ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง ✦
เศรษฐกิจ Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน ✦
วัฒนธรรม พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค ✦
ความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือในประเด็นการค้า การลงทุน และบริการด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการหารือที่มีกำหนดการแน่นขนัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเจรจาระดับสูงกับตัวแทนจากภาคการค้า ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน

นอกจากนี้ วาระการประชุมยังรวมถึงการหารือเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภาคบริการและอุตสาหกรรมการบิน การหารือเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เนื่องจากข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบินและการค้าอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในอนาคต รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย

แม้จะมีการยืนยันว่ากำหนดการของนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นไปที่เสาหลักทางเศรษฐกิจเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ข้อตกลงที่ลงนาม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศหรือไม่ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาทางการทูตเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เศรษฐกิจ

Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

Asset World Corp (AWC) เตรียมยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR วันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนำสินทรัพย์หลัก 5 แห่งเข้าร่วม

จากรายงานของ Khaosod Online บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR ในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้านำสินทรัพย์ประเภทฟรีโฮลด์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 4 แห่งและอาคารสำนักงานเกรดเอ 1 แห่ง เข้าร่วมกองทรัสต์ โดยมีมูลค่าเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ AWR เป็น REIT ชั้นนำที่เน้นการลงทุนในประเทศไทย 100% โดย AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนไทยจะถือครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกองทรัสต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานสำหรับสินทรัพย์อีก 9 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มและการยกระดับความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ AWC แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของกองทรัสต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมทุกแห่งยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ อยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อติดตามความเสี่ยงจากน้ำท่วม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตารางการเดินทางหรือสภาพถนน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางหรือบริการขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในขณะนี้ พื้นที่เฉพาะที่ได้รับความสำคัญสำหรับการเข้าช่วยเหลือทันทีและการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของบริการขนส่งที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและแผนการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าท่านผลิตยาสมุนไพรรักษาได้ทุกโรค

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำภาพของท่านไปตัดต่อด้วย AI และโฆษณาชวนเชื่อว่าทางวัดผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ได้จนหายขาด ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อขอยา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

พระพยอมชี้แจงว่า ท่านเป็นเพียงพระนักเทศน์และนักพัฒนา ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร และทางวัดไม่มีการผลิตยารักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำให้ประชาชนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมีการแอบอ้างชื่อกระทรวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าปลอม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพที่พบในโซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางศาสนาหรือการอ้างสรรพคุณรักษาโรคปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่แอบอ้างชื่ออย่างไร ขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางมาที่วัดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากทางวัดไม่มีบริการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช เปิดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post ทั้งเซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ได้เปิดพื้นที่จอดรถอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการพื้นที่จอดรถฟรีในจุดที่สูงและปลอดภัยสำหรับยานพาหนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนปกป้องทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ในขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบกำลังเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษายานพาหนะให้พ้นจากน้ำท่วม

แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถได้ในทันที แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้เน้นเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่จอดรถเท่านั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม และบริการฉุกเฉินอื่นๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของพื้นที่จอดรถเหล่านี้โดยตรงกับฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะนำรถไปจอด เนื่องจากความจุอาจมีจำกัดและสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:18 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองรังสิต เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสะสมของน้ำและเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงความสามารถในการระบายน้ำ แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับระดับน้ำ

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของความพยายามในการระบายน้ำเหล่านี้ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกยกเลิกกะทันหันหลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความตึงเครียดเริ่มขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 800 คน กับสมาชิกกลุ่ม “โอโซนรักบ้านเกิด อ.ชำนิ” ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการมาโดยตลอดเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่กันบริเวณหน้าเวที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่เหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดความโกลาหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างน้อย 1 รายจากการถูกของแข็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวมถึงนายอำเภอนางรองและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรองได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตัดสินใจยุติเวทีดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการคัดค้านโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความรุนแรงจะยุติลงแล้ว แต่อนาคตของโครงการยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นจะถูกจัดขึ้นใหม่เมื่อใด หรือทางการจะมีมาตรการอย่างไรในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่หรือการประชุมชุมชนที่มีความตึงเครียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเน้นย้ำความพร้อมของแผนอพยพและเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกคำสั่งจากต่างประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผนการอพยพมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และพร้อมสำหรับการนำไปติดตั้งใช้งานทันที

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้บุคลากรที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสถานการณ์เลวร้ายลง แม้ว่ารัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ในคำสั่งเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าภูมิภาคใดมีความเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเตรียมการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างไร และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญในการจัดสรรอุปกรณ์ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

ตำรวจจับกุมผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ฐานลักลอบขายคลิปวิดีโออนาจารเด็กชายวัย 16 ปีผ่านกลุ่มลับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้จับกุมบุคคลข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 16 ปี และนำไปขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลับที่มีการเรียกเก็บเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์และการเผยแพร่สื่อลามกผิดกฎหมาย การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตามกฎหมายไทย

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญในชั้นศาลและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการเผยแพร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้เสียหายหรือระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการดังกล่าว ประชาชนควรตระหนักถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลในท้องถิ่น และรายงานกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

ตำรวจรวบตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับในชลบุรี หลังหลบหนีมานาน 3 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรวบตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับในชลบุรี หลังหลบหนีมานาน 3 ปี

เจ้าหน้าที่จับกุมชายวัย 44 ปีในจังหวัดชลบุรี ปิดฉากการตามล่าตัวนาน 3 ปีจากคดีความรุนแรงเรื่องที่ดิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรวบตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับในชลบุรี หลังหลบหนีมานาน 3 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบตัวผู้ต้องหาหนีหมายจับในชลบุรี หลังหลบหนีมานาน 3 ปี

เจ้าหน้าที่จับกุมชายวัย 44 ปีในจังหวัดชลบุรี ปิดฉากการตามล่าตัวนาน 3 ปีจากคดีความรุนแรงเรื่องที่ดิน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาชายวัย 44 ปี ชื่อ 'ดำ' ได้ที่บ้านพักในตำบลแสนสุข จังหวัดชลบุรี ตามรายงานของ Khaosod Online การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการติดตามตัวนาน 3 ปี หลังจากศาลจังหวัดทุ่งสงได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566

ผู้ต้องหาเผชิญข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงข้อหาครอบครองและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีนี้สืบเนื่องมาจากเหตุความรุนแรงจากปัญหาที่ดิน ซึ่งผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ยิงน้าชายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ต้องหาได้ยิงปืนซ้ำเข้าไปที่บ้านของผู้เสียหายอีก 9 นัด และข่มขู่ครอบครัวของผู้เสียหายด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ที่เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะช่วยนำตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมานานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีและกำหนดการศาลยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการต่อไป ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 14:11 UTC

ตำรวจบุกจับคู่รักค้ายาเสพติดกลางพัทยา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบุกจับคู่รักค้ายาเสพติดกลางพัทยา

ตำรวจชลบุรีจับกุมหญิงสาวในพัทยาพร้อมไอซ์ 2 กก. นำไปสู่การขยายผลจับกุมแฟนหนุ่มในกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบุกจับคู่รักค้ายาเสพติดกลางพัทยา

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบุกจับคู่รักค้ายาเสพติดกลางพัทยา

ตำรวจชลบุรีจับกุมหญิงสาวในพัทยาพร้อมไอซ์ 2 กก. นำไปสู่การขยายผลจับกุมแฟนหนุ่มในกรุงเทพฯ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการล่อซื้อยาเสพติดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ได้วางแผนติดต่อล่อซื้อไอซ์จำนวน 2 กิโลกรัม ในราคา 200,000 บาท จากเอเยนต์ที่ใช้ชื่อในแอปพลิเคชันไลน์ว่า “หมูป่า”

การส่งมอบยาเสพติดนัดหมายกันที่ร้านคาเฟ่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพัทยาเหนือ จังหวัดชลบุรี เมื่อรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีแดง เดินทางมาถึง ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาหญิงพร้อมของกลางยาเสพติด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการสืบสวนไปยังกรุงเทพมหานคร จนสามารถจับกุมแฟนหนุ่มของผู้ต้องหาได้สำเร็จ โดยจากการตรวจค้นเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่รายงานว่าพบเคตามีนจำนวนมาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการค้ายาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างพัทยา แม้ว่าภัยคุกคามจากเครือข่ายนี้จะถูกระงับลงด้วยการจับกุมแล้ว แต่การสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับปริมาณยาเสพติดที่ยึดได้หรือขอบเขตของเครือข่ายดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับยาเสพติด และการมีส่วนเกี่ยวข้องในกิจกรรมเหล่านี้จะมีผลทางกฎหมายที่รุนแรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 14:11 UTC

ตำรวจรวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งลักรถจักรยานยนต์ Honda Forza
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งลักรถจักรยานยนต์ Honda Forza

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดชลบุรีจับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เชื่อมโยงกับขบวนการลักรถจักรยานยนต์ โดยมุ่งเป้าไปที่รุ่น Honda Forza 350 เพื่อส่งออกข้ามพรมแดน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งลักรถจักรยานยนต์ Honda Forza

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งลักรถจักรยานยนต์ Honda Forza

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดชลบุรีจับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เชื่อมโยงกับขบวนการลักรถจักรยานยนต์ โดยมุ่งเป้าไปที่รุ่น Honda Forza 350 เพื่อส่งออกข้ามพรมแดน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายสาธร อายุ 35 ปี และนายดำรงค์ อายุ 33 ปี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยาในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิด

ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ Honda Forza 350 เพิ่มเติมอีก 2 คัน ซึ่งมีการแจ้งหายไว้ที่สถานีตำรวจภูธรศรีราชา รายงานของตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาเลือกขโมยรถรุ่นนี้โดยเฉพาะเนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดสูง การสืบสวนชี้ให้เห็นว่าเมื่อขโมยรถได้แล้ว จะมีการนำรถส่งต่อไปยังภาคเหนือของไทยก่อนจะลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์รุ่นที่เป็นที่ต้องการของตลาด แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการทลายเครือข่ายในพื้นที่ แต่ขอบเขตการดำเนินงานทั้งหมดของขบวนการนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีรถคันอื่นที่ถูกดำเนินการผ่านเครือข่ายนี้อีกจำนวนเท่าใด หรือยังมีผู้ต้องหารายอื่นที่ยังหลบหนีอยู่หรือไม่ เจ้าของรถจักรยานยนต์รุ่นยอดนิยมควรเพิ่มความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยของรถ โดยเฉพาะเมื่อจอดในที่สาธารณะหรือที่ที่ไม่มีผู้ดูแล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 14:11 UTC

รวบชายชาวจีนในภูเก็ต หลังอยู่เกินกำหนดวีซ่านานกว่า 2,800 วัน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายชาวจีนในภูเก็ต หลังอยู่เกินกำหนดวีซ่านานกว่า 2,800 วัน

ตำรวจไซเบอร์ภูเก็ตจับกุมชายชาวจีนซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับในประเทศบ้านเกิดจากคดีอาญาร้ายแรง ทั้งการทำลายทรัพย์สินและการทำร้ายร่างกาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายชาวจีนในภูเก็ต หลังอยู่เกินกำหนดวีซ่านานกว่า 2,800 วัน

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายชาวจีนในภูเก็ต หลังอยู่เกินกำหนดวีซ่านานกว่า 2,800 วัน

ตำรวจไซเบอร์ภูเก็ตจับกุมชายชาวจีนซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับในประเทศบ้านเกิดจากคดีอาญาร้ายแรง ทั้งการทำลายทรัพย์สินและการทำร้ายร่างกาย

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ตำรวจไซเบอร์ในจังหวัดภูเก็ตได้จับกุมชายชาวจีนชื่อ จาง โหย่ง (Zhang Yong) ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการจีนในหลายข้อหาร้ายแรง รวมถึงการรื้อถอนบ้านโดยผิดกฎหมาย การยึดบริษัท และการทำร้ายร่างกายจนเหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส

นอกเหนือจากคดีอาญาที่ค้างอยู่ในประเทศจีนแล้ว เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังยืนยันว่าผู้ต้องหารายนี้พำนักอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยบันทึกระบุว่า จาง โหย่ง อยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay) มานานถึง 2,823 วัน ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของไทยอย่างร้ายแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไทยในการระบุตัวและจับกุมชาวต่างชาติที่ถูกหมายจับในประเทศบ้านเกิด หรือผู้ที่กระทำผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวให้ทางการจีนเมื่อใด หรือจะต้องเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติมภายในระบบศาลไทยจากกรณีการอยู่เกินกำหนดวีซ่าเป็นเวลานานหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉพาะของผู้ต้องหาระหว่างที่พำนักอยู่ในภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 14:11 UTC

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา

กรมทรัพยากรน้ำของไทยได้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเฉพาะทางที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความโปร่งใสและจริยธรรมในการปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา

กรมทรัพยากรน้ำของไทยได้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเฉพาะทางที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความโปร่งใสและจริยธรรมในการปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศการเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมในหัวข้อ 'ทส. โปร่งใส ไร้ทุจริต' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อบูรณาการการศึกษาด้านการต่อต้านการทุจริตเข้ากับการปฏิบัติงานประจำวันของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (MNRE)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปฏิรูปการบริหารและความซื่อสัตย์ของสถาบัน แม้ว่าการฝึกอบรมนี้จะเป็นมาตรการบริหารภายใน แต่โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความรับผิดชอบของบริการสาธารณะ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำและการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นในหน่วยงานรัฐอาจนำไปสู่บริการสาธารณะที่เชื่อถือได้มากขึ้นและการสื่อสารที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวที่เฉพาะเจาะจงของการฝึกอบรมนี้ต่อขั้นตอนการปฏิบัติงานของกรมฯ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าแนวทางปฏิบัติด้านจริยธรรมเหล่านี้จะถูกวัดผลหรือบังคับใช้อย่างไรในโครงการสาธารณะในอนาคต ในขณะที่หน่วยงานยังคงดำเนินการตามมาตรฐานเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการฝึกอบรมภายในเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับปรุงที่วัดผลได้ในการให้บริการสาธารณะและความโปร่งใสในการบริหารหรือไม่ โดยคาดว่าทางกรมฯ จะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์ของโครงการนี้ในเวลาที่เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 13:51 UTC

ตำรวจไซเบอร์รวบ 2 ผู้ต้องหาลักลอบค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์รวบ 2 ผู้ต้องหาลักลอบค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์

ตำรวจไซเบอร์ของไทยจับกุมผู้ต้องหา 2 รายในจังหวัดปทุมธานีและเพชรบุรี ฐานลักลอบเปิดเครือข่ายซื้อขายอาวุธปืนเถื่อนผ่านช่องทางออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไซเบอร์รวบ 2 ผู้ต้องหาลักลอบค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์รวบ 2 ผู้ต้องหาลักลอบค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์

ตำรวจไซเบอร์ของไทยจับกุมผู้ต้องหา 2 รายในจังหวัดปทุมธานีและเพชรบุรี ฐานลักลอบเปิดเครือข่ายซื้อขายอาวุธปืนเถื่อนผ่านช่องทางออนไลน์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้ประกาศการจับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นที่พักอาศัยในจังหวัดปทุมธานีและเพชรบุรี ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ซึ่งรวมถึงอาวุธปืนไทยประดิษฐ์

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการ สอท. ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายได้รับสารภาพตามข้อกล่าวหา และได้ถูกส่งตัวไปยังสถานีตำรวจท้องที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องเพื่อทลายเครือข่ายที่อำนวยความสะดวกในการกระจายอาวุธผิดกฎหมายผ่านช่องทางดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดของอาวุธผิดกฎหมาย แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอาชญากรรมเฉพาะกลุ่ม แต่ก็เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎระเบียบด้านอาวุธปืนที่เข้มงวดในประเทศไทย สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการครอบครองและการค้าอาวุธปืนอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดตามกฎหมายไทย เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของเครือข่ายและผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมที่อาจเกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 13:31 UTC

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชื่อดังแจ้งความเอาผิดเพจกุข่าวฉาวโยงเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชื่อดังแจ้งความเอาผิดเพจกุข่าวฉาวโยงเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชื่อดังเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จโดยโยงความสัมพันธ์ของเธอกับเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชื่อดังแจ้งความเอาผิดเพจกุข่าวฉาวโยงเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

แหล่งข่าวเดียว
แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชื่อดังแจ้งความเอาผิดเพจกุข่าวฉาวโยงเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชื่อดังเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จโดยโยงความสัมพันธ์ของเธอกับเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 น.ส.พจนี หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว' พร้อมด้วยแฟนหนุ่ม ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เธอได้ยื่นแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กแห่งหนึ่งที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยกล่าวหาว่าเธอมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

น.ส.พจนี ซึ่งประกอบธุรกิจจัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวนอกสถานที่ ระบุว่าข่าวลือดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของเธอและทางวัด เธอชี้แจงว่าความสัมพันธ์กับเจ้าอาวาสเป็นเพียงความเคารพในฐานะลูกศิษย์และผู้ใหญ่ที่เมตตาเหมือนลูกสาวเท่านั้น โดยเจ้าอาวาสเป็นพระนักพัฒนาที่มักว่าจ้างร้านค้าในท้องถิ่นหลายแห่งเพื่อจัดทำโรงทานช่วยเหลือผู้ยากไร้อยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงแค่ร้านของเธอเท่านั้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือนบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับบุคคลในท้องถิ่นและสถาบันทางศาสนา แม้ว่าผู้เสียหายจะยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและเรียกค่าเสียหาย แต่ในขณะนี้ยังต้องรอการตรวจสอบตัวตนของผู้ดูแลเพจและผลทางกฎหมายต่อไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนวัดจุฬามณีควรทราบว่าประเด็นดังกล่าวอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 13:11 UTC

ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ในปทุมธานีและชลบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ในปทุมธานีและชลบุรี

ทางการไทยทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและชลบุรี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ในปทุมธานีและชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ในปทุมธานีและชลบุรี

ทางการไทยทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและชลบุรี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้ขยายผลการสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยปฏิบัติการดังกล่าวได้เข้าตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้เป็นจำนวนมาก

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้สั่งซื้ออาวุธผ่านช่องทางออนไลน์ การกวาดล้างครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยในการยับยั้งการแพร่กระจายของอาวุธผิดกฎหมายที่จำหน่ายผ่านตลาดดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนของไทยอย่างเข้มงวด แม้ว่าปฏิบัติการเหล่านี้จะมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอาชญากรรม แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่ร้ายแรงจากการครอบครองหรือซื้อขายอาวุธที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศ ในขณะนี้ ขอบเขตที่แท้จริงของเครือข่ายและการคาดการณ์ว่าจะมีการจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ โดยการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่ตำรวจติดตามร่องรอยทางดิจิทัลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าผิดกฎหมายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 12:50 UTC

เหตุแทงกันเสียชีวิตในพื้นที่ระยอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุแทงกันเสียชีวิตในพื้นที่ระยอง

หญิงวัย 35 ปีเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวที่ปลวกแดง จังหวัดระยอง ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุแทงกันเสียชีวิตในพื้นที่ระยอง

แหล่งข่าวเดียว
เหตุแทงกันเสียชีวิตในพื้นที่ระยอง

หญิงวัย 35 ปีเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาทในครอบครัวที่ปลวกแดง จังหวัดระยอง ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์แทงกันเสียชีวิตเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปลวกแดงได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดภายในห้องพักแห่งหนึ่งในหมู่ 4 ตำบลปลวกแดง หลังจากได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรง

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบหญิงสาวอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นพนักงานบริษัท มีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่ชายโครงทะลุถึงขั้วหัวใจ แม้จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่พบอาวุธมีดทำครัวในที่เกิดเหตุซึ่งเชื่อว่าเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุถูกระบุว่าเป็นแฟนหนุ่มอายุ 42 ปี ซึ่งได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันทีหลังเกิดเหตุและยังคงอยู่ระหว่างการหลบหนี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในระดับครัวเรือน แม้เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แต่ผู้ก่อเหตุยังคงหลบหนีการจับกุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าผู้ก่อเหตุจะถูกจับกุมเมื่อใดและสถานการณ์ใดที่นำไปสู่การบานปลายของเหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าว เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงดำเนินการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 12:50 UTC

กกต. เตรียมส่งรายชื่อ 77 รายชื่อต่อศาล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กกต. เตรียมส่งรายชื่อ 77 รายชื่อต่อศาล

นายณรงค์ กรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันว่า กกต. ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมประกาศเตรียมส่งรายชื่อ 77 รายชื่อต่อศาล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กกต. เตรียมส่งรายชื่อ 77 รายชื่อต่อศาล

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เตรียมส่งรายชื่อ 77 รายชื่อต่อศาล

นายณรงค์ กรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันว่า กกต. ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมประกาศเตรียมส่งรายชื่อ 77 รายชื่อต่อศาล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายณรงค์ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยืนยันต่อสาธารณะว่า กกต. กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ในระหว่างการแถลง นายณรงค์ได้ตอบโต้คำวิจารณ์จากอดีตกรรมการการเลือกตั้ง โดยเสนอว่าทุกฝ่ายควรหันมาช่วยกันรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร

ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ กกต. กำลังเตรียมส่งรายชื่อจำนวน 77 รายชื่อต่อศาล แม้ว่ารายงานจะไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของคดีหรือตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นมาตรการทางบริหารหรือทางกฎหมายที่สำคัญของคณะกรรมการ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมเข้มข้นภายในหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเลือกตั้งและกฎหมายของไทย แม้ว่าการดำเนินการทางบริหารเช่นนี้จะเป็นขั้นตอนปกติของ กกต. แต่ก็มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการอภิปรายทางการเมืองในวงกว้าง ในขณะนี้ ผลกระทบที่ชัดเจนต่อสาธารณชนยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจาก กกต. ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของคดีทั้ง 77 รายชื่อ หรือกำหนดการพิจารณาคดีของศาล ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการดำเนินการทางกฎหมายเหล่านี้จะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:50 UTC

ไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติดจบลงด้วยอุบัติเหตุและการจับกุมในอุทัยธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติดจบลงด้วยอุบัติเหตุและการจับกุมในอุทัยธานี

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด หลังจากการไล่ล่าด้วยความเร็วสูงที่จบลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในจังหวัดอุทัยธานี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติดจบลงด้วยอุบัติเหตุและการจับกุมในอุทัยธานี

แหล่งข่าวเดียว
ไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติดจบลงด้วยอุบัติเหตุและการจับกุมในอุทัยธานี

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด หลังจากการไล่ล่าด้วยความเร็วสูงที่จบลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในจังหวัดอุทัยธานี

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ปฏิบัติการร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และตำรวจท้องที่ นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย หลังจากการไล่ล่าที่เริ่มต้นจากภาคเหนือของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod Online เจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถเก๋งสีแดงทะเบียนนครราชสีมา ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย

การไล่ล่าสิ้นสุดลงเมื่อรถของผู้ต้องหาประสบอุบัติเหตุบริเวณทางแยกใกล้หมู่บ้านไร่อ้อยพัฒนา ในอำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้จอดรถทิ้งไว้และพยายามหลบหนีเข้าไปในป่าใกล้เคียง เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและจับกุมตัวทั้งสองคนได้ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบรถเก๋งที่ถูกทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่พบกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 12 กระสอบ รวมทั้งสิ้น 2.6 ล้านเม็ด แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงเครือข่ายค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดขนาดใหญ่ แม้ภัยคุกคามจากบุคคลกลุ่มนี้จะถูกระงับแล้ว แต่นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าอาจมีการตั้งด่านตรวจและเพิ่มการลาดตระเวนของตำรวจในพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการดังกล่าว คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ต้องหาและจุดหมายปลายทางของยาเสพติดในระหว่างกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:31 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ 'Connect the Dots' เพื่อปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ 'Connect the Dots' เพื่อปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่เพื่อเชื่อมโยงระบบข้อมูลทางการเงินและยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยเปิดตัวโครงการ 'Connect the Dots' เพื่อปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'Connect the Dots' เพื่อปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่เพื่อเชื่อมโยงระบบข้อมูลทางการเงินและยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รัฐบาลไทยได้เปิดตัวคณะอนุกรรมการ 'Connect the Dots' โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โครงการนี้ซึ่งกำกับดูแลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายเพื่อปิดช่องโหว่ในระบบข้อมูลทางการเงินที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงประชาชน

วัตถุประสงค์หลักของคณะกรรมการคือการทำให้ระบบการเงินของหน่วยงานรัฐทั้งหมดเชื่อมโยงกัน เพื่อให้สามารถระงับและอายัดธุรกรรมที่น่าสงสัยได้อย่างทันท่วงที มติสำคัญจากการประชุมล่าสุดคือการยกระดับกระบวนการยืนยันตัวตนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของ Financial Action Task Force (FATF) ซึ่งรวมถึงการใช้โปรโตคอล Know Your Customer (KYC) และ Extended Due Diligence (EDD) อย่างเข้มงวด เพื่อให้มาตรการความปลอดภัยทางการเงินของไทยเทียบเท่ากับศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกอย่างสิงคโปร์และสหราชอาณาจักร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับธุรกรรมทางการเงินดิจิทัล แม้ว่ามาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบูรณาการระบบเหล่านี้ในทุกหน่วยงานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนใช้ช่องทางการแจ้งเหตุที่กำหนดไว้หากพบกิจกรรมที่น่าสงสัย โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นนี้ในขณะที่คณะกรรมการดำเนินงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:31 UTC

ยื่นคำร้องทางกฎหมายขอโอนคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ให้กองปราบปรามดำเนินการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยื่นคำร้องทางกฎหมายขอโอนคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ให้กองปราบปรามดำเนินการ

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้โอนสำนวนคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินไปให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้รับผิดชอบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยื่นคำร้องทางกฎหมายขอโอนคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ให้กองปราบปรามดำเนินการ

แหล่งข่าวเดียว
ยื่นคำร้องทางกฎหมายขอโอนคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ให้กองปราบปรามดำเนินการ

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้โอนสำนวนคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินไปให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้รับผิดชอบ

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยคำร้องดังกล่าวขอให้โอนสำนวนคดีอาญา 2 คดี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ไปให้กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้ดำเนินการแทน

คำร้องนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินที่พุ่งเป้าไปยังสมชัย, ปริญญา, ยิ่งชีพ และพวก ดร.ณัฐวุฒิได้ให้เหตุผลสนับสนุนให้กองปราบปรามเข้ามาทำคดีนี้โดยอ้างถึงลักษณะของข้อหาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียง แม้ว่าในขณะนี้จะเป็นเพียงขั้นตอนทางกระบวนการตำรวจ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงทางการเงินและประชาชนอย่างจริงจังภายในระบบกฎหมายไทย

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะอนุมัติคำร้องขอโอนย้ายเขตอำนาจคดีเหล่านี้หรือไม่ ในปัจจุบันการสอบสวนยังคงอยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ และยังไม่มีการประกาศการตัดสินใจอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการโอนคดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมว่าคดีจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานเฉพาะทางตามที่ร้องขอหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:15 UTC

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุหญิงวัย 43 ปีเสียชีวิตปริศนาในห้องนอน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุหญิงวัย 43 ปีเสียชีวิตปริศนาในห้องนอน

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนการเสียชีวิตของหญิงวัย 43 ปีที่ถูกพบในห้องนอนพร้อมบาดแผลหลายแห่งและคราบเลือด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุหญิงวัย 43 ปีเสียชีวิตปริศนาในห้องนอน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุหญิงวัย 43 ปีเสียชีวิตปริศนาในห้องนอน

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนการเสียชีวิตของหญิงวัย 43 ปีที่ถูกพบในห้องนอนพร้อมบาดแผลหลายแห่งและคราบเลือด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้เริ่มการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของหญิงวัย 43 ปีที่ถูกพบในห้องนอนของเธอ เจ้าหน้าที่สอบสวนที่มาถึงที่เกิดเหตุรายงานว่าพบรอยเลือดและบาดแผลหลายจุดบนร่างกายของผู้เสียชีวิต ซึ่งนำไปสู่การตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเหตุเสียชีวิตที่น่าสงสัย แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการร้องขอระหว่างการสอบสวนในพื้นที่พักอาศัย

ในขณะนี้ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตยังคงไม่ชัดเจน ตำรวจยังไม่ได้ยืนยันว่าบาดแผลเกิดจากการทำร้ายตัวเองหรือเป็นผลมาจากการกระทำผิดทางอาญา คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมปรากฏขึ้นเมื่อมีการประมวลผลหลักฐานทางนิติเวชและเจ้าหน้าที่สอบสวนยังคงดำเนินการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องต่อไป ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:10 UTC

ตำรวจบุกทลายแหล่งติดตั้งเครื่องซิมบ๊อกซ์ในสระบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบุกทลายแหล่งติดตั้งเครื่องซิมบ๊อกซ์ในสระบุรี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดสระบุรีจับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงโดยใช้เทคโนโลยีซิมบ๊อกซ์เพื่อหลอกลวงประชาชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบุกทลายแหล่งติดตั้งเครื่องซิมบ๊อกซ์ในสระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบุกทลายแหล่งติดตั้งเครื่องซิมบ๊อกซ์ในสระบุรี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดสระบุรีจับกุมผู้ต้องหา 2 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงโดยใช้เทคโนโลยีซิมบ๊อกซ์เพื่อหลอกลวงประชาชน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และสถานีตำรวจภูธรวิหารแดง ได้เข้าตรวจค้นห้องเช่าแห่งหนึ่งในอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชายวัย 22 ปี และแฟนสาววัย 20 ปี หลังจากตรวจพบเครื่องซิมบ๊อกซ์จำนวน 2 เครื่องภายในที่พัก

จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาชายซึ่งเป็นอดีตแอดมินเว็บไซต์พนันในปอยเปต ได้หันมารับจ้างเฝ้าเครื่องดังกล่าวหลังจากตกงาน เจ้าหน้าที่ระบุว่าอุปกรณ์เหล่านี้ถูกใช้ในกิจกรรมฉ้อโกงซึ่งมีมูลค่าความเสียหายเกือบ 500,000 บาท โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเพิ่งเริ่มทำงานนี้ได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้ในการก่อเหตุ แม้ว่าการใช้เทคโนโลยีซิมบ๊อกซ์ ซึ่งช่วยให้มิจฉาชีพสามารถปกปิดตำแหน่งที่ตั้งและส่งข้อความหลอกลวงจำนวนมากจะเป็นกลวิธีที่ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่การตรวจพบอุปกรณ์เหล่านี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางดิจิทัล ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีผู้เสียหายจำนวนเท่าใดที่ตกเป็นเป้าหมายของขบวนการนี้ และผู้ต้องหาได้กระทำการภายใต้การสั่งการของเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของการฉ้อโกงกับอุปกรณ์ที่ยึดได้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:32 UTC

ไทยเตรียมเชื่อมฐานข้อมูล 7 หน่วยงานเพื่อรับแจ้งเหตุฉ้อโกงแบบเบ็ดเสร็จ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมเชื่อมฐานข้อมูล 7 หน่วยงานเพื่อรับแจ้งเหตุฉ้อโกงแบบเบ็ดเสร็จ

โครงการใหม่มุ่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ 7 แห่ง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการอายัดทรัพย์สินเมื่อเกิดเหตุฉ้อโกง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยเตรียมเชื่อมฐานข้อมูล 7 หน่วยงานเพื่อรับแจ้งเหตุฉ้อโกงแบบเบ็ดเสร็จ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมเชื่อมฐานข้อมูล 7 หน่วยงานเพื่อรับแจ้งเหตุฉ้อโกงแบบเบ็ดเสร็จ

โครงการใหม่มุ่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ 7 แห่ง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการอายัดทรัพย์สินเมื่อเกิดเหตุฉ้อโกง

ตามรายงานจาก Matichon Online คณะกรรมการ 'Connect the Dots' กำลังดำเนินการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินโดยการเชื่อมโยงฐานข้อมูลจาก 7 หน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุฉ้อโกงได้ที่จุดเดียว ซึ่งจะช่วยให้สามารถดำเนินการอายัดทรัพย์สินได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งซ้ำซ้อนในหลายหน่วยงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาความซับซ้อนในการแจ้งเหตุอาชญากรรมทางการเงินในปัจจุบัน การรวมศูนย์กระบวนการแจ้งเหตุจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถลดระยะเวลาในการรักษาความปลอดภัยของเงินทุนหลังจากเกิดเหตุฉ้อโกง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการติดตามทรัพย์สินคืนให้กับผู้เสียหายได้มากขึ้น

แม้ว่าโครงการนี้จะให้คำมั่นถึงการตอบสนองต่อการฉ้อโกงทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้ง 7 แห่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด และขั้นตอนการปฏิบัติงานจริงว่าประชาชนจะต้องใช้งานระบบนี้อย่างไรนั้นยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคเพื่อให้ระบบต่างๆ สามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมออกมาในขณะที่โครงการดำเนินไปสู่ขั้นตอนการใช้งานจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:10 UTC

เร่งสอบสวนเหตุเสียชีวิตปริศนาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เร่งสอบสวนเหตุเสียชีวิตปริศนาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เจ้าหน้าที่ในอำเภอบางปะอินกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของหญิงวัย 43 ปี ที่ถูกพบในบ้านพักหลังจากผ่านไป 3 วัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เร่งสอบสวนเหตุเสียชีวิตปริศนาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
เร่งสอบสวนเหตุเสียชีวิตปริศนาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เจ้าหน้าที่ในอำเภอบางปะอินกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของหญิงวัย 43 ปี ที่ถูกพบในบ้านพักหลังจากผ่านไป 3 วัน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ตำรวจ สภ.บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุพบร่างหญิงวัย 43 ปี ทราบชื่อคือ น.ส.สลินญา เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านไม้ใต้ถุนสูง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ มารดาของผู้เสียชีวิตเป็นผู้พบศพ ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าผู้เสียชีวิตมีบาดแผลหลายจุด รวมถึงบาดแผลที่คล้ายถูกของมีคมบริเวณลำคอ ใบหน้า และแขน นอกจากนี้ยังมีลักษณะคล้ายต้นคอหัก เจ้าหน้าที่ยังพบรอยเท้าเปื้อนเลือดเดินไปทางหน้าต่าง ประเด็นที่น่าสงสัยสำหรับเจ้าหน้าที่คือสภาพความปลอดภัยของบ้าน เนื่องจากพบว่าประตู 2 จุดถูกล็อกในลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สามีของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่าได้มาหาภรรยาในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 11 กันยายน ก่อนที่จะออกไปทำงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนของตำรวจเกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตที่รุนแรง แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงน่าสงสัย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์หรือระบุตัวผู้ต้องสงสัย สิ่งสำคัญคือต้องรอให้การสอบสวนอย่างเป็นทางการดำเนินต่อไปเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัด โดยจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อผลการพิสูจน์หลักฐานมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:12 UTC

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเปิดตัวโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่เยาวชน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเปิดตัวโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่เยาวชน

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้เริ่มโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายที่โรงเรียนวิชูทิศ เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับผลกระทบทางกฎหมายของยาเสพติด อาชญากรรมทางไซเบอร์ ความผิดทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเปิดตัวโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่เยาวชน

แหล่งข่าวเดียว
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเปิดตัวโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่เยาวชน

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้เริ่มโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายที่โรงเรียนวิชูทิศ เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับผลกระทบทางกฎหมายของยาเสพติด อาชญากรรมทางไซเบอร์ ความผิดทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้เปิดตัวโครงการ 'รู้ก่อนผิด คิดก่อนหลงทาง' ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางกฎหมายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำต่างๆ

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อาชญากรรมทางไซเบอร์ ความผิดทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัว การให้ความรู้แก่เยาวชนในหัวข้อเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการป้องกันตนเองเชิงรุก กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการเดินพาเหรดของนักเรียนและการแสดงละครที่สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเหล่านี้ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนบทบาทของระบบยุติธรรมไทยที่มุ่งเน้นการให้ความรู้ทางกฎหมายเชิงป้องกันสำหรับเยาวชน แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่เยาวชนในวัยเรียน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการแก้ไขปัญหาสังคมผ่านการสร้างความตระหนักรู้ทางกฎหมาย ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการนำร่องนี้จะขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศหรือไม่ หรือจะมีการเพิ่มหัวข้อทางกฎหมายอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ ศาลยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 11:12 UTC