ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ ✦
เทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ✦
เศรษฐกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม ✦
เศรษฐกิจ ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ ✦
กฎหมาย ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง ✦
เหตุการณ์ ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' ✦
การขนส่ง

รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนขบวนรถนอนในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนกันในย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนรถนอนซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ามีพนักงานการรถไฟได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้ว่าจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัดและสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเฉี่ยวชนยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อตารางเวลาของรถไฟที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ ผู้โดยสารควรตรวจสอบความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงการให้บริการกับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนวางแผนการเดินทาง

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเฉี่ยวชน อาการปัจจุบันของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บ และกรอบเวลาที่คาดว่าจะสามารถเคลียร์เส้นทางและกลับมาให้บริการตามปกติได้ ทางการยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความผิดพลาดทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์ที่อาจมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการกลับมาให้บริการตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เทคโนโลยี

กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูล Telehouse ในเขตห้วยขวางผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของบริษัท เทเลเฮ้าส์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

การตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทยนั้นเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังการประเมิน กระทรวงฯ ยืนยันว่าสถานที่ดังกล่าวผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเขตห้วยขวาง ประกาศนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสถานที่ดังกล่าวมีการดำเนินงานภายใต้แนวทางด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกำหนด การกำกับดูแลเช่นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง

แม้ว่าสถานที่ดังกล่าวจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานในปัจจุบันแล้ว แต่รายงานไม่ได้ระบุว่ามีการกำหนดการตรวจสอบเป็นระยะในอนาคตหรือไม่ หรือมีการประเมินในลักษณะเดียวกันสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งอื่นๆ ในเมืองหลวงหรือไม่ ประชาชนที่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในกรุงเทพฯ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

ทางการยกระดับการเฝ้าระวังและจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำ เตรียมเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิด 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กำลังติดตามพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด แม้ว่าทางการจะมีการบริหารจัดการระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน นักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพการจราจรในพื้นที่อยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

รัฐบาลไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนในภาคกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เพื่อบริหารจัดการระบบน้ำและดูแลประชาชนในพื้นที่

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลางของประเทศอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลได้วางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุมเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลได้ระดมเครื่องจักรและจัดสรรเจ้าหน้าที่ประจำจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยทีมงานเหล่านี้มีหน้าที่ติดตามระดับน้ำและพร้อมตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการจัดสรรทรัพยากรแล้ว แต่ในรายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดพื้นที่เฉพาะที่อาจเผชิญกับน้ำท่วมขังหรือความล่าช้าในการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินไปนานเท่าใด และจะมีจังหวัดใดที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือมีแผนการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว ควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เศรษฐกิจ

แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

แหล่งข่าวเดียว
แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

Her Hyness เพิ่มงบการตลาดและแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งในตลาดมาสก์และโทนเนอร์แพดของไทยที่มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness กำลังขยายงบประมาณด้านการตลาดอย่างจริงจังเพื่อตอกย้ำตำแหน่งในอุตสาหกรรมมาสก์และโทนเนอร์แพด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในสามเสาหลักของรายได้ และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคชาย

เพื่อสนับสนุนการขยายตัวนี้ แบรนด์ได้แต่งตั้งนักแสดง ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ HYPER T เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่เดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของตลาดความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในท้องถิ่น ซึ่งกำลังตอบสนองต่อกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น แม้ว่าแบรนด์จะประกาศกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อความพร้อมจำหน่ายในร้านค้าปลีกและประสิทธิภาพในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่บริษัทเริ่มดำเนินแคมเปญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:57 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ได้รับการยืนยัน
ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนตุลาคม โดยมุ่งเป้าไปที่ 'ระบอบสีน้ำเงิน'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศว่าฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคมนี้ โดยนายณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังรวบรวมเนื้อหาจากทุกพรรคเพื่อสร้างข้อมูลที่หนักแน่น

ญัตติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกว่า 'ระบอบสีน้ำเงิน' ซึ่งหมายถึงอิทธิพลของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่มีต่อการดำเนินงานของรัฐ องค์กรอิสระ และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐ นายณัฐพงษ์เน้นย้ำว่าพรรคได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้แล้ว รวมถึงรายงานเกี่ยวกับการล็อกสเปกในโครงการของรัฐ และยังคงเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การถกเถียงในสังคมและการเปลี่ยนแปลงด้านเสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย และยังไม่มีการยืนยันวันที่แน่ชัดสำหรับการประชุมสภาฯ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:38 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการนำเข้าทองคำจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ภาครัฐเตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้า

ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569) โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่ามูลค่าการค้ารวมอยู่ที่กว่า 24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.31% จากปีก่อน

มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 26.30% รวมกว่า 12.8 ล้านล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าทองคำจำนวนมาก นอกเหนือจากสินค้าหลักอื่นๆ เช่น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ และอุปกรณ์สื่อสาร แม้ว่าไทยจะยังคงมีการส่งออกที่แข็งแกร่งในกลุ่มคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ปริมาณการนำเข้าทองคำที่สูงขึ้นได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางศุลกากรหรือนโยบายการนำเข้าในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า แม้ว่ากรมศุลกากรจะกำลังพิจารณามาตรการเพื่อควบคุมการนำเข้าเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่หรือผลกระทบต่อตลาดทองคำยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามูลค่าการค้ารวมตลอดปีงบประมาณจะอยู่ที่ 25 ล้านล้านบาท ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนทางการค้าเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาวะตลาดในประเทศหรือเสถียรภาพของค่าเงินอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เน้นย้ำถึงความสำคัญของกองทุนหมุนเวียนในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวในงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569' โดยเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของกองทุนหมุนเวียนภาครัฐในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งมอบคุณค่าให้กับประชาชนชาวไทย ตามรายงานจาก Matichon Online รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ากลไกทางการเงินเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชน

งานดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับการยกย่องความเป็นเลิศในการบริหารจัดการกองทุน และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความร่วมมือ รวมถึงการมีส่วนร่วมของนักกีฬาชื่อดัง 4 ท่านที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการใช้เครื่องมือทางการเงินที่บริหารจัดการโดยรัฐเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและปรับปรุงบริการสาธารณะ

แม้ว่างานนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายกองทุนในอนาคตหรือผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่วนต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการนำนักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีเศรษฐกิจนี้สะท้อนถึงความพยายามในการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณะเข้ากับการมีส่วนร่วมทางสังคมที่กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์เฉพาะของการประเมินกองทุนปี 2569 ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการกำกับดูแลทางการคลังต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กฎหมาย

ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) วางแผนที่จะเชิญพิธีกรโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชน โดยเฉพาะ หนุ่ม กรรชัย และ พุทธอภิวรรณ มาให้ข้อมูล การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่เงินบริจาคทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสขององค์กรการกุศลและบทบาทของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชนในการระดมทุนสาธารณะ แม้ว่า DSI จะระบุถึงความตั้งใจในการรวบรวมข้อมูล แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นขั้นตอนการสอบสวนไม่ใช่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ บุคคลที่กล่าวถึงยังไม่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในขั้นตอนนี้ แต่ถูกเรียกตัวในฐานะแหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพเพื่อช่วย DSI ในการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของมูลนิธิที่กำลังดำเนินอยู่

สิ่งที่ยังต้องยืนยันคือกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการสัมภาษณ์เหล่านี้ และข้อมูลที่ได้รับจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DSI เพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้อยู่อาศัยควรเชื่อถือคำแถลงอย่างเป็นทางการมากกว่ารายงานเชิงคาดเดาเกี่ยวกับลักษณะกิจกรรมของมูลนิธิหรือการมีส่วนร่วมของบุคคลในสื่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เหตุการณ์

ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

M STUDIO และช่อง 3 เผยภาคต่อของแฟรนไชส์สยองขวัญ 'ธี่หยด' โดยจะพาผู้ชมไปสำรวจจุดเริ่มต้นของตัวละคร 'ยักษ์'

ตามรายงานจาก Khaosod Online ทาง M STUDIO และช่อง 3 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' โดยมี 'แป๊ป' ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, 'ต้อม' ธนเดช ประดิษฐ์ และ 'เต้ย' ชาลิต ไกรเลิศมงคล รับหน้าที่กำกับ ซึ่งถือเป็นภาคก่อนหน้าของซีรีส์สยองขวัญยอดนิยม

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ติดตามตัวละคร 'ยักษ์' และ 'จ่าปพันธ์' ในขณะที่พวกเขานำกองกำลังทหารเข้าสู่ป่าเขาขวางเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย พล็อตเรื่องเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับตำนานเสือสมิงกินคนที่มีชื่อว่า 'ไอ้โหง' ซึ่งมีความสามารถในการจำแลงร่าง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งลี้ลับและสัตว์ป่าพร่าเลือนไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการขยายจักรวาลของแฟรนไชส์สยองขวัญท้องถิ่นครั้งสำคัญ โดยจะมีการสำรวจภูมิหลังของตัวละครหลักและเจาะลึกตำนานพื้นบ้าน แม้ว่าทีมงานจะยืนยันเนื้อเรื่องและสถานที่ถ่ายทำแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการหรือแผนการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ แฟนๆ ของภาพยนตร์แนวนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก M STUDIO และช่อง 3 เพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

คำวินิจฉัยศาลฎีกาเกี่ยวกับคดีตาม พ.ร.บ.สันติสุข
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คำวินิจฉัยศาลฎีกาเกี่ยวกับคดีตาม พ.ร.บ.สันติสุข

ศาลฎีกาอนุญาตให้จำหน่ายคดีตาม พ.ร.บ.สันติสุขได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการนิรโทษกรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คำวินิจฉัยศาลฎีกาเกี่ยวกับคดีตาม พ.ร.บ.สันติสุข

แหล่งข่าวเดียว
คำวินิจฉัยศาลฎีกาเกี่ยวกับคดีตาม พ.ร.บ.สันติสุข

ศาลฎีกาอนุญาตให้จำหน่ายคดีตาม พ.ร.บ.สันติสุขได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการนิรโทษกรรม

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ศาลฎีกาของประเทศไทยได้ออกแนวทางปฏิบัติที่อนุญาตให้มีการจำหน่ายคดีความที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.สันติสุขได้ทันที คำวินิจฉัยนี้ระบุชัดเจนว่าศาลสามารถดำเนินการจำหน่ายคดีเหล่านี้ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องรอการตรวจสอบหรือการตัดสินใจอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการนิรโทษกรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในวิธีการจัดการกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สันติสุขภายในระบบยุติธรรม การขจัดขั้นตอนที่ล่าช้าจากการรอคณะกรรมการนิรโทษกรรมมีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายเฉพาะเหล่านี้ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

แม้ว่าคำวินิจฉัยนี้จะให้ความชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจของศาลในการดำเนินการโดยอิสระจากคณะกรรมการ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอบเขตที่แน่ชัดของคดีที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายตามแนวทางปฏิบัตินี้ และกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการจำหน่ายคดีในศาลชั้นต้นยังไม่มีการระบุรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีความที่กำลังดำเนินอยู่หรือผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลต่อไป เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำนโยบายนี้ไปใช้ในทางปฏิบัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:50 UTC

เจ้าหน้าที่พบการลักลอบใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาในบ้านพักอาศัย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่พบการลักลอบใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาในบ้านพักอาศัย

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าในประเทศไทยได้แจ้งความดำเนินคดีหลังจากพบว่ามีการลักลอบต่อตรงไฟฟ้าและน้ำประปาในบ้านหลังหนึ่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่พบการลักลอบใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาในบ้านพักอาศัย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่พบการลักลอบใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาในบ้านพักอาศัย

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าในประเทศไทยได้แจ้งความดำเนินคดีหลังจากพบว่ามีการลักลอบต่อตรงไฟฟ้าและน้ำประปาในบ้านหลังหนึ่ง

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้บันทึกเหตุการณ์การลักลอบใช้สาธารณูปโภคในบ้านพักอาศัยแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลผ่านบัญชี TikTok @PeachPeach_TV พบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการต่อตรงเข้าสู่ระบบไฟฟ้าและน้ำประปา แม้ว่าจะถูกตัดการเชื่อมต่อและถอดมิเตอร์ออกไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

ผู้พักอาศัยได้ใช้วิธีต่อตรงเข้ากับสายเมนหลักและใช้ถังพลาสติกครอบไว้เพื่อปิดบังการเชื่อมต่อ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและพยายามเรียกผู้ที่อยู่ในบ้านออกมา แต่ไม่มีใครปรากฏตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับตำรวจและแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักลอบใช้สาธารณูปโภคของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎระเบียบด้านสาธารณูปโภคอย่างเคร่งครัดในประเทศไทย การดัดแปลงโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดทางอาญาที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเริ่มดำเนินการทางกฎหมายแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้ที่รับผิดชอบต่อการเชื่อมต่อที่ผิดกฎหมายได้ เนื่องจากไม่มีใครออกมาแสดงตัวระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าผู้พักอาศัยจะต้องเผชิญกับบทลงโทษใดบ้าง เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:51 UTC

คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เดินหน้าสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เดินหน้าสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสภาผู้แทนราษฎร กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยคาดว่าจะมีการดำเนินการทางวินัยภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เดินหน้าสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เดินหน้าสอบทุจริตการสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสภาผู้แทนราษฎร กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยคาดว่าจะมีการดำเนินการทางวินัยภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้

ตามรายงานจาก Thai Post นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าทางคณะกรรมาธิการกำลังดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นไปที่เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น

ในการประชุมเมื่อเร็วๆ นี้ ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญตัวแทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบดังกล่าว นายอาสพลธ์ระบุว่า คณะกรรมาธิการคาดว่าจะสามารถดำเนินการทางวินัยหรือดำเนินคดีตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการยกระดับความโปร่งใสในภาครัฐ แม้ว่ากระบวนการนี้จะเป็นเรื่องภายในของหน่วยงานรัฐ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้การสรรหาบุคลากรเข้ารับราชการเป็นไปอย่างยุติธรรมและปราศจากการทุจริต

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ถูกตรวจสอบหรือรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบต่อสาธารณะ ประชาชนกำลังรอการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจากคณะกรรมาธิการเมื่อใกล้ถึงกำหนดการสิ้นเดือนตุลาคม เพื่อดูว่าจะมีมาตรการใดบ้างที่นำมาใช้กับผู้ที่รับผิดชอบต่อการกระทำผิดดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:40 UTC

ชาวปราจีนบุรีร้องกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำนันตำบลบ่อทอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ชาวปราจีนบุรีร้องกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำนันตำบลบ่อทอง

เครือข่ายประชาชนได้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้ตรวจสอบดุลพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำนันที่เข้าร่วมเวทีคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ชาวปราจีนบุรีร้องกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำนันตำบลบ่อทอง

แหล่งข่าวเดียว
ชาวปราจีนบุรีร้องกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำนันตำบลบ่อทอง

เครือข่ายประชาชนได้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้ตรวจสอบดุลพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำนันที่เข้าร่วมเวทีคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ตัวแทนจากเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรงและเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งได้เดินทางไปยังกระทรวงมหาดไทยในกรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มผู้ร้องขอให้มีการตรวจสอบดุลพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นายประภาชน์ รักศรี กำนันตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี

การสอบสวนดังกล่าวมีรายงานว่าเกิดขึ้นหลังจากได้รับหนังสือร้องเรียนที่ไม่ระบุชื่อ (บัตรสนเท่ห์) ซึ่งกล่าวหาว่ากำนันละเลยต่อหน้าที่โดยการเข้าร่วมเวทีสาธารณะเพื่อคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กลุ่มเครือข่ายประชาชนโต้แย้งว่าการเข้าร่วมของกำนันเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องชุมชนของตนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้เรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยสั่งระงับหรือยุติการสอบสวนทางวินัยดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในระดับท้องถิ่นที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการขยายพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นเขตพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แม้ว่าการประท้วงจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่ก็สะท้อนถึงการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและสิทธิของชุมชนในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อคำร้องนี้ และการสอบสวนในระดับจังหวัดจะดำเนินต่อไปหรือถูกระงับลง โดยในขณะนี้กระบวนการทางวินัยยังคงมีผลอยู่ภายใต้อำนาจของจังหวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:31 UTC

สิบตรีลาออกหลังถูกแฉปลอมลายเซ็นผู้บังคับบัญชาเพื่อย้ายตำแหน่ง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สิบตรีลาออกหลังถูกแฉปลอมลายเซ็นผู้บังคับบัญชาเพื่อย้ายตำแหน่ง

ทหารยศสิบตรีในกองทัพไทยได้ลาออกหลังจากถูกกล่าวหาว่าปลอมลายเซ็นของผู้บังคับบัญชาเพื่อย้ายไปรับตำแหน่งนิติกรในจังหวัดตรัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สิบตรีลาออกหลังถูกแฉปลอมลายเซ็นผู้บังคับบัญชาเพื่อย้ายตำแหน่ง

แหล่งข่าวเดียว
สิบตรีลาออกหลังถูกแฉปลอมลายเซ็นผู้บังคับบัญชาเพื่อย้ายตำแหน่ง

ทหารยศสิบตรีในกองทัพไทยได้ลาออกหลังจากถูกกล่าวหาว่าปลอมลายเซ็นของผู้บังคับบัญชาเพื่อย้ายไปรับตำแหน่งนิติกรในจังหวัดตรัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทหารยศสิบตรีในกองทัพไทยกำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ โดยทหารนายนี้ถูกกล่าวหาว่าปลอมลายเซ็นของผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 (มทบ. 18) เพื่ออำนวยความสะดวกในการย้ายไปรับตำแหน่งนิติกรในจังหวัดตรัง

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากมีการตรวจพบการปลอมแปลงเอกสาร ส่งผลให้ทหารนายนี้ตัดสินใจยื่นใบลาออก สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความท้าทายด้านการบริหารจัดการภายในกองทัพและความเสี่ยงของการทุจริตเอกสารภายในหน่วยงานภาครัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบเอกสารและการกำกับดูแลที่เข้มงวดในการแต่งตั้งตำแหน่งราชการในประเทศไทย แม้ว่าจะมีการรายงานเรื่องการลาออกแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงขอบเขตของการสอบสวนเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร และการพิจารณาว่าจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อบุคคลดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ถูกละเลย หรือกรอบเวลาที่แน่ชัดของความพยายามในการย้ายตำแหน่งโดยมิชอบ ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้สังเกตการณ์ต่างรอดูว่ากองทัพจะดำเนินมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ประพฤติมิชอบทางธุรการในลักษณะนี้อีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:10 UTC

กฎหมายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยถูกจับตามองหลังคนดังกล่าวถึง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กฎหมายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยถูกจับตามองหลังคนดังกล่าวถึง

การที่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล กล่าวถึงเบียร์ไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จุดประเด็นการสนทนาบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับกฎระเบียบที่เข้มงวดในการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กฎหมายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยถูกจับตามองหลังคนดังกล่าวถึง

แหล่งข่าวเดียว
กฎหมายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยถูกจับตามองหลังคนดังกล่าวถึง

การที่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล กล่าวถึงเบียร์ไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จุดประเด็นการสนทนาบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับกฎระเบียบที่เข้มงวดในการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย

ภายหลังการปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์ชาวไทย ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ในรายการ 'The Tonight Show Starring Jimmy Fallon' ซึ่งเธอได้พูดถึงความชื่นชอบในอาหารไทยและเบียร์ไทย ทำให้เกิดกระแสการสนทนาบนโลกออนไลน์ในประเทศไทยเกี่ยวกับกฎหมายที่เข้มงวดในการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ความเห็นของศิลปินชื่อดังได้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่แบรนด์ท้องถิ่นต้องเผชิญภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ตอกย้ำถึงความซับซ้อนของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดข้อจำกัดที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการทำการตลาด การจัดแสดง หรือการส่งเสริมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ดิจิทัล แม้ว่าการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์เฉพาะโดยบุคคลสาธารณะจะสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนทางกฎหมายสำหรับแบรนด์ที่พยายามใช้ประโยชน์จากการเปิดเผยดังกล่าวโดยไม่ละเมิดข้อห้ามในการส่งเสริมการขายที่เข้มงวด

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้ว่าความคิดเห็นของศิลปินชื่อดังจะทำให้เกิดความสนใจในกฎระเบียบเหล่านี้อีกครั้ง แต่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่มีอยู่ นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรตระหนักว่าการส่งเสริมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในประเทศไทย ส่วนการสนทนาเหล่านี้จะนำไปสู่การทบทวนหรือแก้ไขกฎหมายโฆษณาในปัจจุบันหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:52 UTC

การตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นยังคงดำเนินต่อไป
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นยังคงดำเนินต่อไป

คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยคาดว่าจะสรุปผลการสอบสวนได้ภายในสิ้นเดือนตุลาคม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งข่าวเดียว
การตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นยังคงดำเนินต่อไป

คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยคาดว่าจะสรุปผลการสอบสวนได้ภายในสิ้นเดือนตุลาคม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) กำลังดำเนินการตรวจสอบกรณีที่มีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ระบุว่ากระบวนการตรวจสอบมีความล่าช้าเนื่องจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการตรวจสอบกระดาษคำตอบจำนวนประมาณ 800,000 แผ่น ด้วยปริมาณเอกสารจำนวนมากทำให้กระบวนการตรวจสอบยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้กำหนดกรอบเวลาในการสรุปผลการสอบสวนและปิดคดีให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2569

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในภาคส่วนราชการไทย การตรวจสอบนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในกระบวนการสรรหาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งความโปร่งใสในการสอบถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของคุณภาพการบริหารงานท้องถิ่นและการให้บริการสาธารณะ

ในขณะนี้ การตรวจสอบยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ โดยยังต้องรอการยืนยันว่าการตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้ง 800,000 แผ่นจะพบหลักฐานของการทุจริตเชิงระบบหรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด ประชาชนกำลังรอรายงานสรุปผลจากคณะกรรมาธิการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยชี้แจงขอบเขตของปัญหาและมาตรการดำเนินการต่อไปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:50 UTC

คนขับรถบรรทุกถูกปรับสูงสุดหลังฝ่าไฟแดงเกือบชนกลุ่มนักเรียนใกล้เขตโรงเรียนในสมุทรสงคราม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

คนขับรถบรรทุกถูกปรับสูงสุดหลังฝ่าไฟแดงเกือบชนกลุ่มนักเรียนใกล้เขตโรงเรียนในสมุทรสงคราม

คนขับรถบรรทุก 6 ล้อถูกสั่งปรับเต็มอัตราสูงสุดหลังจากขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงด้วยความเร็วสูงและเกือบพุ่งชนกลุ่มนักเรียนที่แยกแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

คนขับรถบรรทุกถูกปรับสูงสุดหลังฝ่าไฟแดงเกือบชนกลุ่มนักเรียนใกล้เขตโรงเรียนในสมุทรสงคราม

แหล่งข่าวเดียว
คนขับรถบรรทุกถูกปรับสูงสุดหลังฝ่าไฟแดงเกือบชนกลุ่มนักเรียนใกล้เขตโรงเรียนในสมุทรสงคราม

คนขับรถบรรทุก 6 ล้อถูกสั่งปรับเต็มอัตราสูงสุดหลังจากขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงด้วยความเร็วสูงและเกือบพุ่งชนกลุ่มนักเรียนที่แยกแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม

เมื่อเช้าวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญด้านการจราจรบริเวณแยกตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถบรรทุก 6 ล้อคันหนึ่งได้ขับฝ่าสัญญาณไฟแดงด้วยความเร็วสูงเมื่อเวลาประมาณ 07.15 น. เกือบพุ่งชนกลุ่มนักเรียนและรถจักรยานยนต์ที่เพิ่งออกตัวเมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียว

จ.ส.ต.จิรายุ วงษ์บุบผา เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ได้เร่งขี่รถจักรยานยนต์ติดตามและสกัดจับกุมตัวคนขับไว้ได้ทันที โดยคนขับอ้างว่าเห็นไฟเหลืองจึงรีบเร่งเครื่องแต่ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน เจ้าหน้าที่จึงได้เปรียบเทียบปรับในข้อหาฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรด้วยอัตราสูงสุดคือ 4,000 บาท เนื่องจากเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าและก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อประชาชนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังอย่างสูงบริเวณทางแยก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช้าที่นักเรียนเดินทางไปโรงเรียน แม้ว่าภัยคุกคามในทันทีจะถูกระงับโดยการตอบสนองที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ในเขตเมือง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคนขับจะได้รับบทลงโทษทางปกครองเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์เชิงพาณิชย์หรือไม่ หรือจะมีการนำมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติมมาใช้ที่ทางแยกดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:31 UTC

ปลดผู้ใหญ่บ้านคลองเปรงเซ่นปมเปิดผับเถื่อน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ปลดผู้ใหญ่บ้านคลองเปรงเซ่นปมเปิดผับเถื่อน

ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงนามคำสั่งปลดผู้ใหญ่บ้านคลองเปรงอย่างเป็นทางการ สืบเนื่องจากการปล่อยให้มีการเปิดผับผิดกฎหมายในพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ปลดผู้ใหญ่บ้านคลองเปรงเซ่นปมเปิดผับเถื่อน

แหล่งข่าวเดียว
ปลดผู้ใหญ่บ้านคลองเปรงเซ่นปมเปิดผับเถื่อน

ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงนามคำสั่งปลดผู้ใหญ่บ้านคลองเปรงอย่างเป็นทางการ สืบเนื่องจากการปล่อยให้มีการเปิดผับผิดกฎหมายในพื้นที่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงนามในคำสั่งปลดผู้ใหญ่บ้านคลองเปรงอย่างเป็นทางการ การดำเนินการทางปกครองนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับการกำกับดูแลผับผิดกฎหมายที่เปิดดำเนินการอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหมู่บ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎระเบียบด้านการแบ่งเขตและการออกใบอนุญาตสำหรับสถานบันเทิงยามค่ำคืนอย่างต่อเนื่อง การปลดออกจากตำแหน่งครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่าหน่วยงานระดับจังหวัดกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ไม่สามารถป้องกันหรือรายงานกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ของตนได้

แม้ว่าการปลดออกจากตำแหน่งจะได้รับการยืนยันด้วยลายเซ็นของผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าผู้ใหญ่บ้านรายนี้จะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเพิ่มเติมนอกเหนือจากการถูกปลดออกจากตำแหน่งทางปกครองนี้หรือไม่ และยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาหรือลักษณะการดำเนินงานของผับเถื่อนดังกล่าว นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าขณะนี้หน่วยงานท้องถิ่นกำลังให้ความสำคัญกับการปราบปรามสถานประกอบการที่เปิดโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของเจ้าของผับและการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:30 UTC

ข้อกังวลกรณีคดีสินบนเว็บพนัน 40 ล้านบาทไม่มีความคืบหน้า
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลกรณีคดีสินบนเว็บพนัน 40 ล้านบาทไม่มีความคืบหน้า

รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน วิจารณ์ความล่าช้าในการสอบสวนคดีสินบน 40 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ พร้อมตั้งคำถามถึงความสับสนในข้อมูลของบุคคลสำคัญ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกังวลกรณีคดีสินบนเว็บพนัน 40 ล้านบาทไม่มีความคืบหน้า

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลกรณีคดีสินบนเว็บพนัน 40 ล้านบาทไม่มีความคืบหน้า

รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน วิจารณ์ความล่าช้าในการสอบสวนคดีสินบน 40 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ พร้อมตั้งคำถามถึงความสับสนในข้อมูลของบุคคลสำคัญ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้ออกมาตั้งคำถามต่อความล่าช้าในการสอบสวนคดีสินบนมูลค่า 40 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ โดยแสดงความสงสัยต่อคำให้การของไชยชนกและวรศิษฎ์ ซึ่งดูมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รังสิมันต์ตั้งคำถามว่าไชยชนกกำลังพยายามปกป้องบุคคลที่เรียกว่า 'นายคิว' หรือไม่ โดยการอ้างว่าไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้เสนอสินบน

นอกจากนี้ รังสิมันต์ยังวิจารณ์คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจที่ปล่อยให้สำนวนคดีหยุดชะงัก รวมถึงวิจารณ์นายกรัฐมนตรีว่าการขาดการดำเนินการที่เด็ดขาดต่อ 'ทุนสีเทา' และธุรกิจการพนันผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศไทยในระดับสากล รังสิมันต์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มใหม่ที่พยานอาจกลับคำให้การในคดีลักษณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องในประเด็นการทุจริตและอิทธิพลของเครือข่ายการพนันผิดกฎหมายในประเทศไทย แม้ข้อกล่าวหาเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงความขัดแย้งในระดับสถาบัน แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. หรือตำรวจจะออกมาชี้แจงความคืบหน้าของคดีหรือตอบโต้ข้อสงสัยที่รังสิมันต์ได้ตั้งไว้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:21 UTC

การยึดยาเสพติดบริเวณชายแดนภาคเหนือของไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2569
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การยึดยาเสพติดบริเวณชายแดนภาคเหนือของไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2569

ทางการรายงานผลการยึดยาบ้า 612 ล้านเม็ด และไอซ์ 22 ตัน บริเวณชายแดนภาคเหนือ พร้อมระบุถึงการใช้ประโยชน์จากเยาวชนในขบวนการลักลอบขนยาเสพติด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การยึดยาเสพติดบริเวณชายแดนภาคเหนือของไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
การยึดยาเสพติดบริเวณชายแดนภาคเหนือของไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2569

ทางการรายงานผลการยึดยาบ้า 612 ล้านเม็ด และไอซ์ 22 ตัน บริเวณชายแดนภาคเหนือ พร้อมระบุถึงการใช้ประโยชน์จากเยาวชนในขบวนการลักลอบขนยาเสพติด

ตามรายงานจาก Thai Post กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (นบ.ยส.35) ได้สรุปผลการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดบริเวณชายแดนภาคเหนือของไทยประจำปี 2569 ข้อมูลระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าได้มากกว่า 612 ล้านเม็ด และไอซ์ประมาณ 22,000 กิโลกรัมตลอดทั้งปี

ในระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าว มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดเสียชีวิต 53 ราย เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่น่ากังวล โดยพบว่าเครือข่ายอาชญากรรมมีการว่าจ้างเยาวชนอายุระหว่าง 14-17 ปี ให้ทำหน้าที่ขนส่งยาเสพติดข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับกิจกรรมทางอาชญากรรมที่สูงในพื้นที่ชายแดนห่างไกล แม้ว่าพื้นที่เหล่านี้มักจะอยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่การมีอยู่ของเครือข่ายค้ายาเสพติดที่มีอาวุธถือเป็นประเด็นความปลอดภัยที่สำคัญ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปยังจังหวัดทางภาคเหนือ และปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับสารควบคุมอย่างเคร่งครัด เนื่องจากประเทศไทยมีบทลงโทษที่รุนแรง

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดเหล่านี้จะปรับเปลี่ยนระบบโลจิสติกส์อย่างไรหลังจากสูญเสียทรัพยากรจำนวนมาก และรัฐบาลจะดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดนใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กในการลักลอบขนยาเสพติดโดยเฉพาะหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:00 UTC

ตำรวจหนองคายจับกุมชายพกพาอาวุธปืนผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจหนองคายจับกุมชายพกพาอาวุธปืนผิดกฎหมาย

ชายคนหนึ่งถูกจับกุมในจังหวัดหนองคายหลังจากพยายามหลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจหนองคายจับกุมชายพกพาอาวุธปืนผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจหนองคายจับกุมชายพกพาอาวุธปืนผิดกฎหมาย

ชายคนหนึ่งถูกจับกุมในจังหวัดหนองคายหลังจากพยายามหลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคายได้จับกุมชายคนหนึ่งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 หลังจากการไล่ล่าใกล้โรงเรียนแห่งหนึ่งบนถนนสายหนองคาย-โพนพิสัย เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกำลังเดินทางไปเติมน้ำมันสังเกตเห็นชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์คาวาซากิ นินจา สีเขียว มีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพบเจ้าหน้าที่

เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามขอตรวจค้น ผู้ต้องสงสัยได้ขี่รถจักรยานยนต์เบียดรถตำรวจและพยายามหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง ระหว่างการไล่ล่าชายคนดังกล่าวได้โยนวัตถุบางอย่างทิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดในภายหลัง พบว่าเป็นอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน โมเดล 10 พร้อมกระสุนปืน .38 จำนวน 24 นัดบรรจุในถุงพลาสติก ผู้ต้องสงสัยทราบชื่อคือนายชัยวัฒน์ ชาวจังหวัดสกลนคร ถูกควบคุมตัวในเวลาต่อมา หลังจากการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะและผู้ต้องสงสัยได้รับสารภาพว่าได้เสพยาบ้าก่อนเกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนอย่างเข้มงวดในพื้นที่ แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสอบสวนเกี่ยวกับเจตนาในการขายอาวุธและการใช้สารเสพติดยังคงดำเนินต่อไป นักท่องเที่ยวควรทราบว่ามีการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่องบนเส้นทางหลักในจังหวัด และพฤติกรรมที่น่าสงสัยอาจนำไปสู่การเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้ทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:13 UTC

ศาลฎีการับคำร้องคัดค้าน 2 ส.ว. อำนาจเจริญ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลฎีการับคำร้องคัดค้าน 2 ส.ว. อำนาจเจริญ

ศาลฎีกาของไทยได้รับคำร้องคัดค้านสถานภาพของสมาชิกวุฒิสภา 2 คนจากจังหวัดอำนาจเจริญ เนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องการสมัครในกลุ่มอาชีพที่ไม่ถูกต้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลฎีการับคำร้องคัดค้าน 2 ส.ว. อำนาจเจริญ

แหล่งข่าวเดียว
ศาลฎีการับคำร้องคัดค้าน 2 ส.ว. อำนาจเจริญ

ศาลฎีกาของไทยได้รับคำร้องคัดค้านสถานภาพของสมาชิกวุฒิสภา 2 คนจากจังหวัดอำนาจเจริญ เนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องการสมัครในกลุ่มอาชีพที่ไม่ถูกต้อง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ศาลฎีกาของไทยได้รับคำร้องคัดค้านสถานภาพของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 2 คนที่เป็นตัวแทนจากจังหวัดอำนาจเจริญอย่างเป็นทางการ การดำเนินการทางกฎหมายนี้มุ่งเป้าไปที่ ส.ว. ที่ระบุชื่อว่า แดง และ สมพาน โดยมีเหตุผลว่าทั้งสองอาจสมัครในกลุ่มอาชีพที่ไม่ถูกต้องในระหว่างกระบวนการคัดเลือก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงขั้นตอนทางกระบวนการเท่านั้น ศาลยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยในเนื้อหาของคดี การถูกเพิกถอนสถานภาพของ ส.ว. เหล่านี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของวุฒิสภา ซึ่งอาจส่งผลต่อการอภิปรายทางกฎหมายและเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต

ในขณะนี้ กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลจะพบหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องการสมัครที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหากคำร้องดังกล่าวได้รับการยอมรับ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการไต่สวนเพิ่มเติมเพื่อสรุปผลลัพธ์สุดท้ายของคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:51 UTC

มติ กกต. ไม่รับเอกสาร DSI จุดประเด็นถกเถียงทางกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

มติ กกต. ไม่รับเอกสาร DSI จุดประเด็นถกเถียงทางกฎหมาย

การลงมติ 4 ต่อ 3 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการปฏิเสธเอกสารจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบทางกฎหมายที่อาจตามมา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

มติ กกต. ไม่รับเอกสาร DSI จุดประเด็นถกเถียงทางกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
มติ กกต. ไม่รับเอกสาร DSI จุดประเด็นถกเถียงทางกฎหมาย

การลงมติ 4 ต่อ 3 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการปฏิเสธเอกสารจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบทางกฎหมายที่อาจตามมา

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ไม่รับเอกสารที่ยื่นโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อมติดังกล่าว โดยระบุว่าการปฏิเสธนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ระหว่างหน่วยงานรัฐและองค์กรกำกับดูแลการเลือกตั้ง แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันจะยังไม่ชัดเจนในขณะนี้ แต่สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมทางการเมืองและกฎหมายที่ซับซ้อนซึ่งกำลังกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ความเป็นไปได้ที่จะมีการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กกต. เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับกระบวนการบริหารงานขององค์กร

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า DSI จะดำเนินการทางกฎหมายในขั้นตอนถัดไปอย่างไร หรือ กกต. จะมีการชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นทางการสำหรับการปฏิเสธเอกสารดังกล่าวหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าความขัดแย้งทางธุรการนี้จะบานปลายไปสู่การท้าทายทางกฎหมายในวงกว้างหรือไม่ เนื่องจากเป็นประเด็นทางการเมืองที่กำลังพัฒนา ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความโปร่งใสและการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:51 UTC

ศาลฎีการับคำร้องคัดค้านคุณสมบัติ สว. ในจังหวัดอำนาจเจริญ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลฎีการับคำร้องคัดค้านคุณสมบัติ สว. ในจังหวัดอำนาจเจริญ

ศาลฎีกาของไทยได้รับคำร้องเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาสองคนจากจังหวัดอำนาจเจริญ หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการลงทะเบียนกลุ่มอาชีพที่ไม่ถูกต้อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลฎีการับคำร้องคัดค้านคุณสมบัติ สว. ในจังหวัดอำนาจเจริญ

แหล่งข่าวเดียว
ศาลฎีการับคำร้องคัดค้านคุณสมบัติ สว. ในจังหวัดอำนาจเจริญ

ศาลฎีกาของไทยได้รับคำร้องเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาสองคนจากจังหวัดอำนาจเจริญ หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการลงทะเบียนกลุ่มอาชีพที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า แผนกคดีเลือกตั้งของศาลฎีกาได้รับคำร้องที่ยื่นโดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง โดยการดำเนินการทางกฎหมายนี้อาศัยมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 เพื่อคัดค้านการรับรอง สว. สองคนจากจังหวัดอำนาจเจริญ คือ นางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์

ผู้ร้องต้องการให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเดือนธันวาคม 2567 และมกราคม 2568 ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยที่รับรองบุคคลทั้งสองในตอนแรก คำร้องระบุว่า สว. ทั้งสองคนลงทะเบียนในกลุ่มอาชีพที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ 10 นอกจากนี้ คำร้องยังขอให้มีการดำเนินคดีอาญาและเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของผู้ถูกร้องทั้งสองคน โดยศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 27 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาของไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของตุลาการในการตรวจสอบการแต่งตั้งทางการเมือง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลจะเห็นว่าข้อกล่าวหาเรื่องการลงทะเบียนไม่ถูกต้องนั้นมีมูลหรือไม่ และจะมีผลทางกฎหมายประการใดต่อผู้ถูกร้องหากคำร้องได้รับการยอมรับ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:32 UTC

พระมหาธีรนาถพ้นมลทินจากข้อกล่าวหาละเมิดพระธรรมวินัย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พระมหาธีรนาถพ้นมลทินจากข้อกล่าวหาละเมิดพระธรรมวินัย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ พระมหาธีรนาถได้รับการยืนยันว่าไม่มีหลักฐานการละเมิดพระธรรมวินัยภายหลังการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พระมหาธีรนาถพ้นมลทินจากข้อกล่าวหาละเมิดพระธรรมวินัย

แหล่งข่าวเดียว
พระมหาธีรนาถพ้นมลทินจากข้อกล่าวหาละเมิดพระธรรมวินัย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ พระมหาธีรนาถได้รับการยืนยันว่าไม่มีหลักฐานการละเมิดพระธรรมวินัยภายหลังการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 พระมหาธีรนาถได้เปิดเผยถึงผลสรุปของการตรวจสอบพฤติกรรมของท่าน โดยการตรวจสอบดังกล่าวซึ่งพิจารณาข้อกล่าวหาเรื่องความประพฤติมิชอบนั้น ไม่พบหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ว่าท่านได้ละเมิดพระธรรมวินัยของสงฆ์แต่อย่างใด

ในแถลงการณ์ของท่าน พระมหาธีรนาถกล่าวว่าท่านได้เลือกที่จะให้อภัยแก่ทุกฝ่ายที่เคยกล่าวหาท่านมาก่อนหน้านี้ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยุติการตรวจสอบอย่างเป็นทางการในประเด็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสงฆ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นำมาซึ่งความชัดเจนในประเด็นที่เคยได้รับความสนใจจากสาธารณชน การทำความเข้าใจถึงการแก้ไขปัญหาในกรณีดังกล่าวเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในบริบททางสังคมและศาสนาของประเทศ เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการภายในที่คณะสงฆ์ใช้ในการจัดการกับข้อกล่าวหาต่อสมาชิกในสังฆมณฑล

แม้ว่าการตรวจสอบจะสรุปว่าไม่พบหลักฐานการกระทำผิด แต่รายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของข้อกล่าวหาเดิมหรือตัวตนของผู้กล่าวหา เนื่องจากเป็นเรื่องทางศาสนาภายใน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบจึงยังคงจำกัดอยู่เพียงข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานทางสงฆ์และสื่อมวลชนที่รายงานข่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:31 UTC

ญี่ปุ่นพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อลงโทษผู้ซื้อบริการทางเพศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ญี่ปุ่นพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อลงโทษผู้ซื้อบริการทางเพศ

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการแก้ไขกฎหมายค้าประเวณี เพื่อกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ซื้อบริการทางเพศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ญี่ปุ่นพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อลงโทษผู้ซื้อบริการทางเพศ

แหล่งข่าวเดียว
ญี่ปุ่นพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อลงโทษผู้ซื้อบริการทางเพศ

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการแก้ไขกฎหมายค้าประเวณี เพื่อกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ซื้อบริการทางเพศ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 รัฐบาลญี่ปุ่นได้เริ่มทบทวนกฎหมายค้าประเวณีในปัจจุบัน โดยการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่เสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดการกับฝั่งอุปสงค์ของอุตสาหกรรมด้วยการกำหนดบทลงโทษทางกฎหมายสำหรับผู้ที่ซื้อบริการทางเพศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการเข้มงวดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางเพศ แม้ว่ากรอบกฎหมายปัจจุบันในญี่ปุ่นจะมีความซับซ้อน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เสนอนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่จะเอาผิดทางอาญากับการซื้อบริการ ซึ่งอาจส่งผลให้ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือการหารือเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของบทลงโทษ กรอบเวลาในการบังคับใช้ หรือเกณฑ์ที่แน่ชัดในการดำเนินการยังไม่มีการสรุปผล ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางไปญี่ปุ่นควรตระหนักว่าสถานะทางกฎหมายของกิจกรรมเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จำเป็นต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อชี้แจงว่าการแก้ไขกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อบุคคลและสภาพแวดล้อมทางกฎหมายโดยรวมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:01 UTC

รัฐบาลไทยประกาศเอาจริง! ปราบปรามการทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

รัฐบาลไทยประกาศเอาจริง! ปราบปรามการทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศใช้มาตรการเข้มงวดในการจัดการกับการลักลอบทิ้งและการนำเข้ากากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างผิดกฎหมาย

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐบาลไทยประกาศเอาจริง! ปราบปรามการทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย

ได้รับการยืนยัน
รัฐบาลไทยประกาศเอาจริง! ปราบปรามการทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศใช้มาตรการเข้มงวดในการจัดการกับการลักลอบทิ้งและการนำเข้ากากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประกาศนโยบายเชิงรุกเพื่อจัดการกับการลักลอบทิ้งและการนำเข้ากากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) อย่างผิดกฎหมาย ตามรายงานจาก Matichon Online กระทรวงกำลังดำเนินการใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบทางอุตสาหกรรม การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นอาจนำไปสู่การตรวจสอบพื้นที่อุตสาหกรรมและศูนย์โลจิสติกส์ที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น หรือนำไปสู่การหยุดชะงักชั่วคราวในพื้นที่ที่มีการตรวจพบและกำจัดแหล่งทิ้งขยะผิดกฎหมาย

แม้ว่ารัฐมนตรีจะประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอการเปิดเผยกลไกทางกฎหมายเฉพาะที่จะนำมาใช้ในการบังคับใช้แนวทางใหม่เหล่านี้ รวมถึงกำหนดการเริ่มต้นของการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นทั่วประเทศ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางผ่านเขตอุตสาหกรรมควรตระหนักถึงความเป็นไปได้ของการปฏิบัติการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นหรือกิจกรรมด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายการที่ครอบคลุมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมหรือภูมิภาคเฉพาะที่จะได้รับความสำคัญภายใต้กลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายใหม่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 08:31 UTC