ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต ✦
การเมือง บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ✦
ทั่วไป กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent ✦
การเมือง ‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร ✦
ความปลอดภัย ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร ✦
ความปลอดภัย รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร ✦
การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ความปลอดภัย

เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำปืนประจำกายลั่นใส่แม่เสียชีวิตภายในบ้านพักที่จังหวัดภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามรายงานจาก Thai Post โดยพันตำรวจโทสากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านพักซอยเกาะแก้ว 3 ถนนเทพกระษัตรี เมื่อเวลาประมาณ 21.45 น.

รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโทกำลังตรวจสอบปืนประจำกาย Glock 19 ภายในบ้านพัก ปืนได้เกิดลั่นขึ้น ส่งผลให้กระสุนถูกมารดาที่อยู่ในเหตุการณ์จนเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัย และไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างของจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการอาวุธปืน เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดทั้งในที่เกิดเหตุและตัวอาวุธปืนเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะถูกดำเนินการโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตตามกระบวนการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:38 UTC

การเมือง

บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวเดียว
บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online รายงานถึงอิทธิพลทางการทูตของเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่สำคัญของจีนระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานเน้นย้ำถึงบทบาทของเธอในการทูตระหว่างประเทศและการแสดงออกถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมของจีนบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การเยือนครั้งนี้ตอกย้ำถึงการมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าการเยือนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเป็นหลัก แต่ก็มักส่งผลต่อบรรยากาศทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และบรรยากาศทั่วไปสำหรับชาวต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในภูมิภาคนี้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทวิภาคีในระยะยาวอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการที่จีนใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรมเพื่อจัดการภาพลักษณ์ในระดับสากลหรือไม่ ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงสัญลักษณ์จากการปรากฏตัวของเธอมากกว่าผลลัพธ์ทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจง นักเดินทางควรติดตามช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างสองประเทศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ทั่วไป

กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงการย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ในกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการได้อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่

โครงการที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ การย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทองและการบูรณะพื้นที่สะพานเทเวศร์ โครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของย่านประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งปรับปรุงการเข้าถึงของสาธารณะและความปลอดภัย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและการบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จะช่วยปรับปรุงความสวยงามและการไหลเวียนของการจราจรในเขตเมืองเก่าของเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่การก่อสร้างชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจราจรหรือเส้นทางเดินเท้าใกล้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การบูรณะสะพานเทเวศร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเยือนพื้นที่นี้เนื่องจากบรรยากาศริมน้ำและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

แม้ว่าคณะกรรมการจะอนุมัติโครงการทั้ง 5 โครงการแล้ว แต่กำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างและสถานที่ตั้งใหม่ของสถานีดับเพลิงยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเกาะรัตนโกสินทร์อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่รอบเมืองเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ผู้ชนะการประกวด America’s Got Talent ซีซั่นที่ 21

จังหวัดภูเก็ตกำลังเตรียมจัดขบวนแห่เพื่อเป็นเกียรติแก่ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ซึ่งเป็นชาวภูเก็ตที่เพิ่งชนะการประกวดรายการโทรทัศน์ 'America’s Got Talent' ซีซั่นที่ 21 ตามรายงานของ Khaosod Online นายรอมดอน หะยีอาเแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าทางจังหวัดตั้งใจจะจัดขบวนรถแห่ไปรอบเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับศิลปินรุ่นเยาว์ผู้นี้

ในส่วนของการเตรียมการ มีรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดเตรียมชุดไทยเพื่อให้เนเน่สวมใส่ในระหว่างงานต้อนรับ ทางการมองว่าชัยชนะของเธอเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทั้งชาวภูเก็ตและชาวไทย โดยมุ่งหวังที่จะใช้ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่กล้าทำตามความฝันของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น แม้ว่าเส้นทางของขบวนแห่และกำหนดการที่ชัดเจนกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับทีมงานของเนเน่ แต่ทางจังหวัดยืนยันว่ากำลังมีการวางแผนต้อนรับอย่างสมเกียรติ รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยและกำหนดการสุดท้ายของขบวนแห่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขณะนี้ศิลปินยังมีภารกิจที่ต่างประเทศ โดยจะมีการแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ทราบอีกครั้งเมื่อกำหนดการชัดเจนแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การเมือง

‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร นักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้รับคำอวยพรจากพระสงฆ์ในพื้นที่ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสกลนคร บุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งในพื้นที่ได้ให้พรต่อหน้าสาธารณชนว่าขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นักการเมืองกำลังพบปะกับชุมชนท้องถิ่น ท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะทำให้นักการเมืองประหลาดใจจนแสดงอาการเขินอายต่อการสนับสนุนที่ไม่คาดคิดนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างวัฒนธรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิมกับภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าการให้พรจากพระสงฆ์จะเป็นวิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในไทย แต่การที่คำอวยพรนี้เกิดขึ้นในบริบททางการเมืองและมีการกล่าวถึงตำแหน่งระดับสูงจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลและไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นทางการหรือการรับรองจากสถาบันทางศาสนาแต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคำอวยพรนี้มีน้ำหนักทางกฎหมายหรือส่งผลต่อทิศทางการหาเสียงของนักการเมืองแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์ควรพิจารณาเรื่องนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของนักการเมืองหรือบริบทเฉพาะของการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของทีมหาเสียงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ความปลอดภัย

ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้คาเฟ่ชื่อดังในเขาใหญ่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเขตเขาใหญ่ โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคาเฟ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ต้องปิดให้บริการเนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วมฉับพลัน

นายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดมีสภาพอากาศมืดครึ้มและมีปริมาณฝนตกในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีปริมาณฝนตกหนัก โดยที่อำเภอปากช่องวัดได้ 160 มิลลิเมตร ตามด้วยอำเภอพระทองคำ (56.5 มม.) อำเภอวังน้ำเขียว (55 มม.) และอำเภอครบุรี (25 มม.)

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แม้สถานการณ์จะสร้างความเดือดร้อน แต่สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาได้ให้ข้อมูลเพื่อความมั่นใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัด ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแชะ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันไม่ถึง 50% ของความจุ ซึ่งหมายความว่ายังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกมากเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อน

เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปเขาใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากผลกระทบจากฝนตกยังคงเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดมาตรการฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่ง 8 ข้อเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

คำสั่งหลักมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยสถานพยาบาลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจะต้องสำรองไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้โครงสร้างพื้นฐานจะได้รับผลกระทบชั่วคราวจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ของน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีความเสี่ยงควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นการป้องกันล่วงหน้า แต่ความรุนแรงที่แท้จริงของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการหยุดชะงักของบริการในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

เหตุการณ์

มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

แหล่งข่าวเดียว
มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

มะลิ โคทส์ นักแสดงสาวชาวไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากคบหาดูใจกันมา 7 ปี

มะลิ โคทส์ นักแสดงและนางแบบสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่ม ระหว่างงานเปิดตัวแพลตฟอร์มความงามแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การขอแต่งงานเกิดขึ้นริมทะเลในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของมะลิ ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาที่อั้มเคยให้ไว้ว่าจะขอแต่งงานก่อนที่เธอจะอายุครบ 35 ปี

ทั้งคู่ซึ่งคบหากันมานานถึง 7 ปี ได้แบ่งปันความตื่นเต้นระหว่างงานเปิดตัว Premium Beauty Booking Platform ที่ The Corner House ถนนเจริญกรุง มะลิบรรยายถึงช่วงเวลานั้นว่าตื่นเต้นจนหูดับและมือไม้สั่น ส่วนอั้มซึ่งมาร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจให้แฟนสาว ได้แสดงความมุ่งมั่นและชื่นชมในบุคลิกที่ตรงไปตรงมาของมะลิ พร้อมกล่าวติดตลกว่า "ลูกผู้ชายตัวจริงต้องกลัวแฟน"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการบันเทิงไทย ข่าวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง แม้ว่าทั้งคู่จะยืนยันเรื่องการหมั้นหมายและตั้งใจจะแต่งงานกันแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันหรือสถานที่จัดงานแต่งงาน แฟนๆ ต่างรอคอยการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของทั้งคู่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

แหล่งข่าวเดียว
รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

เทศบาลนครรังสิตประกาศเตือนภัยระดับธงแดงเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เทศบาลนครรังสิตได้ขึ้นธงแดงอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในระดับสูง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระดับน้ำในพื้นที่ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 1.81 เมตร ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำท้องถิ่นรวมถึง 'บิ๊กแจ๊ส' (คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ได้ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองและประสานงานการเฝ้าระวัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ธงแดงทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการว่าสภาพการณ์มีความเสี่ยงและควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งคลองควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของเทศบาลอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทาง

แม้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ในเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานะธงแดงจะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีการอพยพหรือใช้มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หรือคำแนะนำใหม่จากเทศบาลนครรังสิต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่น

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยบุกทลายคฤหาสน์หรูในกรุงเทพฯ จับกุมผู้ต้องหา 15 รายที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเหยื่อในประเทศญี่ปุ่น

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่น

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยบุกทลายคฤหาสน์หรูในกรุงเทพฯ จับกุมผู้ต้องหา 15 รายที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเหยื่อในประเทศญี่ปุ่น

เมื่อคืนวันที่ 16 กันยายน 2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้เข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูแห่งหนึ่งในเขตบางบอน กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องหา 15 รายที่ต้องสงสัยว่าดำเนินธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ที่ผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ซึ่งนำโดย พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมนี้มุ่งเป้าไปที่ชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ การบุกเข้าตรวจค้นเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 22.00 น. ซึ่งเป็นการยุติการดำเนินงานของสถานที่ดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ข้ามชาติและปฏิบัติการหลอกลวงที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐาน แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นการขัดขวางเครือข่ายดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงวิธีการเฉพาะที่กลุ่มนี้ใช้ในการระบุตัวเหยื่อ ผลกระทบทางการเงินโดยรวมจากการหลอกลวง และกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้ต้องหาทั้ง 15 รายจะต้องเผชิญ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสัญชาติของผู้ที่ถูกจับกุมหรือระยะเวลาที่ปฏิบัติการนี้ดำเนินอยู่ในพื้นที่เขตบางบอน ผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับการหลอกลวงที่อาจเกิดขึ้นควรใช้ความระมัดระวังและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 02:30 UTC

คลี่คลายเหตุตื่นตระหนกพบกระเป๋าเดินทางปริศนาใต้สะพานในอยุธยา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คลี่คลายเหตุตื่นตระหนกพบกระเป๋าเดินทางปริศนาใต้สะพานในอยุธยา

กระเป๋าเดินทางต้องสงสัยที่พบใต้สะพานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าตรวจสอบ แต่พบว่าเป็นเพียงกระเป๋าเปล่า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คลี่คลายเหตุตื่นตระหนกพบกระเป๋าเดินทางปริศนาใต้สะพานในอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
คลี่คลายเหตุตื่นตระหนกพบกระเป๋าเดินทางปริศนาใต้สะพานในอยุธยา

กระเป๋าเดินทางต้องสงสัยที่พบใต้สะพานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าตรวจสอบ แต่พบว่าเป็นเพียงกระเป๋าเปล่า

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับแจ้งเหตุความปลอดภัยเกี่ยวกับกระเป๋าเดินทางที่ถูกทิ้งไว้ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้พบกระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่สภาพใหม่และห่อหุ้มด้วยพลาสติกอยู่ใต้สะพานข้ามคลองหอกบนถนนโรจนะ

เนื่องจากตำแหน่งที่วางดูน่าสงสัยและอาจมีสิ่งของผิดกฎหมายหรือวัตถุอันตราย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงได้ติดต่อศูนย์วิทยุ 191 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธศวรรย์ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อประเมินสถานการณ์ ท่ามกลางความกังวลของประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจสอบวัตถุดังกล่าวอย่างระมัดระวัง

หลังจากเคลื่อนย้ายกระเป๋าขึ้นมาบนสะพานและเปิดออกตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าภายในกระเป๋าว่างเปล่า ไม่พบยาเสพติด วัตถุอันตราย หรือชิ้นส่วนมนุษย์แต่อย่างใด เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งสร้างความกังวลชั่วคราวให้กับชาวบ้านและผู้ที่สัญจรไปมาได้ยุติลงโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังต่อสิ่งของที่ถูกวางทิ้งไว้ในที่สาธารณะ แม้ว่ากรณีนี้จะเป็นเพียงการตื่นตระหนกเกินเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงสนับสนุนให้ประชาชนแจ้งเบาะแสวัตถุต้องสงสัยแก่ตำรวจแทนการพยายามตรวจสอบด้วยตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 02:32 UTC

มท.4 สั่งผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีด่านถลางเรียกรับเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

มท.4 สั่งผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีด่านถลางเรียกรับเงิน

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกรณีมีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับเงินที่ด่านตรวจในพื้นที่อำเภอถลาง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

มท.4 สั่งผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีด่านถลางเรียกรับเงิน

แหล่งข่าวเดียว
มท.4 สั่งผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีด่านถลางเรียกรับเงิน

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกรณีมีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับเงินที่ด่านตรวจในพื้นที่อำเภอถลาง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กรมการปกครองและจังหวัดภูเก็ตเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน กรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับเงินที่ด่านตรวจในพื้นที่อำเภอถลาง

คำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องมาจากมีรายงานข่าวต่อสาธารณะว่าเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ทางกระทรวงฯ จึงได้กำชับให้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียด โดยให้ระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและชี้แจงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการจัดการกับข้อกังวลด้านความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้ว่าการตรวจสอบจะยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงอาจนำไปสู่การดำเนินการทางวินัยต่อไป ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องและลักษณะของการกระทำผิดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากทางราชการเพื่อรับทราบความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 01:55 UTC

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชี้แจงกรณีการตรวจสอบผลงานทางวิชาการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชี้แจงกรณีการตรวจสอบผลงานทางวิชาการ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชี้แจงว่าได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลงานทางวิชาการ โดยเน้นย้ำว่าไม่ใช่การสอบสวนทางวินัยร้ายแรง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชี้แจงกรณีการตรวจสอบผลงานทางวิชาการ

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชี้แจงกรณีการตรวจสอบผลงานทางวิชาการ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชี้แจงว่าได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลงานทางวิชาการ โดยเน้นย้ำว่าไม่ใช่การสอบสวนทางวินัยร้ายแรง

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกังวลเมื่อเร็วๆ นี้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยทางวิชาการที่ดำเนินการภายในสถาบัน ตามรายงานของ Matichon Online ทางมหาวิทยาลัยยืนยันการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่ากระบวนการนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การสอบสวนทางวินัยร้ายแรง แถลงการณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองต่อการอภิปรายในที่สาธารณะและทางวิชาการเกี่ยวกับความถูกต้องของผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการตอบสนองทางบริหารภายในของมหาวิทยาลัยต่อการกำกับดูแลทางวิชาการ แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะยอมรับว่ามีการจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของงานวิจัยที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

ในขณะนี้ การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ผู้ที่สนใจในภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยต่อไป เพื่อทำความเข้าใจผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้ ยังไม่มีข้อสรุปเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานทางวิชาการที่เป็นปัญหา และมหาวิทยาลัยไม่ได้ระบุว่ากำลังดำเนินการลงโทษใดๆ ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 01:30 UTC

Rainwood Holding ยื่นฟ้อง Vatanika Group
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

Rainwood Holding ยื่นฟ้อง Vatanika Group

Rainwood Holding ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อ Vatanika Group ซึ่งนำโดยดีไซเนอร์ แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ในข้อหาผิดสัญญาจ้างด้านการตลาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

Rainwood Holding ยื่นฟ้อง Vatanika Group

แหล่งข่าวเดียว
Rainwood Holding ยื่นฟ้อง Vatanika Group

Rainwood Holding ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อ Vatanika Group ซึ่งนำโดยดีไซเนอร์ แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ในข้อหาผิดสัญญาจ้างด้านการตลาด

ตามรายงานจาก Khaosod Online บริษัท Rainwood Holding ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อบริษัท Vatanika Group ต่อศาลแพ่งเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 โดยโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 21,806,633.24 บาท โดยระบุว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาจ้างด้านการตลาด

Rainwood Holding ซึ่งบริหารจัดการสินทรัพย์ระดับไฮเอนด์หลายแห่ง รวมถึง Rainwood Park, สนามกอล์ฟ Robinwood, น้ำดื่ม Voss, เรือยอชต์ Sea Bear และโรงเรียนนานาชาติ KIS อ้างว่า Vatanika Group ไม่ได้ดำเนินการตามกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยเรือยอชต์ที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ Vatanika Group มี แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อพิพาททางกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในภาคธุรกิจไลฟ์สไตล์หรูหราของไทยและอุตสาหกรรมการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ แม้ว่าคดีนี้จะอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงภาระผูกพันตามสัญญาที่ซับซ้อนซึ่งกำกับดูแลการเป็นพันธมิตรของแบรนด์ระดับไฮเอนด์ในประเทศ จนถึงขณะนี้ศาลยังไม่มีคำพิพากษา และรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการผิดสัญญายังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่สนใจควรติดตามความคืบหน้าของคดีต่อไปเพื่อดูว่าข้อพิพาทระหว่างแบรนด์ไลฟ์สไตล์และบริษัทโฮลดิ้งนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 12:16 UTC

อดีตประธานาธิบดีคอซอวอถูกตัดสินจำคุก 25 ปีในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตประธานาธิบดีคอซอวอถูกตัดสินจำคุก 25 ปีในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม

ศาลพิเศษในกรุงเฮกตัดสินจำคุกนายฮาชิม ทาชี อดีตประธานาธิบดีคอซอวอ เป็นเวลา 25 ปี จากความผิดฐานก่ออาชญากรรมสงครามในช่วงความขัดแย้งเพื่อเอกราชในทศวรรษ 1990

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตประธานาธิบดีคอซอวอถูกตัดสินจำคุก 25 ปีในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม

แหล่งข่าวเดียว
อดีตประธานาธิบดีคอซอวอถูกตัดสินจำคุก 25 ปีในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม

ศาลพิเศษในกรุงเฮกตัดสินจำคุกนายฮาชิม ทาชี อดีตประธานาธิบดีคอซอวอ เป็นเวลา 25 ปี จากความผิดฐานก่ออาชญากรรมสงครามในช่วงความขัดแย้งเพื่อเอกราชในทศวรรษ 1990

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ศาลพิเศษคอซอวอในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ตัดสินจำคุกนายฮาชิม ทาชี อดีตประธานาธิบดีคอซอวอ วัย 58 ปี เป็นเวลา 25 ปี ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากบีบีซี คำตัดสินนี้ถือเป็นการสิ้นสุดการพิจารณาคดีที่ยาวนานกว่า 3 ปี เกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นในช่วงความขัดแย้งกับเซอร์เบียในทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นสงครามที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 คน

นายทาชี ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยคอซอวอ (KLA) ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาต่างๆ รวมถึงการฆาตกรรม การจับกุมโดยมิชอบ การทรมาน และการปฏิบัติอย่างโหดร้าย อัยการกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้คนเกือบ 100 คน และการบังคับให้บุคคลสูญหาย เขาถูกพิจารณาคดีร่วมกับอดีตผู้บัญชาการ KLA อีก 3 คนที่เผชิญข้อหาในลักษณะเดียวกัน แม้ว่านายทาชีจะได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็นวีรบุรุษของขบวนการเอกราชคอซอวอ และเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศหลังประกาศเอกราชในปี 2008 แต่ศาลเห็นว่าเขามีความรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างการลุกฮือของ KLA ต่อกองกำลังเซอร์เบีย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำตัดสินนี้ถือเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในคาบสมุทรบอลข่าน แม้ว่าการพิจารณาคดีจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผลกระทบทางการเมืองในวงกว้างต่อเสถียรภาพของภูมิภาคยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในภูมิภาคควรตระหนักว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการอุทธรณ์หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ทางการทูตในภูมิภาคยังไม่ได้รับการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 00:31 UTC

สหรัฐฯ พิจารณาคว่ำบาตร 28 บุคคลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ พิจารณาคว่ำบาตร 28 บุคคลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ประธานคณะกรรมาธิการสองท่านได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการคว่ำบาตรบุคคล 28 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการฉ้อโกง รวมถึงบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับคาสิโนในปอยเปต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สหรัฐฯ พิจารณาคว่ำบาตร 28 บุคคลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ พิจารณาคว่ำบาตร 28 บุคคลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ประธานคณะกรรมาธิการสองท่านได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการคว่ำบาตรบุคคล 28 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการฉ้อโกง รวมถึงบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับคาสิโนในปอยเปต

ตามรายงานจาก Matichon Online ประธานคณะกรรมาธิการสองท่านได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อขอให้มีการคว่ำบาตรบุคคล 28 รายที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการฉ้อโกงข้ามชาติ รายชื่อของผู้ที่อาจถูกมาตรการจำกัดดังกล่าวมีรายงานว่ารวมถึง วรภัค และบุคคลอื่นๆ ที่ระบุชื่อว่า ยิมเลียก, ฮุนโต และเบนสมิธ นอกจากนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคาสิโนที่มีชื่อเสียงในปอยเปต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในระดับสากลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายและกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ แม้ว่ามาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยทางการสหรัฐฯ แต่การบังคับใช้ที่อาจเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อธุรกรรมทางการเงินและการเดินทางของบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในข้อเสนอ

ยังคงต้องรอการยืนยันว่าบุคคลใดบ้างที่จะถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายของการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการ และกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับมาตรการเหล่านี้จะเป็นอย่างไร เนื่องจากสถานการณ์นี้ยังคงมีการพัฒนาและเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หรือหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม SawaLife จะยังคงติดตามรายงานเหล่านี้จากแหล่งข่าวสื่อที่เชื่อถือได้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 23:50 UTC

รวบ 6 วัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริบาดเจ็บสาหัสในสุรินทร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบ 6 วัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริบาดเจ็บสาหัสในสุรินทร์

ตำรวจสุรินทร์จับกุมวัยรุ่น 6 คน หลังก่อเหตุซุ่มยิงเยาวชน 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสในพื้นที่อำเภอศรีณรงค์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบ 6 วัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริบาดเจ็บสาหัสในสุรินทร์

แหล่งข่าวเดียว
รวบ 6 วัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริบาดเจ็บสาหัสในสุรินทร์

ตำรวจสุรินทร์จับกุมวัยรุ่น 6 คน หลังก่อเหตุซุ่มยิงเยาวชน 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสในพื้นที่อำเภอศรีณรงค์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดสุรินทร์ได้จับกุมกลุ่มวัยรุ่น 6 คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงบนถนนสะพานห้วยระหว่างบ้านหนองคูและบ้านแจนแวน ในตำบลหนองแวง อำเภอศรีณรงค์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ส่งผลให้เยาวชน 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกกลุ่มคู่อริจากหมู่บ้านข้างเคียงดักซุ่มยิง

พ.ต.อ.ทวีพงษ์ โพธิ์จิ๋ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีณรงค์ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุและสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คนได้ทันทีหลังเกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาได้ถูกนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบการสอบสวน รายงานระบุว่าความขัดแย้งนี้มีสาเหตุมาจากความบาดหมางระหว่างกลุ่มวัยรุ่นที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการโพสต์ข้อความข่มขู่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยมีการอ้างถึงอาวุธปืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งเฉพาะกลุ่มในพื้นที่ชนบท แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังตัวในพื้นที่ที่อาจมีความขัดแย้งระหว่างหมู่บ้าน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือข้อหาทางกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับผู้ต้องหาทั้ง 6 คน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 18:15 UTC

ตม. บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่นย่านบางบอน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตม. บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่นย่านบางบอน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับกุมผู้ต้องหา 15 ราย รวมถึงคนไทย 1 ราย ในคฤหาสน์หรูย่านบางบอน กรุงเทพฯ หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตม. บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่นย่านบางบอน

แหล่งข่าวเดียว
ตม. บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อชาวญี่ปุ่นย่านบางบอน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับกุมผู้ต้องหา 15 ราย รวมถึงคนไทย 1 ราย ในคฤหาสน์หรูย่านบางบอน กรุงเทพฯ หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้นำกำลังเข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูในเขตบางบอน กรุงเทพมหานคร หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีเกี่ยวกับพฤติกรรมน่าสงสัย ตามรายงานของ Khaosod Online เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 15 ราย ประกอบด้วยชาวต่างชาติ 14 ราย และคนไทย 1 ราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าดำเนินกิจการคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงเหยื่อในประเทศญี่ปุ่น

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบของกลางหลายรายการ รวมถึงเครื่องแบบตำรวจปลอมและตราสัญลักษณ์ทางราชการ ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าขบวนการนี้มีบอสชาวจีนเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยใช้นอมินีเป็นผู้เช่าคฤหาสน์ดังกล่าวมานานกว่า 1 ปี ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 900,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่แฝงตัวอยู่ในประเทศ แม้จะสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว แต่บอสชาวจีนที่ถูกกล่าวหายังคงหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองระบุว่ากำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ โดยมีความกังวลว่าอาจพยายามหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบขอบเขตการดำเนินงานของเครือข่ายนี้และจำนวนผู้เสียหายทั้งหมด ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในการแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 17:55 UTC

รวบชายชาวอังกฤษในบุรีรัมย์ ข้อหาฉ้อโกงเสื้อผ้ากีฬาออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายชาวอังกฤษในบุรีรัมย์ ข้อหาฉ้อโกงเสื้อผ้ากีฬาออนไลน์

ตำรวจบุรีรัมย์จับกุมชายชาวอังกฤษที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งซื้อเสื้อผ้ากีฬาของแท้ทางออนไลน์แล้วนำของปลอมมาสับเปลี่ยนคืน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายชาวอังกฤษในบุรีรัมย์ ข้อหาฉ้อโกงเสื้อผ้ากีฬาออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายชาวอังกฤษในบุรีรัมย์ ข้อหาฉ้อโกงเสื้อผ้ากีฬาออนไลน์

ตำรวจบุรีรัมย์จับกุมชายชาวอังกฤษที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งซื้อเสื้อผ้ากีฬาของแท้ทางออนไลน์แล้วนำของปลอมมาสับเปลี่ยนคืน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดบุรีรัมย์ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีการจับกุมชายชาวอังกฤษรายหนึ่ง ตามรายงานของ Khaosod Online ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากบริษัท เมก้าคาสเซิล จำกัด ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า ผู้ต้องหาได้ใช้ระบบสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพื่อซื้อเสื้อและกางเกงกีฬาของแท้ หลังจากได้รับสินค้าของแท้แล้ว บุคคลดังกล่าวได้อ้างว่าขนาดไม่ถูกต้อง และได้ส่งสินค้าที่เป็นของปลอมกลับคืนไปยังบริษัทแทนสินค้าของแท้ การตรวจค้นครั้งนี้ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ออกเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมานานเพียงใดและมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อสรุปความเสียหายทั้งหมดจากการฉ้อโกงที่ถูกกล่าวหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 17:16 UTC

พฤติกรรมตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังเกิดเหตุแจ้งความที่ชลบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พฤติกรรมตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังเกิดเหตุแจ้งความที่ชลบุรี

หญิงสาวในจังหวัดชลบุรีไม่สามารถแจ้งความคดีฉ้อโกงได้หลังจากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้เกิดความกังวลต่อมาตรฐานการให้บริการของเจ้าหน้าที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พฤติกรรมตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังเกิดเหตุแจ้งความที่ชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พฤติกรรมตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังเกิดเหตุแจ้งความที่ชลบุรี

หญิงสาวในจังหวัดชลบุรีไม่สามารถแจ้งความคดีฉ้อโกงได้หลังจากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้เกิดความกังวลต่อมาตรฐานการให้บริการของเจ้าหน้าที่

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 หญิงสาวรายหนึ่งที่ต้องการเข้าแจ้งความคดีฉ้อโกงทางการเงินในจังหวัดชลบุรี ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้เนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก “ซ้อเปา เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ซึ่งระบุถึงความพยายามของหญิงสาวในการขอความช่วยเหลือที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง

เมื่อไปถึง หญิงสาวพบเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งกำลังนั่งหลับอยู่ เมื่อเธอพยายามปลุกเพื่อแจ้งเรื่องฉ้อโกง เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้แนะนำให้เธอขึ้นไปติดต่อที่ชั้น 2 โดยไม่มีการให้คำแนะนำเพิ่มเติม เมื่อขึ้นไปถึงชั้น 2 เธอพบเจ้าหน้าที่อีกนายหนึ่งกำลังนั่งเล่นเกมบนอุปกรณ์สื่อสาร แม้เธอจะร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนโดยอ้างถึงความกังวลเรื่องกรอบเวลา 72 ชั่วโมงในการแจ้งความคดีอาชญากรรมทางการเงิน แต่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังคงเล่นเกมต่อและพูดแทรกเธอหลายครั้ง หญิงสาวจึงได้อัดคลิปวิดีโอเพื่อระบายความรู้สึกถึงการขาดความช่วยเหลือและการสื่อสารที่ไม่เหมาะสม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการเข้าถึงความช่วยเหลือจากตำรวจ แม้รายงานจะระบุรายละเอียดประสบการณ์ของหญิงสาวรายนี้ แต่ตัวตนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและมาตรการทางวินัยจากผู้บังคับบัญชาตำรวจชลบุรียังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 16:55 UTC

รวบแก๊งเยาวชนตระเวนงัดตู้หยอดเหรียญในชลบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบแก๊งเยาวชนตระเวนงัดตู้หยอดเหรียญในชลบุรี

ตำรวจชลบุรีจับกุมเยาวชน 2 รายที่เกี่ยวข้องกับเหตุงัดตู้หยอดเหรียญหลายแห่ง หลังอ้างว่าถูกเพื่อนร่วมขบวนการอีกรายบังคับขู่เข็ญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบแก๊งเยาวชนตระเวนงัดตู้หยอดเหรียญในชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รวบแก๊งเยาวชนตระเวนงัดตู้หยอดเหรียญในชลบุรี

ตำรวจชลบุรีจับกุมเยาวชน 2 รายที่เกี่ยวข้องกับเหตุงัดตู้หยอดเหรียญหลายแห่ง หลังอ้างว่าถูกเพื่อนร่วมขบวนการอีกรายบังคับขู่เข็ญ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.พลูตาหลวง และ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ควบคุมตัวเยาวชนชายอายุ 16 และ 17 ปี จำนวน 2 ราย ในคดีตระเวนงัดตู้หยอดเหรียญ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องสงสัยถูกระบุตัวได้จากภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คนขณะลงมือก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ

ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญ ได้แก่ กุญแจมือ และซองบัตรห้อยคอที่มีข้อความเกี่ยวข้องกับตำรวจภูธรภาค 2 เยาวชนที่ถูกควบคุมตัวให้การอ้างว่าถูกเพื่อนร่วมขบวนการวัย 16 ปี ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสายลับตำรวจ บังคับขู่เข็ญให้ร่วมก่อเหตุ โดยผู้ต้องสงสัยระบุว่าบุคคลดังกล่าวได้ใช้ปืนข่มขู่ว่าจะยิงหากไม่ยอมทำตามคำสั่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชลบุรี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป รายละเอียดที่ยังต้องรอการยืนยัน ได้แก่ ขอบเขตการมีส่วนร่วมของเพื่อนร่วมขบวนการที่ถูกกล่าวอ้าง ความน่าเชื่อถือของคำกล่าวอ้างเรื่องการเป็นสายลับตำรวจ รวมถึงการติดตามหาอาวุธปืนที่ถูกกล่าวถึงในคำให้การของผู้ต้องสงสัย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปบทบาทของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 15:56 UTC

วรภัคชี้แจงกรณีคณะกรรมาธิการสหรัฐฯ เสนอชื่อคว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

วรภัคชี้แจงกรณีคณะกรรมาธิการสหรัฐฯ เสนอชื่อคว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วรภัค นักการเมืองไทย ได้ออกมาตอบโต้รายงานข่าวที่ระบุว่าคณะกรรมาธิการของรัฐสภาสหรัฐฯ ได้เสนอให้มีการคว่ำบาตรเขาเนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายมิจฉาชีพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

วรภัคชี้แจงกรณีคณะกรรมาธิการสหรัฐฯ เสนอชื่อคว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
วรภัคชี้แจงกรณีคณะกรรมาธิการสหรัฐฯ เสนอชื่อคว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วรภัค นักการเมืองไทย ได้ออกมาตอบโต้รายงานข่าวที่ระบุว่าคณะกรรมาธิการของรัฐสภาสหรัฐฯ ได้เสนอให้มีการคว่ำบาตรเขาเนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายมิจฉาชีพ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 วรภัคได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะหลังจากมีรายงานว่าคณะกรรมาธิการของรัฐสภาสหรัฐอเมริกาได้เสนอชื่อเขาเพื่อรับการคว่ำบาตร โดยข้อเสนอดังกล่าวมีที่มาจากข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงเขากับเครือข่ายมิจฉาชีพ

ในการตอบโต้ วรภัคเน้นย้ำว่าเขายังไม่ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเขาได้เริ่มติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้แล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องจากนานาชาติเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ที่ผิดกฎหมายและเครือข่ายทางการเงินที่ดำเนินงานอยู่ในภูมิภาค แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเกี่ยวข้องกับการหารือทางการเมืองและการทูตระดับสูง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสนใจระดับโลกที่เพิ่มขึ้นในการปราบปรามการดำเนินงานของมิจฉาชีพ

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการดำเนินการของคณะกรรมาธิการสหรัฐฯ เป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น และยังไม่มีการประกาศคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการต่อเขา รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานเฉพาะที่คณะกรรมาธิการสหรัฐฯ อ้างถึง รวมถึงผลลัพธ์จากความพยายามของวรภัคในการชี้แจงจุดยืนของเขายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทั้งแวดวงการเมืองไทยและหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ตำรวจสัตหีบกวาดล้างแก๊งลักรถจักรยานยนต์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจสัตหีบกวาดล้างแก๊งลักรถจักรยานยนต์

เจ้าหน้าที่ในสัตหีบจับกุมชาวกัมพูชา 3 รายที่เกี่ยวข้องกับแก๊งลักรถจักรยานยนต์ พร้อมยึดรถและซากรถรวม 11 คัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจสัตหีบกวาดล้างแก๊งลักรถจักรยานยนต์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจสัตหีบกวาดล้างแก๊งลักรถจักรยานยนต์

เจ้าหน้าที่ในสัตหีบจับกุมชาวกัมพูชา 3 รายที่เกี่ยวข้องกับแก๊งลักรถจักรยานยนต์ พร้อมยึดรถและซากรถรวม 11 คัน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ตำรวจสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประกาศความสำเร็จในการทลายกลุ่มอาชญากรรมที่ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ทั่วพื้นที่อำเภอสัตหีบ ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์หายในพื้นที่จำนวน 3 คัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามสืบสวนจนพบแหล่งกบดานของผู้ต้องหาในจังหวัดระยอง และสามารถจับกุมชาวกัมพูชาได้ 3 ราย ในระหว่างการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดรถจักรยานยนต์ที่แจ้งหายคืนมาได้ 2 คัน และพบรถรวมถึงซากรถจักรยานยนต์อีกหลายรายการรวมทั้งหมด 11 คันในที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้นำรถที่ขโมยมาไปถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อขาย และนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัวและเที่ยวเตร่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่สัตหีบ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการล็อกรถด้วยอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและจอดรถในสถานที่ที่มีการดูแลอย่างดี แม้ว่าภัยคุกคามจากกลุ่มนี้จะถูกจัดการแล้ว แต่การสืบสวนของตำรวจยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตรวจสอบว่ามีเครือข่ายอื่นหรือทรัพย์สินที่ถูกขโมยมาเพิ่มเติมหรือไม่ ยังคงต้องยืนยันว่ามีบุคคลอื่นร่วมขบวนการหรือมีเหตุลักทรัพย์อื่นในภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหากลุ่มนี้หรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงขอความร่วมมือจากประชาชนให้แจ้งเบาะแสหากพบกิจกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการขายรถหรือชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกทิ้งไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ตำรวจเร่งสอบสวนคดีหญิงสาวเสียชีวิตปริศนาในอุดรธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจเร่งสอบสวนคดีหญิงสาวเสียชีวิตปริศนาในอุดรธานี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดอุดรธานีกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของหญิงสาววัย 24 ปีที่พบในห้องพัก โดยตำรวจตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการฆาตกรรม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจเร่งสอบสวนคดีหญิงสาวเสียชีวิตปริศนาในอุดรธานี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจเร่งสอบสวนคดีหญิงสาวเสียชีวิตปริศนาในอุดรธานี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดอุดรธานีกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของหญิงสาววัย 24 ปีที่พบในห้องพัก โดยตำรวจตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการฆาตกรรม

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า ตำรวจในจังหวัดอุดรธานีกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของหญิงสาววัย 24 ปี ชื่อพิม ซึ่งพบเสียชีวิตในห้องพักแห่งหนึ่งในตำบลบ้านเลื่อม โดยผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพเปลือยและมีสายไฟพันรอบคอ

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่าหลักฐานเบื้องต้น รวมถึงลักษณะของสายไฟและร่องรอยที่คาดว่ามีการลากร่าง บ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเป็นการทำร้ายตัวเอง ทีมพิสูจน์หลักฐานได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตและผู้พักอาศัยในห้องข้างเคียงเพื่อประกอบการสอบสวน นอกจากนี้ ผ้าเช็ดตัวที่พบในที่เกิดเหตุและหลักฐานอื่นๆ ได้ถูกส่งไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยระบุตัวผู้ต้องสงสัย

แม้การสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการหรือระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ พ่อเลี้ยงของผู้เสียชีวิตได้แสดงความเชื่อมั่นต่อสาธารณะว่าลูกสาวถูกฆาตกรรม สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก สภ.เมืองอุดรธานี เกี่ยวกับผลการพิสูจน์หลักฐานและสถานะของคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ไทยเตรียมคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ภายใต้กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ภายใต้กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วราวุธ ศิลปอาชา เตรียมเสนอมาตรการใหม่เพื่อจัดประเภทดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยเตรียมคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ภายใต้กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ภายใต้กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วราวุธ ศิลปอาชา เตรียมเสนอมาตรการใหม่เพื่อจัดประเภทดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กำลังเตรียมเสนอมาตรการกำกับดูแลใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) ต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายที่จะจัดประเภทดาต้าเซ็นเตอร์ให้อยู่ในบัญชีโรงงานลำดับที่ 108 ซึ่งจะทำให้ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐที่เข้มงวดขึ้น

นายวราวุธเปิดเผยว่า ขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำลังพิจารณารายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าว โดยมีเหตุผลหลักเพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชน และเพื่อให้มั่นใจว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับเปลี่ยนไปสู่การกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมที่เข้มงวดขึ้นในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แม้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ แต่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นอันดับแรก

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ากฎระเบียบใหม่เหล่านี้จะถูกนำมาบังคับใช้อย่างไร ข้อกำหนดในการดำเนินงานเฉพาะเจาะจงสำหรับสถานประกอบการที่มีอยู่เดิมจะเป็นอย่างไร และข้อเสนอดังกล่าวจะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่ออนุมัติอย่างเป็นทางการเมื่อใด โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมหลังจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมสรุปผลการพิจารณา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 13:56 UTC

ตำรวจจับกุมหนุ่มรับจ้างส่งพัสดุพร้อมยาบ้า 40,000 เม็ด ในพื้นที่พัทลุง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจจับกุมหนุ่มรับจ้างส่งพัสดุพร้อมยาบ้า 40,000 เม็ด ในพื้นที่พัทลุง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพัทลุงจับกุมชายวัย 37 ปี หลังตรวจพบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในพัสดุที่ส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจจับกุมหนุ่มรับจ้างส่งพัสดุพร้อมยาบ้า 40,000 เม็ด ในพื้นที่พัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจจับกุมหนุ่มรับจ้างส่งพัสดุพร้อมยาบ้า 40,000 เม็ด ในพื้นที่พัทลุง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพัทลุงจับกุมชายวัย 37 ปี หลังตรวจพบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในพัสดุที่ส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ตำรวจในจังหวัดพัทลุงได้จับกุมนายนพณัช อายุ 37 ปี หลังจากการสืบสวนพฤติการณ์การลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์เอกชน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ประสานงานแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เกี่ยวกับพัสดุที่ส่งมาจากภาคเหนือของไทย

เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามการจัดส่งพัสดุที่ระบุชื่อผู้รับปลายทางคือ 'ชุติมา' ณ บ้านเช่าแห่งหนึ่งบนถนนเพชรเกษม ในอำเภอเมืองพัทลุง เมื่อผู้ต้องหาเดินทางมารับพัสดุดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและพบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ภายใน จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากหญิงสาวรายหนึ่งให้มารับและส่งพัสดุโดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการสกัดกั้นการใช้เครือข่ายขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์เพื่อกระทำผิดกฎหมาย แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและระบุตัวบุคคลที่ชื่อ 'ชุติมา' เนื่องจากคดีนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของขบวนการค้ายาเสพติดและการมีส่วนร่วมของบุคคลอื่นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 13:16 UTC

กกต. มีมติไม่รับสำนวนจากดีเอสไอ โดยระบุว่าต้องรอข้อสรุปจากการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กกต. มีมติไม่รับสำนวนจากดีเอสไอ โดยระบุว่าต้องรอข้อสรุปจากการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติ 4-3 ไม่รับสำนวนคดีที่ส่งมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยอ้างถึงความจำเป็นในการรอข้อสรุปเพิ่มเติม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กกต. มีมติไม่รับสำนวนจากดีเอสไอ โดยระบุว่าต้องรอข้อสรุปจากการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งข่าวเดียว
กกต. มีมติไม่รับสำนวนจากดีเอสไอ โดยระบุว่าต้องรอข้อสรุปจากการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติ 4-3 ไม่รับสำนวนคดีที่ส่งมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยอ้างถึงความจำเป็นในการรอข้อสรุปเพิ่มเติม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยได้ปฏิเสธที่จะรับสำนวนคดีที่ส่งมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อย่างเป็นทางการ โดยการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง

เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าการปฏิเสธนี้ไม่ใช่การยกฟ้องประเด็นพื้นฐานอย่างถาวร แต่เป็นการหยุดชะงักทางขั้นตอนชั่วคราว กกต. ระบุว่าขณะนี้กำลังรอข้อสรุปสุดท้ายจากคณะทำงานตรวจสอบชุดแยกต่างหาก ซึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการ 36 คน" นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ตอบโต้กระแสคาดการณ์ของสาธารณชน โดยชี้แจงว่าการพิจารณาในปัจจุบันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหารือเกี่ยวกับเส้นทางการเงินหรือกระแสเงินแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนที่ยังคงดำเนินอยู่ของการสอบสวนทางการเมืองและการบริหารระดับสูงในประเทศไทย แม้ว่ากระบวนการทางราชการดังกล่าวจะไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้มาเยือน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติของการกำกับดูแลสถาบันในประเทศที่กำลังพัฒนาอยู่

ในขั้นตอนนี้ กำหนดเวลาที่คณะกรรมการ 36 คนจะเปิดเผยข้อสรุปยังคงไม่มีการยืนยัน สาธารณชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก กกต. เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการต่อไปเมื่อมีการตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของสำนวนคดีของดีเอสไอในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 12:35 UTC