ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก ✦
กีฬา ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส ✦
การเมือง ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่ ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
กีฬา เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน ✦
การเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ✦
กีฬา บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที ✦
กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก

ภูริพล 'บิว' บุญสอน ดาวรุ่งนักกรีฑาไทย ประกาศมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจาก Matichon Online นักวิ่งลมกรดชาวไทย ภูริพล 'บิว' บุญสอน กำลังมุ่งเน้นไปที่แผนการพัฒนาอย่างเข้มงวดเพื่อยกระดับผลงานของตนในเวทีระดับนานาชาติ นักกีฬาดาวรุ่งรายนี้ได้ประกาศความมุ่งมั่นต่อสาธารณะว่าต้องการทำลายสถิติเอเชียในรายการที่ตนลงแข่งขัน และคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกให้ได้ในที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย 'บิว' ได้กลายเป็นบุคคลสำคัญในวงการกีฬาของชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนของความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศในด้านกรีฑา ความทุ่มเทในการฝึกซ้อมของเขาถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติ และเน้นย้ำถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนานักกีฬามืออาชีพภายในราชอาณาจักร

แม้ว่าเป้าหมายของเขาจะชัดเจน แต่กรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับความสำเร็จเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบจะคอยจับตาดูว่าโปรแกรมการฝึกซ้อมของเขาจะส่งผลต่อผลการแข่งขันในรายการระดับภูมิภาคและระดับโลกที่จะถึงนี้อย่างไร ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันวันที่สำหรับการพยายามทำลายสถิติครั้งใหญ่ครั้งต่อไปของเขา แต่ความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ระดับมืออาชีพของเขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:30 UTC

กีฬา

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แฟนบอลในประเทศไทยสามารถติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 คืนนี้ โดยมีคู่สำคัญระหว่างอิตาลีกับเบลเยียม และตุรกีกับฝรั่งเศส

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 จะดำเนินต่อในคืนนี้ วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีแมตช์สำคัญสองคู่ในเวลา 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในกลุ่ม 1 อิตาลีจะเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของเบลเยียม ในเชิงสถิติอิตาลีมีผลงานที่แข็งแกร่งเมื่อพบกับเบลเยียม โดยไม่เคยแพ้เลยในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 4 เสมอ 1) ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่เกมนี้ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผลการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน ตุรกีจะพบกับฝรั่งเศสในอีกคู่ของกลุ่ม 1 แม้ว่าตุรกีจะถูกมองว่าเป็นรอง แต่ก็หวังที่จะสร้างความท้าทายให้กับทีมฝรั่งเศส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง MonoMax โดยคู่ระหว่างอิตาลีและเบลเยียมจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 ด้วย การแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เนื่องจากทั้งสองคู่เป็นการประเดิมสนามของโค้ชใหม่ กลยุทธ์การเล่นจึงยังคงต้องรอติดตามเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผู้ชมควรตรวจสอบตารางการออกอากาศในพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

ชาวบ้านในบางศรีเมืองยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดการปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการดูแลเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไร จ.นนทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำเทศบาล ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเครื่องสูบน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก ชาวบ้านอ้างว่าเนื่องจากงบประมาณของเทศบาลไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตำหนิผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อนุญาตให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีรายงานว่ามีการปะทะคารมและใช้ถ้อยคำรุนแรง ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารท้องถิ่นและชุมชนหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยของภาคประชาชน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และจะมีการจัดตั้งกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความเห็นต่างในการปฏิบัติงานระหว่างเทศบาลและชุมชนวัดป่าเรไรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกควบคุมตัวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายคนงานสวนวัย 67 ปีจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีทำร้ายร่างกายชายวัย 67 ปี ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนลำไยจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Khaosod Online

ในระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ใช้ด้ามมีดอีโต้ตีเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง โดยอ้างว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายเข้ามาขโมยฟักทองในสวนจำนวน 3 ลูก ผู้ต้องหาระบุว่าได้ลากร่างผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ทุ่งนาใกล้เคียง โดยเข้าใจว่าผู้ตายเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ถึงแก่ความตาย และยืนยันว่าใช้เพียงด้ามมีดในการก่อเหตุ ไม่ได้ใช้คมมีด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทในท้องถิ่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งการตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กีฬา

เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการและพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ได้ผ่านขั้นตอนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพบกับผู้ท้าชิงจากประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการมวยอาชีพในประเทศไทย การแข่งขันในระดับนี้มักดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานที่จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมชมหรือเดินทางใกล้สถานที่จัดงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมที่หนาแน่นและการจราจรที่อาจติดขัด

แม้ว่าการชั่งน้ำหนักจะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องรอติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าเพชรโกศลจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานที่ชัดเจนหรือข้อมูลการถ่ายทอดสด ดังนั้นผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันควรติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:15 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

เกิดเหตุรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนชนกับขบวนรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในย่านพหลโยธิน ส่งผลให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานเหตุการณ์รถจักรดีเซลสับเปลี่ยน หมายเลข 4025 เคลื่อนเข้าชนชุดรถพ่วงโดยสารของขบวนรถที่ 32 (เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ซึ่งจอดอยู่ภายในย่านรถไฟทางไกล (ย่านพหลโยธิน) ส่งผลให้ตู้รถโดยสารได้รับความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพนักงานรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและ รฟท. กำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า รฟท. ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้รถโดยสารที่เสียหายเพื่อให้การปฏิบัติงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน สภาพของรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของย่านรถไฟทางไกลและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถหรือการเดินทางของผู้โดยสารแต่อย่างใด รฟท. ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

สส. พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครองเกี่ยวกับการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องส่วยที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในภูเก็ต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครอง (DOPA) อย่างเปิดเผย โดยความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยในภาคธุรกิจสถานบันเทิงของจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์แสดงความไม่พอใจต่อการตอบสนองของกรมฯ ต่อหลักฐานที่เขานำเสนอเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเขาระบุว่าท่าทีของหน่วยงานเป็นการปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนที่จะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลภายในโดยตรง สส. ผู้นี้โต้แย้งว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลีกเลี่ยงปัญหาของระบบราชการที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานบันเทิงยามค่ำคืนในภูเก็ต แม้ว่าข้อกล่าวหาจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกรมการปกครองจะให้คำตอบที่ละเอียดขึ้นต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือการดำเนินการทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาชาวไทย ภูริพล บุญสอน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลก หลังทำสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี สร้างผลงานครั้งสำคัญด้วยการขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลกในการจัดอันดับวิ่ง 100 เมตรชาย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมทำสถิติใหม่ของรายการด้วยเวลา 9.90 วินาที

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกรีฑาไทย เนื่องจากเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10.44 วินาที ผลงานของภูริพลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากการที่เขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรอบเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างกระแสความสนใจในวงการกีฬาไทย และอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกิจกรรมกรีฑาและสถานที่ฝึกซ้อมในท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าเวลา 9.90 วินาทีจะได้รับการยืนยันว่าเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์แล้ว แต่ผู้ติดตามวงการกีฬายังคงจับตามองว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับโลกของเขาในการแข่งขันระดับนานาชาติรายการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการลงแข่งขันในรายการระดับโลกในอนาคต ยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอนของเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมทำลายสถิติเดิมของตนเองด้วยเวลา 9.90 วินาที

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ภูริพล 'บิว' บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า ภูริพลทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันรายการเดียวกัน

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลยอมรับว่าตนรู้สึกตื่นเต้นในช่วงออกตัว ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ โดยเขาได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับครอบครัว สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวชที่คอยดูแลร่างกายมาโดยตลอด

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย ภูริพลได้กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรต่อไป แม้ว่าเหรียญทองในรายการ 100 เมตรจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงรอติดตามผลงานของเขาในการแข่งขันรอบถัดไป ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการแข่งขันที่เหลือของเขาเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

อติโชติและ 'สีกาเอ๋' นอนคุกคืนแรก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อติโชติและ 'สีกาเอ๋' นอนคุกคืนแรก

หลังจากถูกควบคุมตัวตามกฎหมาย อติโชติและบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' ได้ใช้เวลาคืนแรกในเรือนจำ โดยมีรายงานว่ามีความวิตกกังวลเล็กน้อยแต่สามารถปรับตัวเข้ากับกิจวัตรประจำวันได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อติโชติและ 'สีกาเอ๋' นอนคุกคืนแรก

แหล่งข่าวเดียว
อติโชติและ 'สีกาเอ๋' นอนคุกคืนแรก

หลังจากถูกควบคุมตัวตามกฎหมาย อติโชติและบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' ได้ใช้เวลาคืนแรกในเรือนจำ โดยมีรายงานว่ามีความวิตกกังวลเล็กน้อยแต่สามารถปรับตัวเข้ากับกิจวัตรประจำวันได้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 อติโชติและหญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' ได้ใช้เวลาคืนแรกในเรือนจำ เจ้าหน้าที่เรือนจำระบุว่าทั้งสองคนมีอาการวิตกกังวลเล็กน้อยเมื่อมาถึง แม้จะมีความเครียดจากสถานการณ์ในช่วงแรก แต่รายงานระบุว่าพวกเขาสามารถนอนหลับได้ดีตลอดทั้งคืน

สำหรับการปรับตัวเข้ากับสถานที่ รายงานระบุว่าทั้งสองคนได้รับประทานแกงเขียวหวานไก่เป็นมื้อเย็น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ หรือข้อหาเฉพาะเจาะจงที่นำไปสู่สถานะปัจจุบันของพวกเขา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นเหตุการณ์ทางกฎหมายที่ได้รับความสนใจซึ่งกำลังเกิดขึ้นภายในระบบยุติธรรมท้องถิ่น แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในแต่ละวันหรือความปลอดภัยสาธารณะทั่วไป แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงกระบวนการทางกฎหมายในท้องถิ่น ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวของการควบคุมตัวยังคงไม่ได้รับการยืนยัน และสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากช่องทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของคดี SawaLife ยังคงติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรายงานความคืบหน้าที่ได้รับการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:56 UTC

ตำรวจตรวจสถานบริการ 17 แห่งย่านลาดพร้าวและทาวน์อินทาวน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจตรวจสถานบริการ 17 แห่งย่านลาดพร้าวและทาวน์อินทาวน์

ตำรวจ สน.วังทองหลาง เข้าตรวจสถานบริการ 17 แห่งในย่านลาดพร้าวและทาวน์อินทาวน์ พบการกระทำผิดกฎหมายใน 2 แห่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจตรวจสถานบริการ 17 แห่งย่านลาดพร้าวและทาวน์อินทาวน์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจตรวจสถานบริการ 17 แห่งย่านลาดพร้าวและทาวน์อินทาวน์

ตำรวจ สน.วังทองหลาง เข้าตรวจสถานบริการ 17 แห่งในย่านลาดพร้าวและทาวน์อินทาวน์ พบการกระทำผิดกฎหมายใน 2 แห่ง

เมื่อคืนวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลางได้ดำเนินการตรวจสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการรวม 17 แห่ง ในพื้นที่ย่านถนนลาดพร้าว ซอยมหาดไทย และทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การปฏิบัติการครั้งนี้แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุดปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่น รวมถึงการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ใช้บริการ

ในระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบสถานประกอบการ 2 แห่งที่มีการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้ถูกส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้มาตรฐานการออกใบอนุญาตและการดำเนินงานในย่านสถานบันเทิงยอดนิยม แม้ว่าสถานประกอบการส่วนใหญ่ที่ถูกตรวจสอบจะปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่การดำเนินการนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าตำรวจมีการตรวจสอบพื้นที่เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสถานประกอบการทั้ง 2 แห่งที่กระทำผิดนั้นมีข้อหาใดบ้าง และจะมีมาตรการทางปกครองเพิ่มเติม เช่น การสั่งปิดชั่วคราวหรือไม่ ผู้ที่มาใช้บริการในพื้นที่เหล่านี้ควรพกบัตรประจำตัวประชาชนติดตัวไว้เสมอ เนื่องจากการสุ่มตรวจยังคงเป็นขั้นตอนมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ในย่านสถานบันเทิงของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:36 UTC

การสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่วัดพุทไธศวรรย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่วัดพุทไธศวรรย์

ทางการไทยกำลังสอบสวนข้อกล่าวหายักยอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสและคนสนิท โดยมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่น่าสงสัยรวมกว่า 215 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่วัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่วัดพุทไธศวรรย์

ทางการไทยกำลังสอบสวนข้อกล่าวหายักยอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสและคนสนิท โดยมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่น่าสงสัยรวมกว่า 215 ล้านบาท

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามกำลังดำเนินการสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ อดีตพระวชิรญาณ วิ. (อติโชติ ธมฺมวโร) อายุ 66 ปี และหญิงสาวคนสนิทที่รู้จักกันในชื่อ 'เอ๋'

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวนกำลังมุ่งเน้นไปที่ 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการตรวจสอบข้อกล่าวหาว่าอดีตพระรูปดังกล่าวยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีส่วนตัวโดยมีการออกใบอนุโมทนาในนามของวัด ส่วนที่สองคือการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งรวมถึงใบอนุโมทนาในการบริจาค การเช่าพระ และการร่วมบริจาคปรับปรุงวัด รวมเป็นเงินกว่า 215 ล้านบาท ขณะนี้ตำรวจกำลังประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อติดตามเส้นทางการเงินเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการสร้างความโปร่งใสในสถาบันทางศาสนา แม้วัดจะยังคงเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ แต่การสอบสวนนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของการบริจาคเพื่อการกุศล

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ โดยตำรวจคาดว่าอาจมีบุคคลที่สามอีก 1-2 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางการเงินดังกล่าว และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปขอบเขตของการกระทำผิดทั้งหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:36 UTC

เจ้าหน้าที่ DSI ถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ในคดีส่งมอบเงินสด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ DSI ถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ในคดีส่งมอบเงินสด

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายกำลังถูกตรวจสอบหลังจากมีข้อกล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงินเพิ่มเติมระหว่างการปฏิบัติงานส่งมอบเงินสด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ DSI ถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ในคดีส่งมอบเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ DSI ถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ในคดีส่งมอบเงินสด

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายกำลังถูกตรวจสอบหลังจากมีข้อกล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงินเพิ่มเติมระหว่างการปฏิบัติงานส่งมอบเงินสด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกรรโชกทรัพย์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งเงินสดที่ตั้งใจจะส่งมอบให้กับจ่าพิชิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เรียกเก็บค่าดำเนินการเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย รายงานนี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารงานและความประพฤติของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย แม้ว่า DSI จะเป็นหน่วยงานระดับสูงที่รับผิดชอบคดีอาญาที่ซับซ้อน แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อกระบวนการของสถาบัน

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของ "ค่าดำเนินการ" และขอบเขตความเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลเหล่านี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา และผลการสอบสวนภายในอย่างเป็นทางการยังไม่เสร็จสิ้น ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก DSI เกี่ยวกับมาตรการทางวินัยหรือการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ขอเตือนให้ผู้ที่ติดต่อกับหน่วยงานรัฐติดตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการและรายงานความผิดปกติผ่านช่องทางทางกฎหมายที่กำหนดไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:15 UTC

ไล่ออกเจ้าหน้าที่ อบต.เขาทราย หลัง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทุจริตภาษีและปลอมแปลงเอกสาร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไล่ออกเจ้าหน้าที่ อบต.เขาทราย หลัง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทุจริตภาษีและปลอมแปลงเอกสาร

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดพิจิตรถูกไล่ออกจากราชการ หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบหลักฐานการยักยอกเงินภาษีและปลอมแปลงเอกสารราชการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไล่ออกเจ้าหน้าที่ อบต.เขาทราย หลัง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทุจริตภาษีและปลอมแปลงเอกสาร

แหล่งข่าวเดียว
ไล่ออกเจ้าหน้าที่ อบต.เขาทราย หลัง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทุจริตภาษีและปลอมแปลงเอกสาร

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดพิจิตรถูกไล่ออกจากราชการ หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบหลักฐานการยักยอกเงินภาษีและปลอมแปลงเอกสารราชการ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาทราย จังหวัดพิจิตร ได้ถูกไล่ออกจากราชการอย่างเป็นทางการ การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการสอบสวนอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งสรุปได้ว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินภาษีและปลอมแปลงเอกสารราชการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการประพฤติมิชอบในระดับท้องถิ่น แม้ว่าการไล่ออกจะเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการตรวจสอบความรับผิดชอบ แต่รายงานไม่ได้ระบุจำนวนเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง หรือระบุว่าจะมีกระบวนการทางอาญาเพิ่มเติมจากการไล่ออกทางวินัยหรือไม่

เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นกระบวนการทางวินัยที่กำลังดำเนินอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาของการยักยอกและการติดตามเงินภาษีคืนนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจตามมาจากการดำเนินการทางวินัยในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:55 UTC

จับกุม 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุม 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการ

ทางการไทยจับกุมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 นาย หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางในขบวนการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการบรรจุเข้ารับราชการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุม 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการ

แหล่งข่าวเดียว
จับกุม 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการ

ทางการไทยจับกุมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 นาย หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางในขบวนการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการบรรจุเข้ารับราชการ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานการจับกุมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 นาย ได้แก่ นายอิทธิพล อายุ 49 ปี และนายอนุรักษ์ อายุ 46 ปี โดยทั้งสองถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการบรรจุเข้ารับราชการในหน่วยงานท้องถิ่น

ตามรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานและขนส่งเงินสดจากผู้ที่ต้องการตำแหน่งงานไปยังบุคคลสำคัญที่ชื่อว่า 'จ่าพิชิต' โดยขบวนการนี้มีการเรียกเก็บเงินจากผู้สมัครเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากราคาปกติ ตัวอย่างเช่น ในขณะที่จ่าพิชิตเรียกเก็บเงิน 250,000 บาทต่อตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้งสองนายถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บเงินเพิ่มอีก 250,000 บาทสำหรับค่าดำเนินการของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตภายในหน่วยงานรัฐ แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันจะมีน้อย แต่การสอบสวนนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการรักษาความโปร่งใสภายในองค์กร ทางการระบุว่าจะมีการขยายผลการสอบสวนต่อไปเนื่องจากสงสัยว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รายอื่นเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินไป ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนเท่าใดและจะมีการจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากดีเอสไอเกี่ยวกับขอบเขตของการสอบสวนคดีทุจริตนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:16 UTC

ทางการไทยเรียกร้องให้มีการสอบสวนกิจกรรมทางทหารที่ปราสาทพระวิหาร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเรียกร้องให้มีการสอบสวนกิจกรรมทางทหารที่ปราสาทพระวิหาร

ประเทศไทยได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างอิสระต่อรายงานที่ระบุว่ากองกำลังกัมพูชากำลังใช้พื้นที่รอบปราสาทพระวิหารเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยเรียกร้องให้มีการสอบสวนกิจกรรมทางทหารที่ปราสาทพระวิหาร

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเรียกร้องให้มีการสอบสวนกิจกรรมทางทหารที่ปราสาทพระวิหาร

ประเทศไทยได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างอิสระต่อรายงานที่ระบุว่ากองกำลังกัมพูชากำลังใช้พื้นที่รอบปราสาทพระวิหารเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 คณะกรรมการร่วมด้านข่าวกรอง (JIC) ของไทยได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้มีการสอบสวนอย่างอิสระเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหาร ตามรายงานของ Khaosod English ทางการไทยอ้างว่ามีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ากองกำลังกัมพูชาได้จัดตั้งตำแหน่งทางทหารไว้ในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว

พลอากาศเอกประภาส สนใจดี รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เน้นย้ำว่าสถานะของปราสาทในฐานะมรดกโลกไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการทางทหาร รัฐบาลไทยยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวจะต้องได้รับการปกป้องจากกิจกรรมดังกล่าวเพื่อรักษาการกำหนดสถานะระหว่างประเทศและเสถียรภาพในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงจุดที่อาจเกิดความขัดแย้งทางการทูตระหว่างไทยและกัมพูชา แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงจำกัดอยู่ในพื้นที่ชายแดน แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหารควรติดตามคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลและข่าวท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณชายแดนหรือข้อจำกัดในการเข้าถึงที่อาจเกิดขึ้น

ในขั้นตอนนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวอ้างอิงจากหลักฐานที่นำเสนอโดย JIC ของไทย การกล่าวอ้างเรื่องการมีอยู่ของกองกำลังทหารยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระโดยผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศ และการตอบสนองของรัฐบาลกัมพูชาต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:20 UTC

กองปราบฯ เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดี อติโชติ-สีกาเอ๋
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองปราบฯ เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดี อติโชติ-สีกาเอ๋

ทางการไทยกำลังขยายผลการสอบสวนกิจกรรมทางการเงินของอติโชติและสีกาเอ๋ โดยอาจมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองปราบฯ เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดี อติโชติ-สีกาเอ๋

แหล่งข่าวเดียว
กองปราบฯ เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดี อติโชติ-สีกาเอ๋

ทางการไทยกำลังขยายผลการสอบสวนกิจกรรมทางการเงินของอติโชติและสีกาเอ๋ โดยอาจมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปราม (กองปราบฯ) ได้ทำหนังสือประสานงานอย่างเป็นทางการไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ระบุชื่อว่า อติโชติ และสีกาเอ๋

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบบันทึกทางธนาคารและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งสอง ความคืบหน้าที่สำคัญในคดีนี้คือข้อสงสัยที่ว่าอาจมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเงินที่กำลังถูกตรวจสอบอยู่ โดยกองปราบฯ กำลังประสานงานกับ ปปง. เพื่อยืนยันความเชื่อมโยงเหล่านี้และกำหนดขอบเขตของการเคลื่อนไหวทางการเงินที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การสอบสวนนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังและยับยั้งกิจกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย แม้ว่าคดีนี้จะมุ่งเน้นไปที่บุคคลเฉพาะกลุ่มในขณะนี้ แต่การมีส่วนร่วมของกองปราบฯ และ ปปง. บ่งชี้ถึงการสอบสวนที่เป็นทางการและละเอียดถี่ถ้วนเกี่ยวกับลักษณะของธุรกรรมเหล่านี้

ในขั้นตอนนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และยังต้องรอการยืนยันว่าบุคคลที่สามจะถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือบันทึกทางการเงินจะเปิดเผยความผิดปกติเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของเงินหรือตัวตนของผู้ต้องสงสัยรายที่สาม ผู้ที่ติดตามข่าวควรเฝ้ารอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกองบังคับการปราบปรามต่อไปในขณะที่การสอบสวนคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:15 UTC

รวบตัวลูกเลี้ยงก่อเหตุฆาตกรรมอดีตตำรวจวัย 79 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวลูกเลี้ยงก่อเหตุฆาตกรรมอดีตตำรวจวัย 79 ปี

ชายวัย 54 ปีถูกจับกุมหลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายพ่อเลี้ยงวัย 79 ปี ซึ่งเป็นอดีตตำรวจจนเสียชีวิต โดยอ้างสาเหตุจากความแค้นเรื่องการถูกไล่ออกจากบ้าน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวลูกเลี้ยงก่อเหตุฆาตกรรมอดีตตำรวจวัย 79 ปี

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวลูกเลี้ยงก่อเหตุฆาตกรรมอดีตตำรวจวัย 79 ปี

ชายวัย 54 ปีถูกจับกุมหลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายพ่อเลี้ยงวัย 79 ปี ซึ่งเป็นอดีตตำรวจจนเสียชีวิต โดยอ้างสาเหตุจากความแค้นเรื่องการถูกไล่ออกจากบ้าน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายส่ง ชายวัย 54 ปี ในข้อหาทำร้ายร่างกายพ่อเลี้ยงวัย 79 ปี ซึ่งเป็นอดีตตำรวจที่รู้จักกันในชื่อ 'ดาบเซียน' จนเสียชีวิต เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บ้านพักของผู้ตาย โดยผู้ต้องหาได้ใช้ไม้ฟาดทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุจนเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในสภาพที่หิวโซจากการหลบหนี ในระหว่างการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุมาจากความแค้นที่ถูกไล่ออกจากบ้านพักของครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในครอบครัวที่นำไปสู่ความสูญเสียต่อผู้สูงอายุ แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติการใช้ยาเสพติดของผู้ต้องหาตามที่ระบุในรายงานเบื้องต้น หรือขั้นตอนทางกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไป เนื่องจากเหตุการณ์นี้เป็นคดีอาชญากรรมในครอบครัวที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด จึงไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนชนบทหรือผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเหตุหากพบเห็นกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:57 UTC

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตนายก อบจ.โคราช กรณีไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตนายก อบจ.โคราช กรณีไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับโครงการของรัฐ 14 โครงการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตนายก อบจ.โคราช กรณีไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตนายก อบจ.โคราช กรณีไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับโครงการของรัฐ 14 โครงการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการต่ออดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า 'หมอแหยง' โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่าอดีตผู้บริหารรายนี้ไม่ได้เผยแพร่ประกาศสอบราคาสำหรับโครงการของรัฐในท้องถิ่นจำนวน 14 โครงการอย่างถูกต้อง

คำวินิจฉัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดเผยข้อมูลของ ป.ป.ช. เกี่ยวกับคดีทุจริตในท้องถิ่น 6 คดีที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบในจังหวัด สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในภูมิภาคโคราช เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่ายด้านการบริหารท้องถิ่นและการจัดการโครงการสาธารณะ

แม้ว่า ป.ป.ช. จะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการไม่เปิดเผยประกาศสอบราคาแล้ว แต่ผลทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับกระบวนการทางศาลต่อไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกลไกการกำกับดูแลด้านการบริหารที่กำลังทำงานอยู่ภายในโครงสร้างการปกครองส่วนจังหวัดของไทย ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ป.ป.ช. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำตัดสินสุดท้ายหรือกระบวนการอุทธรณ์ใดๆ ที่อาจตามมาหลังจากข้อสรุปทางปกครองนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:15 UTC

ศาลฎีกาพิจารณาคดีคุณสมบัติ สว. อำนาจเจริญ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลฎีกาพิจารณาคดีคุณสมบัติ สว. อำนาจเจริญ

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาวิเคราะห์ข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอำนาจเจริญ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลฎีกาพิจารณาคดีคุณสมบัติ สว. อำนาจเจริญ

แหล่งข่าวเดียว
ศาลฎีกาพิจารณาคดีคุณสมบัติ สว. อำนาจเจริญ

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาวิเคราะห์ข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอำนาจเจริญ

การตรวจสอบทางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติ สว.

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 ศาลฎีกาของไทยได้รับพิจารณาคดี 2 คดีที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอำนาจเจริญ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาได้วิเคราะห์ความซับซ้อนทางกฎหมายของคดีเหล่านี้ต่อสาธารณะ โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องการสมัครผิดกลุ่ม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องภายในระบบการเมืองและการเลือกตั้งของไทย ข้อถกเถียงทางกฎหมายมุ่งเน้นไปที่การตีความการจัดกลุ่ม "กลุ่มที่ 10" และเกณฑ์เฉพาะที่จำเป็นสำหรับการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในขณะที่ฝ่ายตุลาการกำลังตรวจสอบอำนาจในการฟ้องร้องและรายละเอียดทางเทคนิคของกระบวนการสมัคร ความมั่นคงและองค์ประกอบของวุฒิสภายังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบทางกฎหมาย แม้ว่ากระบวนการเหล่านี้จะเป็นเรื่องทางปกครองและกฎหมาย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่กว้างขึ้นซึ่งควบคุมตำแหน่งสาธารณะในประเทศ

สถานะปัจจุบัน

ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลฎีกาจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรเกี่ยวกับความถูกต้องของการสมัครของสมาชิกวุฒิสภาผู้นี้ ข้อโต้แย้งทางกฎหมายเกี่ยวกับขอบเขตของ "กลุ่มที่ 10" และสถานะของผู้ฟ้องร้องกำลังอยู่ระหว่างการประเมินโดยศาล ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากศาลว่ากระบวนการสมัครได้ดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้งที่กำหนดไว้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 02:56 UTC

เจ้าหน้าที่ประจวบคีรีขันธ์สกัดจับสินค้าผิดกฎหมายล็อตใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ประจวบคีรีขันธ์สกัดจับสินค้าผิดกฎหมายล็อตใหญ่

เจ้าหน้าที่ศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้สกัดจับการลักลอบขนบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาสมุนไพรผิดกฎหมายจำนวนมาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ประจวบคีรีขันธ์สกัดจับสินค้าผิดกฎหมายล็อตใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ประจวบคีรีขันธ์สกัดจับสินค้าผิดกฎหมายล็อตใหญ่

เจ้าหน้าที่ศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้สกัดจับการลักลอบขนบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาสมุนไพรผิดกฎหมายจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 ทางการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประกาศความสำเร็จในการสกัดจับสินค้าหนีภาษีล็อตใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า และยาสมุนไพร ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ปฏิบัติการดังกล่าวมีชื่อว่า 'พิทักษ์คีรีขันธ์' ดำเนินการภายใต้การสั่งการของกรมศุลกากรและผู้นำระดับจังหวัดเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อต้านสินค้าผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ได้ประสานงานร่วมกับกรมสรรพสามิต ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก โดยมูลค่ารวมของสินค้าที่ยึดได้มีรายงานว่าสูงกว่า 25.7 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าและการครอบครองผลิตภัณฑ์ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศ และการครอบครองหรือจำหน่ายสินค้าดังกล่าวอาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายที่ร้ายแรง แม้ว่าการยึดครั้งนี้จะเป็นการขัดขวางห่วงโซ่อุปทานที่ผิดกฎหมายครั้งใหญ่ แต่ขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการจัดจำหน่ายและตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในความพยายามลักลอบขนสินค้ายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามกฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับสินค้าควบคุมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเข้าพัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 02:55 UTC

สมุทรสาครเริ่มตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อลดปัญหาน้ำเสีย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สมุทรสาครเริ่มตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อลดปัญหาน้ำเสีย

ทางการไทยเริ่มดำเนินการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรสาครอย่างครอบคลุม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการลักลอบปล่อยน้ำเสีย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สมุทรสาครเริ่มตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อลดปัญหาน้ำเสีย

แหล่งข่าวเดียว
สมุทรสาครเริ่มตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อลดปัญหาน้ำเสีย

ทางการไทยเริ่มดำเนินการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรสาครอย่างครอบคลุม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการลักลอบปล่อยน้ำเสีย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการร่วมกับจังหวัดสมุทรสาครเพื่อตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง ตามรายงานจาก Khaosod Online โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ โดยเน้นพื้นที่บริเวณคลองภาษีเจริญ คลองสี่วาพาสวัสดิ์ และคลองเอกชัย

การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากข้อร้องเรียนจำนวนมากจากประชาชนในพื้นที่และรายงานผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย การจัดการกากของเสีย และการดูแลภูมิทัศน์ของโรงงาน โดยมีการระบุโรงงานกลุ่มเสี่ยงจำนวน 36 แห่งเพื่อเข้าตรวจสอบทันที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงสุขภาวะทางสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและสร้างความมั่นใจว่าภาคอุตสาหกรรมจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้ว่าการตรวจสอบกำลังดำเนินอยู่ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพน้ำและผลการตรวจสอบเฉพาะของแต่ละโรงงานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ทางการเน้นย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือการให้สถานประกอบการดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 02:36 UTC

กรอบการทำงานต่อต้านคอร์รัปชันของสิงคโปร์: บทเรียนสำหรับการบริหารจัดการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรอบการทำงานต่อต้านคอร์รัปชันของสิงคโปร์: บทเรียนสำหรับการบริหารจัดการ

Matichon Online สำรวจว่าสิงคโปร์ลดปัญหาคอร์รัปชันผ่านการออกแบบเชิงระบบได้อย่างไร แทนที่จะพึ่งพาเพียงมาตรการลงโทษ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรอบการทำงานต่อต้านคอร์รัปชันของสิงคโปร์: บทเรียนสำหรับการบริหารจัดการ

แหล่งข่าวเดียว
กรอบการทำงานต่อต้านคอร์รัปชันของสิงคโปร์: บทเรียนสำหรับการบริหารจัดการ

Matichon Online สำรวจว่าสิงคโปร์ลดปัญหาคอร์รัปชันผ่านการออกแบบเชิงระบบได้อย่างไร แทนที่จะพึ่งพาเพียงมาตรการลงโทษ

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online ได้ตรวจสอบแนวทางการบริหารจัดการของสิงคโปร์ โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จของประเทศในการยับยั้งการคอร์รัปชันนั้นเกิดจากการออกแบบเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงแค่การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเท่านั้น บทวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าสิงคโปร์ได้นำกรอบการทำงานเชิงระบบมาใช้ ซึ่งทำให้การปฏิบัติที่ทุจริตทำได้ยากโดยธรรมชาติ ซึ่งก้าวข้ามผ่านจุดยืนทางกฎหมายแบบตั้งรับเพียงอย่างเดียว

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย มุมมองนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านการบริหารของสิงคโปร์ การเข้าใจว่าภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบของสิงคโปร์ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมเชิงป้องกัน อาจช่วยอธิบายถึงระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพที่สูงเมื่อต้องติดต่อกับสถาบันในท้องถิ่นหรือการทำธุรกิจ รายงานเน้นย้ำว่าเสถียรภาพของประเทศเป็นผลมาจากการออกแบบนโยบายอย่างตั้งใจเพื่อลดโอกาสในการทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

แม้ว่ารายงานจะให้ภาพรวมเชิงแนวคิดเกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารจัดการเหล่านี้ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงหรือการอัปเดตนโยบายล่าสุด ยังคงต้องยืนยันต่อไปว่าการออกแบบเชิงระบบเหล่านี้ถูกปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตหรือมาตรฐานทางการเงินโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่สิงคโปร์ยังคงปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าจุดเน้นยังคงอยู่ที่การรักษาความเชื่อมั่นในระดับสูงผ่านการออกแบบเชิงสถาบันเชิงรุก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 02:15 UTC

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 นายถูกจับกุมในคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 นายถูกจับกุมในคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 นายถูกจับกุมและได้รับการประกันตัว หลังมีข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแทรกแซงการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 นายถูกจับกุมในคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 นายถูกจับกุมในคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2 นายถูกจับกุมและได้รับการประกันตัว หลังมีข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแทรกแซงการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 นาย ถูกจับกุมหลังจากการสืบสวนคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการ คดีนี้เริ่มต้นจากการจับกุมอดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอ้างว่าสามารถการันตีผลการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้โดยแลกกับเงินสินบน

การสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงไปยังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 นาย ได้แก่ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการวัย 49 ปี จากกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษวัย 46 ปี ทั้งสองถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 โดยถูกตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในความผิดฐานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตในกระบวนการสรรหาบุคลากรภาครัฐ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทั้งสองจะได้รับการประกันตัวแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าการสืบสวนจะขยายผลไปถึงบุคคลอื่นภายในหน่วยงานหรือหน่วยงานอื่นหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความโปร่งใสของการสอบเข้ารับราชการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 02:16 UTC

ปล่อยตัวชั่วคราว 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปล่อยตัวชั่วคราว 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้ตำแหน่งประกันตัว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปล่อยตัวชั่วคราว 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ปล่อยตัวชั่วคราว 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้ตำแหน่งประกันตัว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้ตำแหน่งประกันตัว ทั้งสองถูกควบคุมตัวในระหว่างการสอบสวนคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

รายงานระบุว่าผู้ต้องหาได้ยื่นตำแหน่งหน้าที่ราชการเพื่อเป็นหลักประกันในการขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งดำเนินการโดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความเข้มงวดของการสอบสวนคดีทุจริตภายในหน่วยงานรัฐ แม้ว่าการปล่อยตัวชั่วคราวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ชีวิตในระหว่างกระบวนการทางกฎหมายได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการสอบสวนได้สิ้นสุดลง

รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตของการมีส่วนร่วมที่ถูกกล่าวหาและผลกระทบในวงกว้างต่อกระบวนการสอบท้องถิ่นนั้นยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรทราบว่านี่เป็นคดีที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ในขณะที่การสอบสวนคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 02:16 UTC

รวบตัวผู้ต้องหาคดีปล้นธนาคารตลาดไท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวผู้ต้องหาคดีปล้นธนาคารตลาดไท

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีปล้นธนาคารในตลาดไทได้แล้ว โดยพบว่ามีการวางแผนล่วงหน้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวผู้ต้องหาคดีปล้นธนาคารตลาดไท

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้ต้องหาคดีปล้นธนาคารตลาดไท

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีปล้นธนาคารในตลาดไทได้แล้ว โดยพบว่ามีการวางแผนล่วงหน้า

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุปล้นธนาคารภายในตลาดไทได้สำเร็จ ในระหว่างการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้วางแผนก่อเหตุไว้ล่วงหน้า โดยยอมรับว่าได้เช่ารถยนต์ล่วงหน้าเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อใช้ในการก่อเหตุ

นอกจากนี้ การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีประวัติอาชญากรรมในคดีชิงทรัพย์มาก่อน เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นด้านความปลอดภัยที่สำคัญในศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่ที่มีประชาชนและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ใช้บริการเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาในบริเวณดังกล่าว นี่เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวไว้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น จำนวนเงินที่ถูกปล้นที่แน่ชัด ลำดับเวลาการเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาก่อนการจับกุม และขั้นตอนทางกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือการติดตามทรัพย์สินที่ถูกปล้นคืนมา ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไปในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 01:15 UTC

การเลื่อนยศตำรวจและการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในบุรีรัมย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การเลื่อนยศตำรวจและการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในบุรีรัมย์

นายตำรวจระดับสูง เอนก ศรีกิจรัตน์ ได้รับการเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี โดยมีรายงานระบุถึงความเป็นไปได้ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การเลื่อนยศตำรวจและการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
การเลื่อนยศตำรวจและการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในบุรีรัมย์

นายตำรวจระดับสูง เอนก ศรีกิจรัตน์ ได้รับการเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี โดยมีรายงานระบุถึงความเป็นไปได้ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 พันตำรวจเอก เอนก ศรีกิจรัตน์ ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงตำรวจไทยหลังจากการเลื่อนยศครั้งล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นอกเหนือจากการเลื่อนยศนี้ ยังมีการคาดการณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับภารกิจต่อไปของเขา โดยมีรายงานระบุว่าเขากำลังถูกพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับเอนกนั้นมีพื้นฐานการทำงานในสายงานตำรวจภูธรที่มีประสบการณ์ครอบคลุมตั้งแต่ชัยภูมิไปจนถึงโคราช และปัจจุบันเขากำลังเป็นจุดสนใจในแวดวงการบริหารงานตำรวจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในบุรีรัมย์ พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในระดับผู้นำตำรวจภูธร แม้ว่าการเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรีจะได้รับการยืนยันจากราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่การแต่งตั้งเฉพาะเจาะจงให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ยังคงเป็นเพียงประเด็นที่มีการรายงานผ่านสื่อ และยังไม่มีการสรุปหรือยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามกระบวนการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อดูว่ารายงานเกี่ยวกับบทบาทใหม่ของเขาจะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 01:15 UTC