ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส ✦
การเมือง ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่ ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
กีฬา เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน ✦
การเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ✦
กีฬา บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กีฬา

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แฟนบอลในประเทศไทยสามารถติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 คืนนี้ โดยมีคู่สำคัญระหว่างอิตาลีกับเบลเยียม และตุรกีกับฝรั่งเศส

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 จะดำเนินต่อในคืนนี้ วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีแมตช์สำคัญสองคู่ในเวลา 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในกลุ่ม 1 อิตาลีจะเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของเบลเยียม ในเชิงสถิติอิตาลีมีผลงานที่แข็งแกร่งเมื่อพบกับเบลเยียม โดยไม่เคยแพ้เลยในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 4 เสมอ 1) ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่เกมนี้ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผลการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน ตุรกีจะพบกับฝรั่งเศสในอีกคู่ของกลุ่ม 1 แม้ว่าตุรกีจะถูกมองว่าเป็นรอง แต่ก็หวังที่จะสร้างความท้าทายให้กับทีมฝรั่งเศส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง MonoMax โดยคู่ระหว่างอิตาลีและเบลเยียมจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 ด้วย การแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เนื่องจากทั้งสองคู่เป็นการประเดิมสนามของโค้ชใหม่ กลยุทธ์การเล่นจึงยังคงต้องรอติดตามเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผู้ชมควรตรวจสอบตารางการออกอากาศในพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

ชาวบ้านในบางศรีเมืองยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดการปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการดูแลเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไร จ.นนทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำเทศบาล ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเครื่องสูบน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก ชาวบ้านอ้างว่าเนื่องจากงบประมาณของเทศบาลไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตำหนิผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อนุญาตให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีรายงานว่ามีการปะทะคารมและใช้ถ้อยคำรุนแรง ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารท้องถิ่นและชุมชนหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยของภาคประชาชน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และจะมีการจัดตั้งกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความเห็นต่างในการปฏิบัติงานระหว่างเทศบาลและชุมชนวัดป่าเรไรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกควบคุมตัวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายคนงานสวนวัย 67 ปีจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีทำร้ายร่างกายชายวัย 67 ปี ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนลำไยจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Khaosod Online

ในระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ใช้ด้ามมีดอีโต้ตีเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง โดยอ้างว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายเข้ามาขโมยฟักทองในสวนจำนวน 3 ลูก ผู้ต้องหาระบุว่าได้ลากร่างผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ทุ่งนาใกล้เคียง โดยเข้าใจว่าผู้ตายเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ถึงแก่ความตาย และยืนยันว่าใช้เพียงด้ามมีดในการก่อเหตุ ไม่ได้ใช้คมมีด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทในท้องถิ่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งการตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กีฬา

เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการและพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ได้ผ่านขั้นตอนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพบกับผู้ท้าชิงจากประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการมวยอาชีพในประเทศไทย การแข่งขันในระดับนี้มักดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานที่จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมชมหรือเดินทางใกล้สถานที่จัดงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมที่หนาแน่นและการจราจรที่อาจติดขัด

แม้ว่าการชั่งน้ำหนักจะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องรอติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าเพชรโกศลจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานที่ชัดเจนหรือข้อมูลการถ่ายทอดสด ดังนั้นผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันควรติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:15 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

เกิดเหตุรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนชนกับขบวนรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในย่านพหลโยธิน ส่งผลให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานเหตุการณ์รถจักรดีเซลสับเปลี่ยน หมายเลข 4025 เคลื่อนเข้าชนชุดรถพ่วงโดยสารของขบวนรถที่ 32 (เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ซึ่งจอดอยู่ภายในย่านรถไฟทางไกล (ย่านพหลโยธิน) ส่งผลให้ตู้รถโดยสารได้รับความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพนักงานรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและ รฟท. กำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า รฟท. ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้รถโดยสารที่เสียหายเพื่อให้การปฏิบัติงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน สภาพของรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของย่านรถไฟทางไกลและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถหรือการเดินทางของผู้โดยสารแต่อย่างใด รฟท. ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

สส. พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครองเกี่ยวกับการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องส่วยที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในภูเก็ต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครอง (DOPA) อย่างเปิดเผย โดยความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยในภาคธุรกิจสถานบันเทิงของจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์แสดงความไม่พอใจต่อการตอบสนองของกรมฯ ต่อหลักฐานที่เขานำเสนอเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเขาระบุว่าท่าทีของหน่วยงานเป็นการปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนที่จะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลภายในโดยตรง สส. ผู้นี้โต้แย้งว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลีกเลี่ยงปัญหาของระบบราชการที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานบันเทิงยามค่ำคืนในภูเก็ต แม้ว่าข้อกล่าวหาจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกรมการปกครองจะให้คำตอบที่ละเอียดขึ้นต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือการดำเนินการทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาชาวไทย ภูริพล บุญสอน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลก หลังทำสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี สร้างผลงานครั้งสำคัญด้วยการขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลกในการจัดอันดับวิ่ง 100 เมตรชาย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมทำสถิติใหม่ของรายการด้วยเวลา 9.90 วินาที

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกรีฑาไทย เนื่องจากเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10.44 วินาที ผลงานของภูริพลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากการที่เขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรอบเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างกระแสความสนใจในวงการกีฬาไทย และอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกิจกรรมกรีฑาและสถานที่ฝึกซ้อมในท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าเวลา 9.90 วินาทีจะได้รับการยืนยันว่าเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์แล้ว แต่ผู้ติดตามวงการกีฬายังคงจับตามองว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับโลกของเขาในการแข่งขันระดับนานาชาติรายการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการลงแข่งขันในรายการระดับโลกในอนาคต ยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอนของเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมทำลายสถิติเดิมของตนเองด้วยเวลา 9.90 วินาที

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ภูริพล 'บิว' บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า ภูริพลทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันรายการเดียวกัน

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลยอมรับว่าตนรู้สึกตื่นเต้นในช่วงออกตัว ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ โดยเขาได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับครอบครัว สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวชที่คอยดูแลร่างกายมาโดยตลอด

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย ภูริพลได้กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรต่อไป แม้ว่าเหรียญทองในรายการ 100 เมตรจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงรอติดตามผลงานของเขาในการแข่งขันรอบถัดไป ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการแข่งขันที่เหลือของเขาเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ภูริพล บุญสอน ยอดนักวิ่งลมกรดชาวไทย สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่จัดขึ้น ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ตามรายงานของ Khaosod English ภูริพลทำเวลาได้น่าประทับใจที่ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้

ผลงานของภูริพลถือเป็นการทำลายสถิติ โดยเขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึงสองครั้งภายในวันเดียวกัน ก่อนหน้านี้ในรอบรองชนะเลิศ เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยเวลา 9.91 วินาที ก่อนที่จะทำเวลาได้ดียิ่งขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติและตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาภายในประเทศ ในขณะที่การเฉลิมฉลองในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้สังเกตการณ์ต่างเฝ้ารอชมผลงานของภูริพลในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไป และรอดูว่าความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงการกรีฑาของไทยหรือไม่ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่การสรุปตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ในปัจจุบันและการรับรองสถิติใหม่เหล่านี้อย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:45 UTC

ปิดคดีฆาตกรรมโหด: รวบตัวผู้ต้องหาหลังหนีคดีนาน 26 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปิดคดีฆาตกรรมโหด: รวบตัวผู้ต้องหาหลังหนีคดีนาน 26 ปี

เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับกุมชายวัย 49 ปี ในจังหวัดนครราชสีมา ในคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2543

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปิดคดีฆาตกรรมโหด: รวบตัวผู้ต้องหาหลังหนีคดีนาน 26 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ปิดคดีฆาตกรรมโหด: รวบตัวผู้ต้องหาหลังหนีคดีนาน 26 ปี

เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับกุมชายวัย 49 ปี ในจังหวัดนครราชสีมา ในคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2543

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สามารถจับกุมชายวัย 49 ปี ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมโหดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีการจับกุมมานานถึง 26 ปี ก่อนที่จะถูกติดตามตัวและจับกุมได้ในจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยในการติดตามคดีเก่าที่ยังปิดไม่ได้ แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นความคืบหน้าสำคัญของคดีที่ค้างคามานานกว่าสองทศวรรษ แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

รายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ของคดีเดิมและชีวิตของผู้ต้องหาระหว่างที่หลบหนีไปนานกว่า 20 ปีนั้นยังมีจำกัด ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป คาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างการควบคุมตัว และคดีจะเข้าสู่กระบวนการของศาลไทยต่อไป ข้อมูลอัปเดตในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการแถลงอย่างเป็นทางการจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อมีการรวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมการสำหรับการพิจารณาคดีในชั้นศาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 13:55 UTC

ภัยมิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษาในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ภัยมิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษาในไทย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอ 'โปรโตคอลป้องกันการฉ้อโกงในสถานศึกษา' หลังพบกรณีนักศึกษาสูญเงินหลักล้านจากกลโกงที่ซับซ้อน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ภัยมิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษาในไทย

แหล่งข่าวเดียว
ภัยมิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษาในไทย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอ 'โปรโตคอลป้องกันการฉ้อโกงในสถานศึกษา' หลังพบกรณีนักศึกษาสูญเงินหลักล้านจากกลโกงที่ซับซ้อน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวลเกี่ยวกับนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางการเงินในวงกว้าง โดยมีกรณีล่าสุดที่นักศึกษาสูญเสียเงินเป็นจำนวนหลายล้านบาท ส่งผลให้รัฐมนตรีผลักดันให้มีการจัดทำ 'โปรโตคอลป้องกันการฉ้อโกงในสถานศึกษา' เพื่อปกป้องชุมชนวิชาการให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของเครือข่ายอาชญากรที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะพุ่งเป้าไปที่นักศึกษา แต่ความแพร่หลายของการฉ้อโกงมูลค่าสูงเช่นนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนต้องระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ คำขอทางการเงินที่น่าสงสัย และความปลอดภัยทางดิจิทัล

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามรายละเอียดว่า 'โปรโตคอลป้องกันการฉ้อโกงในสถานศึกษา' ที่เสนอนั้นจะมีโครงสร้างอย่างไร และจะเกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้ วิธีการเฉพาะที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวงนักศึกษายังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วนในรายงานเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อหาทางยับยั้งอาชญากรรมทางการเงินเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ยึดของกลางลักลอบนำเข้าล็อตใหญ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ยึดของกลางลักลอบนำเข้าล็อตใหญ่

เจ้าหน้าที่ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบขนบุหรี่และผลิตภัณฑ์สมุนไพรผิดกฎหมายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มูลค่ารวมกว่า 25.7 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ยึดของกลางลักลอบนำเข้าล็อตใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
ศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ยึดของกลางลักลอบนำเข้าล็อตใหญ่

เจ้าหน้าที่ศุลกากรไทยสกัดจับการลักลอบขนบุหรี่และผลิตภัณฑ์สมุนไพรผิดกฎหมายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มูลค่ารวมกว่า 25.7 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถสกัดจับสินค้าลักลอบนำเข้าจำนวนมากได้สำเร็จ โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่าปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการยึดบุหรี่ผิดกฎหมายและผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลากหลายชนิด โดยมีมูลค่ารวมของกลางที่ยึดได้ประมาณ 25.7 ล้านบาท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการควบคุมการกระจายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน แม้การจับกุมดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ได้รับอนุญาตและเชื่อถือได้เท่านั้น เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความถูกต้องตามกฎระเบียบท้องถิ่น

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับต้นทางของสินค้าและบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจับกุมหรือขั้นตอนทางกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไปหลังจากนี้ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่ได้เสียภาษีหรือไม่มีการตรวจสอบคุณภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 11:55 UTC

ตำรวจนครบาลรวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมากในดอนเมือง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจนครบาลรวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมากในดอนเมือง

เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ จับกุมชายคนหนึ่งในเขตดอนเมือง หลังตรวจพบยาเสพติดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในกระสอบสีรุ้ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจนครบาลรวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมากในดอนเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจนครบาลรวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมากในดอนเมือง

เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ จับกุมชายคนหนึ่งในเขตดอนเมือง หลังตรวจพบยาเสพติดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในกระสอบสีรุ้ง

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ได้ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาชายรายหนึ่งที่บ้านพักในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งระบุว่าเป็นยาไอซ์และยาเค โดยพบซุกซ่อนอยู่ภายในกระสอบสายรุ้ง น้ำหนักรวมของยาเสพติดที่ยึดได้มีจำนวน 423 กิโลกรัม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในเมืองหลวง แม้การจับกุมครั้งนี้จะเป็นการยึดของกลางจำนวนมาก แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของผู้ต้องหากับเครือข่ายการกระจายยาเสพติดขนาดใหญ่ หรือจุดหมายปลายทางของยาเสพติดดังกล่าว ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป คาดว่าตำรวจนครบาลจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของปฏิบัติการนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่การสอบสวนคดีนี้มีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 10:15 UTC

เพื่อนบ้านเผยกิจวัตรประจำวันของ 'สีกาเอ๋' ท่ามกลางการตรวจสอบของตำรวจ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เพื่อนบ้านเผยกิจวัตรประจำวันของ 'สีกาเอ๋' ท่ามกลางการตรวจสอบของตำรวจ

หลังจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักในจังหวัดปทุมธานีที่เชื่อมโยงกับการสอบสวนคดีสำคัญ เพื่อนบ้านได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เพื่อนบ้านเผยกิจวัตรประจำวันของ 'สีกาเอ๋' ท่ามกลางการตรวจสอบของตำรวจ

แหล่งข่าวเดียว
เพื่อนบ้านเผยกิจวัตรประจำวันของ 'สีกาเอ๋' ท่ามกลางการตรวจสอบของตำรวจ

หลังจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักในจังหวัดปทุมธานีที่เชื่อมโยงกับการสอบสวนคดีสำคัญ เพื่อนบ้านได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 Khaosod Online รายงานสถานการณ์ที่บ้านพักในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นของหญิงวัย 47 ปีที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' สืบเนื่องจากการเข้าตรวจค้นของตำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งพบทรัพย์สินจำนวนมากมูลค่าหลายล้านบาท

เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาเกือบ 10 ปีระบุว่า บ้านหลังดังกล่าวมีผู้คนเข้าออกบ่อยครั้ง รวมถึงมีการส่งอาหารแม้เจ้าของบ้านจะไม่อยู่ ผู้อยู่อาศัยสังเกตเห็นอดีตแม่บ้านของโครงการเข้ามาทำความสะอาดบ้านไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง แม้จะมีผู้คนเข้าออกจำนวนมาก แต่เพื่อนบ้านยืนยันว่าไม่เคยเห็นอดีตเจ้าอาวาสซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการสอบสวนคดีนี้ปรากฏตัวที่บ้านหลังดังกล่าว

นับตั้งแต่เหตุการณ์ตำรวจเข้าตรวจค้น บรรยากาศรอบบ้านก็เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านได้ปฏิเสธไม่ให้สื่อมวลชนเข้าพื้นที่ตามคำสั่งของเจ้าของบ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับทรัพย์สินและความเกี่ยวข้องของบุคคลดังกล่าว ในขณะที่การสอบสวนอดีตเจ้าอาวาสยังคงดำเนินต่อไป ความสัมพันธ์ที่แน่ชัดระหว่างผู้อยู่อาศัยกับบุคคลที่เป็นเป้าหมายของการสอบสวนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องรอการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 10:16 UTC

ตำรวจเร่งสอบมูลนิธิอดีตเจ้าอาวาส หลังพบพิรุธอาจเข้าข่ายฟอกเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งสอบมูลนิธิอดีตเจ้าอาวาส หลังพบพิรุธอาจเข้าข่ายฟอกเงิน

ทางการไทยกำลังตรวจสอบมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยอดีตเจ้าอาวาส เนื่องจากสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งสอบมูลนิธิอดีตเจ้าอาวาส หลังพบพิรุธอาจเข้าข่ายฟอกเงิน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งสอบมูลนิธิอดีตเจ้าอาวาส หลังพบพิรุธอาจเข้าข่ายฟอกเงิน

ทางการไทยกำลังตรวจสอบมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยอดีตเจ้าอาวาส เนื่องจากสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามกำลังดำเนินการตรวจสอบมูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปีนี้โดยนายอติโชติ ทันประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของมูลนิธิดังกล่าว โดยพบว่าการดำเนินงานมีความคล้ายคลึงกับวัดพระบาทน้ำพุ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการนำมูลนิธิมาใช้เพื่อการฟอกเงิน ขณะนี้ตำรวจกำลังประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งขาเข้าและขาออกขององค์กร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกิจกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับวัด ตำรวจระบุว่าการตรวจสอบรายได้จากการจัดทำพระเครื่องและวัตถุมงคลทำได้ยาก เนื่องจากมีการชำระเงินด้วยเงินสดหรือการโอนเงินที่ไม่ระบุรายละเอียดชัดเจน ทำให้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ารายได้จากวัตถุมงคลเหล่านี้ถูกนำเข้าสู่มูลนิธิหรือบัญชีอื่น

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยรายละเอียดสำคัญ เช่น รายชื่อคณะกรรมการทั้งหมดและเจตนาที่แท้จริงในการจัดตั้งมูลนิธิ ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนรับทราบว่าการสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 09:55 UTC

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมูลนิธิที่เพิ่งตั้งใหม่หลังพบความผิดปกติทางการเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมูลนิธิที่เพิ่งตั้งใหม่หลังพบความผิดปกติทางการเงิน

ตำรวจไทยกำลังตรวจสอบบันทึกทางการเงินของ 'มูลนิธิหวันโชติ' ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการฟอกเงิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมูลนิธิที่เพิ่งตั้งใหม่หลังพบความผิดปกติทางการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมูลนิธิที่เพิ่งตั้งใหม่หลังพบความผิดปกติทางการเงิน

ตำรวจไทยกำลังตรวจสอบบันทึกทางการเงินของ 'มูลนิธิหวันโชติ' ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการฟอกเงิน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ในประเทศไทยได้เริ่มการสอบสวนกิจกรรมทางการเงินของมูลนิธิหวันโชติ องค์กรดังกล่าวซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปีนี้โดยอดีตอาจารย์ ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจถูกใช้เป็นฉากหน้าสำหรับการฟอกเงิน

ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังติดตามเส้นทางการเงินของมูลนิธิเพื่อตรวจสอบที่มาและปลายทางของเงินทุน กรณีนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบในสื่อท้องถิ่นกับการสอบสวนทางการเงินครั้งก่อนๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันทางศาสนา เช่น วัดพระบาทน้ำพุ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะยังไม่ได้ยืนยันความเชื่อมโยงโดยตรงหรือข้อหาทางอาญาที่เฉพาะเจาะจงก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การสอบสวนนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบสถานะเมื่อต้องมีส่วนร่วมกับองค์กรการกุศลหรือหน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศไทย แม้ว่ามูลนิธิจะอยู่ภายใต้การตรวจสอบ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ประชาชนควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกองปราบฯ เพื่อชี้แจงลักษณะการดำเนินงานของมูลนิธิและตรวจสอบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นหรือไม่ จนถึงขณะนี้ข้อกล่าวหายังไม่ได้รับการพิสูจน์ และมูลนิธิยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการว่ากระทำความผิดใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 08:55 UTC

นักศึกษามหาวิทยาลัยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 1.78 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักศึกษามหาวิทยาลัยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 1.78 ล้านบาท

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของไทยเข้าช่วยเหลือหลังนักศึกษาถูกหลอกให้โอนเงิน 1.78 ล้านบาทให้กับแก๊งมิจฉาชีพ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักศึกษามหาวิทยาลัยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 1.78 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
นักศึกษามหาวิทยาลัยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 1.78 ล้านบาท

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของไทยเข้าช่วยเหลือหลังนักศึกษาถูกหลอกให้โอนเงิน 1.78 ล้านบาทให้กับแก๊งมิจฉาชีพ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 Khaosod English รายงานว่าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ACSC) ของไทยได้เข้าช่วยเหลือกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 22 ปีรายหนึ่ง โดยรายงานระบุว่านักศึกษาคนดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้วิธีการปั่นหัวให้เธอหลอกลวงพ่อแม่ของตนเอง กลุ่มมิจฉาชีพได้โน้มน้าวให้นักศึกษาอ้างว่าเธอได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอุบายที่ใช้เพื่อหลอกให้โอนเงินกว่า 1.78 ล้านบาทให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำให้เห็นถึงความซับซ้อนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยใช้การปั่นหัวทางจิตวิทยาเพื่อหลอกลวงเหยื่อ แม้ว่า ACSC จะได้ดำเนินการในกรณีนี้แล้ว แต่การแพร่ระบาดของกิจกรรมฉ้อโกงดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องระมัดระวังการโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับเชิญหรือการกดดันให้โอนเงิน ไม่ว่าผู้โทรจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม

รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเฉพาะที่แก๊งมิจฉาชีพใช้ในการติดต่อกับนักศึกษาและสถานะปัจจุบันของการสอบสวนผู้กระทำความผิดยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และขอแนะนำให้ประชาชนรายงานการติดต่อที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ไทยที่เกี่ยวข้องทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:30 UTC

เกิดเหตุวุ่นวายที่วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุวุ่นวายที่วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างชายขี่รถจักรยานยนต์และหญิงที่ถือเหล็กแหลมภายในวัดพุทไธศวรรย์ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าระงับเหตุ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เกิดเหตุวุ่นวายที่วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุวุ่นวายที่วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างชายขี่รถจักรยานยนต์และหญิงที่ถือเหล็กแหลมภายในวัดพุทไธศวรรย์ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าระงับเหตุ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่าเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นภายในวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังลงพื้นที่ติดตามบรรยากาศภายในวัด มีชายรายหนึ่งถอดเสื้อขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในวัด พร้อมเร่งเครื่องและตะโกนถ้อยคำไม่สุภาพใส่กลุ่มผู้สื่อข่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามหญิงรายหนึ่งที่พูดคุยกับชายคนดังกล่าวว่ารู้จักกันหรือไม่ หญิงคนดังกล่าวแสดงความไม่พอใจและหยิบเหล็กเส้นปลายแหลมเดินปรี่เข้าหาผู้สื่อข่าว ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องถอยหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ได้เข้าระงับเหตุและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทันท่วงที ต่อมาหญิงคนดังกล่าวได้ยกมือไหว้ขอโทษและถูกสามีพาตัวออกจากพื้นที่วัด โดยอ้างว่าเดินทางมาช่วยงานสามีและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานของวัด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดในสถานที่ที่กำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชน แม้เจ้าหน้าที่จะควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของการรวมตัวในสถานที่ยอดนิยม ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือจะมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในวัดเพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือนและเจ้าหน้าที่ต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 08:15 UTC

ตำรวจไทยสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไทยสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินมูลค่ากว่า 215 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับอดีตพระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้อง

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไทยสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไทยสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินมูลค่ากว่า 215 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับอดีตพระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้อง

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 กองบังคับการปราบปรามของตำรวจไทยได้เริ่มการสอบสวนความเป็นไปได้ที่บุคคลที่สามจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการทางการเงินของอดีตพระอธิโชติ ธรรมวโร หรืออดีตเจ้าอาวาสหลวงพ่อโชติ

ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่มีมูลค่ามากกว่า 215 ล้านบาท โดยคดีนี้มุ่งเน้นไปที่อดีตเจ้าอาวาสและหญิงรายหนึ่งที่ระบุชื่อว่า “เอ” พล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม ระบุว่าการสอบสวนกำลังตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเข้ามามีบทบาทในการจัดการหรือเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับวัดหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการสร้างความโปร่งใสภายในสถาบันทางศาสนา แม้ว่าการสอบสวนจะมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมทางการเงิน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงระดับการตรวจสอบที่เข้มงวดในปัจจุบันต่อการบริหารจัดการวัดและการจัดการเงินบริจาค

ในขั้นตอนนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่ามีการยักยอกเงินหรือบุคคลที่สามที่ระบุถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ในขณะที่ตำรวจยังคงตรวจสอบบันทึกทางการเงินต่อไป สาธารณชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของความผิดปกติที่ถูกกล่าวหาและผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:50 UTC

คำฟ้องเผยพฤติการณ์อดีตพระ 'สมีโชติ' กับข้อหาทุจริตทางการเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คำฟ้องเผยพฤติการณ์อดีตพระ 'สมีโชติ' กับข้อหาทุจริตทางการเงิน

การสืบสวนของตำรวจเกี่ยวกับอดีตพระที่รู้จักกันในชื่อ 'สมีโชติ' พบข้อกล่าวหาเรื่องการใช้มูลนิธิเป็นฉากหน้าเพื่อปกปิดทรัพย์สินส่วนตัว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คำฟ้องเผยพฤติการณ์อดีตพระ 'สมีโชติ' กับข้อหาทุจริตทางการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
คำฟ้องเผยพฤติการณ์อดีตพระ 'สมีโชติ' กับข้อหาทุจริตทางการเงิน

การสืบสวนของตำรวจเกี่ยวกับอดีตพระที่รู้จักกันในชื่อ 'สมีโชติ' พบข้อกล่าวหาเรื่องการใช้มูลนิธิเป็นฉากหน้าเพื่อปกปิดทรัพย์สินส่วนตัว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้ยื่นฟ้องอดีตพระที่ถูกเรียกขานว่า 'สมีโชติ' โดยเอกสารทางกฎหมายระบุว่าบุคคลดังกล่าวได้จัดตั้ง 'มูลนิธิหวันโชติ' ขึ้นเพื่อใช้เป็นฉากหน้าในการทำกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

พนักงานสอบสวนอ้างว่าสมีโชติใช้มูลนิธิดังกล่าวในการเปิดบัญชีธนาคารและอำนวยความสะดวกในการปกปิดทรัพย์สิน นอกจากนี้ คำฟ้องยังระบุว่าหญิงที่ระบุชื่อว่า 'สีกาเอ๋' ได้ใช้ชื่อบุตรของตนในการถือครองทรัพย์สิน รวมถึงบ้านและรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ โดยอ้างว่าเป็นการถือครองแทนอดีตพระรูปดังกล่าว การกระทำเหล่านี้ถูกนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนในวงกว้างเกี่ยวกับการใช้สถาบันทางศาสนาในทางที่ผิดเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินส่วนบุคคล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการในการตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กรการกุศลและมูลนิธิทางศาสนา แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมีนัยสำคัญ แต่คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันจากศาลว่าการจัดการทางการเงินเหล่านี้ถือเป็นการกระทำความผิดทางอาญาหรือไม่ หรือทรัพย์สินดังกล่าวได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอผลการพิจารณาคดีในชั้นศาลเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของข้อกล่าวหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับมูลนิธิที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เปิดตัวแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน มุ่งปราบอาชญากรรมออนไลน์และฉ้อโกงทางการเงินในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เปิดตัวแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน มุ่งปราบอาชญากรรมออนไลน์และฉ้อโกงทางการเงินในไทย

ทางการไทยเปิดตัวกลยุทธ์ยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน เพื่อเร่งรัดการแก้ไขคดี ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เปิดตัวแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน มุ่งปราบอาชญากรรมออนไลน์และฉ้อโกงทางการเงินในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัวแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน มุ่งปราบอาชญากรรมออนไลน์และฉ้อโกงทางการเงินในไทย

ทางการไทยเปิดตัวกลยุทธ์ยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน เพื่อเร่งรัดการแก้ไขคดี ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 Thai Post รายงานว่า รุทธพลได้เปิดตัวแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าในระบบกฎหมาย โดยเน้นย้ำหลักการที่ว่า "ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม" เพื่อเร่งสะสางคดีค้างคาและป้องกันไม่ให้คดีค้างนานเกินความจำเป็น

องค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์นี้รวมถึงการจัดตั้งวอร์รูมเฉพาะกิจเพื่อสกัดกั้นกิจกรรมอาชญากรรมออนไลน์และระบุตัวโครงสร้างนอมินีข้ามชาติ นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามคดียาเสพติดและการติดตามเส้นทางการเงินเพื่อนำทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามรายงานระบุว่าทางการสามารถติดตามเงินคืนให้ผู้เสียหายได้แล้วกว่า 130 ล้านบาท และดำเนินการไกล่เกลี่ยหนี้สินซึ่งช่วยลดภาระทางการเงินของประชาชนไปได้มากกว่า 5 พันล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางดิจิทัลและการกำกับดูแลทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น แม้ว่าแผนดังกล่าวจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพทางกฎหมายและการเยียวยาผู้เสียหาย แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของวอร์รูมใหม่และขั้นตอนการปฏิบัติงานเฉพาะสำหรับการจัดการคดีนอมินีข้ามชาติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางการเงินหรือข้อพิพาททางกฎหมายควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่ามาตรการเชิงรุกเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายในปัจจุบันหรืออนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:36 UTC

ช่วยนักศึกษาสาวรอดพ้นจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ช่วยนักศึกษาสาวรอดพ้นจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง

ทางการไทยเข้าช่วยเหลือกรณีนักศึกษาสาวถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับให้หลอกลวงพ่อแม่โอนเงินรวม 1.7 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ช่วยนักศึกษาสาวรอดพ้นจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยนักศึกษาสาวรอดพ้นจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง

ทางการไทยเข้าช่วยเหลือกรณีนักศึกษาสาวถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับให้หลอกลวงพ่อแม่โอนเงินรวม 1.7 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ACSC) ได้เข้าช่วยเหลือกรณีนักศึกษาสาวรายหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยกลุ่มมิจฉาชีพได้หลอกลวงเหยื่อด้วยข้อเสนอทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา

ภายใต้ข้ออ้างเรื่องทุนการศึกษาดังกล่าว แก๊งมิจฉาชีพได้บังคับให้นักศึกษาหลอกล่อให้พ่อแม่โอนเงินให้ถึง 6 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.7 ล้านบาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจากกลยุทธ์การหลอกลวงทางสังคมที่ซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการแพร่ระบาดของการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางการศึกษาปลอมและการกดดันทางการเงิน ทางการยังคงเตือนให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือขององค์กรที่เสนอทุนการศึกษาหรือความช่วยเหลือทางการเงินก่อนที่จะทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ

แม้ว่า ACSC จะได้ให้ความช่วยเหลือแก่เหยื่อแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของการสืบสวนเพื่อระบุตัวตนของแก๊งมิจฉาชีพและสถานที่กบดานยังคงต้องรอการยืนยัน ประชาชนควรระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ที่สัญญาว่าจะมอบโอกาสสำคัญในชีวิตเพื่อแลกกับการโอนเงินล่วงหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:35 UTC

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3

พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาต้นตอของเหตุน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 พร้อมวิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลว่าล่าช้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3

พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาต้นตอของเหตุน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 พร้อมวิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลว่าล่าช้า

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบต้นตอของเหตุน้ำมันรั่วที่พบในพื้นที่พระราม 3 โดยพรรคเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการระบุแหล่งที่มาของน้ำมันและหาผู้รับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้

ในแถลงการณ์ พรรคประชาธิปัตย์ได้วิจารณ์การจัดการสถานการณ์ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยระบุว่าการตอบสนองของรัฐบาลยังไม่เพียงพอ พร้อมเตือนว่าหากไม่มีมาตรการแก้ไขที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สถานการณ์อาจบานปลาย โดยมีการใช้คำเปรียบเปรยว่าการหวังพึ่งโชคชะตาไม่สามารถแก้ไขปัญหาความล้มเหลวในการบริหารจัดการได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรในพื้นที่พระราม 3 เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่ ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม หรือการปฏิบัติงานทำความสะอาดที่อาจกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ในขณะนี้ แหล่งที่มาที่แน่ชัดของน้ำมันรั่วยังไม่ได้รับการยืนยัน และรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการทำความสะอาดหรือคำอธิบายที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อประเมินขอบเขตของผลกระทบและมาตรการที่จะดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:35 UTC

ช่วยนักศึกษาสาวจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินกว่า 1.78 ล้านบาทในปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ช่วยนักศึกษาสาวจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินกว่า 1.78 ล้านบาทในปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ไทยช่วยเหลือหญิงสาววัย 22 ปีที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่ให้โอนเงินกว่า 1.78 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นทุนการศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ช่วยนักศึกษาสาวจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินกว่า 1.78 ล้านบาทในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยนักศึกษาสาวจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินกว่า 1.78 ล้านบาทในปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ไทยช่วยเหลือหญิงสาววัย 22 ปีที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่ให้โอนเงินกว่า 1.78 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นทุนการศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) รายงานผลการช่วยเหลือหญิงสาวนักศึกษาวัย 22 ปี จากโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียหายถูกกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากจังหวัดพิจิตรโทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน โดยใช้กลอุบายว่าผู้เสียหายได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ก่อนจะบังคับให้ผู้เสียหายหลอกเอาเงินจากพ่อ แม้ว่าพ่อจะเตือนว่าอาจถูกหลอก แต่ผู้เสียหายยังคงทำตามคำสั่งของคนร้ายและโอนเงินรวม 6 ครั้ง เป็นจำนวนเงินกว่า 1.78 ล้านบาท

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ พบว่าผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัวและยังคงถูกคนร้ายควบคุมผ่านทางโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยที่ใช้การปั่นหัวทางจิตวิทยาเพื่อแยกเหยื่อออกจากครอบครัว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังการรับสายจากบุคคลที่ไม่รู้จักที่อ้างอำนาจทางกฎหมายหรือการเงิน แม้ว่าผู้เสียหายจะปลอดภัยแล้ว แต่การสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่ามีผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้กี่รายและจะสามารถติดตามเงินคืนได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:16 UTC

ไทยเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมประนีประนอม UNCLOS รอบแรกที่สิงคโปร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมประนีประนอม UNCLOS รอบแรกที่สิงคโปร์

ทางการไทยแสดงความมั่นใจในจุดยืนทางกฎหมายขณะเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อเข้าร่วมการเจรจาประนีประนอมรอบแรกภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมประนีประนอม UNCLOS รอบแรกที่สิงคโปร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมประนีประนอม UNCLOS รอบแรกที่สิงคโปร์

ทางการไทยแสดงความมั่นใจในจุดยืนทางกฎหมายขณะเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อเข้าร่วมการเจรจาประนีประนอมรอบแรกภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 ทางการไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการประชุมประนีประนอมรอบแรกภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่สิงคโปร์ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้ระบุว่าประเทศไทยมีความมั่นใจในจุดยืนทางกฎหมายในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลระหว่างประเทศ แม้ว่ากระบวนการทางการทูตและกฎหมายระดับสูงเหล่านี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือการเดินทาง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลและสิทธิทางกฎหมาย กระบวนการระหว่างประเทศดังกล่าวอาจส่งผลต่อนโยบายระดับภูมิภาคหรือกฎระเบียบทางทะเลในระยะยาวได้

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวาระการประชุมประนีประนอมและประเด็นที่จะมีการเจรจายังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากกระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อทำความเข้าใจถึงความคืบหน้าของการหารือเหล่านี้ ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการเจรจาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อกฎระเบียบด้านวีซ่า การข้ามพรมแดน หรือความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:16 UTC

สน.วังทองหลาง ตรวจสถานบริการ 17 แห่ง พบ 2 ร้านเปิดเกินเวลา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สน.วังทองหลาง ตรวจสถานบริการ 17 แห่ง พบ 2 ร้านเปิดเกินเวลา

เจ้าหน้าที่ในเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เข้าตรวจสอบสถานบริการ 17 แห่ง พบสถานประกอบการ 2 แห่งเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สน.วังทองหลาง ตรวจสถานบริการ 17 แห่ง พบ 2 ร้านเปิดเกินเวลา

แหล่งข่าวเดียว
สน.วังทองหลาง ตรวจสถานบริการ 17 แห่ง พบ 2 ร้านเปิดเกินเวลา

เจ้าหน้าที่ในเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เข้าตรวจสอบสถานบริการ 17 แห่ง พบสถานประกอบการ 2 แห่งเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลางได้ดำเนินการตรวจสอบสถานบริการจำนวน 17 แห่งในย่านถนนลาดพร้าว โดยการปฏิบัติการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นที่ควบคุมการดำเนินงานของสถานบันเทิงยามค่ำคืน

ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่ามีสถานประกอบการ 2 แห่งเปิดให้บริการเกินเวลาปิดทำการที่กฎหมายกำหนด แม้ว่ารายงานจะยืนยันการตรวจพบการกระทำผิดดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายหรือบทลงโทษที่จะดำเนินการกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านลาดพร้าว การตรวจสอบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับสถานบันเทิงยามค่ำคืน แม้ว่าสถานประกอบการส่วนใหญ่ที่ถูกตรวจสอบจะปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าเวลาเปิด-ปิดทำการนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสถานประกอบการทั้ง 2 แห่งจะต้องเผชิญกับผลทางปกครองหรือทางกฎหมายอย่างไร หรือการตรวจสอบครั้งนี้จะเป็นสัญญาณของการรณรงค์บังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องในเขตพื้นที่หรือไม่ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าเวลาเปิดทำการของสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการและอาจแตกต่างกันไปตามกฎระเบียบการแบ่งเขตและการออกใบอนุญาตเฉพาะพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:55 UTC

เปิดตัวนโยบายยุติธรรม 7 ด้าน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนและปราบปรามอาชญากรรม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เปิดตัวนโยบายยุติธรรม 7 ด้าน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนและปราบปรามอาชญากรรม

ทางการไทยเผยกรอบนโยบาย 7 ด้าน มุ่งเน้นการเพิ่มการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและยกระดับการต่อต้านยาเสพติดและอาชญากรรมออนไลน์

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เปิดตัวนโยบายยุติธรรม 7 ด้าน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนและปราบปรามอาชญากรรม

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัวนโยบายยุติธรรม 7 ด้าน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนและปราบปรามอาชญากรรม

ทางการไทยเผยกรอบนโยบาย 7 ด้าน มุ่งเน้นการเพิ่มการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและยกระดับการต่อต้านยาเสพติดและอาชญากรรมออนไลน์

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายใหม่ 7 ด้าน นำโดย รุทธพล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน โดยเฉพาะการสนับสนุนกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงแนวทางที่เข้มงวดขึ้นในการบังคับใช้กฎหมาย นโยบายดังกล่าวรวมถึงการประสานงานที่เพิ่มขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสกัดกั้นการค้ายาเสพติด และความพยายามเฉพาะในการติดตามและยึดทรัพย์สินที่สูญเสียไปจากกิจกรรมอาชญากรรมออนไลน์ การมุ่งเน้นไปที่การคืนเงินให้กับเหยื่อของอาชญากรรมทางไซเบอร์ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะจัดการกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางดิจิทัล

แม้ว่านโยบายเหล่านี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน แต่รายละเอียดหลายประการยังคงต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามนโยบายทั้ง 7 ด้านอย่างเต็มรูปแบบ และกลไกเฉพาะสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในการสกัดกั้นยาเสพติดที่ยังไม่มีการระบุรายละเอียด ประชาชนควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่านโยบายเหล่านี้อาจส่งผลต่อความพร้อมของความช่วยเหลือทางกฎหมายหรือกฎระเบียบการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างไร เนื่องจากนี่เป็นเพียงการประกาศนโยบาย ผลกระทบในทางปฏิบัติในชีวิตประจำวันและความรวดเร็วในการติดตามทรัพย์สินคืนให้กับเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:55 UTC