ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ✦
ทั่วไป โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ ✦
กฎหมาย รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ✦
การเมือง หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
การขนส่ง ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้ ✦
การขนส่ง พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม. ✦
สุขภาพ จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ. ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำของเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คลองประเวศบุรีรมย์ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลที่สุดสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการสูบระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่ง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าสถานีสูบน้ำของเมืองยังคงทำงานได้ตามปกติและสามารถรับมือกับปริมาณน้ำในขณะนี้ได้ เพื่อป้องกันปัญหาเพิ่มเติม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำบริเวณรอยต่อจังหวัดและเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามพยากรณ์อากาศในพื้นที่และรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลอง แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันจะยังคงรับมือได้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าการระบายน้ำอย่างเข้มข้นนี้จะต้องดำเนินต่อไปนานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่หากปริมาณฝนเพิ่มความรุนแรงขึ้น ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและผลกระทบต่อการเดินทางในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

ทั่วไป

โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

แหล่งข่าวเดียว
โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

โป๊ปเลโอได้ยืนยันต่อสาธารณะถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยยินดีต้อนรับนักข่าวให้เข้ามาทำข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของท่าน หลังจากมีคำถามเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านสื่อทั่วโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online โป๊ปเลโอได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงความเต็มใจที่จะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามาทำข่าวการทำงานของท่าน คำประกาศนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อคำถามเกี่ยวกับจุดยืนของท่านต่อเสรีภาพของสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการอภิปรายระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการที่นักการเมืองอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนนักข่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแถลงนี้ถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจในการสนทนาระดับโลกที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสาธารณะและสื่อมวลชน แม้ว่าความคิดเห็นของโป๊ปจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ชมทั่วโลก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและบทบาทของสื่อในการบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านโยบายนี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไรในระหว่างการปรากฏตัวต่อสาธารณะในอนาคต หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเฉพาะเจาะจงในระเบียบการเข้าถึงสื่อหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าจุดยืนนี้จะมีอิทธิพลต่อวิธีที่ผู้นำทางศาสนาและนักการเมืองมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อในอนาคตอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กำลังพัฒนา ผู้ที่สนใจในกิจการระหว่างประเทศควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำหลักการเปิดกว้างเหล่านี้ไปใช้ในเขตอำนาจศาลต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

กฎหมาย

รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ทางการไทยได้จับกุมชายที่รู้จักกันในชื่อ 'ว่างฝือ' ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ในป่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายที่ระบุชื่อว่า 'ว่างฝือ' ผู้นำลัทธิทางศาสนาที่ไม่ได้รับอนุญาต หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่าล่อลวงเหยื่อเข้าไปในพื้นที่ป่า โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ทางจิตวิญญาณ

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายงานที่ระบุว่ามีสาวกบางส่วนของผู้ต้องหาได้รวมตัวกันเพื่อแสดงความสนับสนุนในระหว่างกระบวนการจับกุม เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนอกรีตที่ดำเนินงานอยู่นอกเหนือการกำกับดูแลทางศาสนาในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับกลุ่มทางจิตวิญญาณที่ไม่เป็นทางการ หรือบุคคลที่อ้างว่าให้บริการทางศาสนาแบบพิเศษในพื้นที่ห่างไกล แม้ว่าจะมีการยืนยันการจับกุมแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและตรวจสอบขอบเขตกิจกรรมทั้งหมดของลัทธินี้ ยังคงต้องยืนยันว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้อีกบ้าง และจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับสถานะของการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

การเมือง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ในสัปดาห์หน้า โดยจับตาดูการเข้าร่วมประชุม กสทช. ที่กำหนดไว้ในวันที่ 28 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หมอสรณกำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการตรวจสอบสถานะทางบริหารและจุดยืนทางวิชาชีพของเขาอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ความสนใจของสาธารณชนมุ่งไปที่การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 กันยายนนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมตามกำหนดการหรือไม่ เนื่องจากความท้าทายทางกฎหมายหรือทางบริหารที่เขากำลังเผชิญอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และการดำเนินงานของสื่อ ความไม่มั่นคงในระดับผู้นำหรือการเปลี่ยนแปลงภายในคณะกรรมการอาจส่งผลต่อนโยบายการกำกับดูแลหรือความเร็วในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลในการยื่นอุทธรณ์ต่อสาธารณะ และยังคงต้องยืนยันว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมวันที่ 28 กันยายนนี้ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กสทช. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและกำหนดการดำเนินงานของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

จิราพัชร ขานอ่อนตา และ สุกานดา เพชรรักษา สองนักกรีฑาไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม นักวิ่งสาวไทย “เบลล์” จิราพัชร ขานอ่อนตา และ “ถู” สุกานดา เพชรรักษา สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิงได้สำเร็จ ในการแข่งขันกรีฑาวันที่ 2 ของมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่านักกีฬาทั้งสองคนทำผลงานได้ดีในรอบรองชนะเลิศ โดยกติกาการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะคัดเอาอันดับ 1-3 ของแต่ละฮีต รวมกับนักวิ่งที่ทำเวลาดีที่สุดอีก 2 คน รวมเป็น 8 คนเข้าสู่รอบสุดท้าย ทั้งนี้ จิราพัชรสามารถทำลายสถิติส่วนตัวได้ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นของทีมกรีฑาไทยในเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเอเชียนเกมส์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรและการขนส่งสาธารณะในบริเวณใกล้เคียงสนามแข่งขัน บรรยากาศในเมืองนาโกยายังคงเต็มไปด้วยความคึกคักตลอดช่วงการแข่งขัน

แม้ว่านักกีฬาทั้งสองจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแล้ว แต่เวลาที่แน่นอนของการแข่งขันรอบชิงเหรียญรางวัลและผลการแข่งขันสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาควรติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของเอเชียนเกมส์เพื่อตรวจสอบตารางการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

การขนส่ง

ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

กรมการขนส่งทางบกเตรียมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Thai Post กรมการขนส่งทางบก (DLT) ได้ประกาศว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่กำกับดูแลแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทยอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนจากกระทรวงยืนยันว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลและสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในภาคส่วนการขนส่งดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมให้บริการ ราคา หรือมาตรฐานการดำเนินงานของบริการเรียกรถยอดนิยมที่ใช้กันทั่วประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับภูมิทัศน์การขนส่งดิจิทัล และปรับปรุงคุณภาพการบริการและความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร

แม้ว่ารัฐบาลจะระบุวันที่เริ่มต้นที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้กฎหมายนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่ามาตรการที่เข้มงวดขึ้นเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานประจำวันของคนขับและประสบการณ์ของผู้โดยสารอย่างไร ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแอปพลิเคชันบางตัวจะประสบปัญหาการหยุดชะงักของบริการหรือไม่ หรือการบังคับใช้กฎหมายใหม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตหรือการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเรียกรถที่ตนใช้งานเป็นประจำเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตายวันที่ 1 ตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

การขนส่ง

พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

แหล่งข่าวเดียว
พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

พาวเวอร์แบงก์เกิดไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Matichon Online เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญบนเที่ยวบินของสายการบินแอร์โซล เมื่อพาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารเกิดไฟไหม้ขณะอยู่บนเครื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการตอบสนองอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมเพลิง ส่งผลให้ตารางการบินต้องหยุดชะงักอย่างมาก โดยผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมงจากเหตุฉุกเฉินนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสายการบินเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สายการบินระหว่างประเทศและในประเทศส่วนใหญ่มีข้อบังคับที่เข้มงวดว่าต้องพกพาพาวเวอร์แบงก์ไว้ในสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องแทนการโหลดใต้ท้องเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเรือจะสามารถจัดการกับเหตุไฟไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

แม้ว่าเพลิงจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับยี่ห้อของพาวเวอร์แบงก์หรือว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้งานอยู่ในขณะที่เกิดไฟไหม้หรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักเดินทางควรตรวจสอบนโยบายของสายการบินเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาก่อนการเดินทางเสมอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ สายการบินแอร์โซลยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของเหตุการณ์นี้ต่อโปรโตคอลความปลอดภัยของสายการบิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

สุขภาพ

จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางมาศึกษาดูงานที่บุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้ระบบการบำบัดยาเสพติดและการคืนคนดีสู่สังคมแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกว่า 80 คนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ 'ลำปลายมาศโมเดล' ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่วงจรการบำบัด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการฝึกทักษะอาชีพอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและไม่หวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการปัญหาด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยทางสังคมผ่านโมเดลที่เน้นชุมชนเป็นฐาน คณะศึกษาดูงานซึ่งประกอบด้วยสาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลต่างๆ ได้เลือกศึกษาโมเดลนี้หลังจากประเมินโครงการในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งเป้าขยายผลแนวทางนี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าวิธีการเหล่านี้จะถูกปรับใช้ให้เข้ากับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

รัฐบาลไทยยืนยันว่ามีงบกลางเพียงพอสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งดำเนินการโครงการประกันภัยสำหรับ 30 ล้านครัวเรือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายภราดร ปริศนานันทกุล ยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีงบกลางเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนัก โดยรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ในส่วนที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งลงนามในกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อคุ้มครองครัวเรือนจำนวน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างตาข่ายรองรับความปลอดภัยให้กับประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูทางการเงิน แม้ว่าจะมีการยืนยันความพร้อมของงบกลางสำหรับการช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มโครงการประกันภัย 30 ล้านครัวเรือนและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับสิทธิ์ของแต่ละบุคคลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจาก คปภ. ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและกรมธรรม์ประกันภัยเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศไทย โดยรายงานระบุว่ากองทุนกำลังเผชิญกับปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอ

เพื่อสร้างความมั่นใจในการปล่อยกู้และช่วยเหลือผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้ยืนยันการจัดสรรงบกลางจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุน การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักเรียนที่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพื่อการศึกษา

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการรับประกันว่าระบบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจะยังคงดำเนินต่อไปได้ กองทุน กยศ. ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบสวัสดิการสังคมของไทย และเสถียรภาพของกองทุนมักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา

แม้ว่าปัญหาการขาดแคลนเงินทุนในระยะสั้นจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างในระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของกองทุนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรของกองทุนในรอบปีงบประมาณถัดไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:38 UTC

ตำรวจพัทยาตามหาเจ้าของสุนัขไซบีเรียนหลงทาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจพัทยาตามหาเจ้าของสุนัขไซบีเรียนหลงทาง

สุนัขไซบีเรียนแสนเชื่องที่พบหลงทางในพัทยากำลังอยู่ในความดูแลของตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งตามหาเจ้าของ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจพัทยาตามหาเจ้าของสุนัขไซบีเรียนหลงทาง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจพัทยาตามหาเจ้าของสุนัขไซบีเรียนหลงทาง

สุนัขไซบีเรียนแสนเชื่องที่พบหลงทางในพัทยากำลังอยู่ในความดูแลของตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งตามหาเจ้าของ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ชาวต่างชาติได้พบสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนหลงทางอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จึงนำมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เพื่อขอความช่วยเหลือ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สุนัขเพศเมียตัวนี้มีอายุประมาณ 6-7 เดือน และกลายเป็นที่สนใจบนโซเชียลมีเดียท้องถิ่นเนื่องจากนิสัยที่เป็นมิตรและขี้เล่น

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า แม้สุนัขจะมีนิสัยเป็นมิตร แต่ด้วยพลังงานที่สูงและความซุกซน โดยเฉพาะการวิ่งเล่นภายในห้องศูนย์วิทยุ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ของสถานี เช่น สายไฟ เจ้าหน้าที่จึงได้มอบหมายให้พลขับประจำตำแหน่งช่วยนำไปดูแลเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่สถานีตำรวจยังคงดำเนินการตามหาเจ้าของเดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสัตว์เลี้ยงได้รับการระบุตัวตนอย่างถูกต้องด้วยปลอกคอหรือไมโครชิป ทั้งนี้ ตำรวจได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของสุนัขตัวดังกล่าวทางออนไลน์ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากที่ประสงค์จะรับไปเลี้ยงดูหากไม่สามารถตามหาเจ้าของเดิมได้ ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 ยังไม่มีการระบุตัวเจ้าของ ผู้ที่เชื่อว่าเป็นเจ้าของสามารถติดต่อ สภ.เมืองพัทยา ได้โดยตรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ศาลฎีกาชี้แจงสถานะคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งวุฒิสภา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลฎีกาชี้แจงสถานะคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งวุฒิสภา

ศาลฎีกาได้รับเอกสารเกี่ยวกับการคัดค้านคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว แต่ยังไม่ได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลฎีกาชี้แจงสถานะคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ศาลฎีกาชี้แจงสถานะคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งวุฒิสภา

ศาลฎีกาได้รับเอกสารเกี่ยวกับการคัดค้านคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว แต่ยังไม่ได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ศาลฎีกาของประเทศไทยได้ชี้แจงต่อข้อซักถามของสาธารณชนเกี่ยวกับคำร้องที่ยื่นโดยสมาชิกวุฒิสภาสำรอง ซึ่งเป็นคำร้องคัดค้านคำสั่งอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เจ้าหน้าที่ศาลชี้แจงว่าศาลฎีกายังไม่ได้มีคำสั่งรับคำร้องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ ในขั้นตอนนี้ศาลเพียงแต่ได้รับเอกสารที่ยื่นเข้ามาตามขั้นตอนทางธุรการปกติเท่านั้น โฆษกศาลยุติธรรมเน้นย้ำว่ายังไม่มีคำวินิจฉัยหรือคำสั่งใดๆ ออกมาเกี่ยวกับเนื้อหาของคำร้องดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางธุรการที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งของไทย แม้ว่าประเด็นทางกฎหมายนี้จะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างภายในของวุฒิสภา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลและการดำเนินการตามขั้นตอนที่ศาลใช้ในข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาคดีเต็มรูปแบบหรือไม่ หรือจะมีการยกคำร้องในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน จึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อองค์ประกอบของวุฒิสภาหรือผลการเลือกตั้งอันเป็นผลมาจากการยื่นคำร้องนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลเกี่ยวกับสถานะของคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 10:15 UTC

‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. ตรวจสอบการจัดซื้อหุ่นยนต์อาชีวศึกษา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. ตรวจสอบการจัดซื้อหุ่นยนต์อาชีวศึกษา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในการจัดซื้อหุ่นยนต์เพื่อการศึกษาอาชีวศึกษา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. ตรวจสอบการจัดซื้อหุ่นยนต์อาชีวศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. ตรวจสอบการจัดซื้อหุ่นยนต์อาชีวศึกษา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในการจัดซื้อหุ่นยนต์เพื่อการศึกษาอาชีวศึกษา

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมการจัดซื้อจัดจ้างล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามรายงานของ Thai Post นพ.วรงค์ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งตรวจสอบการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์เพื่อการศึกษา โดยเน้นไปที่การจัดซื้อหุ่นยนต์สำหรับการฝึกอบรมอาชีวศึกษาโดยเฉพาะ

นพ.วรงค์แสดงความกังวลว่าเกณฑ์การจัดซื้อในปัจจุบันอาจถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดการแข่งขันที่เป็นธรรม หรืออาจเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการบางราย ซึ่งในแถลงการณ์ระบุถึงชื่อ 'นาย M50' โดยเขาเน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักของการตรวจสอบนี้คือเพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานผลประโยชน์สาธารณะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของนักการเมืองในการตรวจสอบการใช้จ่ายของรัฐและความโปร่งใสในการบริหารงาน แม้ว่าข้อกล่าวหาเรื่อง 'การล็อกสเปก' ซึ่งเป็นการกำหนดเงื่อนไขให้ตรงกับผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจงจะเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบเท่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะมีการระงับสัญญาจัดซื้อใดๆ หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากกระทรวงต่อไปเพื่อดูว่าข้อกังวลเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการดำเนินการทางปกครองหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 10:18 UTC

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีครูขับรถชนนักเรียน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีครูขับรถชนนักเรียน

อัยการจังหวัดลำพูนมีคำสั่งไม่ฟ้องครูที่ขับรถชนนักเรียน ส่งผลให้เกิดการถกเถียงในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความรับผิดชอบและการเยียวยา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีครูขับรถชนนักเรียน

แหล่งข่าวเดียว
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีครูขับรถชนนักเรียน

อัยการจังหวัดลำพูนมีคำสั่งไม่ฟ้องครูที่ขับรถชนนักเรียน ส่งผลให้เกิดการถกเถียงในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความรับผิดชอบและการเยียวยา

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คดีความที่เกี่ยวข้องกับครูซึ่งขับรถชนนักเรียนภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ลี้ จ.ลำพูน ได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บข้อเท้าหักผิดรูป ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นนักเรียนกระโดดข้ามร่องน้ำและเดินผ่านสนามหญ้าก่อนพุ่งลงมาบนถนนอย่างกะทันหันจากหลังพุ่มไม้ ซึ่งบดบังทัศนวิสัยของครู ทั้งนี้ ครูได้รีบนำตัวนักเรียนส่งโรงพยาบาลทันทีหลังเกิดเหตุ

แม้ว่าการไกล่เกลี่ยเบื้องต้นจะมีการตกลงเยียวยาที่ประมาณ 100,000 บาท แต่ต่อมาครูได้ขอปรับลดเงินเยียวยาเหลือ 50,000 บาทที่ สภ.ลี้ ซึ่งครอบครัวของนักเรียนปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวโดยอ้างถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการเดินทางที่สูง คดีจึงถูกส่งต่อไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดลำพูน ซึ่งล่าสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องครูโดยระบุว่าไม่มีความผิดฐานกระทำโดยประมาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนในเขตโรงเรียนและความซับซ้อนของการไกล่เกลี่ยส่วนบุคคลในประเทศไทย แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายในส่วนของคดีอาญาจะสิ้นสุดลงด้วยคำสั่งไม่ฟ้อง แต่สถานะของการฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายทางการแพทย์ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยุติข้อพิพาทเรื่องเงินเยียวยาในขั้นสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 10:17 UTC

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจยืนยันข่าวลือควบรวม 'อสมท-ไทยพีบีเอส' ไม่เป็นความจริง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจยืนยันข่าวลือควบรวม 'อสมท-ไทยพีบีเอส' ไม่เป็นความจริง

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท และ ไทยพีบีเอส อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ามีข้อจำกัดทางกฎหมาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจยืนยันข่าวลือควบรวม 'อสมท-ไทยพีบีเอส' ไม่เป็นความจริง

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจยืนยันข่าวลือควบรวม 'อสมท-ไทยพีบีเอส' ไม่เป็นความจริง

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท และ ไทยพีบีเอส อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ามีข้อจำกัดทางกฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่แพร่สะพัดในสื่อเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้แสดงความแปลกใจต่อที่มาของกระแสข่าวดังกล่าว พร้อมระบุว่าการควบรวมกิจการในลักษณะนี้มีความเป็นไปได้ยากเนื่องจากติดข้อจำกัดทางกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การชี้แจงนี้ช่วยสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะการดำเนินงานขององค์กรสื่อขนาดใหญ่ทั้งสองแห่ง อสมท และ ไทยพีบีเอส ถือเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญของประชาชน การควบรวมกิจการอาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของสื่อรัฐและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ การที่ สคร. ยืนยันว่าไม่มีแผนการดังกล่าวช่วยยุติการคาดเดาที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างองค์กรของหน่วยงานเหล่านี้

ในขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าข่าวลือดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือมีการพิจารณาปฏิรูปสื่อรัฐในรูปแบบอื่นหรือไม่ ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ควรทราบว่าแม้ สคร. จะปฏิเสธการควบรวมกิจการในครั้งนี้ แต่สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบสำหรับรัฐวิสาหกิจยังคงเป็นประเด็นที่มีการหารือเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงที่มาของข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะขององค์กรเหล่านี้ผ่านช่องทางของรัฐบาลเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 09:56 UTC

ผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกายสะเดาะกุญแจมือหลบหนีระหว่างนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกายสะเดาะกุญแจมือหลบหนีระหว่างนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุย

ผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกายหลบหนีจากการควบคุมตัวระหว่างการนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกายสะเดาะกุญแจมือหลบหนีระหว่างนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกายสะเดาะกุญแจมือหลบหนีระหว่างนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุย

ผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกายหลบหนีจากการควบคุมตัวระหว่างการนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุย

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ผู้ต้องขังในคดีทำร้ายร่างกายได้หลบหนีจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ระหว่างการนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุย โดยผู้ต้องขังรายนี้สามารถสะเดาะกุญแจมือและหลบหนีไปได้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องขังรายนี้อย่างเร่งด่วน ณ เวลาที่รายงานข่าว ผู้ต้องขังยังคงหลบหนีอยู่ และเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเกาะสมุย เหตุการณ์นี้อาจเป็นประเด็นที่ควรเฝ้าระวังในด้านความปลอดภัย แม้จะยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าผู้หลบหนีเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสาธารณชน แต่ขอแนะนำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารหรือคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงอัตลักษณ์ของผู้หลบหนี พฤติการณ์ที่แน่ชัดที่ทำให้ผู้ต้องขังสามารถหลบเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัยระหว่างการขนย้ายได้ และความคืบหน้าล่าสุดของปฏิบัติการค้นหา นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าของสถานการณ์ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 09:56 UTC

ตำรวจเข้าตรวจสอบกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเข้าตรวจสอบกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัดที่อยุธยาและเตรียมถอนอายัดบัญชีวัดมูลค่า 71 ล้านบาท หลังจากการตรวจสอบทางการเงินไม่พบความเกี่ยวข้องกับคดี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเข้าตรวจสอบกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเข้าตรวจสอบกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัดที่อยุธยาและเตรียมถอนอายัดบัญชีวัดมูลค่า 71 ล้านบาท หลังจากการตรวจสอบทางการเงินไม่พบความเกี่ยวข้องกับคดี

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามได้เข้าตรวจสอบกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกครั้ง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ตำรวจได้ใช้อุปกรณ์เฉพาะทางรวมถึงเครื่องนับธนบัตรเพื่อรวบรวมข้อมูลทรัพย์สินและเอกสารภายในพื้นที่ที่ถูกปิดกั้น กระบวนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนส่งมอบพื้นที่คืนให้กับคณะสงฆ์

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป วัดยังคงเปิดให้เข้าชมตามปกติ โดยนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาชมสถาปัตยกรรมโบราณและกราบไหว้หลวงพ่อดำ พระประธานภายในพระอุโบสถ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.พระนครศรีอยุธยา คอยดูแลความสงบเรียบร้อย แม้ว่าบริเวณกุฏิที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสจะยังคงถูกปิดกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าถึง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมดำเนินการถอนอายัดบัญชีธนาคารของวัดซึ่งมีเงินอยู่ประมาณ 71 ล้านบาท โดยพนักงานสอบสวนระบุว่าจากการตรวจสอบรายการเดินบัญชีไม่พบความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ แม้ว่าเงินกองกลางของวัดกำลังจะได้รับการปลดล็อก แต่การสืบสวนในภาพรวมยังคงดำเนินต่อไป รายงานระบุว่าตำรวจยังคงอยู่ระหว่างการวิเคราะห์พยานหลักฐานและตรวจสอบบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี สถานะสุดท้ายของบัญชีเหล่านี้และบทสรุปของการสอบสวนยังคงต้องรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 09:37 UTC

DSI สอบสวนข้อกล่าวหาการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

DSI สอบสวนข้อกล่าวหาการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด หลังจากพยานกลับคำให้การ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

DSI สอบสวนข้อกล่าวหาการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
DSI สอบสวนข้อกล่าวหาการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด หลังจากพยานกลับคำให้การ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งล่าสุด โดยรุทธพล ตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า เอกราช พยานปากสำคัญได้กลับคำให้การเดิมที่เคยให้ไว้เกี่ยวกับคดีดังกล่าว

การสอบสวนซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง DSI และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดที่ 26 กำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาว่าบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมืองอาจมีอิทธิพลต่อผลการคัดเลือก รายงานระบุว่าการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การระบุความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการคัดเลือก สว. บางคน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการสอบสวนจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของความตึงเครียดทางการเมืองในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นภายในวุฒิสภา

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการกลับคำให้การของพยานจะส่งผลกระทบต่อทิศทางการสอบสวนอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ หรือ DSI จะพบหลักฐานของการแทรกแซงเชิงระบบหรือไม่ ในขณะที่คณะกรรมการชุดที่ 26 ดำเนินการสอบสวนต่อไป สาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการฮั้วที่ถูกกล่าวหา และว่าจะมีนักการเมืองคนใดถูกระบุชื่ออย่างเป็นทางการในกระบวนการนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 09:15 UTC

ทางการทลายแก๊งสวมสิทธิ์บัตรเลขศูนย์บนเกาะสมุย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการทลายแก๊งสวมสิทธิ์บัตรเลขศูนย์บนเกาะสมุย

ปฏิบัติการร่วมนำโดยกรมการปกครองเปิดโปงขบวนการใช้บัตรประจำตัว 'เลขศูนย์' อย่างผิดกฎหมายบนเกาะสมุย โดยมีอดีตเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวข้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการทลายแก๊งสวมสิทธิ์บัตรเลขศูนย์บนเกาะสมุย

แหล่งข่าวเดียว
ทางการทลายแก๊งสวมสิทธิ์บัตรเลขศูนย์บนเกาะสมุย

ปฏิบัติการร่วมนำโดยกรมการปกครองเปิดโปงขบวนการใช้บัตรประจำตัว 'เลขศูนย์' อย่างผิดกฎหมายบนเกาะสมุย โดยมีอดีตเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า หน่วยเฉพาะกิจการปกครอง (N.I.C.E.) ได้เข้าปฏิบัติการตรวจค้นบนเกาะสมุยเพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการสวมสิทธิ์บัตรประจำตัวประชาชน โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การใช้บัตรประจำตัว 'เลขศูนย์' ซึ่งเป็นประเภทที่สงวนไว้สำหรับผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยบางกลุ่ม เพื่อนำไปใช้ในการอ้างสิทธิ์สถานะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตามรายงานระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอดีตรองนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของเทศบาลเกาะสมุยมีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนขอบเขตของการทุจริตและวิธีการที่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้ทำการแทรกแซงระบบทะเบียนเพื่อเอื้อประโยชน์หรือให้สถานะโดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลกระบวนการทะเบียนราษฎร์ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องของความโปร่งใสในการบริหารงานภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในขั้นตอนนี้ ขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายและจำนวนบัตรที่ถูกออกโดยมิชอบยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่ออดีตเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมตัวไปศาลเกาะสมุย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมตัวไปศาลเกาะสมุย

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องขังชายที่หลบหนีไประหว่างการควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดเกาะสมุย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมตัวไปศาลเกาะสมุย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมตัวไปศาลเกาะสมุย

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องขังชายที่หลบหนีไประหว่างการควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดเกาะสมุย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เกิดเหตุผู้ต้องขังชายคดีทำร้ายร่างกายหลบหนีจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างนำตัวส่งศาลจังหวัดเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องขังรายนี้สามารถสะเดาะกุญแจมือและหลบหนีไปได้บริเวณพื้นที่ด้านหลังศาล ซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อขยะเทศบาลนครเกาะสมุย ในตำบลมะเร็ต

สถานีตำรวจภูธรบ่อผุดได้เผยแพร่ตำหนิรูปพรรณของผู้ต้องขัง คือ ชายไทย อายุประมาณ 26 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 175 เซนติเมตร ผิวดำแดง ผมยาว สวมกางเกงยีนส์ขายาว ไม่สวมเสื้อ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาและปิดล้อมพื้นที่เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องขังรายนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย เหตุการณ์นี้อาจส่งผลต่อความกังวลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัยตามที่ระบุ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด โทร. 077-414567 หรือ 061-3064453 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในขณะนี้การค้นหายังคงดำเนินอยู่ และยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องขังได้หลบหนีออกจากบริเวณใกล้เคียงบ่อขยะไปแล้วหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นหรือไม่ ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 09:18 UTC

สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติในไทย

มีรายงานว่าสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรเพื่อจัดการกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยมีข้อกล่าวหาพาดพิงถึงอดีตรัฐมนตรีรายหนึ่ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติในไทย

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติในไทย

มีรายงานว่าสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรเพื่อจัดการกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยมีข้อกล่าวหาพาดพิงถึงอดีตรัฐมนตรีรายหนึ่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมใช้กฎหมายคว่ำบาตรเพื่อติดตามและจัดการกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศไทย

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อติดตามและลงโทษบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงขนาดใหญ่ โดยประเด็นสำคัญของข้อกล่าวหานี้รวมถึงการระบุว่ามีอดีตรัฐมนตรีในยุคของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจจากนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้นต่อกลุ่มอาชญากรรมที่ปฏิบัติการในภูมิภาค แม้ว่าแนวโน้มการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นและการดำเนินคดีกับบุคคลระดับสูง แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ข้อกล่าวหาเหล่านี้อ้างอิงจากคำให้สัมภาษณ์สาธารณะของนายกรณ์เท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางการสหรัฐฯ เกี่ยวกับขอบเขตที่แน่ชัดของมาตรการคว่ำบาตร รายชื่อบุคคลที่ถูกเพ่งเล็ง หรือกรอบเวลาในการดำเนินการ เนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมายที่กำลังพัฒนา ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามเอกสารอย่างเป็นทางการหรือรายงานที่มีการตรวจสอบแล้ว เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองและกฎหมายของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 09:16 UTC

สำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดสำหรับตำรวจ 1,130 นาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดสำหรับตำรวจ 1,130 นาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปรายชื่อผู้เกษียณอายุราชการก่อนกำหนดจำนวน 1,130 นาย ซึ่งจะมีผลในเดือนตุลาคมนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดสำหรับตำรวจ 1,130 นาย

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดสำหรับตำรวจ 1,130 นาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปรายชื่อผู้เกษียณอายุราชการก่อนกำหนดจำนวน 1,130 นาย ซึ่งจะมีผลในเดือนตุลาคมนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อนุมัติโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดอย่างเป็นทางการสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 1,130 นาย โดยรายชื่อดังกล่าวครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ระดับผู้กำกับการลงไปในทุกสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การปรับเปลี่ยนทางบริหารนี้มีกำหนดการที่จะมีผลในเดือนตุลาคม สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงบุคลากรขนาดใหญ่ภายในกองกำลังตำรวจเช่นนี้ถือเป็นเรื่องภายในองค์กรเป็นหลัก แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนมาตรฐานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่บ่อยครั้งมักเกิดขึ้นก่อนการปรับเปลี่ยนในวงกว้างเกี่ยวกับการจัดสรรกำลังพลและการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจท้องที่หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนยังคงต้องรอการยืนยัน ในขณะที่กองกำลังตำรวจกำลังผ่านช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ผู้อยู่อาศัยอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเจ้าหน้าที่ในสถานีตำรวจท้องที่ของตน แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางบริหารเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การบังคับใช้กฎหมายตามปกติหรือบริการด้านความปลอดภัยสาธารณะ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระจายตัวของการเกษียณอายุในแต่ละภูมิภาคหรือหน่วยงานเฉพาะทางยังไม่มีการเปิดเผย ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติสำหรับการอัปเดตใดๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในการให้บริการในพื้นที่หรือการเปลี่ยนแปลงผู้นำสถานี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยารามนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยารามนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย

หญิงรายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการโอนที่ดินจำนวน 21 ไร่ของเธอให้กับวัด โดยตั้งคำถามถึงความถูกต้องตามกฎหมายของกระบวนการดังกล่าว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยารามนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยารามนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย

หญิงรายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการโอนที่ดินจำนวน 21 ไร่ของเธอให้กับวัด โดยตั้งคำถามถึงความถูกต้องตามกฎหมายของกระบวนการดังกล่าว

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 หญิงรายหนึ่งที่ระบุชื่อว่า 'ป้าดา' ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับหน่วยงานรัฐหลายแห่ง ข้อพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับการโอนที่ดินจำนวน 21 ไร่เป็นชื่อของวัดป่าอดุลยาราม ป้าดาได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะถึงความง่ายดายในการโอนที่ดินครั้งนี้ ซึ่งทำให้เธอต้องเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและความสำคัญของการรักษาเอกสารให้ชัดเจนและเป็นปัจจุบันกับกรมที่ดิน ข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับสถาบันทางศาสนาและทรัพย์สินส่วนบุคคลอาจเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อและละเอียดอ่อน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการบริหารงานในหลายระดับของท้องถิ่น

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการโอนที่ดินยังคงต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานรัฐใดบ้างที่ถูกระบุในคำร้อง หรือป้าดาได้นำเสนอหลักฐานใดเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาของเธอว่าการโอนนั้นไม่เหมาะสม ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าทางการจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และโฉนดที่ดินจะถูกนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมหรืออาจมีการเพิกถอนหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทางวัดหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความถูกต้องของการโอนที่ดินดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 08:55 UTC

คำพิพากษาศาลปกครอง: สั่งเพิกถอนมติมหาวิทยาลัยนเรศวรปมคุณสมบัติ 'ศาสตราจารย์พิเศษ'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คำพิพากษาศาลปกครอง: สั่งเพิกถอนมติมหาวิทยาลัยนเรศวรปมคุณสมบัติ 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้ 'สมบัติ นพรัก' ชนะคดี โดยสั่งให้มหาวิทยาลัยนเรศวรเพิกถอนมติเกี่ยวกับคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คำพิพากษาศาลปกครอง: สั่งเพิกถอนมติมหาวิทยาลัยนเรศวรปมคุณสมบัติ 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

แหล่งข่าวเดียว
คำพิพากษาศาลปกครอง: สั่งเพิกถอนมติมหาวิทยาลัยนเรศวรปมคุณสมบัติ 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้ 'สมบัติ นพรัก' ชนะคดี โดยสั่งให้มหาวิทยาลัยนเรศวรเพิกถอนมติเกี่ยวกับคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาให้ นายสมบัติ นพรัก ชนะคดีในข้อพิพาททางกฎหมายกับมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศาลได้สั่งให้มหาวิทยาลัยเพิกถอนมติเดิมที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการดำรงตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลกระบวนการทางปกครองภายในสถาบันการศึกษาของรัฐอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคำพิพากษาจะเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภายในและตำแหน่งทางวิชาการของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงบทบาทของระบบตุลาการไทยในการตรวจสอบการตัดสินใจขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐ

ในขณะนี้ ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อนโยบายภายในของมหาวิทยาลัยหรือความเป็นไปได้ในการอุทธรณ์ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ยังไม่มีความชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยนเรศวรจะดำเนินการอย่างไรต่อคำสั่งศาล หรือสถาบันจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อศาลสูงหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำตัดสินนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวงกว้างเกี่ยวกับวิธีการประมวลผลและตรวจสอบคุณสมบัติทางวิชาการภายในระบบมหาวิทยาลัยหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งศาลจะปรากฏชัดเจนขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 08:56 UTC

สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เตรียมใช้กฎหมาย Magnitsky Act จัดการแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติที่พัวพันอดีตรัฐมนตรีไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เตรียมใช้กฎหมาย Magnitsky Act จัดการแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติที่พัวพันอดีตรัฐมนตรีไทย

กรณ์ จาติกวณิช เปิดเผยว่าทางการสหรัฐฯ กำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งมีชื่อของอดีตรัฐมนตรีในยุคของอนุทิน ชาญวีรกูล รวมอยู่ด้วย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เตรียมใช้กฎหมาย Magnitsky Act จัดการแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติที่พัวพันอดีตรัฐมนตรีไทย

แหล่งข่าวเดียว
สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เตรียมใช้กฎหมาย Magnitsky Act จัดการแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติที่พัวพันอดีตรัฐมนตรีไทย

กรณ์ จาติกวณิช เปิดเผยว่าทางการสหรัฐฯ กำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งมีชื่อของอดีตรัฐมนตรีในยุคของอนุทิน ชาญวีรกูล รวมอยู่ด้วย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าทางการสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมใช้กฎหมาย Magnitsky Act เพื่อจัดการกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยนายไบรอัน แมสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และนายจอห์น มูลินาร์ ประธานคณะกรรมาธิการพิเศษเกี่ยวกับจีน กำลังลงนามในเอกสารสำคัญเพื่อดำเนินการทางกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลงโทษบุคคลต่างชาติที่กระทำความผิดร้ายแรงและสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับประชาชนชาวสหรัฐฯ

นายกรณ์ระบุว่า ในรายชื่อผู้ที่ถูกยื่นเรื่องให้ทางการสหรัฐฯ ดำเนินการนั้น มีชื่อของอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมอยู่ด้วย พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าในการจัดการของทางการไทย โดยระบุว่าพันธมิตรต่างชาติไม่สามารถรอการดำเนินการจากภายในประเทศได้อีกต่อไปในการจัดการกับขบวนการเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นในระดับสากลต่อปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และการฉ้อโกงที่มาจากภูมิภาคนี้ แม้ว่ามาตรการคว่ำบาตรอาจนำไปสู่การจำกัดการเดินทางหรือการอายัดทรัพย์สินของผู้ที่ถูกระบุชื่อ แต่ตัวตนที่แน่ชัดของอดีตรัฐมนตรีและขอบเขตการสอบสวนของสหรัฐฯ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากคณะกรรมาธิการของรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบต่อบุคคลทางการเมืองของไทยและผลกระทบในวงกว้างต่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการบังคับใช้กฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 08:37 UTC

รวบตัวผู้ต้องหาคดีจี้ชิงทรัพย์ร้านทองในปทุมธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวผู้ต้องหาคดีจี้ชิงทรัพย์ร้านทองในปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชายวัย 56 ปี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ร้านทองในอำเภอสามโคก มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวผู้ต้องหาคดีจี้ชิงทรัพย์ร้านทองในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้ต้องหาคดีจี้ชิงทรัพย์ร้านทองในปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชายวัย 56 ปี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ร้านทองในอำเภอสามโคก มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายบันลือ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาในคดีจี้ชิงทรัพย์ร้านทองริมถนนปทุมธานี-สามโคก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีคนร้ายสวมเสื้อฮู้ดสีดำเพียงคนเดียวบุกเข้าไปชิงสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสามโคกได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ โดยการจับกุมเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้กับวัดเปรมประชากร ตำบลบางพูน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามของกลางสร้อยคอทองคำทั้งหมดกลับคืนมาได้ ในระหว่างการทำแผนผู้ต้องหามีท่าทีอิดโรยและไม่พูดจา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ปทุมธานี เหตุการณ์นี้ถือเป็นคดีอาชญากรรมสำคัญที่เจ้าหน้าที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของคดีและผลการสอบสวนว่ามีผู้ร่วมขบวนการหรือประเด็นด้านความปลอดภัยอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยผู้ประกอบการในพื้นที่ได้แสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนที่มีส่วนช่วยในการจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 08:17 UTC

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุยิงเสียชีวิตกลางทุ่งนาในเพชรบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุยิงเสียชีวิตกลางทุ่งนาในเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดเพชรบุรีอยู่ระหว่างการติดตามตัวมือปืน หลังพบชายวัย 50 ปีถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่ชนบท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุยิงเสียชีวิตกลางทุ่งนาในเพชรบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งสอบสวนเหตุยิงเสียชีวิตกลางทุ่งนาในเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดเพชรบุรีอยู่ระหว่างการติดตามตัวมือปืน หลังพบชายวัย 50 ปีถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่ชนบท

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ตำรวจในจังหวัดเพชรบุรีได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตกลางทุ่งนาในตำบลหนองขนาน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่พบศพชายวัย 50 ปี ซึ่งเป็นอดีตบุรุษไปรษณีย์ที่เพิ่งลาออกจากงานกลับมาทำนาที่บ้านเกิดได้ 7 เดือน

หลักฐานในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตมีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ และรถจักรยานยนต์สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มตะแคงอยู่บนถนนทางเข้าหมู่บ้านใกล้เคียง นอกจากนี้ยังพบรอยเท้าเปื้อนโคลนในบริเวณดังกล่าว พ่อของผู้เสียชีวิตให้การว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลังจากที่ลูกชายออกไปดูน้ำในนา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนคดีอาชญากรรมรุนแรงที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุยังไม่ชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิด ขณะนี้ยังไม่ทราบขนาดของอาวุธปืนที่ใช้และตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้ต้องสงสัย นักท่องเที่ยวในพื้นที่ชนบทของเพชรบุรีควรเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดในระหว่างที่การสืบสวนคดีฆาตกรรมนี้ยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 08:17 UTC

ตำรวจตรวจสอบทรัพย์สินอดีตเจ้าอาวาส ไม่พบความผิด เตรียมปลดอายัดบัญชีวัด 71 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจตรวจสอบทรัพย์สินอดีตเจ้าอาวาส ไม่พบความผิด เตรียมปลดอายัดบัญชีวัด 71 ล้านบาท

ทางการไทยเตรียมปลดอายัดบัญชีเงินฝากของวัดจำนวน 71 ล้านบาท หลังการตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตเจ้าอาวาสไม่พบหลักฐานการกระทำความผิด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจตรวจสอบทรัพย์สินอดีตเจ้าอาวาส ไม่พบความผิด เตรียมปลดอายัดบัญชีวัด 71 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจตรวจสอบทรัพย์สินอดีตเจ้าอาวาส ไม่พบความผิด เตรียมปลดอายัดบัญชีวัด 71 ล้านบาท

ทางการไทยเตรียมปลดอายัดบัญชีเงินฝากของวัดจำนวน 71 ล้านบาท หลังการตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตเจ้าอาวาสไม่พบหลักฐานการกระทำความผิด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้เสร็จสิ้นการตรวจสอบทรัพย์สินภายในกุฏิของอดีตเจ้าอาวาส โดยการตรวจสอบดังกล่าวมีขึ้นเพื่อพิจารณาความถูกต้องของเงินทุนที่อยู่ในบัญชีของวัด

ภายหลังการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานของการกระทำความผิดทางอาญาหรือการทุจริตทางการเงิน ส่งผลให้กองปราบฯ กำลังเตรียมดำเนินการปลดอายัดบัญชีธนาคารของวัดซึ่งมีเงินจำนวน 71 ล้านบาท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการสร้างความชัดเจนให้กับสถานะทางการเงินของวัดที่เคยอยู่ภายใต้การตรวจสอบ การคลี่คลายของคดีนี้ช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพในการบริหารจัดการของวัด แม้ว่าการตรวจสอบทรัพย์สินเฉพาะส่วนจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่กระบวนการปลดอายัดบัญชีอย่างเป็นทางการถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรทราบว่าแม้เจ้าหน้าที่จะแสดงเจตจำนงในการปลดอายัดเงินดังกล่าวแล้ว แต่การดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามขั้นตอนทางราชการยังคงเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 08:16 UTC