ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

รวบ 34 วัยรุ่นหลังเหตุปะทะเดือดระหว่างแก๊งในคลองเตย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 34 วัยรุ่นหลังเหตุปะทะเดือดระหว่างแก๊งในคลองเตย

ทางการไทยได้จับกุมบุคคล 34 คนที่เกี่ยวข้องกับการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างแก๊งคู่อริในเขตคลองเตย ซึ่งมีการใช้วัตถุระเบิดในเหตุการณ์ดังกล่าว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 34 วัยรุ่นหลังเหตุปะทะเดือดระหว่างแก๊งในคลองเตย

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 34 วัยรุ่นหลังเหตุปะทะเดือดระหว่างแก๊งในคลองเตย

ทางการไทยได้จับกุมบุคคล 34 คนที่เกี่ยวข้องกับการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างแก๊งคู่อริในเขตคลองเตย ซึ่งมีการใช้วัตถุระเบิดในเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ตำรวจไทยประกาศการจับกุมบุคคล 34 คนหลังจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างแก๊ง 'ท่าเรือ' และแก๊ง 'พระโขนง' ในพื้นที่คลองเตย ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งมีการจุดระเบิด ทำให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนและสร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในละแวกนั้น

ภายหลังการเผยแพร่ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจคลองตัน พระโขนง และท่าเรือ โดยพนักงานสอบสวนได้ใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานเพื่อระบุตัวตนและติดตามผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ถูกจับกุมได้ถูกส่งตัวไปยังศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 15 วันก่อนที่จะสามารถยื่นประกันตัวได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงโอกาสที่จะเกิดความไม่สงบที่เกี่ยวข้องกับแก๊งในบางเขตพื้นที่เมือง แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การควบคุมของตำรวจแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามีการค้นหาผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมหรือไม่ หรือจะมีการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมในเขตคลองเตยเพื่อป้องกันการบานปลายในอนาคตหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 34 คนกำลังดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:56 UTC

ตำรวจนครบาลจับกุมไอซ์ 640 กก. ในกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจนครบาลจับกุมไอซ์ 640 กก. ในกรุงเทพฯ

ทางการไทยสกัดกั้นการขนส่งยาไอซ์ล็อตใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตลาดต่างประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจนครบาลจับกุมไอซ์ 640 กก. ในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจนครบาลจับกุมไอซ์ 640 กก. ในกรุงเทพฯ

ทางการไทยสกัดกั้นการขนส่งยาไอซ์ล็อตใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตลาดต่างประเทศ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการจับกุมยาไอซ์จำนวน 640 กิโลกรัม โดยยาเสพติดที่ยึดได้มีมูลค่าตลาดประเมินไว้สูงกว่า 60 ล้านบาท

ในระหว่างการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ผู้นำตำรวจเน้นย้ำว่าปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการสกัดกั้นเส้นทางการค้ายาเสพติด ทางการได้ออกคำสั่งเฉพาะเพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการไหลเวียนของสารผิดกฎหมายที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมักถูกใช้เป็นจุดผ่านแดนสำหรับการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การจับกุมครั้งสำคัญนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยในการยับยั้งเครือข่ายการกระจายยาเสพติดขนาดใหญ่ แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจากการขนส่งล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่ตำรวจยังคงมุ่งเน้นไปที่การระบุห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องในวงกว้างต่อไป ยังคงต้องยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้เชื่อมโยงกับการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอื่นๆ ในภูมิภาคเมื่อเร็วๆ นี้หรือไม่ หรือจะมีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนเครือข่ายการกระจายยาเสพติดยังคงดำเนินต่อไป นักท่องเที่ยวควรทราบว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับยาเสพติด และปฏิบัติการในลักษณะนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามด้านความปลอดภัยในท้องถิ่นตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:55 UTC

ศาลพระโขนงสั่งจำคุก 'ไฮโซลูกนัท' 9 เดือน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลพระโขนงสั่งจำคุก 'ไฮโซลูกนัท' 9 เดือน

ศาลอาญาพระโขนงตัดสินจำคุกนายธนัตถ์ 'ลูกนัท' ธนากิจอำนวย เป็นเวลา 9 เดือน พร้อมปรับในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และยกฟ้องในข้อหาครอบครองอาวุธปืน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลพระโขนงสั่งจำคุก 'ไฮโซลูกนัท' 9 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ศาลพระโขนงสั่งจำคุก 'ไฮโซลูกนัท' 9 เดือน

ศาลอาญาพระโขนงตัดสินจำคุกนายธนัตถ์ 'ลูกนัท' ธนากิจอำนวย เป็นเวลา 9 เดือน พร้อมปรับในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และยกฟ้องในข้อหาครอบครองอาวุธปืน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ศาลอาญาพระโขนงได้อ่านคำพิพากษาในคดีของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย อายุ 37 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ไฮโซลูกนัท' ตามรายงานของ Thai Post ศาลตัดสินว่าจำเลยมีความผิดจริงในข้อหาเสพและครอบครองเมทแอมเฟตามีน

จากคำพิพากษาดังกล่าว ศาลสั่งจำคุกนายธนัตถ์เป็นเวลา 9 เดือน และปรับเป็นเงิน 22,000 บาท ในกระบวนการเดียวกัน ศาลได้ตัดสินยกฟ้องจำเลยในข้อหาแยกต่างหากที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธปืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดของประเทศ ประเทศไทยมีนโยบายไม่ยอมรับการครอบครองและใช้สารเสพติดโดยเด็ดขาด และกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงมักได้รับความสนใจจากสาธารณชนอยู่เสมอ

แม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาในข้อหาเหล่านี้แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาหรือโทษที่ได้รับหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือการดำเนินการทางกฎหมายอื่นๆ ยังไม่มีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนทางกฎหมายของจำเลย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:36 UTC

พบเหตุสลดในบ้านพักย่านนนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พบเหตุสลดในบ้านพักย่านนนทบุรี

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรีอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์น่าสลดใจ หลังพบหญิงเสียชีวิตและสามีอยู่ในอาการวิกฤตภายในบ้านพัก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พบเหตุสลดในบ้านพักย่านนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พบเหตุสลดในบ้านพักย่านนนทบุรี

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรีอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์น่าสลดใจ หลังพบหญิงเสียชีวิตและสามีอยู่ในอาการวิกฤตภายในบ้านพัก

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนถนนราชพฤกษ์ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าประธานหมู่บ้านเกิดความสงสัยหลังจากสังเกตเห็นประตูหน้าบ้านสองชั้นหลังหนึ่งเปิดทิ้งไว้เป็นเวลา 4 วัน เมื่อเข้าไปตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบศพหญิงวัย 52 ปีเสียชีวิตอยู่บนเตียงโดยมีผ้าห่มคลุมไว้ และพบสามีวัย 54 ปีนอนอยู่ใกล้กันในสภาพอาการวิกฤตและอ่อนแรง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบนำตัวสามีส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน จากการตรวจสอบเบื้องต้นในที่เกิดเหตุพบเม็ดยาไม่ทราบชนิดอยู่ในปากของผู้เสียชีวิต ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาการของสามี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการสอดส่องดูแลในชุมชน แม้ว่าเหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นโศกนาฏกรรมภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตหรือประเภทของสารที่พบในที่เกิดเหตุ โดยต้องรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการและการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีเกี่ยวกับคดีนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:57 UTC

ราชกิจจานุเบกษาประกาศแต่งตั้งนายทหารประจำปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ราชกิจจานุเบกษาประกาศแต่งตั้งนายทหารประจำปี

ราชกิจจานุเบกษาของไทยได้เผยแพร่ประกาศอย่างเป็นทางการยืนยันการแต่งตั้งนายทหารจำนวน 805 นาย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ราชกิจจานุเบกษาประกาศแต่งตั้งนายทหารประจำปี

แหล่งข่าวเดียว
ราชกิจจานุเบกษาประกาศแต่งตั้งนายทหารประจำปี

ราชกิจจานุเบกษาของไทยได้เผยแพร่ประกาศอย่างเป็นทางการยืนยันการแต่งตั้งนายทหารจำนวน 805 นาย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยได้ประกาศแต่งตั้งนายทหารจำนวน 805 นายให้ดำรงตำแหน่งใหม่ โดยประกาศดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาและยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับย้ายนายทหารประจำปีถือเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติภายในโครงสร้างของรัฐบาลไทย แม้ว่าการแต่งตั้งเหล่านี้จะเป็นเรื่องภายในของกองทัพ แต่ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองมักจะติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมักสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านความเป็นผู้นำและอิทธิพลภายในหน่วยงานความมั่นคงของชาติ

ในขณะนี้ รายชื่อเฉพาะและการกระจายตำแหน่งทั้ง 805 ตำแหน่งในเหล่าทัพต่างๆ ยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วนในสรุปข่าวสาธารณะ เมื่อใกล้ถึงวันที่ 1 ตุลาคม ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทเฉพาะและผลกระทบเชิงกลยุทธ์ของการแต่งตั้งเหล่านี้อาจมีความชัดเจนมากขึ้นผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางบริหารเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะ การเดินทาง หรือชีวิตประจำวันของผู้ที่อาศัยหรือมาเยือนประเทศ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปสำหรับการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 12:18 UTC

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพล 590 นาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพล 590 นาย

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพลจำนวน 590 นายอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพล 590 นาย

แหล่งข่าวเดียว
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพล 590 นาย

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพลจำนวน 590 นายอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพลให้แก่บุคคลจำนวน 590 นาย การประกาศนี้เป็นไปตามขั้นตอนการบริหารงานปกติของกองทัพไทย ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบังคับบัญชาในลำดับชั้นทางทหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย การปรับเลื่อนยศในระดับสูงภายในกองทัพถือเป็นเหตุการณ์ปกติที่สะท้อนถึงการปรับปรุงองค์กรภายใน แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นเรื่องทางธุรการและเป็นเรื่องภายในของภาคส่วนกลาโหม แต่ผู้สังเกตการณ์มักติดตามเพื่อทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของอิทธิพลในสถาบันและทิศทางนโยบาย การปรับเลื่อนยศเหล่านี้โดยปกติแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือประชาชนทั่วไป และไม่ได้เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบทางแพ่งหรือเงื่อนไขการเดินทางที่มีอยู่เดิม

ในขณะนี้ รายชื่อเฉพาะของนายทหารที่ได้รับพระราชทานยศและตำแหน่งใหม่ได้ถูกดำเนินการผ่านช่องทางที่เป็นทางการแล้ว รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน่วยงานหรือกองกำลังที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงผู้นำเหล่านี้อาจมีการเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาในลำดับถัดไป เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของกองทัพ จึงไม่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสาธารณะเพิ่มเติม และสถานการณ์นี้ถือเป็นการอัปเดตทางธุรการตามปกติภายในโครงสร้างของรัฐบาลไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ไทยประกาศปรับย้ายนายทหารประจำปี 805 นาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศปรับย้ายนายทหารประจำปี 805 นาย

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหาร 805 นาย เป็นอันเสร็จสิ้นการปรับย้ายประจำปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยประกาศปรับย้ายนายทหารประจำปี 805 นาย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศปรับย้ายนายทหารประจำปี 805 นาย

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหาร 805 นาย เป็นอันเสร็จสิ้นการปรับย้ายประจำปี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารประจำปีในประเทศไทย โดยยืนยันการแต่งตั้งนายทหารจำนวน 805 นายในเหล่าทัพต่างๆ

การแต่งตั้งที่สำคัญตามรายงานระบุถึง 'บิ๊กตั้ม' เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม และ 'บิ๊กเอก' เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นไปตามโผที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยการปรับย้ายครั้งนี้ไม่มีความพลิกโผจากรายงานที่ปรากฏในช่วงก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การแต่งตั้งทหารระดับสูงเหล่านี้ถือเป็นขั้นตอนทางธุรการตามปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือความปลอดภัยสาธารณะ กองทัพยังคงเป็นสถาบันหลักในโครงสร้างการปกครองของประเทศ และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำตามปกติภายในภาคส่วนกลาโหม

แม้ว่ารายชื่อนายทหารทั้ง 805 นายจะได้รับการโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงของการเปลี่ยนแปลงผู้นำเหล่านี้ต่อนโยบายกลาโหมระยะยาวหรือความมั่นคงในภูมิภาคยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะยังคงเฝ้าดูว่าผู้บัญชาการคนใหม่เหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อทิศทางการปฏิบัติงานของหน่วยงานตนอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ในประกาศเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่เฉพาะหรือกำหนดการส่งมอบงานของทั้ง 805 นาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:36 UTC

คุมตัว 5 ผู้ต้องสงสัยหลังเหตุแทงกันที่ปั๊มน้ำมันในนนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คุมตัว 5 ผู้ต้องสงสัยหลังเหตุแทงกันที่ปั๊มน้ำมันในนนทบุรี

ตำรวจนนทบุรีควบคุมตัวบุคคล 5 ราย หลังชายวัย 24 ปีถูกแทงหลายแผลที่สถานีบริการน้ำมันในอำเภอปากเกร็ด

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คุมตัว 5 ผู้ต้องสงสัยหลังเหตุแทงกันที่ปั๊มน้ำมันในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
คุมตัว 5 ผู้ต้องสงสัยหลังเหตุแทงกันที่ปั๊มน้ำมันในนนทบุรี

ตำรวจนนทบุรีควบคุมตัวบุคคล 5 ราย หลังชายวัย 24 ปีถูกแทงหลายแผลที่สถานีบริการน้ำมันในอำเภอปากเกร็ด

ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนนทบุรีได้ควบคุมตัวบุคคล 5 รายที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นในคืนวันที่ 10 กันยายน 2026 โดยตำรวจได้รับแจ้งเหตุที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด เมื่อเวลาประมาณ 20:00 น. ซึ่งพบชายวัย 24 ปี ทราบชื่อคือสิทธิโชค ได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลถูกแทงจำนวน 6 แผล

ในกลุ่มผู้ที่ถูกควบคุมตัวมีพ่อและลูกชายรวมอยู่ด้วย แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการกระทำที่รุนแรงในพื้นที่สาธารณะซึ่งมีทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังพื้นที่นนทบุรี เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะในพื้นที่จุดพักรถหรือสถานีบริการในช่วงเวลากลางคืน

รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับคดีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงจูงใจอย่างเป็นทางการเบื้องหลังการทะเลาะวิวาทที่ยังไม่มีการเปิดเผย และความสัมพันธ์ที่แน่ชัดระหว่างผู้เสียหายกับผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 รายยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บปัจจุบันของผู้เสียหาย หรือข้อหาเฉพาะเจาะจงที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 04:35 UTC

ศาลไม่ให้ประกันตัวอดีตเจ้าอาวาสและสีกาในคดีฟอกเงิน
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

ศาลไม่ให้ประกันตัวอดีตเจ้าอาวาสและสีกาในคดีฟอกเงิน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอดีตเจ้าอาวาสและสีกา โดยระบุถึงความร้ายแรงของข้อหาฟอกเงินและความเสี่ยงในการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลไม่ให้ประกันตัวอดีตเจ้าอาวาสและสีกาในคดีฟอกเงิน

ได้รับการยืนยัน
ศาลไม่ให้ประกันตัวอดีตเจ้าอาวาสและสีกาในคดีฟอกเงิน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอดีตเจ้าอาวาสและสีกา โดยระบุถึงความร้ายแรงของข้อหาฟอกเงินและความเสี่ยงในการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จังหวัดสระบุรี ได้มีคำสั่งให้ควบคุมตัวนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางสาวปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามได้นำตัวทั้งสองมายังศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและความผิดร้ายแรงอื่นๆ

ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 23 กันยายน 2569 ในคำสั่งศาลระบุว่าข้อหาดังกล่าวมีอัตราโทษสูงและจำเป็นต้องมีการสอบสวนเส้นทางการเงินรวมถึงขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ศาลให้เหตุผลในการไม่อนุญาตให้ประกันตัวว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบความไม่โปร่งใสทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนา แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะอยู่ในขั้นตอนการฝากขังเบื้องต้น แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อวัดและการบริหารจัดการนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ในขณะที่การสอบสวนดำเนินไป คาดว่าเจ้าหน้าที่จะขยายผลเพื่อระบุตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีและผลการตรวจสอบทางการเงินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:17 UTC

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น

ทางการไทยจับกุมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 ราย ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการรับเงินสินบน 55 ล้านบาท เพื่อแลกกับการบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น

ทางการไทยจับกุมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 ราย ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการรับเงินสินบน 55 ล้านบาท เพื่อแลกกับการบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 คณะทำงานร่วมประกอบด้วยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้เข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 ราย หลังจากการขยายผลการสอบสวนขบวนการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

ปฏิบัติการดังกล่าวขยายผลมาจากการจับกุมอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่รู้จักกันในชื่อ 'นายกเฮง' ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่านายกเฮงอ้างว่ามีบุคคลที่เรียกว่า 'บอส' สามารถช่วยให้ผู้สมัครสอบได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้ การสอบสวนพบว่ามีผู้สมัครสอบจำนวน 107 ราย ได้จ่ายเงินรวม 55 ล้านบาทเพื่อเป็นค่ามัดจำในการจองตำแหน่ง ขณะนี้ผู้ต้องหากำลังเผชิญกับข้อหาหนักที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุจริตนี้ ซึ่งมีรายงานว่าเชื่อมโยงไปยังผู้มีอิทธิพลที่สามารถควบคุมกระบวนการสอบของท้องถิ่นได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตเชิงระบบในการรับสมัครงานภาครัฐ แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่าอิทธิพลของ 'บอส' จะขยายไปถึงระดับใดและจะมีเจ้าหน้าที่รายอื่นถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมหรือไม่ นักท่องเที่ยวโดยทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบจากการสอบสวนทางปกครองเหล่านี้ แต่กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ช่องทางที่เป็นทางการและโปร่งใสสำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐทั้งหมดในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:17 UTC

กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงกฎระเบียบการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงกฎระเบียบการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการเปิดทางให้ต่างชาติ โดยเน้นย้ำว่าการปรับกฎระเบียบมุ่งเน้นการลดความซ้ำซ้อนและควบคุมการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงกฎระเบียบการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงกฎระเบียบการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการเปิดทางให้ต่างชาติ โดยเน้นย้ำว่าการปรับกฎระเบียบมุ่งเน้นการลดความซ้ำซ้อนและควบคุมการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ออกมาตอบโต้ข้อวิจารณ์ของสนธิเกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โดยประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงกฎระเบียบที่ควบคุมธุรกิจ 8 ประเภท

ศุภจีชี้แจงว่าการดำเนินการล่าสุดของกระทรวงไม่ได้มีเจตนาที่จะเปิดตลาดให้ต่างชาติเข้ามาควบคุมได้อย่างเสรี แต่การปรับปรุงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการให้คล่องตัวขึ้น โดยการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อป้องกันการใช้ 'นอมินี' ซึ่งเป็นวิธีการที่นิติบุคคลต่างชาติใช้ตัวแทนในท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านความเป็นเจ้าของ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจกับการปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจในท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเหล่านี้อาจส่งผลต่อวิธีการดำเนินงานหรือการจัดโครงสร้างการปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทที่มีการลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทย

ในขณะนี้ รายละเอียดเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบธุรกิจทั้ง 8 ประเภทภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรับทราบแนวทางเพิ่มเติมว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเฉพาะหรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่มีอยู่เดิมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:16 UTC

ศาลสิงคโปร์ตัดสินเงินกว่า 12 ล้านที่ซีอีโอโอนให้แฟนเก่าถือเป็นของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลสิงคโปร์ตัดสินเงินกว่า 12 ล้านที่ซีอีโอโอนให้แฟนเก่าถือเป็นของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้

ศาลสิงคโปร์ยกฟ้องคดีที่ซีอีโอพยายามเรียกเงินคืนกว่า 12 ล้านจากอดีตแฟนสาว โดยตัดสินว่าการโอนเงินดังกล่าวถือเป็นของขวัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลสิงคโปร์ตัดสินเงินกว่า 12 ล้านที่ซีอีโอโอนให้แฟนเก่าถือเป็นของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสิงคโปร์ตัดสินเงินกว่า 12 ล้านที่ซีอีโอโอนให้แฟนเก่าถือเป็นของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้

ศาลสิงคโปร์ยกฟ้องคดีที่ซีอีโอพยายามเรียกเงินคืนกว่า 12 ล้านจากอดีตแฟนสาว โดยตัดสินว่าการโอนเงินดังกล่าวถือเป็นของขวัญ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ศาลสิงคโปร์ได้ตัดสินคดีที่ซีอีโอรายหนึ่งพยายามเรียกเงินคืนกว่า 12 ล้านจากอดีตแฟนสาว โดยโจทก์อ้างว่าเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวเป็นเงินกู้ที่ต้องมีการชำระคืน อย่างไรก็ตาม ศาลได้พิจารณาแล้วว่าการโอนเงินดังกล่าวมีเจตนาให้เป็นของขวัญมากกว่าที่จะเป็นภาระผูกพันทางการเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในภูมิภาคนี้ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนทางกฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินจำนวนมากระหว่างคู่รัก ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าหากไม่มีสัญญาเงินกู้ที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ ศาลอาจตีความการให้เงินจำนวนมากว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ คำตัดสินนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดทำเอกสารข้อตกลงทางการเงินให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงการฟ้องร้องในอนาคต

แม้ว่าศาลจะมีคำตัดสินเกี่ยวกับลักษณะของเงินจำนวนนี้แล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อข้อพิพาททางแพ่งที่คล้ายคลึงกันในสิงคโปร์ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้สังเกตการณ์ทางกฎหมาย ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าโจทก์ตั้งใจจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลหรือไม่ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการทำธุรกรรมทางการเงินจำนวนมากในภูมิภาคนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อให้แน่ใจว่าผลประโยชน์ของตนได้รับการคุ้มครองผ่านเอกสารที่เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:55 UTC

เจ้าของร้านมือถือแจงดราม่าสาดน้ำ ยันเป็นเหตุการณ์จริงปมลักทรัพย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าของร้านมือถือแจงดราม่าสาดน้ำ ยันเป็นเหตุการณ์จริงปมลักทรัพย์

เจ้าของร้านมือถือในไทยยืนยันว่าคลิปวิดีโอที่เขาสาดน้ำใส่พนักงานเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นจากการลักทรัพย์ ไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าของร้านมือถือแจงดราม่าสาดน้ำ ยันเป็นเหตุการณ์จริงปมลักทรัพย์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าของร้านมือถือแจงดราม่าสาดน้ำ ยันเป็นเหตุการณ์จริงปมลักทรัพย์

เจ้าของร้านมือถือในไทยยืนยันว่าคลิปวิดีโอที่เขาสาดน้ำใส่พนักงานเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นจากการลักทรัพย์ ไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียซึ่งแสดงภาพเจ้าของร้านสาดน้ำใส่พนักงานได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างมาก โดยมีผู้ชมจำนวนมากตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างคอนเทนต์หรือไม่ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายเก่ง เจ้าของร้าน 'นักเลงมือถือ' ได้เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์เพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นายเก่งยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพบว่าพนักงานคนดังกล่าวได้ขโมยโทรศัพท์ iPhone หลายเครื่องไปจากร้าน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 200,000 บาท ตามคำบอกเล่าของเจ้าของร้าน คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกบันทึกไว้โดยพนักงานอีกคนในขณะที่เขากำลังรู้สึกโกรธหลังจากที่ได้สอนทักษะการบริการลูกค้าให้กับพนักงานคนดังกล่าว หลังจากคลิปกลายเป็นกระแสไวรัล ญาติของพนักงานได้นำเงินมาชดเชยค่าเสียหายบางส่วนให้กับทางร้านแล้ว ขณะนี้เรื่องดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้ทีมทนายความของบริษัทเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจสภาพแวดล้อมการทำงานในท้องถิ่นและผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงของการลักทรัพย์ในประเทศไทย แม้ว่าเจ้าของร้านจะออกมาตอบโต้ข้อสงสัยของสาธารณชนเกี่ยวกับความถูกต้องของคลิปแล้ว แต่ผลสรุปทางกฎหมายของข้อกล่าวหาเรื่องการลักทรัพย์ยังคงต้องรอการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่และตัวแทนทางกฎหมายของบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:56 UTC

ก.ล.ต. เร่งปิดคดีตลาดทุนและเสนอการปฏิรูปการขายชอร์ต (Short Sell)
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ก.ล.ต. เร่งปิดคดีตลาดทุนและเสนอการปฏิรูปการขายชอร์ต (Short Sell)

ก.ล.ต. ไทยกำลังลดระยะเวลาการตรวจสอบคดีในตลาดทุนและมุ่งขยายอำนาจกำกับดูแลกิจกรรมการขายชอร์ต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ก.ล.ต. เร่งปิดคดีตลาดทุนและเสนอการปฏิรูปการขายชอร์ต (Short Sell)

แหล่งข่าวเดียว
ก.ล.ต. เร่งปิดคดีตลาดทุนและเสนอการปฏิรูปการขายชอร์ต (Short Sell)

ก.ล.ต. ไทยกำลังลดระยะเวลาการตรวจสอบคดีในตลาดทุนและมุ่งขยายอำนาจกำกับดูแลกิจกรรมการขายชอร์ต

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังดำเนินมาตรการเพื่อเร่งรัดการแก้ไขคดีในตลาดทุน โดยหน่วยงานกำกับดูแลสามารถลดระยะเวลาการตรวจสอบเฉลี่ยจาก 2 ปี 6 เดือน เหลือ 1 ปี 5 เดือน และตั้งเป้าหมายให้คดีส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขภายในระยะเวลา 2 ปี ภายในต้นปี 2570

นอกเหนือจากประสิทธิภาพด้านกระบวนการแล้ว ก.ล.ต. กำลังผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจในการกำกับดูแลการขายชอร์ต (Short Sell) โดยการเปลี่ยนแปลงที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลมีอำนาจโดยตรงเหนือผู้ลงทุนรายบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการขายชอร์ต และอำนวยความสะดวกในการสอบสวนร่วมในคดีความผิดร้ายแรงในตลาด นอกจากนี้ ก.ล.ต. กำลังเตรียมปรับปรุงเกณฑ์การซื้อขาย รวมถึงการนำ "Uptick Rule" มาใช้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับตลาดการเงินไทย การพัฒนาเหล่านี้ส่งสัญญาณถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบเชิงรุกที่มุ่งเพิ่มความโปร่งใสและความรับผิดชอบของตลาด แม้ว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดทุน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการใช้อำนาจกำกับดูแลการขายชอร์ตใหม่และกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับกฎการซื้อขายที่อัปเดตนั้นยังคงขึ้นอยู่กับความคืบหน้าทางกฎหมาย ผู้ลงทุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ก.ล.ต. สำหรับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบขั้นสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:18 UTC

รวบตัวผู้ต้องหาปล้นธนาคารย่านตลาดไท จ.ปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวผู้ต้องหาปล้นธนาคารย่านตลาดไท จ.ปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีปล้นธนาคารย่านตลาดไท กวาดเงินไป 1.5 ล้านบาท พบประวัติเคยก่อเหตุปล้นรถขนเงินมาก่อน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวผู้ต้องหาปล้นธนาคารย่านตลาดไท จ.ปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้ต้องหาปล้นธนาคารย่านตลาดไท จ.ปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีปล้นธนาคารย่านตลาดไท กวาดเงินไป 1.5 ล้านบาท พบประวัติเคยก่อเหตุปล้นรถขนเงินมาก่อน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายผู้ต้องสงสัยก่อเหตุปล้นธนาคารใกล้ตลาดไท ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่ากวาดเงินสดไปรวม 1.5 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมหลังจากการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

รายละเอียดจากรายงานระบุว่า ผู้ต้องหาบุกเข้าไปในธนาคารในช่วงเวลาก่อนปิดทำการ โดยสวมหมวกไหมพรม เสื้อสีแดง และถุงมือ ผู้ก่อเหตุได้ใช้ท่อนเหล็กขัดประตูไว้ก่อนจะใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานธนาคาร 5 คน และผู้ตรวจสอบอีก 1 คน โดยคนร้ายได้เงินจากเคาน์เตอร์ไปกว่า 5 แสนบาท ก่อนจะบังคับให้พนักงานเปิดตู้เซฟและกวาดเงินไปอีก 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาท จากนั้นได้ขับรถเก๋งทะเบียนสงขลาหลบหนีไป

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีประวัติอาชญากรรม โดยเคยต้องโทษคดีปล้นรถขนเงินเมื่อ 14 ปีก่อน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังตัวในที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันการเงิน แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่รายละเอียดอย่างเป็นทางการจากตำรวจเกี่ยวกับการติดตามเงินคืนทั้งหมดและขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:56 UTC

ตำรวจจับกุมชายคลั่งพร้อมอาวุธปืนหลังก่อเหตุวุ่นวายจากยาเสพติดในพัทลุง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจจับกุมชายคลั่งพร้อมอาวุธปืนหลังก่อเหตุวุ่นวายจากยาเสพติดในพัทลุง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพัทลุงควบคุมตัวชายวัย 30 ปี หลังได้รับรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสม การใช้ยาเสพติด และการยิงปืนในที่พักอาศัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจจับกุมชายคลั่งพร้อมอาวุธปืนหลังก่อเหตุวุ่นวายจากยาเสพติดในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจจับกุมชายคลั่งพร้อมอาวุธปืนหลังก่อเหตุวุ่นวายจากยาเสพติดในพัทลุง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพัทลุงควบคุมตัวชายวัย 30 ปี หลังได้รับรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสม การใช้ยาเสพติด และการยิงปืนในที่พักอาศัย

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ตำรวจในจังหวัดพัทลุง ประเทศไทย ได้จับกุมนายนนทชัย อายุ 30 ปี หลังจากได้รับรายงานเหตุวุ่นวายในพื้นที่ตำบลอ่างทอง อำเภอศรีนครินทร์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเนื่องจากพฤติกรรมของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด การทำลายข้าวของ และการยิงปืนภายในบ้าน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ต้องหากำลังเดินอยู่ใกล้ที่พักอาศัยพร้อมพกมีดปลายแหลมยาวประมาณ 12 นิ้ว แม้ในตอนแรกผู้ต้องหาจะขัดขืนและมีท่าทีโวยวาย แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นภายในบ้านโดยมีญาติร่วมเป็นสักขีพยาน เจ้าหน้าที่พบปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุน 2 นัด ผู้ต้องหารับสารภาพว่าซื้อปืนกระบอกดังกล่าวมาจากเพื่อนในราคา 1,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแจ้งเหตุพฤติกรรมที่น่าสงสัยหรือเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทันที แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสอบสวนเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและที่มาของอาวุธผิดกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ต้องหาจะถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงปืนที่เพื่อนบ้านรายงานก่อนที่ตำรวจจะมาถึงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:57 UTC

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ผอ.สำนักช่าง อบจ.โคราช จงใจปกปิดทรัพย์สิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ผอ.สำนักช่าง อบจ.โคราช จงใจปกปิดทรัพย์สิน

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดผู้อำนวยการสำนักช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กรณีจงใจไม่แสดงรายการที่ดิน 8 แปลง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ผอ.สำนักช่าง อบจ.โคราช จงใจปกปิดทรัพย์สิน

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ผอ.สำนักช่าง อบจ.โคราช จงใจปกปิดทรัพย์สิน

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดผู้อำนวยการสำนักช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กรณีจงใจไม่แสดงรายการที่ดิน 8 แปลง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดผู้อำนวยการสำนักช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) โดยคณะกรรมการฯ ระบุว่าเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจงใจปกปิดทรัพย์สินด้วยการไม่แสดงรายการถือครองที่ดินจำนวน 8 แปลงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องยื่นตามกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานตรวจสอบในประเทศไทยในการสร้างความโปร่งใสภายในหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น เนื่องจากสำนักช่างเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ข้อสรุปดังกล่าวจึงอาจนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและการกำกับดูแลการพัฒนาในพื้นที่

ในขณะนี้ ป.ป.ช. ได้สรุปผลการสอบสวนในประเด็นการปกปิดทรัพย์สินแล้ว แต่ผลทางกฎหมายที่แน่ชัดและมาตรการทางวินัยที่จะดำเนินการกับผู้อำนวยการรายดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป สาธารณชนกำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของเจ้าหน้าที่รายนี้ และรอดูว่าคำวินิจฉัยนี้จะนำไปสู่การตรวจสอบการปฏิบัติงานภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาในวงกว้างขึ้นหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องทางปกครองที่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากราชกิจจานุเบกษาหรือแถลงการณ์ทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับบทลงโทษหรือกระบวนการถอดถอนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:35 UTC

ศาลไม่ให้ประกันตัว 'อติโชติ' และ 'สีกาเอ๋' ในคดีดัง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลไม่ให้ประกันตัว 'อติโชติ' และ 'สีกาเอ๋' ในคดีดัง

ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัวอติโชติและผู้ร่วมขบวนการที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' โดยระบุถึงอัตราโทษที่สูงและความกังวลเรื่องการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลไม่ให้ประกันตัว 'อติโชติ' และ 'สีกาเอ๋' ในคดีดัง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลไม่ให้ประกันตัว 'อติโชติ' และ 'สีกาเอ๋' ในคดีดัง

ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัวอติโชติและผู้ร่วมขบวนการที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' โดยระบุถึงอัตราโทษที่สูงและความกังวลเรื่องการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ศาลอาญาได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวบุคคลสองราย คือ นายอติโชติ และหญิงสาวที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' โดยทั้งสองยังคงถูกควบคุมตัวในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป

การตัดสินใจของศาลในการปฏิเสธการปล่อยตัวชั่วคราวมีสาเหตุมาจากอัตราโทษที่สูงของข้อหาดังกล่าว นอกจากนี้ ศาลยังแสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญว่าหากได้รับการปล่อยตัว ผู้ต้องหาอาจพยายามเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือแทรกแซงพยานที่เกี่ยวข้องในคดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่เข้มงวดของกระบวนการยุติธรรมไทยในการจัดการกับข้อหาทางอาญาที่ร้ายแรง แม้ว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับบุคคลเฉพาะกลุ่ม แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเข้มงวดของระบบกฎหมายท้องถิ่นในการจัดการกับคดีอาญาที่มีความสำคัญสูง

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของข้อหายังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ประชาชนและผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากศาลเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีและสถานะทางกฎหมายของผู้ต้องหาในอนาคต คดีนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการและยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:16 UTC