ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

การเลื่อนยศตำรวจและการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในบุรีรัมย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การเลื่อนยศตำรวจและการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในบุรีรัมย์

นายตำรวจระดับสูง เอนก ศรีกิจรัตน์ ได้รับการเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี โดยมีรายงานระบุถึงความเป็นไปได้ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การเลื่อนยศตำรวจและการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
การเลื่อนยศตำรวจและการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในบุรีรัมย์

นายตำรวจระดับสูง เอนก ศรีกิจรัตน์ ได้รับการเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี โดยมีรายงานระบุถึงความเป็นไปได้ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 พันตำรวจเอก เอนก ศรีกิจรัตน์ ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงตำรวจไทยหลังจากการเลื่อนยศครั้งล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นอกเหนือจากการเลื่อนยศนี้ ยังมีการคาดการณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับภารกิจต่อไปของเขา โดยมีรายงานระบุว่าเขากำลังถูกพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับเอนกนั้นมีพื้นฐานการทำงานในสายงานตำรวจภูธรที่มีประสบการณ์ครอบคลุมตั้งแต่ชัยภูมิไปจนถึงโคราช และปัจจุบันเขากำลังเป็นจุดสนใจในแวดวงการบริหารงานตำรวจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในบุรีรัมย์ พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในระดับผู้นำตำรวจภูธร แม้ว่าการเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรีจะได้รับการยืนยันจากราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่การแต่งตั้งเฉพาะเจาะจงให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ยังคงเป็นเพียงประเด็นที่มีการรายงานผ่านสื่อ และยังไม่มีการสรุปหรือยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามกระบวนการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อดูว่ารายงานเกี่ยวกับบทบาทใหม่ของเขาจะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 01:15 UTC

ตำรวจถลางซ้อมแผนเผชิญเหตุ 'Active Shooter' ในโรงเรียนในพื้นที่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจถลางซ้อมแผนเผชิญเหตุ 'Active Shooter' ในโรงเรียนในพื้นที่

ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตในเขตถลางได้จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินที่โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ เพื่อฝึกอบรมบุคลากรและนักเรียนเกี่ยวกับระเบียบการด้านความปลอดภัย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจถลางซ้อมแผนเผชิญเหตุ 'Active Shooter' ในโรงเรียนในพื้นที่

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจถลางซ้อมแผนเผชิญเหตุ 'Active Shooter' ในโรงเรียนในพื้นที่

ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตในเขตถลางได้จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินที่โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ เพื่อฝึกอบรมบุคลากรและนักเรียนเกี่ยวกับระเบียบการด้านความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 สถานีตำรวจภูธรถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ 'Active Shooter' (มือปืนกราดยิง) ที่โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ ตามรายงานของ Thai Post การฝึกซ้อมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทั้งครูและนักเรียนสำหรับเหตุการณ์ความปลอดภัยที่มีความเสี่ยงสูง

การฝึกอบรมเน้นไปที่ระเบียบการ 'หนี ซ่อน สู้' ซึ่งเป็นกรอบความปลอดภัยมาตรฐานที่ใช้เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตระหว่างสถานการณ์ที่มีภัยคุกคาม การจำลองสถานการณ์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรของโรงเรียนและนักเรียนมีความคุ้นเคยกับขั้นตอนการอพยพและการหลบซ่อนตัวในทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงแนวทางเชิงรุกที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นกำลังดำเนินการเพื่อความปลอดภัยสาธารณะและความปลอดภัยของสถาบันในภูเก็ต แม้ว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวจะเป็นมาตรการความปลอดภัยตามปกติ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ในสถานการณ์เมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการขยายการฝึกซ้อมที่คล้ายคลึงกันไปยังสถานศึกษาอื่นๆ ทั่วทั้งเขตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ เนื่องจากนี่เป็นการฝึกซ้อมที่มีการควบคุม จึงไม่มีเหตุให้ต้องตื่นตระหนก และสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปรับปรุงความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินในชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 00:15 UTC

เจ้าหน้าที่คุมตัว 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' หลังยึดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่คุมตัว 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' หลังยึดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

ตำรวจไทยได้ควบคุมตัวบุคคลสองรายที่รู้จักกันในชื่อ 'สมีโชติ' และ 'สีกาเอ๋' หลังจากการตรวจค้นใน 6 จุด ซึ่งพบทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาทและใบอนุโมทนาบัตรปลอม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่คุมตัว 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' หลังยึดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่คุมตัว 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' หลังยึดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

ตำรวจไทยได้ควบคุมตัวบุคคลสองรายที่รู้จักกันในชื่อ 'สมีโชติ' และ 'สีกาเอ๋' หลังจากการตรวจค้นใน 6 จุด ซึ่งพบทรัพย์สินมูลค่า 720 ล้านบาทและใบอนุโมทนาบัตรปลอม

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ไทยได้ควบคุมตัวบุคคลสองรายที่ระบุชื่อว่า 'สมีโชติ' และ 'สีกาเอ๋' การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการปฏิบัติการร่วมกันซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจค้นใน 6 สถานที่ที่แตกต่างกัน ในระหว่างการตรวจค้น ตำรวจได้ยึดทรัพย์สินที่มีมูลค่าประมาณ 720 ล้านบาท

มีรายงานว่าพนักงานสอบสวนพบหลักฐานเส้นทางการเงินที่น่าสงสัยและพบใบอนุโมทนาบัตรปลอมจำนวนมาก การค้นพบเหล่านี้ส่งผลให้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอย่างเป็นทางการในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการจัดการกับความไม่ปกติทางการเงินและกิจกรรมฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทางศาสนาหรือการกุศล แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจากบุคคลเหล่านี้จะลดลงจากการถูกควบคุมตัว แต่การสอบสวนเครือข่ายทางการเงินที่เกี่ยวข้องในวงกว้างยังคงดำเนินอยู่

ในขั้นตอนนี้ ขอบเขตที่แท้จริงของการดำเนินการฉ้อโกงและข้อหาทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงที่จะถูกดำเนินคดีนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรตรวจสอบแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากตำรวจเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางศาลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ถูกยึด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 23:55 UTC

ประกาศแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลประจำปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลประจำปี

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพลจำนวน 281 นาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ประกาศแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลประจำปี

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลประจำปี

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพลจำนวน 281 นาย

ตามรายงานจาก Thai Post ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจวาระประจำปี 2569 โดยคำสั่งดังกล่าวเป็นการยืนยันการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ 'นายพล' จำนวน 281 นาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนทางปกครองดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนปกติภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้ว่าการแต่งตั้งเหล่านี้จะเป็นการปรับโครงสร้างภายในตามวาระปกติของลำดับชั้นตำรวจ แต่สาธารณชนมักให้ความสนใจเนื่องจากอาจบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำหน่วยงานและลำดับความสำคัญในการปฏิบัติงาน

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งเฉพาะและบทบาทหน้าที่ที่นายตำรวจทั้ง 281 นายจะได้รับมอบหมายหลังจากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ยังคงต้องรอการระบุรายละเอียดเพิ่มเติมในคำสั่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากเป็นการดำเนินการทางธุรการภายใน จึงคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามประกาศจากราชกิจจานุเบกษาเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 17:16 UTC

ทางการยึดทรัพย์ 320 ล้านบาทในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการยึดทรัพย์ 320 ล้านบาทในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ทางการไทยยึดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ DSI สองนายถูกสั่งพักราชการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการยึดทรัพย์ 320 ล้านบาทในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ทางการยึดทรัพย์ 320 ล้านบาทในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ทางการไทยยึดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ DSI สองนายถูกสั่งพักราชการ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยได้ประกาศยึดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น การสอบสวนซึ่งขยายผลมาจากกรณีของบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ "นายกเฮง" ได้เปิดโปงเครือข่ายที่เรียกรับเงินจากผู้สมัครโดยอ้างว่าจะสามารถช่วยให้บรรจุเข้ารับราชการได้

จากผลการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายได้ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ กระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายออกจากราชการไว้ก่อนในระหว่างที่คดีดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลถึงเครือข่ายดังกล่าวและการมีส่วนร่วมของผู้สมรู้ร่วมคิดรายอื่นๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการจัดการกับการทุจริตในกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐ แม้ว่าการยึดทรัพย์จะเป็นก้าวสำคัญในการสอบสวน แต่ขอบเขตที่แท้จริงของการทุจริตและผลทางกฎหมายขั้นสุดท้ายสำหรับเจ้าหน้าที่ DSI ที่ถูกกล่าวหายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการสอบสวนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือสถานะทางกฎหมายของชาวต่างชาติ แต่ถือเป็นการย้ำเตือนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในปัจจุบันต่อความโปร่งใสในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 17:17 UTC

รวบตัวชายยัดยาบ้าใต้ท้องรถคู่กรณีทางธุรกิจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวชายยัดยาบ้าใต้ท้องรถคู่กรณีทางธุรกิจ

ชายในเชียงรายถูกจับกุมข้อหาใส่ร้ายลูกชายของคู่กรณีทางธุรกิจด้วยการนำยาบ้าไปซุกซ่อนไว้ใต้ท้องรถ ส่งผลให้เหยื่อต้องติดคุกฟรีนานกว่า 2 เดือน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวชายยัดยาบ้าใต้ท้องรถคู่กรณีทางธุรกิจ

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวชายยัดยาบ้าใต้ท้องรถคู่กรณีทางธุรกิจ

ชายในเชียงรายถูกจับกุมข้อหาใส่ร้ายลูกชายของคู่กรณีทางธุรกิจด้วยการนำยาบ้าไปซุกซ่อนไว้ใต้ท้องรถ ส่งผลให้เหยื่อต้องติดคุกฟรีนานกว่า 2 เดือน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ตำรวจ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้เข้าควบคุมตัวชายที่ระบุชื่อว่า 'นายเอ' ในข้อหากระทำความผิดเพื่อแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ และครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางธุรกิจที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างนายเอกับพ่อของเหยื่อที่ระบุชื่อว่า 'นายบี'

ย้อนกลับไปในปี 2564 นายบีได้ขับรถกลับจาก อ.แม่สาย มุ่งหน้าสู่ อ.เมืองเชียงราย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจค้นที่ด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง เนื่องจากมีสายปริศนาโทรแจ้งว่ารถคันดังกล่าวมีการซุกซ่อนยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบยาบ้า 400 เม็ดซุกซ่อนอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้นายบีถูกควบคุมตัวและติดคุกนานกว่า 2 เดือนก่อนจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ หลังจากได้รับการปล่อยตัว นายบีได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับนายเอ จนนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยของยานพาหนะและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากระบบการแจ้งเบาะแสแบบไม่เปิดเผยตัวตน แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่รายละเอียดทั้งหมดของกระบวนการทางกฎหมายและการมีส่วนร่วมของผู้สมรู้ร่วมคิดในการแจ้งเบาะแสยังคงต้องรอการยืนยันจากศาลจังหวัดเชียงรายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 16:35 UTC

การสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิทเผยให้เห็นทรัพย์สินจำนวนมาก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิทเผยให้เห็นทรัพย์สินจำนวนมาก

ทางการไทยยึดทรัพย์สินจำนวนมากจากหญิงสาวที่มีความเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสซึ่งถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิทเผยให้เห็นทรัพย์สินจำนวนมาก

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิทเผยให้เห็นทรัพย์สินจำนวนมาก

ทางการไทยยึดทรัพย์สินจำนวนมากจากหญิงสาวที่มีความเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสซึ่งถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัด

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กองบังคับการปราบปราม (CIB) ได้เข้าจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอดีตพระรูปนี้เผชิญกับข้อหาเกี่ยวกับการยักยอกเงินวัด การเบียดบังทรัพย์สินของรัฐ และพฤติกรรมมีความสัมพันธ์ชู้สาวภายในกุฏิ

ในส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านของหญิงวัย 47 ปี ที่ระบุชื่อว่า น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” ในย่าน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบทรัพย์สินจำนวนมาก รวมถึงทองคำแท่งและรูปพรรณมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท เงินสดประมาณ 3.5 ล้านบาท โฉนดที่ดิน และสลากออมสิน เพื่อนบ้านที่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวระบุว่าสถานะทางการเงินของหญิงคนดังกล่าวดูเหมือนจะดีขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่เคยใช้รถกระบะเก่าเปลี่ยนมาซื้อรถใหม่และอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบการจัดการทางการเงินของวัดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการสอบสวนเรื่องการยักยอกเงินจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ผลทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับทั้งอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิทนั้นยังคงต้องรอการตัดสินจากกระบวนการยุติธรรม กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดซึ่งควบคุมสถาบันทางศาสนาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ที่นำเงินบริจาคไปใช้ในทางที่ผิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 15:17 UTC

รวบตัวผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ธนาคารย่านตลาดไท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ธนาคารย่านตลาดไท

ตำรวจจับกุมชายวัย 54 ปี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาตลาดไท จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามเงินสดกว่า 1 ล้านบาทที่ถูกขโมยไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ธนาคารย่านตลาดไท

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ธนาคารย่านตลาดไท

ตำรวจจับกุมชายวัย 54 ปี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาตลาดไท จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามเงินสดกว่า 1 ล้านบาทที่ถูกขโมยไป

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจได้จับกุมนายสายฟ้า อายุ 54 ปี ในคดีชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งย่านถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหาได้ก่อเหตุชิงเงินสดไปกว่า 1 ล้านบาท จากการสอบสวนนายสายฟ้ายอมรับว่าลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียวและมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี รวมถึงมีการดูลาดเลาพื้นที่ไว้ล่วงหน้าหลายวัน ผู้ต้องหาใช้รถยนต์เถื่อนที่ซื้อมาในราคา 30,000 บาทในการก่อเหตุ ก่อนจะนำไปเผาทิ้งในป่ารกเพื่อทำลายหลักฐานและเปลี่ยนไปใช้รถเช่าแทน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุอาชญากรรมสำคัญในพื้นที่ย่านการค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ตำรวจยังคงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคำให้การเรื่องแรงจูงใจและการใช้เงินที่ได้มา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามเงินสดที่หายไป เนื่องจากยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่านำเงินไปใช้หนี้หรือให้ลูกสาว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามเงินคืนและประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ตำรวจทลายแก๊งฉ้อโกงโทรศัพท์มือถือในกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจทลายแก๊งฉ้อโกงโทรศัพท์มือถือในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 6 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทำสัญญาซื้อโทรศัพท์มือถือแบบผ่อนชำระโดยทุจริตและการนำเครื่องที่ติดล็อกไปขายต่ออย่างผิดกฎหมาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจทลายแก๊งฉ้อโกงโทรศัพท์มือถือในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจทลายแก๊งฉ้อโกงโทรศัพท์มือถือในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 6 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทำสัญญาซื้อโทรศัพท์มือถือแบบผ่อนชำระโดยทุจริตและการนำเครื่องที่ติดล็อกไปขายต่ออย่างผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ได้ประกาศการจับกุมผู้ต้องหา 6 รายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมที่เชี่ยวชาญด้านการฉ้อโกงโทรศัพท์มือถือ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคล 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้เช่าซื้อที่ทำสัญญาโดยทุจริต 4 ราย และกลุ่มผู้รับซื้อที่รับผิดชอบในการนำเครื่องที่ติดล็อกไปขายต่อในตลาดมืดอีก 2 ราย

พฤติการณ์ของขบวนการนี้คือการว่าจ้างบุคคลให้ไปทำสัญญาซื้อโทรศัพท์มือถือแบบผ่อนชำระ จากนั้นจะนำเครื่องไปขายต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตทันที ขณะนี้ตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อระบุตัวและดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนหรือผู้ให้ทุนรายอื่นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายผิดกฎหมายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้ออุปกรณ์มือถือจากตลาดที่ไม่เป็นทางการหรือตลาดมือสอง อุปกรณ์ที่ได้มาผ่านขบวนการดังกล่าวอาจถูกผู้ให้บริการเครือข่ายสั่งล็อกเครื่องจากระยะไกล ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ ขอแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายหรือการได้มาซึ่งอุปกรณ์ที่ไม่สามารถใช้งานได้ แม้ว่าผู้ต้องหาหลักจะถูกจับกุมแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกรรมเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 14:35 UTC

เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งจำหน่ายยาฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักเถื่อนในนนทบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งจำหน่ายยาฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักเถื่อนในนนทบุรี

ตำรวจและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยบุกตรวจค้นบ้านพักในจังหวัดนนทบุรี ยึดของกลางยาฉีดลดน้ำหนักที่ไม่ได้รับอนุญาตมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งจำหน่ายยาฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักเถื่อนในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งจำหน่ายยาฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักเถื่อนในนนทบุรี

ตำรวจและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยบุกตรวจค้นบ้านพักในจังหวัดนนทบุรี ยึดของกลางยาฉีดลดน้ำหนักที่ไม่ได้รับอนุญาตมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่แหล่งกระจายสินค้าผิดกฎหมายของยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ยี่ห้อ 'Haus of peptide' ซึ่งมีการอ้างสรรพคุณว่าสามารถลดน้ำหนักได้

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดผลิตภัณฑ์จำนวนมาก โดยประเมินมูลค่าของกลางรวมกว่า 50 ล้านบาท เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. และมีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพของผู้บริโภค การบุกตรวจค้นในครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงและตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายของการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ไม่มีการควบคุมผ่านช่องทางออนไลน์หรือช่องทางที่ไม่เป็นทางการ การใช้สารฉีดที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่รุนแรง แม้ว่าการบุกตรวจค้นจะสามารถหยุดยั้งการกระจายสินค้าเหล่านี้ได้สำเร็จ แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงห่วงโซ่อุปทานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนของผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ อย. ก่อนการใช้งานทุกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 14:15 UTC

กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 400 กก.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 400 กก.

เจ้าหน้าที่ไทยสกัดจับการขนส่งยาเสพติดล็อตใหญ่ที่ปลอมแปลงเป็นอะไหล่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเตรียมกระจายสินค้าจากภาคใต้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 400 กก.

แหล่งข่าวเดียว
กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 400 กก.

เจ้าหน้าที่ไทยสกัดจับการขนส่งยาเสพติดล็อตใหญ่ที่ปลอมแปลงเป็นอะไหล่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเตรียมกระจายสินค้าจากภาคใต้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ได้สกัดจับการขนส่งยาไอซ์ล็อตใหญ่ได้สำเร็จ โดยการปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการขยายผลการสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ดำเนินงานอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย

เจ้าหน้าที่พบว่าขบวนการค้ายาเสพติดได้ว่าจ้างบริษัทขนส่งเอกชนเพื่อกระจายยาเสพติดดังกล่าว โดยใช้วิธีปลอมแปลงสินค้าว่าเป็นอะไหล่รถจักรยานยนต์เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ หลังจากเฝ้าติดตามพฤติกรรม ตำรวจสามารถสกัดจับการขนส่งดังกล่าวได้ ส่งผลให้สามารถยึดของกลางเป็นยาไอซ์ได้มากกว่า 400 กิโลกรัม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์สาธารณะ แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นการทำลายเครือข่ายดังกล่าว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับยาเสพติดในประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทขนส่งที่เกี่ยวข้องและตัวตนของผู้ที่ถูกจับกุมยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ทางการยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่าการจับกุมครั้งนี้เชื่อมโยงกับการสืบสวนคดีอื่นในภูมิภาคหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบว่าประเทศไทยมีบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 13:56 UTC

เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งจำหน่ายปากกาลดความอ้วนเถื่อน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งจำหน่ายปากกาลดความอ้วนเถื่อน

ตำรวจไทยทลายเครือข่ายจำหน่ายปากกาลดความอ้วนที่ไม่ได้รับอนุญาต พบธุรกิจสร้างรายได้ต่อเดือนสูงถึง 8 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งจำหน่ายปากกาลดความอ้วนเถื่อน

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งจำหน่ายปากกาลดความอ้วนเถื่อน

ตำรวจไทยทลายเครือข่ายจำหน่ายปากกาลดความอ้วนที่ไม่ได้รับอนุญาต พบธุรกิจสร้างรายได้ต่อเดือนสูงถึง 8 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ไทยได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักที่ใช้เป็นแหล่งกระจายสินค้าปากกาลดความอ้วนเถื่อน ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ยึดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมาก

การสืบสวนพบว่าธุรกิจผิดกฎหมายนี้มีรายได้สูงมาก โดยมีรายงานว่าสร้างรายได้ต่อเดือนประมาณ 8 ล้านบาท การบุกทลายครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์หรือยาจากแหล่งที่ไม่ได้รับการรับรอง ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายนอกร้านขายยาที่มีใบอนุญาตหรือคลินิกทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตอาจขาดการควบคุมคุณภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้

แม้ว่าการบุกทลายครั้งนี้จะสามารถตัดวงจรการจัดจำหน่ายเฉพาะจุดนี้ได้สำเร็จ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการจัดจำหน่ายยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์ที่ยึดได้นั้นเป็นของปลอมที่เลียนแบบแบรนด์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเป็นสารที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างสิ้นเชิง ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตเกี่ยวกับการรักษาเพื่อลดน้ำหนักทุกประเภท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 13:15 UTC

รวบ 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่

ทางการไทยทลายเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ ยึดทรัพย์สินและจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม 'premsuk365'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่

ทางการไทยทลายเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ ยึดทรัพย์สินและจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม 'premsuk365'

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้จับกุมบุคคล 3 รายที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ 'premsuk365' โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนต่อเดือนประมาณ 1.5 พันล้านบาท ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจได้ยึดทรัพย์สินมูลค่า 3 ล้านบาทไว้เป็นของกลาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามแพลตฟอร์มการพนันดิจิทัลที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายจะเป็นก้าวสำคัญในการสืบสวน แต่ขอบเขตที่แท้จริงของเครือข่ายและตัวตนของผู้ดำเนินการรายอื่นยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการพนันออนไลน์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดในประเทศไทย การมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มดังกล่าวอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายสำหรับผู้ใช้งาน ในขณะที่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของเครือข่าย 'premsuk365' และจะมีการจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ ในขั้นตอนนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนตระหนักถึงสถานะทางกฎหมายของกิจกรรมการพนันออนไลน์ภายในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 12:55 UTC

รวบ 34 วัยรุ่นหลังเหตุปะทะเดือดระหว่างแก๊งในคลองเตย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 34 วัยรุ่นหลังเหตุปะทะเดือดระหว่างแก๊งในคลองเตย

ตำรวจควบคุมตัวบุคคล 34 รายหลังเกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงระหว่างแก๊งคู่อริในเขตคลองเตย ซึ่งมีการใช้วัตถุระเบิด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 34 วัยรุ่นหลังเหตุปะทะเดือดระหว่างแก๊งในคลองเตย

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 34 วัยรุ่นหลังเหตุปะทะเดือดระหว่างแก๊งในคลองเตย

ตำรวจควบคุมตัวบุคคล 34 รายหลังเกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงระหว่างแก๊งคู่อริในเขตคลองเตย ซึ่งมีการใช้วัตถุระเบิด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมเยาวชน 34 รายหลังจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างสองกลุ่มคู่อริ ซึ่งระบุว่าเป็นแก๊งท่าเรือและแก๊งพระโขนง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตคลองเตยและมีรายงานว่ามีการใช้วัตถุระเบิดซึ่งทำให้เกิดเสียงดังสนั่นในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่สงบในพื้นที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มวัยรุ่น แม้ว่าความขัดแย้งดังกล่าวโดยปกติจะจำกัดอยู่เพียงการแข่งขันระหว่างกลุ่มเฉพาะ แต่การใช้วัตถุระเบิดในพื้นที่สาธารณะถือเป็นข้อกังวลสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่น พื้นที่คลองเตยเป็นเขตที่มีความพลุกพล่าน และแม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่านักท่องเที่ยวตกเป็นเป้าหมาย แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรระมัดระวังสิ่งรอบข้างและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อาจมีการรวมตัวของฝูงชนขนาดใหญ่ที่กำลังโกรธแค้น

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของวัตถุระเบิดที่ใช้และขอบเขตของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นระหว่างการทะเลาะวิวาทนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากรายงานอย่างเป็นทางการของตำรวจ เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไปเพื่อกำหนดขอบเขตทั้งหมดของความขัดแย้งและเพื่อป้องกันการตอบโต้เพิ่มเติมระหว่างกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 12:56 UTC

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล 131 นาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล 131 นาย

ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลจำนวน 131 นาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล 131 นาย

แหล่งข่าวเดียว
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล 131 นาย

ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลจำนวน 131 นาย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการพระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล โดยมีนายตำรวจได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงยศดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 131 นาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นการปรับปรุงด้านการบริหารที่สำคัญภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การเลื่อนตำแหน่งในระดับสูงเช่นนี้มักบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำและการปรับโครงสร้างองค์กรภายใน ซึ่งอาจส่งผลต่อการปฏิบัติงานของตำรวจในพื้นที่และขั้นตอนการบริหารงานต่างๆ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นกระบวนการทางราชการตามปกติ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการลำดับชั้นของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ รายชื่อเฉพาะของนายตำรวจที่ได้รับเลื่อนยศและตำแหน่งใหม่ได้ถูกระบุไว้ในประกาศราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงด้านผู้นำเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสถานีตำรวจในระดับภูมิภาคหรือการดำเนินนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อย่างไรในช่วงเดือนข้างหน้า ผู้ที่สนใจติดตามการบริหารงานของไทยอาจตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางของรัฐบาลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่เฉพาะที่นายตำรวจที่ได้รับเลื่อนยศเหล่านี้จะได้รับมอบหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 16:16 UTC

ครูชาวฝรั่งเศสถูกจับกุมในระยองข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ครูชาวฝรั่งเศสถูกจับกุมในระยองข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดระยองได้ควบคุมตัวชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าสอนหนังสือในโรงเรียนสอนภาษาโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ครูชาวฝรั่งเศสถูกจับกุมในระยองข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต

แหล่งข่าวเดียว
ครูชาวฝรั่งเศสถูกจับกุมในระยองข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดระยองได้ควบคุมตัวชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าสอนหนังสือในโรงเรียนสอนภาษาโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดระยองได้เข้าจับกุมครูสอนภาษาฝรั่งเศสรายหนึ่งในข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง ตามรายงานของ Khaosod English การจับกุมเกิดขึ้นระหว่างการตรวจสอบโรงเรียนสอนภาษา 2 แห่งที่ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานด้านแรงงานของไทยในการบังคับใช้กฎระเบียบการจ้างงานสำหรับชาวต่างชาติอย่างเคร่งครัด สำหรับชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว นี่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทั้งหมด โดยเฉพาะใบอนุญาตทำงานนั้นเป็นปัจจุบันและได้รับการดำเนินการอย่างถูกต้องสำหรับสถานที่ทำงานของตน การทำงานนอกเหนือขอบเขตของใบอนุญาตหรือการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตอาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายในทันที รวมถึงการถูกจับกุมและอาจถูกเนรเทศ

แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยชื่อบุคคลและโรงเรียนสอนภาษาที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะ แต่คดีดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดระยอง ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าครูรายนี้จะต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฎหมายใดบ้าง หรือโรงเรียนสอนภาษาจะถูกลงโทษทางปกครองจากการจ้างงานแรงงานที่ไม่มีเอกสารหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอยู่ในไทยติดตามกฎหมายแรงงานท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดโดยไม่ตั้งใจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:10 UTC

เจ้าหน้าที่ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ 'premsuk365'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ 'premsuk365'

ตำรวจไทยจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนต่อเดือนกว่า 1.5 พันล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ 'premsuk365'

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ 'premsuk365'

ตำรวจไทยจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนต่อเดือนกว่า 1.5 พันล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้ปฏิบัติการประสานงานเพื่อทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ 'premsuk365' ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายไชยวัฒน์ (32 ปี), นายอติพัฒน์ (37 ปี) และนายนเรศ (33 ปี) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี

ในระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์สินหลายรายการ รวมถึงรถตู้โตโยต้า เวลไฟร์ Z PREMIER, โทรศัพท์มือถือ และไอแพด รวมมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่าเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนต่อเดือนสูงถึงกว่า 1.5 พันล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้เน้นย้ำถึงการปราบปรามแพลตฟอร์มการพนันดิจิทัลที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย แม้ว่าภัยคุกคามจากเครือข่ายเฉพาะนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่ขนาดของปฏิบัติการบ่งชี้ว่าการพนันดิจิทัลที่ผิดกฎหมายยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ความสนใจ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายและข้อมูลว่ายังมีผู้ต้องสงสัยรายอื่นที่ยังหลบหนีอยู่หรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบหลักฐานที่ยึดได้จากการจับกุมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 12:36 UTC

ไทยประกาศปรับย้ายนายทหารประจำปี 805 นาย
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

ไทยประกาศปรับย้ายนายทหารประจำปี 805 นาย

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการแต่งตั้งนายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณจำนวน 805 นาย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยประกาศปรับย้ายนายทหารประจำปี 805 นาย

ได้รับการยืนยัน
ไทยประกาศปรับย้ายนายทหารประจำปี 805 นาย

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการแต่งตั้งนายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณจำนวน 805 นาย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Thai Post ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับย้ายนายทหารประจำปี โดยมีนายทหารได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่รวมทั้งสิ้น 805 นาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

การแต่งตั้งที่สำคัญซึ่งระบุไว้ในประกาศ ได้แก่ พล.อ.ศรัณย์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.ร.อ.นเรศ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ นอกจากนี้ การปรับย้ายดังกล่าวยังระบุถึงโครงสร้างผู้นำชุดใหม่ของกองทัพบก หรือที่มักเรียกกันว่า "5 เสือ ทบ."

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การแต่งตั้งนายทหารประจำปีเหล่านี้ถือเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติภายในรัฐบาล แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนลำดับชั้นภายในกองทัพ แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว ประกาศดังกล่าวถือเป็นบันทึกอย่างเป็นทางการของการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในภาคส่วนกลาโหม เมื่อใกล้ถึงวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่มีผลบังคับใช้ อาจมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่เฉพาะของนายทหารที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ แม้ว่าโครงสร้างการบริหารหลักจะถูกกำหนดโดยพระบรมราชโองการนี้แล้วก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:58 UTC