ๋' โดยให้ควบคุมตัวไว้ในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ศาลได้ปฏิเสธการให้ประกันตัวบุคคลสองรายที่ระบุชื่อว่า อติโชติ และ 'สีกาเอ๋' อย่างเป็นทางการ ภายหลังคำตัดสินของศาล เจ้าหน้าที่สอบสวนได้เดินทางออกจากสถานที่โดยไม่มีผู้ต้องหาไปด้วย ซึ่งเป็นการยืนยันว่าบุคคลทั้งสองยังคงถูกควบคุมตัวอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ แม้ว่าข้อหาเฉพาะเจาะจงจะไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ในรายงานนี้ แต่การปฏิเสธการให้ประกันตัวแสดงให้เห็นว่าศาลพิจารณาว่าคดีนี้มีความร้ายแรงเพียงพอที่จะต้องควบคุมตัวไว้ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ นี่เป็นคดีความทางกฎหมายที่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ลักษณะเฉพาะของข้อกล่าวหา กำหนดการสำหรับการปรากฏตัวต่อศาลในอนาคต และผลสรุปสุดท้ายของการสอบสวนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการอย่างเป็นทางการ ในขณะที่สถานการณ์นี้ดำเนินไป ผู้ที่ติดตามคดีควรพึ่งพาข้อมูลอัปเดตจากแหล่งข่าวทางกฎหมายและสื่อที่เชื่อถือได้ SawaLife ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาของกระบวนการทางอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ บทสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลตามรายงานปัจจุบันเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ทางการอายัดทรัพย์สินกว่า 700 ล้านบาทในคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการอายัดทรัพย์สินกว่า 700 ล้านบาทในคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา

ตำรวจไทยได้อายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 700 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับอดีตเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดอยุธยาและผู้ร่วมขบวนการ ท่ามกลางข้อกล่าวหายักยอกเงินวัด

Thai Enquirer ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการอายัดทรัพย์สินกว่า 700 ล้านบาทในคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
ทางการอายัดทรัพย์สินกว่า 700 ล้านบาทในคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา

ตำรวจไทยได้อายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 700 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับอดีตเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดอยุธยาและผู้ร่วมขบวนการ ท่ามกลางข้อกล่าวหายักยอกเงินวัด

ตามรายงานจาก Thai Enquirer เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่พระวชิรญาณ หรือที่รู้จักกันในชื่อ หลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดอยุธยา และนางสาวปุณยวีร์ “เอ๋” รุ่งเรือง ผู้ร่วมขบวนการ

พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าอดีตเจ้าอาวาสรายนี้ได้ยักยอกเงินประมาณ 92 ล้านบาท ซึ่งเดิมตั้งใจจะนำไปใช้ในวัดหลวง การอายัดทรัพย์สินมูลค่า 700 ล้านบาทในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวัดอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับความไม่โปร่งใสทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนา แม้วัดพุทไธศวรรย์จะเป็นสถานที่สำคัญในเมืองประวัติศาสตร์อยุธยา แต่การสอบสวนในขณะนี้มุ่งเน้นไปที่กิจกรรมทางการเงินส่วนบุคคลของอดีตเจ้าอาวาสและผู้ร่วมขบวนการ มากกว่าการดำเนินงานประจำวันของวัดเอง

ยังมีหลายประเด็นที่ต้องรอการยืนยันในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทางการยังไม่ได้สรุปยอดเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องหรือกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับกระบวนการทางกฎหมายต่อบุคคลที่ถูกกล่าวหา ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินคืนและสถานะของผู้ถูกกล่าวหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Enquirer
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:15 UTC

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในไทย: ยึดไอซ์ 640 กก.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในไทย: ยึดไอซ์ 640 กก.

เจ้าหน้าที่ไทยยึดไอซ์ได้ 640 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท ในระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างเส้นทางลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในไทย: ยึดไอซ์ 640 กก.

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในไทย: ยึดไอซ์ 640 กก.

เจ้าหน้าที่ไทยยึดไอซ์ได้ 640 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท ในระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างเส้นทางลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยได้ดำเนินการปฏิบัติการครั้งสำคัญจนนำไปสู่การยึดไอซ์ได้ถึง 640 กิโลกรัม โดยประเมินว่ายาเสพติดที่ยึดได้มีมูลค่าในตลาดประมาณ 600 ล้านบาท

ปฏิบัติการดังกล่าวซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความเข้มงวดของจุดตรวจทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เจ้าหน้าที่ระบุว่ายาเสพติดล็อตนี้มีจุดหมายที่จะถูกขนส่งลงไปยังภาคใต้ก่อนจะถูกลักลอบส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ แม้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการขนส่งสารผิดกฎหมายผ่านประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกจับกุมที่เกี่ยวข้องกับการยึดของกลางครั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อระบุเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการขนส่งครั้งนี้ และตรวจสอบว่ามีแหล่งพักยาอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับปฏิบัติการนี้หรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนนักท่องเที่ยวว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับยาเสพติด และกิจกรรมการตรวจสอบที่จุดตรวจและศูนย์กลางการขนส่งยังคงเป็นภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:16 UTC

เจ้าหน้าที่ไทยยึดไอซ์ 640 กก. ในปฏิบัติการครั้งใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ไทยยึดไอซ์ 640 กก. ในปฏิบัติการครั้งใหญ่

ตำรวจสกัดจับยาไอซ์ล็อตใหญ่มีมูลค่า 600 ล้านบาท ตอกย้ำปัญหาของไทยในการเป็นทางผ่านของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยยึดไอซ์ 640 กก. ในปฏิบัติการครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยยึดไอซ์ 640 กก. ในปฏิบัติการครั้งใหญ่

ตำรวจสกัดจับยาไอซ์ล็อตใหญ่มีมูลค่า 600 ล้านบาท ตอกย้ำปัญหาของไทยในการเป็นทางผ่านของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมยาไอซ์น้ำหนัก 640 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมนายธเนศ อายุ 52 ปี ได้ที่ตลาดนางรำบางเสาธง จ.สมุทรปราการ พร้อมหลักฐานเพิ่มเติมที่ตรวจพบในที่พักอาศัย

เจ้าหน้าที่ระบุว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกลำเลียงมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยระบุว่าเป็นการสั่งการจากต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มอาชญากรข้ามชาติกำลังใช้ไทยเป็นทางผ่านในการกระจายยาเสพติดไปทั่วโลก เพื่อตอบโต้ต่อเหตุการณ์นี้ ตำรวจได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียงยาเสพติด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลไทยให้กับการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนและจุดผ่านแดน แม้การจับกุมครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่ก็ยังสะท้อนถึงความท้าทายที่ต่อเนื่องจากปัญหาอาชญากรรมในประเทศ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้เชื่อมโยงกับการสืบสวนคดีอื่นหรือไม่ และจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลติดตามต้นตอของคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าทางการไทยมีนโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับสารเสพติด และมาตรการรักษาความปลอดภัยในจุดผ่านแดนอาจมีการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:17 UTC

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกกล่าวหาพัวพันคดีรับสินบน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกกล่าวหาพัวพันคดีรับสินบน

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายถูกกล่าวหาว่ารับเงินมัดจำ 55 ล้านบาทเพื่อแทรกแซงผลการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกกล่าวหาพัวพันคดีรับสินบน

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกกล่าวหาพัวพันคดีรับสินบน

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายถูกกล่าวหาว่ารับเงินมัดจำ 55 ล้านบาทเพื่อแทรกแซงผลการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายถูกกล่าวหาว่ารับเงินมัดจำจำนวน 55 ล้านบาทจากบุคคลที่ระบุชื่อว่า 'นายกเฮง' โดยเงินดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้สมัครสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่นจำนวน 701 คนได้รับผลการสอบที่เอื้อประโยชน์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและจริยธรรมในกระบวนการสรรหาบุคลากรของภาครัฐในประเทศไทย แม้ว่า DSI จะเป็นหน่วยงานระดับสูงที่มีหน้าที่รับผิดชอบคดีอาญาที่ซับซ้อน แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตภายในหน่วยงานอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อกระบวนการบริหารงานของรัฐ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ข้อมูลเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวิธีการที่เจ้าหน้าที่ตั้งใจจะแทรกแซงผลการสอบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อกระบวนการทางกฎหมายคืบหน้า คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวผู้ถูกกล่าวหาและขอบเขตของแผนการดังกล่าว ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรตรวจสอบแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก DSI หรือกระทรวงยุติธรรมเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเกี่ยวกับคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:17 UTC

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังอินฟลูเอนเซอร์เสียชีวิตจากการทำหัตถการทางการแพทย์ในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังอินฟลูเอนเซอร์เสียชีวิตจากการทำหัตถการทางการแพทย์ในไทย

บุตรชายของอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติที่เสียชีวิตในไทยหลังเข้ารับการผ่าตัดขยายขนาดอวัยวะเพศ เรียกร้องให้มีการสอบสวนโดยอ้างถึงความผิดปกติทางร่างกายที่น่าสงสัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังอินฟลูเอนเซอร์เสียชีวิตจากการทำหัตถการทางการแพทย์ในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังอินฟลูเอนเซอร์เสียชีวิตจากการทำหัตถการทางการแพทย์ในไทย

บุตรชายของอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติที่เสียชีวิตในไทยหลังเข้ารับการผ่าตัดขยายขนาดอวัยวะเพศ เรียกร้องให้มีการสอบสวนโดยอ้างถึงความผิดปกติทางร่างกายที่น่าสงสัย

ตามรายงานจาก Matichon Online บุตรชายของอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติที่เสียชีวิตในประเทศไทยหลังจากเข้ารับการผ่าตัดขยายขนาดอวัยวะเพศ ได้แสดงความสงสัยอย่างรุนแรงเกี่ยวกับสถานการณ์การเสียชีวิตของบิดา สมาชิกในครอบครัวได้ตั้งคำถามต่อคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติทางร่างกายที่พบในผู้เสียชีวิต ได้แก่ การหายไปของดวงตาหนึ่งข้างและบาดแผลขนาดใหญ่บนหน้าผาก

ข้อกล่าวหาเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและการกำกับดูแลการทำหัตถการทางการแพทย์ในประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจสอบสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์อย่างละเอียดก่อนเข้ารับการผ่าตัด แม้ว่าการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จะเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญในประเทศไทย แต่อุบัติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนหรือผลลัพธ์ที่อธิบายไม่ได้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ความสำคัญกับคลินิกที่ได้รับการรับรองและตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรทางการแพทย์

ในขณะนี้ ข้อกล่าวหาของบุตรชายยังไม่ได้รับการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าทางการท้องถิ่นได้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฆาตกรรมหรือไม่ หรือจะมีการชันสูตรพลิกศพครั้งที่สองเพื่อตอบข้อกังวลของครอบครัวหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้ที่พิจารณาเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ในภูมิภาคนี้ควรใช้ความระมัดระวังและทำการวิจัยอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ให้บริการที่เลือก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:55 UTC

รวบชายวัย 45 ปี พ่นสีอำพรางรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาในกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายวัย 45 ปี พ่นสีอำพรางรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาในกรุงเทพฯ

ตำรวจกรุงเทพฯ จับกุมชายวัย 45 ปี ขณะกำลังพ่นสีรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาเพื่ออำพรางสายตา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายวัย 45 ปี พ่นสีอำพรางรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายวัย 45 ปี พ่นสีอำพรางรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาในกรุงเทพฯ

ตำรวจกรุงเทพฯ จับกุมชายวัย 45 ปี ขณะกำลังพ่นสีรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาเพื่ออำพรางสายตา

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ได้จับกุมนายรังสรรค์ อายุ 45 ปี ในข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้บริเวณริมทางสาธารณะเลียบคลองบางขวด ในแขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พบว่าผู้ต้องหากำลังพ่นสีรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาเป็นสีแดงเพื่ออำพรางตัวรถ

เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ 1 คัน กระป๋องสเปรย์พ่นสีแดง 1 กระป๋อง และฟิวส์ต่อตรง 3 อัน จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 05.15 น. ของวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ขณะนี้ผู้ต้องหากำลังเผชิญข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลรักษาความปลอดภัยของยานพาหนะส่วนบุคคล เนื่องจากปัญหาการลักขโมยยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวลในเขตเมือง แม้ว่าผู้ต้องหาจะรับสารภาพในคดีลักทรัพย์นี้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนต่อไปเพื่อตรวจสอบว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขโมยรถรายใหญ่หรือไม่ หรือเป็นการก่อเหตุเพียงลำพัง โดยกระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินต่อไปตามขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:56 UTC

รวบอดีตรปภ. ลักกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่วัดโพธิ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบอดีตรปภ. ลักกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่วัดโพธิ์

อดีตรปภ. วัย 30 ปี ถูกตำรวจสถานีพระราชวังจับกุมตัวหลังก่อเหตุลักทรัพย์กระเป๋าสตางค์ของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่ทำตกไว้ในวัดโพธิ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบอดีตรปภ. ลักกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่วัดโพธิ์

แหล่งข่าวเดียว
รวบอดีตรปภ. ลักกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่วัดโพธิ์

อดีตรปภ. วัย 30 ปี ถูกตำรวจสถานีพระราชวังจับกุมตัวหลังก่อเหตุลักทรัพย์กระเป๋าสตางค์ของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่ทำตกไว้ในวัดโพธิ์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายกิติพงษ์ อายุ 30 ปี อดีตรปภ. ในข้อหาลักทรัพย์กระเป๋าสตางค์ของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง เปิดเผยว่าผู้ต้องหาได้สังเกตเห็นนักท่องเที่ยวทำกระเป๋าสตางค์ตกจึงได้ฉวยโอกาสหยิบไป เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อนที่จะนำเงินไปใช้จ่าย โดยของกลางที่ยึดได้ประกอบด้วยกระเป๋าสตางค์สีดำยี่ห้อ Vivienne Westwood บัตรประจำตัวและบัตรเดบิตของชาวเกาหลีใต้ รวมถึงธนบัตรไทยจำนวนหลายพันบาท

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัวเมื่ออยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนหนาแน่น แม้ว่าการตอบสนองอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะช่วยให้ได้ทรัพย์สินคืน แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลของมีค่าให้ปลอดภัยขณะเยี่ยมชมสถานที่ยอดนิยม ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องหาจะถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ และมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้เสียหายอย่างไร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญเพื่อป้องกันการก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:37 UTC

เจ้าหน้าที่สอบสวน DSI มีความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการสอบท้องถิ่นปี 2564
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่สอบสวน DSI มีความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการสอบท้องถิ่นปี 2564

มติชนออนไลน์รายงานว่า อนุรักษ์ เจ้าหน้าที่สอบสวน DSI เคยเป็นกรรมการสอบท้องถิ่นในปี 2564 ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางวิชาชีพในอดีตของเขา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่สอบสวน DSI มีความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการสอบท้องถิ่นปี 2564

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่สอบสวน DSI มีความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการสอบท้องถิ่นปี 2564

มติชนออนไลน์รายงานว่า อนุรักษ์ เจ้าหน้าที่สอบสวน DSI เคยเป็นกรรมการสอบท้องถิ่นในปี 2564 ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางวิชาชีพในอดีตของเขา

ตามรายงานที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มีข้อมูลปรากฏเกี่ยวกับอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่สอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยรายงานระบุว่าอนุรักษ์เคยเป็นสมาชิกของคณะกรรมการสอบท้องถิ่นในปี 2564 และเคยติดต่อกับ ดร.พิชิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงการตรวจสอบภูมิหลังทางวิชาชีพและความสัมพันธ์ในอดีตของเจ้าหน้าที่ภายใน DSI อย่างต่อเนื่อง ความโปร่งใสเกี่ยวกับประวัติของบุคลากรด้านการสอบสวนมักเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์ของกระบวนการทางปกครองและกฎหมายภายในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบที่แน่ชัดของความเชื่อมโยงนี้ยังคงต้องได้รับการยืนยัน รายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่สอบสวนกับ ดร.พิชิต และไม่ได้ชี้แจงว่าบทบาทในคณะกรรมการในอดีตนี้อาจส่งผลต่อการดำเนินงานปัจจุบันของ DSI อย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่ คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของความสัมพันธ์เหล่านี้และผลกระทบทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจะได้รับการชี้แจงโดยช่องทางที่เป็นทางการในเวลาที่เหมาะสม ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการสอบสวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:37 UTC

รวบตัวชายวัย 51 ปี หลังก่อเหตุอนาจารปลาคาร์ฟในกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวชายวัย 51 ปี หลังก่อเหตุอนาจารปลาคาร์ฟในกรุงเทพฯ

ตำรวจกรุงเทพฯ จับกุมชายวัย 51 ปี ข้อหาอนาจารปลาคาร์ฟในบ่อส่วนตัว หลังเจ้าของปลาพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวชายวัย 51 ปี หลังก่อเหตุอนาจารปลาคาร์ฟในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวชายวัย 51 ปี หลังก่อเหตุอนาจารปลาคาร์ฟในกรุงเทพฯ

ตำรวจกรุงเทพฯ จับกุมชายวัย 51 ปี ข้อหาอนาจารปลาคาร์ฟในบ่อส่วนตัว หลังเจ้าของปลาพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด

ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงเทพฯ ได้จับกุมชายวัย 51 ปี ชื่อว่า สุชิตชัย หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในบ่อปลาส่วนตัว โดยเจ้าของปลาได้ตรวจพบพฤติกรรมของผู้ต้องหาผ่านทางกล้องวงจรปิด

หลังจากพบเหตุการณ์ดังกล่าว พันตำรวจเอกยุทธศิลป์ คาริน ผู้กำกับการสถานีตำรวจทุ่งสองห้อง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ต้องหาจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ กรณีที่ผิดปกตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล เช่น กล้องวงจรปิด ซึ่งมักถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องทรัพย์สินและตรวจสอบกิจกรรมในพื้นที่พักอาศัย แม้จะเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมสัตว์และการบุกรุกในประเทศไทย

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อหาทางกฎหมายที่นายสุชิตชัยจะต้องเผชิญและผลสรุปสุดท้ายของการสอบสวนของตำรวจยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของตำรวจเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 03:35 UTC

อดีตเจ้าอาวาสถูกจับกุมหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงินและประพฤติตนไม่เหมาะสม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตเจ้าอาวาสถูกจับกุมหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงินและประพฤติตนไม่เหมาะสม

ตำรวจจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ อติโชติ ธมฺมวโร ในข้อหายักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท หลังมีรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตเจ้าอาวาสถูกจับกุมหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงินและประพฤติตนไม่เหมาะสม

แหล่งข่าวเดียว
อดีตเจ้าอาวาสถูกจับกุมหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงินและประพฤติตนไม่เหมาะสม

ตำรวจจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ อติโชติ ธมฺมวโร ในข้อหายักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท หลังมีรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้จับกุมอดีตหลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหายักยอกเงินวัดจำนวน 92 ล้านบาท นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ควบคุมตัวหญิงสาวที่ชื่อ 'สีกาเอ๋' ซึ่งมีความสนิทสนมกับอดีตเจ้าอาวาส โดยในการปฏิบัติการครั้งนี้ตำรวจได้ยึดเงินสดและทองคำจำนวนมาก

พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ รอง ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยว่าการสืบสวนเริ่มขึ้นเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2569 หลังจากได้รับหนังสือร้องเรียนที่ไม่เปิดเผยนาม ต่อมาในวันที่ 25 สิงหาคม ได้รับเบาะแสเพิ่มเติมพร้อมแฟลชไดรฟ์ที่มีหลักฐานดิจิทัลซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลการร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยหลักฐานดังกล่าวปรากฏภาพพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมระหว่างอดีตเจ้าอาวาสกับหญิงสาวคนดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบความโปร่งใสทางการเงินและความประพฤติภายในสถาบันทางศาสนา แม้ว่าการจับกุมและการยึดทรัพย์สินจะได้รับการยืนยันจากตำรวจแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายในข้อหายักยอกเงินยังคงดำเนินอยู่ ประชาชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:38 UTC

รัฐบาลไทยขยายผลการสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยขยายผลการสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศว่าการสอบสวนคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ยังคงดำเนินอยู่ โดยมีการอายัดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐบาลไทยขยายผลการสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยขยายผลการสอบสวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศว่าการสอบสวนคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ยังคงดำเนินอยู่ โดยมีการอายัดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงข่าวที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่ออัปเดตความคืบหน้าคดีทุจริตการจัดสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าการสอบสวนยังไม่สิ้นสุดและเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลการดำเนินคดีเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับโทษตามกฎหมาย

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รัฐบาลได้ดำเนินการเพิกถอนตำแหน่งของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตแล้ว โดยมีผู้ที่ถูกระบุให้เลิกจ้างจากตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ 5,000 ราย นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่าง 7 หน่วยงานรัฐ รวมถึงตำรวจและหน่วยงานป้องกันการทุจริต ได้นำไปสู่การอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดมูลค่ากว่า 320 ล้านบาท

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ แม้ผลกระทบในระยะสั้นคือการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก แต่ผลกระทบระยะยาวต่อประสิทธิภาพการบริหารงานท้องถิ่นยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากนี้จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะในท้องถิ่นอย่างไรในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีผู้มีอิทธิพลคนใดสามารถปกป้องผู้กระทำผิดในคดีทุจริตนี้ได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:37 UTC

กระทรวงยุติธรรมสั่งพักงาน 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังถูกกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงยุติธรรมสั่งพักงาน 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังถูกกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงยุติธรรมไทยได้สั่งพักงานเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 นาย ระหว่างการสอบสวนกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระทรวงยุติธรรมสั่งพักงาน 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังถูกกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงยุติธรรมสั่งพักงาน 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังถูกกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงยุติธรรมไทยได้สั่งพักงานเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 นาย ระหว่างการสอบสวนกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 กระทรวงยุติธรรมไทยได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน การสั่งพักงานดังกล่าวสืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาว่าบุคคลทั้งสองทำหน้าที่เป็นตัวกลางในขบวนการรับสินบนที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

กระทรวงยุติธรรมได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทั้งสองนาย ซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยมีพยานหลักฐานปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกการโอนเงินที่ผิดกฎหมายซึ่งเชื่อมโยงกับการทุจริตการสอบดังกล่าว การสั่งพักงานเป็นมาตรการเบื้องต้นในระหว่างที่การสอบสวนอย่างเป็นทางการดำเนินต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตภายในหน่วยงานภาครัฐ แม้ว่ากรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับการสรรหาบุคลากรภายในรัฐบาลโดยเฉพาะ แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบภายในหน่วยงานสืบสวนระดับสูง

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ หรือจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่ที่ถูกพักงานหรือไม่ ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมระบุว่าคดีนี้กำลังดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยที่กำหนดไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:59 UTC

สั่งพักราชการ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งพักราชการ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงยุติธรรมไทยสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 ราย หลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งพักราชการ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
สั่งพักราชการ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงยุติธรรมไทยสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 ราย หลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กระทรวงยุติธรรมได้ประกาศสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 รายทันที ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษระดับชำนาญการ ถูกกล่าวหาว่าทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ในเครือข่ายรับสินบนเพื่อช่วยเหลือผู้เข้าสอบในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานของหน่วยงานท้องถิ่น

หลักฐานบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้มีส่วนในการอำนวยความสะดวกการรับ-ส่งเงินจากนายหน้าเพื่อแทรกแซงผลการสอบ ในการนี้ กระทรวงยุติธรรมได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2561 และกฎระเบียบทางวินัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างรอการสอบสวนข้อเท็จจริง กระทรวงยุติธรรมเนียมย้ำว่าการดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความโปร่งใส และยืนยันนโยบายไม่ปกป้องผู้กระทำผิดโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหรือสังกัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตเชิงระบบในกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐ แม้ว่าการสั่งพักราชการจะเป็นขั้นตอนทางปกครองที่สำคัญ แต่คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึก ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้อีกหรือไม่ และจะมีการตั้งข้อหาทางอาญาอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ทั้งสองอย่างไร โดยกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าจะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดหากผลการตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:57 UTC

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดสายไฟรถไฟฟ้าสายสีแดง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดสายไฟรถไฟฟ้าสายสีแดง

เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยและตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ได้จับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดสายไฟตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดสายไฟรถไฟฟ้าสายสีแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดสายไฟรถไฟฟ้าสายสีแดง

เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยและตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ได้จับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดสายไฟตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชันได้ร่วมมือกันจับกุมผู้ต้องหาที่รับผิดชอบในการลักลอบตัดและขโมยสายไฟจากระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เปิดเผยว่า บริษัทได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้า การดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานการลักลอบตัดสายไฟบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยดังกล่าว จึงได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัย การจราจร และการสื่อสารมวลชน โดยมี พล.ต.ต. อำนาจ ไตรพจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธาน เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยและประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการจับกุมโดยฝ่ายสืบสวน สน.ตลิ่งชัน ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผู้กำกับการ สน.ตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนและผู้ใช้บริการ การดำเนินการนี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นการป้องกันการหยุดชะงักของบริการที่เกิดจากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าจะมีการจับกุมผู้ต้องหาในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อื่นในเครือข่ายหรือไม่ หรือจะมีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อป้องกันเหตุในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:58 UTC

สั่งพักราชการ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ปมเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งพักราชการ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ปมเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงยุติธรรมสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 ราย เพื่อรอผลการสอบสวนกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งพักราชการ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ปมเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
สั่งพักราชการ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ปมเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงยุติธรรมสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 ราย เพื่อรอผลการสอบสวนกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 ราย ออกจากราชการไว้ก่อน โดยเป็นการดำเนินการทางวินัยสืบเนื่องจากข้อกล่าวหาว่าบุคคลทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับปัญหาด้านความโปร่งใสภายในหน่วยงานภาครัฐ แม้ว่าดีเอสไอจะเป็นหน่วยงานระดับสูงที่มีหน้าที่รับผิดชอบคดีอาญาที่ซับซ้อน แต่การที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเข้าไปเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกนั้น ตอกย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการตรวจสอบภายในและการป้องกันการทุจริตในขณะนี้

ในขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวน โดยกระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบขอบเขตการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ทั้งสองรายในกรณีทุจริตดังกล่าว ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหา รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการทุจริตและผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เกี่ยวข้องยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อการสอบสวนมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:56 UTC

จับกุมเจ้าหน้าที่ DSI เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมเจ้าหน้าที่ DSI เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถูกจับกุมในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการรับสินบนที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมเจ้าหน้าที่ DSI เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมเจ้าหน้าที่ DSI เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถูกจับกุมในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการรับสินบนที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ระดับซี 8 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ของประเทศไทยถูกควบคุมตัว โดยเจ้าหน้าที่รายนี้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในขบวนการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหารายนี้ได้รับเงินจากบุคคลที่ระบุชื่อว่า 'นายกเฮง' เพื่ออำนวยความสะดวกในการกระทำทุจริตระหว่างกระบวนการสอบ โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าเจ้าหน้าที่รายนี้ได้นำเงินที่ได้จากการทุจริตไปซื้อบ้านหรูมูลค่า 20 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตภายในหน่วยงานภาครัฐ แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นความคืบหน้าสำคัญในการสืบสวน แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกบุคลากรในท้องถิ่นยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

ในขณะนี้ การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการทุจริต จำนวนผู้ที่อาจเกี่ยวข้อง และข้อหาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อผู้ต้องหายังคงต้องรอการยืนยันจากกระบวนการยุติธรรม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก DSI และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลต่อขั้นตอนการบริหารงานในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:57 UTC

ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ร้องเรียนถูกหลอกพรีออเดอร์การ์ดเกม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ร้องเรียนถูกหลอกพรีออเดอร์การ์ดเกม

กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับกรณีถูกหลอกลวงจากการพรีออเดอร์การ์ดเกมยอดนิยม โดยคาดการณ์ความเสียหายรวมสูงถึง 50 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ร้องเรียนถูกหลอกพรีออเดอร์การ์ดเกม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ร้องเรียนถูกหลอกพรีออเดอร์การ์ดเกม

กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับกรณีถูกหลอกลวงจากการพรีออเดอร์การ์ดเกมยอดนิยม โดยคาดการณ์ความเสียหายรวมสูงถึง 50 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ได้นำผู้เสียหายกว่า 30 ราย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหญิงสาววัย 29 ปี และพวกอีก 5 คน ต่อกองบังคับการปราบปราม โดยกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาถูกระบุว่าเปิดรับพรีออเดอร์การ์ดเกมยอดนิยม แต่กลับไม่จัดส่งสินค้าให้ลูกค้าหลังจากได้รับเงินแล้ว

ตามรายงานจาก Khaosod Online จำนวนผู้ได้รับผลกระทบมีประมาณ 100 ราย โดยผู้เสียหายอายุน้อยที่สุดมีอายุเพียง 11 ปี แม้การประเมินความเสียหายเบื้องต้นจะอยู่ที่ 30 ล้านบาท แต่ผู้จัดตั้งกลุ่มผู้เสียหายระบุว่าหากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมเข้ามา มูลค่าความเสียหายรวมอาจพุ่งสูงถึง 50 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมพรีออเดอร์ออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าประเภทของสะสมที่มีมูลค่าสูง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเมื่อติดต่อกับผู้ขายออนไลน์ที่เรียกเก็บเงินเต็มจำนวนล่วงหน้า

เนื่องจากการสอบสวนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ขนาดที่แท้จริงของการกระทำผิดและความเสียหายทางการเงินทั้งหมดจึงยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานและคำให้การจากผู้เสียหายเพื่อพิจารณาความรับผิดทางกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:58 UTC