ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่ ✦
วัฒนธรรม TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
การเมือง นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ ✦
เศรษฐกิจ เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ✦
ทั่วไป ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569 ✦
ทั่วไป 7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi ✦
ความปลอดภัย สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026 ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
การเมือง

คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่

คณะผู้แทนหลายสิบคนเดินออกจากห้องประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนิวยอร์ก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กำลังกล่าวปกป้องปฏิบัติการทางทหารของประเทศในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 81 ณ กรุงนิวยอร์ก ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ซึ่งเน้นไปที่การปกป้องปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในภูมิภาค คณะผู้แทนจำนวนมากได้เดินออกจากห้องประชุมเพื่อเป็นการประท้วง ตามรายงานจาก Khaosod English เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบจากนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้นต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความขัดแย้งทางการทูตนี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติที่ผันผวนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน แม้ว่าการประท้วงดังกล่าวที่ UN จะเป็นเชิงสัญลักษณ์เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระดับโลกที่ฝังรากลึก ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การประท้วงในท้องถิ่นหรือการตระหนักถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในศูนย์กลางระหว่างประเทศที่สำคัญ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่น เนื่องจากเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองขนาดใหญ่อาจขัดขวางการขนส่งสาธารณะหรือนำไปสู่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเมืองใหญ่ได้

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความขัดแย้งทางการทูตนี้จะส่งผลต่อมติของ UN ในอนาคตหรือความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอิสราเอลและประเทศที่คณะผู้แทนได้เดินออกไปอย่างไร ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อบุคคลทั่วไป แต่ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:30 UTC

วัฒนธรรม

TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ได้รับการยืนยัน
TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ภายหลังช่วงเวลาไว้ทุกข์ครบ 100 วัน

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

การดำเนินการนี้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ภาคเอกชนร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคเอกชนเริ่มเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ของพระองค์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ของชาติและความสำคัญทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของพระราชพิธีบำเพ็ญกุศล ผู้มาเยือนควรทราบว่าพิธีดังกล่าวเป็นวาระอันศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย แม้ว่าตารางการเป็นเจ้าภาพของภาคเอกชนจะมีการจัดการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ แต่ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ อาจสังเกตเห็นกิจกรรมหรือการจัดเตรียมสถานที่อย่างเป็นทางการใกล้กับพื้นที่พระราชพิธีสำคัญ

เนื่องจากเป็นพิธีทางศาสนาที่เป็นทางการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเฉพาะของ TOA หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้เคียงนั้น ขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวัง ขอความร่วมมือผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้สำรวมกิริยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

การเมือง

นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบว่าการที่นักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้ตรวจสอบนักการเมืองระดับสูงรายหนึ่ง กรณีการรับนาฬิกาที่ได้รับมอบจากนายกรัฐมนตรี

แม้ว่าสิ่งของดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท แต่นายศรีสุวรรณโต้แย้งว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่าของขวัญชิ้นนี้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ โดยเขาระบุว่าแม้จะมีมูลค่าทางการเงินต่ำ แต่การรับของขวัญดังกล่าวอาจส่งผลต่อความเป็นกลางของนักการเมืองหรือรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการได้ นักเคลื่อนไหวรายนี้ยืนยันว่าการกระทำใดๆ ที่บั่นทอนความซื่อสัตย์สุจริตของหน้าที่ทางการเมืองหรือการบริหารงานถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ตามมาตรฐานจริยธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบจริยธรรมทางการเมืองและความโปร่งใสในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองท้องถิ่น และเป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะรับคำร้องเพื่อดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือของขวัญดังกล่าวจะถูกตัดสินว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากนายกรัฐมนตรีหรือนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:05 UTC

เศรษฐกิจ

เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

เมืองไทยประกันภัย นำโดย นวลพรรณ ล่ำซำ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ CARRO เพื่อให้บริการที่ครบวงจรสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของซีอีโอ นวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการกับ CARRO ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายรถยนต์ระดับภูมิภาค ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศการบริการที่ครบวงจรสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ครอบครองหรือกำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการบูรณาการโซลูชันด้านประกันภัยเข้ากับการบำรุงรักษารถยนต์และบริการตลาดรถยนต์มือสอง โดยการรวมความเชี่ยวชาญด้านการประกันภัยของเมืองไทยประกันภัยเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลของ CARRO ทั้งสองบริษัทตั้งใจที่จะปรับปรุงประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ให้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยแก้ไขข้อกังวลทั่วไปเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้าและราคาขายต่อในตลาดท้องถิ่น

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในรูปแบบการบริการที่ครบวงจร แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับแพ็กเกจประกันภัย ขอบเขตของการสนับสนุนทางเทคนิค และกำหนดการเปิดตัวบริการแบบบูรณาการเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทั้งเมืองไทยประกันภัยและ CARRO เพื่อทำความเข้าใจว่าข้อเสนอการบริการใหม่เหล่านี้จะสามารถนำไปใช้กับรุ่นรถยนต์และความต้องการด้านประกันภัยของตนได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ทั่วไป

ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

สลากกินแบ่งรัฐบาล สปป.ลาว หรือ 'หวยพัฒนา' ได้ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการสำหรับงวดวันที่ 25 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กระทรวงการเงินของ สปป.ลาว ได้ดำเนินการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ 'หวยพัฒนา' ประจำงวดวันที่ 25 กันยายน 2569 อย่างเป็นทางการ

ผลรางวัลครอบคลุมระดับรางวัลต่างๆ รวมถึงเลข 6 ตัว, 5 ตัว, 4 ตัว, 3 ตัว และ 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการออกรางวัลในรูปแบบหวยพัฒนา 5/45 ซึ่งมีการสุ่มเลือกตัวเลขจำนวน 5 หมายเลข

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ผลรางวัลเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจเนื่องจากเป็นการออกรางวัลอย่างเป็นทางการล่าสุดภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบสลากของตนผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อให้แน่ใจในความถูกต้อง

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ตัวเลขรางวัลที่ระบุในแหล่งข้อมูลต้นฉบับนั้นเป็นเพียงตัวเลขสมมติ (XXXXXX) ดังนั้น ผู้ที่ต้องการยืนยันผลรางวัลที่ถูกต้องควรตรวจสอบผ่านพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของกระทรวงการเงิน สปป.ลาว หรือจุดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อรับตัวเลขที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสำหรับงวดนี้ ทั้งนี้ SawaLife ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการเงินหรือการพนัน และขอสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:58 UTC

ทั่วไป

7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi

แหล่งข่าวเดียว
7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi

7-Eleven ประเทศไทย ได้เปิดตัวสินค้าชุดใหม่ในธีม Monchhichi พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมโปรแกรม ALL member

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 7-Eleven ประเทศไทย ได้เปิดตัวคอลเลกชันสินค้าพรีเมียมชุดใหม่ที่มีตัวละครยอดนิยมอย่าง Monchhichi แคมเปญนี้จัดทำขึ้นเพื่อดึงดูดนักสะสมและแฟนคลับของแบรนด์ตุ๊กตาชื่อดัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โปรโมชันนี้มีความเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้บริการร้าน 7-Eleven เป็นประจำ แคมเปญนี้มาพร้อมกับสิทธิพิเศษและแรงจูงใจที่ผูกกับโปรแกรมสมาชิก 'ALL member' โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมโปรโมชันเพื่อรับสินค้าลิมิเต็ดอิดิชันเหล่านี้ ซึ่งมักเป็นที่ต้องการในฐานะของที่ระลึกหรือของสะสม

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันถึงการมีอยู่ของสินค้าใหม่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการแลกรับ ระยะเวลาของโปรโมชัน และรายการสินค้าทั้งหมดในคอลเลกชันนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางร้านค้าอีกครั้ง ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้าน 7-Eleven สาขาใกล้บ้าน หรือผ่านแอปพลิเคชัน ALL member เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับวิธีการได้รับสินค้าเหล่านี้ เช่นเดียวกับโปรโมชันค้าปลีกทั่วไปในประเทศไทย สินค้าอาจมีจำนวนจำกัดและขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา โดยปกติสินค้าจะจำหน่ายจนกว่าของจะหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ความปลอดภัย

สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม

สส.พรรคภูมิใจไทยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มแจกจ่ายแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากพรรคภูมิใจไทย ได้เริ่มดำเนินการแจกจ่ายแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่ มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในจังหวัดประวัติศาสตร์แห่งนี้

สส.ท่านดังกล่าวระบุว่าการแจกจ่ายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความมั่นใจว่าชุมชนจะได้รับการสนับสนุนในช่วงฤดูมรสุม โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงมีอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์และสภาพอากาศตามฤดูกาลของพื้นที่ แม้ว่าการแจกจ่ายวัสดุจะเป็นมาตรการเชิงรุก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่อยู่ในจังหวัดหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับระดับน้ำและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการแจกจ่ายนี้จะครอบคลุมเพียงใด และหน่วยงานท้องถิ่นจะมีกลยุทธ์ในการรับมือกับน้ำท่วมอย่างไรหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:56 UTC

เหตุการณ์

เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026

บริษัท เจียไต๋ จำกัด เข้าร่วมงาน FARM EXPO 2026 โดยนำเสนอเมล็ดพันธุ์ ผลผลิตคุณภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรล่าสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรของไทย ได้นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดภายในงาน FARM EXPO 2026 โดยบริษัทได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงและผลผลิตสดใหม่ ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีทางการเกษตรต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำฟาร์มให้ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาคการเกษตรของไทย งานนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในการสังเกตจุดเชื่อมโยงระหว่างการเกษตรแบบดั้งเดิมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ ผู้เข้าร่วมงานสามารถสำรวจว่าความก้าวหน้าเหล่านี้มีส่วนช่วยในการกำหนดทิศทางของห่วงโซ่อุปทานอาหารและผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นได้อย่างไร นิทรรศการนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและสาธารณชนในการมีส่วนร่วมกับแนวโน้มล่าสุดในภาคส่วนนี้

แม้ว่านิทรรศการจะเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมในปัจจุบันของเจียไต๋ที่มีต่ออุตสาหกรรม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการสาธิตทั้งหมดหรือระยะเวลาของการจัดแสดงเฉพาะของพวกเขายังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมงานควรตรวจสอบตารางเวลาอย่างเป็นทางการของ FARM EXPO 2026 เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวันและนิทรรศการที่จัดแสดง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:56 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ข้อพิพาททางกฎหมายกรณีข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ในประเทศไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางกฎหมายกรณีข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ในประเทศไทย

ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ คัดค้านมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้ยกคำร้องคดี ส.ว. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วเลือกตั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาททางกฎหมายกรณีข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางกฎหมายกรณีข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ในประเทศไทย

ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ คัดค้านมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้ยกคำร้องคดี ส.ว. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมาคัดค้านมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเปิดเผย หลังจากเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องในคดีที่เรียกว่า 'คดีฮั้ว ส.ว.' ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่ามีบุคคลทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงกระบวนการคัดเลือกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครบางรายได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

ทวีโต้แย้งว่ามติของ กกต. ไม่สามารถอยู่เหนือรัฐธรรมนูญได้ โดยระบุว่าแม้ กกต. จะมีอำนาจกันบุคคลไว้เป็นพยานในคดีอาญาได้ แต่ไม่มีอำนาจที่จะกันบุคคลเหล่านั้นออกจากอำนาจศาลฎีกา ทั้งนี้ เขาได้เรียกร้องให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยคดีอย่างเป็นทางการ โดยย้ำว่าการที่ กกต. มีมติยกคำร้องไม่ได้หมายความว่าเรื่องทางกฎหมายจะสิ้นสุดลง

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. และขอบเขตอำนาจการบริหารของ กกต. คดีนี้ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ เนื่องจากข้อกล่าวหาหลักที่ว่ามีผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงผลการเลือกตั้งนั้นยังไม่ได้รับการพิจารณาโดยองค์กรตุลาการ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะดำเนินการตามคำเรียกร้องในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ หรือจะมีฝ่ายการเมืองอื่นดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เปิดตัวโครงการ 'RESTART CENTER' สนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคมในประเทศไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เปิดตัวโครงการ 'RESTART CENTER' สนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคมในประเทศไทย

โครงการความร่วมมือระหว่าง PROUD, TOA, BIG Trees และเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ได้จัดตั้งศูนย์เพื่อฝึกทักษะอาชีพและสนับสนุนการกลับเข้าสู่สังคมสำหรับผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เปิดตัวโครงการ 'RESTART CENTER' สนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคมในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัวโครงการ 'RESTART CENTER' สนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคมในประเทศไทย

โครงการความร่วมมือระหว่าง PROUD, TOA, BIG Trees และเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ได้จัดตั้งศูนย์เพื่อฝึกทักษะอาชีพและสนับสนุนการกลับเข้าสู่สังคมสำหรับผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ภายใต้ชื่อ 'RESTART CENTER' อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง PROUD, TOA, BIG Trees และเรือนจำจังหวัดนนทบุรี วัตถุประสงค์หลักของศูนย์คือการเป็นสะพานเชื่อมโอกาสสำหรับผู้ต้องขังและผู้ที่พ้นโทษ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างราบรื่นผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพและการเตรียมความพร้อมในการทำงานจริง

ตามรายงานจาก Thai Post ผู้จัดงานเน้นย้ำว่าแม้การฝึกทักษะอาชีพจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การคืนคนดีสู่สังคมที่ประสบความสำเร็จนั้นต้องการการสนับสนุนจากสังคมในวงกว้าง ศูนย์แห่งนี้มุ่งหวังที่จะกระตุ้นให้สังคม 'ลอง' ให้โอกาสแก่ผู้ที่เคยพลาดพลั้ง โดยมองว่าช่วงเวลาหลังพ้นโทษเป็นระยะที่สำคัญสำหรับการเริ่มต้นใหม่ที่ยั่งยืน การมุ่งเน้นไปที่ทักษะอาชีพที่ใช้งานได้จริงและการพึ่งพาตนเองเป็นแนวทางที่โครงการใช้เพื่อลดอัตราการกระทำผิดซ้ำและสร้างการยอมรับจากชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการฟื้นฟูทางสังคมภายในระบบยุติธรรมของไทย แม้ว่าศูนย์จะมุ่งเน้นไปที่เส้นทางอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความร่วมมือเหล่านี้จะขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ อย่างไร หรือจะสร้างผลลัพธ์ด้านการจ้างงานในระยะยาวให้กับผู้เข้าร่วมได้มากน้อยเพียงใด ปัจจุบันโครงการนี้ทำหน้าที่เป็นโมเดลนำร่องสำหรับการบูรณาการผู้พ้นโทษเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบสนับสนุนโดยชุมชนสำหรับผู้ที่กำลังกลับเข้าสู่สังคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:18 UTC

นายกฯ อนุทิน ชี้แจงสถานะการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ชี้แจงสถานะการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ชี้แจงจุดยืนเกี่ยวกับร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาปฏิเสธการลงนามเพื่อถอดสนุกเกอร์ออกจากบัญชีการพนัน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นายกฯ อนุทิน ชี้แจงสถานะการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ชี้แจงสถานะการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ชี้แจงจุดยืนเกี่ยวกับร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาปฏิเสธการลงนามเพื่อถอดสนุกเกอร์ออกจากบัญชีการพนัน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับความกังวลของพรรคประชาชนเรื่องการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์ โดยฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตว่านายกรัฐมนตรีอาจเป็นผู้ขัดขวางการเติบโตของกีฬาด้วยการไม่รับรองร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนสถานะของสนุกเกอร์ให้เป็นกีฬาแทนที่จะเป็นกิจกรรมการพนัน

ในคำสัมภาษณ์ที่รายงานโดย Thai Post นายกรัฐมนตรีอนุทินได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอนี้แต่อย่างใด เขาระบุว่ารัฐบาลยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งถือเป็นความหวังให้กับวงการสนุกเกอร์ไทยว่ากีฬาชนิดนี้อาจถูกถอดออกจากบัญชีการพนันในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามทางกฎหมายในการปรับปรุงกฎระเบียบด้านกีฬาในประเทศไทย หากประสบความสำเร็จ การแก้ไขกฎหมายนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มการลงทุน การจัดการแข่งขันระดับมืออาชีพมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อกีฬานี้ในระดับประเทศ ปัจจุบันสถานะของร่างกฎหมายยังคงอยู่ในการพิจารณาทางธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่านายกรัฐมนตรีจะลงนามรับรองเมื่อใดหรืออย่างไร รวมถึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใดตามมา ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:19 UTC

กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษให้ 'นาจิบ ราซัค' อดีตนายกฯ เปลี่ยนไปกักบริเวณที่บ้าน
กฎหมาย ได้รับการยืนยัน

กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษให้ 'นาจิบ ราซัค' อดีตนายกฯ เปลี่ยนไปกักบริเวณที่บ้าน

อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นาจิบ ราซัค ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้เปลี่ยนจากการจำคุกเป็นการกักบริเวณที่บ้านเพื่อรับโทษในคดีทุจริตที่เหลืออยู่

Khaosod English + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษให้ 'นาจิบ ราซัค' อดีตนายกฯ เปลี่ยนไปกักบริเวณที่บ้าน

ได้รับการยืนยัน
กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษให้ 'นาจิบ ราซัค' อดีตนายกฯ เปลี่ยนไปกักบริเวณที่บ้าน

อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นาจิบ ราซัค ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้เปลี่ยนจากการจำคุกเป็นการกักบริเวณที่บ้านเพื่อรับโทษในคดีทุจริตที่เหลืออยู่

ตามรายงานจาก Khaosod English กษัตริย์แห่งมาเลเซียได้พระราชทานอภัยโทษครั้งสำคัญแก่อดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค โดยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการอภัยโทษที่จัดขึ้นอย่างกะทันหัน มีการตัดสินใจอนุญาตให้นายนาจิบเปลี่ยนจากการรับโทษจำคุกในเรือนจำมาเป็นการกักบริเวณที่บ้านเพื่อรับโทษในคดีทุจริตที่เหลืออยู่

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการฯ ได้เลื่อนการพิจารณาคำร้องขออภัยโทษของนายนาจิบออกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นพัฒนาการสำคัญในคดีทุจริตระดับสูงที่ส่งผลกระทบต่อการเมืองมาเลเซียมานานหลายปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ทางกฎหมายและการเมืองของมาเลเซีย แม้ว่าการเปลี่ยนไปกักบริเวณที่บ้านจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการคุมขังของนายนาจิบ แต่ก็ไม่ได้เป็นการยกเลิกคำพิพากษาเดิม ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่ารายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะของการกักบริเวณ รวมถึงสถานที่และมาตรการรักษาความปลอดภัย ยังคงต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่และเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมือง จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบถึงปฏิกิริยาของสาธารณชนหรือการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 06:15 UTC

ความกังวลในบุรีรัมย์หลังผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดเด็กได้รับการปล่อยตัว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ความกังวลในบุรีรัมย์หลังผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดเด็กได้รับการปล่อยตัว

แม่วัย 34 ปีในบุรีรัมย์แสดงความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของครอบครัว หลังจากอดีตสามีที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดลูกสาวนาน 6 ปีได้รับการปล่อยตัวจากการคุมขัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ความกังวลในบุรีรัมย์หลังผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดเด็กได้รับการปล่อยตัว

แหล่งข่าวเดียว
ความกังวลในบุรีรัมย์หลังผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดเด็กได้รับการปล่อยตัว

แม่วัย 34 ปีในบุรีรัมย์แสดงความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของครอบครัว หลังจากอดีตสามีที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดลูกสาวนาน 6 ปีได้รับการปล่อยตัวจากการคุมขัง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 หญิงวัย 34 ปีจากอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมหลังจากนายรณชัย อดีตสามีวัย 37 ปี ได้รับการปล่อยตัวจากการคุมขัง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้ต้องหารายนี้ถูกจับกุมหลังจากมีข้อกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศลูกสาววัย 11 ปี ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 ปี ตั้งแต่ลูกสาวอายุ 5 ขวบ คดีนี้ถูกเปิดเผยในเดือนมิถุนายน 2569 โดยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา นำไปสู่การออกหมายจับโดยศาลจังหวัดนางรองในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี

พนักงานสอบสวนชี้แจงว่าการปล่อยตัวผู้ต้องหาเป็นความจำเป็นตามขั้นตอนทางกฎหมาย หลังจากครบกำหนดระยะเวลาฝากขังตามกฎหมายครบ 7 ผลัด พนักงานอัยการได้ขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม และกฎหมายกำหนดให้ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม แม่ของผู้เสียหายได้แสดงความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของครอบครัว เนื่องจากมีการโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่อ้างว่าเป็นของผู้ต้องหาหลังจากได้รับการปล่อยตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกระบวนการยุติธรรมไทยในเรื่องข้อจำกัดของการฝากขังระหว่างสอบสวน แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามความคืบหน้าทางกฎหมายในพื้นที่ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพนักงานอัยการจะดำเนินการอย่างไรกับพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ร้องขอ และจะมีมาตรการใดเพื่อรับรองความปลอดภัยของผู้เสียหายในระหว่างกระบวนการยุติธรรมที่ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:18 UTC

ข้อเสนอตัดสิทธิบัตรทองสำหรับผู้ถือ 'บัญชีม้า'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอตัดสิทธิบัตรทองสำหรับผู้ถือ 'บัญชีม้า'

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอให้ตัดสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขถ้วนหน้าสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ 'บัญชีม้า' ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทางกฎหมาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อเสนอตัดสิทธิบัตรทองสำหรับผู้ถือ 'บัญชีม้า'

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอตัดสิทธิบัตรทองสำหรับผู้ถือ 'บัญชีม้า'

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอให้ตัดสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขถ้วนหน้าสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ 'บัญชีม้า' ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทางกฎหมาย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เสนอมาตรการเพิกถอนสิทธิการรักษาพยาบาลถ้วนหน้าสำหรับบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นเจ้าของ 'บัญชีม้า' ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารที่ถูกนำไปใช้ในกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย และมักเชื่อมโยงกับอาชญากรรมทางไซเบอร์และการฉ้อโกง

นายพัฒนา ผู้แทนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลนโยบายนี้ ยอมรับว่าทางกระทรวงได้รับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้พิจารณารายละเอียดเฉพาะเจาะจงหรือกรอบการดำเนินงาน ขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการประเมินทางกฎหมายเพื่อกำหนดความเป็นไปได้และความสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านสาธารณสุขที่มีอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการต่อสู้กับการฉ้อโกงทางดิจิทัล แม้ว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะเป็นเสาหลักของสวัสดิการสาธารณะ แต่ความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายกับการสูญเสียสวัสดิการของรัฐถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการบังคับใช้นโยบาย

ยังคงต้องยืนยันว่าข้อเสนอนี้จะถูกตราเป็นกฎหมายหรือไม่ เกณฑ์เฉพาะที่จะกำหนดว่าอะไรคือ 'บัญชีม้า' สำหรับนโยบายนี้จะเป็นอย่างไร และกระบวนการเพิกถอนสิทธิจะถูกจัดการอย่างไร ทางการได้เน้นย้ำว่าจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบทางกฎหมายอย่างละเอียดก่อนที่จะดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความคืบหน้าของนโยบายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:17 UTC

เจ้าหน้าที่กัมพูชาถูกจับกุมฐานพัวพันแก๊งหลอกลวงออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่กัมพูชาถูกจับกุมฐานพัวพันแก๊งหลอกลวงออนไลน์

หัวหน้าตำบลในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ถูกจับกุมในข้อหาสมคบคิดกับเครือข่ายแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่มีชาวจีนเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่กัมพูชาถูกจับกุมฐานพัวพันแก๊งหลอกลวงออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กัมพูชาถูกจับกุมฐานพัวพันแก๊งหลอกลวงออนไลน์

หัวหน้าตำบลในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ถูกจับกุมในข้อหาสมคบคิดกับเครือข่ายแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่มีชาวจีนเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชาได้จับกุมหัวหน้าตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดเกาะกง โดยเจ้าหน้าที่รายนี้ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับเครือข่ายแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่มีชาวจีนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ การจับกุมครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในกัมพูชาในการทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่มักมุ่งเป้าไปที่บุคคลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านกลโกงทางดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงการมีอยู่ของปฏิบัติการไซเบอร์ฉ้อโกงที่ซับซ้อนใกล้บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ว่าการจับกุมจะเป็นก้าวสำคัญในความพยายามด้านความปลอดภัยระดับภูมิภาค แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ ข้อเสนอการลงทุน หรือโอกาสในการทำงานที่มาจากแหล่งที่ไม่รู้จักในพื้นที่ชายแดน

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงขอบเขตที่แน่ชัดของการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่รายนี้ ระยะเวลาของการสมคบคิด และการเชื่อมโยงโดยตรงกับศูนย์หลอกลวงที่เคยถูกระบุในพื้นที่อื่นของประเทศ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อเหยื่อทั้งหมดหรือผลกระทบทางการเงินจากการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับหัวหน้าตำบลรายนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยในภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เจ้าหน้าที่ยึดไอซ์มูลค่า 500 ล้านบาทในจังหวัดแพร่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ยึดไอซ์มูลค่า 500 ล้านบาทในจังหวัดแพร่

ตำรวจในจังหวัดแพร่สกัดจับยาไอซ์ล็อตใหญ่หนัก 500 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนมากับอะไหล่รถยนต์เก่าในรถบรรทุก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ยึดไอซ์มูลค่า 500 ล้านบาทในจังหวัดแพร่

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ยึดไอซ์มูลค่า 500 ล้านบาทในจังหวัดแพร่

ตำรวจในจังหวัดแพร่สกัดจับยาไอซ์ล็อตใหญ่หนัก 500 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนมากับอะไหล่รถยนต์เก่าในรถบรรทุก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดแพร่ นำโดยนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ได้แถลงผลการจับกุมยาไอซ์น้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท โดยตรวจพบระหว่างการตรวจค้นตามปกติที่ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ยาเสพติดดังกล่าวถูกซุกซ่อนอยู่ในกระสอบจำนวน 20 ใบที่ปะปนมากับอะไหล่รถยนต์เก่าภายในรถบรรทุกอีซูซุสีฟ้า ทะเบียนจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ลักลอบขนยาเสพติดจากจังหวัดเชียงรายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ หลังจากตรวจพบเมื่อวันที่ 16 กันยายน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชาย 2 คนไว้สอบสวนเพื่อขยายผลและระบุตัวสมาชิกคนอื่นๆ ในเครือข่ายค้ายาเสพติดต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการสกัดกั้นการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายผ่านเส้นทางคมนาคมหลัก แม้ว่าการปฏิบัติการที่ด่านตรวจจะสามารถสกัดกั้นยาเสพติดล็อตนี้ไม่ให้ถึงจุดหมายได้สำเร็จ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการจับกุมเพิ่มเติมหรือไม่ หรือการจับกุมครั้งนี้เชื่อมโยงกับความพยายามปราบปรามยาเสพติดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือเมื่อเร็วๆ นี้หรือไม่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านตรวจในจังหวัดต่างๆ ควรเตรียมพร้อมรับการตรวจค้นตามมาตรฐานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:57 UTC

บุคคล 9 รายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจเมืองขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

บุคคล 9 รายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจเมืองขอนแก่น

บุคคล 9 ราย รวมถึงหญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ได้เข้าพบตำรวจขอนแก่นเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทางอาญาหลายกระทง ซึ่งทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

บุคคล 9 รายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจเมืองขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
บุคคล 9 รายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจเมืองขอนแก่น

บุคคล 9 ราย รวมถึงหญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ได้เข้าพบตำรวจขอนแก่นเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทางอาญาหลายกระทง ซึ่งทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 บุคคล 9 ราย รวมถึงหญิงที่ระบุชื่อว่า 'ป้าดา' และผู้จัดการมรดก 'ป้าบัวไข' ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทางอาญาที่ถูกแจ้งความไว้ ตามการเปิดเผยของ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น กลุ่มผู้ต้องหาได้ตอบรับหมายเรียกของตำรวจและเข้าสู่กระบวนการสอบสวนแล้ว

'ป้าดา' ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 4 กระทง ได้แก่ ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป, อั้งยี่ซ่องโจร, ข่มขู่ผู้อื่นจนทำให้เกิดความกลัว และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในขณะที่ 'ป้าบัวไข' ถูกแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 9 รายได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับปัญหาการจัดการทรัพย์สินและมรดกในพื้นที่ แม้ว่าตำรวจจะเริ่มกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการแล้ว แต่คดียังคงอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น และผู้ถูกกล่าวหายังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีและกระบวนการทางศาลที่อาจเกิดขึ้นนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:58 UTC

รวบตัวชายวัย 47 ปี ก่อเหตุแทงหญิงวัย 50 ปีเสียชีวิตในกาญจนบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวชายวัย 47 ปี ก่อเหตุแทงหญิงวัย 50 ปีเสียชีวิตในกาญจนบุรี

ตำรวจกาญจนบุรีจับกุมชายวัย 47 ปี หลังก่อเหตุใช้มีดแทงหญิงวัย 50 ปีเสียชีวิตภายในบ้านเช่า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวชายวัย 47 ปี ก่อเหตุแทงหญิงวัย 50 ปีเสียชีวิตในกาญจนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวชายวัย 47 ปี ก่อเหตุแทงหญิงวัย 50 ปีเสียชีวิตในกาญจนบุรี

ตำรวจกาญจนบุรีจับกุมชายวัย 47 ปี หลังก่อเหตุใช้มีดแทงหญิงวัย 50 ปีเสียชีวิตภายในบ้านเช่า

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดกาญจนบุรีได้จับกุมนายอิสรากร หรือ 'ต่อ' อายุ 47 ปี ในข้อหาฆาตกรรมนางสาวจุฑารัตน์ หรือ 'มด' อายุ 50 ปี ตามรายงานจาก Khaosod Online เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในชุมชนตลาดสดชุกโดน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุขณะที่กำลังพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่ ในระหว่างการสอบสวนเบื้องต้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่ามีปมเหตุมาจากความหึงหวง เนื่องจากหลังจากเลิกรากันไป ผู้ตายเริ่มมีชายคนใหม่เข้ามาติดพัน และความพยายามในการขอคืนดีไม่เป็นผล

แม้ผู้ต้องหาจะยอมรับสารภาพ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่ายังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การทั้งหมดและกำลังดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงต่อไป ทั้งนี้ ผู้ต้องหามีประวัติการก่อคดีอาชญากรรมมาก่อน หลังจากเสร็จสิ้นการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นคดีความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระดับท้องถิ่นระหว่างบุคคลที่รู้จักกัน แม้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อยืนยันรายละเอียดทั้งหมดของแรงจูงใจ เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:59 UTC

ส.ส. เท่าพิภพ จี้เร่งออกกฎหมายลูกคุมโฆษณาแอลกอฮอล์ หลังเกิดประเด็นดราม่าเบียร์ลิซ่า
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. เท่าพิภพ จี้เร่งออกกฎหมายลูกคุมโฆษณาแอลกอฮอล์ หลังเกิดประเด็นดราม่าเบียร์ลิซ่า

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งออกกฎหมายลำดับรองเพื่อป้องกันความคลุมเครือในการบังคับใช้กฎหมายโฆษณาแอลกอฮอล์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ส.ส. เท่าพิภพ จี้เร่งออกกฎหมายลูกคุมโฆษณาแอลกอฮอล์ หลังเกิดประเด็นดราม่าเบียร์ลิซ่า

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. เท่าพิภพ จี้เร่งออกกฎหมายลูกคุมโฆษณาแอลกอฮอล์ หลังเกิดประเด็นดราม่าเบียร์ลิซ่า

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งออกกฎหมายลำดับรองเพื่อป้องกันความคลุมเครือในการบังคับใช้กฎหมายโฆษณาแอลกอฮอล์

สืบเนื่องจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียกรณี ลิซ่า (ลลิษา มโนบาล) ดื่มเบียร์ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อความสับสนที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับกฎระเบียบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า นายเท่าพิภพได้เรียกร้องให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งดำเนินการร่างและบังคับใช้กฎหมายลำดับรองให้ชัดเจน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความคลุมเครือที่ยังคงมีอยู่ในการตีความพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเจ้าหน้าที่ไทย ในปัจจุบัน การขาดกฎหมายลำดับรองที่ชัดเจนและเสร็จสมบูรณ์ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการต้องพึ่งพาดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งนำไปสู่ความไม่แน่นอนว่าการกระทำใดถือเป็นการส่งเสริมหรือโฆษณาที่ผิดกฎหมาย นายเท่าพิภพมองว่าการที่ต้องมาคอยเดาใจเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายนั้น สร้างความเสี่ยงทางกฎหมายที่ไม่จำเป็นต่ออินฟลูเอนเซอร์ ภาคธุรกิจ และบุคคลทั่วไป

แม้ว่าประเด็นนี้จะได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ปัญหาหลักยังคงเป็นความท้าทายด้านกฎระเบียบในภาพรวม ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะออกกฎหมายลำดับรองดังกล่าวเมื่อใด หรือกฎระเบียบใหม่เหล่านี้จะให้ข้อยกเว้นหรือคำอธิบายที่ชัดเจนตามที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมต้องการหรือไม่ จนกว่าจะมีกฎระเบียบที่เป็นทางการออกมา สถานะทางกฎหมายเกี่ยวกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์บนโซเชียลมีเดียยังคงขึ้นอยู่กับการตีความของเจ้าหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:35 UTC

ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องสงสัยเหตุยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่กรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องสงสัยเหตุยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก กรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลให้ชายวัย 32 ปีเสียชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องสงสัยเหตุยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องสงสัยเหตุยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก กรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลให้ชายวัย 32 ปีเสียชีวิต

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจในเขตหนองจอก กรุงเทพฯ ได้ระบุตัวบุคคลที่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 พนักงานสอบสวนยืนยันว่ากลุ่มบุคคลกว่า 10 คนได้ขับรถกระบะแต่งซิ่ง 2 คันเข้ามาและเปิดฉากยิงชายวัย 32 ปี ซึ่งระบุชื่อว่านายสิงห์โต จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

พ.ต.อ.สกล อิงอุดมนุกูล ผู้กำกับการ สน.หนองจอก เปิดเผยว่าคำให้การของพยานนำไปสู่การระบุตัวผู้ต้องสงสัยหลักคือ นายธีรภัทร อายุ 31 ปี พร้อมด้วยผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 3-4 คน รายงานระบุว่าผู้ก่อเหตุลงมาจากรถกระบะสีส้มแต่งซิ่งพร้อมอาวุธปืนอย่างน้อย 2 กระบอก และกระหน่ำยิงใส่ผู้ตายจำนวน 21 นัด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการขอศาลออกหมายจับ การสอบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าผู้ตายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ากัญชา ซึ่งตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้สำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่มีเป้าหมายชัดเจน แม้ว่าตำรวจจะระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะการจับกุมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:37 UTC

เรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับกฎระเบียบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับกฎระเบียบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งออกกฎหมายลูกเพื่อกำหนดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ให้ชัดเจน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับกฎระเบียบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับกฎระเบียบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งออกกฎหมายลูกเพื่อกำหนดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ให้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้เรียกร้องต่อคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เร่งออกกฎหมายลำดับรอง (กฎหมายลูก) เพื่อกำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีความชัดเจน ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สส.เท่าพิภพเน้นย้ำว่าความคลุมเครือในปัจจุบันเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถทำได้ตามกฎหมายนั้นสร้างความสับสนอย่างมากให้กับประชาชนทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ และผู้สร้างคอนเทนต์

เท่าพิภพให้เหตุผลว่ากฎหมายที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคน โดยชี้ว่าการขาดแนวทางปฏิบัติที่เฉพาะเจาะจงในปัจจุบันทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความไม่มั่นใจในสถานะทางกฎหมายของตนเมื่อมีการส่งเสริมหรือพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงและสร้างความชัดเจนให้กับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มงวดของไทย แม้ว่ากรอบกฎหมายปัจจุบันจะยังคงมีผลบังคับใช้ แต่การผลักดันให้เกิดกฎหมายลูกชี้ให้เห็นว่าการอัปเดตในอนาคตอาจกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับการตลาดและเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะออกแนวทางปฏิบัติที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้เมื่อใดหรือไม่อย่างไร จนกว่ากฎหมายลูกดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ขอแนะนำให้บุคคลและธุรกิจต่างๆ ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ เนื่องจากการตีความกฎหมายที่มีอยู่ยังคงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:01 UTC

ร้านกาแฟในปราจีนบุรีถูกมือมืดปาขี้ไก่และเศษอาหารใส่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ร้านกาแฟในปราจีนบุรีถูกมือมืดปาขี้ไก่และเศษอาหารใส่

เจ้าของร้านกาแฟในจังหวัดปราจีนบุรีรายงานเหตุการณ์ถูกโจมตีด้วยการปาขี้ไก่และเศษอาหารใส่ร้านจนได้รับความเสียหาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ร้านกาแฟในปราจีนบุรีถูกมือมืดปาขี้ไก่และเศษอาหารใส่

แหล่งข่าวเดียว
ร้านกาแฟในปราจีนบุรีถูกมือมืดปาขี้ไก่และเศษอาหารใส่

เจ้าของร้านกาแฟในจังหวัดปราจีนบุรีรายงานเหตุการณ์ถูกโจมตีด้วยการปาขี้ไก่และเศษอาหารใส่ร้านจนได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งระบุตัวตนผ่าน TikTok ได้รายงานว่าร้านของเธอถูกมือมืดเข้ามาก่อเหตุทำลายทรัพย์สิน โดยพบว่าร้านถูกปาด้วยขี้ไก่และเศษอาหารจนเลอะเทอะไปทั่วร้าน ทำให้ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติจนกว่าจะทำความสะอาดเสร็จสิ้น

เจ้าของร้านแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าเธอประกอบธุรกิจด้วยความสุจริตและไม่มีหนี้สินค้างชำระ พร้อมทั้งปฏิเสธข่าวลือที่ว่าการโจมตีนี้เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบหรือเงินกู้ดอกลอย โดยยืนยันว่าหนี้สินเพียงอย่างเดียวของร้านคือหนี้กับธนาคารในระบบเท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุทำลายทรัพย์สินแบบเจาะจง แม้ว่าเจ้าของร้านจะระบุว่าได้รวบรวมหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว แต่เธอยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงต่อสาธารณะ โดยอ้างถึงการสอบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ และได้ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่โดยไม่มีการแทรกแซง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจเบื้องหลังการโจมตี เจ้าของร้านสัญญาว่าจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไปเมื่อการสอบสวนมีความคืบหน้า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่กำลังดำเนินการสอบสวนคดีนี้ และชุมชนได้แสดงความเห็นใจและให้กำลังใจเจ้าของร้านในช่วงเวลาดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:17 UTC

มหาวิทยาลัยนเรศวรลุ้นอุทธรณ์คดีเกณฑ์ขอตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ'
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

มหาวิทยาลัยนเรศวรลุ้นอุทธรณ์คดีเกณฑ์ขอตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

ศาลปกครองพิษณุโลกมีคำพิพากษาให้ 'สมบัติ' ชนะคดีในข้อพิพาทเรื่องเกณฑ์การขอตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ' โดยขณะนี้มหาวิทยาลัยนเรศวรกำลังพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

มหาวิทยาลัยนเรศวรลุ้นอุทธรณ์คดีเกณฑ์ขอตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยนเรศวรลุ้นอุทธรณ์คดีเกณฑ์ขอตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ'

ศาลปกครองพิษณุโลกมีคำพิพากษาให้ 'สมบัติ' ชนะคดีในข้อพิพาทเรื่องเกณฑ์การขอตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ' โดยขณะนี้มหาวิทยาลัยนเรศวรกำลังพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ศาลปกครองพิษณุโลกได้มีคำพิพากษาในคดีข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างคุณสมบัติและมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับเกณฑ์และขั้นตอนเฉพาะที่จำเป็นสำหรับการแต่งตั้งตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์พิเศษ' (ศาสตราจารย์พิเศษ)

ศาลได้ตัดสินให้คุณสมบัติเป็นฝ่ายชนะคดี ซึ่งเป็นการท้าทายจุดยืนเดิมของมหาวิทยาลัยในเรื่องนี้ ขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายได้มาถึงจุดสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจะต้องตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาของศาลหรือไม่

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาของไทย คดีนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบกระบวนการบริหารงานภายในมหาวิทยาลัยของรัฐอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ของการอุทธรณ์ (หากมี) อาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับการกำกับดูแลและการมอบตำแหน่งทางวิชาการในอนาคต

ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามหาวิทยาลัยนเรศวรจะเลือกยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงหรือยอมรับคำพิพากษาปัจจุบัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถาบันและสิทธิของบุคลากรทางวิชาการในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:15 UTC

ศาลญี่ปุ่นตัดสินจำคุกเจ้าของร้านนวดในโตเกียว ฐานบังคับเด็กหญิงไทยค้าประเวณี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลญี่ปุ่นตัดสินจำคุกเจ้าของร้านนวดในโตเกียว ฐานบังคับเด็กหญิงไทยค้าประเวณี

ศาลญี่ปุ่นตัดสินจำคุกเจ้าของร้านนวดในโตเกียวเป็นเวลา 5 ปี ในความผิดฐานบังคับเด็กหญิงไทยวัย 12 ปีให้ค้าประเวณี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลญี่ปุ่นตัดสินจำคุกเจ้าของร้านนวดในโตเกียว ฐานบังคับเด็กหญิงไทยค้าประเวณี

แหล่งข่าวเดียว
ศาลญี่ปุ่นตัดสินจำคุกเจ้าของร้านนวดในโตเกียว ฐานบังคับเด็กหญิงไทยค้าประเวณี

ศาลญี่ปุ่นตัดสินจำคุกเจ้าของร้านนวดในโตเกียวเป็นเวลา 5 ปี ในความผิดฐานบังคับเด็กหญิงไทยวัย 12 ปีให้ค้าประเวณี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ศาลญี่ปุ่นได้ตัดสินลงโทษจำคุก 5 ปี แก่เจ้าของร้านนวดแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว โดยบุคคลดังกล่าวมีความผิดฐานบังคับเด็กหญิงชาวไทยวัย 12 ปี ให้ค้าประเวณี

คดีนี้เน้นย้ำถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงสำหรับการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์ในประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความพยายามระหว่างประเทศที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในการต่อต้านการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก และการบังคับใช้กฎหมายของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัดในการคุ้มครองผู้เยาว์ แม้ว่าคำตัดสินนี้จะให้ความยุติธรรมในกรณีเฉพาะนี้ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่บุคคลกลุ่มเปราะบางอาจต้องเผชิญเมื่ออยู่ในต่างประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเหยื่อ สถานการณ์เฉพาะว่าผู้เยาว์รายนี้เดินทางเข้าประเทศได้อย่างไร และมีการสอบสวนผู้สมรู้ร่วมคิดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางการ คดีนี้ได้ดึงดูดความสนใจถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและความจำเป็นของระบบสนับสนุนที่เข้มแข็งสำหรับคนไทยที่อาศัยหรือเดินทางไปต่างประเทศ ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของญี่ปุ่นหรือกระทรวงการต่างประเทศของไทยอาจให้บริบทเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนเครือข่ายอาชญากรรมนี้ในวงกว้างต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 06:55 UTC

รองนายก อบต. เผชิญข้อหาหนักในคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงเปราะบาง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รองนายก อบต. เผชิญข้อหาหนักในคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงเปราะบาง

รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลถูกควบคุมตัวหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหญิงออทิสติก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รองนายก อบต. เผชิญข้อหาหนักในคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงเปราะบาง

แหล่งข่าวเดียว
รองนายก อบต. เผชิญข้อหาหนักในคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงเปราะบาง

รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลถูกควบคุมตัวหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหญิงออทิสติก

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งถูกตำรวจแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการหลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหญิงที่มีภาวะออทิสติก

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอฝากขัง ในระหว่างการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธข้อหาข่มขืนโดยอ้างว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นไปโดยสมัครใจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบทางกฎหมายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการคุ้มครองบุคคลเปราะบางภายในชุมชนท้องถิ่น แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะถูกแจ้งข้อหาแล้ว แต่กระบวนการยุติธรรมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังคงต้องยืนยันว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ หรือจะมีหลักฐานเพิ่มเติมปรากฏขึ้นในระหว่างการสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ขอให้ประชาชนรอติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากช่องทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลการพิจารณาของศาลและการสรุปข้อหาในที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 06:55 UTC

สมาคมคราฟท์เบียร์จี้รัฐเร่งออกกฎหมายลูกให้ชัดเจน หลังเกิดประเด็นคลิป 'ลิซ่า' ดื่มแอลกอฮอล์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สมาคมคราฟท์เบียร์จี้รัฐเร่งออกกฎหมายลูกให้ชัดเจน หลังเกิดประเด็นคลิป 'ลิซ่า' ดื่มแอลกอฮอล์

สมาคมคราฟท์เบียร์ไทยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสรุปกฎระเบียบการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยระบุถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่ประชาชนอาจได้รับจากการแชร์เนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สมาคมคราฟท์เบียร์จี้รัฐเร่งออกกฎหมายลูกให้ชัดเจน หลังเกิดประเด็นคลิป 'ลิซ่า' ดื่มแอลกอฮอล์

แหล่งข่าวเดียว
สมาคมคราฟท์เบียร์จี้รัฐเร่งออกกฎหมายลูกให้ชัดเจน หลังเกิดประเด็นคลิป 'ลิซ่า' ดื่มแอลกอฮอล์

สมาคมคราฟท์เบียร์ไทยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสรุปกฎระเบียบการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยระบุถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่ประชาชนอาจได้รับจากการแชร์เนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 สมาคมคราฟท์เบียร์ไทยได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคลุมเครือทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนโซเชียลมีเดีย การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะเกี่ยวกับคลิปวิดีโอของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง 'ลิซ่า' ที่ปรากฏภาพขณะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ทางสมาคมโต้แย้งว่า การขาดกฎหมายลำดับรองที่ชัดเจนและเสร็จสมบูรณ์ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน ทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อประชาชนทั่วไป โดยระบุว่าผู้ที่แชร์หรือโพสต์เนื้อหาที่มีภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือแบรนด์ท้องถิ่น อาจต้องเผชิญกับผลกระทบทางกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากการตีความกฎหมายที่มีอยู่ยังมีความคลุมเครือ กลุ่มสมาคมจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำกฎหมายไปใช้ในทางที่ผิดต่อประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการโฆษณาและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่มีคำตัดสินที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคลิปของศิลปินดังกล่าว แต่แถลงการณ์ของสมาคมได้สะท้อนถึงความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับการควบคุมเนื้อหาบนโลกดิจิทัล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร และจะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อกำหนดขอบเขตการใช้งานโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ให้ชัดเจนขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:16 UTC