ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก ✦
เศรษฐกิจ Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบปะกับชาวไทยในนิวยอร์ก โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

อัปเดตจากรัฐบาลที่นิวยอร์ก

ในระหว่างการเยือนนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้จัดประชุมร่วมกับชุมชนไทยในท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน

ประเด็นสำคัญ

นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและมุ่งมั่นที่จะทำงานในรูปแบบ "ฟาสต์แทร็ก" (fast-track) เพื่อเร่งการบริหารจัดการ เขาได้ให้กำลังใจชาวไทยในต่างแดนว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ โดยระบุว่าเศรษฐกิจกำลังแสดงสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น การพบปะครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการสนทนาที่เป็นกันเองระหว่างตัวแทนรัฐบาลและชาวไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

ผลกระทบและมุมมอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเห็นเหล่านี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาล แม้ว่ารองนายกรัฐมนตรีจะแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ แต่รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุตัวเลขชี้วัดหรือรายละเอียดเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว เช่นเดียวกับคำแถลงทางการเมืองทั่วไป ผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการ "ฟาสต์แทร็ก" เหล่านี้ในทางปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและความคืบหน้าในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:15 UTC

เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นนายพล 4 นาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นนายพล 4 นาย

ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศและแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจชั้นนายพลจำนวน 4 นาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นนายพล 4 นาย

แหล่งข่าวเดียว
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นนายพล 4 นาย

ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศและแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจชั้นนายพลจำนวน 4 นาย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศและแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจชั้นนายพลจำนวน 4 นาย

เกิดอะไรขึ้น

ประกาศดังกล่าวเป็นการยืนยันการเลื่อนตำแหน่งอย่างเป็นทางการของข้าราชการตำรวจทั้ง 4 นายสู่ตำแหน่งระดับสูง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติของหน่วยงานตำรวจในพระองค์

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ประกาศนี้สะท้อนถึงการปรับปรุงด้านการบริหารงานภายในหน่วยงานความมั่นคงและสถาบันหลักของประเทศ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นเรื่องภายในของหน่วยงานในพระองค์ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่เป็นทางการของกองกำลังตำรวจที่ถวายงานต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การแต่งตั้งเหล่านี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน แผนการเดินทาง หรือสถานะทางกฎหมายของนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทย

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

รายชื่อและบทบาทหน้าที่เดิมของข้าราชการตำรวจทั้ง 4 นาย รวมถึงความรับผิดชอบใหม่ภายในหน่วยงานในพระองค์ ได้ระบุไว้ในเนื้อหาฉบับเต็มของราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงมาตรการความปลอดภัยสาธารณะหรือการปฏิบัติงานของตำรวจเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับพระบรมราชโองการฉบับนี้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเรื่องการบริหารงานตามปกติภายในลำดับชั้นของรัฐ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 23:55 UTC

คลินิกเสริมความงามในพัทลุงถูกร้องเรียนทางกฎหมายจากกรณีทำศัลยกรรมผิดพลาด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คลินิกเสริมความงามในพัทลุงถูกร้องเรียนทางกฎหมายจากกรณีทำศัลยกรรมผิดพลาด

ผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง หลังอ้างว่าทำศัลยกรรมจมูกพังและทางคลินิกปัดความรับผิดชอบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คลินิกเสริมความงามในพัทลุงถูกร้องเรียนทางกฎหมายจากกรณีทำศัลยกรรมผิดพลาด

แหล่งข่าวเดียว
คลินิกเสริมความงามในพัทลุงถูกร้องเรียนทางกฎหมายจากกรณีทำศัลยกรรมผิดพลาด

ผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง หลังอ้างว่าทำศัลยกรรมจมูกพังและทางคลินิกปัดความรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ผู้เสียหายหลายรายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง โดยกล่าวหาว่าทางคลินิกให้บริการเสริมจมูกที่ไม่ได้มาตรฐาน มีการใช้ไหมที่ไม่ละลายแทนไหมละลายตามที่ตกลงไว้ จนส่งผลให้เกิดอาการอักเสบและภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่าได้เข้ารับบริการร้อยไหมจมูกเมื่อปี 2565 ในช่วงที่มีแคมเปญลดราคา แม้ทางคลินิกจะยืนยันว่าไหมจะละลายภายใน 2 ปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปไหมกลับไม่ละลายและเริ่มมีอาการเจ็บปวดในเดือนมีนาคม 2569 เมื่อผู้เสียหายติดต่อกลับไป ทางคลินิกได้จัดยาให้แต่ปฏิเสธที่จะนำไหมออก นำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายในที่สุด ขณะนี้ผู้เสียหายกำลังเรียกร้องให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าว ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 6 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบใบอนุญาตและมาตรฐานการให้บริการของคลินิกเสริมความงามก่อนตัดสินใจทำหัตถการ แม้ว่าคลินิกจะเผชิญกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่ผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจเข้ารับบริการควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลของผู้ให้บริการทางการแพทย์หรือความงามในประเทศไทยอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 17:55 UTC

ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอพิจารณาคดีใหม่ในคดีจำนำข้าว
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอพิจารณาคดีใหม่ในคดีจำนำข้าว

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำร้องของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ในกรณีคำสั่งชดใช้ค่าเสียหาย 1 หมื่นล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอพิจารณาคดีใหม่ในคดีจำนำข้าว

ได้รับการยืนยัน
ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอพิจารณาคดีใหม่ในคดีจำนำข้าว

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำร้องของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ในกรณีคำสั่งชดใช้ค่าเสียหาย 1 หมื่นล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยกคำร้องของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเป็นทางการ โดยคำร้องดังกล่าวเป็นการขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ในกรณีคำสั่งทางแพ่งที่ให้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นประเด็นถกเถียงในช่วงที่เธอเป็นนายกรัฐมนตรี

คำตัดสินนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในกระบวนการทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมานาน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำตัดสินนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะของคดีความทางการเมืองและกฎหมายที่มีความสำคัญสูงในประเทศ แม้ว่าคำตัดสินของศาลจะถือเป็นการสิ้นสุดคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ในกรณีนี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทีมทนายความจะดำเนินการทางกฎหมายในช่องทางอื่นต่อไปหรือไม่ หรือเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในวงกว้างอย่างไร

เนื่องจากเรื่องนี้เป็นกระบวนการทางกฎหมายภายในประเทศ จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจด้านการบริหารจัดการของไทยและประวัติศาสตร์ของนโยบายรับจำนำข้าวอาจพบว่าข้อมูลนี้มีความเกี่ยวข้องต่อการทำความเข้าใจบรรยากาศทางตุลาการในปัจจุบัน ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลทางกฎหมายที่ศาลใช้ในการยกคำร้องยังไม่มีการเปิดเผยอย่างละเอียดในรายงานสาธารณะในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:41 UTC

การสอบสวนของ DSI ในคดีฟอกเงินและอั้งยี่ต้องเผชิญกับความล่าช้าอย่างไม่มีกำหนด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนของ DSI ในคดีฟอกเงินและอั้งยี่ต้องเผชิญกับความล่าช้าอย่างไม่มีกำหนด

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เลื่อนการประชุมเกี่ยวกับคดีฟอกเงินและอั้งยี่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยอ้างถึงภาวะสุญญากาศในการบริหารงาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนของ DSI ในคดีฟอกเงินและอั้งยี่ต้องเผชิญกับความล่าช้าอย่างไม่มีกำหนด

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนของ DSI ในคดีฟอกเงินและอั้งยี่ต้องเผชิญกับความล่าช้าอย่างไม่มีกำหนด

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เลื่อนการประชุมเกี่ยวกับคดีฟอกเงินและอั้งยี่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยอ้างถึงภาวะสุญญากาศในการบริหารงาน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้หยุดชะงักความคืบหน้าในคดีสำคัญเกี่ยวกับการฟอกเงินและอั้งยี่อย่างมีนัยสำคัญ คณะพนักงานสอบสวนได้เข้าสู่ช่วงเวลาของความไม่แน่นอนทางบริหาร ส่งผลให้มีการเลื่อนการประชุมที่กำหนดไว้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ความล่าช้านี้มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการรอการแต่งตั้งหรือยืนยัน ร.ต.อ.ปิยะ เพื่อเข้ามาดูแลกระบวนการดังกล่าว เนื่องจาก DSI ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักสำหรับการสอบสวนคดีอาญาที่ซับซ้อนในประเทศไทย ภาวะสุญญากาศทางบริหารนี้จึงทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับกรอบเวลาของกระบวนการยุติธรรมและความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่ยืดเยื้อในคดีเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการแก้ไขประเด็นทางกฎหมายที่สำคัญซึ่งจัดการโดย DSI แม้ว่าคดีเหล่านี้อาจไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ แต่การขาดความคืบหน้าในการสอบสวนดังกล่าวบางครั้งอาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันที่กว้างขึ้นภายในระบบยุติธรรมของไทย ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่า DSI จะกลับมาประชุมอีกครั้งเมื่อใด และการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำจะได้รับการแก้ไขในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงยุติธรรมเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของการสอบสวนเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 18:00 UTC

ศาลสั่งจำคุก 4 วัยรุ่นแก๊ง TEENOSIE แข่งรถบนถนนวิภาวดี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลสั่งจำคุก 4 วัยรุ่นแก๊ง TEENOSIE แข่งรถบนถนนวิภาวดี

ศาลไทยสั่งจำคุกสมาชิกแก๊ง 'TEENOSIE' จำนวน 4 คน เป็นเวลา 1 เดือน และปรับ 10,000 บาท จากความผิดฐานแข่งรถในทางสาธารณะบนถนนวิภาวดี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลสั่งจำคุก 4 วัยรุ่นแก๊ง TEENOSIE แข่งรถบนถนนวิภาวดี

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสั่งจำคุก 4 วัยรุ่นแก๊ง TEENOSIE แข่งรถบนถนนวิภาวดี

ศาลไทยสั่งจำคุกสมาชิกแก๊ง 'TEENOSIE' จำนวน 4 คน เป็นเวลา 1 เดือน และปรับ 10,000 บาท จากความผิดฐานแข่งรถในทางสาธารณะบนถนนวิภาวดี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษกลุ่มวัยรุ่น 4 คนที่เกี่ยวข้องกับแก๊ง 'TEENOSIE' โดยมีความผิดฐานร่วมกันแข่งรถในทางสาธารณะบนถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในกรุงเทพมหานคร ศาลได้สั่งจำคุกจำเลยทั้ง 4 คน คนละ 1 เดือน และปรับเป็นเงิน 10,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายสำหรับบุคคลกลุ่มนี้จะสิ้นสุดลงด้วยบทลงโทษดังกล่าว แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายจราจรมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด และพฤติกรรมการขับขี่ที่ประมาทอาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายอาญาทันที

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าโทษจำคุกดังกล่าวเป็นการรอลงอาญาหรือจำเลยถูกควบคุมตัวทันที นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าสมาชิกคนอื่นๆ ของกลุ่มกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ หรือจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการรวมตัวในลักษณะนี้บนถนนสายหลักในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 17:36 UTC

‘ขวัญ อุษามณี’ แจ้งความหลังถูกชายปริศนาคุกคาม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘ขวัญ อุษามณี’ แจ้งความหลังถูกชายปริศนาคุกคาม

นักแสดงสาว ขวัญ อุษามณี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากถูกชายปริศนาเข้ามาประชิดตัวและข่มขู่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘ขวัญ อุษามณี’ แจ้งความหลังถูกชายปริศนาคุกคาม

แหล่งข่าวเดียว
‘ขวัญ อุษามณี’ แจ้งความหลังถูกชายปริศนาคุกคาม

นักแสดงสาว ขวัญ อุษามณี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากถูกชายปริศนาเข้ามาประชิดตัวและข่มขู่

ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ นักแสดงสาวชื่อดัง ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการ หลังจากถูกชายปริศนาเข้ามาประชิดตัวและข่มขู่ โดยในงาน ELLE Fashion Week 2026 ขวัญได้เปิดเผยว่าชายคนดังกล่าวได้ข่มขู่ว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าเธอจะต้องเปลี่ยนคำพูด

ขวัญแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยส่วนบุคคล โดยเชื่อว่าชายคนนี้อาจมีผู้อยู่เบื้องหลังในการสั่งการ ในฐานะบุตรสาวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อให้ได้รับความยุติธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวและหาสาเหตุที่แท้จริงของการข่มขู่ในครั้งนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการระมัดระวังความปลอดภัยส่วนบุคคลและการแจ้งเหตุคุกคามต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แม้ว่านักแสดงสาวจะออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของชายคนดังกล่าวหรือหลักฐานเกี่ยวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหลักฐานที่ได้รับจากนักแสดงสาว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสหากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 17:45 UTC

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม แจ้งความดำเนินคดีกลับอดีต กกต. และเจ้าหน้าที่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม แจ้งความดำเนินคดีกลับอดีต กกต. และเจ้าหน้าที่

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ทนายความ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ในข้อหาทำร้ายร่างกายและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม แจ้งความดำเนินคดีกลับอดีต กกต. และเจ้าหน้าที่

แหล่งข่าวเดียว
ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม แจ้งความดำเนินคดีกลับอดีต กกต. และเจ้าหน้าที่

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ทนายความ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ในข้อหาทำร้ายร่างกายและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อเพื่อดำเนินคดีกับบุคคล 3 ราย ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โดยข้อกล่าวหาประกอบด้วย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ในข้อหาทำร้ายร่างกาย, นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ในข้อหาร่วมกันแจ้งความเท็จและกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ต.ต.ณัฐวุฒิ รอดสูงเนิน พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะและเจ้าหน้าที่รัฐ แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้เริ่มขั้นตอนการสอบสวนเบื้องต้นโดยส่งตัวนายณัฐวุฒิไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกรุงธนบุรีทวีวัฒนา เพื่อรวบรวมหลักฐานประกอบสำนวนคดี

ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ และผู้ถูกกล่าวหาจะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการหรือไม่ เนื่องจากคดียังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ความถูกต้องของข้อกล่าวหาและผลทางกฎหมายสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงยังต้องรอการพิจารณาจากศาล ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรทราบว่านี่เป็นประเด็นทางกฎหมายที่กำลังพัฒนาและไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะหรือกฎระเบียบการเดินทางในพื้นที่แต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 14:18 UTC

คุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีชายวัย 46 ปีเสียชีวิตปริศนาใต้ถุนบ้านที่อำนาจเจริญ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีชายวัย 46 ปีเสียชีวิตปริศนาใต้ถุนบ้านที่อำนาจเจริญ

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดอำนาจเจริญควบคุมตัวชายวัย 31 ปี หลังพบศพชายวัย 46 ปีเสียชีวิตใต้ถุนบ้าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีชายวัย 46 ปีเสียชีวิตปริศนาใต้ถุนบ้านที่อำนาจเจริญ

แหล่งข่าวเดียว
คุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีชายวัย 46 ปีเสียชีวิตปริศนาใต้ถุนบ้านที่อำนาจเจริญ

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดอำนาจเจริญควบคุมตัวชายวัย 31 ปี หลังพบศพชายวัย 46 ปีเสียชีวิตใต้ถุนบ้าน

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ควบคุมตัวนายกิตตินันท์ อายุ 31 ปี ไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญหลังจากผ่านกระบวนการศาล

ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาเสพยาเสพติดและทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ในคดีการเสียชีวิตของนายประยงค์ชัย อายุ 46 ปี ซึ่งพบศพอยู่ใต้ถุนบ้านในพื้นที่บ้านคำพระ แม้ผู้ต้องหาจะยอมรับว่าได้ไปหาผู้ตายจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้าย โดยอ้างว่าเห็นผู้ตายไม่ตื่นจึงกลับไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงตัวผู้ต้องหา ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงสงสัยในพฤติการณ์การเสียชีวิต โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปมหนี้สินและความผิดปกติของรถยนต์ 2 คัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นคดีอาชญากรรมที่อยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แม้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่คดียังคงอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน รายละเอียดสำคัญรวมถึงผลชันสูตรอย่างเป็นทางการและหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหายังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 14:19 UTC

กัมพูชาอ้างว่าได้ทลายแหล่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว ท่ามกลางความกังขา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กัมพูชาอ้างว่าได้ทลายแหล่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว ท่ามกลางความกังขา

ทางการกัมพูชารายงานการปิดปฏิบัติการฉ้อโกงขนาดใหญ่ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศและรัฐบาลต่างชาติจะยังคงกังขาและเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีทางอาญาเพิ่มเติม

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กัมพูชาอ้างว่าได้ทลายแหล่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว ท่ามกลางความกังขา

แหล่งข่าวเดียว
กัมพูชาอ้างว่าได้ทลายแหล่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว ท่ามกลางความกังขา

ทางการกัมพูชารายงานการปิดปฏิบัติการฉ้อโกงขนาดใหญ่ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศและรัฐบาลต่างชาติจะยังคงกังขาและเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีทางอาญาเพิ่มเติม

ตามรายงานของ Khaosod English นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศเมื่อวันพุธว่า ประเทศได้กำจัดแหล่งปฏิบัติการฉ้อโกงขนาดใหญ่ที่เคยเป็นที่จับตามองไปทั่วโลกได้สำเร็จ แม้จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการเช่นนี้ แต่รัฐบาลยังไม่ได้ให้หลักฐานที่ชัดเจนเพื่อยืนยันว่ามีการทลายแหล่งปฏิบัติการเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง

ผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศและรัฐบาลต่างชาติหลายแห่งได้แสดงความกังขาอย่างมีนัยสำคัญต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว นักวิจารณ์โต้แย้งว่ามาตรการที่ดำเนินการจนถึงขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะจัดการกับขนาดของเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง มีการเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้มีการดำเนินคดีทางอาญาที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดในปฏิบัติการฉ้อโกงระดับโลกเหล่านี้มารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเหยื่อทั่วโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวเน้นย้ำถึงลักษณะที่ยังคงอยู่ของกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้รัฐบาลกัมพูชาจะยืนยันว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม แต่การขาดข้อมูลที่ตรวจสอบได้หมายความว่าสถานะที่แท้จริงของปฏิบัติการเหล่านี้ยังคงไม่แน่นอน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความโปร่งใสและหลักฐานที่เป็นรูปธรรมเพื่อยืนยันว่าแหล่งอาชญากรรมเหล่านี้ถูกกำจัดไปแล้วจริงๆ หรือเพียงแค่ย้ายฐานปฏิบัติการเท่านั้น นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางออนไลน์และทางโทรศัพท์ เนื่องจากปัญหาการฉ้อโกงแบบจัดตั้งยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลทั่วทั้งภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 13:05 UTC

สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 5 เสือโรงพักดินแดง หลังบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 5 เสือโรงพักดินแดง หลังบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่

กองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูง 5 นายของสถานีตำรวจดินแดง หลังมีการบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 5 เสือโรงพักดินแดง หลังบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 5 เสือโรงพักดินแดง หลังบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่

กองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูง 5 นายของสถานีตำรวจดินแดง หลังมีการบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง 5 นายของสถานีตำรวจนครบาลดินแดง การดำเนินการทางปกครองนี้เกิดขึ้นภายหลังการบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่โดยทีมงานที่นำโดยกระทรวงมหาดไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปราบปรามบ่อนพนันผิดกฎหมายในเมืองหลวง การพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานีตำรวจบ่งชี้ว่าทางการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลพื้นที่อย่างจริงจัง เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

ในขณะนี้ การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แม้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ละเลยหรือมีส่วนรู้เห็นในการปล่อยให้มีการเปิดบ่อนพนันหรือไม่ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนที่แน่ชัด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นายจะถูกย้ายอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะมีมาตรการทางวินัยเพิ่มเติมหลังจากเสร็จสิ้นการสอบสวน โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลเกี่ยวกับผลสรุปของการสอบสวนภายในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 13:35 UTC

สั่งสอบ 5 เสือโรงพักดินแดง หลังฝ่ายปกครองบุกทลายบ่อนพนันใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สั่งสอบ 5 เสือโรงพักดินแดง หลังฝ่ายปกครองบุกทลายบ่อนพนันใหญ่

ตำรวจนครบาลสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงผู้กำกับการและเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดง หลังกรมการปกครองบุกจับกุมบ่อนพนันขนาดใหญ่ในพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สั่งสอบ 5 เสือโรงพักดินแดง หลังฝ่ายปกครองบุกทลายบ่อนพนันใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
สั่งสอบ 5 เสือโรงพักดินแดง หลังฝ่ายปกครองบุกทลายบ่อนพนันใหญ่

ตำรวจนครบาลสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงผู้กำกับการและเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดง หลังกรมการปกครองบุกจับกุมบ่อนพนันขนาดใหญ่ในพื้นที่

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกเข้าทลายบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในย่านดินแดง กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้สามารถจับกุมนักพนันได้กว่า 50 ราย พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาความบกพร่องของ พ.ต.อ.ภษิต กะเตื้องงาน ผู้กำกับการ สน.ดินแดง และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบว่ามีการปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำผิดในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การพิจารณาโทษทางวินัย ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) ในระหว่างการสอบสวน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของกระทรวงมหาดไทยในการปราบปรามบ่อนพนันผิดกฎหมายในเมืองหลวง แม้พื้นที่ดังกล่าวจะยังคงสัญจรได้ตามปกติ แต่อาจมีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ในระยะนี้ ทั้งนี้ ยังต้องรอผลการสอบสวนภายในว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะถูกตั้งข้อหาหรือมีคำสั่งโยกย้ายอย่างเป็นทางการหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันเถื่อนย่านดินแดง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันเถื่อนย่านดินแดง

เจ้าหน้าที่ไทยบุกเข้าตรวจค้นแหล่งพนันผิดกฎหมายในพื้นที่ดินแดง ส่งผลให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดหลายสิบราย พร้อมยึดเงินสดและชิปพนันจำนวนมาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันเถื่อนย่านดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันเถื่อนย่านดินแดง

เจ้าหน้าที่ไทยบุกเข้าตรวจค้นแหล่งพนันผิดกฎหมายในพื้นที่ดินแดง ส่งผลให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดหลายสิบราย พร้อมยึดเงินสดและชิปพนันจำนวนมาก

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 กันยายน 2569 กองกำลังร่วมนำโดยกรมการปกครองได้เข้าตรวจค้นแหล่งพนันผิดกฎหมายภายในแฟลตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ประกอบด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และตัวแทนจากคณะกรรมาธิการรัฐสภาที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการปกครอง

ในระหว่างการบุกค้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้กระทำความผิดได้ประมาณ 50 ราย ซึ่งกำลังลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโลไฮเทคและตู้ม้า เจ้าหน้าที่ได้ยึดชิปพนันและเงินสดรวมมูลค่า 630,000 บาทไว้เป็นหลักฐาน โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกำกับดูแลปฏิบัติการ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่พักอาศัย แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะสามารถยุติการดำเนินงานของบ่อนพนันดังกล่าวได้ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมองค์กร ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาที่จะดำเนินคดีกับผู้ถูกจับกุมหรือระยะเวลาที่บ่อนแห่งนี้เปิดดำเนินการ ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เป็นการชั่วคราว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 13:17 UTC

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ย่านดินแดง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ย่านดินแดง

เจ้าหน้าที่ไทยปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเขตดินแดง กรุงเทพฯ จับกุมผู้เล่นพนันได้ประมาณ 50 คนในสถานที่ลักลอบเล่นการพนัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ย่านดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ย่านดินแดง

เจ้าหน้าที่ไทยปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเขตดินแดง กรุงเทพฯ จับกุมผู้เล่นพนันได้ประมาณ 50 คนในสถานที่ลักลอบเล่นการพนัน

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 กันยายน 2569 กองกำลังร่วมนำโดยกรมการปกครอง (DOPA) ได้เข้าบุกทลายบ่อนพนันที่ลักลอบเปิดเล่นภายในแฟลตดินแดง ซอยร่วมรักษา ถนนประชาสงเคราะห์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการนี้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมด้วย อาทิ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วยสมาชิกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร

การบุกค้นครั้งนี้ส่งผลให้สามารถจับกุมนักพนันได้ประมาณ 50 คน พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก โดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อทลายสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่พักอาศัยในเมือง แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะถูกควบคุมไว้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อระบุตัวผู้อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าใครคือผู้จัดหลักและจะมีมาตรการทางกฎหมายเพิ่มเติมอย่างไรต่อผู้ที่ถูกจับกุม นักท่องเที่ยวควรทราบว่าการพนันผิดกฎหมายเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายไทยและมีบทลงโทษรุนแรง คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังบ่อนพนันนี้ยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:57 UTC

กกต. เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยรับมือการชุมนุม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กกต. เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยรับมือการชุมนุม

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังประสานงานกับตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัยสำหรับการชุมนุมที่นำโดยสนธิ ลิ้มทองกุล ในวันที่ 25 กันยายนนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กกต. เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยรับมือการชุมนุม

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยรับมือการชุมนุม

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังประสานงานกับตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัยสำหรับการชุมนุมที่นำโดยสนธิ ลิ้มทองกุล ในวันที่ 25 กันยายนนี้

ตามรายงานจาก Thai Post คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจทุ่งสองห้องเพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับการชุมนุมที่นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งมีกำหนดการในวันที่ 25 กันยายน 2569

กลุ่มผู้ชุมนุมมีแผนที่จะยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวุฒิสภา แม้ว่าทางคณะกรรมการจะดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการชุมนุมและผลกระทบต่อการจราจรนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้อาจนำไปสู่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและอาจเกิดการจราจรติดขัดในบริเวณใกล้เคียงสำนักงาน กกต. ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารในพื้นที่และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับขนาดของการชุมนุมหรือเนื้อหาของคำร้องเกี่ยวกับวุฒิสภา นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจหากพบว่าตนเองอยู่ในบริเวณที่มีการชุมนุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:01 UTC

ดร.ณัฐวุฒิ แจ้งความกลับ ‘สมชัย-ทนาย’ พ่วงพนักงานสอบสวนทองหล่อ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดร.ณัฐวุฒิ แจ้งความกลับ ‘สมชัย-ทนาย’ พ่วงพนักงานสอบสวนทองหล่อ

ดร.ณัฐวุฒิได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ทนายความ และพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดร.ณัฐวุฒิ แจ้งความกลับ ‘สมชัย-ทนาย’ พ่วงพนักงานสอบสวนทองหล่อ

แหล่งข่าวเดียว
ดร.ณัฐวุฒิ แจ้งความกลับ ‘สมชัย-ทนาย’ พ่วงพนักงานสอบสวนทองหล่อ

ดร.ณัฐวุฒิได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ทนายความ และพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อเพื่อแจ้งความดำเนินคดี ตามรายงานจาก Thai Post การดำเนินการทางกฎหมายครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ทนายความนรเศรษฐ์ นาหนองตูม และพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีในพื้นที่ สน.ทองหล่อ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างคู่กรณี การที่ดร.ณัฐวุฒิเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนเองนั้น เป็นการตั้งคำถามถึงกระบวนการปฏิบัติหน้าที่ในคดีที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่สถานีตำรวจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบกฎหมายไทย ซึ่งคดีความที่มีความสำคัญอาจเกี่ยวข้องกับการฟ้องกลับหลายคดีและการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเพียงความขัดแย้งทางกฎหมายระหว่างบุคคลสาธารณะ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายในไทยโดยอาศัยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ในขณะนี้ ข้อกล่าวหาที่เฉพาะเจาะจงต่อพนักงานสอบสวนและฐานความผิดในการแจ้งความกลับยังคงต้องรอการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าการแจ้งความครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการสอบสวนคดีเดิมหรือสถานะของคู่กรณีอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าทางตำรวจ สน.ทองหล่อ จะรับเรื่องไว้พิจารณาตามขั้นตอนหรือจะส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจเหนือกว่า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:01 UTC

นายกฯ กัมพูชาประกาศกร้าว กัมพูชาจะไม่เป็นที่หลบภัยสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ กัมพูชาประกาศกร้าว กัมพูชาจะไม่เป็นที่หลบภัยสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ได้ประกาศต่อสาธารณะว่ากัมพูชาจะไม่เป็นที่หลบภัยสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นายกฯ กัมพูชาประกาศกร้าว กัมพูชาจะไม่เป็นที่หลบภัยสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กัมพูชาประกาศกร้าว กัมพูชาจะไม่เป็นที่หลบภัยสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ได้ประกาศต่อสาธารณะว่ากัมพูชาจะไม่เป็นที่หลบภัยสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ในระหว่างการประชุมสุดยอดต่อต้านการฉ้อโกงเมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับจุดยืนของประเทศต่ออาชญากรรมข้ามชาติ ตามรายงานของ Thai Post นายกรัฐมนตรีย้ำว่ากัมพูชาไม่ใช่ที่หลบภัยสำหรับบุคคลหรือองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง

ประกาศนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค เนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือระดับภูมิภาคในการต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดยืนทางการเมืองนี้บ่งชี้ถึงการมุ่งเน้นที่เพิ่มขึ้นในการทลายศูนย์คอลเซ็นเตอร์ผิดกฎหมายและเครือข่ายอาชญากรรมที่เคยดำเนินงานอยู่ภายในพรมแดนของประเทศ

แม้ว่าแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีจะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นทางการเมืองที่ชัดเจนในการจัดการกับกิจกรรมทางอาญาเหล่านี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม กรอบเวลาในการดำเนินการ และระดับความร่วมมือระหว่างประเทศที่จะนำมาใช้เพื่อบังคับใช้คำสั่งนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมาตรการปราบปรามที่เข้มงวดขึ้นอาจนำไปสู่การหยุดชะงักชั่วคราวในบางพื้นที่ จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดแผนงานว่าโครงการต่อต้านการฉ้อโกงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 11:40 UTC

ชายหนุ่มพบสถานีตำรวจไร้เจ้าหน้าที่ขณะเข้าแจ้งความตอนดึก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ชายหนุ่มพบสถานีตำรวจไร้เจ้าหน้าที่ขณะเข้าแจ้งความตอนดึก

ชายหนุ่มที่พยายามเข้าแจ้งความเรื่องโอนเงินผิดพลาดตอนตี 1 พบว่าไม่มีตำรวจอยู่ประจำสถานี ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ชายหนุ่มพบสถานีตำรวจไร้เจ้าหน้าที่ขณะเข้าแจ้งความตอนดึก

แหล่งข่าวเดียว
ชายหนุ่มพบสถานีตำรวจไร้เจ้าหน้าที่ขณะเข้าแจ้งความตอนดึก

ชายหนุ่มที่พยายามเข้าแจ้งความเรื่องโอนเงินผิดพลาดตอนตี 1 พบว่าไม่มีตำรวจอยู่ประจำสถานี ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านเพจเฟซบุ๊ก “เจ๊ม้อย v+” โดยเป็นเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งเดินทางมายังสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในเวลา 01.00 น. เพื่อแจ้งความกรณีโอนเงินผิดพลาด แต่เมื่อเข้าไปภายในสถานีกลับพบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เลยแม้แต่คนเดียว

จากคลิปวิดีโอดังกล่าว ชายคนดังกล่าวได้เดินสำรวจทั้งบริเวณห้องรับแจ้งความและชั้นสองของสถานี พบเพียงประตูที่ถูกล็อกและไม่มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ ทำให้เขาแสดงความไม่พอใจต่อการขาดการให้บริการในช่วงเวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โพสต์ดังกล่าวได้ตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่ออกไปปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนหรือสถานีไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำการในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการเข้าถึงความช่วยเหลือจากตำรวจในช่วงเวลากลางคืน แม้โดยปกติสถานีตำรวจควรมีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ตลอดเวลา แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าระดับการให้บริการอาจแตกต่างกันไป โดยเฉพาะในสถานีขนาดเล็กหรือสถานีท้องถิ่นในช่วงนอกเวลาทำการ ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสถานีดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่เนื่องจากติดภารกิจฉุกเฉิน หรือเป็นปัญหาด้านการบริหารจัดการกำลังพล โดยทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานีที่เกิดเหตุหรือสาเหตุของการขาดเจ้าหน้าที่ในขณะนั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:01 UTC

ทีมกฎหมาย 'ยิ่งลักษณ์' เดินหน้าหาช่องทางสู้คดีจำนำข้าวต่อ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทีมกฎหมาย 'ยิ่งลักษณ์' เดินหน้าหาช่องทางสู้คดีจำนำข้าวต่อ

ศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำขอพิจารณาคดีชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวใหม่ แต่ทีมกฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนยันว่ายังมีช่องทางทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการต่อได้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทีมกฎหมาย 'ยิ่งลักษณ์' เดินหน้าหาช่องทางสู้คดีจำนำข้าวต่อ

แหล่งข่าวเดียว
ทีมกฎหมาย 'ยิ่งลักษณ์' เดินหน้าหาช่องทางสู้คดีจำนำข้าวต่อ

ศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำขอพิจารณาคดีชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวใหม่ แต่ทีมกฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนยันว่ายังมีช่องทางทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการต่อได้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ศาลปกครองสูงสุดของไทยได้มีคำสั่งไม่รับคำขอพิจารณาคดีใหม่ในคดีเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งถือเป็นอุปสรรคทางกระบวนการที่สำคัญสำหรับอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ซึ่งเผชิญกับการต่อสู้ทางกฎหมายในนโยบายนี้มาเป็นเวลานาน

แม้ศาลจะปฏิเสธการพิจารณาคดีใหม่ แต่ทีมกฎหมายของนางสาวยิ่งลักษณ์ได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่ายังคงมองเห็นประเด็นทางกฎหมายที่สามารถนำมาใช้ต่อสู้คดีต่อไปได้ โดยฝ่ายจำเลยยืนยันว่ายังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายเฉพาะที่อาจนำมาใช้เพื่อคัดค้านสถานะปัจจุบันของคำสั่งชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความยืดเยื้อของคดีความทางการเมืองและกฎหมายที่เป็นที่จับตามอง ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลาหลายปี แม้คำสั่งศาลนี้จะจำกัดทางเลือกในการรื้อฟื้นคดีในทันที แต่การยืนยันของทีมทนายความบ่งชี้ว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่ถือว่าเรื่องนี้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์

สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อไปคือกลยุทธ์เฉพาะที่ทีมกฎหมายจะนำมาใช้ในลำดับถัดไป และจะมีการดำเนินการผ่านช่องทางตุลาการหรือหน่วยงานบริหารอื่นใดเพื่อคัดค้านคำสั่งชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลสำหรับการยื่นคำร้องหรือความคืบหน้าทางกระบวนการในอนาคตเกี่ยวกับคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 11:41 UTC