ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

รปภ. ถูกจับกุมหลังทำร้ายร่างกายไรเดอร์หญิงในกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รปภ. ถูกจับกุมหลังทำร้ายร่างกายไรเดอร์หญิงในกรุงเทพฯ

พนักงานรักษาความปลอดภัยในกรุงเทพฯ เผชิญคดีความหลังทำร้ายร่างกายไรเดอร์หญิงขณะมึนเมา โดยการสอบสวนพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รปภ. ถูกจับกุมหลังทำร้ายร่างกายไรเดอร์หญิงในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
รปภ. ถูกจับกุมหลังทำร้ายร่างกายไรเดอร์หญิงในกรุงเทพฯ

พนักงานรักษาความปลอดภัยในกรุงเทพฯ เผชิญคดีความหลังทำร้ายร่างกายไรเดอร์หญิงขณะมึนเมา โดยการสอบสวนพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พนักงานรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงกับไรเดอร์หญิงส่งอาหาร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางชัน โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยรายนี้ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ได้ทำร้ายร่างกายไรเดอร์ต่อหน้าลูกวัย 10 ขวบ และข่มขู่ด้วยอาวุธปืนในเวลาต่อมา

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตรวจสอบสถานภาพการจ้างงานของผู้ก่อเหตุและการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทรักษาความปลอดภัยต้นสังกัด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าแม้บริษัทจะมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจถูกต้อง แต่ตัวผู้ก่อเหตุซึ่งระบุชื่อว่านายสมศักดิ์ กลับไม่มีใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด ภายใต้ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย การกระทำดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน และปรับไม่เกิน 5,000 บาท นอกจากนี้ นายจ้างยังอาจเผชิญผลทางกฎหมายจากการส่งบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตไปปฏิบัติหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่บริการในพื้นที่พักอาศัย แม้จะเป็นคดีอาชญากรรมเฉพาะราย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนในประเทศไทย ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีมาตรการทางวินัยใดบ้างต่อบริษัทรักษาความปลอดภัยดังกล่าว และผลการตัดสินทางคดีความของผู้ก่อเหตุจะเป็นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:51 UTC

ดำเนินคดี รปภ. ไร้ใบอนุญาตทำร้ายไรเดอร์แม่เลี้ยงเดี่ยว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดำเนินคดี รปภ. ไร้ใบอนุญาตทำร้ายไรเดอร์แม่เลี้ยงเดี่ยว

ตำรวจไทยดำเนินคดีกับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไม่มีใบอนุญาต หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งเป็นไรเดอร์ส่งอาหารต่อหน้าลูก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดำเนินคดี รปภ. ไร้ใบอนุญาตทำร้ายไรเดอร์แม่เลี้ยงเดี่ยว

แหล่งข่าวเดียว
ดำเนินคดี รปภ. ไร้ใบอนุญาตทำร้ายไรเดอร์แม่เลี้ยงเดี่ยว

ตำรวจไทยดำเนินคดีกับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไม่มีใบอนุญาต หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งเป็นไรเดอร์ส่งอาหารต่อหน้าลูก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไม่มีใบอนุญาตได้ทำร้ายร่างกายแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารต่อหน้าลูกของเธอ โดยมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ด้วย

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบไม่เพียงแต่ตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทรักษาความปลอดภัยที่จ้างงานบุคคลดังกล่าวด้วย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลและการตรวจสอบบุคลากรด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลในประเทศไทย การที่บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตเข้ามาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการกำกับดูแลบริษัทเหล่านี้

แม้ว่าตำรวจจะยืนยันว่ากระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินอยู่ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่าบริษัทรักษาความปลอดภัยจะถูกตั้งข้อหาใดบ้างจากการจ้างงานพนักงานที่ไม่มีใบอนุญาต รวมถึงประวัติของผู้ก่อเหตุและสาเหตุที่แท้จริงที่นำไปสู่การเผชิญหน้ายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าจะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:31 UTC

คดีแบบกลุ่มปลาหมอคางดำเดินหน้าสู่กระบวนการพิจารณา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คดีแบบกลุ่มปลาหมอคางดำเดินหน้าสู่กระบวนการพิจารณา

ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มกรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ แต่ยังไม่มีการตัดสินเรื่องความรับผิดชอบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คดีแบบกลุ่มปลาหมอคางดำเดินหน้าสู่กระบวนการพิจารณา

แหล่งข่าวเดียว
คดีแบบกลุ่มปลาหมอคางดำเดินหน้าสู่กระบวนการพิจารณา

ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มกรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ แต่ยังไม่มีการตัดสินเรื่องความรับผิดชอบ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปลาหมอคางดำในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกรานที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ คำสั่งศาลนี้เกี่ยวข้องกับรูปแบบทางกระบวนพิจารณาเท่านั้น โดยศาลได้กำหนดหลักเกณฑ์และขอบเขตสำหรับการดำเนินคดีแบบกลุ่มไว้ ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวไม่ได้เป็นการตัดสินว่าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีความรับผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ และยังไม่มีการยืนยันภาระผูกพันในการชดใช้ค่าเสียหายในขณะนี้ กระบวนการพิสูจน์ความรับผิดและการคำนวณค่าเสียหายยังคงเป็นเส้นทางทางกฎหมายที่ต้องใช้เวลา ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะนำเสนอในการพิจารณาคดีต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของไทย พัฒนาการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการวิกฤตสายพันธุ์รุกรานผ่านกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของคดียังคงมีความไม่แน่นอน การที่บริษัทจะต้องรับผิดชอบต่อการแพร่ระบาดของปลาหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัย ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอการพิจารณาคดีในขั้นตอนต่อไป เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบสุดท้ายของคดีนี้ที่มีต่อภาคการเกษตรและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:15 UTC

ภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรม 'The Rivals of Amziah King' เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรม 'The Rivals of Amziah King' เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทย

ภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรมเรื่อง 'The Rivals of Amziah King' นำแสดงโดย แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ และ เคิร์ต รัสเซลล์ มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทยวันที่ 17 กันยายนนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรม 'The Rivals of Amziah King' เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทย

แหล่งข่าวเดียว
ภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรม 'The Rivals of Amziah King' เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทย

ภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรมเรื่อง 'The Rivals of Amziah King' นำแสดงโดย แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ และ เคิร์ต รัสเซลล์ มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทยวันที่ 17 กันยายนนี้

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรมเรื่อง 'The Rivals of Amziah King' มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทยในวันที่ 17 กันยายนนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนบทและกำกับโดย แอนดรูว์ แพตเทอร์สัน โดยมีนักแสดงชื่อดังอย่าง แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ และ เคิร์ต รัสเซลล์ ร่วมแสดง พร้อมด้วยนักแสดงดาวรุ่ง แอนเจลินา ลุกกิงกลาสส์

เนื้อเรื่องดำเนินไปในพื้นที่ชนบทห่างไกลของรัฐโอคลาโฮมา โดยเล่าเรื่องราวของ แอมไซอาห์ คิง นักดนตรีผู้มีเสน่ห์ที่ดูแลกิจการผลิตน้ำผึ้งในท้องถิ่นควบคู่ไปกับการนำกลุ่มนักดนตรีบลูแกรสส์นอกคอก เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเมื่อลูกสาวบุญธรรมที่ห่างเหินกันไปกลับมาหาเขา ทำให้เขาพยายามสร้างธุรกิจครอบครัวให้มั่นคงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาต้องเผชิญกับความขัดแย้งที่อันตรายเมื่อคู่แข่งพยายามทำลายสิ่งที่เขาสร้างมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรมจากต่างประเทศ แม้ว่าภาพยนตร์จะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ในด้านการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์และทรงพลัง แต่ผู้ชมควรทราบว่าเนื้อหาเน้นไปที่ความเสี่ยงและความรุนแรงในธุรกิจการค้าน้ำผึ้งที่ปรากฏในเรื่อง ขณะนี้ภาพยนตร์ได้รับการยืนยันวันเข้าฉายแล้ว อย่างไรก็ตาม รอบฉายและโรงภาพยนตร์ที่ให้บริการอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรอบฉายได้จากโรงภาพยนตร์ในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:57 UTC

ศาลอุทธรณ์ยืนยันสถานะการดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีปลาหมอคางดำ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลอุทธรณ์ยืนยันสถานะการดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีปลาหมอคางดำ

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนยันสถานะการดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยคาดว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาภายในสิ้นปี 2570

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ยืนยันสถานะการดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีปลาหมอคางดำ

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ยืนยันสถานะการดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีปลาหมอคางดำ

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนยันสถานะการดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยคาดว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาภายในสิ้นปี 2570

ตามรายงานจาก Thai Post ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนยันการรับฟ้องคดีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำให้เป็นคดีแบบกลุ่ม ความคืบหน้าทางกฎหมายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากสายพันธุ์รุกรานดังกล่าวในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการเกษตรหรือการประมงท้องถิ่น คดีนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นการจัดการกับความรับผิดชอบและการควบคุมประชากรปลาสายพันธุ์รุกรานที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่ ศาลได้กำหนดนัดชี้สองสถานในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อพิจารณาว่าคดีนี้จะถูกจัดเป็นคดีสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นทางการหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายในอนาคต

หัวหน้าทีมทนายความฝ่ายโจทก์ระบุว่า คาดว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาภายในสิ้นปี 2570 แม้ว่าศาลจะยืนยันสถานะการดำเนินคดีแบบกลุ่มแล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายของคดียังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการนัดหมายในเดือนพฤศจิกายนเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับกรอบกฎหมายที่จะใช้ในการดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลและการจัดประเภทของคดีในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:37 UTC

เหตุยิงกันเสียชีวิตในครอบครัวที่สุราษฎร์ธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุยิงกันเสียชีวิตในครอบครัวที่สุราษฎร์ธานี

หญิงวัย 58 ปีเสียชีวิตจากเหตุยิงกันโดยลูกเขยในอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุยิงกันเสียชีวิตในครอบครัวที่สุราษฎร์ธานี

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันเสียชีวิตในครอบครัวที่สุราษฎร์ธานี

หญิงวัย 58 ปีเสียชีวิตจากเหตุยิงกันโดยลูกเขยในอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เกิดเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ตำบลบางเดือน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจ สภ.บางมะเดื่อ ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทภายในครอบครัวและรุดไปยังบ้านพักสองชั้นที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบหญิงวัย 58 ปี ทราบชื่อคือนางนิภา ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ด้านหลัง แม้เจ้าหน้าที่จะเร่งให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลท่าโรงช้าง แต่ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่ระบุตัวผู้ก่อเหตุคือนายกฤษดา หรือ 'ช้าง' ซึ่งเป็นลูกเขยของผู้เสียชีวิต รายงานระบุว่าทั้งสองมักมีปากเสียงทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุพยายามหลบหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นกรณีความขัดแย้งภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นในพื้นที่พักอาศัย แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะเป็นเหตุเฉพาะราย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการระมัดระวังตัวในพื้นที่ส่วนบุคคล ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันขนาดของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ คาดว่า สภ.บางมะเดื่อ จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อผู้ก่อเหตุต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:57 UTC

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนพิจารณาคดีแอร์โฮสเตสไทยในคดีลักลอบขนเฮโรอีน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนพิจารณาคดีแอร์โฮสเตสไทยในคดีลักลอบขนเฮโรอีน

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนการพิจารณาคดีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทยที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยนัดขึ้นศาลครั้งต่อไปในวันที่ 12 ตุลาคม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนพิจารณาคดีแอร์โฮสเตสไทยในคดีลักลอบขนเฮโรอีน

แหล่งข่าวเดียว
ศาลเมลเบิร์นเลื่อนพิจารณาคดีแอร์โฮสเตสไทยในคดีลักลอบขนเฮโรอีน

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนการพิจารณาคดีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทยที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยนัดขึ้นศาลครั้งต่อไปในวันที่ 12 ตุลาคม

ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจาก news.com.au ระบุว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทยรายหนึ่ง ซึ่งระบุชื่อว่า มีนา ได้ปรากฏตัวต่อศาลแขวงเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยจำเลยกำลังเผชิญกับข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย

ในระหว่างการพิจารณาคดี ทั้งฝ่ายอัยการและทนายความจำเลยได้ร้องขอต่อผู้พิพากษาคีแรน กิลลิแกน ให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปก่อน โดยทีมกฎหมายได้แจ้งต่อศาลว่าทั้งสองฝ่ายได้เริ่มหารือเพื่อหาทางออกสำหรับคดีนี้แล้ว และต้องการเวลาเพิ่มเติมเพื่อให้กระบวนการดังกล่าวสามารถดำเนินต่อไปได้ ผู้พิพากษากิลลิแกนแสดงความยินดีกับความคืบหน้าดังกล่าวและสั่งให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ต่อไป โดยศาลได้กำหนดนัดขึ้นศาลครั้งต่อไปในวันที่ 12 ตุลาคม 2569

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักในต่างประเทศ กรณีนี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายชายแดนของออสเตรเลียที่เข้มงวดเกี่ยวกับสารควบคุม แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องรอการยืนยันคือผลลัพธ์ของการเจรจาระหว่างอัยการและทนายความจำเลย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดขั้นตอนต่อไปในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลยุทธ์การต่อสู้คดีหรือบทสรุปสุดท้ายจึงยังคงต้องรอจนกว่าจะถึงวันนัดศาลครั้งถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:36 UTC

ไทยคุมเข้มการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยคุมเข้มการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 อย. ไทยยกระดับยาฉีดกลุ่ม GLP-1 เป็น 'ยาควบคุมพิเศษ' เพื่อป้องกันการใช้ผิดประเภทและยาปลอม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยคุมเข้มการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคุมเข้มการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 อย. ไทยยกระดับยาฉีดกลุ่ม GLP-1 เป็น 'ยาควบคุมพิเศษ' เพื่อป้องกันการใช้ผิดประเภทและยาปลอม

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยประกาศว่า ยากลุ่ม GLP-1 Receptor Agonists หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ 'ปากกาลดน้ำหนัก' (เช่น Liraglutide และ Semaglutide) จะถูกยกระดับเป็น 'ยาควบคุมพิเศษ' ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ตามรายงานของ Khaosod Online การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบนี้เกิดขึ้นหลังจากมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ยาฉีดเหล่านี้อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเดิมมีไว้สำหรับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือการควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระบุถึงปัญหาสำคัญ เช่น การแพร่ระบาดของยาปลอม ผลิตภัณฑ์ที่มาจากแหล่งที่ไม่ได้รับอนุญาต และการขายผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อจัดการกับความเสี่ยงเหล่านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกำหนดให้ยาเหล่านี้ต้องจ่ายผ่านใบสั่งแพทย์เท่านั้น นอกจากนี้ อย. กำลังดำเนินการพัฒนาระบบ 'Track & Trace' เพื่อติดตามเส้นทางการกระจายยาตลอดห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว หมายความว่าการได้รับยาเหล่านี้จะต้องผ่านการประเมินทางการแพทย์อย่างมืออาชีพและมีใบสั่งแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและสกัดกั้นตลาดมืด แต่ผลกระทบระยะยาวต่อความพร้อมใช้งานสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยานั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ในปัจจุบันปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แน่ใจว่าการใช้ยาเป็นไปตามกรอบกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ อย. ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับบทลงโทษสำหรับผู้ขายที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:36 UTC

ไทยยกระดับการควบคุมยาฉีดกลุ่ม GLP-1 สำหรับลดน้ำหนัก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยยกระดับการควบคุมยาฉีดกลุ่ม GLP-1 สำหรับลดน้ำหนัก

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ยกระดับยาฉีดกลุ่ม GLP-1 ให้เป็น 'ยาควบคุมพิเศษ' ซึ่งต้องมีใบสั่งแพทย์ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยยกระดับการควบคุมยาฉีดกลุ่ม GLP-1 สำหรับลดน้ำหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยกระดับการควบคุมยาฉีดกลุ่ม GLP-1 สำหรับลดน้ำหนัก

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ยกระดับยาฉีดกลุ่ม GLP-1 ให้เป็น 'ยาควบคุมพิเศษ' ซึ่งต้องมีใบสั่งแพทย์ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Thai Post สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ยกระดับสถานะทางกฎหมายของยาฉีดกลุ่ม GLP-1 receptor agonist หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า 'ปากกาลดน้ำหนัก' ให้เป็น 'ยาควบคุมพิเศษ' อย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 โดยกำหนดให้ยาเหล่านี้สามารถจ่ายได้ภายใต้การดูแลและใบสั่งแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การอัปเดตนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการจำกัดการเข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ผู้ที่เคยเข้าถึงยาเหล่านี้โดยไม่มีใบสั่งแพทย์จะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาอย่างถูกกฎหมาย มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยและการกำกับดูแลยาที่ได้รับความนิยมในการจัดการน้ำหนักตัว

แม้ว่ากฎระเบียบจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้ในร้านขายยาและเอกสารเฉพาะที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวที่อาจพกพายาเหล่านี้เพื่อใช้ส่วนตัว ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่ใช้ยาฉีด GLP-1 พกใบสั่งแพทย์ที่ถูกต้องติดตัวไว้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเมื่อเร็วๆ นี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบและความพร้อมในการให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:17 UTC

รวบชายตกงานก่อเหตุวิ่งราวทองในห้างดังย่านรังสิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายตกงานก่อเหตุวิ่งราวทองในห้างดังย่านรังสิต

ชายคนหนึ่งถูกพนักงานควบคุมตัวได้หลังก่อเหตุวิ่งราวทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายตกงานก่อเหตุวิ่งราวทองในห้างดังย่านรังสิต

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายตกงานก่อเหตุวิ่งราวทองในห้างดังย่านรังสิต

ชายคนหนึ่งถูกพนักงานควบคุมตัวได้หลังก่อเหตุวิ่งราวทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ชายตกงานรายหนึ่งถูกควบคุมตัวหลังจากพยายามก่อเหตุวิ่งราวเครื่องประดับทองจากร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต โดยผู้ต้องหาได้ฉวยโอกาสคว้าทองคำน้ำหนัก 5 บาทก่อนพยายามวิ่งหลบหนี

พนักงานของร้านได้เข้าขัดขวางอย่างรวดเร็วโดยการวิ่งไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ก่อนที่จะหลบหนีออกจากพื้นที่ จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ต้องหาและนำทรัพย์สินคืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านรังสิต เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตระหนักด้านความปลอดภัยในพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มีผู้คนพลุกพล่าน แม้เหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นกรณีเฉพาะ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของพนักงานร้านค้าในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาอย่างเป็นทางการและขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากถูกจับกุมยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากพนักงานหรือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ระหว่างการเข้าจับกุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:15 UTC

ตำรวจเร่งล่าโจรชิงทอง 3.5 ล้านบาทในปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งล่าโจรชิงทอง 3.5 ล้านบาทในปทุมธานี

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อระบุตัวคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองน้ำหนัก 52 บาทจากร้านทองในอำเภอสามโคก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งล่าโจรชิงทอง 3.5 ล้านบาทในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งล่าโจรชิงทอง 3.5 ล้านบาทในปทุมธานี

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อระบุตัวคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองน้ำหนัก 52 บาทจากร้านทองในอำเภอสามโคก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนคดีชิงทองที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 กันยายน 2569 โดยคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าชิงทองภายในร้านบางกอกโกลด์ส สาขาสามโคก จังหวัดปทุมธานี ได้ทองรูปพรรณน้ำหนัก 52 บาท มูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 2 นาที

เมื่อวันที่ 14 กันยายน พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมประชุมที่ สภ.สามโคก เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้าย

เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยจุดสังเกตสำคัญเพื่อช่วยให้ประชาชนแจ้งเบาะแส โดยระบุว่าคนร้ายมีฝ้าที่ใบหน้าทั้งสองข้าง และอาศัยจังหวะที่ร้านมีคนส่งของจำนวนมากในการลงมือก่อเหตุ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นด้านความปลอดภัยที่สำคัญ แม้เจ้าหน้าที่จะกำลังเร่งติดตามตัวคนร้าย แต่การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายให้แจ้งเบาะแสแก่ตำรวจท้องที่ ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานการจับกุมผู้ต้องสงสัยในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เจ้าหน้าที่สกัดจับการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่สกัดจับการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

ทางการไทยยึดตู้คอนเทนเนอร์ 6 ตู้จากสหรัฐอเมริกาที่ท่าเรือแหลมฉบัง หลังพบว่ามีการปนเปื้อนของขยะอิเล็กทรอนิกส์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่สกัดจับการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่สกัดจับการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

ทางการไทยยึดตู้คอนเทนเนอร์ 6 ตู้จากสหรัฐอเมริกาที่ท่าเรือแหลมฉบัง หลังพบว่ามีการปนเปื้อนของขยะอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า ทีมงานนำโดยคุณสุชาติได้เข้าตรวจสอบที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งส่งผลให้สามารถสกัดจับตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 6 ตู้ที่ส่งมาจากสหรัฐอเมริกาได้ จากการตรวจสอบพบว่าตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวมีการปนเปื้อนของขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบการนำเข้าที่เข้มงวดในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะอันตราย แม้ว่าจะมีการตรวจพบในเบื้องต้นแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลการตรวจสอบไปยังบริษัทไทย 16 แห่งที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าเหล่านี้

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเข้า และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรกับบริษัทที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับขั้นตอนต่อไปของกระบวนการทางกฎหมาย ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความคืบหน้าของการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนการพิจารณาคดี 'แอร์มีนา'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนการพิจารณาคดี 'แอร์มีนา'

ศาลในเมลเบิร์นได้เลื่อนกระบวนการทางกฎหมายสำหรับบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'แอร์มีนา' เพื่อให้เวลาอัยการและทนายความฝ่ายจำเลยได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขที่เป็นไปได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนการพิจารณาคดี 'แอร์มีนา'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลเมลเบิร์นเลื่อนการพิจารณาคดี 'แอร์มีนา'

ศาลในเมลเบิร์นได้เลื่อนกระบวนการทางกฎหมายสำหรับบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'แอร์มีนา' เพื่อให้เวลาอัยการและทนายความฝ่ายจำเลยได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขที่เป็นไปได้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ศาลในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ได้เลื่อนการพิจารณาคดีที่กำหนดไว้สำหรับบุคคลที่ระบุชื่อว่า 'แอร์มีนา' ออกไปอย่างเป็นทางการ การเลื่อนครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้เวลาเพิ่มเติมแก่ฝ่ายอัยการและทีมทนายความในการปรึกษาหารือและสำรวจแนวทางการแก้ไขทางกฎหมายที่เป็นไปได้สำหรับคดีนี้

สำหรับชาวไทย ผู้อยู่อาศัย หรือนักท่องเที่ยวที่อยู่ในออสเตรเลียในขณะนี้ ความคืบหน้านี้เน้นย้ำถึงกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีที่เป็นที่สนใจ แม้ว่าศาลจะยังไม่มีคำตัดสินขั้นสุดท้าย แต่การเลื่อนพิจารณาคดีบ่งชี้ว่ากลยุทธ์ทางกฎหมายกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา สิ่งสำคัญคือผู้ที่ติดตามคดีนี้ควรเชื่อถือข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากศาลแทนการคาดเดา เนื่องจากรายละเอียดเฉพาะของการหารือระหว่างฝ่ายกฎหมายยังคงเป็นความลับ

ในขั้นตอนนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงวันใหม่สำหรับการพิจารณาคดีที่จะกลับมาดำเนินการต่อ และเงื่อนไขเฉพาะที่ทีมกฎหมายกำลังหารือกัน เนื่องจากสถานการณ์อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ผลลัพธ์ของการเจรจาเหล่านี้จึงยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากศาลเมลเบิร์นหรือสำนักข่าวที่เชื่อถือได้เพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของกระบวนการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ทางการไทยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างการนำเข้าขยะอันตรายผิดกฎหมายที่แหลมฉบัง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างการนำเข้าขยะอันตรายผิดกฎหมายที่แหลมฉบัง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำทีมบูรณาการหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบท่าเรือแหลมฉบังเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะอันตราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างการนำเข้าขยะอันตรายผิดกฎหมายที่แหลมฉบัง

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างการนำเข้าขยะอันตรายผิดกฎหมายที่แหลมฉบัง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำทีมบูรณาการหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบท่าเรือแหลมฉบังเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะอันตราย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำปฏิบัติการบูรณาการร่วมกันที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย โดยได้รับความร่วมมือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานระหว่างประเทศอย่าง UNODC เพื่อยืนยันนโยบายของรัฐบาลว่าประเทศไทยจะไม่เป็นที่ทิ้งขยะของโลก

ในการตรวจสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มุ่งเน้นไปที่ตู้สินค้าต้องสงสัยเพื่อระบุสินค้าต้องห้าม นายสุชาติเน้นย้ำว่าปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อทลายขบวนการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจยึดสินค้าปลายทางเท่านั้น การสอบสวนเบื้องต้นพบข้อมูลบริษัทผู้ส่งออกจากสหรัฐอเมริกา 7 แห่ง และบริษัทผู้นำเข้าในประเทศไทย 16 แห่ง โดยทางการวางแผนที่จะตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 2 ปี เพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การกวาดล้างครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรม แม้ว่าปฏิบัติการในขณะนี้จะเน้นไปที่ความปลอดภัยของท่าเรือ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพอากาศและน้ำในพื้นที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าบริษัทใดบ้างที่จะถูกดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ และการสอบสวนนี้จะส่งผลต่อระยะเวลาในการดำเนินการขนส่งสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายในท่าเรืออย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:56 UTC

ตำรวจสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส

ทางการไทยกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับอดีตเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้อง หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการเบียดบังเงินของวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสอบสวนความผิดปกติทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส

ทางการไทยกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับอดีตเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้อง หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการเบียดบังเงินของวัด

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบกรณีของนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา และ น.ส.ปุณยวีร์ ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบียดบังเงินของวัด

ตามข้อมูลจากกองบังคับการปราบปราม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานโดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินเป็นหลัก ทางการกำลังรอข้อมูลเอกสารสำคัญจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งคาดว่าจะได้รับภายในสัปดาห์นี้ เมื่อได้รับเอกสารดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อประเมินขอบเขตของกิจกรรมทางการเงินและระบุความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การสอบสวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการบริหารจัดการทางการเงินของวัดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคดีนี้จะเฉพาะเจาะจงกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในสถาบันทางศาสนา ในขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน ประชาชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากทางตำรวจ ซึ่งยังไม่ได้สรุปผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือยืนยันขอบเขตทั้งหมดของการเบียดบังเงินที่ถูกกล่าวหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:16 UTC

ตำรวจบุกทลายบาร์คาราโอเกะในราชบุรีหลังพบข้อกล่าวหาค้ามนุษย์เด็ก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบุกทลายบาร์คาราโอเกะในราชบุรีหลังพบข้อกล่าวหาค้ามนุษย์เด็ก

ทางการไทยจับกุมหญิง 3 รายในจังหวัดราชบุรี ในข้อหาเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์เด็กเพื่อการค้าประเวณี

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบุกทลายบาร์คาราโอเกะในราชบุรีหลังพบข้อกล่าวหาค้ามนุษย์เด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบุกทลายบาร์คาราโอเกะในราชบุรีหลังพบข้อกล่าวหาค้ามนุษย์เด็ก

ทางการไทยจับกุมหญิง 3 รายในจังหวัดราชบุรี ในข้อหาเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์เด็กเพื่อการค้าประเวณี

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้เข้าตรวจค้นบาร์คาราโอเกะแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ตามรายงานจาก Khaosod English ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการจับกุมหญิง 3 ราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกันเพื่อค้ามนุษย์เด็กโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าประเวณี

พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการ ปคม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 ดำเนินการเข้าตรวจค้นหลังจากมีการสืบสวนสถานประกอบการดังกล่าว การจับกุมครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยในการต่อต้านการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์ในภาคธุรกิจบันเทิงและสถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดของทางการไทยต่อปัญหาการค้ามนุษย์ แม้ว่าการจับกุมจะเป็นก้าวสำคัญในการสืบสวน แต่คดียังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น รายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้ต้องสงสัย จำนวนเหยื่อที่เกี่ยวข้อง และความเป็นไปได้ที่จะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากกองบังคับการปราบปรามในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายต่อหญิงทั้ง 3 รายดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 04:55 UTC

ตำรวจนครบาลหนุนโครงการชุมชนยั่งยืนในพื้นที่สุเหร่าจรเข้ขบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจนครบาลหนุนโครงการชุมชนยั่งยืนในพื้นที่สุเหร่าจรเข้ขบ

กองบัญชาการตำรวจนครบาลเปิดตัวโครงการชุมชนยั่งยืนในพื้นที่สุเหร่าจรเข้ขบ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจนครบาลหนุนโครงการชุมชนยั่งยืนในพื้นที่สุเหร่าจรเข้ขบ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจนครบาลหนุนโครงการชุมชนยั่งยืนในพื้นที่สุเหร่าจรเข้ขบ

กองบัญชาการตำรวจนครบาลเปิดตัวโครงการชุมชนยั่งยืนในพื้นที่สุเหร่าจรเข้ขบ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สยาม ได้ลงพื้นที่ชุมชนสุเหร่าจรเข้ขบเพื่อส่งเสริมโครงการ 'ตำบลยั่งยืน' ตามรายงานของมติชนออนไลน์ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ครอบคลุมโดยให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการเสริมสร้างความปลอดภัยและความสามัคคีในชุมชน โดยการสนับสนุนให้ผู้นำชุมชนและชาวบ้านมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและจัดการสภาพแวดล้อมของตนเอง ตำรวจหวังว่าจะสร้างชุมชนที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

แม้ว่าโครงการจะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันในระยะยาว แต่รายละเอียดการปฏิบัติงานที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ หรือตัวชี้วัดความสำเร็จในระยะยาวนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านพื้นที่ควรทราบว่านี่เป็นความพยายามในการรักษาความปลอดภัยโดยเน้นชุมชนเป็นศูนย์กลาง เช่นเดียวกับโครงการความปลอดภัยชุมชนอื่นๆ ประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายรูปแบบโครงการนี้ไปยังเขตอื่นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:35 UTC

ตำรวจนครบาลลุยโครงการป้องกันยาเสพติดในชุมชนยั่งยืนที่อุดมสุข
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจนครบาลลุยโครงการป้องกันยาเสพติดในชุมชนยั่งยืนที่อุดมสุข

ตำรวจกรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ชุมชนสุเหร่าจรเข้ขบเพื่อดำเนินโครงการป้องกันยาเสพติดแบบครบวงจร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจนครบาลลุยโครงการป้องกันยาเสพติดในชุมชนยั่งยืนที่อุดมสุข

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจนครบาลลุยโครงการป้องกันยาเสพติดในชุมชนยั่งยืนที่อุดมสุข

ตำรวจกรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ชุมชนสุเหร่าจรเข้ขบเพื่อดำเนินโครงการป้องกันยาเสพติดแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนสุเหร่าจรเข้ขบในเขตอุดมสุข ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ 'โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร' ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชน และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข โดยมีตัวแทนจากศูนย์บริการสาธารณสุข 22 รวมถึงนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาเข้าร่วม เพื่อบูรณาการการสนับสนุนด้านสาธารณสุขเข้ากับกลยุทธ์การป้องกันยาเสพติดในระดับชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ยั่งยืนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนในเขตอุดมสุข โครงการนี้แสดงถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการยกระดับความปลอดภัยของชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข แม้ว่าโครงการจะเน้นไปที่การป้องกันระยะยาวและการสนับสนุนทางสังคม แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับชาติที่กว้างขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการดำเนินงานในระดับชุมชนนี้จะมีการขยายผลอย่างไร หรือจะมีผลกระทบต่อสถิติอาชญากรรมในท้องถิ่นอย่างไร นักท่องเที่ยวควรทราบว่าโครงการที่นำโดยชุมชนเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามปกติของหน่วยงานท้องถิ่นและการรักษาความปลอดภัยในกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:37 UTC