ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เสนอแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มระดับชาติ ท่ามกลางการเติบโตของอินฟลูเอนเซอร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เสนอแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มระดับชาติ ท่ามกลางการเติบโตของอินฟลูเอนเซอร์

เวทีเสวนาในกรุงเทพฯ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลและอินฟลูเอนเซอร์อย่างเข้มงวดขึ้น โดยอ้างถึงความกังวลด้านจริยธรรม การคุ้มครองผู้บริโภค และการจัดเก็บภาษี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เสนอแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มระดับชาติ ท่ามกลางการเติบโตของอินฟลูเอนเซอร์

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนพัฒนาสื่อฯ เสนอแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มระดับชาติ ท่ามกลางการเติบโตของอินฟลูเอนเซอร์

เวทีเสวนาในกรุงเทพฯ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลและอินฟลูเอนเซอร์อย่างเข้มงวดขึ้น โดยอ้างถึงความกังวลด้านจริยธรรม การคุ้มครองผู้บริโภค และการจัดเก็บภาษี

ในการเสวนา 'ราชดำเนินเสวนา' หัวข้อ 'จากยอดวิวสู่ความรับผิดชอบฯ' ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้เสนอให้มีการออกกฎหมายเพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเสนอให้มีการจัดทำ 'แพลตฟอร์มแห่งชาติ' เพื่อบริหารจัดการเนื้อหา จัดเก็บภาษี และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลสื่อดิจิทัลให้ดียิ่งขึ้น

ตามรายงานของ Thai Post การอภิปรายได้กล่าวถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจครีเอเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีครีเอเตอร์ไทยประมาณ 9 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียนถึง 4 หมื่นล้านบาท โดยสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์กำลังจัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อยกระดับวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม เวทีเสวนายังได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่สำคัญ โดย 'เบนซ์ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง' เปิดเผยว่ามีครีเอเตอร์บางส่วนถูกเอเจนซี่ชักชวนให้ผลิตคอนเทนต์สายมืดหรือผิดจริยธรรม โดยมีการเสนอความช่วยเหลือทางกฎหมายเป็นแรงจูงใจหากถูกฟ้องร้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดการกับปัญหาผลิตภัณฑ์ปลอมและคอนเทนต์ที่ผิดจริยธรรมบนโลกออนไลน์ โดยสภาองค์กรของผู้บริโภคระบุว่าผู้บริโภคมักพบสินค้าฉ้อโกงบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ แม้ว่าอุตสาหกรรมจะพยายามสร้างมาตรฐานวิชาชีพ แต่รายละเอียดของกรอบกฎหมายในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าทางการจะสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจครีเอเตอร์กับความจำเป็นในการสร้างความรับผิดชอบทางจริยธรรมและกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 16:15 UTC

เหตุสลดทารุณกรรมสัตว์ในจังหวัดบุรีรัมย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลดทารุณกรรมสัตว์ในจังหวัดบุรีรัมย์

ชายวัย 57 ปีถูกจับกุมในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังก่อเหตุฆ่าสุนัขสามขาชื่อ 'เจ้าเฮง'

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุสลดทารุณกรรมสัตว์ในจังหวัดบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดทารุณกรรมสัตว์ในจังหวัดบุรีรัมย์

ชายวัย 57 ปีถูกจับกุมในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังก่อเหตุฆ่าสุนัขสามขาชื่อ 'เจ้าเฮง'

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานเหตุการณ์ทารุณกรรมสัตว์ที่น่าสะเทือนใจในอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ชายวัย 57 ปีชื่อนายปรีชา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวหลังจากก่อเหตุใช้จอบทำร้ายสุนัขสามขาชื่อ 'เจ้าเฮง' จนเสียชีวิต

ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยหลังจากเจ้าของสุนัขได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกภาพขณะผู้ก่อเหตุใช้จอบสับสุนัขที่กำลังนอนหลับอยู่จำนวน 2 ครั้ง ก่อนจะนำซากไปฝังดินหน้าบ้าน ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7' จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ต่อมา พ.ต.อ.ไกรยสิทธิ์ ออมไธสง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชำนิ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุที่บ้านพักและยึดจอบที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน โดยผู้ก่อเหตุได้รับสารภาพในระหว่างการสอบสวน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในระดับท้องถิ่นเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์และการบังคับใช้กฎหมายทารุณกรรมสัตว์ในประเทศไทย แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะถูกตั้งข้อหาทางอาญา 3 ข้อหา แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าระบบยุติธรรมจะดำเนินการอย่างไรกับข้อหาดังกล่าว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังในชุมชนและบทบาทของหลักฐานดิจิทัลในการแจ้งเหตุอาชญากรรมต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ครอบครัวเรียกร้องความกระจ่างหลังพลทหารเสียชีวิตในป่าโคราช
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ครอบครัวเรียกร้องความกระจ่างหลังพลทหารเสียชีวิตในป่าโคราช

ครอบครัวของพลทหารวัย 20 ปีที่พบเสียชีวิตในป่าใกล้หน่วยทหารในจังหวัดนครราชสีมา เรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ครอบครัวเรียกร้องความกระจ่างหลังพลทหารเสียชีวิตในป่าโคราช

แหล่งข่าวเดียว
ครอบครัวเรียกร้องความกระจ่างหลังพลทหารเสียชีวิตในป่าโคราช

ครอบครัวของพลทหารวัย 20 ปีที่พบเสียชีวิตในป่าใกล้หน่วยทหารในจังหวัดนครราชสีมา เรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ครอบครัวของพลทหารฐิติกร หรือ 'น้ำ' วัย 20 ปี ได้รับศพจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนาในจังหวัดอุบลราชธานี พลทหารรายนี้ถูกประกาศตามหาหลังจากขาดการติดต่อระหว่างลาพักตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 10 กันยายน 2569 ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 พบร่างของเขาผูกคอเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นไม้ในพื้นที่ป่าบริเวณตำบลหนองจะบก ซึ่งอยู่ด้านหลังหน่วยทหารที่เขาประจำการอยู่

แม้ว่าผู้บังคับบัญชาจากกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จะได้ให้ความช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายศพ แต่พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตยังคงมีความสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต และได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเพื่อความกระจ่าง สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ กรณีนี้ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานทหารในท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดและเหตุการณ์ที่นำไปสู่การพบศพยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครอบครัวยังคงต้องการความโปร่งใสในขณะที่กำลังโศกเศร้ากับการสูญเสีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 13:35 UTC

เหตุปล้นร้านทองในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุปล้นร้านทองในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

คนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวชิงทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท จากร้านทองในจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ก่อนหลบหนีไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุปล้นร้านทองในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
เหตุปล้นร้านทองในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

คนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวชิงทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท จากร้านทองในจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ก่อนหลบหนีไป

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 กันยายน 2569 เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านทองแห่งหนึ่งบนถนนปทุม-สามโคก ในพื้นที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. โดยมีคนร้ายสวมแจ็กเก็ตและปิดบังใบหน้าบุกเข้ามาภายในร้าน

คนร้ายได้บังคับให้พนักงานหยิบทองคำ โดยเลือกเฉพาะเส้นที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยสร้อยคอขนาด 10 บาท จำนวน 2 เส้น, ขนาด 5 บาท จำนวน 4 เส้น และขนาด 4 บาท จำนวน 3 เส้น รวมน้ำหนักทองคำทั้งหมด 52 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท หลังจากก่อเหตุ คนร้ายได้เดินออกจากร้านอย่างใจเย็นและหลบหนีไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่สำคัญในพื้นที่เชิงพาณิชย์ แม้ว่าสถานีตำรวจภูธรสามโคกจะได้รับแจ้งเหตุและกำลังดำเนินการสอบสวน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนและสถานที่หลบซ่อนของคนร้ายยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยาน รวมถึงนางสาวสุพัตรา กิสมาคม พนักงานของร้าน เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน จึงขอให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เหตุปล้นร้านทองในอำเภอสามโคก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุปล้นร้านทองในอำเภอสามโคก

คนร้ายบุกเดี่ยวปล้นร้านทองในจังหวัดปทุมธานี กวาดทองคำน้ำหนัก 52 บาทหลบหนีไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุปล้นร้านทองในอำเภอสามโคก

แหล่งข่าวเดียว
เหตุปล้นร้านทองในอำเภอสามโคก

คนร้ายบุกเดี่ยวปล้นร้านทองในจังหวัดปทุมธานี กวาดทองคำน้ำหนัก 52 บาทหลบหนีไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าปล้นร้านทองแห่งหนึ่งในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยคนร้ายสามารถกวาดทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่สำคัญ แม้ว่าเหตุปล้นในลักษณะนี้จะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่ผู้ที่เดินทางมาเยือนหรืออาศัยอยู่ในอำเภอสามโคกควรเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในระหว่างการสืบสวน

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ยังไม่มีการเปิดเผยอัตลักษณ์ของคนร้าย และยังไม่ชัดเจนว่าคนร้ายมีอาวุธหรือไม่ หรือมีพนักงานหรือลูกค้าได้รับบาดเจ็บระหว่างเกิดเหตุหรือไม่ คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมคำให้การจากพยานเพื่อติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสืบสวน สถานีตำรวจท้องที่จะแจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินคืนหรือการจับกุมคนร้ายให้ทราบต่อไปเมื่อมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 12:15 UTC

เร่งตรวจสอบที่มาคราบน้ำมันในเขตคลองเตย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เร่งตรวจสอบที่มาคราบน้ำมันในเขตคลองเตย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รายงานว่ายังไม่สามารถสรุปแหล่งที่มาของคราบน้ำมันบนถนนเชื้อเพลิงได้ แม้จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เร่งตรวจสอบที่มาคราบน้ำมันในเขตคลองเตย

แหล่งข่าวเดียว
เร่งตรวจสอบที่มาคราบน้ำมันในเขตคลองเตย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รายงานว่ายังไม่สามารถสรุปแหล่งที่มาของคราบน้ำมันบนถนนเชื้อเพลิงได้ แม้จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเหตุการณ์คราบน้ำมันบนถนนเชื้อเพลิง เขตคลองเตย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบเครือข่ายท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยบริษัทในพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อหาต้นตอของการรั่วไหล

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของน้ำมันได้ การตรวจสอบท่อส่งน้ำมันไม่พบรอยรั่วหรือความเสียหายทางโครงสร้างที่ชัดเจนซึ่งจะอธิบายถึงการปรากฏของน้ำมันบนพื้นถนนได้ ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์และค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านในเขตคลองเตย สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่หรือจำเป็นต้องใช้มาตรการระมัดระวัง เนื่องจากทีมทำความสะอาดและทีมสอบสวนยังคงปฏิบัติงานอยู่ แม้จะยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดเกี่ยวกับที่มาของสารดังกล่าว แต่การที่ยังไม่พบแหล่งกำเนิดที่ชัดเจนหมายความว่าสถานการณ์ยังคงไม่คลี่คลาย เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปว่าน้ำมันรั่วไหลขึ้นมาบนพื้นผิวได้อย่างไร และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อการสอบสวนมีความคืบหน้า ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านบริเวณถนนเชื้อเพลิงจนกว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการจัดการจนปลอดภัยและระบุแหล่งที่มาได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 12:15 UTC

รวบชายจีนสวมสิทธิทำธุรกิจทัวร์เถื่อนในพัทยานาน 30 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายจีนสวมสิทธิทำธุรกิจทัวร์เถื่อนในพัทยานาน 30 ปี

เจ้าหน้าที่จับกุมชายชาวจีนที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมายในพัทยามานานถึง 3 ทศวรรษ โดยใช้เอกสารประจำตัวปลอม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายจีนสวมสิทธิทำธุรกิจทัวร์เถื่อนในพัทยานาน 30 ปี

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายจีนสวมสิทธิทำธุรกิจทัวร์เถื่อนในพัทยานาน 30 ปี

เจ้าหน้าที่จับกุมชายชาวจีนที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมายในพัทยามานานถึง 3 ทศวรรษ โดยใช้เอกสารประจำตัวปลอม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ไทยได้จับกุมชายชาวจีนรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าหลบหนีคดีความโดยการซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยมานานถึง 30 ปี โดยบุคคลดังกล่าวถูกระบุว่าใช้เอกสารประจำตัวปลอมในการจัดตั้งและดำเนินธุรกิจเครือข่ายท่องเที่ยวครบวงจรในพัทยา

การสืบสวนเปิดเผยว่าผู้ต้องหารายนี้บริหารบริษัทแยกกันถึง 5 แห่ง โดยมีทุนจดทะเบียนรวมกันถึง 89 ล้านบาท ธุรกิจเหล่านี้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจร ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงกฎระเบียบที่กำหนดไว้สำหรับผู้ประกอบการในท้องถิ่น คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการปราบปรามชาวต่างชาติที่ใช้วิธีการผิดกฎหมายเพื่อควบคุมภาคส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คดีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของผู้ประกอบการนำเที่ยว แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการกับเครือข่ายนี้แล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและขอบเขตอิทธิพลของผู้ต้องหายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนเท่าใดที่ได้รับผลกระทบจากบริการเหล่านี้ หรือจะมีการจับกุมเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้หรือไม่ โดยคาดว่าจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อหาทางกฎหมายและกรอบเวลาของกระบวนการยุติธรรมต่อไปในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 11:15 UTC

เกษตรกรอุทัยธานีเคราะห์ซ้ำถูกขโมยมันสำปะหลังหลังเจอภัยแล้ง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เกษตรกรอุทัยธานีเคราะห์ซ้ำถูกขโมยมันสำปะหลังหลังเจอภัยแล้ง

เกษตรกรในจังหวัดอุทัยธานีแจ้งความถูกขโมยมันสำปะหลังน้ำหนัก 300 กิโลกรัม ซ้ำเติมความเสียหายจากภัยแล้งที่ทำลายนาข้าวไปก่อนหน้านี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เกษตรกรอุทัยธานีเคราะห์ซ้ำถูกขโมยมันสำปะหลังหลังเจอภัยแล้ง

แหล่งข่าวเดียว
เกษตรกรอุทัยธานีเคราะห์ซ้ำถูกขโมยมันสำปะหลังหลังเจอภัยแล้ง

เกษตรกรในจังหวัดอุทัยธานีแจ้งความถูกขโมยมันสำปะหลังน้ำหนัก 300 กิโลกรัม ซ้ำเติมความเสียหายจากภัยแล้งที่ทำลายนาข้าวไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 Khaosod Online รายงานว่า นายสมัย เกษตรกรวัย 52 ปี จากอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี กำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาทางการเกษตร นายสมัยเปิดเผยว่านาข้าวจำนวน 10 ไร่ของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนักจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตเสียหายไปประมาณครึ่งหนึ่ง

เพื่อหารายได้เสริม นายสมัยได้ปลูกมันสำปะหลังไว้ในพื้นที่อีก 10 ไร่ ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 7 กิโลเมตร ตามรายงานระบุว่ามีคนร้ายลักลอบเข้ามาขุดมันสำปะหลังอายุ 9 เดือนไปประมาณ 300 กิโลกรัม โดยคนร้ายใช้วิธีถอนต้น หักหัวมัน และบรรจุใส่กระสอบปุ๋ยจำนวน 10 กระสอบก่อนหลบหนีไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางมาในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกดดันทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนเกษตรกรรมในปัจจุบัน แม้เกษตรกรจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของคนในพื้นที่ แต่ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้กระทำผิดอย่างแน่ชัด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังไม่มีการอัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับการสืบสวนหรือผู้ต้องสงสัย ในขณะที่ชุมชนกำลังเผชิญกับผลกระทบจากทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและอาชญากรรม ขอให้ประชาชนในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลทรัพย์สินของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 10:35 UTC

กรมสรรพสามิตเร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่หลังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมสรรพสามิตเร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่หลังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

กรมสรรพสามิตของไทยได้เริ่มการสอบสวนภายในหลังจากมีข้อกล่าวหาร้ายแรงเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายและการลักลอบจำหน่ายสินค้าหนีภาษีโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมสรรพสามิตเร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่หลังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

แหล่งข่าวเดียว
กรมสรรพสามิตเร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่หลังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

กรมสรรพสามิตของไทยได้เริ่มการสอบสวนภายในหลังจากมีข้อกล่าวหาร้ายแรงเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายและการลักลอบจำหน่ายสินค้าหนีภาษีโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กรมสรรพสามิตได้รับทราบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหานั้นมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายและมีส่วนร่วมในการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี

เพื่อตอบสนองต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว กรมสรรพสามิตได้เริ่มดำเนินการสอบสวนภายในเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หน่วยงานได้ประกาศต่อสาธารณะถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการทางกฎหมายและทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่พบว่าละเมิดกฎระเบียบ โดยเน้นย้ำว่าจะไม่มีการยกเว้นสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานรัฐในการจัดการกับการทุจริตภายในและการประพฤติมิชอบในวิชาชีพ แม้ว่ากรมสรรพสามิตจะยืนยันว่ามีการสอบสวนอยู่ แต่ตัวตนที่แน่ชัดของเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาและขอบเขตทั้งหมดของกิจกรรมที่ผิดกฎหมายยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ในขณะที่กระบวนการดำเนินต่อไป สาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการสอบสวนและบทลงโทษทางปกครองหรือทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากทางการ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาและการสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 10:16 UTC

เจ้าหน้าที่ อส. ถูกแจ้งข้อหาประมาทหลังเกิดเหตุยิงพลาดถูกผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ อส. ถูกแจ้งข้อหาประมาทหลังเกิดเหตุยิงพลาดถูกผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนถูกแจ้งข้อหาประมาทหลังจากกระสุนพลาดไปถูกผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งจากยาเสพติด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ อส. ถูกแจ้งข้อหาประมาทหลังเกิดเหตุยิงพลาดถูกผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ อส. ถูกแจ้งข้อหาประมาทหลังเกิดเหตุยิงพลาดถูกผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนถูกแจ้งข้อหาประมาทหลังจากกระสุนพลาดไปถูกผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งจากยาเสพติด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ได้ถูกแจ้งข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการระงับเหตุชายที่มีอาการคลุ้มคลั่งจากยาเสพติด ในระหว่างการเผชิญหน้า กระสุนปืนที่เจ้าหน้าที่ยิงพลาดไปถูกผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุจนเสียชีวิต

ภรรยาของผู้เสียชีวิตระบุว่าไม่ได้ติดใจเอาความเจ้าหน้าที่ โดยเชื่อว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีเจตนา อย่างไรก็ตาม เธอได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การเยียวยาและสนับสนุนครอบครัวหลังจากการสูญเสียสามี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีพฤติกรรมรุนแรงในชุมชน แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินอยู่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของการกระทำของเจ้าหน้าที่ แต่สถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนสำหรับคนในพื้นที่ ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่ามาตรการเยียวยาที่ชัดเจนจากรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร และผลทางกฎหมายขั้นสุดท้ายสำหรับเจ้าหน้าที่ยังคงต้องรอการพิจารณาในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 09:56 UTC

รวบชายจีนหมายแดงหนีซุกไทย 36 ปี พบได้สัญชาติไทยและทำธุรกิจกว่า 100 ล้าน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายจีนหมายแดงหนีซุกไทย 36 ปี พบได้สัญชาติไทยและทำธุรกิจกว่า 100 ล้าน

ทางการไทยจับกุมชายชาวจีนผู้ต้องหาตามหมายแดงอินเตอร์โพลในคดีทำร้ายร่างกายเมื่อปี 2533 ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 3 ทศวรรษโดยใช้ชื่อไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายจีนหมายแดงหนีซุกไทย 36 ปี พบได้สัญชาติไทยและทำธุรกิจกว่า 100 ล้าน

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายจีนหมายแดงหนีซุกไทย 36 ปี พบได้สัญชาติไทยและทำธุรกิจกว่า 100 ล้าน

ทางการไทยจับกุมชายชาวจีนผู้ต้องหาตามหมายแดงอินเตอร์โพลในคดีทำร้ายร่างกายเมื่อปี 2533 ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 3 ทศวรรษโดยใช้ชื่อไทย

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้เข้าจับกุมนายจู จือซาน (หรือนายสุชาติ สุรชัย) ชาวจีน ณ บ้านพักใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามรายงานของ Khaosod Online การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการประสานงานของทางการจีนผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทยเกี่ยวกับหมายแดงของอินเตอร์โพล

นายจูเป็นผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนาที่เมืองไท่โจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2533 จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานถึง 36 ปี และมีการระบุว่าได้รับสัญชาติไทยโดยใช้ชื่อไทยในการทำบัตรประชาชนที่ จ.ตาก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ต้องหาได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดในคดีร้ายแรงจากต่างประเทศ ขณะนี้การสอบสวนว่าผู้ต้องหาได้รับสัญชาติไทยมาได้อย่างไรและมีการดำเนินธุรกิจอย่างไรนั้นยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าผู้ต้องหาสามารถรักษาตัวตนในฐานะคนไทยมาได้นานกว่า 3 ทศวรรษได้อย่างไร และขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากนี้เกี่ยวกับการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีนจะเป็นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ตม.หนองคาย รวบประธานบริษัทคาด่านพรมแดน หลังพบเอี่ยวคดี 'บัญชีม้า' มูลค่า 60 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตม.หนองคาย รวบประธานบริษัทคาด่านพรมแดน หลังพบเอี่ยวคดี 'บัญชีม้า' มูลค่า 60 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายจับกุมประธานบริษัทวัย 66 ปี ที่ด่านพรมแดนไทย-ลาว ตามหมายจับในคดีฉ้อโกงและบัญชีม้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตม.หนองคาย รวบประธานบริษัทคาด่านพรมแดน หลังพบเอี่ยวคดี 'บัญชีม้า' มูลค่า 60 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ตม.หนองคาย รวบประธานบริษัทคาด่านพรมแดน หลังพบเอี่ยวคดี 'บัญชีม้า' มูลค่า 60 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายจับกุมประธานบริษัทวัย 66 ปี ที่ด่านพรมแดนไทย-ลาว ตามหมายจับในคดีฉ้อโกงและบัญชีม้า

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย ได้จับกุมนางศุภพัคราดา อายุ 66 ปี ขณะกำลังเดินทางออกนอกประเทศ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าการจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับของศาลจังหวัดชัยภูมิ

เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาผู้ต้องหาซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ในความผิดฐานสนับสนุนผู้อื่นกระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า 'บัญชีม้า'

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าเมื่อประมาณ 9 เดือนที่แล้ว มีคนรู้จักซึ่งทำธุรกิจซื้อขายที่ดินและรับฝากจำนองได้ขอยืมบัญชีธนาคารของบริษัทไปใช้ โดยอ้างว่าจะนำไปทำเรื่องขอกู้เงินสำหรับผู้สูงอายุในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเงิน 60 ล้านบาท โดยผู้ต้องหายืนยันว่าตนไม่ทราบว่าจะมีการนำบัญชีไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่ร้ายแรงจากการให้ผู้อื่นเข้าถึงบัญชีการเงินส่วนตัวหรือบัญชีบริษัท การยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีแม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องธุรกิจที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีอาญาหากบัญชีนั้นถูกนำไปใช้ในการฉ้อโกง ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) โดยยังต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำให้การของผู้ต้องหาในกระบวนการยุติธรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 09:16 UTC

รวบชายชาวจีนในชลบุรี ข้อหาสวมสิทธิเป็นคนไทยและหลบหนีคดีนานกว่า 3 ทศวรรษ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายชาวจีนในชลบุรี ข้อหาสวมสิทธิเป็นคนไทยและหลบหนีคดีนานกว่า 3 ทศวรรษ

ทางการไทยจับกุมชายชาวจีนที่ถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิเป็นคนไทยเพื่อหลบหนีหมายแดงของอินเตอร์โพลมานานกว่า 30 ปี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายชาวจีนในชลบุรี ข้อหาสวมสิทธิเป็นคนไทยและหลบหนีคดีนานกว่า 3 ทศวรรษ

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายชาวจีนในชลบุรี ข้อหาสวมสิทธิเป็นคนไทยและหลบหนีคดีนานกว่า 3 ทศวรรษ

ทางการไทยจับกุมชายชาวจีนที่ถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิเป็นคนไทยเพื่อหลบหนีหมายแดงของอินเตอร์โพลมานานกว่า 30 ปี

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 ปฏิบัติการร่วมภายใต้การนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง รวมถึง พล.ต.ท.สำราญ นวลมา และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ส่งผลให้มีการจับกุมชายชาวจีนในจังหวัดชลบุรี ผู้ต้องหารายนี้เป็นบุคคลตามหมายแดงของอินเตอร์โพลและมีรายงานว่าหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 3 ทศวรรษ

เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าบุคคลดังกล่าวประสบความสำเร็จในการสวมสิทธิเป็นคนไทย ซึ่งช่วยให้เขาสามารถตั้งธุรกิจและถือครองทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับการประสานงานระหว่างกองกำลังตำรวจและชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. ซึ่งมุ่งเน้นด้านการทะเบียนราษฎรและการฉ้อโกงเอกสารประจำตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปราบปรามการขโมยอัตลักษณ์และการใช้ระบบทะเบียนราษฎรในทางที่ผิด แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นความคืบหน้าสำคัญในคดีอาญานี้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาทางกฎหมายเฉพาะของผู้ต้องหาในประเทศจีนและวิธีการที่แน่ชัดที่ใช้ในการได้มาซึ่งเอกสารไทยปลอมนั้น ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนและกระบวนการทางศาลต่อไป กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการเข้าเมืองและการทะเบียนราษฎรอย่างเคร่งครัดภายในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 08:36 UTC

รวบชายชาวจีนในชลบุรี ข้อหาปลอมแปลงเอกสารและทำธุรกิจผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายชาวจีนในชลบุรี ข้อหาปลอมแปลงเอกสารและทำธุรกิจผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จับกุมชายชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปีด้วยอัตลักษณ์ปลอม พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายชาวจีนในชลบุรี ข้อหาปลอมแปลงเอกสารและทำธุรกิจผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายชาวจีนในชลบุรี ข้อหาปลอมแปลงเอกสารและทำธุรกิจผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จับกุมชายชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปีด้วยอัตลักษณ์ปลอม พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยนำโดยผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เข้าจับกุมชายชาวจีนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายมานานถึง 3 ทศวรรษ ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิ์เป็นคนไทยเพื่อดำเนินธุรกิจและครอบครองทรัพย์สินจำนวนมากในจังหวัดชลบุรี โดยมีมูลค่ารวมของทรัพย์สินดังกล่าวประเมินไว้สูงกว่า 100 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการตรวจสอบความเป็นเจ้าของธุรกิจและเอกสารประจำตัวภายในประเทศ การสอบสวนครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เจ้าหน้าที่ให้กับการตรวจสอบบุคคลที่อาจดำเนินกิจกรรมภายใต้เอกสารปลอมหรือหลีกเลี่ยงกฎระเบียบการถือครองธุรกิจของชาวต่างชาติ

แม้ว่าการจับกุมจะได้รับการยืนยันจากทางตำรวจแล้ว แต่รายละเอียดหลายประการยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่ชัดเจนว่าผู้ต้องหาสามารถรักษาอัตลักษณ์ปลอมไว้ได้นานถึง 30 ปีโดยไม่ถูกตรวจพบได้อย่างไร และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ขอบเขตเครือข่ายของผู้ต้องหาและการมีส่วนร่วมของบุคคลอื่นในการสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยทราบว่ากฎหมายไทยมีการควบคุมการถือครองธุรกิจของชาวต่างชาติและเอกสารประจำตัวอย่างเข้มงวด และเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายทั่วทั้งภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 08:35 UTC

เหตุสลดในครอบครัวที่สระแก้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลดในครอบครัวที่สระแก้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

ชายวัย 70 ปีเสียชีวิตในจังหวัดสระแก้วหลังมีปากเสียงกับลูกชาย ตามรายงานของตำรวจท้องที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุสลดในครอบครัวที่สระแก้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในครอบครัวที่สระแก้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

ชายวัย 70 ปีเสียชีวิตในจังหวัดสระแก้วหลังมีปากเสียงกับลูกชาย ตามรายงานของตำรวจท้องที่

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 กันยายน 2569 ตำรวจเมืองสระแก้วได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายจนมีผู้เสียชีวิตในกระท่อมนาแห่งหนึ่งในตำบลสระขวัญ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เจ้าหน้าที่พบร่างของนายจรัญ อายุ 70 ปี ซึ่งมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ รวมถึงกรามหักและเสียเลือดมาก ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะการถูกทำร้ายด้วยของแข็ง

ผู้ต้องสงสัยคือนายนิพนธ์ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเพื่อสอบสวน พยานในที่เกิดเหตุให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ลูกชายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาได้ขอเงินเพื่อไปซื้อสุรา เพื่อนบ้านระบุว่าผู้เสียชีวิตเคยถูกลูกชายทำร้ายร่างกายมาก่อน แต่ที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตมักจะปกป้องลูกชายไม่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นกรณีสลดของความรุนแรงในครอบครัวในพื้นที่ชนบท แม้เหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นเหตุเฉพาะหน้าและโดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะของผู้มาเยือน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาสังคมในท้องถิ่น ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อผู้ต้องสงสัยยังคงต้องรอผลการสอบปากคำเพิ่มเติมและการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับอาวุธที่ใช้หรือขั้นตอนทางกฎหมายในขั้นสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 07:36 UTC

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีการปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีการปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืน

รัฐบาลไทยได้ตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านอาวุธปืน โดยย้ำว่าไม่มีแผนกำหนดให้ต้องต่อใบอนุญาตบ่อยครั้ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีการปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงกรณีการปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืน

รัฐบาลไทยได้ตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านอาวุธปืน โดยย้ำว่าไม่มีแผนกำหนดให้ต้องต่อใบอนุญาตบ่อยครั้ง

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 โฆษกรัฐบาลได้ชี้แจงถึงประเด็นการหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืนของไทย โดยระบุว่ารัฐบาลมุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยสาธารณะผ่านการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว

โฆษกรัฐบาลได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ไม่มีข้อกำหนดให้ผู้ถือใบอนุญาตอาวุธปืนต้องดำเนินการต่อใบอนุญาตทุกหนึ่งถึงสองเดือนตามที่มีกระแสข่าวลือ ซึ่งเป็นการลดความกังวลเกี่ยวกับภาระทางธุรการสำหรับผู้ครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย นอกจากนี้ รัฐบาลยังย้ำว่าผู้ที่มีสิทธิ์พกพาอาวุธปืนในปัจจุบัน เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และนักกีฬา ยังคงสามารถครอบครองและพกพาอาวุธได้ตามกรอบกฎหมายเดิมที่มีอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ คำชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการคงสถานะเดิมสำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้รัฐบาลจะต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้มีนโยบายที่จะสร้างอุปสรรคทางธุรการที่เกินความจำเป็นต่อผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาต

ในส่วนของรายละเอียดเฉพาะของร่างกฎหมายฉบับเต็มนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ได้เผยแพร่เนื้อหาฉบับสมบูรณ์ของการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามดูว่าร่างสุดท้ายจะสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายด้านความปลอดภัยและสิทธิของผู้ถือใบอนุญาตปัจจุบันอย่างไร ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ข้อกล่าวหาทุจริตในโครงการซ่อมแซมประตูระบายน้ำที่พิจิตร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกล่าวหาทุจริตในโครงการซ่อมแซมประตูระบายน้ำที่พิจิตร

ป.ป.ช. ตรวจพบการทุจริตในโครงการซ่อมแซมประตูระบายน้ำมูลค่า 4.4 ล้านบาทในจังหวัดพิจิตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้รับเหมาเอกชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกล่าวหาทุจริตในโครงการซ่อมแซมประตูระบายน้ำที่พิจิตร

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาทุจริตในโครงการซ่อมแซมประตูระบายน้ำที่พิจิตร

ป.ป.ช. ตรวจพบการทุจริตในโครงการซ่อมแซมประตูระบายน้ำมูลค่า 4.4 ล้านบาทในจังหวัดพิจิตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้รับเหมาเอกชน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดพิจิตร ได้ประกาศผลการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการปรับปรุงซ่อมแซมประตูระบายน้ำดงเศรษฐี ในตำบลย่านยาว ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ด้วยงบประมาณ 4,484,000 บาท โดยมีการส่งมอบงานและเบิกจ่ายเงินเต็มจำนวนแล้ว

อย่างไรก็ตาม การไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่าคานเหล็กของเครนรางเลื่อนเดิมยังมีสภาพสมบูรณ์และไม่จำเป็นต้องติดตั้งใหม่ แต่ในเอกสารโครงการกลับมีการระบุค่าใช้จ่ายสำหรับคานเหล็กใหม่ นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยังอ้างว่าได้รับเงินค่าจ้างเพียง 1.4 ล้านบาทเท่านั้น แม้ว่าจะมีการเบิกจ่ายงบประมาณเต็มจำนวนก็ตาม นางสาวธนภร แตงจันทร์ รักษาการผู้อำนวยการ ป.ป.ช. พิจิตร ระบุว่าคณะกรรมการได้ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในข้อหาทุจริต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพิจิตร กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ แม้ว่าประตูระบายน้ำจะยังคงใช้งานได้ตามปกติ แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในโครงการพัฒนาท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามผลการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา และรอดูว่ารัฐจะสามารถติดตามเงินคืนได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 06:36 UTC

ดร.ณัฐวุฒิ จี้ ผบ.ตร. โอนคดีฉ้อโกงให้กองปราบฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดร.ณัฐวุฒิ จี้ ผบ.ตร. โอนคดีฉ้อโกงให้กองปราบฯ

ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอโอนสำนวนคดีฉ้อโกงและฟอกเงินจาก สน.ทองหล่อ ไปยังกองบังคับการปราบปราม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดร.ณัฐวุฒิ จี้ ผบ.ตร. โอนคดีฉ้อโกงให้กองปราบฯ

แหล่งข่าวเดียว
ดร.ณัฐวุฒิ จี้ ผบ.ตร. โอนคดีฉ้อโกงให้กองปราบฯ

ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอโอนสำนวนคดีฉ้อโกงและฟอกเงินจาก สน.ทองหล่อ ไปยังกองบังคับการปราบปราม

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวันที่ 14 กันยายน โดยคำร้องดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อขอโอนสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนายสมชัย นายปริญญา นายยิ่งชีพ และพวก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน จากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ไปยังกองบังคับการปราบปราม (CSD)

ดร.ณัฐวุฒิ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ในการทำคดีนี้ โดยอ้างถึงความล่าช้าในการสอบสวน นอกจากนี้ เขายังตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงยังไม่มีการขอออกหมายจับผู้ที่ถูกกล่าวหา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพของกระบวนการทางกฎหมายในคดีสำคัญอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมทางการเงิน แต่ยังคงเป็นข้อพิพาททางกฎหมายภายในประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น และการขอโอนย้ายเขตอำนาจศาลเป็นขั้นตอนทางธุรการที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะอนุมัติการโอนคดีหรือไม่ หรือคดีจะยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของ สน.ทองหล่อต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 06:16 UTC