ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง ✦
เศรษฐกิจ Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน ✦
วัฒนธรรม พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค ✦
ความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือในประเด็นการค้า การลงทุน และบริการด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการหารือที่มีกำหนดการแน่นขนัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเจรจาระดับสูงกับตัวแทนจากภาคการค้า ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน

นอกจากนี้ วาระการประชุมยังรวมถึงการหารือเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภาคบริการและอุตสาหกรรมการบิน การหารือเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เนื่องจากข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบินและการค้าอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในอนาคต รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย

แม้จะมีการยืนยันว่ากำหนดการของนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นไปที่เสาหลักทางเศรษฐกิจเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ข้อตกลงที่ลงนาม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศหรือไม่ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาทางการทูตเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เศรษฐกิจ

Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

Asset World Corp (AWC) เตรียมยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR วันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนำสินทรัพย์หลัก 5 แห่งเข้าร่วม

จากรายงานของ Khaosod Online บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR ในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้านำสินทรัพย์ประเภทฟรีโฮลด์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 4 แห่งและอาคารสำนักงานเกรดเอ 1 แห่ง เข้าร่วมกองทรัสต์ โดยมีมูลค่าเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ AWR เป็น REIT ชั้นนำที่เน้นการลงทุนในประเทศไทย 100% โดย AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนไทยจะถือครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกองทรัสต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานสำหรับสินทรัพย์อีก 9 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มและการยกระดับความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ AWC แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของกองทรัสต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมทุกแห่งยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ อยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อติดตามความเสี่ยงจากน้ำท่วม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตารางการเดินทางหรือสภาพถนน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางหรือบริการขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในขณะนี้ พื้นที่เฉพาะที่ได้รับความสำคัญสำหรับการเข้าช่วยเหลือทันทีและการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของบริการขนส่งที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและแผนการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าท่านผลิตยาสมุนไพรรักษาได้ทุกโรค

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำภาพของท่านไปตัดต่อด้วย AI และโฆษณาชวนเชื่อว่าทางวัดผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ได้จนหายขาด ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อขอยา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

พระพยอมชี้แจงว่า ท่านเป็นเพียงพระนักเทศน์และนักพัฒนา ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร และทางวัดไม่มีการผลิตยารักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำให้ประชาชนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมีการแอบอ้างชื่อกระทรวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าปลอม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพที่พบในโซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางศาสนาหรือการอ้างสรรพคุณรักษาโรคปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่แอบอ้างชื่ออย่างไร ขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางมาที่วัดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากทางวัดไม่มีบริการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช เปิดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post ทั้งเซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ได้เปิดพื้นที่จอดรถอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการพื้นที่จอดรถฟรีในจุดที่สูงและปลอดภัยสำหรับยานพาหนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนปกป้องทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ในขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบกำลังเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษายานพาหนะให้พ้นจากน้ำท่วม

แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถได้ในทันที แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้เน้นเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่จอดรถเท่านั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม และบริการฉุกเฉินอื่นๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของพื้นที่จอดรถเหล่านี้โดยตรงกับฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะนำรถไปจอด เนื่องจากความจุอาจมีจำกัดและสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:18 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองรังสิต เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสะสมของน้ำและเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงความสามารถในการระบายน้ำ แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับระดับน้ำ

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของความพยายามในการระบายน้ำเหล่านี้ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกยกเลิกกะทันหันหลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความตึงเครียดเริ่มขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 800 คน กับสมาชิกกลุ่ม “โอโซนรักบ้านเกิด อ.ชำนิ” ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการมาโดยตลอดเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่กันบริเวณหน้าเวที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่เหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดความโกลาหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างน้อย 1 รายจากการถูกของแข็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวมถึงนายอำเภอนางรองและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรองได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตัดสินใจยุติเวทีดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการคัดค้านโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความรุนแรงจะยุติลงแล้ว แต่อนาคตของโครงการยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นจะถูกจัดขึ้นใหม่เมื่อใด หรือทางการจะมีมาตรการอย่างไรในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่หรือการประชุมชุมชนที่มีความตึงเครียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเน้นย้ำความพร้อมของแผนอพยพและเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกคำสั่งจากต่างประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผนการอพยพมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และพร้อมสำหรับการนำไปติดตั้งใช้งานทันที

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้บุคลากรที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสถานการณ์เลวร้ายลง แม้ว่ารัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ในคำสั่งเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าภูมิภาคใดมีความเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเตรียมการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างไร และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญในการจัดสรรอุปกรณ์ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

ตำรวจจับกุมผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ฐานลักลอบขายคลิปวิดีโออนาจารเด็กชายวัย 16 ปีผ่านกลุ่มลับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้จับกุมบุคคลข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 16 ปี และนำไปขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลับที่มีการเรียกเก็บเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์และการเผยแพร่สื่อลามกผิดกฎหมาย การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตามกฎหมายไทย

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญในชั้นศาลและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการเผยแพร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้เสียหายหรือระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการดังกล่าว ประชาชนควรตระหนักถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลในท้องถิ่น และรายงานกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

พรรคประชาธิปัตย์จี้กระทรวงพลังงานเร่งสอบต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์จี้กระทรวงพลังงานเร่งสอบต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3

พรรคประชาธิปัตย์ขอบคุณกระทรวงพลังงานที่ตอบรับข้อเสนอในการเร่งตรวจสอบหาต้นตอของเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลในพื้นที่พระราม 3

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พรรคประชาธิปัตย์จี้กระทรวงพลังงานเร่งสอบต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์จี้กระทรวงพลังงานเร่งสอบต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3

พรรคประชาธิปัตย์ขอบคุณกระทรวงพลังงานที่ตอบรับข้อเสนอในการเร่งตรวจสอบหาต้นตอของเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลในพื้นที่พระราม 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความขอบคุณต่อกระทรวงพลังงานที่ตอบรับข้อเสนอในการเร่งตรวจสอบหาต้นตอของเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้นในเขตพระราม 3

ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางพรรคได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้กระทรวงพลังงานเปิดเผยผลการตรวจสอบอัตลักษณ์ของน้ำมันอย่างโปร่งใส เพื่อระบุแหล่งที่มาที่แน่ชัดของมลพิษและดำเนินการตามความรับผิดชอบรวมถึงการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในพื้นที่พระราม 3 ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดการกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ แม้ว่ากระทรวงพลังงานจะตกลงที่จะดำเนินการตรวจสอบแล้ว แต่ผลการวิเคราะห์อัตลักษณ์ของน้ำมันยังไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลนี้ และผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบจะเป็นอย่างไร คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำมันในห้องปฏิบัติการเสร็จสิ้น ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานะทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:30 UTC

‘น้องหลงหลง’ แมวขวัญใจ สภ.เชิงทะเล กลับมาประจำการแล้ว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘น้องหลงหลง’ แมวขวัญใจ สภ.เชิงทะเล กลับมาประจำการแล้ว

แมวขวัญใจประจำสถานีตำรวจในภูเก็ตถูกพบตัวอย่างปลอดภัยหลังจากหายไปในช่วงสั้นๆ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘น้องหลงหลง’ แมวขวัญใจ สภ.เชิงทะเล กลับมาประจำการแล้ว

แหล่งข่าวเดียว
‘น้องหลงหลง’ แมวขวัญใจ สภ.เชิงทะเล กลับมาประจำการแล้ว

แมวขวัญใจประจำสถานีตำรวจในภูเก็ตถูกพบตัวอย่างปลอดภัยหลังจากหายไปในช่วงสั้นๆ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้รับตัว “น้องหลงหลง” แมวขวัญใจประจำโรงพักกลับมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากที่น้องหายตัวไปจนเกิดการระดมกำลังตามหาจากทั้งเจ้าหน้าที่และชาวโซเชียลมีเดีย

น้องหลงหลงถูกพบตัวหลังจากได้รับเบาะแสจากเจ้าของร้านขายต้นไม้บริเวณแยกบางโจที่พบเห็นน้องเดินอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปรับตัวกลับมายังสถานี ทั้งนี้ สภ.เชิงทะเลได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอย่างอารมณ์ดีว่า เนื่องจากน้องหลงหลงขาดราชการไม่เกิน 15 วัน จึงยังคงรักษาตำแหน่ง “แมวประจำการ” เอาไว้ได้โดยไม่ต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศที่เป็นกันเองของสถานีตำรวจแห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตาจนภารกิจตามหาสำเร็จ ปัจจุบันประชาชนสามารถแวะมาเยี่ยมและทักทายน้องหลงหลงที่กลับมาทำหน้าที่ต้อนรับผู้มาติดต่อราชการได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ทางสถานีไม่ได้ระบุว่าจะมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้น้องหลงหลงเดินออกไปนอกพื้นที่อีกในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:12 UTC

การสอบสวนความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระ 'โชติ'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระ 'โชติ'

ทางการไทยกำลังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงกับอดีตพระที่รู้จักกันในชื่อ 'โชติ'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระ 'โชติ'

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระ 'โชติ'

ทางการไทยกำลังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงกับอดีตพระที่รู้จักกันในชื่อ 'โชติ'

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระที่ระบุชื่อว่า 'โชติ' และผู้เกี่ยวข้องที่เรียกว่า 'สีกาเอ๋' โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยในบัญชีที่เชื่อมโยงกับบุคคลทั้งสองเป็นจำนวนเงินกว่า 300 ล้านบาท

การสอบสวนนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากเนื่องจากมีข่าวลือเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของสถานที่ทางศาสนาที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะวัดจุฬามณีและวัดป่าภูผาสูง เพื่อตอบโต้ข่าวลือดังกล่าว ทางตำรวจสอบสวนกลางได้ชี้แจงสถานการณ์โดยยืนยันว่าวัดเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าคดีได้ถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการรักษาความโปร่งใสภายในสถาบันทางศาสนา แม้ว่าการสอบสวนในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความผิดปกติทางการเงิน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดในการจัดการการเงินของวัด ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับที่มาของเงินและขอบเขตของการทุจริตที่ถูกกล่าวหายังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อคณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบหลักฐานที่ได้รับจากตำรวจสอบสวนกลางต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:50 UTC

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางชี้แจงกรณีวัดจุฬามณี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางชี้แจงกรณีวัดจุฬามณี

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงหลักการตรวจสอบวัดที่เป็นข่าว พร้อมขอให้สังคมแยกแยะระหว่างความศรัทธา สถานที่ และพฤติกรรมส่วนบุคคล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางชี้แจงกรณีวัดจุฬามณี

แหล่งข่าวเดียว
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางชี้แจงกรณีวัดจุฬามณี

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงหลักการตรวจสอบวัดที่เป็นข่าว พร้อมขอให้สังคมแยกแยะระหว่างความศรัทธา สถานที่ และพฤติกรรมส่วนบุคคล

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับวัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม โดยยืนยันว่าตำรวจสอบสวนกลางยึดหลักการรับเรื่องร้องเรียนแล้วต้องมีการพิสูจน์ทราบก่อนดำเนินการ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ อธิบายว่า หากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิดทางอาญา เช่น การเบียดบังทรัพย์สินของวัด ตำรวจจะดำเนินคดีทันที แต่ในกรณีที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ตำรวจจะใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชน ทั้งนี้ ได้ฝากข้อคิดให้สังคมและสื่อมวลชนช่วยกันแยกแยะระหว่าง 3 ส่วน คือ ศาสนาพุทธ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือวัด และพฤติกรรมของบุคคล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการตรวจสอบสถาบันทางศาสนาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย โดยตำรวจสอบสวนกลางยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลหรือข้อร้องเรียนความผิดปกติใดๆ เกี่ยวกับวัดจุฬามณีหรือวัดอื่นๆ ที่เป็นข่าว ส่วนพฤติกรรมที่ไม่เข้าข่ายความผิดทางอาญาจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบวัดอื่นๆ เช่น วัดป่าภูผาสูง ยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ จึงขอให้ประชาชนรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการแทนการเชื่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันในสื่อสังคมออนไลน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:33 UTC

สอบสวนอดีตพระและสีกาคนสนิท ปมทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สอบสวนอดีตพระและสีกาคนสนิท ปมทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท

ทางการไทยกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสและคนสนิท โดยมีเงินกว่า 300 ล้านบาทอยู่ภายใต้การตรวจสอบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สอบสวนอดีตพระและสีกาคนสนิท ปมทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
สอบสวนอดีตพระและสีกาคนสนิท ปมทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท

ทางการไทยกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสและคนสนิท โดยมีเงินกว่า 300 ล้านบาทอยู่ภายใต้การตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีความของนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และนางสาวปุณยวีร์ คนสนิท โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การตรวจพบเงินกว่า 300 ล้านบาทในบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกับทั้งสองคน รวมถึงกิจกรรมของมูลนิธิที่นายอติโชติจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่าการสอบสวนกำลังดำเนินไปตามพยานหลักฐาน โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฟอกเงินแก่บุคคลทั้งสองแล้ว เนื่องจากธุรกรรมทางการเงินมีความซับซ้อน ทาง CIB จึงได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบว่ามูลนิธิดังกล่าวถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินหรือไม่ โดยพบว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับคดีทางการเงินอื่นๆ ที่เป็นที่สนใจของสังคม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการกำกับดูแลมูลนิธิทางศาสนาและตรวจสอบความผิดปกติทางการเงินขนาดใหญ่ แม้ว่าตำรวจจะยืนยันการแจ้งข้อหาเบื้องต้นแล้ว แต่การสอบสวนยังอยู่ในระยะที่สองและสาม ประชาชนกำลังรอผลการตรวจสอบเพิ่มเติมจาก ปปง. เพื่อสรุปขอบเขตของการกระทำความผิดทางการเงินที่ถูกกล่าวหา และเพื่อดูว่าจะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:33 UTC

ดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีข่มขู่พยานในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีข่มขู่พยานในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าหน้าที่ได้ข่มขู่พยานในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีข่มขู่พยานในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีข่มขู่พยานในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าหน้าที่ได้ข่มขู่พยานในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการเพื่อจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่พยาน โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมของพนักงานสอบสวน DSI ในระหว่างการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

รุทธพล ตัวแทนจาก DSI ยืนยันว่าคณะกรรมการได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบว่าพนักงานสอบสวนได้ใช้อำนาจกดดันพยานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าวเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะนี้การสอบสวนกำลังรอผลสรุปเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะถูกนำไปประกอบในสำนวนคดีอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงสถานะทางกฎหมายของข้อกล่าวหาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการตรวจสอบภายในของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย แม้ว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสทางการเมืองและการเลือกตั้งโดยเฉพาะ แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในกระบวนการสอบสวนคดีสำคัญ ในขั้นตอนนี้ การสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังคงต้องยืนยันว่ามีการข่มขู่เกิดขึ้นจริงตามที่รายงานหรือไม่ รวมถึงมาตรการทางวินัยหรือทางกฎหมายที่จะตามมาหลังจากผลสรุปของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก DSI และ กกต. ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:11 UTC

ดีเอสไอเตรียมขอเอกสารจาก กกต. ในคดีทุจริตเลือก สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอเตรียมขอเอกสารจาก กกต. ในคดีทุจริตเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมขอเอกสารอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับบุคคล 77 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดปกติในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดีเอสไอเตรียมขอเอกสารจาก กกต. ในคดีทุจริตเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมขอเอกสารจาก กกต. ในคดีทุจริตเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมขอเอกสารอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับบุคคล 77 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดปกติในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมจัดทำหนังสือประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอรายงานความเห็นวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับบุคคล 77 รายที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 การดำเนินการนี้เป็นไปตามมติของ กกต. ที่ให้ส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

ทาง DSI ซึ่งทำงานร่วมกับพนักงานอัยการคดีพิเศษ มีความตั้งใจที่จะนำรายงานความเห็นวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งคาดว่าจะจัดทำเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน มาใช้ประกอบการพิจารณาในสำนวนคดีอั้งยี่และฟอกเงิน โดย DSI ต้องการคำวินิจฉัยที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างละเอียดเพื่อนำมาใช้ในกระบวนการสอบสวน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสในการคัดเลือก สว. ปี 2567 แม้ว่าการสอบสวนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความรับผิดชอบทางปกครองและอาญาภายในระบบการเมือง แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเดินทาง หรือความปลอดภัยสาธารณะ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนทางธุรการ ประชาชนควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจาก DSI และ กกต. ต่อไปในขณะที่การสอบสวนบุคคลทั้ง 77 รายมีความคืบหน้า ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผลการสอบสวนนี้จะมีอิทธิพลต่อกระบวนการทางกฎหมายในวงกว้างอย่างไร และจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:11 UTC

รมว.ยุติธรรมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รมว.ยุติธรรมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ข่มขู่พยานในคดีฮั้วการคัดเลือก สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รมว.ยุติธรรมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบ

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ยุติธรรมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ข่มขู่พยานในคดีฮั้วการคัดเลือก สว.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ข่มขู่พยานในคดีฮั้วการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) การสอบสวนนี้สืบเนื่องมาจากการยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กันยายน เกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีสำคัญดังกล่าว

รัฐมนตรีระบุว่า การตรวจสอบจะมุ่งเน้นไปที่ความถูกต้องตามขั้นตอนของสำนวนคดี โดยเฉพาะประเด็นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ 164 หลังจากมีรายงานว่าพยานบางปากได้กลับคำให้การ คณะกรรมการได้รับมอบหมายให้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายในขณะที่ตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ถูกระบุชื่อในคำร้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานภายในหน่วยงานยุติธรรมและบังคับใช้กฎหมายของไทย แม้ว่าการสอบสวนจะเน้นไปที่การประพฤติมิชอบทางวินัยและอาญาภายใน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก สว. ขณะนี้กระทรวงกำลังรอผลวินิจฉัยเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาว่าจะนำผลการตรวจสอบนี้ไปประกอบในสำนวนคดีฟอกเงินและอั้งยี่อย่างไร ผลสรุปของการสอบสวนนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่กระทรวงยังคงรวบรวมหลักฐานและประเมินความถูกต้องของข้อกล่าวหาที่มีต่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:52 UTC

ชาวอังกฤษได้รับบาดเจ็บจากเหตุพยายามชิงทรัพย์ในพัทยา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ชาวอังกฤษได้รับบาดเจ็บจากเหตุพยายามชิงทรัพย์ในพัทยา

ชายชาวอังกฤษวัย 45 ปีได้รับบาดเจ็บระหว่างเหตุพยายามชิงทรัพย์โดยผู้ต้องสงสัยสองคนพร้อมอาวุธมีดบนรถจักรยานยนต์ในพัทยา

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ชาวอังกฤษได้รับบาดเจ็บจากเหตุพยายามชิงทรัพย์ในพัทยา

แหล่งข่าวเดียว
ชาวอังกฤษได้รับบาดเจ็บจากเหตุพยายามชิงทรัพย์ในพัทยา

ชายชาวอังกฤษวัย 45 ปีได้รับบาดเจ็บระหว่างเหตุพยายามชิงทรัพย์โดยผู้ต้องสงสัยสองคนพร้อมอาวุธมีดบนรถจักรยานยนต์ในพัทยา

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 กันยายน 2026 ชายชาวอังกฤษวัย 45 ปีตกเป็นเป้าหมายของเหตุพยายามชิงทรัพย์ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าผู้เสียหายถูกชายสองคนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาประชิดและพยายามชิงโทรศัพท์มือถือ ในระหว่างการเผชิญหน้า ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธมีดข่มขู่ ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่ขมับซ้ายและใบหู

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานได้เข้าให้การช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อเดินในที่สาธารณะ แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนรายละเอียดของเหตุการณ์ แต่ยังมีข้อมูลหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงตัวตนของผู้ก่อเหตุและสถานที่ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงติดตามข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และใช้ความระมัดระวังตามมาตรฐานความปลอดภัยทั่วไปขณะเดินทางในเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:25 UTC

ไทยเตรียมสรุปเกณฑ์ควบคุม 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ภายใน 1 เดือน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมสรุปเกณฑ์ควบคุม 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ภายใน 1 เดือน

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) วางแผนกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับศูนย์ข้อมูลภายใน 30 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยเตรียมสรุปเกณฑ์ควบคุม 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ภายใน 1 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมสรุปเกณฑ์ควบคุม 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ภายใน 1 เดือน

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) วางแผนกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับศูนย์ข้อมูลภายใน 30 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่ารัฐบาลไทยจะสรุปเกณฑ์การกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยหน่วยงานได้รวบรวมข้อมูลโครงการที่สร้างแล้วกว่า 90% และกำลังเร่งปรับปรุงเงื่อนไขการดำเนินงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากรัฐบาลมุ่งเน้นที่จะป้องกันไม่ให้ศูนย์ข้อมูลกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบ แม้ว่าในปัจจุบันรัฐบาลจะยังไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการสั่งระงับโครงการที่เริ่มก่อสร้างไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กำลังให้ความสำคัญกับการออกระเบียบที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเอกชนสามารถปรับแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ได้

มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคตจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนท้องถิ่น ในขณะนี้ ข้อกำหนดทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการปรับเปลี่ยนดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศนโยบายฉบับสมบูรณ์เพื่อทำความเข้าใจว่ากฎระเบียบใหม่เหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อโครงการก่อสร้างทั้งในปัจจุบันและอนาคตทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:54 UTC

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุยิงปืนหน้าสถานบันเทิงดังในระยอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุยิงปืนหน้าสถานบันเทิงดังในระยอง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดระยองกำลังติดตามตัวชายที่รู้จักกันในชื่อ 'ปู ชำฆ้อ' หลังก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุยิงปืนหน้าสถานบันเทิงดังในระยอง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุยิงปืนหน้าสถานบันเทิงดังในระยอง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดระยองกำลังติดตามตัวชายที่รู้จักกันในชื่อ 'ปู ชำฆ้อ' หลังก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งเหตุยิงปืนหน้าสถานบันเทิงชื่อดังในเขตเทศบาลเมืองแกลง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

พยานรวมถึงผู้เสียหายคือนายกิตติพันธ์ ให้การว่าผู้ก่อเหตุคือชายชื่อ 'ปู' จากตำบลชำฆ้อ ขับรถกระบะสีขาวที่มีคอกมาจอดและเบิ้ลเครื่องยนต์วนเวียนหลายรอบ ก่อนจะชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัด นายกิตติพันธ์ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความไม่พอใจส่วนตัว เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่พอใจที่ผู้เสียหายไม่ได้ทักทายพ่อของตนในช่วงค่ำวันเดียวกัน โดยมีชายอีก 2 คนชื่อ 'แนน' และ 'เอ็ม' อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทั้งหมดได้ขับรถกระบะหลบหนีมุ่งหน้าไปทางอำเภอวังจันทร์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความขัดแย้งส่วนตัวที่บานปลายจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในที่สาธารณะ แม้จะเป็นความขัดแย้งเฉพาะกลุ่ม แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ในย่านสถานบันเทิง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:11 UTC

ช่องชัยโสโรชี้แจงกรณีดำเนินคดีทางกฎหมายกับเพจเฟ็ดเฟ่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ช่องชัยโสโรชี้แจงกรณีดำเนินคดีทางกฎหมายกับเพจเฟ็ดเฟ่

ช่องชัยโสโรออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการปฏิเสธรายงานที่ว่ามีการฟ้องร้องแฟนคลับ โดยชี้แจงว่าการดำเนินคดีจำกัดอยู่เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเพจ 'เฟ็ดเฟ่' เท่านั้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ช่องชัยโสโรชี้แจงกรณีดำเนินคดีทางกฎหมายกับเพจเฟ็ดเฟ่

แหล่งข่าวเดียว
ช่องชัยโสโรชี้แจงกรณีดำเนินคดีทางกฎหมายกับเพจเฟ็ดเฟ่

ช่องชัยโสโรออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการปฏิเสธรายงานที่ว่ามีการฟ้องร้องแฟนคลับ โดยชี้แจงว่าการดำเนินคดีจำกัดอยู่เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเพจ 'เฟ็ดเฟ่' เท่านั้น

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ช่องชัยโสโรได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการเพื่อตอบโต้ข่าวลือเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายของทางช่อง โดยทางช่องได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ามีการฟ้องร้องแฟนคลับอย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มผู้สนับสนุน

ตามแถลงการณ์ระบุว่า แม้ทางช่องจะมีเหตุผลเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับแฟนคลับได้ แต่ทางช่องเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางช่องกำลังดำเนินคดีกับบุคคลบางกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหรือการกระทำของเพจ 'เฟ็ดเฟ่' (Fedfe Boyband) เนื่องจากพบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยทางช่องเน้นย้ำว่ามีการแยกแยะระหว่างกลุ่มแฟนคลับกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเพจดังกล่าวอย่างชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดความสับสนของสาธารณชนเกี่ยวกับกิจกรรมล่าสุดของทางช่อง ทั้งนี้ ทางช่องได้แนะนำให้ผู้ที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินหรือประเด็นทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ ให้ปรึกษากับตัวแทนทางกฎหมายที่ระบุว่าคือ 'ทนายอาร์ม' จนถึงขณะนี้ ลักษณะเฉพาะของการกระทำผิดกฎหมายที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลจากเพจเฟ็ดเฟ่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางช่อง และผลกระทบในวงกว้างของข้อพิพาททางกฎหมายนี้ต่อชุมชนออนไลน์ยังคงต้องรอการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 02:31 UTC

แรงงานแพลตฟอร์มแสดงความไม่พอใจต่อกฎระเบียบ 'SIA' ใหม่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

แรงงานแพลตฟอร์มแสดงความไม่พอใจต่อกฎระเบียบ 'SIA' ใหม่

แรงงานแพลตฟอร์มในไทยวิพากษ์วิจารณ์กรอบกฎหมาย 'SIA' ฉบับใหม่ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องค่ารอบที่ต่ำและการควบคุมด้วยอัลกอริทึม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

แรงงานแพลตฟอร์มแสดงความไม่พอใจต่อกฎระเบียบ 'SIA' ใหม่

แหล่งข่าวเดียว
แรงงานแพลตฟอร์มแสดงความไม่พอใจต่อกฎระเบียบ 'SIA' ใหม่

แรงงานแพลตฟอร์มในไทยวิพากษ์วิจารณ์กรอบกฎหมาย 'SIA' ฉบับใหม่ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องค่ารอบที่ต่ำและการควบคุมด้วยอัลกอริทึม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 แรงงานแพลตฟอร์มในประเทศไทยได้แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อกรอบกฎหมาย 'SIA' ที่เพิ่งนำมาใช้ โดยแรงงานโต้แย้งว่ากฎระเบียบดังกล่าวไม่ได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจที่เป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชี้ให้เห็นถึงค่ารอบการจัดส่งที่ต่ำซึ่งพวกเขาอ้างว่าไม่เพียงพอต่อการครองชีพ

นอกเหนือจากความกังวลทางการเงินแล้ว แรงงานยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับบทบาทของอัลกอริทึมในการจัดการงานประจำวันของพวกเขา โดยพวกเขาระบุว่าระบบปัจจุบันมอบอำนาจที่มากเกินไปให้กับแพลตฟอร์มอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการตัดอำนาจของแรงงานในการต่อรองเงื่อนไขหรือมีอิทธิพลต่อสภาพการทำงานของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พึ่งพาบริการจัดส่ง สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของบริการหรือการเปลี่ยนแปลงความพร้อมในการจัดส่งในขณะที่แรงงานแสดงความไม่พอใจ แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความคับข้องใจในทันทีของแรงงาน แต่ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร และรัฐบาลจะพิจารณาแก้ไขกรอบกฎหมาย 'SIA' เพื่อจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการด้วยอัลกอริทึมและความเพียงพอของรายได้หรือไม่ ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อภาคเศรษฐกิจแบบกิ๊กในประเทศไทยยังคงมีความไม่แน่นอน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 02:10 UTC

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังพบน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังพบน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุการณ์น้ำมันรั่วในเขตพระราม 3 หลังจากค้นพบโพรงใต้ดินขนาดใหญ่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังพบน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังพบน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุการณ์น้ำมันรั่วในเขตพระราม 3 หลังจากค้นพบโพรงใต้ดินขนาดใหญ่

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการจัดการกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบโพรงใต้ดินที่มีความลึกมากกว่า 5 เมตร

เพื่อระบุต้นตอที่แน่ชัดของการรั่วไหลและขอบเขตของความเสียหายทางโครงสร้าง ทีมงานกำลังใช้กล้องพิเศษในการสำรวจพื้นที่ใต้ดินดังกล่าว การค้นพบช่องว่างที่ลึกมากใต้พื้นผิวนี้ได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่พระราม 3 สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การจราจรติดขัดในท้องถิ่นหรือการจำกัดการเข้าถึงบางโซนในระหว่างที่การซ่อมแซมและการสอบสวนกำลังดำเนินอยู่ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับทราบคำเตือนด้านความปลอดภัยหรือการเปลี่ยนแปลงในการจัดการจราจร

ในขั้นตอนนี้ จุดเน้นหลักยังคงอยู่ที่การระบุแหล่งที่มาของน้ำมันและการประเมินความสมบูรณ์ของพื้นดิน ขอบเขตผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดและกรอบเวลาสำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างสมบูรณ์ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 02:11 UTC

ตำรวจบาหลีเร่งสอบสวนเหตุชายชาวออสเตรเลียและลูก 2 คนเสียชีวิต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบาหลีเร่งสอบสวนเหตุชายชาวออสเตรเลียและลูก 2 คนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ในบาหลีกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของชายชาวออสเตรเลียวัย 56 ปี และลูกเล็กอีก 2 คน ซึ่งถูกพบในบังกะโลแห่งหนึ่งในย่านคูตา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบาหลีเร่งสอบสวนเหตุชายชาวออสเตรเลียและลูก 2 คนเสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบาหลีเร่งสอบสวนเหตุชายชาวออสเตรเลียและลูก 2 คนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ในบาหลีกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของชายชาวออสเตรเลียวัย 56 ปี และลูกเล็กอีก 2 คน ซึ่งถูกพบในบังกะโลแห่งหนึ่งในย่านคูตา

ตามรายงานจาก Khaosod Online และ BBC ตำรวจบนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนหลังจากพบศพ 3 รายภายในบังกะโลในย่านคูตา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2026 ผู้เสียชีวิตได้รับการระบุตัวคือ นายเดเมียน จอห์น ชอว์ วัย 56 ปี และลูกอีกสองคน คือเด็กชายวัย 6 ขวบ และเด็กหญิงวัย 4 ขวบ

เหตุการณ์นี้ถูกพบหลังจากภรรยาของผู้เสียชีวิตซึ่งขณะนั้นอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ได้ติดต่อเพื่อนบ้านให้เข้าไปตรวจสอบความเป็นอยู่ของครอบครัว เนื่องจากเธอเกิดความกังวลหลังจากได้ยินเสียงลูกร้องไห้ระหว่างคุยโทรศัพท์กับสามี และหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อเขาได้อีก เพื่อนบ้านจึงตัดสินใจเข้าไปในที่พักหลังจากไม่มีเสียงตอบรับและได้แจ้งเจ้าหน้าที่ในเวลาต่อมา

สื่อออสเตรเลียรายงานว่า ตำรวจกำลังตั้งประเด็นว่าอาจเป็นเหตุฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุหรือลักษณะการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ โดยต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม นายโรเจอร์ คุก มุขมนตรีรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของครอบครัว กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นเรื่องสะเทือนใจอย่างยิ่ง และหวังว่าจะสามารถคลี่คลายคดีได้โดยเร็ว

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีข้อมูลติดต่อฉุกเฉินในพื้นที่ แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 00:51 UTC

เกิดการประท้วงในอิซมีร์ต่อต้านการกวาดล้างชุมชน LGBTQ ในตุรกี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เกิดการประท้วงในอิซมีร์ต่อต้านการกวาดล้างชุมชน LGBTQ ในตุรกี

ผู้ประท้วงประมาณ 200 คนรวมตัวกันในอิซมีร์เพื่อประท้วงการบุกค้นของตำรวจที่มุ่งเป้าไปที่บ้านและสถานที่ของนักเคลื่อนไหว LGBTQ เมื่อเร็วๆ นี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เกิดการประท้วงในอิซมีร์ต่อต้านการกวาดล้างชุมชน LGBTQ ในตุรกี

แหล่งข่าวเดียว
เกิดการประท้วงในอิซมีร์ต่อต้านการกวาดล้างชุมชน LGBTQ ในตุรกี

ผู้ประท้วงประมาณ 200 คนรวมตัวกันในอิซมีร์เพื่อประท้วงการบุกค้นของตำรวจที่มุ่งเป้าไปที่บ้านและสถานที่ของนักเคลื่อนไหว LGBTQ เมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ Thai Post มีการประท้วงที่เกี่ยวข้องกับผู้คนประมาณ 200 คนเกิดขึ้นในเมืองอิซมีร์ทางตะวันตกของตุรกี การชุมนุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงการต่อต้านการบุกค้นของตำรวจหลายครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเป้าไปที่บาร์และที่พักอาศัยส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับนักเคลื่อนไหว LGBTQ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในตุรกี เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดทางสังคมเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าการประท้วงในอิซมีร์จะยังคงอยู่ในวงจำกัด แต่ผู้ที่อยู่ในภูมิภาคนี้หรือวางแผนที่จะไปเยือนควรระมัดระวังสิ่งรอบข้างและติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยหรือการรวมตัวของสาธารณะเพิ่มเติม ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการประท้วงเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคลและเพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าไปพัวพันกับความไม่สงบในบ้านเมือง

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวของการบุกค้นเหล่านี้และการตอบสนองของสาธารณชนที่ตามมายังคงต้องได้รับการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าการกระทำเหล่านี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติในวงกว้างหรือเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าจะมีเหตุการณ์ประท้วงเพิ่มเติมในเมืองใหญ่อื่นๆ หรือไม่ หรือรัฐบาลจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปฏิบัติการในช่วงสุดสัปดาห์หรือไม่ นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือสังคมอย่างแพร่หลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 00:30 UTC

เร่งสอบสวนเหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงในพัทลุง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เร่งสอบสวนเหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงในพัทลุง

ชายวัย 27 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากอ้างว่าถูกลวงไปยังพื้นที่เปลี่ยวในจังหวัดพัทลุง ก่อนจะถูกกลุ่มวัยรุ่น 10 คนรุมทำร้ายและชิงทรัพย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เร่งสอบสวนเหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
เร่งสอบสวนเหตุทำร้ายร่างกายรุนแรงในพัทลุง

ชายวัย 27 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากอ้างว่าถูกลวงไปยังพื้นที่เปลี่ยวในจังหวัดพัทลุง ก่อนจะถูกกลุ่มวัยรุ่น 10 คนรุมทำร้ายและชิงทรัพย์

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดพัทลุง ประเทศไทย ได้เข้าตรวจสอบเหตุการณ์ที่นายกิตติศักดิ์ โสะขาว อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บและอยู่ในอาการตื่นตระหนก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พบผู้เสียหายในสภาพบาดเจ็บใกล้เขตก่อสร้างในตำบลท่าแค

นายกิตติศักดิ์ให้ข้อมูลว่า ตนถูกอดีตแฟนสาวลวงไปยังจุดเปลี่ยวบริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน เมื่อไปถึงอ้างว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คนรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและมีอาการบวมช้ำ นอกจากนี้ยังอ้างว่าถูกบังคับให้ทำอนาจารและถูกชิงทรัพย์ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไป ผู้เสียหายอยู่ในสภาพเปลือยกายหลังจากที่สามารถวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการนัดพบกับบุคคลในพื้นที่ห่างไกลหรือไม่คุ้นเคย แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนและติดตามตัวผู้ต้องสงสัย แต่รายละเอียดหลายประการยังคงต้องรอการยืนยัน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำให้การของผู้เสียหายหรือระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุที่แน่ชัด การสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในการนัดพบในสถานที่ห่างไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 18:30 UTC

เน็ตไอดอลสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพจดัง หลังถูกกล่าวหาพัวพันชู้สาวกับเจ้าอาวาส
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เน็ตไอดอลสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพจดัง หลังถูกกล่าวหาพัวพันชู้สาวกับเจ้าอาวาส

เน็ตไอดอลสาวชื่อดัง 'ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว' ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กที่นำเสนอข้อมูลเท็จเชื่อมโยงว่าเธอมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เน็ตไอดอลสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพจดัง หลังถูกกล่าวหาพัวพันชู้สาวกับเจ้าอาวาส

แหล่งข่าวเดียว
เน็ตไอดอลสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพจดัง หลังถูกกล่าวหาพัวพันชู้สาวกับเจ้าอาวาส

เน็ตไอดอลสาวชื่อดัง 'ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว' ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กที่นำเสนอข้อมูลเท็จเชื่อมโยงว่าเธอมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เน็ตไอดอลสาวที่รู้จักกันในชื่อ 'ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว' ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับแฟนหนุ่มเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามรายงานของ Matichon Online การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีเพจบนสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเนื้อหาที่กล่าวหาว่าเธอมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่เป็นความจริง

ในระหว่างการแจ้งความ ทั้งคู่ได้ชี้แจงถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงและปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จบนโลกดิจิทัล และผลกระทบต่อชื่อเสียงส่วนบุคคลที่อาจเกิดขึ้นจากการโพสต์ข้อมูลโดยไม่ผ่านการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาททางออนไลน์และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แม้ว่าคู่กรณีจะได้เริ่มดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว แต่คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป และเพจที่รับผิดชอบต่อการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวจะต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายอย่างไร ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรยึดถือข้อมูลจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แทนการเชื่อถือความคิดเห็นเชิงคาดเดาบนสื่อสังคมออนไลน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 14:50 UTC